กระถางบำเพ็ญเพียรของโม่เหนียง (และรวมเรื่องสั้น)

กระถางบำเพ็ญเพียรของโม่เหนียง (และรวมเรื่องสั้น)

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-04-13
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
42บท
1.5Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

โม่เหนียงถูกสามีหย่าเพราะวันเข้าหอ นางไม่มีเลือดพรหมจรรย์ติดเตียง พ่อแม่จึงจับโม่เหนียงถ่วงน้ำล้างอาย แต่นางกลับไม่ตาย แม้จะถูกทิ้งในแม่น้ำเกือบหนึ่งชั่วยาม เทพหรือปีศาจตนใดเล่นตลกกับชีวิตของนางกันแน่ **** “เจ้า!! เจ้าจะทำอะไร” โม่เหนียงตกใจรีบผลักไหล่ของเขา “ข้ายอมให้เจ้าจูบก็ได้ มันช่วยบรรเทาความอยากได้เล็กน้อย จากนั้นเจ้าต้องสัญญาว่าจะยอมกินอาหารของมนุษย์บำรุงร่างกาย” เขาเกลี้ยกล่อม “เจ้า..เจ้า..” โม่เหนียงได้แต่อ้าปากเอ่ยคำใดไม่ได้ หญิงสาวยังไม่ทันทำอะไร ชายหนุ่มก็ก้มลงมาจูบปากเบาๆ จากนั้นก็นั่งลงที่ข้างโต๊ะ และเริ่มแกะเนื้อปลายื่นมาที่ปากของโม่เหนียงพร้อมป้อนให้นางกิน “อ้าปาก เจ้าต้องกินบำรุง อย่าดื้อ” เขากล่อมราวกับนางเป็นเด็กน้อย หลินโม่เหนียงมองเขาแล้วพูดไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ****

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 จุมพิตมังกร

浴室からシャワーの音が聞こえてくる。

森川拓海(もりかわ たくみ)がシャワーを浴びているのだ。

午前3時。

さっき帰宅したばかりだった。

森川知佳(もりかわ ちか)は浴室の扉の前に立っていた。話したいことがあったのだ。

これから相談しようとしていることを、彼が聞いてくれるだろうか。少し不安になった。

どう話しかけようかと迷っていると、中から妙な音が聞こえてきた。

耳を澄ませて、やっと理解した。拓海が一人でしていることの音だった……

荒い息づかいと押し殺したうめき声。胸を重いハンマーで叩かれたような衝撃が走った。苦しみが波のように押し寄せてくる。その痛みに息が詰まった。

今日は二人の結婚記念日で、結婚して5年が経つ。それなのに夫婦として一度も……

結局、自分で済ませることを選んでも、私には触れたくないということなのか?

彼の息づかいがさらに荒くなる中、限界まで我慢したような低い声で果てた。「結衣……」

この一言が、心を完全に砕いた。

頭の中で何かが音を立てて崩れ、すべてが粉々になった。

必死に口を押さえ、声を漏らさないよう振り返った瞬間、よろめいた。洗面台にぶつかって床に倒れてしまった。

「知佳?」中から拓海の声がした。まだ息が整わず、必死に抑えようとしているのが分かったが、呼吸は荒いままだった。

「あ……お手洗いに行こうと思って、シャワー中だなんて知らなくて……」苦しい言い訳をしながら、慌てて洗面台につかまって立ち上がろうとした。

でも焦れば焦るほど、みじめになっていく。床も洗面台も水で濡れていた。やっとの思いで立ち上がったとき、拓海が出てきた。白いバスローブを慌てて羽織って乱れていたが、腰の紐だけはしっかりと結ばれていた。

「転んだのか?俺が手伝うよ」彼女を抱き上げようとした。

痛みで涙が溢れそうになったが、それでも彼の手を振り払った。そして意地を張って、「大丈夫、一人でできるから」と言った。

そして再び滑りそうになりながら、足を引きずって寝室へと逃げ帰った。

「逃げる」という表現は決して大げさではない。

拓海と結婚したこの5年間、知佳はずっと逃げ続けていた。

外の世界から逃げ、周囲の視線から逃げ、そして拓海の憐憫の視線からも逃げていた――拓海の妻が足の不自由な人だなんて。

足の不自由な人が、端正で事業も成功している拓海と釣り合うはずがない。

でも彼女にも以前は健康で美しい脚があったのに……

拓海もすぐに出てきて、やさしい口調で心配そうに尋ねた。「痛くないか?見せてくれ」

「大丈夫」知佳は布団を引き寄せ、自分のみじめさと一緒に布団の中に身を隠した。

「本当に大丈夫か?」彼は本当に心配していた。

「うん」彼女は背中を向けて、強くうなずいた。

「じゃあもう寝るか?お手洗いに行きたかったんじゃなかったのか?」

「もう行きたくない。寝ましょうか?」知佳は小さく言った。

「わかった。そうそう、今日は俺たちの記念日だから、君にプレゼントを買ったんだ。明日開けて、気に入るかどうか見てくれ」

「うん」知佳は答えた。プレゼントはベッドサイドに置かれており、もう見ていた。ただ、開けなくても中身がわかる。

毎年同じ大きさの箱で、中には全く同じ時計が入っている。

知佳の引き出しには、誕生日プレゼントと合わせて、すでに9個の同じ時計が眠っており、これが10個目だった。

会話はそこで途切れ、彼は電気を消して横になった。空気中にボディソープの湿った香りが漂っていた。でもベッドの沈み込みをほとんど感じなかった。2メートルの大きなベッドで、彼女がこちら側に寝て、彼は向こう側の端に横になっている。二人の間にはまだ3人が寝られるほどの距離があった。

二人とも結衣という名前を口にすることはなく、ましてや彼が浴室でしていたことについても触れなかった。まるで、何も起こらなかったかのように。

知佳は固まったまま仰向けに横たわり、ただ目の奥がヒリヒリと痛むのを感じていた。

結衣、立花結衣(たちばな ゆい)は彼の大学の同級生で、初恋であり、憧れの人だった。

大学卒業のとき、結衣は海外に行き、二人は別れた。拓海は一時期立ち直れず、毎日酒に溺れていた。

知佳と拓海は中学の同級生だった。

中学時代からひそかに彼を好きだった。

その頃、拓海は学校一のイケメンで、クールな優等生だった。一方知佳は芸術系の生徒だった。美しくはあったが、美しい女の子は大勢いた。成績がすべてだった学生生活において、芸術系の生徒はそれほど目立たず、偏見を持たれることさえあった。

だから、それは彼女だけの片思いで、いつか彼の前に立てる日が来るなんて思ったこともなかった。

芸術大学のダンス学科を卒業して夏休みに実家に帰っていた時、落ち込んでいる拓海と再会するまでは。

その夜も拓海は酔っぱらっており、ふらふらと歩いていた。横断歩道を渡るとき信号を見ておらず、一台の車がブレーキも間に合わず突っ込んできた。彼を突き飛ばしたのは彼女だった。心配で彼の後をついていた知佳が、彼を押しのけて自分が車にはねられたのだった。

知佳はダンス専攻で、大学院への推薦も決まっていた。

しかし、この交通事故で、足は不自由になった。

もう二度と踊ることができなくなった。

その後、拓海は酒をやめ、知佳と結婚した。

知佳に対して罪悪感を抱き続け、感謝し続け、優しい言葉をかけ続けた。でも同時に冷淡で水のように冷たく、そしてたくさんのプレゼントをくれ、たくさんのお金をくれた。

ただ一つだけ、愛してはくれなかった。

知佳は、時間がすべてを癒してくれると思っていたし、時間がすべてを薄れさせてくれるとも思っていた。

しかし想像もしなかったのは、5年が過ぎても、彼は「結衣」という名前をこれほど深く心に刻んでいるということだった。さらには、自分で処理するときでさえ、呟いているのはその名前だということだった。

結局は私があまりにも愚かで世間知らずだったのだ……

一睡もできず、スマホの中のそのメールを、この夜100回は見返した。

海外のある大学からの大学院入学許可通知で、今夜彼と相談するつもりだったこと――私が海外の大学院に行くことは可能かどうか?

しかし今となっては、拓海と相談する必要はなさそうだった。

5年間の結婚生活、数え切れない眠れぬ夜。それがついにこの瞬間から終わりに向かって歩み始めるのだ。

拓海が起きたとき、知佳はまだ寝たふりをしていた。外で家政婦の中村さんと話している声が聞こえた。「今夜は接待があるから、彼女には待たずに休むよう伝えて」

言い終えると、彼はまた部屋に戻ってきて様子を見た。知佳は布団をかぶっており、涙で枕が濡れていた。

普段拓海が会社に行くときは、知佳が彼の着る服をコーディネートして脇に置いておき、彼はそれを着るだけだった。

しかし今日はそれをしなかった。

拓海は自分でクローゼットに行って着替え、会社に向かった。

知佳はそのとき目を開け、ただ目がひどく腫れぼったいのを感じた。

スマホのアラームが鳴った。

それは自分で設定した時間で、起きて英語を読む時間だった。

結婚後の知佳は、足のことで9割の時間を家に閉じこもっていた。もう外出することはない。一日の時間を区切って、それぞれに何かすることを見つけて時間を潰すしかなかった。

スマホを手に取ってアラームを止め、それからさまざまなアプリを目的もなく見始めた。

頭の中はぼんやりと混乱していて、何も頭に入らなかった。

それが、ある動画アプリで突然一つの動画を見つけるまでは。

画面の中の人があまりにも見覚えがある……

もう一度アカウント名を見ると――結衣CC。

このおすすめ機能は……

投稿時間は、昨夜だった。

知佳が動画をタップすると、すぐに賑やかな音楽が響き、それから誰かが叫んでいる声が聞こえた。「いち、に、さん、結衣おかえり!乾杯!」

この声は、なんと拓海だった。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Aran K.
Aran K.
ติดตามนักเขียนคนนี้มานาน อ่านทุกเรื่อง ประทับใจและสนุกทุกเรื่อง ขอแนะนำและจะติดตามตลอดไปเลยค่ะ
2026-02-10 17:05:28
1
0
42
บทที่ 1 จุมพิตมังกร
หลินโม่เหนียง ลืมตาเปียกชื้นมองฝูงชนที่กำลังโหวกเหวกโวยวายผ่านกรงไม้ไผ่ด้วยความฉงน นางยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แต่เพียงในจมูก ลำคอและในอกของตนคล้ายถูกไฟเผาไหม้จนปวดแสบ “นางเป็นปิศาจ” “ต้องฆ่านางเดี๋ยวนี้” “แต่นางไม่ได้ตาย นางพิสูจน์ความผิดตัวเองแล้ว” “ใช่แล้ว นางบริสุทธิ์ นางถูกใส่ร้าย” ผู้คนต่างกำลังถกเถียงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หลินโม่เหนียงที่แสบคอแสบจมูกไปหมดทำเพียงตะแคงตัว สำลักน้ำออกมาจำนวนมาก “แค่ก ๆ ๆ ๆ” แม้นางจะไอจนเสียงดัง แต่ผู้คนยังคงเถียงกันต่อไป ไม่มีผู้ใดสนใจความเปลี่ยนแปลงของนางสักนิด“นางแพศยานี่ต้องเป็นภูตผีปิศาจจำแลงมาแน่นอน หากเป็นคนทั่วไป จะอยู่ในน้ำได้เป็นเวลานานเท่านี้ได้อย่างไร ตั้งแต่ปล่อยนางทิ้งลงน้ำก็ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่นางกลับยังมีชีวิตอยู่ ต้องเป็นปิศาจแน่!” หลินโม่เหนียงเหลือบสายตามองชายที่กำลังพูด นางจำเสียงของเขาได้ เขาเป็นคหบดีร่ำรวยในเมืองนี้ และเป็นสามีของนางด้วย!! นางเริ่มจดจำได้บ้างแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสองวันก่อนพ่อแม่ผู้ยากจนได้ขายหลินโม่เหนียงใ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 หนีไม่ได้ชั่วชีวิต
“โกหก เจ้านักพรตชั่ว เจ้าโกหก” คหบดีถึงกับอยู่ไม่ติดที่“ใช่ เจ้าโกหก ข้าเห็นกับตาว่านางไม่มีเลือดพรหมจรรย์” ภรรยาของคหบดีรีบเสริม“ข้าเป็นนักพรตของราชวัง ผ่านมาเห็นเหตุวุ่นวายพอดี จึงยื่นมือเข้าช่วย พวกเจ้าว่าข้าจะโกหกเพื่ออะไรหรือ? เทพเจ้ามังกรได้แสดงอิทธิฤทธิ์แล้ว การที่นางยังมีชีวิตอยู่ เป็นเครื่องยืนยันความบริสุทธิ์ของนาง พวกเจ้าสามีภรรยามีวิญญาณร้ายตามติดมากมาย ไม่รู้ว่าฆ่าอนุในจวนไปแล้วกี่คน คหบดีอย่างพวกเจ้า จะพูดอย่างไรก็ย่อมได้ แต่ไม่อาจลบล้างหลักฐานตรงหน้า”“เจ้า..เจ้าหาว่าพวกข้าเป็นจอมโกหกหรือ” คหบดีโกรธจัด ชี้หน้านักพรตด้วยมือสั่นเทา ครอบครัวพวกเขาทำการค้ามาหลายปีเพื่อเลี้ยงครอบครัวจนมีเงินทองมากมาย มักถูกผู้คนนินทาลับหลังว่าเป็นพวกไม่น่าคบ เพราะผู้ที่มีวาทศิลป์ในการขายมักถูกดูถูกว่าไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้ว แต่ปกติไม่เคยมีใครกล้าพูดต่อหน้าเขาตรงๆ เช่นนี้ เขาจึงโกรธมากภรรยาเอกของคหบดีเฒ่าเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นนักพรตของราชวังจึงไม่อยากมีเรื่องด้วย รีบห้ามสามีและกระซิบกล่อมสามีให้ใจเย็นก่อน สุดท้ายพวกเขาได้แต่กัดฟันกล่าวโทษตัวเอง“เป็นพวกข้าไม่ดีเอง เช้านั้นข้าดูไม่ถี่ถ้วนจึงเข้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 เหตุการณ์แปลกประหลาด
ด้วยเหตุนี้ หลินโม่เหนียงจึงใช้ชีวิตอยู่บนยอดเขาตั้งแต่นั้น นางเป็นสาวชาวบ้านใช้ชีวิตยากลำบากมาตั้งแต่เล็ก การต้องใช้ชีวิตในป่าคนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ทั้งไม่ต้องหาอาหารเอง มีคนนำมาให้ทุกเดือน แม้ไม่ได้กินดีมากมาย แต่ก็มีกินทุกวัน เป็นชีวิตที่สงบยิ่ง ทุกวันนางจะออกไปบำเพ็ญเพียรนั่งสมาธิใต้น้ำตก แม้นักพรตจะไม่บังคับ แต่นางอยากบำเพ็ญเพียรมากจึงพยายามศึกษาด้วยตัวเอง ท่านนักพรตยังใจดีทิ้งหนังสือเกี่ยวกับวิธีการบำเพ็ญเพียรให้นางสามเล่มด้วย น่าเสียดายที่นางไม่เคยร่ำเรียนศึกษา อ่านหนังสือไม่ออก จึงทำได้เพียงดูรูปที่วาดประกอบและทำตามความเข้าใจของตนเองวันเวลาผ่านเลยไปจนหญิงสาวอายุยี่สิบปี นางยังบำเพ็ญเพียรไม่คืบหน้าอะไร แต่ช่วงหลังมานี้ นางมักจะรู้สึกว่ามองเห็นน้ำตกเคลื่อนไหวเป็นรูปร่างของคน แต่เมื่อนางสังเกตดูดีๆ อีกครั้ง รูปร่างนั้นก็ไม่อยู่เสียแล้ว ยังมีเรื่องแปลกประหลาดอีกหลายสิ่งที่หลินโม่เหนียงประสบกับตัวเอง แต่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ บางวันที่นอนครึ่งหนึ่งของนางจะเปียกชุ่มราวกับมีใครเอาน้ำมาราดรดยามที่นางหลับอยู่บางครั้งในยามเช้า ตรงหน้าประตูบ้านมักจะมีคราบน้ำเปียกยาวออกไปทางน้ำตก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 สายน้ำหึงหวง
สตรีอายุยี่สิบปีเป็นวัยกำลังสะพรั่ง หากเป็นหญิงสาวคนอื่นๆ ป่านนี้พวกนางคงแต่งงานมีคู่ ครองรักกันทุกค่ำคืน บางคนอาจมีลูกสองสามคนแล้ว แต่นางกลับต้องมาอยู่บนยอดเขาลำพังเพียงผู้เดียว หลินโม่เหนียงกำลังสงสัยว่าความต้องการและความเหงาเปลี่ยวอาจทำให้นางเห็นภาพหลอน แต่คิดอย่างไรสัมผัสชัดเจนเช่นนั้นคงไม่อาจเป็นความคิดฝ่ายเดียวของนางไปได้ แม้นางจะเคยแต่งงานผ่านการเข้าหอมาแล้ว แต่เพียงคืนเดียวคงไม่ทำให้นางรู้แจ้งจนนำมาคิดเพ้อเป็นเรื่องราวได้แน่หญิงสาวตัดสินใจลองอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นแต่วันรุ่งขึ้นหรือวันถัดมา ต่อให้นางนั่งใต้น้ำตกนานขึ้นเท่าไรก็ไม่อาจสัมผัสถึงสายน้ำอบอุ่นได้เลย จนผ่านไปหลายวัน หลินโม่เหนียงเริ่มแน่ใจว่าอาจเป็นความคิดเพ้อฝันของนางเพียงผู้เดียว“ขอบคุณ” หลินโม่เหนียงกล่าว วันนี้เป็นวันที่จะมีทหารมาส่งอาหารแห้งและเมล็ดธัญพืชให้นาง “ไม่เป็นไร เป็นหน้าที่ข้าอยู่แล้ว หากแม่นางโม่อยู่คนเดียวไม่สะดวกอย่างไร ข้าจะมาหาเจ้าให้บ่อยขึ้นก็ย่อมได้ เจ้าไม่ต้องเกรงใจ” ชายหนุ่มในชุดทหารมองหลินโม่เหนียงด้วยสายตาชื่นชม ‘สตรีงดงามเช่นนี้ กลับต้องอยู่เดียวดายบนเขา ช่างน่าเสียดาย’ นายทหารครุ่นคิด“
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ถูกความกำหนัดครอบงำ
เขาหยุดกัดทันทีแต่ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอด หญิงสาวได้แต่หอบหายใจกับเรื่องตื่นตระหนกและแปลกประหลาดนี้ นางพยายามผลักเขาหลายครั้งแล้วแต่ไม่อาจจับต้องได้ มีเพียงเขาที่กอดรัดและสัมผัสนางได้อยู่ฝ่ายเดียว“ปล่อยข้า อย่าทำเช่นนี้” นางพยายามเอ่ยปากขอร้อง“...” อีกฝ่ายแนบริมฝีปากที่คอของนาง เขาคล้ายขยับปากพูดบางอย่าง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอีก“ปล่อยข้าเถิด เนื้อของข้าไม่อร่อย ข้าแก่แล้ว หนังก็เหนียวเคี้ยวลำบาก อย่ากินข้าเลย” นางขอร้องอย่างหมดหนทาง ในใจหวาดกลัวยิ่งแต่ร่างมวลน้ำกลับทำเพียงเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาว เขาค่อยๆคลายอ้อมกอดและยอมปล่อยตัวนางในที่สุด ยามนี้แม้จะเห็นเป็นร่างบุรุษชัดเจน แต่บนใบหน้ายังเห็นไม่ชัด ทั่วร่างของเขายังคงมีน้ำล้อมรอบ บางจุดยังคงโปร่งใสจนสามารถมองทะลุได้แม้ไม่เห็นใบหน้าชัดแต่โม่เหนียงยังคงรู้สึกว่าเขาขมวดคิ้วอย่างเศร้าสร้อย เขาพยายามขยับปากเอ่ยคำพูด แต่กลับไม่มีเสียงใดออกมา โม่เหนียงได้แต่ขมวดคิ้วตอบกลับเพราะไม่อาจเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร จนในที่สุดเขาก็ถอดใจ เอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของหญิงสาวหลินโม่เหนียงจากที่หวาดกลัวกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นและความสบายจากสัมผัสนั้น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 บุรุษงดงามในห้องครัว
ระหว่างที่โม่เหนียงกำลังล้วงมือให้ต่ำลงไปอีกนิด แต่กลับเสียหลักจะล้ม ทันใดนั้น นางก็รู้สึกถึงความอบอุ่นและฝ่ามือที่จับประคองนางไว้ สายน้ำไหลวนจนรวมตัวเป็นร่างบุรุษ ฝ่ามือใหญ่ หนาและอุ่นบีบอกอิ่มพร้อมกับสอดอีกข้างไปยังกลีบท้อของนาง“อะ อ้า..”หญิงสาวสั่นกระตุกเพราะสัมผัสจากฝ่ามือนั้น สายน้ำอบอุ่นค่อยๆ ประคองให้นางนั่งลง โม่เหนียงรู้สึกว่านั่งบนตักของใครสักคน แต่เพราะฝ่ามืออุ่นที่ยังคงบดบี้กลีบท้อ ทำให้นางไม่อาจแบ่งความนึกคิดไปสังเกตสิ่งอื่นได้ริมฝีปากเปียกชุ่มแต่อบอุ่นไล้ไปตามคอระหง ระหว่างที่ฝ่ามือหนายังคงเขี่ยกลีบท้อของโม่เหนียง มือหนึ่งก็บีบเคล้นยอดถันของนางจนสุขสมสั่นสะท้าน ปลายนิ้วนุ่มลื่นเขี่ยยอดถันของนางอย่างรู้หน้าที่“อะ อะ อื้มมม” หญิงสาวส่งเสียงครวญน่าอาย แต่นางไม่อาจหยุดตัวเองได้ อ้าขารับความสุขสมที่เขามอบให้อย่างไร้ยางอาย“เร็ว..ระ เร็วอีก” นางขอร้องเสียงหอบกระสันของหญิงสาวทำให้ฝ่ามือที่กำลังเขี่ยกลีบท้อขยับรัวแรงมากขึ้น ผสมกับน้ำตกที่ไหลกระเซ็นลงมารดรินช่วงกลีบท้อพอดี ส่งให้โม่เหนียงรู้สึกว่าความสุขสมที่ก่อนหน้านี้หยุดชะงักเริ่มออกวิ่งอีกครั้งยิ่งฝ่ามือขยับเร็วขึ้น โม่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 อดทนรอวันแข็งแรง
“ข้าอุตส่าห์อดทนเพราะไม่อยากให้เจ้าหมดแรง ข้าไม่ได้ต้องการสูบพลังของเจ้าหรอกนะ เรื่องนี้เป็นเจ้าที่ผิด ข้าตั้งใจรอจนกว่าเจ้าจะพร้อม แต่เจ้า..เจ้ากลับ..รอไม่ไหว ข้าไร้หนทาง ไม่อาจทนมองเจ้าน่ารักเพียงนั้น จึงได้แต่ตามใจเจ้า” เขารีบพูดแก้ตัว“ข้า...” หลินโม่เหนียงได้แต่ตาโต มองบุรุษสายน้ำพูดถึงเรื่องน่าอายที่นางทำอย่างปกติ “เจ้ายังโลภมากอยากได้อีกหรือ เจ้าหลับไปตั้งสามวันเลยนะ ยามนี้ห้าม รอเจ้าแข็งแรงกว่านี้ก่อน ข้าเป็นห่วง” โม่เหนียงหน้าแดงราวถูกไฟเผา นางรีบก้มหน้า เมื่อครู่นางเพียงตกใจเรื่องที่เขาพูด จึงได้มองเขาตรงๆ แต่เขากลับเข้าใจผิดคิดว่านางจะขอให้ทำเรื่องน่าอายพวกนั้นอีก แย่ที่สุด!!ถึงนางจะต้องการทำอีก แต่นางจะไม่มีวันเอ่ยปากเด็ดขาด โม่เหนียงขบฟันและแสร้งจับตะเกียบคีบเนื้อปลามากิน แต่เพราะรีบร้อนและเขินอายมากจึงมือสั่นไปหมด แทบจะคีบเนื้อปลาไม่ได้“เจ้าใจเย็นก่อน ข้าไม่ได้บอกว่าไม่ทำ เพียงแต่งดเว้นไปก่อนสักช่วงหนึ่ง เจ้าอย่าโกรธเลย” เขากลับเข้าใจผิดไปอีกทาง“ข้า..ไม่ได้โกรธ” โม่เหนียงต้องพูดให้เขาเลิกเข้าใจผิด“เจ้าโกรธ เห็นอยู่ว่าเจ้าไม่พอใจ หากเจ้าต้องการมาก ข้าจะ..”“หุบปาก!!
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 ยั่วยวนแล้วห้ามทิ้ง
หลินโม่เหนียงนั่งทบทวน แม้ร่างกายจะเรียกร้องให้นางรีบกลับ แต่หญิงสาวยังจำได้ดี ยามเมื่อนางขาดสติ นางไม่อาจคิดทบทวนเรื่องราวอย่างกระจ่างชัดได้ นางยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่นางฉลาดพอจะรู้ว่ากลิ่นอายปิศาจของเขาทำให้นางร้อนรุ่มเกินควบคุม“เจ้ายังไม่กลับบ้านหรือ” ปิศาจหนุ่มเอ่ยถามโม่เหนียงสะดุ้งลืมตามองร่างบุรุษงดงามที่มาตามนางถึงใต้น้ำตก นางถึงกับตกตะลึงในความงามของเขา ชุดสีขาวของเขาเปียกชุ่ม แนบไปกับร่างกาย แผงอกแกร่งน่าลูบไล้ ริมฝีปากระเรื่อ สายตาหวานที่กำลังทอดมองหญิงสาว ช่วงเอวสอบเข้ารูป และส่วนล่างของเขาที่กำลังชูชัน “ข้า..อะแฮ่ม..ข้า” หลินโม่เหนียงพยายามกลืนน้ำลาย“ข้ากำลังคิด”“เจ้าไปคิดที่บ้านก็ได้ ข้ารอได้” เขาตอบเรียบง่าย ทั้งที่มองดูก็รู้ว่าร่างกายเขาพร้อมสำหรับเรื่องหฤหรรษ์แล้ว“ไม่” นางไม่อยากกลับบ้าน“เจ้า..ไม่อยากหรือ ข้านึกว่า...วันนี้ทั้งวัน เจ้าส่งกลิ่นเย้ายวนตลอด เวลานี้ก็ยังคงหลั่งไหลความหอมหวานออกมา แต่เจ้ากลับ..ไม่ยอมกลับบ้าน เจ้าไม่ได้ต้องการข้าหรือ ให้ข้าทำให้ตรงนี้ดีหรือไม่” เขาพูดพร้อมกับนั่งลงมาทันทีและยื่นมาสวมกอดหลินโม่เหนียงไว้จากด้านหลัง“อะ..อย่า” นางยังไม่ทันตั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 แต่งงานกับปิศาจโง่
“ได้ โม่เอ๋อร์รีบกลับนะ ข้าจะเตรียมงานแต่งรอ” เขายิ้มดีใจอย่างโง่งม ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปราวกับเด็กๆ ที่มีของหวานรออยู่ที่บ้าน“เดี๋ยวก่อน” หลินโม่เหนียงตะโกนตามหลัง เขาหยุดและหันมารอฟังนางพูด“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว เจ้ามาอุ้มข้า เรากลับด้วยกัน จัดเตรียมงานแต่งด้วยกัน เจ้าว่าเช่นนี้ดีกว่าหรือไม่” ในเมื่อตัดสินใจแล้ว เขาก็เป็นปิศาจโง่เขลาตนหนึ่ง นางไม่จำเป็นต้องอับอายอะไร เพียงทำตามสิ่งที่ต้องการก็พอ“ดีกว่ามาก” เขาตอบ รีบวิ่งกลับมาอุ้มว่าที่เจ้าสาวอย่างดีอกดีใจหลินโม่เหนียงเคยใฝ่ฝันว่าอยากให้คนรักอุ้มนางไว้ข้างหลังอย่างทะนุถนอม เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่าจะทำได้ เพราะนางแต่งเป็นเพียงอนุคนหนึ่ง ขอเพียงสามียังเลี้ยงข้าวสามมื้อก็ดีมากแล้วส่วนเขาแม้จะเป็นปิศาจ แต่ไม่ว่านางสั่งอะไร เขาจะรีบทำให้ ดียิ่งนัก ดีกว่าบุรุษที่เป็นมนุษย์หลายเท่า วันนี้นางจะเอาแต่ใจ สั่งให้เขาอุ้มเขาก็ทำ สั่งให้เขาร้องเพลงเขาก็ร้อง มีคนรักเช่นนี้ดียิ่งนักพวกเขาช่วยกันจัดบ้านหลังน้อยเพื่อเตรียมงานแต่ง หลินโม่เหนียงปูเตียงนอนด้วยผ้าแดงที่ไม่รู้ว่าเขาเอามาจากที่ใด ส่วนเขาลอยตัวมัดผ้าแดงตรงประตูบ้าน ไม่กลัวผู้ใดเห็น ไม่สนใจจะปก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ขนาดใหญ่เกินไป
เขาพานางเดินไปที่เตียงแคบๆ วางนางลงและเริ่มถอดเสื้อผ้าให้ภรรยา แม้โม่เหนียงจะรู้สึกเขินอาย แต่อย่างไรพวกเขาก็แต่งให้กันแล้ว เรื่องเช่นนี้ควรปล่อยมันให้เป็นไปตามธรรมชาติไม่นานเขาก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของเขาบ้าง รูปร่างของเขาดูภายนอกบอบบาง แต่เมื่อถอดเสื้อแล้วกลับมีมัดกล้ามออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน โม่เหนียงแม้อับอายแต่ก็มองไม่วางตา นางเห็นว่าส่วนล่างเริ่มตั้งตรงเป็นแท่งหยก ทั้งยังใหญ่โต ดูแล้วน่าหวาดกลัวว่าร่างกายของนางอาจกลืนกินไม่ไหว“ชอบหรือไม่” เขามองสีหน้าภรรยาแล้วถาม“...ใหญ่เกินไปหรือไม่” นางกลัวว่าจะเจ็บ เมื่อครั้งที่เข้าหอกับคหบดีเฒ่า แม้ของเจ้าชั่วนั่นจะเล็กมาก แต่นางก็ยังเจ็บมาก“หากโม่เอ๋อร์กลัว เช่นนั้นเท่านี้เป็นอย่างไร” เขาถามโม่เหนียงเห็นกับตาว่าเจ้าสิ่งนั้นลดขนาดลงเหลือเท่านิ้วหัวแม่เท้า นางตาโตตกใจอยู่บ้าง ไม่เคยรู้ว่าพวกปิศาจทำเช่นนี้ได้ด้วย นางเงยหน้ามองสามีปิศาจของตนอย่างประหลาดใจ“เล็กไปหรือ” เขาถามพร้อมกับขึ้นเตียงมาคร่อมนางไว้“เช่นนั้นลองใช้ดูก่อน แล้วค่อยปรับตามที่เจ้าชอบ” เขากระซิบ“...” โม่เหนียงได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก จะบอกว่าเป็นเรื่องน่าอับอายนางก็รู
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status