LOGINในวันครบรอบ5ปีของการแต่งงาน จันทร์จ้าวได้รับรู้ความจริงว่าสามีที่นอนกอดกันทุกคืน"กำลังคบชู้"กับคนใกล้ตัวที่เธอไว้ใจ
View Moreสองปีผ่านไปตะวันเด็กชายตัวอ้วนกลมแฝดผู้พี่ และเจ้าเอยเด็กหญิงตัวน้อยแฝดผู้น้องที่ลืมตาดูโลกหลังฝาแฝดคนพี่แค่หนึ่งนาที เนื่องจากตอนนั้นคุณหมอดึงตะวันออกมาก่อน เพราะเจ้าตัวอ้วนอยู่ด้านหน้าแถมยังเบียดน้องสาวจนมิด“มะ หม่ำ” เด็กอ้วนร้องประท้วงเมื่อข้าวบดที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ และผักของโปรดขาดช่วง เพราะผู้เป็นแม่มัวแต่หันไปป้อนน้องสาวของตัวเองอยู่“แป๊บหนึ่งค้าบบ คนเก่ง” จันทร์จ้าวหันไปเอ่ยกับลูกชายด้วยความเอ็นดู สองสามวันมานี้เธอต้องดูแลสองแฝดด้วยตัวเอง ปกติจะมีป้าน้อยมาช่วยอีกแรง แต่สองวันก่อนป้าน้อยขอลากลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด“แอ้” สาวน้อยเจ้าเอยหันไปส่งเสียงอ้อแอ้ใส่ผู้เป็นพี่ชายอย่างตะวัน ถ้าเจ้าตัวพูดได้คงจะพูดว่า ‘หัดรอซะบ้าง พี่ชาย’เสียงบีบแตรรถยนต์ดังขึ้นสองครั้ง จันทร์จ้าวที่ป้อนข้าวสองแฝดอยู่ตรงสวนหน้าบ้านพอดีจึงชะโงกหน้าไปดูว่าบุคคลที่มาหาเป็นใคร พอเห็นว่าเป็นรถของยี่หวาเพื่อนสนิท เจ้าตัวจึงรีบเดินไปเปิดประตูรั้วให้หลังจอดรถ
ชายตัวโตที่นั่งอยู่ภายในรถกระบะติดฟิล์มดำสนิท กดวางสายจากผู้เป็นเจ้านาย ก่อนจะหันมาออกคำสั่งให้ลูกน้องขับตามรถของเป้าหมายไปในทันที“ผมนึกว่ามันจะไม่ออกมาซะแล้ว ลูกพี่” ชายร่างผอมสูงที่นั่งเบาะด้านหลังพูดกับชายตัวโตที่เป็นหัวหน้า หลังพวกมันสามคนมานั่งเฝ้านอนเฝ้าอยู่หน้าคอนโดของม่านดาวได้สี่ห้าวันแล้ว“หึ ยังไงมันก็ต้องออก ใครมันจะไปทนอยู่แต่ในคอนโดได้ตลอดไปวะ”“งานนี้เจ๊ให้จัดการยังไงครับ” คนขับหน้าโหดที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ใบหน้าเอ่ยถามผู้เป็นลูกพี่“เอาให้พิการ” ชายตัวโตแสยะยิ้มชั่วร้ายที่ใครได้เห็นก็ต้องรู้สึกหวาดกลัวทางด้านม่านดาวตอนนี้เจ้าตัวกำลังขับรถออกจากกรุงเทพมุ่งหน้าไปยังจังหวัดกาญจนบุรีบ้านเกิดของผู้เป็นแม่ จำได้คร่าว ๆ ว่าแม่มีพี่สาวอยู่คนหนึ่ง เอาจริง ๆ เธอก็จำหน้าค่าตาไม่ได้ด้วยซ้ำ จำได้ว่าเมื่อครั้งยังเด็กแม่เคยพามาเยี่ยมยายครั้งหนึ่งก่อนที่ท่านจะเสีย และหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยได้พบเจอญาติพี่น้องฝั่งแม่อีกเลยข้อมูลที่พอจะรู้ในตอนนี้ก็คือชื่ออำเภอ ชื่อหมู่บ้าน แล
เปลือกตาสีไข่ขยับเล็กน้อย ก่อนจะลืมขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคล้ายใบเมเปิ้ลแห้งกะพริบขึ้นลงเพื่อปรับตัวในการรับแสง หลังจากสลบไปนานกว่าห้าชั่วโมงความรู้สึกต่อมาที่จันทร์จ้าวสัมผัสได้หลังจากลืมตาขึ้นนอกเหนือจากแสงสีขาวของหลอดไฟกลางห้องที่ส่องกระทบใบหน้าซีดเผือดแล้วคืออาการคอแห้งผาก ปวดเมื่อยตามลำตัว และความรู้สึกเจ็บจี้ดบริเวณศีรษะด้านซ้าย“อ๊ะ”ร่างที่นอนอยู่บนเตียงครางออกมาเบา ๆ เมื่อเจ้าตัวพยายามขยับแขน แต่กลับพบว่ามีอาการเจ็บร้าวจนไม่สามารถขยับได้“จันทร์ ลูกฟื้นแล้ว”เป็นเสียงของกุลจิราพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ หญิงสูงวัยโผเข้าไปหาลูกสาวเพียงคนเดียวบนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มือเหี่ยวย่นตามวัยเอื้อมไปกดปุ่มสีแดงบนหัวเตียงอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกพยาบาลเข้ามาดูอาการ“ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า อย่าพึ่งขยับตัวนะ แม่ตามหมอแล้ว” กุลจิราร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ หลังนั่งเฝ้าดูอาการของลูกสาวมากว่าสามชั่วโมงตั้งแต่เดินทางมาถึง“แม่ จันทร์อยู่ไหนคะ&rdquo
“หึ รู้แล้วยังไงคะ มันเกี่ยวกับเรื่องที่ดาวท้องกับท่านประธานตรงไหน” ม่านดาวชะงักชั่วครู่ก่อนจะปรับน้ำเสียงไม่ให้สั่น แถมยังลอยหน้าลอยตาพูด สีหน้าแสดงออกว่าไม่แคร์เรื่องนี้เลยสักนิด“ป้าไม่รู้นะว่าหนูม่านดาวรู้สึกโกรธเกลียดครอบครัวของป้าทำไม แต่ว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพี่จันทร์เขานะลูก เพราะถ้าจะโกรธจะเกลียด หนูควรจะมาลงที่ป้ามากกว่าไม่ใช่เหรอ” กุลจิรามองใบหน้าของคนที่มีส่วนคล้ายกับลูกสาวของตัวเองหลายส่วน โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นสามีของเธอเอง“ทำแบบนั้นจะไปสนุกอะไรล่ะคะ สู้ให้คนเจ็บเป็นลูกคุณป้าไม่ดีกว่าเหรอคะ ลูกเจ็บมีหรือแม่จะไม่เจ็บ”“ยอมรับแล้วเหรอม่านดาว ว่าทุกอย่างที่ทำไปทั้งหมด ก็เพื่ออยากให้ฉันเจ็บ” จันทร์จ้าวเอ่ยเสียงสั่น“ใช่!” ม่านดาวตะคอก“ม่านดาว หยุดเถอะ อย่าทำแบบนี้อีกเลย จะให้ฉันทำอะไรเพื่อเป็นการชดเชยให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็บอกมาได้เลย”“คุณจันทร์จะทำให้ฉันจริง ๆ เหรอคะ” ม่านดาวยิ้มหยัน“ฉันทำให้ได้ เธอบ





