Masukหลินอวิ๋นเฝ้าซ่งอวี่เยียนทั้งคืน คอยเช็ดตัวซับไอร้อนจากพิษไข้ออกให้
เสียงนกร้องจิ๊บๆที่เกาะอยู่กิ่งไม้ข้างหน้าต่างดังลอดเข้ามาในห้อง ซ่งอวี่เยียนลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก นี่นางยังไม่ตายหรือนี่ เหลือบเห็นหลินอวิ๋นฟุบหลับอยู่ข้างเตียง หลินอวิ๋นพลิกตัวลืมตาขึ้นสบตากับนางพอดี
" เยียนเยียน เจ้าฟื้นแล้ว"
" หลินอวิ๋น"
" อย่าพึ่งพูดเดี๋ยวข้าเอาน้ำให้ดื่ม ดื่มน้ำหน่อยนะ"
ซ่งอวี่เยียนค่อยๆจิบน้ำที่หลินอวิ๋นป้อน
" เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บแผลมากไหม"
" ก็เจ็บอยู่บ้าง แต่ดีขึ้นมากเลยรู้สึกมีแรงขึ้น"
" ยาวิเศษ วิเศษจริงๆ ไหนดูแผลหน่อย"
หลินอวิ๋นเปิดผ้าพันแผลดูแผล
" โอ้ไม่น่าเชื่อ แค่คืนเดียวแผลที่ปริแตกสมานแล้ว ยาของหมอหลวงนี่ดีจริงๆ หรือว่าเป็นเพราะยาวิเศษด้วยนะ"
" ยาวิเศษอะไร"
" เยียนเยียน เมื่อวานหลังหมอหลวงรักษาเจ้าเขาก็บอกให้ข้าทำใจ บอกว่าเจ้าต้องตายแน่ แต่แล้วองค์ชายแปดก็ปรากฏตัวราวเทพเซียนมาโปรด เขาเอายาวิเศษป้อนใส่ปากเจ้า เจ้าถึงได้รอดมาได้"
" องค์ชายแปดเหรอ ทำไมเขาถึงมาที่นี่ได้"
" ข้าไปขอให้เขามาช่วยเจ้าเอง หากไม่ได้เขาเจ้าก็คงตายอยู่ในสระน้ำแล้ว เจ้ารู้ไหมก่อนหน้าข้าไปขอพบท่านโหวเพื่อขอร้องให้ปล่อยเจ้า แต่เขาขลุกแต่ในห้องกับฮูหยิน นังชิงชิงขับไล่ข้ากีดกันไม่ให้ข้าพบเขา วันต่อมาข้าไปหาเขาอีกแต่เขาเข้าวังไปตั้งแต่เช้าพอกลับมาก็มืดค่ำ ข้ายังไม่ทันได้พูดขอร้องเขาฮูหยินก็มาพาเขาไปก่อน ข้าตามไปก็ถูกชิงชิงกีดกันอีก ข้าได้แต่คุกเข่าขอร้องเขา แต่เขาก็ทำเมินเฉย ชิงชิงให้คนมาปิดปากข้าลากข้าออกไป ข้าโวยวายร้องเรียกท่านโหวขอให้เขาช่วยเจ้า เขาโมโหจึงสั่งโบยข้า"
" เจ้าถูกโบยเพราะข้า"
" ไม่เป็นไร ข้าเจ็บแค่นี้ไม่ถึงตาย เทียบกับเจ้าไม่ได้เพียงเศษเสี้ยว ข้ารู้แล้วว่าท่านโหวใจดำนัก ขืนปล่อยไว้เจ้าคงไม่รอดแน่จึงตัดสินใจไปขอให้องค์ชายแปดช่วย"
ซ่งอวี่เยียนครุ่นคิด องค์ชายแปดหน้าตาเป็นอย่างไรนางไม่เคยเห็น เคยได้ยินเขาว่ากันว่าเป็นโอรสที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน แม้แต่ยาวิเศษยังมอบให้ เขาแบ่งยามาให้นางเม็ดหนึ่งช่วยชีวิตนางไว้ วันหน้านางต้องตอบแทนเขาแน่
" หลินอวิ๋น ให้ข้าดูแผลที่หลังเจ้าหน่อย"
" ไม่เป็นไรแค่นิดเดียวเอง 20ไม้จิ๊บจ้อยน่าไม่ต้องห่วงข้าหรอก"
ปัง ประตูถูกถีบเข้ามาอย่างแรง อาชุนเดินเข้ามา
" อาชุนเจ้ามาทำไม มาดูเยียนเยียนให้นายของเจ้ารึ ทำให้เขาผิดหวังแล้วหล่ะ เพราะเยียนเยียนยังไม่ตาย"
" อวี่เยียน คือว่า"
อาชุนอ้ำอึ้งมองหน้าซ่งอวี่เยียน ชิงชิงเดินเข้ามา
" ได้รึยัง"
" ได้อะไร"
หลินอวิ๋นถามเสียงห้วน
" ก็เลือดหัวใจของอวี่เยียนไงเล่า เอามาให้เต็มถ้วยนี่เร็วๆเข้า"
" เลือดหัวใจบ้าบออะไร เจ้าออกไปเลยนะไป"
หลินอวิ๋นลุกขึ้นผลักชิงชิงจนล้มลงแล้วลากตัวออกไป
" อ้ายยนังบ้านี่ ข้าไม่ไปจนกว่าจะได้เลือดหัวใจของนางไปให้ฮูหยิน นี่เป็นคำสั่งของท่านโหวหรือว่าเจ้ากล้าขัด"
หลินอวิ๋นชะงัก
" เจ้าว่าอะไรนะ"
" อวี่เยียน คือว่าตอนนี้ฮูหยินล้มป่วย นางยังไม่ได้สติ หมอบอกว่าต้องได้เลือดจากหัวใจเจ้ามาปรุงยานางถึงจะฟื้น"
อาชุนบอก
" แล้วทำไมท่านโหวถึงไม่ใช้เลือดของเขาเองหล่ะ"
" หมอบอกว่าต้องเป็นเลือดของคนที่มีวันเดือนปีเกิดที่กำหนด และบังเอิญว่าตรงกับเจ้าก็เลย"
" ข้าบอกให้พวกเจ้าไปเอาเลือดหัวใจมาทำไมถึงได้ชักช้านัก"
อันฟู่หลุนเดินเข้ามาพร้อมน้ำเสียงดุดัน พอเห็นหน้าซ่งอวี่เยียนแววตาก็มีความรู้สึกผิดแว่บหนึ่งพาดผ่าน แต่แค่แว่บเดียวเท่านั้น
" เจ้าเป็นอย่างไรบ้างดีขึ้นแล้วใช่ไหม"
" คนอย่างข้ามันอึด ไม่ตายง่ายๆหรอกเจ้าค่ะ"
อันฟู่หลุนรู้ว่านางประชดประชันเขา แต่เขาไม่มีเวลามาสนใจนางหรอก
" ซีซีล้มป่วย ร่างกายของนางอ่อนแออยู่แล้วยังถูกเจ้าทำให้ตกน้ำวันก่อนอีก นางถูกความเย็นเข้าแทรกโรคหัวใจที่เป็นอยู่กำเริบโรค ตอนนี้ยังไม่ได้สติ มีเพียงเลือดหัวใจของเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยนางได้ กรีดลงมาให้เต็มถ้วยนี้ แล้วเรื่องที่ผ่านมาข้าจะไม่ถือสา"
เขายื่นถ้วยให้นาง นางยิ้มขมขื่นรับถ้วยมา
" ไม่ได้นะ ท่านโหวเจ้าคะเยียนเยียนยังบาดเจ็บอยู่นางพึ่งฟื้นขึ้นมา ท่านยังจะเอาเลือดหัวใจนางไปอีก ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเลือดหัวใจจะใช้รักษาโรคได้"
" หมอบอกว่าได้ก็ต้องได้สิ หมอโจวเป็นหมอที่เก่งที่สุดในเมืองหลวงชื่อเสียงขจรไกลเจ้ายังกล้าสงสัยในตัวเขาอีกหรือ"
ชิงชิงพูดขึ้นมา อันฟู่หลุนส่งมีดสั้นให้ซ่งอวี่เยียน
" กรีดเลือดหัวใจของเจ้าเร็วเข้า ซีซีกำลังรออยู่"
นางรับมีดมาจากเขากำแน่น มองดูใบหน้าของเขาที่มีความกังวล แต่เขาไม่ได้กังวลเรื่องนาง แต่เป็นกังวลเรื่องของจางรั่วซี เมื่อก่อนนางมีบาดแผลเพียงเล็กน้อยเขาก็มักจะแสดงสีหน้าเป็นกังวลแบบนี้ ยังบอกนางว่าไม่อยากให้นางต้องเจ็บแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้คนที่บอกห่วงใยนางกลัวนางเจ็บกลับยื่นมีดให้นางกรีดเอาเลือดหัวใจไปให้สตรีอีกคน
" ได้ ในเมื่อท่านต้องการข้าจะให้"
" เยียนเยียนแต่เจ้าจะตายได้นะ"
หลินอวิ๋นร้องห้าม ซ่งอวีเยียนส่ายหน้า
" ไม่เป็นไร ข้าเกิดมาต่ำต้อยเป็นเพียงบ่าวรับใช้ที่ถูกท่านโหวซื้อตัวมา ในเมื่อท่านโหวต้องการเลือดหัวใจข้าไปให้ฮูหยิน ข้าย่อมต้องให้ แต่ข้ามีข้อแม้"
" ช้อแม้อะไร ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า"
" ไม่ต้องห่วง ข้าพูดแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้นท่านซื้อข้ามาพันตำลึง เลือดที่ข้าให้ไปข้าคิดเป็นครั้งละหนึ่งร้อยตำลึง เมื่อครบสิบครั้งก็พันตำลึง เท่ากับค่าตัวที่ท่านซื้อข้ามาเมื่อนั้นสัญญาขายตัวของข้าเป็นอันสิ้นสุด"
นางรู้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ถึงได้พูดออกมา อันฟู่หลุนขมวดคิ้วมุ่น นางเห็นแววตาวูบไหวอยู่ในนั้น
" เจ้าไม่มีสิทธิต่อรอง ชีวิตนี้ของเจ้าเป็นของข้า"
" เเล้วงานแต่งของเจ้ากับนาง"" ไม่มี ข้ากับนางไม่ได้แต่งงานกัน ที่เจ้าได้ยินสาวใช้นางพูดวันนั้น ก็แค่พูดไปลอยๆข้ายังไม่ได้ตอบตกลงเลย นางต้องการแต่งกับข้าเพื่อหลีกเลี่ยงการคัดตัวเป็นสนมของฮ่องเต้เท่านั้น ราชครูได้หาคุณชายคนหนึ่งไว้ให้นางแล้ว"" แล้วนางยอมรึ เจ้าก็บอกเองว่านางชอบเจ้า"" แน่นอนว่านางไม่ยอม นางถึงได้ใช้บุญคุณช่วยชีวิตมาขอร้องกึ่งบังคับข้าให้แต่งกับนาง ข้าเลยต้อง"" เจ้าเลยต้องแต่งกับนาง"" ไม่ ข้าไม่คิดจะแต่งกับนาง ข้ากำลังคิดหาทางออกเรื่องนี้อยู่ บังเอิญคืนนั้นเกิดไฟไหม้ที่เรือนพักของนาง เพลิงโหมลุกลามรวดเร็วนางหนีออกมาไม่ทัน ข้าวิ่งฝ่าเปลวเพลิงไปช่วยชีวิตนางออกมา"ซ่งอวี่เยียนมองมือของเขาสองข้างที่มีแผลเป็น เขาเห็นสายตานางจ้องมองจึงถกแขนเสื้อสองข้างขึ้น นางเบิกตากว้าง รอยแผลเป็นขนาดใหญ่เต็มสองแขน นี่คงเป็นรอยแผลจากการถูกไฟไหม้" เกือบจะถึงทางออกอยู่แล้ว คานกำลังจะหล่นมา ข้าจึงผลักนางออกไป คานก็หล่นลงมาทับข้า ข้าใช้แขนสองข้างบังหน้าตัวเองไว้ ทำให้ไฟไหม้แค่ตรงมือกับแขน"นางลูบแผลเป็นที่แขนเขาอย่างเบามือ เขาดึงนางเข้ามากอด" ข้าฟื้นขึ้นมาอีกทีก็จำเรื่องราวทุกอย่างได้จึงใช้
" ถ้าวันนึงเจ้าความจำเสื่อมจำข้าไม่ได้"" ถ้าข้ารู้ตัวว่าข้าความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้แม้กระทั่งชื่อตัวเอง ต่อให้มีองค์หญิงรัชทายาทมาช่วยข้าไว้ ข้าก็จะอยู่ห่างๆนางจะไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเกินเลย ข้าจะทำทุกทางเพื่อฟื้นความจำให้ตัวเอง"นางยิ้มน้ำตาคลอ เขาจูบหน้าผากนางเลื่อนจูบมาที่แก้มและปาก บดจูบกันดูดดื่มนางเผยอปากให้เขาใช้ลิ้นชอนไชเข้าไปก็อกก็อก เสียงเคาะประตูขัดจังหวะทำนางกับเขาผละจากกัน" อาหยางข้าเอง จั่วหมิง เปิดประตูให้ข้าเข้าไปหน่อยได้ไหม"เฉินหยางมองหน้านาง หากนางไม่ให้เขาเปิดเขาก็จะไม่เปิด นางพยักหน้าเขาจึงเดินไปเปิดประตู" นี่ก็ดึกแล้วเจ้ามีอะไร"จั่วหมิงมองเลยไปด้านหลัง เห็นซ่งอวี่เยียนกำลังรินชาดื่ม" ข้าอยากคุยกับนางตามลำพัง เจ้าช่วยออกไปก่อน"เฉินหยางไม่อยากออกไป แต่เมื่อเห็นแววตาเว้าวอนของจั่วหมิงเขาก็ถอนหายใจ ทั้งสองควรคุยปรับความเข้าใจกัน" เยียนเอ๋อ"นางเงยหน้าขึ้นมองจั่วหมิง" มีอะไรก็รีบพูดมา ข้าง่วงนอนแล้ววันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน"" ข้ากับองค์หญิงไซ่หย่าไม่มีอะไรเกินเลยใจของข้ายังคงมีแต่เจ้าคนเดียว แต่ข้ายังกลับไปกับเจ้าตอนนี้ไม่ได้ ข้าต้องไปส่งนางที่วังหลวงแคว้นฉ
ไม่นานเฉินหยางก็มาพร้อมพ่อค้าทาส เขาถอดโซ่ออกจากมือและเท้าของจั่วหมิงนางกอดแขนเขา" อาหมิง"เสียงเรียกแผ่วเบาดังมาจากข้างหลัง นาง หันไปมองพร้อมทุกคน เห็นสตรีหน้าตามอมแมมแต่งดงามมองจั่วหมิงด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์" ยินดีด้วยนะ เจ้าเป็นอิสระแล้ว"ซ่วอวี่เยียนมองจั่วหมิงสลับสตรีคนนั้นก่อนจะปล่อยมือจากแขนของเขา เขามองนาง" เยียนเอ๋อช่วยนางด้วยได้ไหม นางเป็นคนช่วยชีวิตข้า"นางมองหน้าเขา" หากไม่ได้นางข้าคงตายไปแล้ว ทั้งที่นางเองก็ลำบากเหมือนกัน นางกำลังหนีการตามล่าแต่นางก็ยังเสียเวลาช่วยข้า ทำให้ถูกพวกค้าทาสจับตัว"นางพยักหน้าให้เฉินหยางเดินไปจ่ายเงินกับพ่อค้าทาส สตรีนางนั้นก็ถูกปล่อยตัวออกมาพอนางเป็นอิสระก็คุกเข่าลง ตุ๊บ" ข้าขอบคุณพวกท่านมากที่ช่วยไถ่ตัวข้าแต่ข้าอยากขอให้ช่วยคนสนิทข้าอีกคนได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าเป็นคำขอที่มากไป แต่นางเปรียบเหมือนพี่น้องของข้า ข้าไม่อาจหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวได้"ทุกคนเงียบกริบ มอบอำนาจการตัดสินใจให้ซ่งอวี่เยียนคนเดียว จั่วหมิงกุมมือนาง" เยียนเอ๋อ ข้า"" ข้าจะจ่ายเงินคืนให้ ข้าจะตอบแทนพวกเจ้าเป็นสองเท่า ขอแค่ช่วยนางได้โปรด"สตรีนางนั้นทำท่าจะโขกหัว จั่วหมิงปล่อย
" ไม่ต้องห่วงนะเยียนเอ๋อ เดี๋ยวข้ากับจางจื่อจะไปฟื้นความจำให้เขาเอง"จางจื่อกับเหวินหวยเดินเข้ามาพร้อมไม้คนละอัน" เฮ้ย นี่พวกเจ้าจะเอาไม้มาทำไม"" ก็จะเอาไปฟาดหัวอาเฟิงหน่ะสิ คิดดู เยียนเอ๋อความจำเสื่อม นางหัวกระแทกต้นไม้ยังฟื้นความจำ พี่ใหญ่ตาบอดถูกฟาดหัวไปสองทีฟื้นขึ้นมาหายตาบอดเลย"" ใช่แล้ว ข้ากับเหวินหวยเลยจะไปหาเขาที่จวนราชครู เอาไม้ฟาดหัวเขาสักคนละทีเขาจะได้ความจำกลับมา"" ดีๆงั้นพวกข้าไปด้วย"" หยุด"ซ่งอวี่เยียนร้องห้าม 5คนที่กำลังจะไปหยุดชะงักหันกลับมามอง" พวกเจ้าไม่ต้องไป"" ทำไมหล่ะเยียนเอ๋อ"" นั่นสิ เจ้าไม่อยากให้เขาจำได้เหรอ"" ไม่มีประโยชน์อะไร พวกเจ้าก็เห็นว่าเขาอยู่ดีมีสุข กำลังจะได้เป็นเขยขุนนางใหญ่ชีวิตเขากำลังจะรุ่งโรจน์ อย่าไปทำลายชีวิตเขาเลย ถึงต่อให้เขาจำได้ก็ไม่แน่ว่าจะกลับไปกับพวกเรา อยู่จวนหลังใหญ่เป็นเขยราชครู มีบ่าวรับใช้ห้อมล้อมกินอยู่สุขสบาย เขาจะยอมกลับไปใช้ชีวิตยากลำบากอยู่บ้านไม่ไผ่หลังเล็กกลางป่าเขาทำไม"ทุกคนเริ่มคล้อยตามที่สำคัญเขาจะมีภรรยาคนเดียวไม่ต้องแบ่งกับใคร นางคิดในใจไม่ได้พูดออกมา ในเมื่อเขามีใหม่แล้วนางจะมามัวเสียใจอยู่ทำไมนางยังมีอาหยา
ตั้งแต่เขากลับมามองเห็น นางรู้สึกได้ว่าเขาเอาแต่จ้องมองนางอยู่ตลอด ไม่ว่านางทำอะไรอยู่หันไปก็จะเห็นเขามองอยู่ นางขยับตัวไปไหนเขาก็เดินตาม เมื่ออยู่กันตามลำพังเดี๋ยวก็กอดเดี๋ยวก็หอมอยู่นั่นแหละกอดไปหอมมาก็จับนางกิน เขาทำให้นางฉ่ำแฉะทั้งคืนแสงแดดสาดส่องลอดรูไม้ไผ่เข้ามา เฉินหยางยังไม่อยากลุกจากเตียง เขากอดกระกระชับซ่งอวี่เยียนไว้ในอ้อมกอด คิดอย่างเห็นแก่ตัวว่าหากเขากับนางได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ตลอดไปก็คงดี แต่แล้วความผิดชอบชั่วดีก็เตือนสติเขา เขาไม่อาจเก็บนางไว้เป็นของเขาคนเดียวได้ นางยังเป็นของจั่วหมิงและลู่ถิงเฟิง ทั้งสองเติบโตมาพร้อมกับเขาตั้งแต่เด็ก เราสามคนเป็นทั้งสหายและพี่น้องร่วมสาบาน ในขณะที่เขากำลังมีความสุขกับนาง ทั้งสองคนยังไม่รู้ชะตากรรมนางลืมตาขึ้นมา" อาหยาง ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุกข้า"เขาจูบหน้าผากนาง" ข้าอยากให้เจ้านอนให้อิ่ม เลยไม่อยากปลูก"" ชิ ก็เอาข้าทั้งคืนพึ่งได้นอนใกล้สว่าง"" หึหึ"เขาจูบแก้มนิ่มนาง มือก็ล้วงไปใต้ล่างบดบี้ติ่งเล่น" ก็เจ้าน่าเอา"" อื้อ อย่าเล่น"เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมนางทำเรื่องอย่างว่าเสร็จนางกับเขาก็อาบน้ำพร้อมกัน อาบน้ำเสร็จเขาก็ช่วยนางหวีผมแ
ระหว่างกินข้าวทุกคนก็พูดคุยกันสัพเพเหระ" ทำไมพวกเจ้าไม่กลับไปอยู่ที่เดิม"" พวกเราก็อยากกลับไปอยู่ แต่กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ไม่รู้ว่าพวกมันจะบุกมาอีกเมื่อไหร่"" ไม่ต้องกลัวหรอก ที่เขามาก็เพื่อต้องการตัวข้า ไม่ใช่มาจับโจร อีกอย่างพวกเจ้าก็เลิกเป็นโจรแล้ว จะกลัวทำไม ตอนที่ออกปล้นก็ปิดหน้ามิดชิดไม่มีใครเคยเห็นหน้าสักหน่อย"ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย" ดีๆ งั้นวันนี้พวกเรากลับไปอยู่ที่เก่ากันวันนี้เลย"" ไม่ได้"เฉินหยางพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทุกคนเงียบ จางจื่อเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง" ทำไมหล่ะพี่ใหญ่"" พวกเจ้าไม่ได้ฟังที่เยียนเอ๋อพูดเรอะ มันมาเพื่อจับตัวนาง หากกลับไปอยู่ที่เดิมแล้วมันมาจับนางไปอีกจะทำยังไง"ทุกคนถึงได้สติ" ไม่ดี ไม่ดี งั้นพวกเราอยู่กันที่นี่เเหละ""ใช่ๆ"" ไม่ต้องกังวล เขาไม่มาหรอก ต่อไปเขาจะไม่มาวุ่นวายกับข้าอีกแล้ว"" เยียนเอ๋อ เจ้าแน่ใจได้ยังไง"เฉินหยางควานจับมือนาง นางตบหลังมือเขาเบาๆ" เพราะเขาตายแล้ว"ทุกคนย้ายกลับมาอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆเหมือนเดิม ช่วยกันปัดกวาดทำความสะอาดซ่อมแซมที่หักพัง หลังจากเหนื่อยมาทั้งวันก็มากินอาหารเย็นร่วมกัน กองไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้นกลางลานบ้าน ม
เผยจวินจื่อหันไปมองบุตรชายด้วยความผิดหวัง"ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าไปทำดีกับนางดูแลใส่ใจนางรึ แล้วเหตุใดถึงมีราชโองการเช่นนี้ออกมา"" ท่านพ่อ 7วันที่ผ่านมาข้าไปหานางที่ตำหนักทุกวัน ข้าง้อนางสุดๆแล้วแต่นางก็ไม่ใจอ่อน"" หรือเป็นเพราะเจ้ายังไปหาองค์หญิงเหวินโหรวอีก นางรู้ก็เลยไม่พอใจ"" ไม่ใช่นะขอรับ ข้าไ
หลี่รุ่ยเงยหน้าขึ้น เขายกจอกสุราขึ้นชนกับจอกสุราของนาง ไม่ใช่มีเสียงเคร้งอย่างเดียว แต่มีเสียงปู้ดดตามมาด้วย หลี่รุ่ยกับเกาจิ้งมองหน้าเหวินโหรว เหวินโหรวหน้าเปลี่ยนสี นางกำลังจะอ้าปากพูดแต่เสียงที่ไม่อาจสะกัดกลั้นไว้ได้ก็ตามมาอีก " แป้ดดดด"คราวนี้มันมาพร้อมกลิ่น หลี่รุ่ยยกนิ้วอังจมูก เกาจิ้งเอามื
วันต่อมานางได้ยินพวกนางกำนัลเล่าลือกัน ว่าองครักษ์10คนบุกตำหนักจิ่งกงหยาง ขอเลือดหัวใจของเหวินโหรวไปปรุงยาแก้พิษแต่เหวินโหรวไม่ให้ องครักษ์พวกนั้นคลุ้มคลั่งทำร้ายนางจะเอาเลือดหัวใจนางให้ได้ สุดท้ายนางสั่งให้ทหารคุ้มครองตำหนักฆ่าองครักษ์ทั้ง10ตายหยางผิงนั่งอยู่ในสวนจิบชากินขนมฟังพวกนางกำนัลพูดคุยกั
ไม้ท่อนใหญ่ฟาดกระทบลงมาบนแผ่นหลังของนางครั้งแล้วครั้งเล่า เสื้อที่สวมขาดวิ่นเผยให้เห็นแผลจากการถูกโบยที่ปริแตก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้มลอยตามลม บ่าวรับใช้หลายคนเบนหน้าหนี บางคนมองมาที่นางด้วยสายตาสงสาร แม้จะถูกโบยลงมาหนักๆแต่นางก็ไม่ปริปากร้องสักแอะ สายตาของนางมองดูอันฟู่หลุนที่ยืนกอดจางรั่วซี เขามอง







