ข้าทะลุมิติมา ได้สามีไร้ค่าคนหนึ่ง

ข้าทะลุมิติมา ได้สามีไร้ค่าคนหนึ่ง

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-06-25
Oleh:  l3oonm@Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
7 Peringkat. 7 Ulasan-ulasan
55Bab
10.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

นักออกแบบเสื้อผ้าชื่อดัง เธอเกิดในครอบครัวช่างปักผ้าที่สืบทอดวิธีการปักผ้ามายาวนานกว่าหลายร้อยปี เสื้อผ้าของหว่านหนิงได้รับความนิยมไม่น้อย ด้วยเอกลักษณ์การผสมผสานระหว่างสมัยใหม่กับยุคโบราณที่ลงตัว

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

It has been two years since Adnan was diagnosed with a brain tumor, which has now reached stage 4. His hair has fallen out, his face has become gaunt, his body has grown emaciated and darkened as if burnt, for he also suffers from severe dry diabetes.

Today is the day of his surgery, and Adnan has readied himself for the procedure.

"Mr. Anton, Adnan must undergo surgery immediately, for his brain cancer has spread to other parts of his body," said Dr. Rani.

Anton’s blood pressure spiked instantly. "What? Surgery?" Arka asked, staring wide-eyed at Adnan standing beside him.

"What is the point of operating on him? Hah! It’s nothing but a waste of money!" Anton snapped, shoving Adnan’s head so hard that the young man stumbled back several steps.

"Do you think surgery is cheap, huh? Wanting to ask for money? You’d be better off just waiting to die, you useless thing!" Anton raged. The words pierced straight through Adnan’s heart, uttered without a moment’s hesitation.

Adnan stood silent, clutching his head which throbbed with a dull ache, his eyes fixed on his father who looked back at him with nothing but irritation.

"Oh, and one more thing—I’ve taken over the restaurant and given it to your elder brother. He’s actually useful, unlike you, you burden! I have no son who is sickly and useless like you! You’re nothing but a disgrace to this family!" he spat, completely disregarding Adnan’s feelings.

Adnan remained still, gazing at his father with a calm, unwavering look. There was no anger in his eyes, only the quiet, steady rhythm of his breathing.

"If you want surgery so badly, pay for it yourself! This has nothing to do with me!" Anton turned on his heel and stormed away, leaving Adnan standing there with the two doctors.

Adnan watched his father’s retreating figure, his expression unreadable.

"Mr. Adnan… are you alright?" asked Dr. Rani gently.

"I’m quite alright, Doctor. I’m fine," Adnan replied, nodding slowly.

"Doctor, I am ready for the surgery now," he added, his voice firm and steady.

"Very well, Mr. Adnan. If you are ready, let us begin at once," said Dr. Adi, doing his best to sound encouraging, not wanting to see Adnan further saddened.

They made their way into the operating room, and Adnan settled onto the gurney.

"Alright team, let’s begin the procedure," Dr. Adi called out to the surgical team, who stood poised and ready.

Adnan lay back and closed his eyes. A single tear slipped from the corner of his eye, betraying just how deeply his heart ached.

Three years ago, he had been so successful. He had built the restaurant into one of the most prestigious in the city, rising to become CEO of the number one restaurant chain. He had married a beautiful woman and lived a perfect life—the pride and joy of his father. But all that happiness had crumbled when this illness began to consume him.

The anesthetic was administered. Slowly, Adnan’s consciousness faded, and he slipped into darkness.

At Adnan’s request, the surgeons began the delicate operation on his brain.

Bright surgical lights shone down upon Adnan, who lay motionless on the operating table. Dr. Rani raised her hands; her fingers trembled slightly beneath her sterile gloves.

"Stage 4… the tumor has spread into the spinal cord. We only have one chance," she said, her breath coming in short, sharp gasps.

The team worked with controlled, precise speed. The steady beep… beep… beep… of the heart monitor was the only sound breaking the heavy silence.

One instrument after another was brought into play—scalpel, forceps, and a surgical laser emitting a fine red beam, used to separate healthy tissue from the diseased tumor.

Dr. Rani and Dr. Adi fought tirelessly, pushing through exhaustion, determined to save their patient.

"No matter what—this surgery will succeed!" Dr. Adi declared, rallying his team not to give up.

They pressed on, sweat streaming down their foreheads, clinging to every glimmer of hope that their patient might survive.

But it was not to be. Adnan was pronounced dead on the operating table. The surgery had failed.

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasanLebih banyak

Pat M.
Pat M.
สนุกดี แรกๆลำไยพระเอกมาก หลังๆค่อยดีขึ้นหน่อย
2026-06-30 11:53:41
0
0
AiGame Aigame
AiGame Aigame
อ่านเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็จบซะแล้ว เรื่องนี้น่ารักจนไม่อยากให้จบ
2025-11-07 01:41:02
0
0
Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้สนุกมาก ลงจบแล้ว แนะนำให้อ่านนะ พอ นอ น่ารัก ถึงแม้ช่วงแรกๆจะอยากหยุมหัว พอ หลายๆรอบก็เถอะ555
2025-07-22 09:33:33
0
0
Anděl K
Anděl K
สนุกมาก มีทุกรสเลย ติดตามแน่นอน แต่ชื่ิอ write หายาก จำยากจัง
2025-07-14 05:32:45
0
0
Nattery
Nattery
สนุกดี เนื้อเรื่องน่าติดตาม ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-07-01 13:42:29
0
0
55 Bab
บทนำ
กริ๊งๆ ๆ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นรอบที่สามแล้ว ที่หญิงสาวบนที่นอนกดปิดแล้วนอนต่อ หว่านหนิงเธอคงลืมไปเสียสนิทว่าวันนี้เธอมีงานเปิดตัวเสื้อผ้าปัง ปัง เสียงทุบประตูห้องพร้อมตะโกนเรียกชื่อของเธอเสียงดังลั่นไปทั่วบ้าน “หนิงหนิง หนิงหนิง ตื่นหรือยัง ลูกจะไปไม่ทันงานเอานะ” แม่ของหว่านหนิงร้องเรียกอยู่ที่หน้าห้อง“ห๊า” เธอลุกพรวดขึ้นมาหยิบนาฬิกาข้างหัวเตียงขึ้นมาดู“ตายแล้ว จะทันไหมเนี่ย ตื่นแล้วค่ะแม่” เธอร้องตะโกนบอกผู้เป็นแม่ พร้อมทั้งพุ่งตัวเข้าไปล้างตาล้างตาทันทีต้องบอกเลยว่า เธอไม่ได้อาบน้ำ ถ้าอาบคงไม่ทันแน่ ๆ ไหนจะการจราจรที่ติดขัด และเธอยังต้องไปดูนางแบบใส่ชุดก่อนจะเดินโชว์อีกหว่านหนิงแต่งตัวเสร็จ เธอหยิบกระเป๋าได้ก็พุ่งตัวออกจากห้องวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ลืมที่จะคว้าขนมปังมากัดไว้ที่ปากและแก้วกาแฟที่ผู้เป็นแม่เตรียมไว้ให้ขึ้นไปบนรถด้วย“ขับรถดีๆ นะลูก” เธอร้องตะโกนบอกลูกสาว เมื่อเห็นว่าหว่านหนิงโบกมือให้อย่างกระตือรือร้นก็อดที่จะส่ายหัวไม่ได้นิสัยที่นอนตื่นสายของเธอ เมื่อไหร่ถึงจะแก้ได้เสียทีหว่านหนิง เกิดในครอบครัวที่มีแต่ช่างปักผ้า ครอบครัวของเธอสืบทอดวิธีการปักโบร
Baca selengkapnya
ที่ไหนวะเนี่ย
หนิงหนิง ไม่รู้ว่าเธอถูกพาตัวมาส่งที่โรงพยาบาลตอนไหน คงเป็นอาเยว่ที่พาเธอมา เพราะตอนนี้เธอเริ่มจะรู้สึกตัวแล้ว“จะ เจ็บ” เธอพึมพำออกมาเบาๆ เสียงที่แหบเสียจนแทบจะไม่มีเสียงออกมาจากลำคอของเธอตอนนี้เธออยากจะขอความช่วยเหลือจากใครสักคน เพราะเธอหิวน้ำ มือของหว่านหนิงเอื้อมคลำไปด้านข้างอย่างสะเปะสะปะ เพื่อหาปุ่มกดเรียกพยาบาลหรือหากมีคนเฝ้าอยู่ภายในห้อง ย่อมต้องเห็นว่าเธอตอนนี้รู้สึกตัวแล้ว แต่ก็ไม่มีเสียงใดเกิดขึ้น ดวงตาที่ยังไม่อาจลืมได้เต็มที่ ก็ทำให้ไม่สะดวกที่จะทำสิ่งใดหว่านหนิงค่อยๆ หยันตัวขึ้นเพื่อพิงหัวเตียง “อ๊ะ” มือทั้งสองข้างของเธอไม่ได้หัก ขาก็ไม่ได้หัก เพียงแค่ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวไปหมดเท่านั้นสิ่งนี่ทำให้เธออดที่จะแปลกใจไม่ได้ แรงชนของรถที่เธอถูกชน เป็นไปไม่ได้หากจะไม่มีส่วนใดที่แตกหัก ถ้าจะบอกว่าเธอสมควรตายทันทีเลยก็ดูจะไม่เกินจริงนัก“ฟื้นแล้วรึ” เสียงบุรุษหยานคาง เหมือนจะดื่มมาไม่น้อย ถามเธอขึ้นมา มือที่คว้านหาปุ่มกดกับโทรศัพท์ของหว่านหนิงหยุดชะงักทันที“หือ” เพียงแค่เขาเดินเข้ามาใกล้เธอก็ต้องย่นจมูกทันที เพราะกลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ออกมาจากตัวของเขาดูเหมือนจะไม่ใช่น้อยๆ เลย
Baca selengkapnya
เจ้าเลิกแสร้งบ้าได้แล้ว
วันที่เขาถูกขับไล่ออกจากตระกูลจึงได้เห็นรอยยิ้มที่เย้ยหยันจากนางสุ่ยซื่อผู้ที่เขาเรียกว่าท่านแม่ ที่คิดว่านางรักและหวังดีกับเขามาตลอดหลี่เฉียงเปลี่ยนจากแซ่หานมาใช้แซ่หลี่ของผู้เป็นมารดา เขาต้องมาอยู่ที่บ้านเดิมของท่านยายที่หมู่บ้านไฉชง เมืองซานตง ทิศตะวันออกของแคว้นต้าเยี่ยน ห่างจากเมืองหลวงถึงสองพันกว่าลี้แม้การเดินทางมาจะมิได้ลำบาก เพราะคนของบิดาเดินทางมาส่ง เงินที่ได้ติดตัวมาก็นับว่าไม่น้อย เพียงแต่เขาที่เสียใจ ผิดหวัง นำเงินทั้งหมดไปละลายที่เหลาสุราและหอพนันเช่นเคย หว่านหนิงนางจึงคิดที่จะทิ้งเขาแล้วกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงเช่นเดิมในเมื่อเขาตามนางกลับมาได้ทุกครั้ง ครั้งนี้นางจึงได้หนีขึ้นไปทางเส้นภูเขา เพื่อหวังจะหลบสายตาของหลี่เฉียง นางคงจะพลาดเพราะไม่ชินทางทำให้นางตกเขาจนหมดสติไป“หึ รถ รถม้าเช่นนั้นรึ เจ้าจะหารถม้าจากไฉชงได้อย่างไร” หลี่เฉียงมองนางเหมือนมองคนโง่ ในหมู่บ้านไม่มีผู้ใดที่มีรถม้า หากจะหารถม้าต้องเข้าเมืองไปอีกเกือบสองชั่วยาม (1ชั่วยาม=2ชั่วโมง) หว่านหนิงยิ่งฟังก็ยิ่งมึนงง นางสับสนจนเกิดเป็นความกลัวขึ้นมา นางเริ่มมองหาว่ามีกล้องซ่อนไว้ตรงไหนหรือเปล่า“เลิกล้อเล่นได
Baca selengkapnya
เดินอีกก้าว ข้าจะตีอีกที
ในเมื่อจับไม่ได้คาหนังคาเขา มีหรือที่หว่านหนิงนางจะยอมรับความจริง นางได้กล่าวโทษสุ่ยซื่อที่กล่าวหานาง หลี่เฉียงที่เชื่อฟังคำสอนของมารดามีหรือที่เขาจะยอมให้หว่านหนิงเอ่ยตำหนิมารดาเลี้ยงของเขาได้การทะเลาะของทั้งคู่ก็เริ่มรุนแรงขึ้นไม่น้อย นางสุ่ยซื่อก็เริ่มใส่ไฟเพิ่มขึ้น ทั้งยังรู้ว่านายท่านหานเริ่มจะไม่พอใจสองผัวเมียคู่นี้แล้ว นางจึงให้คนที่หอพนันนำสัญญาทวงเงินมาทวงที่จวนทันทีทุกอย่างเป็นไปตามแผนของนางสุ่ยซื่อ ได้กำจัดลูกเลี้ยงไปให้พ้นทาง ทั้งยังกำจัดหว่านหนิงที่คิดจะยั่วยวนบุตรชายของตน ก่อนที่จะเกิดเรื่องงามหน้าขึ้น เพราะดูแล้วเหมือนว่าบุตรชายของนางก็คิดจะเล่นด้วยตอนที่ถูกส่งตัวมาอยู่ที่ไฉชง เงินที่มีมาพร้อมกับข้าวของมีค่าก็นับว่าทั้งสองจะมีชีวิตอยู่อย่างไม่ลำบาก ไหนจะที่นาที่เป็นสินเดิมของมารดาหลี่เฉียงที่มีเกือบห้าสิบหมู่ ไม่ทำเองปล่อยเช่าก็ยังได้เงินอยู่ไม่น้อย ก็นับว่านายท่านหานไม่ได้ใจร้ายกับทั้งสองมากนักแต่หลี่เฉียงกลับนำเงินทั้งหมดและของมีค่าของหว่านหนิงไปลงกับไหสุราและการพนัน ที่นาก็ไม่คิดจะทำ อาหารที่อยู่ในเรือนก็แทบไม่มีให้กินแล้ว จะไม่ให้นางคิดหนีไปจากเขาได้อย่างไรนางอ
Baca selengkapnya
เหตุใดถึงได้เพ้อเช่นนี้
หลี่เฉียงตอนที่เป็นคุณชายอยู่ในจวนตระกูลหาน เขายังไม่เคยถูกดุด่าเสียงดังเช่นนี้มาก่อน มีเพียงบิดาของเขาที่ต่อว่าเขาเมื่อถูกเจ้าหนี้มาตามทวงถึงที่เรือน แต่ตอนอื่นก็ล้วนแต่ไม่เคยพูดตวาดเขาเช่นที่หว่านหนิงนางทำอยู่ในตอนนี้“เหอะ จะบ้าตาย” นางหันหน้าไปทางอื่น แล้วสบถออกมาอย่างหัวเสีย“ที่นา ใช่ที่นาของท่านยังมี ท่านก็ไปทำนาเสีย”“ข้าทำไม่เป็น หากเจ้าอยากทำก็ไปทำเอง” เขาพิงตัวกับเก้าอี้“หลี่เฉียง ท่านเป็นบุรุษหรือไม่” นางทุบตีเขาไปอีกหลายที“พอ พอแล้ว ข้าเจ็บไปหมดแล้ว” เขาออกเสียงหลง พร้อมทั้งยกมือขึ้นปัดป้องหว่านหนิงโยนไม้ในมือทิ้ง นางนั่งลงที่เก้าอี้ ร่างกายของนางเหนื่อยล้า ทั้งสภาพจิตใจของนางก็ย่ำแย่ถึงที่สุด แต่ท้องเจ้ากรรมก็ดันร้องขึ้นมาเสียอีกจ๊อกก จ๊อกกก เสียงท้องของหว่านหนิงดังจนหลี่เฉียงต้องหันมามองที่ท้องของนาง“ที่เรือนเหลือสิ่งใดบ้าง”“ไม่รู้”“ก็ไปดูสิ!!!” นางตวาดออกมาอย่างเหลืออด ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้เรื่องสักอย่างหว่านหนิงลุกจากเก้าอี้ พร้อมทั้งลากตัวของหลี่เฉียงให้นำทางไปที่ห้องครัวด้วย เมื่อเข้ามาเห็นข้าวของด้านในที่ระเกะระกะ ทั้งยังสกปรกไม่น้อย นางก็แทบจะล้มทั้งยืน จนต้
Baca selengkapnya
รอยยิ้มที่หายไป
เรือนของท่านยายหลี่เฉียงนับว่ามีพื้นที่อยู่ไม่น้อย ตัวเรือนเป็นเรือนสี่ประสาน เรือนหลักมีสามห้องนอน เรือนด้านข้างมีฝั่งละสองห้องนอนแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ก็มีอยู่ไม่น้อย ทั้งยังพื้นที่ด้านข้าง ด้านหลังที่กว้างขวางเพียงพอให้ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย หากทำดีๆ เรือนนี้ก็คงจะน่าอยู่มากทีเดียวหลี่เฉียงเดินเยื้องย่างออกมาจากห้องครัวอย่างช้าๆ เมื่อเห็นว่าหว่านหนิงนางกำลังเก็บข้าวของเข้าที่อยู่ เท้าของเขาก็หยุดชะงักจะหมุนกลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง“หยุด!!! แล้วมาช่วยข้าเดี๋ยวนี้” หว่านหนิงนางหันไปเห็นเขาเข้าพอดี“ข้าเหนื่อยแล้ว” เขาบ่นออกมา“ท่านทำสิ่งใดถึงมาพูดว่าตนเองเหนื่อย มาเดี๋ยวนี้”เขาจำต้องเดินเข้าไปทำงานตามคำสั่งของหว่านหนิงอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ เพราะเกรงกลัวไม้ที่อยู่ในมือของนางต่างหากเพียงครึ่งชั่วที่ทั้งสองช่วยกันเก็บข้าวของ เรี่ยวแรงในร่างกายก็ดูเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมดเสียแล้ว“ยะ หยุด พัก ก่อนเถิด” หลี่เฉียงนั่งลงไปที่พื้นอย่างหมดท่า เขามิอาจจะขยับตัวทำงานต่อได้อีกแล้ว“อืม” หว่านหนิงก็เห็นด้วยกับเขาเช่นกัน นางใช้ไม้พยุงช่วยเดินกลับไปที่ห้องครัว แล้วตักข้าวที่หุงสุกได้ท
Baca selengkapnya
ท่านใจร้ายกับข้านัก
แต่ที่หว่านหนิงนางแทบจะกระอักเลือดออกมาหลังจากนั้น เมื่อหลี่เฉียงล้างตัวเรียบร้อย เขาหอบเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทั้งหมดของเขามาให้นางนำไปซักด้วย“หลี่ เฉียง!!!” เขาไม่อยู่รอให้หว่านหนิงนางด่าทอ นางจึงเห็นแค่ชายเสื้อของเขาที่รีบหนีตัวปลิวออกไปด้านนอกแทนนางเดินออกมาดูด้านนอกแต่ก็ไม่พบตัวของเขาเสียแล้ว หว่านหนิงจึงได้เดินสำรวจไปด้านหลังของเรือน ยังดีที่ส่วนด้านหลังมีลำธารไหลผ่าน นางไม่ต้องเดินหอบผ้าไปซักที่แม่น้ำเช่นคนอื่น“แล้วจะใช้อะไรซัก” หว่านหนิงเกาหัวอย่างมึนงงสายตาของนางเหลือบไปเห็นต้นตั๊กแตนผึ้งจีนที่อยู่ติดกับลำธาร หว่านหนิงจึงได้เก็บฝักจ้าวเจี่ยวแก่ที่หล่นอยู่ใต้ต้นของมัน มาลอกเปลือกกับเมล็ดออก เหลือเพียงส่วนเนื้อสีขาวมาซักผ้า“หึหึ หากไม่มีความรู้ติดตัวมาบ้าง คงได้ลำบากตาย”กองผ้าที่มีจำนวนไม่น้อย ทั้งความสกปรกและกลิ่นเหม็นที่สะสมมาหลายวัน กว่าหว่านหนิงนางจะซักทั้งกองเสร็จก็เกือบสองชั่วยามเลยทีเดียว“เสร็จสักที” นางลุกขึ้นยืนบิดเนื้อบิดตัวข้อเท้าข้างที่บาดเจ็บเริ่มปูดบวมอย่างน่ากลัว นางทำงานทั้งวันไม่ได้หยุดพัก โดยที่หลี่เฉียงก็ไม่รู้ว่าหายหัวไปอยู่ที่ไหน หว่านหนิงต้องเดินไปกลับร
Baca selengkapnya
ข้าจะปรับปรุงตัว
หลี่เฉียงลุกเดินออกไปที่ห้องครัวเพื่อดูว่าหว่านหนิงนางหลงเหลือสิ่งใดไว้ให้เขาบ้าง แต่เมื่อจะจุดเทียนเพื่อใช้ส่องทาง ก็ต้องพบบนเชิงเทียนมีเพียงน้ำตาเทียนเท่านั้นที่เหลืออยู่“เพ้ย อยู่เรือนเช่นไรถึงไม่ยอมเตรียมสิ่งของ” เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียหากหลี่เฉียงใส่ใจสักนิดเขาจะรู้ว่าภายในเรือนยามนี้แทบไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่แล้วหลี่เฉียงจำต้องอาศัยแสงจันทร์นำทางมาที่ห้องครัว พอถึงห้องครัวเขาถึงได้ใช้ตะบันไฟจุดเพื่อส่องสว่าง หาดูว่ามีสิ่งใดที่พอจะใส่ลงท้องได้บ้าง“สวรรค์ ไม่มีอะไรให้ข้ากินเลยหรือเนี่ย” เขามองห้องครัวที่ว่างเปล่าตรงหน้าอย่างเศร้าใจสุดท้ายหลี่เฉียงทำได้เพียงดื่มน้ำลงท้องไปให้ได้มากที่สุดแล้วกลับเข้าห้องไปนอนหนาวและหิวจนเช้าหว่านหนิงเห็นท้องฟ้าสว่างแล้ว แต่นางยังไม่คิดที่จะลุกขึ้นจากที่นอน นางยังคิดไม่ตกว่าสมควรทำเช่นไรต่อไปดีปัง ปัง ปัง เสียงเคาะประตูหน้าห้องของนางดังขึ้น พร้อมทั้งเสียงร้องเรียกของหลี่เฉียงที่กำลังโมโหหิว“หว่านหนิง เจ้าออกมาหาอะไรให้ข้ากินประเดี๋ยวนี้” เสียงทุบประตูยังดังไม่หยุดหว่านหนิงเพียงแค่มองไปทางประตูห้องอย่างเย็นชา แต่นางไม่คิดจะลุกขึ้นไปเปิดหรือตอ
Baca selengkapnya
มันไม่ดิ้นเลยแฮะ
ตั้งแต่ที่นางสุ่ยซื่อคลอดหานเจิ้งออกมา เขาก็มักจะถูกละเลยปล่อยให้อยู่ในห้องเพียงลำพังผู้เดียวเสมอเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ฝังใจเขาไม่น้อย จนต้องทำตัวเรียกร้องความสนใจเพื่อให้ทุกคนกลับมาสนใจเขา นิสัยเช่นนี้ติดตัวหลี่เฉียงมาจนโตท่าทางที่เชื่อฟังของหลี่เฉียงทำให้หว่านหนิงถอนหายใจออกมาอย่างเห็นใจ เขาในยามนี้มีอายุสิบเก้าปี คงจะพอสั่งสอนได้อยู่ หากอยู่ในภพนางก็ยังนับว่าเป็นเด็กอยู่ แต่ในภพนี้กลับแต่งงานมีครอบครัวเสียแล้ว“ระวังตัวด้วยเล่า ได้มากได้น้อยก็สมควรรีบกลับมา” นางเอ่ยเตือนเขา เมื่อเห็นเขารีบร้อนเดินออกไปหว่านหนิงลุกขึ้นนั่งที่ปลายเตียง นางคิดถึงลำธารที่อยู่ด้านหลังเรือน คงจะมีปลาให้นางจับมาทำอาหารได้สักตัวแต่นางจะจับปลาได้อย่างไรเล่า เรื่องนี้นางไม่เคยทำมาก่อน สุดท้ายนางก็ยังคงเดินออกไปด้านนอกหากมัวแต่นั่งอยู่ในห้องก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดยังดีที่เมื่อคืนนางนวดที่ข้อเท้าวันนี้จึงไม่ได้ปวดมากเช่นเมื่อวาน แต่หว่านหนิงก็ยังไม่กล้าลงน้ำหนักไปที่เท้าข้างที่บาดเจ็บมากนักนางค่อยๆ ใช้ไปพยุงตัวเดินไปที่ลำธาร ด้านหลังของนางยังมีตะกร้ามาด้วยอีกหนึ่งใบ เพื่อสวรรค์จะเมตตาให้นางจับปลาได้สักตัวจะไ
Baca selengkapnya
ข้าจะไปคุยกับเขาอีกรอบ
ป้าตู้นางกลับมาถึงเรือนพอดี จึงได้เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนหน้าเรือน“อาหนิงเจ้ามาเร็วเสียจริง” นางอดจะเย้าออกมาไม่ได้“ก็ข้ากลัวว่าท่านจะเปลี่ยนใจ” นางยิ้มจนตาหยี สองบุรุษที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองรอยยิ้มของนางอย่างตกตะลึงเหมือนตู้ลู่จื้อจะรู้ตัวว่าตนกำลังทำสิ่งที่ไม่สมควร เพราะนางเป็นภรรยาของผู้อื่น สามีของนางก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ด้วย“ฮ่า ฮ่า ข้าจะเปลี่ยนใจได้อย่างไร เจ้ารอประเดี๋ยวข้าจะรีบไปหยิบเงินมาให้” ป้าตู้รับปลาจากตะกร้าของหว่านหนิงแล้วเดินเข้าเรือนไป“เจ้าจับปลาได้อย่างไร” หลี่เฉียงเดินเข้ามากระซิบถามนางด้วยความอยากรู้“ท่านถอยไปหน่อย” นางยกมือขึ้นบีบจมูก พร้อมทั้งดันตัวเขาให้ออกห่าง“ข้าเหม็นมากเช่นนั้นรึ” หลี่เฉียงก้มลงดมเสื้อผ้าของตนเอง ก็ไม่เห็นจะเหม็นเหมือนที่นางรังเกียจ เพียงแค่สกปรกไปสักหน่อยก็เท่านั้น“ยังมีหน้ามาถาม” หว่านหนิงถลึงตาใส่เขา“หึหึ” ตู้ลู่จื้อหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางของหว่านหนิงที่กระทำกับหลี่เฉียง“เจ้าหัวเราะอันใด แล้วเหตุใดยังไม่เข้าเรือนไปอีก” เขาเดินมาบังตัวของหว่านหนิงไว้ให้พ้นจากสายตาของตู้ลู่จื้อ“ข้ารอปิดเรือน” เขาหยักไหล่อย่างไม
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status