FAZER LOGINก่อนออกจากจวนไปหลี่เซวียนแวะมาที่ห้องหนังสือของเขาดูว่าลู่ลู่กลับมาหรือยัง เมื่อเขาเปิดประตูก็เห็นลู่ลู่ยืนเกาะขอบหน้าต่างอยู่ หลี่เซวียนรีบตรงเข้าไปแกะม้วนกระดาษอันเล็กที่ผูกติดไว้ที่ขาของมัน เขาคลี่กระดาษออกอย่างเบามือ ท่าทางดูทะนุถนอมเป็นอย่างมาก ข้อความในกระดาษเขียนว่า
ข้าสบายดีขอบคุณที่เป็นห่วง หวังว่าท่านก็คงสบายดีเช่นกัน
หลี่เซวียนอ่านข้อความในกระดาษซ้ำไปซ้ำมาท่าทางดูเหม่อลอย เขายิ้มกับตนเองในรอบหลายวัน หลี่เซวียนรู้สึกโล่งใจที่นางไม่โกรธเขาเรื่องที่เขาหายเงียบไป ดูหมือนว่าหญิงสาวในความลับของเขาคนนี้จะเป็นคนที่นิสัยดีเป็นอย่างมาก
หลี่เซวียนขี่ม้าไปที่ค่ายทหารอย่างอารมณ์ดี ทหารในค่ายที่เห็นท่านแม่ทัพของพวกเขามีสีหน้าเช่นนั้นต่างก็คิดว่าเป็นเพราะเขาได้แต่งงานกับสาวงาม พวกที่ได้ไปร่วมงานแต่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพนั้นงดงามราวกับนางเซียนมาจุติ
ความงามของนางบอกได้เลยว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวง ท่านแม่ทัพของพวกเขาช่างโชคดีจริงๆ เห็นตอนแรกทำหน้าเครียดเหมือนไม่อยากแต่ง ตอนนี้กลับยิ้มอารมณ์ดีเดินเข้ามาในค่ายเช่นนี้ช่างทำให้คนรู้สึกหมั่นไส้ ทหารหลายคนที่ยังโสดอยู่ต่างก็นึกอิจฉา พวกเขาก็อยากแต่งงานเหมือนกันนะ
เสิ่นเยว่ที่เห็นว่าหลี่เซวียนกลับมาไม่ทันร่วมทานอาหารเย็นจริงๆ นางก็ไม่คิดมากเพราะเขาได้บอกเอาไว้แล้ว นางทานส่วนของตนเองเสร็จ ก็อาบน้ำเข้านอนตามปกติ เหมือนเช่นที่นางเคยชินเพียงแต่เปลี่ยนที่นอนก็เท่านั้น เขาไม่อยู่ก็ดีเหมือนกันมันจะได้ไม่เป็นการอึดอัดทั้งสองฝ่าย
หลังจากที่เสิ่นเยว่หลับไปแล้วสักพักหลี่เซวียนก็กลับมา เขาดื่มกับเพื่อนเก่ามานิดหน่อย เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาก็เห็นว่าเทียนไม่ได้ถูกจุดเอาไว้
เสิ่นเยว่เป็นพวกหลับลึกนางจึงไม่รู้ว่าหลี่เซวียนเข้ามาในห้องหลี่ เซวียนเห็นว่านางนอนหลับไปแล้วเขาก็ไม่อยากรบกวนนาง หลังจากอาบน้ำเสร็จหลี่เซวียนก็กลับมานอนที่ตั่งยาวตัวเดิมของเขาแต่วันนี้มีหมอนกับผ้าห่มวางเอาไว ดูเหมือนนางจะยังใส่ใจเขาอยู่เล็กน้อย
ก่อนนอนหลี่เซวียนเดินมาที่เตียงมองเสิ่นเยว่ที่กำลังหลับผ่านม่านมุ้งผืนบาง ใบหน้าเล็กที่งดงามของนางหลับอย่างสงบ แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามายิ่งขับเน้นให้ใบหน้านวนเนียนของนางดูเปล่งประกายงดงามกว่าเดิม มีแวบหนึ่งที่หลี่เซวียนนำภาพใบหน้าของนางมาซ้อนทับกับภาพสตรีในความลับของเขา
หลี่เซวียนสะบัดหน้าแรงๆ หนึ่งทีดูเหมือนวันนี้เขาจะดื่มมากไปหน่อย ถึงได้คิดเรื่องเพ้อเจ้อนี่ขึ้นมา นางจะเป็นสตรีในความลับของเขาได้อย่างไร หลี่เซวียนหัวเราะกับตนเอง จากนั้นจึงกลับไปนอนที่ตั่งตัวเดิมของเขา
เช้าวันต่อมาเมื่อเสิ่นเยว่ตื่นขึ้น ก็พบว่าหลี่เซวียนนอนอยู่บนตั่งตัวยาวนางเดินเข้าไปดูเขาใกล้ๆ ใบหน้าตอนหลับของหลี่เซวียนช่างดูหล่อเหลาเสียจริง เสิ่นเยว่นำภาพของหลี่เซวียนมาซ้อนทับกับภาพในจินตนาการบุรุษในความลับของนาง
เสิ่นเยว่ส่ายหัวให้กับความคิดเหลวไหลของตน มันจะเป็นไปได้อย่างไร ช่างไร้สาระเสียจริงนางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้หลี่เซวียนจากนั้นเสิ่นเยว่ก็เรียกชิงจู๋เข้ามาช่วยนางล้างหน้าแต่งตัวในห้องข้างๆ
หลี่เซวียนลืมตาขึ้นหลังจากที่เสิ่นเยว่เดินออกไป ความจริงเขาตื่นนานแล้วแต่เห็นว่าเสิ่นเยว่เดินตรงมาที่เขานอนอยู่ เขาจึงแกล้งหลับต่ออยากรู้ว่านางจะทำอะไร เขาแปลกใจเล็กน้อยที่เสิ่นเยว่ใส่ใจเขาถึงขนาดนี้ นางคงจะไม่ได้ชอบเขาหรอกนะ จะเป็นไปได้อย่างไรนางแค่ห่มผ้าให้เขาในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของห้องแต่เสียสละที่นอนให้นางก็เท่านั้น หากนางชอบเขานางคงรบเร้าให้เขาไปนอนร่วมเตียงกับนางแล้ว หลี่เซวียนส่ายหัวให้กับความคิดเหลวไหลของตน
มื้อเช้าผ่านไปหลี่เซวียนยังออกไปที่ค่ายทหารเหมือนเดิมส่วนเสิ่นเยว่ก็ไปคารวะเช้าที่เรือนของหลีฮูหยิน นางได้ส่งมามา มาบอกแล้วว่าไม่ต้องมาคารวะตอนเช้าทุกวัน ที่จวนสกุลหลี่ไม่มีกฏระเบียบที่เคร่งครัด ที่ต้องมาทำความเคารพเช้าเย็น เสิ่นเยว่รู้สึกว่าแต่งงานกับหลี่เซวียนก็ไม่เลวนัก หนึ่งปีต่อจากนี้ชีวิตของนางคงจะผ่านไปอย่างราบรื่น
เมื่อนึกถึงสหายทางจดหมายของนางแล้วเสิ่นเยว่ก็ยิ้มออกมา อีกไม่นานนางก็จะเป็นอิสระแล้ว จากนั้นค่อยนัดพบสหายคนนั้นหวังว่าเขาก็คงคิดเช่นเดียวกับนาง เสิ่นเยว่จินตนาการภาพของสหายในความลับของนางไปมา เขาอาจจะเป็นบัณฑิตที่สง่างาม เพราะบทกวีที่เขาส่งกลับมาทั้งไพเราะและมีความหมายลึกซึ้ง
แต่จู่ๆ ภาพใบหน้าของหลี่เซวียนก็ลอยเข้ามาซ้อนทับภาพในจินตนาการของนาง เสิ่นเยว่สะบัดหัวไล่ภาพนั้นออกไป
“เป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร หรือเป็นเพราะว่าภาพตอนหลับของเขา เมื่อเช้าไม่จริงน่า! อาจเป็นเพราะข้ารู้สึกผิดต่อเขาก็เท่านั้น”
เสิ่นเยว่พึมพำกับตัวเอง
“ชิงจู๋เราไปดูที่ครัวใหญ่กันเถอะ”
ชิงจู๋พยักหน้ารีบตามเสิ่นเยว่ไปที่ครัวใหญ่ทันที
“ข้าอยากทำอาหารไปส่งให้ท่านแม่ทัพที่ค่ายทหารสักหน่อย”
เสิ่นเยว่บอกพ่อครัวใหญ่ และยังได้ให้สาวใช้ของนางไปแจ้งหลี่ฮูหยินขออนุญาตนางก่อน เมื่อหลี่ฮูหยินรู้ว่าลูกสะใภ้ของตนกำลังจะทำอาหารไปส่งให้บุตรชายที่ค่ายทหารนางก็พอใจยิ่งนัก ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะเป็นไปได้ด้วยดี
“นางเป็นฮูหยินน้อยของจวนสกุลหลี่แล้วต่อไปนางต้องการจะทำอะไรหากมิใช่เรื่องใหญ่ก็ไม่ต้องให้นางมารายงานหรือขออนุญาตจากข้า ให้นางเป็นคนตัดสินใจเองได้เลย”
เมื่อได้รับคำตอบจากฮูหยินใหญ่ของจวนเสิ่นเยว่ ก็ลงมือจัดการทำอาหารสี่อย่างและขนมหวานหนึ่งอย่างไปส่งที่ค่ายทหารที่อยู่นอกเมืองห่างออกไปสิบลี้ หลี่เหอกลับมาจากรายงานเรื่องชายแดนเหนือ พบเข้ากับเสิ่นเยว่พอดี
“ลูกสะใภ้คาราวะท่านพ่อ”
เสิ่นเยว่ทำความเคารพแม่ทัพหลี่ หลี่เหอเห็นว่านางกับสาวใช้ถือตะกร้าใส่อาหารจึงสงสัยว่านางจะไปไหน
“เจ้ากำลังจะไปที่ใดหรือลูกสะใภ้”
“ข้ากำลังจะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองนำอาหารเที่ยงไปส่งให้ท่านแม่ทัพน้อยเจ้าค่ะท่านพ่อ”
หลี่เหอพยักหน้า
“ดีเลย ตั้งแต่กลับมาข้ายังไม่ได้ไปเยือนค่ายทหารที่เจ้าเด็กนั่นดูแลอยู่ ข้าไปพร้อมกับเจ้าเลยแล้วกัน”
หลี่เหอไม่รอถามความเห็นของเสิ่นเยว่เขากลับขึ้นไปบนหลังม้าอีกครั้ง ควบม้าเดินนำหน้ารถม้าของเสิ่นเยว่ไป ผ่านไปครึ่งชั่วยามเสิ่นเยว่กับพ่อสามีของนางก็มาถึงค่ายทหารที่อยู่นอกเมือง หลี่เหอแสดงตราของแม่ทัพให้ทหารที่เฝ้าทางเข้าค่ายทหารดู พวกเนารีบเปิดทางให้โดยไว
“ที่นั่นก็ดี ข้าเคยได้ยินชื่อภัตรคารว่านเหลียวมานานแล้วแต่ไม่เคยไปสักครั้งพวกพี่ชายของข้าเคยเล่าให้ฟัง”ทั้งสองคนเดินจูงมือกันขึ้นรถม้าไปอย่างอารมณ์ดี ทุกคนในจวนสกุลหลี่ต่างถอนหายใจโล่งอก ตั้งแต่ฮูหยินน้อยป่วยบรรยากาศที่จวนก็ดูเหมือนจะตึงเครียด วันนี้เห็นทั้งคู่เดินจูงมือกันบ่าวอย่างพวกเขาก็มีความสุขการที่เขาพานางมาเดินเล่นที่ริมทะเลสาบสถานที่ที่ชาวเมืองนิยมไปพักผ่อนหย่อนใจ แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับนางเสิ่นเยว่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีแต่แล้วบรรยากาศที่แสนมีความสุขของทั้งสองก็กลายเป็นขุ่นมัวเมื่อต้องมาเจอศัตรูในทางแคบ หลินซูเมิ่งกับเจียงหลีก็มาเดินเล่นที่นี่เหมือนกันสถานการณ์นี้สร้างความอึดอัดให้กับทั้งเขาและนางไม่น้อย นี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือจงใจเสิ่นเยว่ไม่รู้ แต่ว่านางไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปแน่“ช่างบังเอิญเสียจริงท่านแม่ทัพน้อยก็มาเดินเล่นที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ”หลินซูเมิ่งตะโกนทักหลี่เซวียนเสียงดังมาแต่ไกล นางเห็นหลี่เซวียนกับเสิ่นเยว่ตั้งแต่ที่ลงมาจากรถม้าแล้ว นางจึงได้รีบเดินตรงมาที่นี่เลย“เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ไม่มีใครรู้ แต่เจ้าเป็นสตรีที่ยังมิได้ออกเร
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆก่อนที่หลี่เซวียนจะทันได้ หาทางออกให้ตนเอง เขาก็เห็นชิงจู๋หยิบดอกไม้ออกจากตะกร้าที่มีผ้าปิดเอาไว้ ปักลงบนผมของเสิ่นเยว่ และนางยังหยิบกิ่งดอกหลีฮวามาถือเอาไว้ ชิงจู๋คุยกับนางสักพักจึงกลับขึ้นไปบนรถม้าอีกครั้ง แล้วคนขับก็พานางออกไปจากหน้าโรงน้ำชาเยี่ยนชิงหลี่เซวียนนั่งตัวแข็งทื่อบนต้นไม้ เขาพึมพำกับตนเองท่าทางเลื่อนลอย“ทำไมถึงเป็นนาง”คราแรกเขาคิดว่าเสิ่นเยว่แอบตามมาจับผิดเรื่องที่เขาแอบนัดพบสตรีอื่น แต่เมื่อเขาเห็นนางปักดอกหลีฮวาบนผมเขาก็รู้ได้ทันทีว่าสหายที่ส่งจดหมายคุยตอบโต้กับเขาในหลายเดือนมานี้คือ ฮูหยินที่เขาแต่งเข้ามาปลอมๆ และดูเหมือนว่านางจะยังไม่รู้ว่าเขาคือเพื่อนทางจดหมายของนาง ถึงได้มายืนตากแดดรอเขาที่หน้าทางเข้าโรงน้ำชาเช่นนี้หลี่เซวียนหัวเราะกับตนเองราวกับคนบ้า สตรีที่เขาคนึงหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันกลับนอนอยู่ห้องเดียวกับเขาแต่เขากลับไม่เคยรู้เลย เอาแต่เพ้อหานางราวคนเสียสตินี่คงเป็นเหตุผลที่นางขอทำสัญญากับเขาหนึ่งปี เพราะนางต้องการหย่าขาดกับเขาเพื่อไปอยู่กับสหายลึกลับของนางสินะ"ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าไปอยู่กับเจ้าคนที่ไม่รู้ชั่วดีกล้าตีท้ายครัวผู้อื่น
หลี่เซวียนใจเต้นโครมครามถึงแม้เขาจะคาดหวังให้นางตอบตกลงแต่เขาไม่คิดว่านางจะตอบรับเร็วขนาดนี้ หลี่เซวียนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาเอาแต่คิดเรื่องของสหายที่อยู่ในความลับคนนั้น เสิ่นเยว่าก็ไม่ต่างกันนัก ที่นางบอกว่าจะปักดอกหลีฮวาเพราะที่ข้างเรือนของหลี่เซวียนมีต้นหลีฮวาต้นใหญ่อยู่สองต้น นางเห็นมันกำลังออกดอกบานสะพรั่งจึงคิดเรื่องปักดอกหลีฮวาขึ้นมาแต่ละวันที่ผ่านไปของทั้งสองคนมันช่างยาวนานเหมือนเป็นปี เสิ่นเยว่คิดว่านางน่าจะนัดเขาหลังจากที่ได้รับจดหมายหนึ่งวัน ไม่อย่างนั้นนางก็ไม่ต้องนับวันรอเช่นนี้ โชคยังดีที่นางบอกไปแค่สามวัน ถ้าหากนางนัดเขาเดือนหน้ารับรองนางจะต้องเป็นบ้าตายไปก่อนพรุ่งนี้เป็นวันที่นางจะได้พบสหายของนางแล้ว เสิ่นเยว่รู้สึกผิดกับ หลี่เซวียนเล็กน้อย วันนี้นางจึงทำอาหารไปส่งเขาที่ค่ายทหาร นายทหารที่ทำหน้าที่เฝ้าหน้าทางเข้าเมื่อเห็นว่าเป็นรถม้าของตระกูลหลี่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นฮูหยินน้อยของท่านแม่ทัพอย่างแน่นอน เขารับเปิดทางให้นางเข้าไปทันทีตอนนี้เสิ่นเยว่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของหลี่เซวียน นางลังเลว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่เพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนเขา แต่หลี่เซวียนก็เปิ
“เรื่องเหลวไหลหรือ ท่านจะบอกว่าที่ท่านพูดกับพวกนางล้วนไม่เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ”เสิ่นเยว่มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ“เรื่องที่ข้าพูดในตอนนั้นเป็นเรื่องจริง”เสิ่นเยว่ใช้สายตาประณามเขา เห็นไหมล่ะเป็นอย่างที่นางคิด หลี่เซวียนกลอกตาใส่นางอย่างเอือมระอา“ฟังข้าพูดให้จบก่อนได้หรือไม่ ที่ข้าพูดเช่นนั้นมันมีสาเหตุ”เสิ่นเยว่รอฟังคำแก้ตัวของเขา“เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นเมื่อสามสี่ปีก่อน ตอนนั้นมีสตรีมากมายคอยวิ่งตามข้าไม่ว่าข้าจะไปที่ใดก็ล้วนจะต้องได้พบพวกนาง พวกนางคอยตามติดข้าไปทุกที่ทำให้การใช้ชีวิตของข้าต้องลำบากตอนนั้นข้าแสดงท่าทีเย็นชาและหงุดหงิดเมื่อพวกนางเข้าใกล้ แต่ต่อมาก็มีคนเริ่มปล่อยข่าวลือเสียหายของข้ากับพวกนางไปทั่วเมืองหลวง พอหลายครั้งเข้าข้าก็เริ่มทนไม่ไหวจะต้องหาตัวการออกมา แต่ไป๋ชิงรุ่ยสหายของข้าเจ้าเคยได้พบเขาแล้วได้ออกอุบายให้ข้าใช้ความอ่อนโยนและมีเหตุผลปฏิเสธพวกนางไม่ใช่ด้วยความเฉยชาหรือต่อว่าพวกนางเหมือนครั้งก่อน หลังจากที่ข้าทำตามที่ไป๋ชิงรุ่ยแนะนำก็มีสตรีคอยตามตอแยข้าน้อยลง”เสิ่นเยว่นึกภาพตามดูท่าเขาคงจะลำบากไม่น้อย เพราะต้องคอยหลบเลี่ยงสตรีมากมายที่ตามตอแยเขา“อะ
การกลับบ้านเดิมของเสิ่นเยว่ผ่านไปด้วยดีทุกคนไม่มีใครสงสัยการแสดงละครของนางกับหลี่เซวียนสักนิด ท่านพ่อท่านแม่รวมทั้งพี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่เดินมาส่งนางขึ้นรถม้าที่หน้าจวน“พวกท่านเข้าไปเถอะไม่ต้องส่งแล้ว คราวหน้าข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านใหม่”เสิ่นเยว่บอกครอบครัวของนาง“จะกลับมาบ่อยๆ ได้อย่างไรเจ้าเป็นสตรีที่ออกเรือนไปแล้วต้องอยู่ดูแลสามีของเจ้าถึงจะถูก”ฮูหยินเสิ่นเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน ทำให้พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่ต่างไม่พอใจทำเสียงฮึดฮัด“ทำไมน้องเล็กจะต้องไปดูแลเขาด้วย เขาเป็นบุรุษโตเต็มวัยแข็งแรงขนาดนั้นเขาดูแลตัวเองไม่ได้หรือ”เสิ่นซีห่าวพี่ห้าของเสิ่นเยว่บ่นขึ้นมาเบาๆ ฮูหยินเสิ่นที่ได้ยินเอื้อมมือจะไปตีแขนเขา เสิ่นซีห่าวรีบวิ่งไปหลบข้างหลังเสิ่นซีซวนคู่แฝดของตน“พวกเจ้าไปเถอะเดินทางดีๆ คราวหน้าค่อยแวะมาเยี่ยมพ่อกับแม่ใหม่”เป็นมหาเสนาบดีเสิ่นที่เอ่ยขึ้นขัดจังหวะการรบของสองแม่ลูก หลี่เซวียนพยุงเสิ่นเยว่ขึ้นรถม้า จากนั้นเขาก็กำหมัดคารวะครอบครัวตระกูลเสิ่นแล้วขึ้นรถม้าตามเสิ่นเยว่ไปเมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าจวนสกุลหลี่บ่าวรับใช้ได้แจ้งให้ทั้งสองคนทราบว่ามาถึงแล้ว เสิ่นเยว่ไม่พูดกับหลี
เสิ่นเยว่มองเขาเล็กน้อย แต่นางไม่ได้ตอบกลับคำพูดของหลี่เซวียนนางนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแต่ภายในใจกลับคิดไปอีกแบบเจ้าคงจะอยากให้ครบหนึ่งปีพรุ่งนี้เลยล่ะสิ จะได้รีบพาแม่สองดอกบัวนั่นเข้าจวน เสิ่นเยว่มองค้อนเขาหนึ่งทีแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา แล้วทั้งสองคนก็นั่งเงียบไปตลอดการเดินทางรถม้าของตระกูลหลี่จอดลงที่หน้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลเสิ่น หลี่เซวียนลงมาจากรถม้าก่อน จากนั้นก็คอยประคองเสิ่นเยว่ตามลงมาแม้นางจะยังเคืองหลี่เซวียนแต่นางก็ยังจำได้ว่าตนเองยังต้องเล่นละครตบตาครอบครัวของนางอยู่ เสิ่นเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วปั้นหน้ายิ้มแสนอ่อนหวานดูมีความสุขเดินลงรถม้าตามการประคองของหลี่เซวียนทั้งสองคนเดินเข้าประตูใหญ่ด้านหลังมีบ่าวไพร่ที่ช่วยกันขนของฝากลงจากรถม้า พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่มายืนรอนางตั้งแต่เช้าแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นน้องสาวคนเล็กเดินมากับเจ้าหน้าหยก พวกเขาก็รีบเข้าไปล้อมนางเอาไว้ เบียดหลี่เซวียนออกไปไกลจากนั้นต่างชิงกันถามนางเสียงเซ็งแซ่ เป็นเสิ่นฮูหยินที่เดินเข้ามาห้าม นางจ้องพวกเขาตาเขม็งทั้งห้าจึงได้ถอยห่างออกจากเสิ่นเยว่ไปเสิ่นเยว่ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจให้กับพี่ชายทั้งห้าข







