INICIAR SESIÓNอดีตที่ยากจน!! แม่เลี้ยงสามีที่เอาเปรียบบ้านใหญ่ บ้านรองของพวกเธอต้องชดใช้!! อีกเพียงวันเดียวเหอเสี่ยวหงก็จะได้กลับไปในที่ที่ได้จากมาแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เหล่าลูกสาวจะเป็นยังไงกันบ้าง ถ้าถามว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าจะได้กลับไป ก็ต้องบอกว่าก่อนที่จะมาเกิดใหม่ เหอเสี่ยวหงได้เจอกับคน ๆ หนึ่ง ที่บอกเธอไว้ว่าจะได้เกิดใหม่ แต่เมื่อถึงเวลาหรือก็คือเมื่อไหร่ที่เหอเสี่ยวหงครบสามสิบปี เธอจะได้กลับไปยังที่ที่ได้จากมา เพื่อชดใช้ให้กับสามีและลูกสาวที่เธอทิ้งมา เหอเสี่ยวหงเปิดตู้เซฟที่คุณย่าเก็บของสำคัญไว้ให้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ เพชร ทองคำ โฉนดที่ดินต่าง ๆ บ้าน เหอเสี่ยวหงเก็บใส่มิติบางส่วน และเหลือทองคำไว้ให้ผู้เป็นพ่อร้อยกว่าแท่ง พร้อมกับเงินอีกล้านหยวน ส่วนโฉนดที่ดินเหอเสี่ยวหงให้หยาดฟ้าดูแล จริง ๆ ของพวกนี้เหอเสี่ยวหงจะไม่ให้ใครก็ได้ เพราะคุณย่าเคยบอกเอาไว้ว่าของทุกอย่างเป็นของเหอเสี่ยวหง จะให้หรือไม่ให้ใครก็ได้ โดยเฉพาะกับคนเป็นพ่อของเธอ
Ver másI'm Ava Cater. I'm a member of the Crystal Blue pack; at least I think I am. I don't know if I can refer to myself as a member of a pack that tortures its own pack members for their own twisted satisfaction.
I was the walking punching bag for anyone who felt the need to hit something, or in my case someone. It was absolute torture living among these people who you thought would be there to protect you and not cause you even more suffering than you have already endured.
I was a loner not by choice, but nonetheless a loner. It was easy for anyone to take advantage of me since I was the weakling. I was the weakest person in my pack. I wasn't always weak, but over time as the beatings intensified, I lost communication with my wolf.
I think she was mad that I never stood up for myself, or she was too weak from all the beatings I endured over the years. It wasn't always like this though.
There was once a time in my life where I was somewhat happy.
I was told when I was old enough to understand that my parents left me in a basket at the border of the pack's territory. I was found by border patrol, which then brought me back to the pack house.
The Luna took me in almost immediately and raised me as her own. She only had one son and later after giving birth she was told by a healer from a faraway pack that she couldn't conceive any more children. I think that was one of the reasons why she took me in.
I was happy, living with the alpha (Benjamin), Luna (Caroline) and their son Caleb. Caroline was the one who named me and gave me their last name, Cater. They were the Caters- loving, kind and gentle.
They always put their people first and made sure that everyone was treated equally. That didn't last long though and neither did my happiness. The Luna died when I was six and so did my happiness.
After the Luna passed away, everyone blamed me for her death. She died protecting me from a rogue, during the time when there was a rogue attack on our pack.
She had told me to stay hidden in a secret passage when the attack began, but I didn't listen. I was too scared to stay in the passage by myself, so I came out of hiding to find her and that's when it happened.
She was distracted for a second as she tried pleading with me to go back inside. A second, that was all it took as one of the rogues charged at her and bit into her neck.
All I could do was stand there silently watching as the life drained from her once vibrant eyes. I screamed at the top of my lungs as I ran over to her lifeless body on the ground. The rogues retreated when she fell to the ground in a thud, blood oozing out of her neck.
I hugged her lifeless body with my small hands, sobbing as I got blood all over me. When the alpha found out about what happened from a warrior that was in the room, which was when my life turned to hell.
Even now at 17, I could still see the hatred in his eyes as if it had happened just yesterday. I knew he blamed me for what happened, because he never failed to remind me how I took his mate from him.
That's when he grew cold and distant. After her death he would punish me for the littlest things, like forgetting to clean the house or something.
Yes. I had to clean the entire pack house that was occupied by at least 50 members. I never complained though, because I always believed that I deserved everything that was happening to me now.
If I had just listened, then their Luna and the woman that I knew as my mother would still be alive. It was my fault and I will spend the rest of my life accepting their punishments, until they forgive me.
เรื่องราวของหยาดฟ้าที่เหอเสี่ยวหงคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอะไรทั้งนั้นหยาดฟ้าในวัยสิบสองขวบเป็นเด็กสาวที่น่าสงสารคนหนึ่ง ตั้งแต่เด็กจนโตเธอไม่เคยเห็นหน้าผู้เป็นพ่อสักครั้ง แม่ให้เหตุผลว่าเลิกกันก่อนที่เธอจะลืมตาดูโลก และเล่าให้ฟังว่าพ่อติดเหล้าหนักมาก และชอบทุบตีแม่ที่กำลังท้องเธอเกือบห้าเดือน สุดท้ายแม่ทนไม่ไหวก็เลยเก็บเงินที่ซ่อนไว้หนีมาบ้านเกิดผู้เป็นยายและยายของเธอก็เป็นเพื่อนวัยเด็กของคุณย่าเหอ คุณย่าเหอที่สงสารก็เลยรับแม่ของเธอมาเป็นคนสนิท จนกระทั่งเธออายุสิบสองขวบก็เกิดข่าวร้ายแม่ของเธอมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงหลังจากที่คลอดเธอออกมา และไม่ยอมเข้ารักษาอาการป่วยจนเกิดเรื้อรัง สุดท้ายจึงจากเธอไปวันนั้นหยาดฟ้าจำได้ดี เธอร้องไห้แทบใจขาดเมื่อคนที่อยู่กับเธอมาตลอดจากไป และเป็นวันเดียวกันที่มีคนเข้ามาช่วยพยุงเธอเอาไว้ นั่นก็คือคุณย่าเหอกับเหอเสี่ยวหง เพื่อนสนิทสาวพ่วงตำแหน่งเจ้านายของเธอ ถึงคุณย่าเหอกับเหอเสี่ยวหงไม่ได้เจ้ากี้เจ้าการกับตำแหน่ง และเธอก็ถือว่าเป็นหลานบุญธรรมของท่านแล้ว แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรเอาตัวเองไปเทียบกับเหอเสี่ยวหงคุณย่าเหอเ
เหอเสี่ยวหงรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของสามีตกมาก เมื่อได้ที่ดินคืนมาแล้วทั้งโจวเหวินหลงกับพี่ชายใหญ่ก็จะพากันกลับ แต่ก็เกิดเรื่องอีกครั้งโจวกว่างโมโหที่ผู้เป็นพ่อยกบ้านและที่ดินให้กับพี่ชาย จึงลงมือกับคนเป็นแม่ด้วยอาการมึนเมา มีคนเข้าไปช่วยทันแต่อาการนางหลี่ซื่อก็หนักมาก เพราะไม่มีเงินไปหาหมอโจวเหวินหลงรับรู้และเขาก็ยังกลับฉงชิ่งไม่ได้ การกลับบ้านจึงต้องเลื่อนออกไปอีกหลายวัน ถึงนางหลี่ซื่อไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของโจวเหวินหลง โจวจือหยวน และโจวมี่ แต่นางก็เลี้ยงโจวมี่มา โจวมี่เลยมาขอร้องพี่ชายให้พานางหลี่ซื่อไปโรงพยาบาล“ถ้าคุณพานางไป ก็ไม่ต้องกลับมา” เหอเสี่ยวหงกล่าวเสียงเรียบในวันที่เธอแท้งลูก นางหลี่ซื่อไม่มีแม้แต่เชิญหมอมารักษาหรือพาเธอไปหาหมอ ปล่อยให้เธอแท้งลูกซ้ำยังบอกย่าโจวว่าเธอสะดุดขยะในห้องล้มอีก แม้นางหลี่ซื่อตายเธอก็ไม่เสียใจ‘ผมบอกพวกเขาแล้วครับ’มีไม่กี่เรื่องที่เหอเสี่ยวหงจะปฏิเสธสามี และครั้งนี้ต่อให้ใครมาขอร้องเหอเสี่ยวหงก็ไม่ยอม ลูกชายและลูกสะใภ้ หลานของนางก็ยังอยู่ ทำไมถึงต้องมาพึ่งสามีเธอด้วย อีกอย่างก่อนที่พวกเธอจะออกจากหมู่บ้าน นางหลี่ซื่อยังอยู่ในกลุ่มที่มาไล่พวกเธอเลย“ฉัน
เข้าสู่วันที่ห้าของการกลับบ้านของโจวเหวินหลง เหอเสี่ยวหงก็ได้รับข่าวร้าย สกุลโจวได้สิ้นผู้อาวุโวอย่างย่าโจวไปแล้ว นางจากไปด้วยโรคชราที่เป็นปัญหามาหลายปีเหอเสี่ยวหงส่ายหน้าเมื่อวางสายจากสามีไปหลังเขาติดต่อมา ในร้านน้ำชามีโทรศัพท์จึงไม่แปลกที่เหอเสี่ยวหงจะได้รับการติดต่อจากสามี ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการย่าโจวทรุดหลังจากที่เธอพาครอบครัวกลับ“มีอะไรหรือเปล่าครับ”เป็นผู้จัดการหลงที่เก็บโต๊ะเสร็จถามเหอเสี่ยวหง เขาเห็นเจ้านายนั่งคุยกับปลายสายไม่นาน แต่ตอนนี้หล่อนกลับมีสีหน้าที่เคร่งเครียด“ไม่มีอะไรค่ะ เดี๋ยวถ้าเอาบัญชีร้านขึ้นไปบนห้อง ตามโจวต้านีให้ด้วยนะคะ” เหอเสี่ยวหงส่ายหน้า“ได้ครับ”โจวต้านียังไม่กลับมาทำงาน คงเพราะหลานสาวตัวน้อยของเธอป่วย อันที่จริงเธอก็บอกหล่อนแล้วว่าไม่ต้องมา แต่โจวต้านีก็รั้นมาจนได้“แม่คุยอะไรกับพ่อเหรอคะ”พอผู้จัดการหลงเดินออกจากร้านไป ก็เป็นซานนีที่ประจำร้านอยู่เอ่ยถาม หล่อนรู้แค่ว่ามารดาคุยกับใคร แต่จับใจความไม่ค่อยได้“ย่าโจวเสียแล้ว” เหอเสี่ยวหงถอนหายใจสำหรับเหอเสี่ยวหงแล้วเธอรู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วมาก อีกอย่างเรื่องที่เธอแท้งเมื่อยี่สิบปีก่อนก็ยังไม่ได้บอกย่าโจ
เหอเสี่ยวหงมองหน้าหลานสาวตัวน้อยนามเฟยฮวาวัยห้าเดือนในอ้อมแขนแล้วถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าสกุลเฟยตาบอดหรือยังไง ทำไมถึงมองไม่เห็นความน่ารักของหลานสาวตัวน้อยคิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเมื่อมองลูกสาวช่วยคนอื่นขนของโจวต้านีลงจากรถ หรือเพราะเธอไม่บังคับลูกสาวกันนะ ถึงไม่ได้มีหลานให้อุ้มแบบนี้ได้แต่อิจฉาสะใภ้ใหญ่ที่ได้ลูกเขยก่อนคนอื่น แล้วยังได้หลานก่อนคนอื่นอีก ยังดีที่สหายของเธอยังไม่มีหลาน เหอเสี่ยวหงจึงไม่ต้องทนฟังเสียงอวดหลาน“ให้ฉันอุ้มหลานบ้างสิ”สะใภ้ใหญ่เดินเข้ามาหาผู้เป็นน้องสะใภ้และน้องสาว ตั้งแต่ที่ลูกสาวอุ้มหลานสาวลงรถมา นางก็ยังไม่ได้อุ้มหลานเลย มีแต่เหอเสี่ยวหงที่อุ้มหลานแล้วไม่ยอมปล่อยให้ใครอุ้มต่อ“เดี๋ยวพี่ก็ได้อุ้มแล้ว” เหอเสี่ยวหงแย้งอย่างไม่จริงจังนักโจวต้านีขอเข้าทำงานพร้อมสามีในร้านผู้เป็นอากับอาสะใภ้ โดยที่แม่ของหล่อนยินดีที่จะดูแลหลานระหว่างที่พ่อกับแม่ของหลานทำงานแบบไม่เอาเงินสักเฟิน“หลับแล้ว” สะใภ้ใหญ่บอก“อืม”เหอเสี่ยวหงส่งหลานสาวให้ผู้เป็นยายแท้ ๆ อุ้ม แล้วตัวเองก็ออกมาช่วยทุกคนขนของเข้าบ้านตึกแถว ยังไงโจวต้านีก็แต่งออกแล้วจะให้ไปอยู่รวมกับครอบครัวก็ไม่ใช่ อีกอย
“มีอะไรกันอีก”เหอเสี่ยวหงมองคนตรงหน้าอย่างงงงัน ตอนนี้เธอมาหาย่าโจวตามปกติเพราะกำลังจะกลับฉงชิ่งแล้ว แต่พอมาถึงก็มีเด็กสาวสองคนนั่งข้างเตียงของย่าโจว คนแรกเป็นเสี่ยวจวี่ส่วนอีกคนเหอเสี่ยวหงไม่รู้จัก แต่เห็นอยู่กับนางหลี่ซื่อ ส่วนนางหลี่ซื่อกับโจวมี่ก็ยืนอยู่ข้าง ๆ กันโจวเหวินหลงลงจากรถตามมาทีหลัง
โจวเหวินหลงเลิกงานกลับมาเกือบจะมืดแล้ว เหอเสี่ยวหงบอกให้ไปเช่าห้องอยู่ไม่กี่วันในอำเภอก็ไม่เอา ต้องออกไปทำงานก่อนเช้ามืด เพราะต้องไปให้ทันเวลาทำงาน กว่าจะเลิกงานแล้วกลับบ้านมันก็มืดพอดีบ้านใหญ่นั้นกินข้าวเย็นไปแล้ว เพราะพี่ชายใหญ่โจวต้องกินยาหลังอาหาร ส่วนเหอเสี่ยวหงกับลูกสาวรอโจวเหวินหลงกลับมาค่อ
เมื่อเวลาผ่านไป บ้านใหญ่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ฉงชิ่งแล้ว ส่วนบ้านเหอในหมู่บ้านโจวนั้นปิดเอาไว้อย่างแน่นหนา พี่ชายใหญ่โจวได้กลับมาทำงานในกองทัพอีกครั้งหลังรักษาตัวจนหายดี แต่เหอเสี่ยวหงไม่รู้ว่าเขาอยู่ตำแหน่งอะไร เป็นเพราะอาของเธอที่แนะนำหลานเขยให้เข้าทำงานด้วยโจวมี่นั้นไม่ได้มาด้วย เพราะเหอเสี่ยวหงไ
“ถ้าอยากไปก็หาทางไปเองสิ” เหอเสี่ยวหงเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นที่เหอเสี่ยวหงพูดแบบนี้ก็เพราะเธอมั่นใจว่าโจวมี่กับแม่เลี้ยงของหล่อนยังไงก็ไปไม่ได้ ถึงโจวมี่จะอยู่ในอำเภอแต่ก็ไม่เคยขึ้นรถไฟไปที่อื่น หากไปแล้วหล่อนจะติดต่อกับพวกเธอยังไง?“ก็ให้ฉันไปกับพวกพี่สิคะ” โจวมี่หันมาบอกเหอเสี่ยวหง“อยู่ที่นี่เธอมี
reseñas