เข้าสู่ระบบ36 1-2
ตอนที่ 70 ผมอยากเห็นคุณเป็นฝ่ายชนะ
“รูปอยู่ในห้องมืด”
จู้หยานไม่พูดอะไรต่อ เขาหมุนตัวมุ่งหน้าสู่ห้องมืดที่ใช้ล้างและตากฟิล์ม
หลินจิงซูเดินตามเข้าไปติดๆ
เขาหยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางแกง ไขประตูลูกบิดเปิดห้องมืดเข้าไป ฝ่ายหลังเองก็ตามติดเขาไปอย่างระมัดระวังเช่นกัน
ทันทีที่เธอเข้าไปอยู่ในห้องมืด ดวงตาคู่สวยของหลินจิงซูก็ถูกรูปถ่ายฟิล์มมากมายทั่วห้องดึงดูดเสมือนต้องมนต์
เป็นภาพถ่ายทิวทัศน์เสียส่วนใหญ่ มีรูปบุคคลที่ได้ขึ้นกล้องของเขาเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น
หลินจิงซูจ้องมองแต่ละภาพด้วยความประณีตบรรจง ไล่เรียงมาจนถึงภาพใบหนึ่งที่ดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไร เป็นเพียงแค่ภาพถ่ายพระอาทิตย์ตกดินทั่วไป ผิดประหลาดแค่ว่ามีเงาแผ่นหลังของใครบางคนยืนอยู่ตำแหน่งเส้นสายตาของภาพ เมื่อจ้องเขม็งสังเกตมองใกล้ๆกลับปรากฏว่าเป็นตัวเธอเอง!
จู้หยานกำลังยุ่งอยู่กับภาพถ่ายจำนวนหนึ่งที่เพิ่งตากแห้งเสร็จหมาดๆ แต่เมื่อหันไปเห็นว่า หลินจิงซูกำลังมองภาพถ่ายรูปนั้นอยู่ จู่ๆใบหูของเขาก็เห่อแดงร้อนฉ่าขึ้นทันที แล้วรีบเดินเข้าไปขวางหน้า ปิดบังวิสัยทัศน์ของเธอไว้โดยเร็ว
เขารีบพูดเบี่ยงประเด็นขึ้นว่า
“พระอาทิตย์ตกดินในรูปนี้สวยมาก”
“อา?” หลินจิงซูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร?
จู้หยานพยายามใช้แผ่นหลังปิดบังภาพถ่ายที่มีหลินจิงซูติดอยู่ แล้วชี้ไปยังอีกภาพบนผนังที่อยู่ใกล้เคียงกันแทน
“พระอาทิตย์ตกดินรูปนี้สวยงามมากเลย”
หลินจิงซูไม่ทันตอบสนองอยู่หลายวินาที ก่อนจะร้องอ๋อเพิ่งตระหนักถึงความหมายที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ
จู้หยานคงอยากจะอธิบายว่า เขาไม่ได้ตั้งใจถ่ายรูปเธอ แต่เป็นเพราะชอบตอนที่พระอาทิตย์ตกดินมาก จึงต้องการถ่ายเก็บไว้และบังเอิญถ่ายติดเธอมาด้วยเฉยๆ
หลินจิงซูแอบตะลึงอยู่หลายอึดใจกับความเลิกลักพยายามที่จะอธิบายของเขา และทันใดนั้น เธอก็แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ และพูดติดตลกว่า
“เอ...ใช่เหรอ? แอบถ่ายกันแบบนี้ถือว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกันรึเปล่านะ?”
จู้หยานเม้มริมฝีปากแน่น บางจังหวะคล้ายต้องการจะปริปากพูด แต่สุดท้ายกลับไม่มีเสียงใดๆหลุดออกมา
“เอาน่า ฉันล้อเล่นๆ แล้วรูปถ่ายของพ่อกับป้ารองฉันล่ะ?”
หลินจิงซูตัดเข้าประเด็นอย่างจริงจัง
“นี่ไง”
จู้หยานยื่นภาพถ่ายมาให้ตรงหน้า
หลินจิงซูหยิบขึ้นมาดู จู่ๆก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด เอ่ยขอบคุณอย่างสุภาพว่า
“ขอบคุณสำหรับความเหน็ดเหนื่อยนี้”
จู้หยานยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ร่ายอธิบายอย่างใจเย็น
“พฤติกรรมของพ่อกับป้ารองคุณโฉ่งฉ่างมาก ผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถถ่ายภาพเด็ดๆสำหรับใช้เป็นหลักฐานมัดตัวพวกเขาทั้งคู่ได้อย่างไม่ยากเย็น”
หลินจิงซูกวาดตาสำรวจร่างของคนทั้งสองบนภาพถ่ายรูปแล้วรูปเล่า บางภาพทั้งคู่ถึงขั้นสวมกอดกันกลางท้องถนนสาธารณะ จู้หยานไม่จำเป็นต้องลุยพื้นที่หรือออกจากห้องใต้หลังคานี้ด้วยซ้ำ เพียงแค่ตั้งกล้องเตรียมพร้อมเล็งไปที่มุมอับสายตา แปดในสิบครั้งมักจะพบเจอภาพฉากวาบหวิวของทั้งสองคนอยู่เสมอ
“นายช่วยฉันไว้อีกครั้งแล้ว ขอบคุณมากจริงๆ!”
หลินจิงซูยิ้มแย้มด้วยความสดใส
สำหรับแผนการครั้งนี้ จู้หยานเป็นตัวตั้งตัวตีที่เสนอให้เธอใช้รูปถ่ายเป็นหลักฐานมัดตัวคนผิด
ใช่ว่าวิธีการแบบนี้หลินจิงซูจะคิดไม่ได้ แต่ ‘กล้องฟิล์ม’ ในปี 1990นั้นนับว่าล้ำค่ายิ่งกว่าอะไรดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกล้องยี่ห้อ ‘Leica’ ที่สุดแสนจะมีราคาแพง เธอไม่มีความกล้าพอที่จะไปบากหน้าหยิบยืมอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
แต่ไม่มีใครคาดคิด ในเวลานี้ กระทั่งหลินจิงซูเองก็ยังสับสนไม่เข้าใจว่า ทำไมจู้หยานถึงได้ดูจริงจังกับเรื่อง ‘จับชู้’ มากเป็นพิเศษขนาดนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว นี่เป็นเรื่องของครอบครัวเธอและไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆกับตัวเขาเลย
คิดแล้วก็ได้แต่สงสัย หลินจิงซูอดที่จะถามเรื่องนี้กับจู้หยานไม่ได้ว่า
“นายดูจริงจังกับเรื่องครอบครัวของฉันมากเลยนะ?”
คำตอบในครั้งนี้ของจู้หยาน ต้องทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ
“ผมอยากเห็นคุณเป็นฝ่ายชนะ”
“อยากเห็นฉันชนะ?”
“ผู้ชายที่ไม่มีความซื่อสัตย์ต่อครอบครัวตัวเอง สมควรได้รับกรรมแล้ว”
“แต่นายไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันทำเกินไปหน่อย? ไม่รู้สิ ถ้าเป็นคนอื่นคงแนะนำให้ฉันหาทางกำจัดชู้ แล้วก็ให้อภัยพ่อเพื่อจะได้กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง”
“ถ้าผมเป็นคุณ ผมคงเลือกเส้นทางที่เลวร้ายกว่าคุณด้วยซ้ำ พ่อแม่แบบนี้ผมไม่เอาด้วยทั้งคู่ ผู้หญิงที่ยังหลอกตัวและทนอยู่กับผู้ชายที่ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อครอบครัวจนมองข้ามลูกตัวเองไปนั้น คนแบบนี้ช่วยไปก็เป็นภาระเปล่าๆ เคยถามลูกสักคำไหมว่า ลูกตัวเองอยากมีพ่อเฮงซวยแบบนี้จริงๆเหรอ?”
หลินจิงซูถึงกับอ้าปากค้าง จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ ต่อให้เธอจะเคยเกิดใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถอ่านจู้หยานได้ออกอยู่ดี
เหลุผลที่เธอต้องการให้ติงเสวี่ยเหม่ยกับหลินชิงอี้หย่ากัน เพียงเพราะเธอไม่ต้องการให้ชีวิตตัวเองต้องเดินซ้ำรอยกับชาติก่อน แต่ยิ่งได้สัมผัสลงลึก เธอกลับคาดไม่ถึงเช่นกันว่า ทั้งที่หลินชิงอี้เป็นฝ่ายนอกใจภรรยาตัวเองแท้ๆ แต่เขาก็ยังหน้าด้าน ทำตัวสกปรกโสโครกและน่าสมเพชได้ถึงขนาดนี้ ทำราวกับตัวเองไม่เคยมีความผิด เอะอะก็โทษว่าเป็นความผิดของลูกเมียตัวเอง
นิยามสั้นๆสื่อความหมายของผู้ชายที่ชื่อหลินชิงอี้คงหนีไม่พ้นคำว่า ‘เดนมนุษย์’
……
หลินจิงซูกลับมาที่บ้านโทรมติดริมแม่น้ำพร้อมรูปถ่าย
เวลาเดียวกัน ติงเสวี่ยเหม่ยก็กำลังทำสวนดึงวัชพืชไร้ประโยชน์อยู่ที่สวนผักหลังบ้าน
หลินจิงซูเฝ้ามองผู้หญิงที่ทำงานหนักท่ามกลางแสงแดด ภายในใจมีแต่ความรู้สึกสงสารเวทนา
เธอส่งเสียงเรียกหนึ่งคำสั้นๆว่า
“แม่”
ติงเสวี่ยเหม่ยหันไปมองตามต้นเสียง ปาดเหงื่อยิ้มว่า
“กลับมาแล้วเหรอ? รอให้แม่ทำสวนตรงนี้เสร็จก่อนนะ เดี๋ยวจะรีบเข้าครัวทำอาหาร…”
หลินจิงซูส่งเสียงแทรกขัดจังหวะเธอในทันที
“แม่คะ วันนี้อากาศร้อนมาก เข้ามาข้างในก่อนเถอะ หนูมีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย”
สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางจริงจังของผู้เป็นลูกสาว วี่แววตื่นตระหนกก็ฉายสะท้อนขึ้นในดวงตาของติงเสวี่ยเหม่ย
“ซูซู มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?”
หลินจิงซูปั้นหน้านิ่งตอบเสียงราบเรียบ
“มีค่ะ”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล




![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


