Masukชาติก่อนอายุปาเข้าเลข3ไม่เคยได้รู้จักคำว่ารักแรกพบ พอตาย รักแรกพบที่ว่า วิ่งชนหน้าหงาย ดั๊นนน มาอยู่ในร่างที่ชายผู้นั้นเกลียดแสนเกลียดซะนี่...ท่านแม่ทัพเจ้าขา เอ็นดูข้าสักนิดนะเจ้าคะ จุ๊บุ จุ๊บุ น้ำขิง สาวแว่น แสนเชย จินตนาการสูง ชอบอ่านนิยาย เป็นชีวิตจิตใจต้องตายลงเพราะภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ตอนอ่านฉากถึงพริกถึงขิงในบทนิยาย ทั้งที่ยังไม่เคยมีแฟน ไม่เคยสัมผัสคำว่ารัก เพราะเธอนั้นเฉิ่มเชยจนไม่มีใครมาขายขนมจีบ เหอะ พวกตาถั่ว แต่ตายแล้วแทนที่จะกลายเป็นวิญญาณไปผุดไปเกิดดันมาเข้าร่าง คุณหนู อารมณ์ร้าย ขี้วีนเอาแต่ใจ แต่พ่อแม่และพี่ชายรักโคตรๆ เมิ่งเสี่ยวหลาน ที่จบชีวิตลงเพราะโดนผลักตกน้ำ ด้วยฝีมือของน้องสาวต่างมารดา เมิ่งเสี่ยวหลาน นั้นนับว่าเป็นคนอารมณ์ร้ายแต่งดงามมาก มีรักมั่นคงต่อ แม่ทัพใหญ่ ซ่งหลงเย่สหายของพี่ชาย ที่เกลียดนางมากกก
Lihat lebih banyakภูมิหลัง เมื่อครั้งก่อน...
“อาเบย์ๆ อาคีย์ๆ พวกเราไปเที่ยวก่อนนะ เดี๋ยวซื้อของมาฝาก” เสียงเล็กของเด็กชาย และเด็กหญิง สามคน ที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ จะมีแค่เพียงเด็กชายที่หน้าตาไม่เหมือนคนอื่น แต่พวกเขาทั้งสามก็เป็นฝาแฝด ทั้งสามของบอมพ์และเฟร์ย่า 10 ปี ต่อมา หลังจากเฟร์ย่าเรียนจบ บอมพ์ขอแต่งงานกับเฟร์ย่า การจัดงานแต่งงานคราวนั้นยิ่งใหญ่สมเกียรติของตระกูลใหญ่แห่งวงการมาเฟียอย่างตระกูล อีแวนสัน ที่รวมเข้ากับตระกูล วรารินทร์ ก่อนจัดงานแต่งงานเฟร์ย่าได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ พอดี และได้คลอดเด็กแฝดทั้งสามออกมา ท่ามกลางความดีใจของสองตระกูลเป็นอย่างมาก ตอนนี้เด็กๆ ทั้งสามก็ครบ 10 ขวบ แล้ว ตอนนี้บริษัทของบอมพ์ที่รับดูแลต่อจากพ่อของเขา อีแวนสัน กรุ๊ป ได้ทำการติดต่อการค้า ทำธุรกิจน้ำมัน ขุดเจาะกับต่างประเทศในแถบทวีปแอฟริกา วันนี้ครอบครัวเขาทั้ง 5 คน กำลังจะเดินทางไปประเทศโมทีธ (*ประเทศที่ไรท์สร้างขึ้นมาเองจากจินตนาการ ไม่มีอยู่จริงแต่อย่างใด) ประเทศที่เขากำลังทำธุรกิจด้วย การไปคุยงานครั้งนี้เป็นการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่ที่เขาจะต้องร่วมทำธุรกิจขุดเจาะน้ำมันกับชีค ผู้ปกครองของประเทศนั้นด้วย ความจริงเขาเคยไปประเทศนี้หลายรอบแล้ว และก็มีการไปซื้อบ้านพักไว้แถวใกล้บริเวณที่ขุดเจาะน้ำมันอีกด้วย แต่เขาก็ไปแค่เพียงคนเดียว ครอบครัวไม่เคยไปด้วย แต่ครั้งนี้แค่ไปเจรจาตกลงทำสัญญาเท่านั้น จึงพาครอบครัวไปด้วย ถือว่าเป็นการไปเที่ยวพักผ่อน พักบ้านพักที่ได้สร้างไว้ในประเทศนี้ บ้านพักมีโอเอซิส มีสวน มีน้ำตก ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ “เด็กๆ เดินทางปลอดภัยนะ อย่าดื้อ อย่าซน ขนของฝากมาให้อาด้วย” คีย์พูดกับเด็กๆ ทั้งสาม ด้วยความสนิท เนื่องจากเด็กทั้งสามเขาช่วยเฟร์ย่าเลี้ยงและดูแลตั้งแต่คลอดใหม่ๆ “อาคีย์จะเอาอะไรครับ อย่าบอกนะว่าจะเอาอูฐ ผมยกมาด้วยไม่ไหว” เด็กชายฝาแฝดคนโตที่สุดเอ่ยขึ้น เด็กชายอายุ 10 ขวบ รูปร่างไม่อ้วน ไม่ผอมเกินไป ผิวขาวใสอมชมพู ปากชมพูระเรื่อธรรมชาติ ผมดำสนิทได้พ่อเขามา นัยย์ตาดำขลับตัดกับสีผิวขาว ทำให้รวมๆ แล้วใบหน้าหล่อคมเข้มตั้งแต่เด็กๆ ผิวที่ขาวตัดกับชุดที่เขาใส่ ความโปรดปรานในสีดำ ทำเอาการแต่งตัวของเขาเหมือนนายแบบเด็กก็ไม่ปาน กางเกงขาเดฟดำ เสื้อสเว็ตเตอร์แขนยาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ ทั้งหมดดูดำไปเสียทุกส่วน "โอ้ยยย ใครจะบ้าให้หลานหอบเอาอูฐมาฝากกัน อาขอแค่พีระมิดก็พอ" คีย์พูดกับหลานชายด้วยรอยยิ้ม "หื้อออ อาคีย์นี่พูดเล่นอีกละ บรูคไปโมทีธ ไม่ได้ไปอียิปต์ครับ" เด็กชายเล่นมุกกลับ "แล้วสองสาว ไปเที่ยวอย่าดื้อ อย่าซนกันนะ ถ้าดื้อ ถ้าซน โดนโจรทะเลทรายลักพาตัวไปกลับไม่ได้นะ บอกเลย" เบย์หันไปขู่หลานสาวฝาแฝดอีกสองคน ลิลลี่ ฝาแฝดคนกลาง ผมยาวตรงสีน้ำตาลอ่อนผิดกับฝาแฝดคนพี่ ใบหน้ากลมน่ารักจิ้มลิ้ม ผิวขาวอมชมพู ปากนิดจมูกหน่อยรวมแล้วเหมือนตุ๊กตาบาบี้ยังไงอย่างนั้น นิสัยออกจากนิ่งๆ เรียบร้อยสักหน่อย คนละบุคลิกกับน้องสาวฝาแฝดคนสุดท้องอย่าง เลดี้ เลดี้ ผมยาวลอนเล็กน้อยสีน้ำตาลอ่อน ดวงตากลม แก้มกลมอมชมพูดน่ารัก เหมือนตุ๊กตาเด็กฝรั่งเลยทีเดียว ใครเห็นทั้งสามเป็นต้องเอ็นดูเด็กๆ จนอดใจที่จะรักจะหลงไม่ไหว ก็ไม่แปลกที่เด็กๆ ทั้งสามจะเป็นที่รักของปู่ย่า ตายายและทวดๆ ตระกูลอีแวนสัน และตระกูลวรารินทร์ จนต้องแย่งกันเลี้ยง เทียวไปเทียวมาเข้าออกสองตระกูลสลับวันกันไปหาปู่ย่า ตายายและทวดๆ เป็นว่าเล่น "อาเบย์อย่ามาขู่ลี่เลย ลี่รู้ว่าไม่มีใครกล้าหรอก แค่เห็นหน้าป๊า คนก็วิ่งหนีหมดแล้วค่ะ" เบย์มองหน้าหลานวัย 10 ขวบที่คำพูดคำจาเหมือนเด็กที่โตแล้วก็ไม่ปาน "พ่อเราน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ" เบย์แกล้งถาม แล้วอมยิ้มเจ้าเล่ห์ "น่ากลัวสิคะ ป๊าน่ะ เวลาไม่ยิ้มน่ากลัวมาก เพื่อนๆ ของดี้วิ่งหนีหายหมด บางคนร้องไห้ก็ยังมี" เลดี้ฝาแฝดคนสุดท้องพูดบอกกับอาของเธอด้วยคำพูดเจื้อยแจ้ว แบบเด็กช่างพูด "อาเบย์จะเอาอะไรคะ ลี่จะซื้อมาฝาก" ลิลลี่หันไปถามอา "อาเบย์ขอหนุ่มๆ ทะเลทรายสัก ...โอ้ยยย" เบย์ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อพูดยังไม่ทันได้จบ เพราะโดนมือของคีย์หยิกเข้าที่เอวสอบ "เดี๋ยวจะโดน!" คีย์คาดโทษเบย์ "โอ๋ๆ เค้าล้อเล่นน่า" เบย์ง้อคีย์ทันที แต่ได้สายตาค้อนกลับมา "เดี๋ยวดี้เอา แหวนสวยๆ มาฝากอาเบย์สักวงแทนผู้ชายดีกว่าค่ะ แหวนใส่แล้วไม่ตาย แต่ผู้ชายใส่แล้วตายแน่ๆ ค่ะ" เลดี้พูดแล้วส่งยิ้มให้ผู้เป็นอาที่โดนหยิกไปจนร้องเสียงหลง คำพูดของหลานสาวเรียกเสียงหัวเราะให้ผู้เป็นอาทั้งสองลั่นสนามบิน "ไปกันได้แล้วทั้งสาม" เสียงของบอมพ์ผู้เป็นพ่อของฝาแฝดทั้งสาม หันมาเรียกลูกๆ เพื่อเดินเข้าเกท ของสนามบิน "ไปกัน ป๊าเรียกแล้ว" พี่ชายคนโตหันมาบอกน้องๆ "ไปก่อนนะอาเบย์ อาคีย์ เดี๋ยวเอาแหวนมาฝาก" เลดี้หันมาลาผู้เป็นอาทั้งสอง "เดินทางปลอดภัยนะทุกคน" คีย์อวยพร ก่อนจะโบกมือลาเด็กๆ ไปเข้าเกท ทั้ง 5 คน ใช้เวลาบนเครื่องไม่นาน เครื่องก็ลงจอดสนามบินเล็กๆ ที่เมื่อแห่งหนึ่งในประเทศโมทีธ เมื่อทุกคนถึงสนามบินก็มีคนของชีคแห่งประเทศนี้มารอรับเข้าวัง "เอ้า คุณบอมพ์ คุณเฟร์ย่ามาถึงกันแล้วหรือครับ มาๆ เชิญนั่งก่อน" ชีคฟาเอลเอ่ยทักแขกผู้มาใหม่ที่เขาให้ทหารในวังไปรับ ด้วยภาษาไทย สำเนียงต่างชาติไม่ชัด เขาศึกษาภาษาไทยเพื่อการทำธุรกิจโดยเฉพาะ ไม่พอเขายังให้ครอบครัวของเขาทุกคน ทั้งภรรยา และลูกๆ ของเขาทั้งสาม เรียนภาษาไทยด้วย เขาและภรรยายังคงพูดได้ไม่ชัด เนื่องจากโตแล้วลิ้นจะแข็งกว่าเด็กๆ ที่ตอนนี้ลูกๆ ของเขาค่อนข้างพูดไทยสำเนียงชัดเจนดี "ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับ ชีคฟาเอล" บอมพ์เอ่ยทักกลับ ก่อนจะยื่นมือออกไปเพื่อจับเป็นการทักทาย "ยินดีครับคุณบอมพ์ ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ทำธุรกิจร่วมกับคุณอีกยาวๆ" "คราวนี้คงยาวจริงๆ ครับ เพราะผมว่าถ้าถูกใจ จะทำสัญญากันสัก 10 ปี ดีไหมครับ" "โอ้!!ดีเลยครับ ผมยินดีมากถ้าหากจะได้ร่วมธุรกิจกับคนเก่งๆ อย่างคุณ" "ไม่ขนาดนั้นครับ ผมคิดว่าถ้าเราเกื้อหนุนกันไปตลอดแบบนี้ บริษัทผมรุ่นต่อไปที่จะมารับช่วงต่อจากผมก็คงไม่แคล้วเซ็นสัญญากับคุณอีกแน่ๆ" บอมพ์พูดจบก็หันไปมองที่ลูกชายฝาแฝดคนโต ที่เขาวางไว้ว่าจะให้รับช่วงต่อจากเขาเมื่อแก่ตัวไป มารอบนี้เขาจึงพาลูกมาด้วย มาดูงาน ศึกษาสถานที่ไว้ อายุ 10 ขวบ ไม่ไวเกินไปหรอก เพราะลูกของเขาดูแล้วค่อนข้างจะโตเร็วกว่าเด็กคนอื่น ในเรื่องความคิด ความอ่าน และคำพูด บรูคเป็นเด็กที่สนใจเรื่องงานของเขามาตั้งแต่เด็ก เรียนรู้งานของเขาได้ตั้งหลายเรื่อง เรื่องการเอาตัวรอด การใช้อาวุธ การป้องกันตัวเขาสอนให้ลูกหมด "งั้นเดี๋ยวเราไปดูเหมืองสถานที่ขุดเจาะน้ำมันกันก่อนที่จะเซ็นสัญญานะครับ คุณจะได้ตัดสินใจด้วย ให้พวกผู้หญิงและเด็กๆ อยู่กันที่นี่แหละ ให้ลัยร่าดูแล" ชีคฟาเอลบอกกับบอมพ์ ก่อนจะหันไปสั่งทหารให้เตรียมรถออกไปเหมือง "ผมให้ลูกชายไปด้วยแล้วกันนะครับ เขาจะได้ศึกษาไว้ รับช่วงต่อจากผมภายภาคหน้า" บอมพ์กล่าว "ได้ครับ แต่เด็กจะลำบากหรือเปล่า ไม่ได้เที่ยวเล่น เพราะที่นั่นไม่มีที่วิ่งเล่นน่ะครับ" ชีคฟาเอลเป็นห่วง "ไม่หรอกครับ เดี๋ยวให้พักที่บ้านพักกลางโอเอซิสที่ผมสร้างไว้ใกล้ๆ ก็โอเคแล้ว" บอมพ์หันไปบอกชีค เขาซื้อโอเอซิสไว้ สร้างไว้กลางทะเลทราย ที่มีป่า มีแหล่งน้ำ เอาไว้พักผ่อนตอนออกเหมือง ซึ่งมองไปก็เหมือนเกาะกลางทะเลทรายนั่นแหละ "ดีเลยครับ งั้นเราไปกันเลยไหม" "ท่านพ่อเจ้าขา จะไปไหนกันเจ้าคะ" เสียงเล็กเจื้อยแจ้วของเด็กน้อย วัย 5 ขวบ หน้าตาน่ารัก ผิวสีน้ำผึ้งออกขาว ผมตรงสีดำประบ่า วิ่งมาทางชีคฟาเอล "อ้าว ชีร่าห์ พ่อจะไปทำงาน ไปเล่นกับพวกพี่ๆ ก่อนนะ" "พวกท่านพี่ เอาแต่เรียนต่อสู้ ไม่เล่นกับชีร่าห์เลย แล้วท่านพี่ผู้นั้นจะไปกับท่านพ่อด้วยหรือ มาเล่นกับชีร่าห์ไหมเจ้าคะ" เด็กน้อยในอ้อมกอดผู้เป็นพ่อ หันกลับมาถามเด็กชายบรูคลิน เด็กชายตัวโตกว่าเธอ "ไม่หรอก เราไม่เล่นกับเด็กน้อย" บรูคลินเอ่ยตอบเด็กน้อยตัวเล็ก ชีคฟาเอลจึงปล่อยเด็กน้อยลงวางกับพื้น "งั้นก็ไปอยู่กับท่านแม่ก่อน แล้วเล่นกับพี่ๆ ทั้งสองสาวที่มาเป็นแขกเรารอก่อนนะเดี๋ยวพ่อกลับมา" ชีคฟาเอล บอก ก่อนจะดันหลังเด็กน้อยให้ไปหาแม่ เด็กน้อยตัวเล็กจึงต้องไปตามที่พ่อของเธอบอก แต่ก่อนที่จะไปเธอหันมามองเด็กชายตัวโต ที่เสียดายว่าเขาไม่เล่นด้วย เธอรู้สึกอยากเล่นกับเขาจริงๆ ไม่เห็นเหมือนกับที่รู้สึกอยากเล่นกับพี่ๆ ของเธอเลยด้วยซ้ำ มันคนละความรู้สึกกัน แต่...เธอยังเด็ก ไม่เข้าใจความรู้สึกอะไรมากมาย แค่รู้สึกอยากมีเพื่อนเล่นก็เท่านั้น...นิ้วเรียวยาวที่แยกกลีบดอกตูมเต่งออกจากกัน บุปผางามบานแย้มปรากฏสู่สายตา เรียวปากหนาประกบนาบลงบนใจกลางบุปผางาม ลิ้นร้อนสากระคายกดลึกแหย่ลงในช่องทางรักเล็กแคบจุ่มจ้วงดุนดันลึกสุดโคนลิ้น กระดกเรียวลิ้นถี่รัว จนกายบางผวาเฮือกเสียวสะท้านไปทั้งร่าง ริมฝีปากอุ่นชื้นดูดดุนปาดป่ายตุ่มเกสรงามที่เบ่งบานตูมเต่งรับสัมผัสอย่างซ่านกระสัน เสี่ยวหลานบิดส่ายสะโพกไปมาด้วยความซ่านเสียว ความกระสันแล่นแปลบปลาบไปทั่วทั้งตัว มือบางขยุ้มลงบนที่นอนนุ่มจนยับย่นสลับขึ้นมาขยุ้มเรือนผมดำเงาที่ซุกซบอยู่ตรงหว่างขาเรียว ความหวามไหววิ่งวนตรงกลางร่างเสียวแปลบปลาบลามไปทั่วทั้งช่องท้อง จังหวะปลายลิ้นร้อนที่กดลึกทำนางแทบขาดใจ บุปผางามคายน้ำหวานมากมายเพียงใดลิ้นหนากลับกวาดเลียเสียหมดทุกหยาดหยด ริมฝีปากร้อนผ่าวที่เลื่อนขึ้นมาทาบจูบบนหน้าท้องแบนราบ ไล่ขึ้นมาคลอเคลียทรวงอกอวบอิ่ม รวบปลายยอดที่หดรัดแข็งเกร็งดูดดื่มจนเกิดเสียงคละเคล้าน้ำลาย ปาดป่ายเรียวลิ้นสลับดูดเลียอย่างเท่าเทียมทั้งสองข้าง ฝ่ามือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้บุปผางามเบื้องล่าง สอดไล้ก้านนิ้วเรียวยาวกดลึกลงในความร้อนรุ่มที่บีบรัดแน่น ช่องทางรักภายในอุ่นร้อนนุ่มนิ่มบีบร
ริมฝีปากหนาที่ผละออกอย่างช้าๆ จ้องมองใบหน้างามของโฉมสะคราญในอ้อมแขนอย่างรักใคร่หลงใหล"หวานที่สุด วันนี้เจ้างดงามมากรู้ตัวหรือไม่"เสียงแหบพร่าที่กล่าวขึ้นราวกับละเมอ เลื่อนปลายนิ้วเรียวมาแตะริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา ดวงตาพยัคฆ์เต็มไปด้วยความปรารถนาร้อนแรงมือบอบบางที่วันนี้ช่างดูเกะกะยิ่งนัก ไม่รู้ว่านางจะเอาไปวางไว้ตรงที่ใดดี ถูกมือหนากอบกุมเอาไว้ ยกขึ้นจรดริมฝีปากร้อนผ่าว จุมพิตมือขาวนวลอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาแตะจูบปลายจมูกเล็ก เลื่อนมาหอมแก้มนวลที่แดงระเรื่ออย่างเขินอาย ก่อนจะเข้าครอบครองเรียวปากนุ่มอีกครั้งอย่างมิรู้เบื่อ ฝ่าเท้าเรียวเล็กเหยียบลงบนหลังเท้าใหญ่แหงนเงยใบหน้าขึ้นรับจูบนั้นอย่างอ่อนหวาน เผยอริมฝีปากให้เขาสอดแทรกปลายลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นเล็กของนางด้วยความวาบหวาม นางสูงแค่อกของคนตัวโตเท่านั้นช่างไม่ได้ดั่งใจเลยสักนิด หึหึหึเสียงหัวเราะของคนตัวโตที่ดังขึ้นอย่างขบขันคนงามที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด จนได้รับค้อนวงโตจากโฉมสะคราญ"มิได้เป็นปัญหาเลยสักนิด"จมูกโด่งที่ก้มลงซุกไซ้ลำคอขาวผ่องกระซิบชิดใบหูเล็กขาวสะอาด ขบเม้มติ่งหูนุ่มอย่างหยอกเย้า"พี่จะพิสูจน์ให้
วันมงคลของแม่ทัพหนุ่มถูกกำหนดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า แม้จะอยากแต่งเสียเดี๋ยวนี้แต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะต้องให้เวลาว่าที่เจ้าสาวได้เตรียมตัว แม้จะมีเวลาเพียงเจ็ดวันแต่งานมงคลในครั้งนี้กลับถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างไร้ที่ติและมันเป็นเจ็ดวันที่แม่ทัพหนุ่มทุกข์ทรมานแสนสาหัส เพราะว่าที่พ่อตาราวกับจะรู้เท่าทันความคิดของเขา วางกำลังรอบจวนเอาไว้อย่างแน่นหนา จนเขาแทบจะคลั่งตาย ไม่เห็นหน้านางมาแรมเดือน เจอกันเพียงครู่ยังไม่ได้กอดไม่ได้หอมให้หายคิดถึง กลับถูกว่าที่พ่อตากลั่นแกล้งเข้าเสียแล้ว โธ่ ซ่งหลงเย่ หนอ ซ่งหลงเย่ แล้วเขาจะไปทำอันใดได้ เกิดยังฝืนดึงดัน ว่าที่พ่อตาคงได้ขุ่นเคืองใจแล้วในที่สุดวันที่ตั้งตารอคอยก็มาถึง ขบวนสินสอดของจวนแม่ทัพว่ายาวมากแล้ว ขบวนสินเดิมเจ้าสาวยิ่งยาวสุดลูกหูลูกตาเสียยิ่งกว่า เสนาบดีเมิ่งกลัวบุตรีจะลำบากหรืออย่างไรกัน ช่างสมกับเป็นงานมงคลของคุณหนูใหญ่ของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งแคว้น เกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามถูกประดับตกแต่งอย่างหรูหรา ชุดมงคลของเจ้าสาวงดงามสูงค่า หากมิใช่คุณหนูเมิ่งเสี่ยวหลานคงมิมีโอกาสจะได้สวมใส่ ยิ่งได้อยู่บนเรือนร่างงดงามของสตรีผู้สะคราญโฉมที่สุดในแคว้น ยิ่งส
แม่ทัพหนุ่มที่มองเห็นร่างบางของสตรีคนรักที่นั่งอยู่ฝั่งด้านซ้ายมือของบัลลังก์ที่จัดเอาไว้สำหรับเหล่าสตรีพลันยกยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าใบหน้างามล่มเมืองนั้นกำลังมองเขาอยู่เช่นกัน ใบหน้าที่วันนี้ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามจนบุรุษที่มาร่วมงานล้วนต่างจ้องมองนาง เขาอยากจะเข้าไปโอบกอดนางให้หายคิดถึงนัก อยากเข้าไปแสดงความเป็นเจ้าของ บุรุษอื่นจะได้มิกล้าจ้องมองนางอีก ยิ่งพิศมองเรียวปากอวบอิ่มที่วันนี้ถูกแต้มด้วยชาดสีแดงเรื่อนั้น ยิ่งทำให้แม่ทัพหนุ่มถึงกับยกมือขึ้นลูบปลายจมูกโด่งอย่างเสียอาการ กายแกร่งร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้นหลังจากที่ฮ่องเต้แห่งแคว้นถังประกาศราชโองการประทานสมรสให้ชินอ๋องหมิงเว่ยหรงและคุณหนูรองเมิ่งเหลียนฮวาเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปจึงเป็นการประกาศคุณงามความดีของแม่ทัพแห่งแคว้น แม่ทัพซ่งหลงเย่ บุรุษที่ก้าวเดินมาคุกเข่าตรงหน้าพระพักตร์อย่างสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาที่ทำให้เหล่าสตรีที่ได้มองต่างพากันเขินอาย เหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ที่มาร่วมงานในวันนี้ต่างอยากที่จะเป็นสตรีของบุรุษผู้นี้ที่ยังคงไม่มีฮูหยินเคียงกาย แม้แต่สตรีอุ่นเตียงก็ยังไม่มีแม้แต่นางเดียว ผู้เป็นใหญ่ที่นั่งอยู่เหนือบัลลังก์พ
สายตาที่สบประสานกันทำให้แม่ทัพหนุ่มถึงกับชะงัก ใบหน้างดงามของสตรีที่ทำให้เขาข่มตาไม่หลับมาหลายค่ำคืน เพียงแค่หลับตาลงใบหน้าและสายตาของนางในวันนั้นก็ลอยเด่นมาก่อกวนให้รู้สึกยุบยับในหัวใจ บางค่ำคืนถึงขั้นต้องลุกไปอาบน้ำกลางดึก อาการประหลาดนั้นพึ่งจะได้ทุเลาลง ในวันนี้กลับต้องมาพบเจอนางอีก เขาหรือสู้อ
เสี่ยวหลาน ที่ส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ให้สหายของพี่ชายทั้งสามคนที่มองมายังนาง มือเล็กขาวผ่องยกขึ้นโบกไปมาพร้อมเสียงหวานกล่าวขึ้น"Hi""....."เห็นสามหนุ่มมองนางอย่างตกตะลึงอ้าปากค้างจึงได้สติรีบหดมือเล็กลงผสานไว้ด้านหน้าอย่างสำรวมแต่สายตานั้นกลับซุกซนยิ่งนัก พร้อมค้อมศีรษะลงเล็กน้อย เอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว
"เห้อ! เบื่อ"ร่างบางที่เดินไปเดินมาอยู่ในห้องกว้างอย่างเบื่อหน่าย นางอุดอู้อยู่แต่ในห้องอยู่หลายวันแล้ว พ่อยอดยาหยีของนางตั้งแต่วันนั้นก็หายเข้ากลีบเมฆ ไม่โผล่มาให้นางได้ชื่นฉ่ำหัวใจเลย สงสัยจะแค้นใจนางจนอกแตกตายไปแล้วกระมัง เล่นกับใครไม่เล่น ริจะมาลองของกับแม่ เป็นไงละเจอลูกยั่วของนางเข้าไปถึงกับ
แม่ทัพใหญ่ซ่งหลงเย่ ผู้ที่ช่วยเหลือนางเอาไว้จากการตกน้ำ ตอนนี้กำลังเดินอยู่ด้านหน้าของนางห่างเพียงหนึ่งก้าว เมื่อบุรุษผู้นี้แจ้งว่าอยากคุยกับนางเป็นการส่วนตัว จึงได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบิดามารดาของนาง ตอนนี้ทั้งสองจึงมาเดินอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ช่างโรแมนติกยิ่งนัก เสี่ยวห












Ulasan-ulasan