Masukใครไม่ชอบข้าแล้วอย่างไร ใครๆจะเรียกข้านางมารร้ายข้าไม่สน ขอเพียงท่านชอบข้าก็พอแล้ว ท่านแม่ทัพได้โปรดรับรักข้าที ถึงข้าจะร้ายกับคนทั้งโลกแต่ข้าจะดีกับท่านเพียงคนเดียว
Lihat lebih banyakIntro
"เลิกพูดเรื่องนี้กับโตสักทีเถอะม๊า!"
ชายหนุ่มในวัยยี่สิบปียืนถกเถียงกับม๊าอยู่ที่กลางบ้านใหญ่ ซึ่งปกติแล้วเขาจะกลับมาที่บ้านสัปดาห์ละครั้ง เพื่อมากินข้าวกับป๊ากับม๊าของเขาตามที่เคยตกลงกันไว้ก่อนที่เขาจะออกไปอยู่ที่คอนโดใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย และทุกครั้งที่กลับมาเขากับป๊าม๊าก็มักจะทะเลาะกันแบบนี้เป็นประจำตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพียงสิบเก้าปี
"โต ฟังม๊า ก็แค่หมั้นกันไปก่อน ยังไม่ต้องแต่งก็ได้ เรียนจบแล้วค่อย…"
"โตไม่หมั้น แล้วก็ไม่แต่งด้วย"
"ม๊า โตเพิ่งจะอายุยี่สิบเองนะ ม๊าจะหาเมียให้โตไม่ได้"
"เหอะ ถ้าม๊ากับป๊าไม่หาเมียดีๆ ให้โตสักคน ป่านนี้ไม่รู้ว่าลูกชายของม๊าจะติดโรคก่อน หรือจะโดนผู้หญิงจับก่อน"
"แล้วอีกอย่างนะ นี่เป็นเรื่องที่ป๊าของลูกคุยกับทางนั้นไว้แล้ว"
"งั้นม๊าก็ให้ป๊าแต่งเองสิ โตไม่หมั้นไม่อะไรทั้งนั้น อย่ามายุ่งกับโต"
"ไม่รู้ละ น้องเพิ่งเข้ามหา'ลัยเดียวกับโต ยังไงก็ดูแลน้องด้วย น้องชื่อ…"
"โตไม่ดูใครทั้งนั้น"
สิงโต กิจวรกุล เป็นลูกชายคนเดียวของบ้านกิจวรกุล ที่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือของกิจวรกุลมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นคอนโด หรือที่ดิน หรืออพาร์ทเมนท์ให้เช่า และเขาก็มีคู่หมั้นตั้งแต่ตัวเองอายุได้เพียงแค่สิบเก้าปีเท่านั้น เขาปฏิเสธมันมาตลอด ทุกครั้งที่ป๊าหรือม๊าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขามักจะหัวเสีย และทะเลาะกับที่บ้านจนเตลิดออกมาเสมอ
ปกติแล้วก่อนหน้านี้ชีวิตของเขาก็เป็นสุขดี เขาเป็นที่รักของที่บ้าน ทั้งป๊า และม๊า รักเขามาก จนกระทั่งเมื่อหนึ่งปีก่อน เพื่อนสนิทของป๊าเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง ก่อนจะเสียเพื่อนสนิทของป๊าได้ทวงคำสัญญาอะไรบางอย่างกับป๊าของเขา
หึ! ขนาดยังไม่เคยเจอหน้ากัน ก็เกลียดเข้าไส้ขนาดนี้ คนอะไรเอาลูกมาเร่ขาย!
หน้าไม่อาย!
"ตาโต จะไปไหน กลับมาฟังม๊าก่อน ถ้าป๊ารู้ว่าโตดื้อขนาดนี้ป๊าต้องลงโทษโตแน่"
เขาไม่ฟังเสียงห้ามของม๊า หึ! บ้านนั้นจะสำคัญขนาดที่ว่าป๊าจะกล้าลงโทษเขาได้ลงคอเลยเหรอ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างคำสัญญาเก่าเต่าล้านปีนั้น มันจะสำคัญกว่าลูกชายที่สืบทอดธุรกิจหรือเปล่า
สิงโตรีบเดินมาขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเขาและขับรถออกมาด้วยความรวดเร็ว เร็วชนิดที่ว่าเสียงของเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตหรูดังลั่นจนม๊าแทบจะหัวใจวายตาย มือเรียววางทาบที่หน้าอกมองตามรถของลูกชายสุดที่รักไปจนสุดสายตา
"เฮ้อ… ยังไม่ได้ทันรู้จักน้องเลย น้องเป็นเด็กน่ารักมากนะลูก"
กรรัมภา เองก็เหนื่อยใจเต็มทนแล้ว ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรลูกชายของเธอก็พยศทันที เธอหวังในใจว่าหนูพิมพ์มาดาจะสามารถช่วยปราบพยศลูกชายของเธอได้ เพราะถึงแม้ว่าสิงโตจะเป็นที่รักของคนที่บ้านมากแค่ไหน แต่ด้วยความเป็นลูกผู้ชายเพียงคนเดียวของบ้าน เขาจึงเอาแต่ใจมากถึงมากที่สุด ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง หากจะหาคนผิด ก็คงต้องเป็นเธอเอง ไม่สิ ต้องบอกว่าทั้งเธอ และสามีของเธอเองที่รักลูกมากเกินไป สปอยล์ลูกมากเกินไปจนลูกชายของเธอเสียผู้เสียเสียคน
สิงโตเป็นคนที่มีอารมณ์ร้าย อารมณ์ของเขารุนแรง เขาชอบคิดว่าความคิดของตัวเองเป็นใหญ่เหนือคนอื่นอยู่เสมอ ไอ้คำว่าพ่อแม่รังแกฉัน เธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าสิ่งที่เธอกับสามีทำ มันทำร้ายลูกของเธออย่างไร
ในยามที่สิงโตอารมณ์ปกติ เขามีความน่ารัก เขาจะขี้อ้อนมากทีเดียว แต่เวลาที่ไม่พอใจอะไรขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ก็แทบจะควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เธอคิดว่าลูกชายของเธอน่าจะเป็นไซโคพาธเธอเคยพยายามจะพาลูกไปรักษา แต่เขาไม่ยอม เขาไม่ไป ไม่ว่าจะอย่างไรยังไงก็ไม่ไป สาเหตุคงหนีไม่พ้นที่เขาถูกละเลย แม้เขาจะเป็นที่รักของที่บ้าน แต่เพราะที่บ้านมีอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่โต เลยทำให้ทั้งป๊า และม๊า ละเลยเขาไปบ้าง อีกทั้งเมื่อก่อนตอนที่เขายังเป็นเด็ก เธอกับสามีมักจะทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ก็เบาลงมากแล้ว
เอี๊ยดดดดดด!
รถสปอร์ตหรูคันสีดำด้านจอดในที่จอดประจำของเขาที่คลับแห่งหนึ่งที่เขามักจะมากับเพื่อนๆ บ่อยๆ แต่ครั้งนี้เขามาที่นี่เพียงคนเดียวเขาไม่อยากพูดคุยกับใครทั้งนั้น และทุกครั้งที่ทะเลาะกับที่บ้านมา สิงโตก็มักจะมาระบายอารมณ์ที่นี่เพียงคนเดียว เขาไม่อยากให้เพื่อนได้รับรู้ปัญหาของเขา ไม่ใช่ว่าเขาแคร์เพื่อน แต่เพราะว่าเขาคิดว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องป่าวประกาศบอกใคร
"สวัสดีครับคุณสิงโต"
สิงโตเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ สองมือของเขาล้วงกระเป๋าเดินก้าวขาเรียวยาวราวกับนายแบบเข้าไปในคลับแห่งนั้น คลับนี้เป็นของรุ่นพี่ที่สนิทกัน เขาเข้ามาจนเปรียบเสมือนกับว่าเป็นคลับของตัวเอง อีกทั้งรุ่นพี่คนนั้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เลยยกที่นี่ให้สิงโตเป็นคนดูแลให้ชั่วคราว เขาดูแลมันได้เป็นอย่างดี และไม่ได้สนใจเรื่องส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยนั้นด้วยซ้ำ ซึ่งเพียงเล็กน้อยที่ว่าก็คือกำไร 40% ของคลับ ที่เขารับมาเพียงเพราะพี่คนนั้นบอกเขาว่า ถือว่าเป็นค่าช่วยเขาดูในตอนที่เขาไม่อยู่ดูแลเองแล้วกัน
"วันนี้เป็นไง"
นั่งลงที่บาร์ด้านหน้าถามลาเต้ผู้จัดการคลับ แล้วยกมือให้ปุริมบาร์เทนเดอร์หนุ่มจัดออนเดอะร็อกมาให้เขา มือหนาควงแก้วใสใบสวยหมุนเก้าอี้มองออกไปที่ด้านหน้า เห็นทั้งสาวๆ ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา บ้างก็เต้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา บ้างก็กอดจูบกับคนรัก บ้างก็หันมาเล่นหูเล่นตากับเขา แต่ดันมีคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่คนเดียวช่างสะดุดตาเขาเหลือเกิน
"วันนี้ลูกค้าเยอะเหมือนเดิมเลยครับ" ลาเต้ตอบกลับมาพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อดูความเรียบร้อย
"ตั้งแต่คุณสิงโตเข้ามาช่วยดูแล ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้นมากๆ ทุกเรื่องผมรายงานคุณธีร์เรียบร้อยตามที่คุณสิงโตสั่งไว้ทุกครั้งเลยครับ"
"อืม ดี คนนั้นใครเพิ่งมาครั้งแรกเหรอไม่เคยเห็นหน้าเลย"
ด้วยสีผมที่ค่อนข้างสะดุดตา หญิงสาวคนนั้นเธอผมสั้นประบ่า ผมของเธอสีชมพูพาสเทลดูค่อนข้างตัวเล็ก แต่เล็กแค่ไหนเขาไม่ทราบได้เพราะเธอยังไม่ได้ยืน แต่ดูก็รู้เลยว่าตัวเล็กกว่าเขามาก เธอผิวขาว หน้าตาเธอน่ารักจิ้มลิ้ม ออกจะเซ็กซี่หน่อยๆ แม้ตอนนี้เธอจะกำลังร้องไห้อยู่แต่มันไม่ได้ทำให้ใบหน้าของเธอมีที่ติได้เลย
ผู้หญิงอะไรขนาดร้องไห้ยังดูดีขนาดนี้…
เธอใส่ชุดเดรสสีแดงเพลิง ที่เนินอกด้านขวามีลายสักเล็กๆ น่ารัก
จิ๊!
"อยากได้วะ"
บทที่35เวลาผ่านไปเกือบ 2 ปีแล้วหลังจากที่ทิ้งเมืองหลวงมาตั้งรกรากที่เมืองหยิ่งตู่แม่ทัพซ่งเว่ยหลงและรองแม่ทัพ พร้อมทหารในกองทัพอีกหลายพันนาย ประจำการที่เมืองหยิ่งตู่ ก่อนเดินทางเขาได้แจ้งกับทหารทุกคนแล้วว่าตัวเขาและครอบครัวจะไปอยู่ที่เมืองหยิ่งตู่ถาวร หากใครไม่อยากเดิมทางไปเขาก็ไม่ว่า ทหารที่ติดตามมาทั้งหมดจึงล้วนสมัครใจมาหลังจากฝึกทหารและตรวยตราบริเวณแนวกำแพงเมืองเรียบร้อย แม่ทัพซ่งก็จะรีบกลับจวน เป็นเช่นนี้ทุกวันจนทหารในกองทัพคุ้นชิน ทุกคนต่างรู้ดีว่าท่านแม่ทัพนั้นรักฮูหยินมาก แทบไม่เคยให้ห่างสายตา จะออกจากจวนได้ก็ตาอเมื่อแม่ทัพพาออกมาเท่านั้น แต่ก็ว่าไม่ได้นางงดงามราวกับดอกไม้ หากชายใดมีภรรยางดงามเล่นนั้นยีอมต้องหวงแหนเป็นเรื่องปกติ“ท่านพี่ กลับเร็วอีกแล้ว”หยางจื่อส่ายหัวเมื่อเห็นผู้เป็นสามีควบม้าเข้าประตูด้านข้างของจวนเข้ามา แม้ปากจะบ่น แต่นางก็มานั่งรอเขาที่ประตูที่ใช้เข้าออกสำหรับรถม้าและม้า ทุกวัน“หยางเว่ย คิดถึงพ่อไหม” ร่างสูงใหญ่ราวกับยักษ์ ผิวดำแดงกร้านแดด กระโดดลงยสกหลังม้าอย่างองอาจ รีบเดินปรี่เข้าไปรับบุตรชายจากฮูหยิน เจ้าก้อนแป้งของเขาอ้วนกลม เขาไม่อยากให้นางอุ้มบ
บทที่34โทษประหารชีวิตของเจ้าเมืองหยางไห่เลื่องลือไปทั้งแคว้น แม้การประหารขุนนางของฮองเต้หลงจะเป็นที่ชาชินของประชาชน สาเหตุล้วนมาจากการแข็งข้อและเห็นต่างจากพระองค์ แต่การประหารเจ้าเมืองในครั้งนี้กลับเป็นเพราะการทุจริตมาอย่างยาวนาน อีกทั้งคนหาหลักฐานและถวายฎีกาคือจองหงวนคนใหม่ที่เพิ่งสอบติด แต่เรื่องมันจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้ หากจองหงวนคนดังกล่าวไม่ใช่เจียวเจี้ย ลูกชายคนโตของอดีตเสนาบดีเจียวก้านที่ถูกประหารไปเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้เจียวเจี้ยเหมือนพบทางลัด ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นเสนาบดีกรมพิธีการทันที นั้นล่ะ ต่อให้ฮองเต้หลงจะกบฏสังสารเชื่อพระวงค์ทั้งหมด แต่จะให้ตัดขาดเครือญาติที่ยังเหลืออยู่ฐานอำนาจพระองค์คงจะสั่นคลอน อย่างไรฮองเต้กับเจียวเจี้ยก็เป็นอาหลานกัน เรื่องราวถูกเล่าปากต่อปากไปเรื่อย ยิ่งหลายปากเรื่องราวย่อมเปลี่ยน สุดท้ายกลายเป็นว่า ฮองเต้หลงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด พระองค์ต้องการจะสังหารเจ้าเมืองหยางไห่อยู่แล้ว จึงให้เจียวเจี้ยลงมือสร้างหลักฐานเล่านั้นขึ้นมา ฮองเต้ก็ทรงเพิกเฉยต่อข่าวลือทั้งหมด อย่างไรก็ไม่มีใครแตะต้องพระองค์ได้ เพราะอำนาจทั้งหมดอยู่ในมือพระองค์แล้ว
บทที่33เจียวเจี้ยเขียนฎีการายงานความผิดของเจ้าเมืองหยางไห่ อีกทั้งยังแนบหลักฐานเอาผิดอีกมากมาย ฮองเต้หลงที่คอยจะตัดแขนตัดขาขุนนางที่แข็งข้ออยู่แล้ว ย่อมไม่พลาดที่จะสำเร็จโทษประหารชีวิตให้หยางไท่จง ยิ่งนับวันหยางไท่จงยิ่งแสดงว่ารวมเป็นใหญ่ เมื่อ 5 ปีก่อนที่พระองค์ละละเว้นตระกูลหยางเพราะหยางไท่จงยอมสังหารองค์หญิงจ้าวเว่ยเพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดี ชายหนุ่มในชุดมังกรพลิกอ่านฎีกาจากขุนนางฝ่ายบุ๋นให้ลงโทษประหารและริบทรัพย์สินเจ้าเมืองหยางไห่ พระองค์จะไม่แปลกใจเลยหากในกองฎีกานั้นไม่มีฎีกาของฝ่ายบู้ปนมาด้วยหลายฉบับ พระองค์แน่ใจว่าพระองค์เป็นเพียงผู้เดียวที่ควบคุมกองกำลังทหารทั้งแคว้นเอาไว้ในมือ หากแม่ทัพแต่จะหน่วยจะเขียนฎีกาเหล่านี้ พระองค์ย่อมต้องรู้ก่อน แต่กลับไม่มีรายงานเข้ามา“แม่ทัพซ่งเพิ่งแต่งฮูหยินเอก ได้ข่าวว่านางคือหลานสาวจากตระกูลรองของหยางไท่จงพ่ะย่ะค่ะ” หลิวกงกงรีบเดินมารายงานข่าวที่ฮองเต้ให้ไปสืบ แม่ทัพซ่งเดินทางกลับเมืองหลวงได้หลายวันแล้ว อย่างไรเขาก็เคยเป็นคู่หมั้นองค์หญิงจ้าวเว่ย หากยอมแต่งงานแล้วก็แสดงว่าคงจะลืมพระขนิษฐาของพระองค์ได้แล้ว“เรียกแม่ทัพซ่งเข้าวัง เจิ้นต้องการพ
บทที่32หลังจากพักผ่อนที่จวนตระกูลซ่งได้เพียงไม่กี่วันหยางจื่อจึงทำการส่งจดหมายยัแนะให้เจียวเจี้ยออกมาพบร่างบางเดินสำรวจไปรอบๆ ไม่คาดคอดว่าที่นัดพบคือวัดที่อดีตฮองเฮาเจียวเอินจวิ้นเป็นคนสร้างเอาไว้ใหญ่โตมโหฬารแต่กลับเงียบสงบ มีพระเพียงไม่กี่รูปเท่านั้นไม่นานคนที่นัดก็เดินทางมาถึง เจียวเจี้ยเกินตรงเข้ามายังม้าหินข้างน้ำตกทันทีเมื่อเห็นแม่ทัพซ่งนั่งอยู่เคียงข้างสตรีนางหนึ่ง เขารู้แผนของหยางไท่จงมาโดยตลอดว่าจะพยายามชัดชวนให้แม่ทัพซ่งเว่ยหลงเข้าพวกให้ได้ หลายปีที่ผ่านมาก็ล้มเหลวตลอด ไม่อาจดึงใจบุรุษผู้นี้ได้เลย ไม่คาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะทำสำเร็จในเวลาไม่ถึงเดือน ษุรุษร่างบางเฉกเช่นคุณชายที่ทำเพียงขยับพู่กัน ปรายตามองสตรีที่นั่งเคียงข้างบุรุษรูปร่างกำยำ เขาเคยพบแม่ทัพซ่งหลายครั้ง“ข้าน้อยขอภัยที่มาช้า ทางขึ้ยเขาค่อยข้างลำบาก ด้วยขาพาคนตอดตามมาเพียงคนเดียว”เจียวเจี้ยเอ่ยปากขอโทษก่อนจะรีบรวบลัดคุยเรื่องทั้งหมด“ข้ามีทั้งเงินทุนจากตระกูลเจียว เงินทุกของท่านเจ้าเมืองหยางไห่ ท่านจะดำเนินแผนการยกทัพเมื่อไรเพียงเอ่ยปาก”“ท่านจองหงวน ท่านเข้าใจผิดแล้ว การทาของท่านแม่ทัพและข้าในครั้งนี้หาใช่เรื่อ
บทที่16นางกำนัลคนสนิทนั่งกอดร่างบางเนื้อตัวสั่นเทาเอาไว้ภายในอ้อมกอด“ชิงชิงข้ากลัว”“อีกไม่ถึงชั่วยามก็จะท่าเรือเมืองหยางไห่แล้วเพค่ะองค์หญิง” นางกำนัลคนสนิทพูดปลอบใจองค์หญิงจ้าวเว่ย ลูบไล้เนื้อตัวเพื่อปลอบโยน อากาศในเวลานี้หนาวเหลือเกิน อีกทั้งหมอกก็ลงหนาจัด ทั้งสี่เดินทางหลบหนีออกมาจากวังหลวงได
บทที่13ร่างสูงก้าวเดินออกจากเก๋ง เขาเพิ่งร่วมสนทนากับหยางไท่จงเสร็จ มองดูทิวทัศน์ในสระบัวเพลิน รู้ตัวอีกที่คนอื่นก็หายไปหมดแล้ว เขาจำเป็นต้องมาเข้าร่วมประชุมกับเจ้าเมืองหยางไห่และข้าราชการประจำเมืองทุกอาทิตย์ กองทัพของเขาตั้งอยู่ห่างจากเมืองไม่กี่หลี่ มีทหารตั้งค่ายรักษาการอยู่ 3 หมื่นนาย ตัวเขาเอ
บทที่8หยางจื่อช่วยม่านเจียวทำงานอยู่ที่ร้านเต้าหู้ แม้จะไม่เคยหยิบจับทำงานหนักมาก่อน แต่นางก็พยายามอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังต้องเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากแม่เฒ่าไปด้วย แต่แปลกที่นางกลับมีความสุขกว่าการใช้ชีวิตอย่างคุณหนูที่เกาะกับครอบครัว“เจ้ายิ้มหน่อยเถอะ แม้เจ้าจะมีใบหน้างดงามเพียงใดแต่ถ้าหากไม่ยิ้ม
บทที่5นาเดียอาศัยอยู่ในกระท่อมกับหญิงชรามาหลายวันแล้ว ฝนตกเกือบทุกวัน จึงยังไม่สามารถเดินเข้าเมืองไปได้ อีกทั้งเธอก็ไม่กล้าเดินไกลออกจากกระท่อมมากนัก เพราะกลัวหลงทาง แม่เฒ่าม่านม่านคือที่พึ่งเดียวของเธอในตอนนี้ ‘ป๊าม๊า เมื่อไหร่จะหาเดียเจอ’ ผ่านมาหลายวันแล้วก็ไม่มี เฮลิคอปเตอร์บินค้นหาหรือป๊าม๊าคิ





