ท่านแม่ทัพ โปรดรับรักนางร้ายอย่างข้าด้วย

ท่านแม่ทัพ โปรดรับรักนางร้ายอย่างข้าด้วย

last updateDernière mise à jour : 2025-04-09
Par:  moonlight -miniComplété
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
36Chapitres
3.0KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ใครไม่ชอบข้าแล้วอย่างไร ใครๆจะเรียกข้านางมารร้ายข้าไม่สน ขอเพียงท่านชอบข้าก็พอแล้ว ท่านแม่ทัพได้โปรดรับรักข้าที ถึงข้าจะร้ายกับคนทั้งโลกแต่ข้าจะดีกับท่านเพียงคนเดียว

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

บทนำ

ร่างบางนั่งมองสีฟ้าของทะเลที่ทอดไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา เธอหมดแรงนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตรงกับศีรษะจนตอนนี้พระอาทิตย์คล้อยต่ำ

เคยไหมที่รู้สึกแปลกแยก เหมือนเข้ากับใครยาก รู้สึกเหมือนไม่ใช่คนบนโลกนี้

เธอชื่อหยางจื่อ มีชื่อเล่นว่า นาเดีย แค่ชื่อก็รู้แล้วเนอะว่าเชื้อชาติไหน เธอเป็นคนจีน จีนแท้ๆ เลย พ่อแม่ของเธอเชื้อสายจีนทั้งคู่

หยางจื่อ เธอนั้นรู้สึกว่าตนเองเข้ากับใครก็ไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน บางทีก็หดหู่ใจ บางทีก็รู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ พออาการเป็นบ่อยๆ และหนักขึ้น จึงต้องเข้าพบแพทย์ตามความต้องการของบิดา หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าอ่อนๆ ต้องรับยาต้านโรคซึมเศร้า

อาการนี้เริ่มเป็นมาตั้งแต่เธอฟื้นจากอุบัติเหตุ เธอเดินทางตามบิดามารดาที่มาทำธุรกิจสัมปทานโรงแรมที่เกาะแห่งหนึ่งในประเทศไทย ระหว่างที่เดินทางมาครอบครัวของเธอประสบอุบัติเหตุ พ่อกับแม่บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเธอนั้นได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ จนทำให้ความจำหายไปไม่เหลืออะไรเลย ขนาดตอนที่ฟื้นขึ้นมายังจำบิดามารดาของตัวเองไม่ได้ อยู่โรงพยาบาลนานนับเดือนก็ยังจำอะไรไม่ได้ บิดามารดาจึงอยากให้เธอไม่ต้องสนใจความทรงจำเก่าๆและสร้างความทรงจำใหม่ๆ แทน ตอนนั้นเธออายุเพียง 17 ปี ต้องฝึกอ่านเขียนและฝึกพูดภาษาไทย ทักษะต่างๆ ก็ต้องเรียนรู้ใหม่ การศึกษาก็ต้องให้ครูมาสอนที่บ้านและสอบเทียบเอา

หยางจื่อ ถูกพนักงานของโรงแรมของบิดา ขนานนามว่านางมารร้าย เพราะนิสัยเชิดๆ หยิ่งๆ ไม่เอาใคร ชอบซักสีหน้าใส่เวลาไม่พอใจ ทำให้ไม่มีใครชอบเธอเลย ใครจะรู้ว่าภายในของหยางจื่อนั้นไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ ก็หน้าตาของเป็นแบบนี้จะให้ทำอย่างไรเล่า

ชีวิตในเกาะหยางจื่อจึงมีเพื่อนไม่กี่คน เพราะเวลาส่วนใหญ่ก็ต้องเรียนหนังสือ ตอนนี้เธอเรียนมหาวิทยาลัยออนไลน์อยู่ที่เกาะ มีเพียงช่วงสอบที่ต้องเดินทางไปสอบที่มหาวิทยาลัย เธอใกล้จะจบแล้ว ก็สะดวกดี บิดามารดาไม่ชอบให้เธอออกจากเกาะไปไหน หากจำเป็นต้องไปก็จะต้องมีคนคอยติดตามเสมอ เพื่อนๆ มักจะจิกกัดว่าเธอทำตัวราวกับคุณหนู เพื่อนพวกนี้เธอเองก็ไม่ได้สนิทใจที่จะคบนัก แต่ก็เพราะเกาะก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก สกิวการเข้ากับคนของเธอก็มีต่ำเรี่ยดิน

ระหว่างเดินทางกลับจากไปสอบเทอมสุดท้าย เรือที่โดยสารกลับเกาะถูกฟ้าผ่า ใช่ค่ะฟังไม่ผิดถูกฝ้าผ่ากลางทะเลโอกาสมีเท่าไหร่กัน ทำไมเธอซวยได้ขนาดนี้รู้ตัวอีกทีก็มานอนเกยตื้นอยู่ที่ชายหาด

อ่านกันก่อนซักนิดก่อนเข้าเนื้อเรื่อง

นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของไรท์เอง ไม่ได้อ้างอิงตัวละครใดๆ อาจมีบางเหตุการณ์ไม่สาเหตุสมผลในบางช่วงบางตอน ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์จีนใดๆ ทั้งสิ้นฝากนักอ่านที่น่ารักทุกท่านเม้นอย่างสุภาพ ไรท์ยินดีน้อมรับฟังทุกคำติดชม แต่อย่ารุนแรงกับหัวใจจนเกินไปหากไม่ถูกจริตแนะนำกดออกก่อนนะคะ

เนื้อหาบางช่วงบางตอนอาจมีการอ้างอิงหรือพูดถึงผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและผู้ป่วยทางสมอง ไรท์ไม่ได้มีเจตนาทำให้ผู้ป่วยรู้สึกจิตตกหรือคิดมากแต่อย่างใด เป็นเพียงบริบทหนึ่งในเนื้อหาเท่านั้น หากในบทใดมีเนื้อหาที่กระทบกระเทือนใจและอ่อนไหว ไรท์จะติด ⚠️ Trigger Warnin เอาไว้นะคะ นักอ่านสามารถกดข้ามผ่านบทนั้นไปได้เลย

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
36
บทนำ
บทนำร่างบางนั่งมองสีฟ้าของทะเลที่ทอดไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา เธอหมดแรงนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตรงกับศีรษะจนตอนนี้พระอาทิตย์คล้อยต่ำเคยไหมที่รู้สึกแปลกแยก เหมือนเข้ากับใครยาก รู้สึกเหมือนไม่ใช่คนบนโลกนี้เธอชื่อหยางจื่อ มีชื่อเล่นว่า นาเดีย แค่ชื่อก็รู้แล้วเนอะว่าเชื้อชาติไหน เธอเป็นคนจีน จีนแท้ๆ เลย พ่อแม่ของเธอเชื้อสายจีนทั้งคู่หยางจื่อ เธอนั้นรู้สึกว่าตนเองเข้ากับใครก็ไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน บางทีก็หดหู่ใจ บางทีก็รู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ พออาการเป็นบ่อยๆ และหนักขึ้น จึงต้องเข้าพบแพทย์ตามความต้องการของบิดา หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าอ่อนๆ ต้องรับยาต้านโรคซึมเศร้าอาการนี้เริ่มเป็นมาตั้งแต่เธอฟื้นจากอุบัติเหตุ เธอเดินทางตามบิดามารดาที่มาทำธุรกิจสัมปทานโรงแรมที่เกาะแห่งหนึ่งในประเทศไทย ระหว่างที่เดินทางมาครอบครัวของเธอประสบอุบัติเหตุ พ่อกับแม่บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเธอนั้นได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ จนทำให้ความจำหายไปไม่เหลืออะไรเลย ขนาดตอนที่ฟื้นขึ้นมายังจำบิดามารดาของตัวเองไม่ได้ อยู่โรงพยาบาลนานนับเดือนก็ยังจำอะไรไม่ได้ บิดามารดาจึงอยากให้เธอไม่ต้องสนใจความทรงจำเ
Read More
บทที่1
บทที่1 ⚠️ Trigger Warning มีเนื้อหาอ่อนไหว suicidal thoght, depression โรคซึมเศร้า/มีอาการซึมเศร้าพ่อแม่รังแกฉัน สำหรับนาเดียนั้นไม่เกินจริงเลย คุณหนูลูกสาวคนเดียวของหยางเว่ย เจ้าของสัมปทานโรงแรมและรังนกของเกาะแห่งหนึ่งในประเทศไทย ไม่ว่าเธอจะทำอะไรบิดาและมารดาล้วนตามใจ ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม่ มีเพียงอย่างเดียวที่ไม่ตามใจคือ ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียว ต้องมีพี่เลี้ยงและบอดี้การ์ดตามติดดังเงา ซึ่งตัวเธอเองนั้นก็ชินเพราะตั้งแต่รู้สึกตัวจากอุบัติเหตุก็ถูกปฎิบัติแบบนี้ ราวกับว่าที่ผ่านมาก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุก็มีคนคอยดูอยู่ไม่ห่างตลอดเวลาแต่สำหรับพนักงานที่เกาะและคนในเกาะแล้วกลับรู้สึกว่า หยางเว่ยโอ๋ลูกสาวจนเกินไป แต่อย่างว่าล่ะ คนมีเงินชอบทำอะไรโอเวอร์แม้นาเดียจะยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่แต่ก็มาช่วยงานที่โรงแรมเสมอเพราะเบื่อที่จะอยู่บ้านเฉย วันๆ เอาแต่เรียนๆๆตอนนี้เธออายุ 22 แล้ว แต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบ คนอื่นจึงมักจะดูแคลนเธอเสมอว่าถูกบิดามาราตามใจคนเสียคน ใครจะรู้ว่าแทนจริงแล้ว เธอใช้เวลาเพียง 2 ปี เริ่มหัด พูด อ่าน เขียนทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เรียนหลักสูตรพื้นฐานจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แ
Read More
บทที่2
บทที่2“ถามจริงเถอะ อยากโดนไล่ออกหรือไง” เสียงดังมาจากด้านหลัง นาเดียหรี่ตามอง ผู้จัดการโรงแรม และพนักงานหลายคนที่ยืนอยู่หน้าฟ้อนท์ของโรงแรม กวาดตามองทีล่ะคนอย่างช้าๆ และใจเย็น“คุณนาเดีย!” พนักงานทุกคนหันมามองตามเสียง พอรู้ว่าเป็นใครก็ประสานเสียงอุทานออกมาเสียงดัง“คุณพัดเชิญไปคุยที่ห้องเดียนะคะ เดี๋ยวนี้!” เสียงแหวดังไม่สนใจหน้าอินหน้าพรหมไม่สนใจหน้าไหนทั้งนั้นตอนนี้เรียกผู้จัดการโรงแรมให้ตามไปพบที่ห้องทำงานทันที หมุนตัวหน้าเชิด เดินฉับๆ ตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปห้องทำงานของตัวเอง“พี่พัด ทำไงดี นางมารร้ายองค์ลงแล้ว”“ตายแน่งานนี้ แม่งซวยซิบหาย ไหนแกบอกว่าวันนี้ยัยนาเดียไม่เข้ามาไง” พัดชาหันไปต่อว่าพนักงานรุ่นน้อง“ก็เมื่อวานคุณเดียบอกเมย์ว่าวันนี้จะอ่านหนังสือสอบ ไม่เข้ามาจริงๆ นะพี่” เมย์รีบแก้ตัว เธอถามคุณนาเดียแล้วจริงว่าเธอจะเข้ามาวันไหนบ้าง“ทำไงดีพี่พัด”“เออเดี๋ยวพี่เข้าไปคุยเอง พวกแกทำงานต่อไปแล้วกัน” พัดพรูลมหายใจยาวเหยียด รีบเดินเข้าไปลิฟต์ก๊อกๆ“เชิญค่ะ” นาเดียหมุดเก้าอี้หันหน้าตรงมายังประตูทางเข้า“คุณนาเดียเรียกพี่ มีงานอะไรสั่งพี่หรือเปล่าค่ะ” พัดทำใจดีสู้เสือ“พี่ทำอ
Read More
บทที่3
บทที่3“อาจื่อ ทำไมไม่ไล่คุณพัดออกไปเลย ในเมื่อหนูก็เห็นเต็มสองตาว่าคุณพัดทุจริต”นาเดียเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ป๊ากับม๊าฟัง เธอไม่เคยมีอะไรปิดบังพวกเขาทั้งสองคน“เดียอยากให้โอกาสพี่พัดค่ะ” รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏที่ริมฝีปาก แม้จะยิ้ม แต่แววตาไม่เคยยิ้มเลย“ปวดหัวอีกแล้วเหรอลูก” หยางเหม่ย เห็นสีหน้าและแววตาลูกสาวก็รีบ เอามือทาบหน้าผากมนของนาเดีย กวักมือเรียกให่พี่เลี้ยงไปหยิบยาแก้ปวดหัวมาให้“เดียหยุดกินยาค่ะม๊า อาทิตย์หน้าเดียมีสอบ” นาเดียต้องกินยารักษาโรคซึมเศร้าตลอด แต่ช่วงนี้เธอหยุดกินเพราะอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย อีกไม่มีวันก็จะสอบแล้ว ไหนจะมีเรื่องของพนักงานวันนี้อีก เลยทำให้ปวดหัว“เรียนไม่จบ สอบไม่ได้ก็ชั่งมัน สมบัติป๊ามีให้ลูกสาวคนเดียวใช้ได้อีกสิบชาติ”“ป๊าาาา เดียอยากเรียนให้จบ อย่างน้อยๆ ก็ปริญญาตรี พนักงานจะได้นับถือเดียขึ้นอีกซักนิด” เธอรู้ว่าสกิวการเข้าถึงคนของเธอ มีผลทำให้พนักงานไม่ชิบเธอ และไม่นับถือเธอว่าเป็นเจ้านาย ด้วย้พราะเธอนั้นยังเด็กและเรียนยังไม่จบนั้นเอง“ใครไม่นับถือลูกสาวม๊าก็ไล่มันออกไปเลย มีอย่างที่ไหนมาทำงานกับเราแต่ไม่นับถือเจ้านายเปิดรับสมัครใหม่เลยที่พักฟ
Read More
บทที่4
บทที่4หลังจากสอบเสร็จเรียบร้อย นาเดียก็พาพี่เลี้ยงไปช๊อปปิ้งซื้อของใช้มากมาย บอดี้การ์ดที่ตามมาอีกสองคนช่วยถือจนล้นมือ กว่าจะขนขึ้นเรือได้ เล่นเอาผู้ชายตัวโตสองคนลิ้นห้อย ให้ฝึกต่อสู้ยิงปืนยังไม่เหนื่อยเท่ากับเดินตามผู้หญิงช๊อปปิ้งนาเดียรีบขึ้นเรือ เธอซื้อของใช้มากมายตุนไว้สำหรับ 3-4เดือนเลยทีเดียว เพราะสอบคราวนี้คือการสอบครั้งสุดท้ายแล้ว ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้เข้าเมืองอีก เธอไม่ชอบอยู่ในเมืองที่มีแสงสีเสียงมากมาย รู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของเธอไม่ใช่โลกที่เธอควรจะอยู่ สงสัยจะอยู่บนเกาะ อยู่กับธรรมชาติมากจนเกินไปนาเดียนั่งเรือเรือยอร์ชกลับไปยังเกาะ ร่างบางนั่งอยู่ท้ายเรือชมวิวท้องทะเลสีฟ้าอ่อนที่สะท้อนสีของท้องฟ้าแต่อยู่ๆ ผมของเธอก็ชี้ตั้งราวกับไฟฟ้าสถิต ผมยาวชี้ออกไปคนละทิศคนละทาง เพียงแค่อึดใจเดียว แสงสีขาวก็สว่างวาปจนตาพร่าร่างบางนั่งมองสีฟ้าของทะเลที่ทอดไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา เธอหมดแรงนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตรงกับศีรษะจนตอนนี้พระอาทิตย์คล้อยต่ำ เธอฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนชายหาดเพียงคนเดียว ไม่รู้ว่าตัวเองมาเกยตื้นบนหาดได้อย่างไร สลบไสลไปนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ เร
Read More
บทที่5
บทที่5นาเดียอาศัยอยู่ในกระท่อมกับหญิงชรามาหลายวันแล้ว ฝนตกเกือบทุกวัน จึงยังไม่สามารถเดินเข้าเมืองไปได้ อีกทั้งเธอก็ไม่กล้าเดินไกลออกจากกระท่อมมากนัก เพราะกลัวหลงทาง แม่เฒ่าม่านม่านคือที่พึ่งเดียวของเธอในตอนนี้ ‘ป๊าม๊า เมื่อไหร่จะหาเดียเจอ’ ผ่านมาหลายวันแล้วก็ไม่มี เฮลิคอปเตอร์บินค้นหาหรือป๊าม๊าคิดว่าเธอเสียชีวิตแล้ว“แม่เฒ่าเดินเข้าหมู่บ้านหรือในเมืองไกลไหมคะ” นาเดียตัดสินใจถาม เริ่มร้อนใจกลัวทุกคนจะคิดว่าเธอตายแล้วและหยุดการค้นหา“หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดก็เดินเท้า 1 ชั่วยาม หากจะเข้าเมืองก็เดินเท้า 2 ชั่วยาม” หญิงชราล่ะมือจากกอป่านที่กำลังปั่นเป็นเชือกเอาไว้สานเสื้อกันฝน หันมาตอบหญิงสาวที่เธอช่วยมาจากชายหาด“ชั่วยาม? แม่เฒ่า เมืองที่ว่าชื่อเมืองอะไรคะ” นาเดียรู้สึกแปลกในคำแทนเวลาของหญิงชรา แม้ตอนแรกจะแปลกใจที่หญิงชราพูดภาษาจีน ก็เพียงคิดว่าคงเป็นคนรุ่นเก่าแก่ของเกาะ ต้นตระกูลเดินทางจากเมืองจีนมาตั้งรกรากที่เกาะแบบเธอและครอบครัว ยังใช่ภาษาของบรรพบุรุษในการสื่อสาร แม้เสื้อผ้าจะแปลก แต่เธอก็เพียงคิดว่าในเกาะห่างไกล นาเดียมีเพียงชุดที่ติดตัวมากับสร้อยคอที่สวมใส่เท่านั้น มีเสื้อผ้าที่แม่เ
Read More
บทที่6
บทที่6นาเดีย นอนลืมตาตื่นมาบนแคร่ไม้เก่าๆ มีเพียงฟูกบางๆ ปูทับ เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเรื่องราวที่ผ่านมาเธอนั้นไม่ได้ฝันไป เธอหลุดมาอยู่ในโลกอดีต นัยต์ตาหวานไหวระริกน้ำตาคลอไปทั้งหน่วย ตอนที่ประสบอุบัติเหตุฟื้นตื่นขึ้นมาแม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ยังมีป๊าและม๊าค่อยอยู่ข้างๆ แต่คราวนี้กลับตื่นขึ้นมาโพล่ที่ไหนก็ไม่รู้ ตัวคนเดียวไม่มีใครเลย ไม่รู้เกิดจากสาเหตุอะไรทำให้เธอมาอยู่ที่นี่ เพราะสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา หรือเกิดเหตุลึกลับตอนที่ฟ้าผ่า ตัวเธอเองทำได้เพียงคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ร่างบางลุกขึ้นจากเตียง เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่นิดตัวมา วิ่งออกจากกระท่อมหลังน้องมุ่งตรงไปยังทิศทางที่คิดว่าน่าจะสามารถนำเธอไปยังชายหาดได้เธอวิ่งตรงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มองเห็นสีฟ้าจากน้ำทะเล“แล้วจะกลับไปโลกเดิมได้ยังไง พี่ๆ คนอื่นหลุดมาแบบเดียหรือเปล่า” นาเดียพึมพำกับตัวเอง เดินลุยทรายสีขาวจนไปถึงน้ำทะเล คลื่นซัดกระทบจ้อเท้านวลลออ เธอไม่คิดจะเดินลุยออกไปไกลกว่านี้ เพราะนังรักตัวกลัวตายอยู่ ต่อให้เสี่ยงเดินออกไปก็คงหากทางกลับโลกเดิมไม่ได้ เผลอตะจมหน้ำทะเลตายซะก่อน“กลับไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับหรอก” แม่เฒ่าม่านม่าน เดิ
Read More
บทที่7
บทที่7ม่านเจียวรับปากว่าจะให้หยางจื่ออาศัยและทำงานด้วย แต่ท่านยายต้องมาอยู่กับนางที่ร้านเต้าหู้ด้วย ไม่ใช่นั้นนางก็จะไม่รับหยางจื่อ ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่ม่านเจียวไม่อยากให้ท่านยายอยู่คนเดียวในป่าในเขาห่างไกลผู้คนแบบนั้น ที่ผ่านมาไม่ว่าจะตื้อเท่าไรคนแก่หัวรั้นก็ไม่ยอม แต่วันนี้กลับยอมง่ายๆ เพียงเพราะอยากให้นางรับหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นไว้ แต่เมื่อพบหยางจื่อ แม้นัยน์ตาหงส์นั้นจะดูเย่อหยิ่งแต่ม่านเจียวกลับรู้สึกถูกชะตานางอยู่ไม่น้อย“เจ้าอายุเท่าไหร่” ฮูหยินร้านขายเต้าหู้เอ่ยถาม“ข้าชื่อหยางจื่อ ปีนี้อายุ 25”“ข้าอายุมากว่าเจ้า 3 ปี เรียกข้าพี่เจียวเจียวก็แล้วกันท่านยายบอกข้าแล้วว่าเจ้าตัวคนเดียวพลัดหลงจากครอบครัวหากคิดจะมาอยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยงานที่ร้าน”“ขอบคุณพี่เจียวเจียวที่ช่วยเหลือ” นาเดียน้ำตารื้อ ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี ยังมีคนช่วยเหลือให้ที่พักพิงเงาดำทะมึนของร่างสูงใหญ่กำยำยืนอยู่ที่ริมหน้าผา ผิวสีน้ำตาลแดงบ่งบอกว่าคนผู้นี้ใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นเวลามาหลายปี หรืออาจจะทั้งชีวิตก็ว่าได้ แม่ทัพซ่งเวยหลง ทอดสายตามองพื้นทะเลเบื้องล่า เขาจะมายืนที่ริมหน้าผาแหง่นี้ทุกปี ข้างๆ กันนี้ค
Read More
บทที่8
บทที่8หยางจื่อช่วยม่านเจียวทำงานอยู่ที่ร้านเต้าหู้ แม้จะไม่เคยหยิบจับทำงานหนักมาก่อน แต่นางก็พยายามอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังต้องเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากแม่เฒ่าไปด้วย แต่แปลกที่นางกลับมีความสุขกว่าการใช้ชีวิตอย่างคุณหนูที่เกาะกับครอบครัว“เจ้ายิ้มหน่อยเถอะ แม้เจ้าจะมีใบหน้างดงามเพียงใดแต่ถ้าหากไม่ยิ้มแย้มเลยก็ไม่มีใครชอบเจ้าหรอกนะ” ม่านเจียวตักเต้าหู้ใส่ถ้วยยื่นให้ลูกค้า ตั้งแต่หยางจื่อมาช่วยงานที่ร้าน ลูกค้าหนุ่มๆ ที่มานั่งทานเต้าหู้ที่ร้านก็มีมากขึ้น แต่นางกลับไม่เคยยิ้มหรือชายตาให้ชายใดเลย อีกไม่นานคนก็คงเลิกเห่อใบหน้างามแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้มของนาง“หน้าข้าก็เป็นแบบนี้ล่ะ ข้าไม่เห็นมีความจำเป็นต้องยิ้มหวานให้บุรุษที่ข้าไม่ชอบ” นางมีหน้าที่เก็บล้างและช่วยทำเต้าหู้ งานก็หนักมากเรียกว่าเกินกำลังคุณหนูแบบนางไปมากโข แล้วยังจะให้มานั่งปั้นหน้ายิ้มอีกคงทำไม่ได้และไม่เคยทำและจะไม่ทำด้วยม่านเจียวพรูลมหายใจ สั่งให้หยางจื่อทำอะไร นางทำโดยไม่อิดออด ท่าทางเงอะงะมือบางอ่อนนุ่มนิ่มดูก็รู้ว่าไม่เคยหยิบจับทำงานหนักมาก่อน แต่นางก็พยายามช่วยงานในร้านทุกอย่าง การให้นางยิ้มมันกลายไปเป็นเรื่องยากไปซะอย่างงั้น
Read More
บทที่9 ️ Trigger Warning มีเนื้อหาอ่อนไหวทางอารมณ์
บทที่9 ⚠️ Trigger Warning มีเนื้อหาอ่อนไหวทางอารมณ์ยามห้าย (คือ 21.00 – 22.59 น.) แม่เฒ่าม่านม่านเรียก หยางจื่อมาพบที่ห้องนอน วันนี้แม่เฒ่าถูกเจ้าเมืองตามให้ไปคุย แม้เรื่องที่เจ้าเมืองขอร้องนางนั้นจะยาก แต่แม่เฒ่าคิดไตร่ตรองดูแล้ว แม้บางคำพูดของท่านเจ้าเมืองจะสะกิดใจแม่เฒ่า แต่การที่ท่านยื่นข้อเสนอมาทั้งหมดนั้นก็ดีสำหรับหยางจื่อไม่น้อย“ท่านยายมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้า” หยางจื่อมานั่งได้ซักพักแล้ว แต่แม่เฒ่าม่านม่านก็ยังไม่ปริปากพูดจึงเอ่ยถามขึ้นมาก่อน“วันนี้ข้าไปพบท่านเจ้าเมืองมา ท่านอยากรับเจ้าเป็นหลานบุญธรรม”“ห๊า” หยางจื่อตกใจดีดตัวลุกจากเก้าอี้“คนในสมัยนี้รับบุตรบุญธรรมหรือหลานบุญธรรมเป็นเรื่องปกติ ท่านเจ้าเมืองเสียหลานสาวไปเมื่อหลายปีก่อน ฮูหยินเฒ่าของท่านเจ้าเมืองเสียใจมากจนตรมใจ เพราะนางมีหลานสาวสายตรงเพียงคนเดียว พอท่านเจ้าเมืองเห็นเจ้าแล้วก็นึกถึงหลานสาวที่จากไปแล้ว จึงอยากขอให้เจ้าไปช่วยดูแลฮูหยินเฒ่า ข้าก็เห็นว่าเป็นการดีกับตัวเจ้าเอง เจ้าก็ไม่มีใคร อีกทั้งไม่ต้องมาทำงานงกๆ แบบนี้ ข้าหลับตาดูก็รู้ว่าเจ้าไม่เคยทำงานแบบนี้ ไปเป็นหลานเจ้าเมืองเจ้าจะสุขสบาย” แม่เฒ่าม่านม่านพย
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status