LOGINการทำงานกับภากรนั้นพวกหล่อนคงได้ยินมาบ้างแล้วว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร ยังจัดการงานทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติโดยเฉพาะงานบ้านงานเรือน
“คุณอาจะไปธุระหรือครับ เย็นนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านไหม? ผมได้บอกน้องวี... ให้รอคุณพ่อไหมครับ?”
“อาต้องไปรับหน้างานอีกโรงแรม มีปัญหาเรื่องตัวเลขกำไรนิดหน่อยคงกลับดึก เป็นวันเสาร์แล้วกันนะ จัดมื้อใหญ่ ๆ ให้ลูกสาวอาเลย”
“ครับ... ผมจะบอกน้องให้ครับ” ในน้ำเสียงแฝงรอยยิ้มสุขุมนุ่มลึกจากเก้าอี้หมุนในฝั่งตรงกันข้าม แปลกที่ประธานบริษัทใหญ่หน้าตาผ่อนคลายความเครียดลงพอได้พบหน้าเขา
แท็บเล็ตอีกเครื่องจากเลขานุการสาวรุ่นใหญ่ถูกส่งให้ถึงมือ ชายหนุ่มปัดปลายนิ้วไปมาเพ่งมองจอสี่เหลี่ยม รายรับของโรงแรมไตรมาสที่ 1 ช่วงต้นปีมาจนถึงท้ายปี การเปลี่ยนแปลงมูลค่าการขาย ธุรกิจร้านค้าในโรงแรมอีกส่วน ตัวเลขมากมายละลานตาไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอยู่แล้ว
“เอกสารเอาที่คุณแป๋วนะ เรื่องเดิมไม่มีอะไรมาก ระดับภีมคุยกับหุ้นส่วนอาได้สบาย ๆ สรุปไตรมาส ขยายฐานลูกค้าโรงแรมอาเตรียมไว้หมดแล้วล่ะ”
“ครับคุณอา” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นยิ้มตอบ เจ้าของห้องก็รีบโบกมือไล่สาว ๆ ออกจากห้องไป ทำชะเง้อคอรอจนกระทั่งประตูปิดสนิทดี ค่อยลดน้ำเสียงลงบอก
“เอ้อ... เรื่องวีณา... อาเพิ่งสั่งงานให้ไปลองเปิดโปรเจกต์ใหม่ เริ่มตั้งแต่ประมูลที่ยันปักเสาเข็มไปเลย จะได้หัวหมุนไม่มีเวลาสร้างเรื่อง ภีมมาช่วยงานทางนี้สักพักละกันนะ”
เป็นข่าวดีกับภากร หากว่าเขาจะได้ทำงานบริษัทนี้บ่อยขึ้น ได้เรียนรู้งานจากคุณอาโดยตรง แต่อาจไม่ดีกับวีณานัก ในสีหน้าหนักใจนั้นเขาประสานมือไว้บนหน้าตักอย่างนอบน้อมถ่อมตน
“คุณอาให้ผมมาทำงานตรงนี้แทนน้องไม่โกรธพวกผมหนักเข้าไปใหญ่หรือครับ?”
“อาไม่มีทางเลือกนี่ ลูกสาวอาดื้อขนาดไหนเราก็รู้ อาไม่อยากได้ยินเรื่องแฟน ลูกสาวอาอายุเท่านี้ไม่มีทางทันเล่ห์เหลี่ยมผู้ชาย เสือสิงห์กระทิงแรดสมัยนี้มันเยอะจะตาย”
“แล้ว... คุณอาจะให้ผมจัดการยังไง?” เขาเลิกคิ้วขึ้นถาม เตรียมใจรับงานช้าง งานดูแลเทคแคร์เมื่อคุณพ่อใจดีมีสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นดุดันเด็ดขาด
“ถ้าไม่ยอมก็ตามน้ำไป ส่งคนไปตามอย่าให้รู้ตัว ใครมายุ่มย่ามเอาแค่เบาะ ๆ ไปเตือนมันอย่าให้เจ็บตัวมากละกัน”
“ครับ”
ภากรพยักหน้ารับคำ เขาถนัดเรื่องนี้เป็นที่หนึ่งตั้งแต่คุณหนูของบ้านเริ่มแตกเนื้อสาว ถึงยังไม่เคยทำร้ายใครจริง ๆ จัง ๆ สักทีเพราะแค่ขู่ก็หนีหัวซุกหัวซุนไปเสียหมด คุณพ่อจึงให้ความไว้วางใจเขาสองคนมาตลอด
“ลูกเต้าเหล่าใคร ร่ำรวยมาจากไหนอาไม่สนเพราะอาไม่รู้จัก... ใครไม่รู้ ไม่ได้เลี้ยงมาเหมือนภีมกับภาม ตอนอาเป็นคุณพ่อมือใหม่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างเราสองคนมาช่วยอาเลี้ยงน้องตลอด อาไม่เคยลืมเลยนะ”
นั่นทำให้ภากรดีใจ... แววตาคู่คมปลาบประกายตื้นตันของเขาปรากฏเพียงความซื่อสัตย์ ลึก ๆ ก็ยังหวังจะเป็นหมาวัดตามคำคนนินทา!
“ผมจะดูแลเรื่องนี้ให้ครับ แต่ผมขอลองคุยกับน้องดี ๆ ก่อน ไม่อยากให้ต้องเสียน้ำใจกัน”
“อืม... ก็ดีนะ อาไม่อยากผิดใจกับลูกสาวเหมือนกัน อาแล้วแต่ภีมเลยละกัน” คุณพ่อขี้หวงอารมณ์ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น อนันต์ยิ้มเบิกบานก่อนลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ไปหาหนุ่มรุ่นลูก
“งั้นฝากทางนี้ด้วยละกัน... อาไปทำงานก่อน”
“ครับคุณอา เดินทางปลอดภัยครับ”
พอ CEO หนุ่มใหญ่ตบบ่าเบา ๆ เป็นเชิงลาประสาผู้ชายตัวโต ภากรคงอดขำไม่ไหวกับคำลาสุดท้าย
“อยู่กับมนุษย์ป้าไปแล้วกันนะ ห้ามบ่น อาไม่จ้างสาว ๆ สวย ๆ มาทำงาน เพราะไม่อยากอยากกินไก่วัด”
------------
ที่จริงแล้วโลกใบนี้ไม่เคยมีดวงอาทิตย์...
โลกเพียงหมุนรอบตัวเอง โคจรไปในทิศทางเดิม ๆ ของมัน เพื่อรับแสงร้อนของตะวันสาดส่องมาให้ทุกสรรพสิ่งดำรงคงอยู่ต่อไปจนสิ้นสุดเวลากลางวัน และเมื่อความมืดปกคลุมเมืองคราคร่ำไปด้วยผู้คน แสงสีเสียงปรากฏขึ้นในโลกแห่งมายายามราตรี มนุษย์จะสวมหน้ากากเข้าหากัน
จะมีสักกี่คนที่ไม่เคยโกหกอะไรเลย...
ดวงตาคู่คมเข้มกะพริบปรือมองไปยังแสงสีนวลลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของประตูสีขาวในคอนโดฯ หรูสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น มีห้องครัวและพื้นที่ใช้สอยด้านระเบียงอีกต่างหาก รวมความกว้างเกือบ 50 ตารางเมตร กลิ่นน้ำหอมอ่อนทำให้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึก เอี้ยวคอมองร่างเปลือยเปล่าในอ้อมแขน พลันนึกถึงวงหน้าหวานงามของหญิงสาวอีกคน
เธอเคยพริ้มตาหลับอย่างเป็นสุขในอ้อมกอดของเขา ต่อให้คุณพ่อจะห้ามไม่ให้แอบเข้าห้องนอนพี่ชายทั้งสองคนอีกเมื่อโตเป็นสาว
ครั้งสุดท้ายที่พบสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนโกรธเกรี้ยวเผด็จการคู่นั้นราวแสงอาทิตย์สาดจ้า ไม่ต่างจากว่าเธอพร้อมจะแผดเผาเขาให้ตายทั้งเป็น!
ครบสามเดือนแล้วสินะ...
‘พี่ไปจากวีไม่ได้หรอก พี่ภาม... ไม่มีทาง’
ชายหนุ่มนึกขันกับคำพูดดูถูกถากถาง กระทั่งร่างเปลือยเปล่าในอ่างอาบน้ำ หน้าอกอวบอัดรับเอวคอดบางโค้งเว้าเย้ายวน กลิ่นหอมของแชมพูและสบู่เหลวลอยคลุ้งไปทั่ว
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







