Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 14 — ราคาที่ไม่ยอมจ่าย

Share

บทที่ 14 — ราคาที่ไม่ยอมจ่าย

last update publish date: 2026-10-19 11:12:31

เมื่อหลินเยว่ซีกับโม่หลิงยวนไปถึงโรงยาทางใต้ คนงานกำลังขนกล่องผลึกขึ้นรถ

ชายชุดเขียวตรวจของอยู่ข้างล้อรถ ตรงเอวห้อยป้ายดอกไม้ห้ากลีบ

เยว่ซีจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ติดตามมู่เฉิงเจ๋อ

อีกฝ่ายเห็นทั้งสองก็ประสานมือคารวะ สีหน้าเรียบเฉยราวกับบังเอิญพบกันกลางตลาด

“ท่านเจ้าหุบเขาต้องใช้ผลึกปรุงโอสถ จึงให้ข้ามารับของ”

เยว่ซีมองกล่องที่เหลืออยู่บนพื้น

“ทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ”

“ขอรับ”

หลิงยวนเดินผ่านเขาเข้าไปในร้าน

“ถังเหยียนอยู่หรือไม่”

ชายหลังโต๊ะเงยหน้าขึ้น เขามีหนวดสั้น เสื้อคลุมพับแขนข้างหนึ่งสูงกว่าอีกข้าง ในมือยังถือลูกคิด

“ข้านี่แหละ”

หลิงยวนวางกระดาษจากเสิ่นซูเหอลงตรงหน้า

ถังเหยียนอ่านประโยคท้ายแล้วถอนหายใจ

“นางยังจำเรื่องบุญคุณได้อีกหรือ”

“ดูเหมือนจำได้แม่นเจ้าค่ะ” เยว่ซีตอบ

พ่อค้ามองกล่องที่กำลังถูกยกออกนอกร้าน ก่อนหันกลับมาหาทั้งสอง

“ช้าไปครึ่งก้านธูป ของข้าถูกซื้อหมดแล้ว”

“ของที่ยังไม่ได้เจียระไนเล่าเจ้าคะ”

ถังเหยียนหยุดมือ

เยว่ซีคลี่ภาพผลึกของเสิ่นซูเหอออก

“ในนี้เขียนว่าให้ตรวจเนื้อด้านใน หากมีรอยร้าวจึงใช้ไม่ได้ ข้าคิดว่ารูปร่างภายนอกคงไม่สำคัญเท่าไร”

พ่อค้ามองนางนานขึ้นเล็กน้อย

“มีหินดิบ แต่ยังไม่รู้ว่าข้างในเหลือเนื้อดีเท่าใด”

ผู้ติดตามจากหุบเขาก้าวเข้ามาทันที

“หินดิบพวกนั้นข้ารับด้วย”

ถังเหยียนวางลูกคิดลง

เสียงไม้กระทบโต๊ะดังไม่มาก แต่คนงานทุกคนหยุดมือ

“หินดิบไม่ใช่ของข้า”

ชายชุดเขียวขมวดคิ้ว

“อยู่ที่ใด”

“เจ้าของฝากให้ข้าขายเฉพาะของที่ตัดแล้ว ส่วนหินที่เหลือเขาเก็บไว้ซ่อมอาคมเหมือง”

“หุบเขายินดีจ่าย”

ถังเหยียนยกถ้วยชาขึ้น

“ข้าได้ยินแล้ว หากพบเขาจะบอกให้”

อีกฝ่ายยังยืนอยู่

พ่อค้าจึงเหลือบมองรถด้านนอก

“รับของครบแล้วก็หลีกทางให้ลูกค้าคนอื่นเถิด ร้านข้าเล็ก”

⸻

เมื่อรถออกไป ถังเหยียนจึงพาทั้งสองเข้าห้องด้านหลัง

“คนของหุบเขาไปเหมืองก่อนพวกเจ้าแน่” เขากล่าว “ข้าคงปิดสถานที่ไว้ได้ไม่นาน”

หลิงยวนพยักหน้า

“เหมืองยังเปิดอยู่หรือไม่”

“เปิด แต่ช่วงสิบวันมานี้อาคมสูบน้ำเสีย คนงานลงได้เพียงชั้นบน หินดิบที่ว่ากองอยู่ในห้องตัดหินด้านล่าง”

“เจ้าของเป็นใครเจ้าคะ” เยว่ซีถาม

“เถ้าแก่เหอ เขาเสียขาไปข้างหนึ่งเมื่อปีก่อน ตอนนี้ลูกสาวดูแลแทน คนในเหมืองเรียกนางว่าเหออิง”

ถังเหยียนดึงกระดาษมาเขียนจดหมายแนะนำตัว

หลิงยวนถามเรื่องเส้นทาง จำนวนคนงาน และอาคมที่เสีย จากนั้นจึงวางเงินมัดจำลงบนโต๊ะ

“ข้าขอพบเจ้าของก่อน หากเขาไม่ขายก็ไม่ต้องหักมัดจำ”

ถังเหยียนเลิกคิ้ว

“เจ้าจะไม่ขอให้ข้าแย่งซื้อแข่งกับหุบเขาหรือ”

“เขาต้องการให้ข้าทำเช่นนั้น”

เยว่ซีหันมามอง

หลิงยวนเก็บภาพผลึกลงในแขนเสื้อ

“หากเรามัวแต่ไล่ซื้อของที่เขากว้านไป สุดท้ายก็ต้องกลับไปหาเขา”

ถังเหยียนยิ้มเป็นครั้งแรก

“ดี ข้าไม่อยากเห็นเงินของชิงเสวียนทำให้ผลึกทั้งตลาดแพงขึ้นเช่นกัน”

⸻

พวกเขาไม่ได้ตรงไปเหมืองทันที

หลิงยวนพาเยว่ซีกลับโรงเตี๊ยม ส่งข่าวเรื่องผลึกให้เจ้าสำนัก พร้อมขอให้คนของชิงเสวียนตรวจแหล่งอื่นนอกเขตหุบเขา จากนั้นแจ้งเสิ่นซูเหอว่าจะไปพบเจ้าของเหมืองและอาจกลับช้ากว่ากำหนด

เยว่ซีนั่งอ่านคำแนะนำเรื่องกำไลอยู่ข้างโต๊ะ

เมื่อเห็นเขาปิดหลอดจดหมาย นางจึงถาม

“ท่านคิดว่าท่านลุงตั้งใจขัดขวางเราหรือไม่”

“มีโอกาสมาก”

“แต่ยังไม่แน่ใจ”

“ยังไม่มีคำสั่งของเขาอยู่ในมือ”

นางพยักหน้าแล้วพับกระดาษ

ความจริงที่เห็นคือผลึกถูกซื้อไปทั้งหมดหลังจากพวกนางปฏิเสธเงื่อนไข ส่วนเหตุผลที่อีกฝ่ายอ้างอาจจริงหรือเท็จ

อย่างน้อยนางไม่จำเป็นต้องกลับไปขอร้องทันที

หลิงยวนวางถ้วยน้ำอุ่นไว้ข้างมือ

“กินข้าวก่อน เรือจะออกหลังจากนั้น”

เยว่ซีมองเขาแล้วเลื่อนถ้วยอีกใบกลับไป

“ท่านด้วยเจ้าค่ะ”

เขารับไปโดยไม่เถียง

นางเริ่มรู้แล้วว่าคนผู้นี้สั่งคนอื่นง่ายกว่าดูแลตัวเองมากนัก

⸻

เหมืองเขาฉางอู๋อยู่ห่างเมืองไป๋สุ่ยครึ่งวันทางเรือเหาะ

เมื่อพวกเขามาถึง ฟ้าก็เริ่มมืด

คนงานหลายคนนั่งอยู่หน้าปากเหมือง เสื้อผ้าเปียกถึงเอว มีเสียงกระแทกเหล็กดังจากโรงเก็บเครื่องมือเป็นระยะ

เหออิงอายุราวยี่สิบห้าปี ผิวคล้ำจากแดด ผมเกล้าแน่น ใต้เล็บมีผงหินติดอยู่ นางอ่านจดหมายของถังเหยียนแล้วมองหลิงยวน

“คนจากหุบเขาเพิ่งไปเมื่อครู่”

เยว่ซีไม่ได้ประหลาดใจ

“เขาซื้อหินไปแล้วหรือเจ้าคะ”

“เสนอราคาสูงมาก แต่ข้ายังขายไม่ได้ ต้องเก็บเนื้อดีไว้ทำแกนสูบน้ำ ไม่อย่างนั้นเหมืองนี้ก็เลี้ยงใครไม่ได้อีก”

หลิงยวนมองท่อน้ำข้างทาง

มันแห้งสนิท

“ขอดูอาคมได้หรือไม่”

เหออิงมีท่าทีระวังขึ้นทันที

“หากซ่อมได้แล้วจะเอาหินทั้งหมด ข้าไม่ตกลง”

“ข้าจะบอกก่อนว่าซ่อมได้หรือไม่ แล้วค่อยคุยเรื่องราคา”

นางพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคว้าโคมแขวน

“ตามมา”

⸻

ห้องอาคมอยู่ใกล้ปากเหมือง เยว่ซีจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้วย แต่ต้องอยู่บนทางยกสูง ห้ามลงร่องน้ำหรือแตะหินที่ยังไม่ตรวจ

นางรับปาก

กลางห้องมีวงล้อทองแดงขนาดเท่าโต๊ะกินข้าว รอบวงฝังผลึกหลายแท่ง แท่งหนึ่งแตกเป็นเสี่ยงจนช่องด้านข้างบิดเบี้ยว

หลิงยวนคุกเข่าตรวจ

“เคยเปลี่ยนแกนแล้วหรือ”

“สองครั้ง” เหออิงตอบ “ครั้งแรกใช้ได้วันเดียว ครั้งที่สองแตกตั้งแต่เริ่มเดินอาคม ช่างบอกว่าต้องใช้ผลึกใหญ่กว่าเดิม”

“แล้วเหตุใดจึงยังไม่เปลี่ยน”

“อันที่ใหญ่กว่านี้แพงกว่ารายได้เหมืองสามเดือน”

เยว่ซีมองรอยแตกบนวงล้อ ก่อนมองท่อซึ่งทอดลงไปใต้พื้น

“ก่อนเสีย น้ำออกทางไหนเจ้าคะ”

เหออิงชี้ท่อสามเส้นเหนือศีรษะ

“ขึ้นไปพักบนบ่อ แล้วปล่อยลงลำธารฝั่งตะวันออก”

เยว่ซีนึกถึงทางที่เดินผ่านมา

ข้างโรงเก็บเครื่องมือมีต้นกกขึ้นแน่นอยู่ริมบ่อ แต่พื้นดินถัดไปกลับแห้งแตกระแหง

“ลำธารฝั่งนั้นไม่มีน้ำเลยหรือเจ้าคะ”

“ตั้งแต่ทางเขาถล่มเมื่อสิบวันก่อน”

นางหันไปมองหลิงยวนทันที

เขาลุกขึ้นแล้ว

“พาข้าไปดูทางระบายน้ำ”

⸻

เศษหินจากภูเขาถล่มอุดปากรางอยู่เกือบทั้งหมด

น้ำไหลผ่านได้เพียงช่องเล็กใต้ก้อนหินใหญ่ พอเริ่มสูบ น้ำจึงย้อนอัดกลับลงมาถึงวงล้อ

เหออิงยืนมองด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“ช่างตรวจแต่ห้องอาคม”

หลิงยวนใช้ฝักกระบี่เคาะแนวหินสองครั้ง ฟังเสียงด้านใน ก่อนชี้ตำแหน่งให้คนงานผูกเชือก

“อย่าเปิดด้านล่างก่อน ก้อนบนจะไหลตามลงมา”

เขาไม่ได้ฟันภูเขาทั้งลูก

เพียงชักกระบี่ออกเล็กน้อย แสงสีเงินอมฟ้าก็ตัดผ่านหินที่ขัดกันอยู่ตรงกลางอย่างแม่นยำ รอยตัดเรียบกริบปรากฏขึ้น แล้วเขาจึงสั่งให้คนงานดึงเชือก

ก้อนแรกเลื่อนออก

น้ำพุ่งลอดช่องลงสู่ราง เสียงไหลดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

เยว่ซียืนอยู่บนพื้นที่เหออิงกำหนด มองชายชุดขาวออกคำสั่งทีละข้อ คนงานที่ตอนแรกยังลังเลเริ่มทำตามโดยไม่ต้องถามซ้ำ

ก้อนหินสุดท้ายถูกลากพ้นทางก่อนโคมดวงแรกจะจุดหมดน้ำมัน

เมื่อกลับลงไปในห้องอาคม หลิงยวนจึงใช้ผลึกขนาดเล็กที่เหลืออยู่แทนส่วนแตก ปรับเส้นทองแดงสองเส้น แล้วให้เหออิงเป็นผู้เริ่มเดินเครื่อง

วงล้อหมุนช้า ๆ

น้ำขุ่นไหลขึ้นท่อ

ไม่มีเสียงแตกร้าว

เหออิงยืนเฝ้าจนครบหนึ่งก้านธูป ก่อนยกมือปาดหน้าอย่างแรง

“ข้าจะไปบอกท่านพ่อ”

นางวิ่งออกจากห้องทั้งอย่างนั้น

เยว่ซีมองผลึกเล็กในช่องที่เคยแตก

“ไม่จำเป็นต้องใช้ก้อนใหญ่กว่าเดิมเลย”

“หากทางออกยังตัน เปลี่ยนใหญ่เท่าใดก็แตก”

คำตอบทำให้นางก้มมองกำไลบนข้อมือโดยไม่รู้ตัว

หลิงยวนเห็น แต่ไม่ได้อธิบายซ้ำ

เขาเพียงยื่นมือมารับโคมที่นางถือ

“แขนเมื่อยแล้ว”

เยว่ซีส่งให้ ก่อนถามเบา ๆ

“เมื่อครู่ใช้กระบี่ เจ็บหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่เจ็บ”

นางมองเขาอย่างตรวจสอบ

หลิงยวนจึงเสริม

“ใช้ปราณไม่มาก”

คราวนี้นางจึงพยักหน้า

⸻

ห้องตัดหินเปิดได้หลังน้ำลด

เหออิงนำผลึกดิบขึ้นมาสามก้อน วางบนผ้าหนาแล้วให้ทั้งสองเลือก โดยยืนยันว่าจะยกก้อนที่ดีที่สุดเป็นค่าซ่อม

หลิงยวนรับเพียงส่วนที่ตกลงว่าต้องใช้ ส่วนที่เหลือให้ตีราคาตามเนื้อหินจริง

เยว่ซีนั่งข้างโต๊ะ เทียบรอยเนื้อผลึกกับภาพของเสิ่นซูเหอ

ก้อนแรกมีรอยแตกถึงกลาง

ก้อนที่สองเนื้อขุ่น ใช้ทำแกนอาคมธรรมดาได้ แต่ไม่เหมาะรับแรงจากผนึก

ก้อนสุดท้ายมีเนื้อใสอยู่ด้านหนึ่ง

หลิงยวนแตะปราณลงไปเพียงเล็กน้อย แสงสีเงินไหลผ่านเนื้อหินแล้วดับโดยไม่กระจายออกข้าง

“ก้อนนี้”

เยว่ซีผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้

เหออิงกำลังจะเรียกช่างตัดหินเข้ามา หลิงยวนกลับยกมือห้าม

“มีโพรงด้านหลัง”

เขาหมุนก้อนหินให้แสงโคมส่องผ่าน

เยว่ซีเห็นวัตถุเล็กสีทองแดงฝังอยู่ใต้เปลือกหิน

มันเป็นตะปูหัวแบน

บนหัวตะปูมีรอยสลักดอกไม้ห้ากลีบ

“สิ่งนี้อยู่ในหินได้อย่างไร” นางถาม

เหออิงขมวดคิ้ว

“ก้อนนี้เก็บจากผนังชั้นล่าง พวกข้าคิดว่าเป็นเหล็กค้ำเหมืองเก่า”

หลิงยวนไม่แตะตะปูโดยตรง เขาวางยันต์บางลงบนโต๊ะ แล้วใช้ปลายกระบี่แยกเปลือกหินรอบวัตถุนั้นออก

ทันทีที่ตะปูหลุดพ้นเนื้อผลึก โคมทั้งห้องก็ดับพร้อมกัน

เสียงต่ำดังมาจากใต้พื้น

คล้ายใครเคาะประตูหินจากอีกด้านหนึ่ง

⸻

“ทุกคนออกจากห้อง”

เสียงหลิงยวนสงบจนเยว่ซีตั้งสติได้ทัน

นางถอยไปหาประตูตามทางเดิม เรียกคนงานที่กำลังจะวิ่งลงมาดูให้หยุด ก่อนช่วยเหออิงนับคนตรงลาน

ไม่มีผู้ใดอยู่ชั้นล่างแล้ว

หลิงยวนออกมาเป็นคนสุดท้าย

ตะปูทองแดงถูกห่ออยู่ในยันต์ แสงบนกระดาษสั่นเป็นระยะ แต่เสียงใต้พื้นเงียบลงแล้ว

“มันคืออะไรเจ้าคะ”

“หมุดส่งปราณ”

เขามองปากเหมือง

“มีคนใช้เนื้อผลึกใต้เขาเป็นทางเชื่อมอาคม หมุดนี้เป็นเพียงจุดหนึ่ง”

เหออิงหน้าซีด

“เกี่ยวกับอุบัติเหตุในเหมืองหรือไม่”

“ยังบอกไม่ได้ คืนนี้อย่าเพิ่งลงไปอีก ข้าจะขอให้ชิงเสวียนส่งคนตรวจ”

เยว่ซีมองยันต์ในมือเขา

“เมื่อครู่ทางถูกตัดแล้วหรือ”

“ใช่”

“คนอีกฝั่งจะรู้หรือไม่”

หลิงยวนสบตานาง

“รู้”

⸻

พวกเขาย้ายไปพักในเรือนเจ้าของเหมือง

หลิงยวนส่งข่าวเร่งด่วนถึงเจ้าสำนัก จากนั้นกางแผนที่ซึ่งเหออิงนำมาให้ ตรวจแนวขุดเก่าเทียบกับตำแหน่งที่พบผลึก

เยว่ซีนั่งอยู่ข้างเขา ใช้นิ้วกดมุมแผนที่ไม่ให้ม้วนกลับ

ตำแหน่งห้องตัดหินอยู่ห่างจากอุโมงค์ร้างเพียงกำแพงเดียว

“หากมันเป็นทางส่งปราณ” นางถาม “คนที่ซื้อผลึกไปจะได้รู้เรื่องนี้หรือไม่เจ้าคะ”

“เฉพาะผลึกที่มีหมุดฝังอยู่ หินทั่วไปไม่ทำงานเช่นนั้น”

หลิงยวนใช้พู่กันวงตำแหน่งอุโมงค์

“เรายังไม่รู้ว่าผู้ใดติดตั้ง และติดตั้งเมื่อใด”

เยว่ซีพยักหน้า

ตราดอกไม้ทำให้นางนึกถึงหุบเขาทันที แต่ก่อนหน้านี้นางก็เคยเห็นลายมือกับตราประทับถูกคนอื่นใช้มาแล้ว

ถึงอย่างนั้น ความบังเอิญก็เริ่มมากเกินไป

เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังหน้าประตู

คนเฝ้าลานเข้ามารายงานว่ามีรถจากหุบเขาหมื่นบุปผามาถึง

เยว่ซีหันไปมองหน้าต่าง

พวกเขาเพิ่งนำหมุดออกมาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม

⸻

คราวนี้ผู้ลงจากรถไม่ใช่คนซื้อผลึก

เป็นซ่งอวี้เหนียง

หญิงชราถือกล่องยาวใบหนึ่งแนบอก ใบหน้าเคร่งเครียดกว่าตอนพบกันที่เรือนฝนหยก

“ข้ามาส่งผลึกให้”

นางเปิดกล่อง

ภายในมีผลึกใสสองแท่งที่มู่เฉิงเจ๋อเคยนำไปให้ดู

เยว่ซีมองมันแล้วเงยหน้า

“มีเงื่อนไขอะไรเจ้าคะ”

“ไม่มี เรื่องกลับเข้าสกุลค่อยหารือกันภายหลัง”

หลิงยวนไม่ได้รับกล่อง

“ผู้ใดให้ท่านมา”

“เจ้าหุบเขา”

“ตั้งแต่เมื่อใด”

ซ่งอวี้เหนียงลังเลเพียงชั่วครู่

“ก่อนข้าออกเดินทาง”

หลิงยวนวางห่อยันต์ลงบนโต๊ะ

ดวงตาของหญิงชราเลื่อนไปหยุดอยู่ตรงนั้นทันที

เยว่ซีเห็นชัดเจน

นางจึงปิดฝากล่องผลึกลงเบา ๆ

“หากให้โดยไม่มีเงื่อนไข ข้าขอให้ชิงเสวียนตรวจผลึกก่อน ส่วนสิ่งที่เราพบในเหมืองก็ให้ผู้รู้ตรวจเช่นกัน”

“หมุดนั่นเป็นของหุบเขา” ซ่งอวี้เหนียงกล่าว

ห้องเงียบลง

หลิงยวนยังไม่ได้เปิดยันต์ด้วยซ้ำ

เยว่ซีค่อย ๆ ถอนมือจากฝากล่อง

“ท่านรู้แล้วว่าเราเจออะไร”

หญิงชราหลับตาครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งรู้ว่าตนพูดเร็วเกินไป

หลิงยวนถามต่อ

“มันเชื่อมไปที่ใด”

ซ่งอวี้เหนียงไม่ตอบ

เขาจึงดึงกล่องผลึกกลับไปวางตรงหน้านาง

“นำกลับไปเถิด”

“เจ้าควรคิดถึงอาการของตัวเอง”

“ข้ากำลังคิดอยู่”

น้ำเสียงเขาไม่เปลี่ยน

“จึงไม่ใช้ของที่คนให้ยังไม่ยอมบอกว่าต้องการสิ่งใดตอบแทน”

ซ่งอวี้เหนียงมองทั้งสองสลับกัน ก่อนเลื่อนกล่องกลับมาอีกครั้ง

คราวนี้นางไม่ได้แตะห่อยันต์

“เก็บผลึกไว้ ข้าจะรับผิดชอบเอง”

จากนั้นจึงหันไปหาเยว่ซี

“คืนนี้อย่ากลับไป๋สุ่ย”

หญิงสาวรู้สึกเย็นขึ้นตามแขน

“เพราะอะไรเจ้าคะ”

ซ่งอวี้เหนียงกำไม้เท้าแน่น

“คนของเจ้าหุบเขากำลังไปรับเสิ่นซูเหอออกจากเรือนหลังเขา”

หลิงยวนลุกขึ้นทันที

หญิงชราพูดประโยคสุดท้ายโดยไม่หลบสายตาอีก

“เขาจะเอาคนที่รักษาพวกเจ้าได้ ไปไว้ในที่ซึ่งพวกเจ้าพบไม่ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status