หน้าหลัก / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 15 — ผู้ที่เดินออกมาเอง

แชร์

บทที่ 15 — ผู้ที่เดินออกมาเอง

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-19 11:21:19

“เขาจะพานางไปที่ใด”

หลิงยวนถามทันที

ซ่งอวี้เหนียงวางไม้เท้าพิงโต๊ะ ก่อนหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกจากแขนเสื้อ

“เรือนชำระจิต อยู่ลึกเข้าไปในเขตห้ามเข้า ข้าได้รับคำสั่งนี้ระหว่างทาง”

เยว่ซีรับมาอ่าน

ข้อความระบุให้ย้ายเสิ่นซูเหอภายในคืนนี้ โดยอ้างว่านางลักลอบมอบวิชาของหุบเขาแก่คนนอกและเปิดเผยความลับของสกุลมู่

ด้านล่างมีตราเจ้าหุบเขา

“เหตุใดท่านจึงยอมให้ข้าดู”

ซ่งอวี้เหนียงมองนาง

“เพราะเมื่อสิบสามปีก่อน ข้าเคยเชื่อว่าทำตามคำสั่งแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น”

“เกี่ยวกับท่านแม่หรือเจ้าคะ”

หญิงชราเบือนสายตาไปที่หน้าต่าง

“นางขอให้ข้าส่งจดหมายถึงเสิ่นซูเหอ ข้ากลับนำไปให้พี่ชายนางก่อน”

เยว่ซีรู้สึกว่ามือเย็นลง

“จดหมายเรื่องอะไร”

“ข้าไม่ได้เปิดอ่าน และไม่เคยรู้ว่ามันไปถึงมือผู้รับหรือไม่”

หลิงยวนดึงกระดาษเปล่ามาวาง

“เรื่องนั้นต้องถามต่อ แต่ตอนนี้เราต้องติดต่อเสิ่นซูเหอ ท่านมีทางส่งข่าวถึงนางโดยตรงหรือไม่”

ซ่งอวี้เหนียงพยักหน้า

“มี ระฆังยาคู่หนึ่ง ข้าเก็บไว้ตั้งแต่สมัยที่ยังช่วยนางดูแลคนไข้”

“ส่งข่าวให้นางรู้ก่อน แล้วถามว่านางต้องการออกมาหรือไม่”

เยว่ซีเงยหน้ามองเขา

ในความตกใจ นางคิดแต่จะไปช่วยให้ทัน จนลืมว่าคนที่กำลังถูกพาตัวอาจมีสิ่งที่ต้องการทำอยู่แล้ว

นางหยิบพู่กันอีกด้ามขึ้นมา

“ข้าจะเขียนคำเชิญรักษาต่อที่ชิงเสวียน ให้นางมีเหตุผลออกจากหุบเขา”

หลิงยวนเลื่อนหมึกให้

“ข้าจะรับรองในฐานะศิษย์ของเจ้าสำนัก แล้วส่งขอคำยืนยันจากอาจารย์อีกฉบับ”

⸻

ระฆังยามีขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ

ซ่งอวี้เหนียงแตะปราณลงบนขอบ เสียงใสดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนมีเสียงหงุดหงิดตอบกลับมา

“หากเป็นเรื่องให้ข้ายอมขึ้นรถ ก็เลิกพูดเสีย”

เยว่ซีรีบโน้มเข้าไป

“ท่านเสิ่น ข้าเยว่ซีเจ้าค่ะ”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“เจ้ากลับไปหุบเขาแล้วหรือ”

“ยังอยู่ที่เหมือง พวกข้าทราบเรื่องคำสั่งย้ายแล้ว”

“ดี เช่นนั้นอย่ามา พวกมันอยากให้เจ้ากลับมาพอดี”

หลิงยวนถามแทรก

“ตอนนี้ท่านอยู่ที่ใด”

“เรือนข้า หน้าประตูมีคนสิบสองคน ชาหม้อหนึ่ง และคนโง่คนหนึ่งที่คิดว่าข้าจะดื่มชาที่เขารินให้”

เสียงไอแห้ง ๆ ดังแว่วมาจากอีกฟาก

เยว่ซีเกือบหลุดหัวเราะ ทั้งที่ยังกลัวอยู่

“ท่านออกมาเองได้หรือไม่เจ้าคะ”

“คนข้างนอกข้าไม่กลัว แต่ป้ายกักบริเวณของข้าผูกกับอาคมประตูหุบเขา ถ้าฝืนผ่าน มันจะปิดเส้นปราณ”

หลิงยวนมองซ่งอวี้เหนียง

หญิงชราพยักหน้ายืนยัน

“ต้องมีคำสั่งถอน หรือให้ผู้ถือป้ายประตูยอมเปิดทาง”

“ท่านมีสิทธิ์เปิดหรือไม่”

“ข้ามีสิทธิ์ที่ประตูน้ำ แต่ตอนนี้คงถูกเปลี่ยนเวรแล้ว”

เสิ่นซูเหอได้ยินทั้งหมด

“ไม่ต้องมาพังประตู ข้ายังมีทางหนึ่ง แต่ต้องมีคนอยู่ข้างนอกเป็นพยาน”

“ทางใดขอรับ”

“คำสั่งกักข้าเมื่อสิบสองปีก่อนลงนามโดยผู้อาวุโสสามคน เจ้าหุบเขาเปลี่ยนสถานที่กักคนเดียวไม่ได้ ข้าจะขอให้เปิดหอวินัย แล้วให้มันอ่านคำสั่งเดิมต่อหน้าคนทั้งหุบเขา”

“เขาจะยอมหรือเจ้าคะ” เยว่ซีถาม

“ถ้าไม่มีคนนอกอยู่ เขาคงไม่ยอม”

หลิงยวนจึงตอบ

“ก่อนรุ่งสาง ข้าจะอยู่ที่ประตูใหญ่”

⸻

พวกเขาออกจากเหมืองโดยนำผลึกดิบกับหมุดทองแดงไปด้วย

กล่องผลึกสองแท่งของมู่เฉิงเจ๋อถูกปิดผนึกแยกไว้ ยังไม่มีใครนำมาใช้

เหออิงรับปากจะหยุดคนงานไม่ให้ลงชั้นล่าง และรอผู้ตรวจจากชิงเสวียน ส่วนซ่งอวี้เหนียงส่งคนขับรถของตนไปแจ้งถังเหยียน ก่อนขึ้นเรือเหาะร่วมทางกับทั้งสอง

ลมกลางคืนแรงกว่าตอนเดินทางมา

เยว่ซีกำขอบเสื้อคลุมไว้ หลิงยวนเห็นจึงปรับม่านลมรอบเรือให้สูงขึ้น

“หนาวหรือ”

“นิดหน่อยเจ้าค่ะ”

เขาหยิบเสื้อคลุมของตนส่งให้

เยว่ซีรับไว้ แต่ไม่ได้สวมทันที

“ท่านไม่หนาวหรือ”

“ข้าคุมอาคมอยู่”

นางจึงคลุมไหล่ กลิ่นสะอาดจาง ๆ จากเนื้อผ้าทำให้ความตึงในอกคลายลงอย่างไม่สมควรแก่เวลา

ซ่งอวี้เหนียงนั่งหันหลังให้ทั้งสอง

ดูเหมือนหญิงชราจะสนใจภูเขาด้านล่างเป็นพิเศษ

เยว่ซีขยับเข้าใกล้หลิงยวนแล้วถามเบา ๆ

“ถ้าท่านลุงไม่ยอมเปิดประตูเล่า”

“เราจะไม่พาเจ้าเข้าไป”

“แต่ท่านเสิ่น—”

“ถังเหยียนกำลังเรียกหมอที่เคยเป็นศิษย์ของนางมารอด้านนอก อาจารย์ส่งคำรับรองมาแล้ว และคนของชิงเสวียนกำลังตามมา”

เขาส่งแผ่นจดหมายที่เพิ่งได้รับให้นางดู

ด้านล่างมีตราเจ้าสำนักชัดเจน

“เขาปิดประตูได้ แต่จะปิดปากทุกคนที่มองอยู่ได้ยากขึ้น”

เยว่ซีอ่านจนจบแล้วพับคืน

คราวนี้นางเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงไม่รีบชักกระบี่ตั้งแต่ได้ข่าว

เขากำลังทำให้เสิ่นซูเหอมีทางออกที่ไม่ต้องหลบหนีไปตลอดชีวิต

⸻

ก่อนรุ่งสาง ประตูใหญ่ของหุบเขาหมื่นบุปผามีผู้คนมารวมตัวเกือบยี่สิบคน

ถังเหยียนมาพร้อมหมอสี่คนและเจ้าของโรงยาอีกสองแห่ง ทุกคนได้รับแจ้งเพียงว่าเสิ่นซูเหอถูกย้ายสถานที่กักอย่างเร่งด่วนหลังรับรักษาคนนอก และมีผู้ขอให้มารับฟังเหตุผล

ไม่มีผู้ใดรู้เรื่องปราณทั้งห้าของเยว่ซี

หลิงยวนยืนอยู่หน้าเสาหิน ส่งคำเชิญจากชิงเสวียนให้ผู้คุมประตู

“ขอพบผู้อาวุโสที่ร่วมลงนามคำสั่งกักบริเวณ”

ผู้คุมรับกระดาษไปด้วยสีหน้าอึดอัด

ไม่นาน ประตูเล็กด้านข้างก็เปิดออก

มู่เฉิงเจ๋อเดินลงบันไดมาด้วยตนเอง

เขามองซ่งอวี้เหนียงก่อนเป็นคนแรก

“เจ้าทำเกินหน้าที่แล้ว”

หญิงชราวางป้ายประจำตำแหน่งลงบนขั้นหิน

“ข้าจึงมาคืน”

แววตาของเขาแข็งขึ้น

เยว่ซีก้าวออกมายืนข้างหลิงยวน แต่ยังอยู่พ้นแนวอาคมที่เขาบอกไว้

“ท่านลุง ข้ามารับหมอที่รักษาข้า”

“นางทำผิดกฎของหุบเขา”

“ผิดข้อใดเจ้าคะ”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“ในคำสั่งเขียนว่านางถ่ายทอดวิชาให้คนนอก ข้าคือคนนอกที่นางรักษา ข้าขอชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นได้หรือไม่”

ถังเหยียนมองมู่เฉิงเจ๋อ

หมอคนหนึ่งด้านหลังกล่าวขึ้นอย่างสุภาพ

“หากการสอนคนไข้ควบคุมปราณถือเป็นการถ่ายทอดวิชา เราก็คงทำผิดเช่นเดียวกันหลายครั้ง ขอท่านเจ้าหุบเขาชี้แจงเถิด”

มู่เฉิงเจ๋อไม่ตอบ

เสียงไม้เท้ากระทบพื้นดังขึ้นจากหลังประตู

ชายชราร่างผอมเดินออกมาพร้อมสตรีสูงวัยอีกคน ทั้งสองมีศิษย์ประคองอยู่ข้างกาย

“เปิดทาง” ชายชรากล่าว “เสิ่นซูเหอขอทบทวนคำสั่ง ข้าลงนามไว้เอง ย่อมต้องมาฟัง”

⸻

เสิ่นซูเหอเดินตามออกมาครู่ต่อมา

นางสะพายห่อยาขนาดใหญ่กว่าเสื้อผ้า มือหนึ่งหิ้วกรงไม้ซึ่งมีต้นกล้าเล็กอยู่ภายใน

ด้านหลังมีคนคุมตามมาสี่คน ทุกคนเว้นระยะห่างจากนางพอสมควร

เยว่ซีเกือบก้าวเข้าไปหา แต่เสิ่นซูเหอยกมือห้าม

“อย่าเข้ามา ข้ายังเดินไม่พ้นอาคม”

มู่เฉิงเจ๋อมองห่อสัมภาระ

“ท่านเตรียมตัวราวกับรู้ผลแล้ว”

“ข้าเก็บของมาสิบสองปี เพิ่งมีโอกาสได้หิ้ว”

นางวางกรงต้นไม้ลง แล้วส่งเอกสารเก่าให้ชายชรา

“อ่านข้อสุดท้ายให้ครบ”

ชายชราคลี่กระดาษ

คำสั่งเดิมระบุให้เสิ่นซูเหอพำนักอยู่เรือนหลังเขาจนกว่าหุบเขาจะชดใช้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการทดลองครบถ้วน และให้นางเป็นผู้ตรวจสอบการชดใช้นั้น

เยว่ซีเงยหน้าทันที

เสิ่นซูเหอมองมู่เฉิงเจ๋อ

“เมื่อสิบสองปีก่อน พวกเจ้าบอกว่าหากข้าออกไป ครอบครัวคนตายจะไม่มีใครเรียกร้องแทน ข้าจึงยอมอยู่”

นางชี้ไปยังถังเหยียน

“เจ็ดปีก่อน คนผู้นี้นำเงินของข้าไปมอบให้พวกเขาจนครบ ส่วนเงินของหุบเขา จ่ายครบเมื่อใด”

ถังเหยียนก้าวออกมา

“ห้าปีก่อนขอรับ ข้ามีใบรับเงินจากทั้งสามครอบครัว”

เขานำเอกสารส่งให้ผู้อาวุโส

มู่เฉิงเจ๋อกล่าวทันที

“แต่นางยังทำลายตำราและเตาหลัก—”

“ข้าถูกถอดตำแหน่งและชดใช้ทรัพย์สินแล้ว” เสิ่นซูเหอตัดบท “อยากลงโทษซ้ำก็เขียนคำสั่งใหม่ อย่าเอาคำสั่งเก่ามาขังข้าต่อ”

ชายชราอ่านเอกสารทีละแผ่น

สตรีสูงวัยข้างเขาขมวดคิ้ว ก่อนหันไปหาเจ้าหุบเขา

“เหตุใดจึงไม่มีผู้แจ้งว่าครบแล้ว”

ไม่มีคำตอบ

เยว่ซีมองห่อยาบนไหล่เสิ่นซูเหอ

ตลอดสิบสองปี หญิงผู้นี้อาจเดินออกมาได้หลายครั้ง แต่ยังอยู่เพราะเชื่อว่าข้างนอกมีคนรอความเป็นธรรมจากนาง

และมีคนใช้ความเชื่อนั้นปิดประตูไว้

⸻

“คำสั่งเดิมสิ้นผลแล้ว”

ชายชรากล่าวในที่สุด

มู่เฉิงเจ๋อหันขวับ

“ท่านผู้อาวุโส—”

“หากมีข้อกล่าวหาใหม่ ให้สอบสวนใหม่ ผู้กล่าวหาต้องนำหลักฐานมา ตอนนี้เปิดทางให้นาง”

ผู้คุมประตูมองเจ้าหุบเขาอย่างลังเล

สตรีสูงวัยจึงยื่นป้ายของตนออกมา

“ใช้ของข้า”

แสงบนเสาหินค่อย ๆ ดับลงทีละเส้น

เสิ่นซูเหอหยิบกรงต้นไม้ขึ้น เดินลงบันไดโดยไม่หันกลับไปมองเรือนด้านหลัง

เยว่ซีก้าวไปรับห่อยา

เหลืออีกสามก้าว

เสียงโลหะสั่นดังขึ้นจากใต้พื้น

เส้นแสงเส้นหนึ่งกลับสว่าง แล้วพุ่งพันข้อเท้าของเสิ่นซูเหออย่างรวดเร็ว

หลิงยวนขยับก่อนเสียงร้องของผู้คุม

กระบี่ออกจากฝักเพียงคืบเดียว

แสงสีเงินอมฟ้าตัดลงตรงรอยต่อระหว่างขั้นหิน เสียงขาดผึงดังขึ้นครั้งเดียว เส้นอาคมร่วงลงกับพื้นแล้วสลายไป

เขายืนอยู่ข้างเสิ่นซูเหอแล้ว

ปลายฝักกระบี่กดทับแผ่นทองแดงซึ่งโผล่ใต้หินแตก

มันไม่ได้เชื่อมกับเสาประตู

แต่ทอดลึกเข้าไปในหุบเขา

หลิงยวนเงยหน้ามองมู่เฉิงเจ๋อ

“นี่ไม่ใช่อาคมกักบริเวณ”

ผู้อาวุโสทั้งสองเดินลงมาดู

เสิ่นซูเหอก้มมองรอยแดงบนข้อเท้า ก่อนหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

“ที่แท้เจ้าเตรียมผูกข้าเข้ากับเรือนชำระจิตตั้งแต่ยังไม่พาตัวไป”

มู่เฉิงเจ๋อหน้าตึง

“อาคมเก่าอาจทำงานผิดพลาด”

หลิงยวนใช้ปลายกระบี่ยกแผ่นทองแดงขึ้น

ใต้แผ่นมีคราบน้ำมันใหม่ติดอยู่

เขาไม่โต้เถียง เพียงส่งให้ผู้อาวุโสตรวจ

ความเงียบของผู้คนรอบประตูหนักกว่าคำกล่าวหาใด

⸻

เสิ่นซูเหอขึ้นรถของถังเหยียนด้วยตนเอง

ก่อนออกเดินทาง นางหันไปบอกผู้อาวุโสทั้งสองว่าจะยอมกลับมาให้การเรื่องตำราและการทดลอง หากมีการสอบสวนต่อหน้าพยานจากภายนอก

จากนั้นจึงดึงม่านลง

ซ่งอวี้เหนียงขึ้นรถตามไป

ไม่มีป้ายผู้ดูแลเรือนฝนหยกห้อยอยู่ที่เอวอีกแล้ว

เยว่ซีกำลังจะตามขึ้นรถ มู่เฉิงเจ๋อก็เรียกไว้

“เยว่ซี”

นางหยุด แต่ไม่ได้เดินกลับไป

“เจ้ากำลังเลือกเชื่อคนนอกมากกว่าสายเลือดตนเอง”

เยว่ซีมองใบหน้าเขา

“ข้าเพิ่งรู้เมื่อวานว่ามีท่านลุง”

เขานิ่งไป

“ข้าอยากรู้จักท่านมากกว่านี้เจ้าค่ะ แต่ตั้งแต่พบกัน ท่านถามเพียงว่าข้าจะยอมอยู่ที่นี่หรือไม่”

นางคารวะอย่างเรียบร้อย

“หากวันหนึ่งท่านอยากเล่าเรื่องท่านแม่ โดยไม่มีเงื่อนไข ข้าจะฟัง”

เยว่ซีขึ้นรถ

ครั้งนี้นางไม่ได้รอคำตอบ

⸻

พวกเขาพักที่โรงยาของถังเหยียนก่อนออกจากเมือง

เสิ่นซูเหอให้หลิงยวนนั่งลงเป็นคนแรก

“ข้อมือ”

เขายื่นให้

เยว่ซีวางห่อยาข้างตัวหมอ แล้วนั่งอยู่ตรงข้าม ไม่พูดอะไร แต่ไม่ยอมลุกไปไหนเช่นกัน

เสิ่นซูเหอจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง

“เส้นปราณตึงจากการใช้กระบี่ แต่ไม่มีแผลใหม่ พักเสียครึ่งวัน”

เยว่ซีจึงค่อยผ่อนหัวไหล่

หลิงยวนเห็นแล้วถาม

“เชื่อหรือยัง”

“ข้าเชื่อท่านหมอเจ้าค่ะ”

เสิ่นซูเหอหัวเราะ ส่วนหลิงยวนก้มรับถ้วยยาโดยไม่กล่าวอะไรอีก

หลังจากนั้นหมอจึงตรวจผลึกดิบที่นำจากเหมืองมา

นางตัดส่วนที่มีโพรงออก เหลือเนื้อใสขนาดเล็กกว่าฝ่ามือครึ่งหนึ่ง แล้วเคาะฟังเสียงหลายครั้ง

“ใช้ได้”

เยว่ซีเงยหน้าทันที

“พอหรือเจ้าคะ”

“พอทำแกนพักปราณหนึ่งชิ้น แต่ข้าต้องปรับมันให้เข้ากับผนึกก่อน ยังใช้วันนี้ไม่ได้”

นางเปิดกล่องผลึกสองแท่งของมู่เฉิงเจ๋อ ตรวจแล้วปิดกลับ

“ของพวกนี้ก็เป็นของดี แต่เมื่อเรามีของตัวเองแล้ว ส่งคืนไป จะได้ไม่มีใครมานับบุญคุณทีหลัง”

ซ่งอวี้เหนียงพยักหน้าเงียบ ๆ

⸻

ยามบ่าย ก่อนเรือของชิงเสวียนมารับ หลิงยวนขอให้เสิ่นซูเหอดูหมุดทองแดง

ทันทีที่เห็นรอยสลักใต้หัวหมุด สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป

“พบที่ไหน”

เขาบอกตำแหน่งในเหมืองและลักษณะเสียงที่ได้ยินหลังนำหมุดออก

เสิ่นซูเหอพลิกมันด้วยคีมเล็ก

“นี่เป็นแบบที่ข้าเลิกใช้ไปแล้ว มันรับปราณจากเส้นแร่เข้าสู่เตาหลัก”

“เตาที่ท่านทำลายหรือ” เยว่ซีถาม

“ใช่”

นางวางหมุดลง

“พวกเขาสร้างมันขึ้นใหม่”

หลิงยวนถามต่อ

“เตานั้นใช้เปิดประตูโบราณได้หรือไม่”

เสิ่นซูเหอมองเขาทันที

“เจ้ารู้เรื่องประตูจากที่ใด”

เขาเล่าเพียงสิ่งที่พบใต้เมืองหลินอัน ทั้งร่องห้าสาย ผู้ถูกใช้ทดลอง และความต้องการของเซี่ยจิ้งเหิง

เมื่อได้ยินชื่อสุดท้าย มือของซ่งอวี้เหนียงก็กำแน่น

เสิ่นซูเหอกลับหลับตาลงช้า ๆ

“ข้าเตือนชิงหลันแล้วว่าอย่าให้คนผู้นั้นเข้าใกล้ลูก”

เยว่ซีนั่งตัวตรง

“ท่านรู้จักเขาหรือเจ้าคะ”

หญิงสูงวัยมองนาง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“รู้จัก”

นางเลื่อนหมุดทองแดงกลับไปตรงหน้าหลิงยวน

“ก่อนเขาจะตั้งสถานสงเคราะห์ เขาเคยทำงานอยู่ในห้องทดลองของหุบเขา”

เยว่ซีรู้สึกว่าความเย็นแล่นผ่านปลายนิ้ว

เสิ่นซูเหอกล่าวต่อ

“และคนที่พาเขาเข้ามา ก็คือมู่เฉิงเจ๋อ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 102 — คราวนี้ข้าจะไปให้ทัน

    “ตอนนั้นท่านแม่อยู่ข้างข้า แล้วข้ากำลังเรียกใคร”หลินเยว่ซีวางบันทึกลงกลางโต๊ะประโยคสุดท้ายยังติดอยู่ในสายตา นางอายุเพียงสี่ขวบ แต่กลับได้ยินเสียงเรียกจากคนที่ไม่มีตัวตน ก่อนเหตุการณ์เมืองหลินอันถูกทำลายถึงหนึ่งปีผู้อาวุโสสวี่เลื่อนกระดาษส่วนที่พับไว้ออก“วันต่อมาบิดาเจ้าพาออกจากเรือนด้านตะวันตก อาการก็สงบ เขาเขียนไว้เท่านี้”เยว่ซีอ่านต่อจนถึงปลายหน้า แล้วพลิกด้านหลังเองไม่มีข้อความอื่นนางหันหาโม่หลิงยวน“ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่”“ไม่เคย ตอนข้าพบเจ้า เจ้าห้าขวบแล้ว”“เช่นนั้นอย่าเพิ่งถือว่าเป็นอาคมเดียวกับที่ใช้จับคนเหล่านั้น”เยี่ยจื้อหยวนเงยหน้ามองนางเยว่ซีชี้ข้อความเรื่องย้ายเรือน“คนเจ็บที่เราช่วยกลับมายังมีอาการหลังออกจากที่ขัง แต่ข้าสงบลงทันทีที่เปลี่ยนสถานที่ อย่างน้อยมันก็ต่างกันตรงนี้เจ้าค่ะ”“ถูกต้อง” เขาตอบ “เก็บข้อแตกต่างนี้ไว้ตรวจต่อ”นางพยักหน้า ก่อนขอกระดาษมาคัดข้อความส่วนของบิดาระหว่างเขียน สายตากลับสะดุดลายหมึกที่คนอื่นเพิ่มลงในบันทึกฉบับใหญ่ ตรงที่บิดากำชับให้หยุดเมื่อผู้ป่วยเจ็บ มีคำสั่งให้ฝืนส่งปราณต่อเขียนทับอยู่พู่กันในมือนางหยุด“คนเขียนส่วนนี้ถูกจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 101 — ลายมือที่กลับมาถึงนาง

    เผยเหวินซูหันกลับมาเมื่อได้ยินคำถามผู้คุมหยุดตาม เขามองบันทึกที่เยว่ซีประคองอยู่ ก่อนเดินกลับเข้ามาใต้ชายคาโดยมีคนตามประกบ“ตอนที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งให้ข้านำไปส่ง มันอยู่ในห้องหนังสือของเขาแล้ว”“เขาเคยบอกหรือไม่ว่าได้มาอย่างไร”“ไม่เคย”คำตอบสั้นจนเยว่ซีเผลอกำขอบกระดาษเผยเหวินซูเห็น แต่ไม่ได้รีบเติมสิ่งที่ตนไม่รู้ลงไปเพื่อให้นางพอใจ“ข้าจำได้ว่าตอนรับมา ปกกับเนื้อในหลุดจากกัน เขาให้คนเย็บใหม่ก่อนส่งออก ข้าเห็นเพียงหน้าที่เปิดค้างอยู่กับข้อความที่เขาสั่งให้ตรวจ”ผู้อาวุโสสวี่พลิกดูสันบันทึกทันทีด้ายสองแนวซ้อนกันอยู่จริง แนวหนึ่งสีซีดเกือบกลืนกับกระดาษ อีกแนวใหม่กว่าและร้อยห่างอย่างลวก ๆเยว่ซีมองรอยเย็บนั้นสิ่งที่บิดาเคยเขียนเพื่อช่วยคน ถูกใครบางคนถอดออก เปลี่ยนคำสอน แล้วเย็บกลับเข้าเล่มเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น“ส่วนที่ใช้เสียงเรียกคน…” นางถาม “เป็นของท่านพ่อด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกเข้าหาแสง“ที่อ่านพบตอนนี้ บิดาเจ้าใช้สิ่งคุ้นเคยช่วยให้ผู้ป่วยแยกความทรงจำออกจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนผู้แก้ไขกลับใช้ความคุ้นเคยนั้นหลอกให้คนยอมเปิดเส้นปราณ”เขาชี้ข้อความซึ่งถูก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 100 — โอกาสที่ต้องเดินกลับมา

    “เจ้าจะออกจากที่คุมขังเพื่อช่วยคนครั้งนี้เท่านั้น”เจ้าสำนักกล่าวพลางเลื่อนคำสั่งแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าเผยเหวินซู“เครื่องผนึกปราณยังอยู่ ห้ามพกอาวุธ ห้ามแยกจากผู้ควบคุม หากพบสิ่งใดต่างจากที่เคยให้การ ต้องแจ้งทันที เมื่อเสร็จงานให้กลับมารับโทษตามเดิม”เผยเหวินซูก้มอ่านจนจบ“ข้ายอมรับ”ผู้คุมวางพู่กันให้ เขาจึงลงชื่อใต้คำสั่ง มือข้างที่ถูกเครื่องผนึกเสียดสีมีรอยแดง แต่ไม่ได้ร้องขอให้คลายออกจ้าวเฉิงมองลายมือบนกระดาษแล้วหันหาเจ้าสำนัก“ข้ามีเรื่องจะถามขอรับ”เผยเหวินซูวางพู่กันลง“ถามข้าเถิด”จ้าวเฉิงมองเขาตรง ๆ“จะให้พวกเราไว้ใจเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็เคยหักหลังพวกเรา”ห้องเงียบลงทันทีเผยเหวินซูไม่ได้หลบสายตา แต่คำตอบกลับช้ากว่าตอนรับเงื่อนไข“ข้าไม่มีคำใดทำให้เรื่องนั้นหายไป”“แล้วหากข้างในมีทางหนีที่เจ้าจงใจไม่เขียน—”“จ้าวเฉิง”เยว่ซีเรียกเบา ๆเขาหันมา สีหน้ายังคงเคร่งเครียด“ข้าไม่ได้ค้านเพราะไม่อยากช่วยคน แต่หากเขาพาหลิงยวนกับผู้อาวุโสเข้าไปติดกับ เราจะเสียคนเพิ่มอีกเท่าไร”“ข้าก็กลัวเรื่องนั้น”คำตอบทำให้เขานิ่งเยว่ซีมองเผยเหวินซู ก่อนพูดต่อ“ข้ายังจำสิ่งที่เขาทำได้ แต่คำเตือน

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 99 — เสียงของคนที่ไม่อยู่

    “ตรวจสายเลือด?”หลินเยว่ซีเงยหน้าจากจดหมายเสียงเก็บเก้าอี้จากลานพิธีรับรางวัลยังดังลอดหน้าต่างเข้ามา ป้ายรางวัลบนฝักกระบี่ของหลิงยวนยังผูกด้วยเชือกเส้นที่นางเพิ่งจัดให้ แต่บนโต๊ะตรงหน้ากลับมีคำขอเลือดของนางวางอยู่เรียบร้อยแล้วเจ้าสำนักเลื่อนจดหมายอีกสามฉบับมารวมกัน“บางสำนักเชิญเจ้าไปพักฟื้น บางแห่งเสนอช่วยฝึกควบคุมปราณ ข้าเรียกมาถามความประสงค์ของเจ้า มิได้รับปากผู้ใด”เยว่ซีวางจดหมายคืน“ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”“อาจารย์ฉินกับท่านเยี่ยดูแลข้าก็เพียงพอแล้วเจ้าค่ะ”เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนส่งจดหมายให้ศิษย์รับรอง“แจ้งตามนี้ แล้วส่งแขกกลับไปพัก ไม่ต้องรอพบเยว่ซี”ศิษย์รับคำแล้วออกจากห้องไม่มีใครขอให้นางคิดใหม่เยว่ซีจึงคลายมือที่กำชายแขนเสื้อโดยไม่รู้ตัว หลิงยวนเห็น แต่เพียงขยับเก้าอี้ให้นางลุกสะดวกทั้งสองเดินออกทางประตูข้าง ระหว่างผ่านระเบียง เสียงสนทนาจากห้องรับรองดังขึ้นพอดี“แม้แต่พบสักครู่ก็ไม่ได้หรือ”“ศิษย์พี่หลินต้องพักขอรับ”“ข้าเพียงอยากช่วยให้นางรู้ว่าพลังนั้นมาจากไหน”เยว่ซีชะลอฝีเท้า เหลือบมองไปเพียงครู่เดียวหลิงยวนหยุดรออยู่ข้างหน้า“กลับหรือไม่”เยว่ซีเดินไปจับมือเขาเอง“กลับเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 98 — วันที่เสียงปรบมือกลับมา

    “อย่าให้ผู้ใดตามเสียงเข้าไปตามลำพัง”เยี่ยจื้อหยวนกล่าวหลังอ่านรายงานจบ เขาพลิกกระดาษกลับไปดูคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง ก่อนวางลงตรงหน้าเจ้าสำนัก“ยังสรุปไม่ได้ว่าเสียงมาจากคน อาคม หรือสิ่งอื่น แต่หากมันดังจากห้องที่ตรวจแล้วว่าไม่มีใคร ต้องรักษาระยะไว้ก่อน”ผู้อาวุโสสวี่เตรียมแผ่นอาคมลงกล่อง“ข้าจะไปกับคนส่งข่าว ตรวจทางเชื่อมใต้ดินและรอยสลักในห้อง ส่วนผู้รอดชีวิตให้ย้ายออกมาก่อน”หลิงยวนเลื่อนแผนที่เข้ามา“ใช้ทางเกวียนด้านใต้ เส้นทางสั้นกว่า และไม่ต้องผ่านช่องเขา ข้าจะให้คนไปสมทบที่ปากทาง”เจ้าสำนักอนุญาตทันที พร้อมส่งหมอและผู้คุ้มกันเพิ่มเมื่อจัดการเสร็จ ฟ้าด้านนอกเริ่มสว่างแล้วผู้อาวุโสสวี่ปิดกล่อง หันมองหลิงยวนซึ่งยังยืนอยู่ข้างแผนที่“เรื่องทางนี้มีคนรับแล้ว วันนี้เจ้ามีหน้าที่บนลาน”หลิงยวนพยักหน้าเขารอจนกลุ่มเดินทางพ้นประตู ก่อนหยิบกระบี่ขึ้นมาสายรัดข้อมือที่เยว่ซีผูกให้ยังเรียบร้อย⸻เยว่ซีมาถึงลานเหนือพร้อมยายหวังวันนี้เสี่ยวถังเลือกพักช่วงเช้า เพื่อเก็บแรงมาร่วมพิธีมอบรางวัลในตอนบ่าย จ้าวเฉิงรับปากจะจำกระบี่สุดท้ายไปเล่าให้ฟังอย่างละเอียด“ข้าบอกนางแล้วว่าจะไม่แต่งเต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 97 — ก้าวกลับเข้าสู่ลาน

    เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังขึ้นสามครั้งครั้งที่สี่ เหยียนอวี้หนิงหยุดมือก่อนปลายกระบี่จะถึงไหล่จ้าวเฉิง“เจ้าเปลี่ยนเท้าเร็วเกินไป”จ้าวเฉิงก้มมองเท้าตนเอง“ข้าฝึกมาทั้งชีวิตเพื่อให้เร็วขึ้น วันนี้กลับต้องช้าลงอีก”“ข้าขอให้เจ้าจำลองจังหวะของเขา มิได้ขอให้เจ้าชนะข้า”“คำขอของเจ้าทำร้ายความมั่นใจข้ามาก”เยว่ซีซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหลุดหัวเราะ ก่อนใช้ปลายกิ่งไม้ขีดเส้นบนดิน“ตอนเขายกกระบี่หนัก ไหล่จะขยับก่อน แต่ตอนส่งปราณดิน เขาจะกดส้นเท้า”อวี้หนิงลดกระบี่แล้วเดินมาดู“หากเขาใช้สองอย่างพร้อมกัน?”เยว่ซีวางกิ่งไม้ทาบเส้นหนึ่ง“ครั้งก่อนเราคิดแต่ทำให้เขาลงเท้าไม่เต็มฝ่าเท้า แต่ถ้าเขายืนมั่นคงอยู่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไร”อวี้หนิงมองภาพบนดิน ก่อนใช้รองเท้าลบเส้นตรงกลางทิ้ง“ข้าไม่จำเป็นต้องทำให้เขาล้ม”นางขีดเส้นใหม่ออกไปด้านข้าง“ให้กระบี่เขาไปถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วข้าไปอีกทาง”จ้าวเฉิงชะโงกมอง“ดี เช่นนั้นคนที่ต้องยืนรับคือข้าหรือ”อวี้หนิงยื่นกระบี่ไม้คืนให้“เจ้าฉลาดขึ้นแล้ว”⸻สิบสองวันผ่านไปนับจากเหตุที่เรือนรักษาคนทั้งสามที่พยายามลักพาตัวผู้ป่วยถูกแยกสอบ บัญชีคลังอาวุธของสำนักต้นสังก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status