Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 20 — ชื่อของนางในที่ประชุม

Share

บทที่ 20 — ชื่อของนางในที่ประชุม

last update publish date: 2026-10-19 15:31:40

“ปราณต้นกำเนิด”

เยี่ยจื้อหยวนตอบในที่สุด

หลิงยวนยังวางมืออยู่บนแผ่นสำริด

“เท่าใด”

“ขึ้นอยู่กับว่าประตูเปิดกว้างเพียงใดและเปิดอยู่นานแค่ไหน หากใช้ฐานตามแบบเดิม ผู้ประคองภายนอกจะรับแรงย้อนตอนปิดประตู อาจเสียพลังทั้งหมด”

“หรือชีวิต” เจ้าสำนักกล่าว

เยี่ยจื้อหยวนพยักหน้า

“หากเส้นปราณรับไม่ไหว”

เจ้าสำนักดึงแผ่นสำริดออกจากใต้มือศิษย์

“เช่นนั้นเราจะไม่ใช้วิธีนี้”

เยี่ยจื้อหยวนมองเขา

“ข้ายังไม่ได้ขอให้เขาทำ”

“แต่ท่านส่งเขาไปพบครอบครัวหลินโดยไม่บอกเหตุผลทั้งหมดมาแล้วครั้งหนึ่ง”

ห้องเงียบลง

หลิงยวนยกแขนซ้ายขึ้นดูรอยที่เพิ่งปิดผ้าทับ

“รอยนี้เกิดจากผนึกที่ข้าทำเมื่อสิบสามปีก่อน เหตุใดจึงคล้ายฐานในแบบ”

“เพราะวิชาผูกผนึกนั้นพัฒนามาจากหลักเดียวกัน” เยี่ยจื้อหยวนตอบ “บิดาของเยว่ซีรู้จักวิธีแยกแรงออกจากสายเลือด เขาจึงสอนเจ้าได้ แต่ความสามารถในการรับแรงไว้โดยไม่ถูกมันกัดกิน ข้าสงสัยว่าเป็นคุณสมบัติของปราณเจ้าตั้งแต่ก่อนหน้านั้น”

“สงสัย ยังไม่ใช่ยืนยัน”

“ใช่”

หลิงยวนลดแขนลง

“เช่นนั้นตรวจให้แน่ก่อน และห้ามนำชื่อข้าหรือเยว่ซีไปใส่ในแผนใดโดยไม่บอกพวกเรา”

เยี่ยจื้อหยวนรับคำ

เจ้าสำนักเก็บแผ่นสำริดลงกล่อง ก่อนกล่าวอย่างหนักแน่น

“สิ่งแรกที่เราต้องทำคือป้องกันไม่ให้ประตูเปิด ไม่ใช่เลือกคนที่จะเสียสละเมื่อมันเปิดแล้ว”

⸻

การประชุมระหว่างสำนักถูกกำหนดขึ้นในอีกสามวัน

สถานที่คือหอหน้าของชิงเสวียน เพื่อให้ผู้ตรวจเข้าถึงหลักฐานและสอบถามผู้รอดชีวิตที่พร้อมให้การได้ โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายคนเจ็บ

เจ้าสำนักแจ้งเรื่องนี้ต่อเยว่ซี พร้อมบอกสิ่งที่เยี่ยจื้อหยวนอธิบายเกี่ยวกับฐานประคองภายนอก

นางฟังจนจบ แล้วหันไปมองหลิงยวน

“ท่านยังไม่ได้รับปากอะไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ยัง”

“ข้าก็ยังไม่ได้รับปากจะเข้าไป”

“ข้ารู้”

เยว่ซีจึงหันกลับมาหาเจ้าสำนัก

“ข้าขออยู่ฟังการประชุมด้วยเจ้าค่ะ”

“เจ้าจะถูกถามเรื่องที่ไม่สบายใจ”

“ข้าอยากได้ยินว่าพวกเขาขออะไร และขอต่อหน้าใคร”

เจ้าสำนักพิจารณานางอยู่ครู่หนึ่ง

“ได้ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถาม หากเรื่องใดต้องตรวจเพิ่มก็บอกตามนั้น และไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์แตะเส้นปราณเจ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”

เยว่ซีรับคำ

หลังออกจากห้อง นางเดินเงียบไปจนถึงระเบียง

หลิงยวนไม่ได้เร่งให้พูด

กระทั่งนางหยุดข้างเสา จึงถามขึ้นเอง

“หากวันหนึ่งมีคนบอกว่าไม่มีทางอื่นแล้ว ท่านจะเชื่อเขาทันทีหรือไม่”

เขามองนาง

“ข้าจะตรวจด้วยตัวเอง”

“พาข้าตรวจด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ”

ลมพัดชายแขนเสื้อของทั้งสองให้แตะกัน

หลิงยวนพยักหน้า

“ได้”

⸻

สองวันก่อนประชุม เยว่ซียังคงไปเรียนกระบี่ตามเวลา

แต่การก้าวเท้าซึ่งเคยทำได้กลับผิดซ้ำถึงสามครั้ง

อาจารย์ผู้สอนใช้ไม้แตะพื้นข้างเท้านาง

“ใจเจ้าอยู่ที่ใด”

เยว่ซีมองรอยรองเท้าตนเอง

“หอหน้าเจ้าค่ะ”

“ที่นั่นมีคนสอนกระบี่ให้เจ้าหรือ”

“ไม่มีเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเอาใจกลับมาตรงนี้ก่อน”

เสี่ยวถังซึ่งยืนอยู่ถัดไปพยายามไม่ยิ้ม

เยว่ซีสูดลมหายใจ วางเท้าใหม่ แล้วเริ่มอีกครั้ง

คราวนี้นางผ่านกระบวนท่าจนจบ

เมื่อเลิกเรียน เสี่ยวถังยื่นผ้าให้นางเช็ดเหงื่อ

“เจ้าจะไปตอบคำถามคนทั้งห้องจริงหรือ”

“ข้าคงไม่ตอบได้ทุกเรื่อง”

“เช่นนั้นก็บอกว่าไม่รู้”

เยว่ซีหัวเราะเบา ๆ

“เจ้าพูดเหมือนง่าย”

“ไม่ง่าย แต่ข้าว่าดีกว่าพูดไปแล้วต้องจำว่าตัวเองแต่งเรื่องอะไรไว้”

นางรับผ้ามา

ความกังวลยังอยู่ แต่เบาลงพอให้รู้สึกหิว

ทั้งสองจึงเดินไปโรงอาหารด้วยกัน

⸻

คืนก่อนประชุม เยว่ซีไปหาโม่หลิงยวนที่เรือน

นางเคาะประตูสองครั้งแล้วรอ

เมื่อเขาเปิดออก นางกลับยืนเงียบจนเขาต้องถาม

“มีเรื่องหรือ”

เยว่ซีเม้มปากเล็กน้อย

“วันนี้ไม่มีเจ้าค่ะ”

เขามองนาง ก่อนหลีกทางให้

บนโต๊ะมีหนังสือเปิดอยู่สองเล่มกับถ้วยชาที่เย็นแล้ว หลิงยวนเก็บหนังสือเล่มหนึ่งออก แล้ววางเบาะรองนั่งให้นางข้างโต๊ะ

“อ่านได้หรือไม่เจ้าคะ”

“เล่มซ้ายเป็นวิชาพื้นฐาน เล่มขวาเจ้ายังไม่ควรลอง”

เยว่ซีจึงหยิบเล่มซ้าย

นางอ่านไปได้สามบรรทัดก็รู้ตัวว่าไม่เข้าใจแม้แต่บรรทัดแรก

หลิงยวนวางกาน้ำใหม่ลงตรงหน้า

“กลัวพรุ่งนี้หรือ”

นางพยักหน้า

“ข้ากลัวว่าพอมีคนถามพร้อมกัน จะลืมสิ่งที่อยากพูด”

“ไม่ต้องตอบทันที”

“ถ้าเขาไม่ยอมรอ”

“ให้เขารอ”

เยว่ซีเงยหน้ามอง

เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาจริง ๆ

นางจึงวางหนังสือลงแล้วถาม

“ถ้าข้าโกรธเล่าเจ้าคะ”

“หยุดพูดก่อน”

“ถ้าหยุดไม่ทัน”

“ข้าจะวางถ้วยชาให้เจ้า”

เยว่ซีหลุดยิ้ม

“ท่านคิดว่าข้าเห็นชาแล้วจะลืมโกรธหรือ”

“อย่างน้อยเจ้าต้องหยุดเพื่อรับถ้วย”

นางหัวเราะออกมา คราวนี้ความเกร็งที่บ่าคลายลงจริง ๆ

หลิงยวนเลื่อนหนังสือเข้ามาใกล้ แล้วชี้บรรทัดแรกให้นาง

“อ่านใหม่”

เยว่ซีขยับเบาะเข้าไปอีกนิด

คืนนี้นางอ่านเข้าใจมากกว่าสามบรรทัด

⸻

เช้าวันประชุม ผู้แทนจากสี่สำนักมาถึงพร้อมผู้ตรวจอาคมและหมอของตน

ไม่มีผู้ใดนำกองศิษย์ติดอาวุธขึ้นมาเกินจำนวนที่ตกลงกัน

เจ้าสำนักชิงเสวียนนั่งเป็นประธาน ส่วนผู้แทนแต่ละฝ่ายมีโต๊ะเล็กสำหรับตรวจสำเนาหลักฐาน

เยว่ซีนั่งด้านข้างกับอาจารย์ฉิน

หลิงยวนอยู่ห่างออกไปสองที่นั่ง ไม่ได้ยืนบังนางจากสายตาคนอื่น

การประชุมเริ่มจากสถานสงเคราะห์

ผู้ตรวจที่เดินทางไปดูเตาด้วยตนเองยืนยันว่ามีแท่นกักคนห้าแท่น รางปราณถูกสร้างให้ดึงพลังออกทางเดียว และผู้ถูกกักมีอาการสอดคล้องกับการถูกบังคับใช้ปราณต่อเนื่อง

คำให้การของซูหว่านเฉิงถูกอ่านโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าตัว

เผยเหวินซูยังถูกควบคุมตัว ความร่วมมือของเขาถูกบันทึกแยกจากความผิดที่มีหลักฐานอยู่แล้ว

เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงตรงนี้ ผู้แทนสำนักหนึ่งจึงกล่าวขึ้น

“ข้อกล่าวหาต่อเซี่ยจิ้งเหิงมีน้ำหนักมาก แต่ยังไม่ตอบว่าชิงเสวียนครอบครองรากปราณปฐมกำเนิดจริงหรือไม่”

เจ้าสำนักมองเขา

“ที่นั่งอยู่ตรงนั้นชื่อหลินเยว่ซี เป็นศิษย์ของข้า”

ชายผู้นั้นขยับตัวเล็กน้อย

“ข้าไม่ได้หมายความว่านางเป็นสิ่งของ แต่หากพลังของนางเกี่ยวข้องกับประตู ทุกสำนักย่อมมีส่วนรับผิดชอบต่ออันตราย”

“ท่านต้องการเสนออะไร” เจ้าสำนักถาม

“ให้หมอจากหลายสำนักร่วมตรวจ และย้ายไปพักในสถานที่ซึ่งทุกฝ่ายเฝ้าดูได้”

เยว่ซีวางมือลงบนตักให้มั่น

“ขอถามได้หรือไม่เจ้าคะ”

ทุกสายตาหันมาทางนาง

เจ้าสำนักพยักหน้า

“หากตรวจพบว่าข้ามีพลังตามข่าวจริง จะใช้เป็นหลักฐานว่าข้าทำผิดเรื่องใดหรือเจ้าคะ”

ผู้แทนผู้นั้นเงียบไปครู่หนึ่ง

“ยังไม่ใช่การตัดสินความผิด เป็นการป้องกันเหตุ”

“แล้วการย้ายข้าไปอยู่ที่อื่น จะหยุดคนที่สร้างเตาได้อย่างไร”

เสียงขยับกระดาษดังจากโต๊ะด้านหลัง

เยว่ซีรู้สึกว่าชีพจรตนเองเร็วขึ้น แต่ยังพูดต่อช้า ๆ

“ข้าไม่ได้ขอให้ทุกท่านเชื่อข้าโดยไม่ตรวจหลักฐาน ข้ายินดีตอบเรื่องที่ข้าทำ แต่ข้าไม่ยอมให้เปิดผนึกเพียงเพื่อพิสูจน์ข่าวที่ผู้ถูกกล่าวหาส่งมา”

อาจารย์ฉินวางผลตรวจบนโต๊ะ

“การกระตุ้นปราณของนางมีความเสี่ยง ข้ารับรองได้ และหมอที่ต้องการประเมินสามารถตรวจวิธีรักษากับผลที่บันทึกไว้ก่อน”

ผู้แทนหญิงจากอีกสำนักรับเอกสารไปอ่าน

“ข้อเสนอนี้สมควรแล้ว เรามาตรวจการกระทำของผู้ต้องสงสัย มิใช่สร้างผู้ต้องสงสัยคนใหม่เพราะเขาชี้ชื่อมา”

เยว่ซีค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ

ในจังหวะนั้น หลิงยวนเลื่อนถ้วยชามาให้

นางมองเขาอย่างสงสัย

นางยังไม่ได้โกรธจนหยุดพูดไม่ได้เสียหน่อย

เขาเพียงกล่าวเบา ๆ

“คอแห้งแล้ว”

เยว่ซีรับถ้วยมา ดื่มหนึ่งคำ แล้วพบว่ามือของตนหยุดสั่นไปเล็กน้อย

⸻

ช่วงบ่าย ทุกฝ่ายตกลงร่วมตรวจสถานสงเคราะห์ที่เหลือและแหล่งส่งปราณ โดยให้สำนักที่ไม่เกี่ยวข้องกับแต่ละพื้นที่เป็นผู้ร่วมตรวจ

คำขอเคลื่อนย้ายเยว่ซีไม่ได้รับความเห็นชอบ

หมอจากสองสำนักจะตรวจบันทึกการรักษากับอาจารย์ฉิน โดยไม่มีสิทธิ์กระตุ้นพลังหรือเปลี่ยนวิธีรักษาโดยพลการ

ข่าวเรื่องคุณสมบัติแยกสิ่งตกค้างของปราณเยว่ซียังไม่ถูกนำมาอ้าง เพราะเพิ่งทดลองได้เพียงครั้งเดียวและยังไม่รู้ผลระยะยาว

เจ้าสำนักกำลังจะปิดประชุม เมื่อเสียงกระดิ่งเตือนจากเรือนโอสถดังขึ้น

หนึ่งครั้ง

ตามด้วยอีกสองครั้งติดกัน

อาจารย์ฉินลุกทันที

ศิษย์เรือนโอสถวิ่งมาหยุดหน้าประตู

“ผู้ป่วยจากเตามีอาการพร้อมกันสามคนขอรับ ปราณที่กดไว้เริ่มย้อนกลับ”

เสิ่นซูเหอออกจากห้องก่อนเขารายงานจบ

หลิงยวนหันไปหาเจ้าสำนัก

“ข้าจะตรวจส่วนอาคม”

“ไป”

เยว่ซีลุกตามอาจารย์ฉิน แต่หยุดเมื่อเขาหันกลับมา

“เจ้ารอที่ห้องข้างเรือนโอสถ อย่าเข้าใกล้เตียงจนกว่าจะเรียก”

นางพยักหน้าแล้วเดินตามไป

ไม่มีใครในหอประชุมพูดถึงการย้ายตัวนางอีก

⸻

ซูหว่านเฉิงนอนเกร็งอยู่บนเตียง

เส้นสีคล้ำปรากฏจากต้นแขนขึ้นมาถึงลำคอ ซูหว่านชิงถูกพาออกไปรอด้านนอกแล้ว เพราะนางพยายามใช้มือที่ยังบาดเจ็บช่วยจับตัวน้องชาย

เสิ่นซูเหอปักเข็มกั้นปราณทีละจุด

“ไข้ไม่ได้ขึ้นก่อน อาการเริ่มจากรอยที่ถูกเตาดึงพลัง”

หลิงยวนตรวจขอบเส้นสีคล้ำโดยไม่ส่งปราณเข้าไป

“มีสิ่งตกค้างอยู่ลึกกว่าที่เราเห็น”

ผู้ตรวจอาคมจากสำนักพันธมิตรซึ่งตามมาด้วยวางเครื่องตรวจข้างเตียง แสงบนผิวศิลาสั่นเป็นจังหวะ

“ไม่มีสายเชื่อมจากภายนอก” เขากล่าว “มันทำงานจากในร่างคนไข้เอง”

เสิ่นซูเหอพยักหน้า

“อย่าเติมปราณรักษาเข้าไป มันกำลังกินสิ่งที่เราส่งให้”

ทุกคนหยุดทันที

นางเปลี่ยนเป็นใช้เข็มประคองชีพจรกับยา แล้วให้แยกตรวจตัวอย่างเลือด

ครู่ต่อมา ผลก็ตรงกับเศษโลหะของเยี่ยจื้อหยวน

ปราณมารตกค้างอยู่ในร่างผู้ถูกใช้กับเตา แม้จะช่วยออกมาก่อนการทดลองเต็มรูปแบบก็ตาม

⸻

เยว่ซีได้ยินซูหว่านชิงร้องไห้อยู่หลังประตู

นางอยากเข้าไปหา แต่จำคำสั่งได้ จึงนั่งรอจนเสิ่นซูเหอออกมา

“ท่านจะใช้ปราณที่อยู่ในผลึกของข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”

หญิงสูงวัยมองนาง

“ข้ากำลังจะมาถามเรื่องนั้น เราจะทดลองกับเลือดที่นำออกมาแล้วก่อน ยังไม่ใช้กับร่างคน”

“ได้เจ้าค่ะ”

เยว่ซีตอบโดยไม่ต้องคิดนาน

นางตามไปยังห้องแยก ที่นั่นมีหมอจากสองสำนักเป็นพยานอยู่ด้วย

เสิ่นซูเหอใช้ปราณที่เหลือในผลึกฝึกเพียงส่วนเล็ก แตะลงในถ้วยเลือดซึ่งมีรอยสีคล้ำลอยอยู่

ทุกคนรอดู

แสงเขียวค่อย ๆ จางลง

สีคล้ำแยกจากเลือด กลายเป็นคราบบางเกาะข้างถ้วย

อาจารย์ฉินตรวจซ้ำ ก่อนเงยหน้าขึ้น

“เลือดส่วนนี้พ้นจากสิ่งตกค้างแล้ว”

เยว่ซีเผลอก้าวเข้ามา

“เช่นนั้นช่วยเขาได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ยังต้องหาวิธีพามันออกจากเส้นปราณโดยไม่ทำร้ายคนไข้” เสิ่นซูเหอตอบ “ผลนี้บอกว่ามีทางให้ศึกษา ไม่ได้แปลว่าเราลองกับเขาได้ทันที”

นางจึงหยุด

ในห้องไม่มีเสียงยินดี

ทุกคนเห็นทางเล็ก ๆ ตรงหน้า และรู้พร้อมกันว่าต้องระวังเพียงใด

⸻

เมื่อหลิงยวนออกจากห้องคนไข้ เยว่ซียืนรออยู่ข้างเสา

“อาการคงที่แล้ว” เขาบอกก่อนนางถาม “คืนนี้หมอจะเฝ้าตลอด”

นางหลับตาครู่หนึ่ง

“ข้าคิดว่าพอกลับมาแล้ว พวกเขาจะปลอดภัยเสียที”

“เราพาเขาออกจากเตาได้แล้ว เรื่องที่เหลือก็จะทำต่อ”

เยว่ซีพยักหน้า แต่ยังไม่คลายมือจากชายเสื้อ

หลิงยวนมองแล้วแบมือออกตรงหน้า

นางวางมือลงไปเอง

คราวนี้ไม่ต้องอ้างว่าทางมืดหรือฝนตก

เขาจับไว้เบา ๆ จนลมหายใจนางสม่ำเสมอขึ้น

⸻

ด้านในห้องประชุมเล็ก หมอผู้ตรวจจากสำนักพันธมิตรวางผลทดลองลงต่อหน้าเจ้าสำนัก

“ข้าจะบันทึกตามที่เห็น แต่ต้องเตือนท่านเรื่องหนึ่ง”

เจ้าสำนักมองเขา

“เชิญกล่าว”

“หากสถานสงเคราะห์แห่งอื่นใช้เตาเช่นเดียวกัน ผู้ที่ออกจากสถานที่เหล่านั้นไปแล้วอาจมีสิ่งตกค้างอยู่ในร่างเช่นกัน เราไม่ควรรอให้พวกเขาแสดงอาการ”

เยี่ยจื้อหยวนกางแผนที่ตามรายชื่อสถานสงเคราะห์

จุดหมึกกระจายอยู่ตามหัวเมืองและเส้นทางการค้า

จำนวนมากกว่าที่ชิงเสวียนเข้าตรวจไปแล้วหลายเท่า

เจ้าสำนักสั่งให้ส่งคำเตือนไปถึงโรงยาที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมกำชับไม่ให้ทดลองเติมปราณรักษาโดยไม่ตรวจอาการก่อน

หลิงยวนเข้ามาในจังหวะที่คำสั่งถูกส่งออก

เขามองถ้วยเลือดที่แยกสิ่งตกค้างได้ แล้วมองแผนที่

เซี่ยจิ้งเหิงเผยชื่อเยว่ซีไปทั่วแล้ว

หากคนป่วยเพิ่มขึ้น และมีข่าวว่านางอาจช่วยได้ คนที่จะขึ้นเขามาหานางย่อมไม่ได้มีเพียงผู้คิดร้าย

บางคนจะอุ้มลูกที่กำลังจะตายมา

บางคนจะพาบิดามารดามารอหน้าประตู

และคนเหล่านั้นอาจไม่มีกำลังพอจะรอให้การรักษาพร้อม

หลิงยวนเงยหน้าขึ้น

“อย่าให้ข่าวผลทดลองออกไปโดยไม่มีคำอธิบายครบ”

เจ้าสำนักพยักหน้า

แต่ก่อนจะสั่งการต่อ ศิษย์เฝ้าประตูก็เข้ามารายงาน

“มีคนจากเมืองตะวันตกมาขอพบหลินเยว่ซีขอรับ”

ทุกคนในห้องหยุดนิ่ง

“มากี่คน” หลิงยวนถาม

“เจ็ดคนขอรับ พาคนป่วยมาด้วยสองคน”

ศิษย์ผู้นั้นวางแผ่นประกาศยับย่นลงบนโต๊ะ

ตัวอักษรด้านบนยังมีกลิ่นหมึกใหม่

ผู้มีรากปราณปฐมกำเนิดสามารถถอนพิษจากเตาหลอมได้

นางอยู่ที่สำนักชิงเสวียน

เจ้าสำนักมองผลทดลองซึ่งเพิ่งทำเสร็จไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม

ส่วนหลิงยวนมองแผ่นประกาศที่ถูกพกเดินทางมาจากอีกเมือง

มันถูกเขียนก่อนพวกเขาจะรู้ผลเสียอีก

เซี่ยจิ้งเหิงรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

และเขาไม่ได้รอให้ชิงเสวียนหาวิธีรักษาพบก่อนส่งคนป่วยมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status