Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 21 — คนที่ถูกส่งมารอ

Share

บทที่ 21 — คนที่ถูกส่งมารอ

last update publish date: 2026-10-19 15:46:27

“รับคนป่วยเข้ามาก่อน”

เจ้าสำนักกล่าวทันที

ศิษย์เฝ้าประตูรับคำแล้วรีบออกไป อาจารย์ฉินเรียกหมอสองคนตามลงไปด้วย ส่วนหลิงยวนหยิบแผ่นประกาศขึ้นตรวจอีกครั้ง

ไม่มีตราสถานสงเคราะห์ ไม่มีชื่อผู้เขียน

มีเพียงชื่อเยว่ซีที่เด่นอยู่กลางกระดาษ

“ขอให้แยกถามผู้พามาว่าได้ประกาศจากที่ใด” เขาบอกศิษย์หอวินัย “อย่าถามเหมือนพวกเขาทำผิด และอย่ายึดของที่ต้องใช้รักษา”

เจ้าสำนักหันไปหาผู้แทนสำนักที่ยังอยู่

“คืนนี้ข้าต้องขอกำลังหมอเพิ่ม”

ไม่มีผู้ใดคัดค้าน

คนที่เพิ่งถกเถียงว่าจะให้เยว่ซีอยู่ที่ใดลุกขึ้นช่วยจัดคนของตนทันที

⸻

ผู้ป่วยสองคนถูกพาไปยังเรือนรับรองที่เปลี่ยนเป็นห้องรักษาชั่วคราว

คนแรกเป็นชายวัยกลางคน มีรอยสีคล้ำอยู่ใต้ผิวแขน อีกคนเป็นเด็กหญิงราวสิบขวบซึ่งหลับอยู่ในอ้อมกอดมารดา

หญิงผู้นั้นเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น รองเท้าข้างหนึ่งขาดจนเห็นปลายเท้า เมื่อลูกถูกวางบนเตียง นางยังไม่ยอมปล่อยมือ

“คนชื่อหลินเยว่ซีอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

อาจารย์ฉินนั่งลงตรวจชีพจรเด็ก

“อยู่ แต่ข่าวที่ท่านได้รับยังไม่ใช่วิธีรักษาที่พิสูจน์แล้ว ตอนนี้ให้หมอดูอาการก่อน”

“เขาบอกว่าแค่นางแตะก็หาย”

มือของหมอหยุดไปเล็กน้อย

“ผู้ใดบอก”

“คนที่แจกกระดาษหน้าประตูเมือง เขาช่วยหารถให้พวกเราด้วย”

หญิงผู้นั้นมองลูกแล้วรีบกล่าวต่อ

“ข้าไม่มีเงินมาก แต่มีแหวนอยู่หนึ่งวง ข้าจ่ายได้ ขอเพียงให้ลอง—”

“เก็บแหวนไว้”

อาจารย์ฉินตอบโดยไม่เงยหน้า

“ข้าต้องฟังว่าลูกท่านเริ่มป่วยเมื่อใด กินยาอะไรมาแล้วบ้าง”

หญิงผู้นั้นค่อย ๆ คลายมือจากแขนลูก

นางเริ่มเล่าเรื่องไข้ที่ไม่ยอมลด และโอสถจากสถานสงเคราะห์ซึ่งทำให้เด็กดีขึ้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนกลับทรุดหนักกว่าเดิม

⸻

เยว่ซีรู้ข่าวจากเสิ่นซูเหอ

นางนั่งอ่านแผ่นประกาศอยู่ในห้องข้างเรือนโอสถ ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความกลัวว่าคนที่เดินทางมาจะผิดหวังเพียงใดเมื่อพบนางจริง ๆ

“ข้าช่วยเขาไม่ได้ด้วยการแตะ ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“ใช่”

เสิ่นซูเหอรับกระดาษคืน

“และต่อให้เจ้าอยากช่วยมากเพียงใด ข้าก็ไม่ยอมให้ส่งปราณเข้าร่างคนไข้โดยที่เรายังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

เยว่ซีพยักหน้า

จากอีกฟากของระเบียง เสียงมารดาเด็กดังแว่วมา

นางกำลังถามคำเดิมกับหมออีกคน

หลินเยว่ซีอยู่ที่ใด

เยว่ซีหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้น

เสิ่นซูเหอมองทันที

“จะไปไหน”

“ขอไปพบมารดาของเด็กเจ้าค่ะ ข้าจะไม่รักษาเอง แต่ข้าไม่อยากให้เขารอคนที่คิดว่ามีวิชาวิเศษอยู่หลังประตู”

หญิงสูงวัยพิจารณานาง ก่อนหยิบเสื้อคลุมขึ้นมา

“ข้าไปด้วย”

⸻

เมื่อเยว่ซีบอกชื่อตน หญิงผู้นั้นก็ลุกขึ้นทันที

“แม่นางหลิน!”

นางขยับจะคุกเข่า เยว่ซีรีบประคองไว้

“นั่งเถิดเจ้าค่ะ ท่านยังต้องดูแลลูก”

“ขอท่านช่วยนางด้วย”

มือหยาบจากการทำงานจับแขนเยว่ซีแน่น นางมองผ่านไหล่หญิงผู้นั้นไปยังเด็กบนเตียง

ริมฝีปากเด็กแห้งแตก ลมหายใจสั้นและถี่

“ข้าอยากช่วยเจ้าค่ะ” เยว่ซีตอบ “แต่ข้ายังไม่มีวิธีแตะตัวแล้วรักษาให้หาย คนที่บอกท่านเช่นนั้นพูดเกินสิ่งที่เราทำได้”

ประกายในดวงตาของมารดาเด็กสั่นไหว

“ท่านยังไม่ได้ลอง”

เยว่ซีรู้สึกเจ็บตรงคำพูดนั้น

นางอาจยื่นมือออกไปให้หญิงผู้นี้มีความหวังอีกสักครู่ได้

แต่สิ่งที่จะตามมาอาจเป็นอันตรายต่อลูกของนาง

“เพราะยังไม่เคยลองกับร่างคน เราจึงต้องระวังเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านหมอกำลังช่วยให้นางหายใจสะดวกขึ้น และตรวจยาที่กินมา”

หญิงผู้นั้นปล่อยแขนเยว่ซีช้า ๆ

ไม่ได้กล่าวขอบคุณ

ไม่ได้กล่าวโทษ

เพียงกลับไปนั่งข้างลูกแล้วจับมือเล็กไว้เหมือนเดิม

เยว่ซียืนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางถ้วยน้ำอุ่นลงใกล้นางและถอยออกมา

⸻

หลิงยวนรออยู่ปลายระเบียง

เขามองรอยนิ้วแดงบนแขนนาง แต่ไม่ได้ถามถึงมัน

“ท่านหมอว่าอย่างไร”

“กำลังตรวจโอสถที่พวกเขานำมา”

เยว่ซีพยักหน้า

นางยืนเงียบจนเขาถาม

“อยากนั่งหรือไม่”

“เจ้าค่ะ”

ทั้งสองนั่งลงบนม้านั่งใต้ชายคา

ครู่หนึ่งนางจึงกล่าวขึ้น

“ตอนข้าบอกว่าทำไม่ได้ นางมองข้าเหมือนเดินทางมาผิดที่”

หลิงยวนฟังจนจบ

“เขาพาลูกที่ป่วยมา ย่อมกลัว”

“ข้ารู้ ข้าไม่ได้โกรธนาง”

เยว่ซีมองฝ่ามือตนเอง

“ข้าเพียงอยากเก่งกว่านี้”

“เจ้าเพิ่งเริ่มฝึก”

“แต่คนป่วยรอให้ข้าเก่งไม่ได้”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนมือมาวางใกล้ ๆ

ไม่ได้จับนางทันที

เยว่ซีเป็นฝ่ายวางมือลงบนมือเขาเอง

“คืนนี้หมอหลายคนกำลังช่วยกัน” เขากล่าว “เจ้าช่วยในส่วนที่ทำได้ แล้วให้คนอื่นทำส่วนของเขา”

นางพยักหน้าเบา ๆ

จากในเรือน เสียงเรียกผ้าสะอาดดังขึ้น

เยว่ซีปล่อยมือเขาแล้วลุกไปหยิบผ้า

หลิงยวนมองตาม ก่อนเดินไปหาศิษย์หอวินัยที่รอรายงานอยู่ตรงบันได

⸻

คำให้การของผู้พาคนป่วยมามีจุดตรงกันหลายอย่าง

พวกเขาได้รับประกาศในเช้าวันเดียวกัน มีคนจัดรถและออกค่าเดินทางให้ โดยกำชับให้มาถึงชิงเสวียนก่อนค่ำ

เด็กหญิงกับชายวัยกลางคนมาจากคนละหมู่บ้าน แต่เคยรับโอสถจากสถานสงเคราะห์สาขาเดียวกัน

คนแจกประกาศยังให้ยาสำหรับกินระหว่างทางมาด้วย

หลิงยวนขอดูห่อยาที่เหลือ

ถุงกระดาษทั้งสองห่อผูกเชือกเหมือนกัน แต่ไม่มีชื่อยา

“คนแจกบอกให้กินเมื่อใด”

บิดาของชายวัยกลางคนตอบ

“ตอนเห็นยอดเขาชิงเสวียน เขาบอกว่าจะช่วยประคองอาการจนถึงมือแม่นางหลิน”

หลิงยวนวางห่อยาลงทันที

“กินแล้วทั้งสองคนหรือ”

“ขอรับ”

เขาส่งคนไปเรียกเสิ่นซูเหอ

จากนั้นจึงขอให้ผู้เดินทางคนหนึ่งเล่าเส้นทางย้อนกลับ ตั้งแต่จุดขึ้นรถ โรงเตี๊ยมที่แวะ จนถึงคนที่มอบยาให้

ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ศิษย์สองชุดก็ลงเขาไป

ชุดหนึ่งตามคนขับรถ

อีกชุดแจ้งโรงยาตามเส้นทางให้หยุดแจกยาชนิดเดียวกันและรับคนป่วยไว้ตรวจ โดยไม่ส่งทุกคนเดินทางขึ้นเขาต่อ

⸻

เสิ่นซูเหอเทผงยาลงในถาด แล้วแยกกลิ่นด้วยน้ำอุ่น

หมอจากสำนักพันธมิตรคนหนึ่งช่วยตรวจเทียบกับเลือดที่เก็บไว้

เมื่อผงยาสัมผัสรอยสีคล้ำ เส้นดำก็แผ่ออกทันที

“เร่งอาการ” เสิ่นซูเหอกล่าว

หลิงยวนมองถาด

“ใช้กับทุกคนหรือไม่”

“ไม่ได้ผลกับคนที่ไม่มีสิ่งตกค้าง แต่หากมีอยู่แล้ว มันจะกระตุ้นให้เคลื่อนเร็วขึ้น”

อาจารย์ฉินเข้ามาพอดี

“เด็กเริ่มแน่นหน้าอกอีกแล้ว”

เสิ่นซูเหอหยิบกล่องเข็ม

“ข้ารู้ว่าต้องหยุดยาตัวใดแล้ว เตรียมน้ำยาตามที่ข้าเขียน ห้ามให้โอสถบำรุงปราณเพิ่ม”

ก่อนออกไป นางหันกลับมาบอกหลิงยวน

“เก็บผงนี้ไว้ให้ครบ อย่าให้ใครอ้างทีหลังว่าเด็กทรุดเพราะเรารักษาช้า”

⸻

เด็กหญิงตื่นขึ้นช่วงกลางดึก

นางไอจนตัวงอ มารดารีบประคอง แต่หมอบอกให้ปล่อยช่วงอกไว้เพื่อปักเข็ม

เยว่ซีอยู่ด้านนอกกับผู้ช่วยเรือนโอสถ รับคำสั่งแล้วส่งของเข้าไปทีละอย่าง

เมื่อได้ยินเด็กเรียกแม่ นางเกือบทำถาดหลุดมือ

เสี่ยวถังรีบช่วยรับ

“มองข้า”

คำพูดนั้นทำให้นางเงยหน้า

เพื่อนสาวพยักไปที่ถ้วยสองใบ

“อันซ้ายส่งเข้าไป อันขวารอเย็น จำได้หรือไม่”

เยว่ซีสูดลมหายใจ

“จำได้”

นางส่งถ้วยซ้ายให้ผู้ช่วยหมอ แล้วกลับมาวางอีกใบลงอย่างระมัดระวัง

ครู่ต่อมา เสิ่นซูเหอออกมาจากห้อง

“ไข้เริ่มลง ลมหายใจดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้า”

มารดาของเด็กนั่งทรุดอยู่ข้างเตียง

นางร้องไห้เงียบ ๆ ขณะลูกลืมตาแล้วขอน้ำ

ไม่มีแสงห้าสาย

ไม่มีผู้ใดวางมือแล้วถอนพิษทั้งหมดในครั้งเดียว

มีหมอสี่คน เข็มหลายชุด ยาที่เปลี่ยนตามอาการ และคนผลัดกันต้มน้ำตลอดคืน

เยว่ซีมองภาพนั้นอยู่นาน ก่อนกลับไปล้างถ้วยที่ใช้แล้ว

⸻

รุ่งเช้า มีผู้เดินทางมาถึงอีกสามกลุ่ม

คราวนี้ศิษย์จัดจุดรับคนไข้ไว้ที่เรือนพักเชิงเขาแล้ว หมอจากสำนักพันธมิตรแบ่งคนลงไปช่วยตรวจ พร้อมคำชี้แจงซึ่งเจ้าสำนักให้ติดไว้ทุกจุด

ข่าวที่ว่าเยว่ซีแตะแล้วรักษาได้ไม่จริง

ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจโดยหมอ และไม่จำเป็นต้องขึ้นเขาสูงหากอาการไม่เอื้อ

คนที่ได้ยาไม่มีชื่อระหว่างทางต้องนำมาให้ตรวจ ห้ามกินเพิ่ม

บางคนอ่านแล้วผิดหวัง บางคนโวยวาย แต่เมื่อเห็นหมอเข้ารับคนเจ็บจริง พวกเขาก็เริ่มยอมวางเปลลง

หลิงยวนยืนอยู่หลังเรือนรับคนไข้ ฟังรายงานจากศิษย์ที่กลับจากตามรถ

คนขับรับค่าจ้างจากชายอีกคนหนึ่ง ไม่รู้ชื่อผู้ว่าจ้างตัวจริง แต่จำโรงพิมพ์เล็กที่ไปรับประกาศได้

หอวินัยจึงส่งข่าวให้สำนักพันธมิตรในเมืองนั้นเข้าตรวจทันที

เขาไม่ได้สั่งให้ตามล่าคนแจกกระดาษอย่างเดียว

ตราบใดที่ยาและประกาศยังถูกส่งออกมา ผู้ป่วยกลุ่มใหม่ก็จะเดินทางต่อไม่หยุด

⸻

สายวันนั้น มารดาเด็กมาหาเยว่ซีตรงโต๊ะจัดยา

นางยืนบิดชายเสื้ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าว

“เมื่อคืนข้าจับแขนท่านแรงไป”

เยว่ซีมองรอยแดงที่เริ่มจางแล้ว

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ลูกท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

“กินน้ำข้าวได้แล้ว หมอบอกว่ายังกลับไม่ได้”

หญิงผู้นั้นหยุดก่อนถาม

“ยาที่เขาให้ระหว่างทางทำให้นางหนักขึ้นจริงหรือเจ้าคะ”

“ท่านหมอตรวจพบว่ามันเร่งอาการเจ้าค่ะ หอวินัยกำลังตามผู้แจกอยู่”

มารดาเด็กก้มหน้าลง

“ข้าเป็นคนป้อนเอง”

เยว่ซีวางห่อผ้าในมือลง

“เขาบอกท่านว่ามันช่วยลูก ท่านจึงให้กิน คนที่รู้ว่ามันทำอะไรต่างหากที่ต้องตอบเรื่องนี้”

หญิงผู้นั้นยกมือเช็ดหน้า

ครู่หนึ่งจึงเดินกลับไปหาลูก

เยว่ซีมองตาม แล้วเพิ่งรู้ว่าคำพูดบางคำซึ่งนางบอกคนอื่นได้ กลับยากเหลือเกินเวลาต้องบอกตนเอง

⸻

ช่วงบ่าย เสิ่นซูเหอเรียกประชุมหมออีกครั้ง

การทดลองกับเลือดที่นำออกมาจากร่างให้ผลใกล้เคียงกัน ปราณของเยว่ซีช่วยแยกสิ่งตกค้างได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่ต่างกันตามความเข้มข้น

สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือพาปราณนั้นเข้าไปสัมผัสสิ่งตกค้างโดยไม่รบกวนเส้นปราณที่บาดเจ็บของคนไข้

“หากส่งเข้าไปตรง ๆ แรงที่ใช้รักษาอาจทำร้ายเขาก่อน” เสิ่นซูเหอกล่าว “เราต้องหาตัวกลางที่รับส่วนเสียออกมาได้”

เยว่ซีมองถาดที่มีคราบคล้ำติดอยู่

“ตัวกลางต้องอยู่ในร่างเขาหรือเจ้าคะ”

หมอทุกคนหันมา

นางรีบอธิบาย

“ข้าไม่ได้รู้วิชาแพทย์ เพียงสงสัยว่าในเมื่อผลึกช่วยรับแรงจากผนึกข้าไว้ด้านนอก เราจะทำให้สิ่งตกค้างออกมาหาอะไรข้างนอกก่อน แล้วค่อยแยกมันได้หรือไม่”

เสิ่นซูเหอมองฐานผลึกที่ตั้งอยู่ข้างผนัง

“อาจทำได้ แต่ต้องไม่ดึงปราณดีของคนไข้ตามออกมามากเกินไป”

หมอจากสำนักพันธมิตรหยิบเข็มกลวงออกจากกล่อง

“ข้าเคยใช้สิ่งนี้ระบายปราณที่อุดค้างบริเวณแผลตื้น อาจเริ่มทดสอบจากส่วนที่แยกออกมาแล้วได้”

หลิงยวนก้มดูร่องเล็กบนเข็ม

“ข้าทำวงกั้นให้ไหลทางเดียวได้”

เสิ่นซูเหอยกมือห้ามทุกคนก่อนเริ่มคุยเร็วเกินไป

“ทดลองบนโต๊ะก่อน ไม่มีใครนำไปเสียบคนไข้คืนนี้”

เยว่ซีพยักหน้า

นางไม่ได้คิดว่าตนพบวิธีรักษาแล้ว

แต่เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีคนมารอหน้าประตู ที่นางเห็นสิ่งซึ่งพอช่วยลงมือคิดได้โดยไม่ต้องฝืนเปิดผนึก

⸻

คืนนั้น การทดลองแรกทำให้ปราณในถ้วยหายไปเกือบทั้งหมด ทั้งส่วนดีและส่วนคล้ำ

ครั้งที่สองวงกั้นหยุดแรงเร็วเกินไป ไม่มีอะไรเคลื่อน

ครั้งที่สามคราบคล้ำติดอยู่ในเข็ม แต่เส้นทางอุดจนต้องหยุด

เสิ่นซูเหอสั่งพัก

เยว่ซีซึ่งมีหน้าที่อ่านเวลาจากนาฬิกาทรายและจดผล วางพู่กันลงอย่างเสียดาย

หลิงยวนรับกระดาษมาตรวจ

“วันนี้พอแล้ว”

นางมองใบหน้าซีดของเขา

“ข้ากำลังจะบอกท่านเหมือนกัน”

เสิ่นซูเหอปิดกล่องเข็มเสียงดัง

“ดี เช่นนั้นทั้งคู่กลับไปนอน ส่วนคนที่เหลือแบ่งเวรใหม่”

เมื่อออกมาที่ระเบียง เยว่ซีพบว่ายายหวังรออยู่พร้อมห่ออาหาร

หญิงชรามองทั้งสองแล้วส่ายหน้า

“คนหนึ่งลืมกิน อีกคนตามไปลืมด้วย”

เยว่ซีรับห่อมาอย่างว่าง่าย

หลิงยวนคารวะขอบคุณ ก่อนถูกยายหวังยัดอีกห่อใส่มือ

“ของเจ้าด้วย อย่าแบ่งกันจนไม่พอ”

เยว่ซีหัวเราะเบา ๆ

เป็นครั้งแรกของวัน

⸻

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะกินหมด ศิษย์หอวินัยก็มาถึงพร้อมข่าวจากโรงพิมพ์

พวกเขาพบแม่พิมพ์ประกาศและผงยาที่รอส่งออกอีกหลายห่อ คนรับงานยืนยันว่ามีคำสั่งแยกสำหรับเมืองแต่ละแห่ง ให้ทยอยส่งผู้ป่วยขึ้นชิงเสวียนทุกวัน

แต่สิ่งที่ทำให้หลิงยวนวางตะเกียบ คือจดหมายอีกฉบับซึ่งผู้ว่าจ้างฝากไว้

หน้าซองระบุชื่อเยว่ซี

หอวินัยตรวจแล้วว่าไม่มีอาคมหรือผงยาแฝงอยู่

หลิงยวนส่งให้นางอ่านต่อหน้าเขา

ข้อความมีเพียงไม่กี่บรรทัด

เจ้ากำลังหาวิธีรักษาผลของเตา

แต่ตราบใดที่ต้นทางยังอยู่ ผู้ที่เคยรับโอสถก็ยังจะล้มป่วย

ข้ารู้วิธีหยุดมัน

ภายในสามวัน จงให้ชิงเสวียนส่งเผยเหวินซูมาที่ศาลาท่าน้ำเก่า แล้วข้าจะส่งสูตรกดอาการที่ใช้ได้จริงกลับไป

ด้านล่างประทับตราสถานสงเคราะห์ของเซี่ยจิ้งเหิง

เยว่ซีอ่านซ้ำ ก่อนวางจดหมายลง

“เขาขอคนที่เพิ่งให้การปรักปรำตนเอง”

“ใช่”

“ถ้าเราไม่ส่ง คนป่วยก็จะถูกใช้โทษเราอีก”

หลิงยวนเก็บซองแยกจากตัวจดหมาย

“ข้าจะให้อาจารย์ดู และให้หมอตรวจว่าคำอ้างเรื่องต้นทางเป็นจริงเพียงใด เราจะไม่รับข้อสรุปของเขามาเป็นคำตอบ”

เยว่ซีพยักหน้า

แต่ขณะกำลังจะลุก นางกลับเห็นข้อความเล็กบนด้านในของกระดาษซึ่งพับซ่อนไว้

นางคลี่มันออก

หมึกบรรทัดนั้นเข้มกว่าส่วนอื่น ราวกับเพิ่งถูกเขียนเพิ่มก่อนปิดซอง

อย่าถามโม่หลิงยวนว่าข้ายอมเสียคนกี่คนเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

จงถามเขาว่า ในคืนหลินอัน เขาเคยเลือกให้ใครตายบ้าง

ปลายนิ้วเยว่ซีหยุดนิ่ง

นางอ่านจนจบ แล้วเลื่อนกระดาษให้เขาโดยไม่ซ่อน

หลิงยวนมองข้อความนั้น

ความเงียบระหว่างทั้งสองยาวนานขึ้น

เยว่ซีไม่ได้ถอยหนี

นางนึกถึงภาพบิดาที่จับไหล่เด็กหนุ่ม นึกถึงกระบี่ซึ่งปลายคมหายออกไปนอกแผ่นภาพ และคำที่เขาเคยบอกใต้ชายคา

หากมีเรื่องอยากถาม อย่าเก็บไว้เพราะกลัวข้าลำบากใจ

นางจึงเงยหน้าขึ้น

“ข้ารู้ว่าเขาตั้งใจให้ข้าสงสัยท่าน”

เสียงของนางเบา แต่ไม่สั่น

“แต่คำถามนี้ ข้าอยากได้ยินคำตอบจากท่านจริง ๆ”

หลิงยวนวางจดหมายลง

เยว่ซีมองตาเขา

“ตอนท่านตัดพันธะ… ท่านรู้หรือไม่ว่าพ่อแม่ข้าจะตาย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

    “ยกแขน”จ้าวเฉิงยกแขน“สูงกว่านั้น”เขายกสูงขึ้นจนชายแขนเสื้อเลื่อนลงถึงข้อศอกอาจารย์ฉินจับข้อมือเขาหมุนช้า ๆ ก่อนให้กำมือ คลายมือ แล้วออกแรงต้านฝ่ามือตนจ้าวเฉิงทำตามทุกอย่างโดยไม่เถียงสักคำหลินเยว่ซียืนมองอยู่ข้างประตูจนอดกระซิบกับเสี่ยวถังไม่ได้“วันนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ”“ข้าได้ยิน”“เช่นนั้นหูก็หายดีแล้ว” อาจารย์ฉินกล่าวเสี่ยวถังรีบก้มหน้าจ้าวเฉิงเม้มปาก รอจนผู้รักษาคลำรอบแผลเก่าเสร็จจึงถาม“เป็นอย่างไรขอรับ”อาจารย์ฉินปล่อยมือ“แผลสมานดี เส้นเอ็นไม่บวม ขยับได้เต็มช่วง วันนี้ถอดผ้าคล้องได้”จ้าวเฉิงลุกพรวด“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ”เขานั่งกลับทันที“กลับไปขยับเบา ๆ ก่อน ถึงวันแข่งข้าจะตรวจซ้ำ หากมีอาการเจ็บ บวม หรือชา ต้องบอก ห้ามกินยากดอาการเพื่อให้ตัวเองผ่าน”“ขอรับ”“และแขนหาย ไม่ได้แปลว่าฝีมือที่ทิ้งไปจะกลับมาพร้อมกัน”รอยยิ้มของจ้าวเฉิงลดลงเล็กน้อยเขามองมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่เต็มแรงมาหลายวัน แล้วลองกำดูอีกครั้งอาจารย์ฉินประทับตราลงบนใบรับรอง“ไปได้”คราวนี้จ้าวเฉิงไม่รีบลุกเขาคำนับเต็มท่า“ขอบพระคุณขอรับ”เมื่อออกมาถึงระเบียง เยว่ซีจึงยื่นกระบี่ที่ช่วยถือไว้ให้ชายหนุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 74 — ก่อนเสียงระฆัง

    “ข้าไม่เห็นด้วย”ผู้อาวุโสผู้หนึ่งผลักรายงานกลับไปกลางโต๊ะ“เผยเหวินซูเคยช่วยเซี่ยจิ้งเหิงปกปิดการขนคน แก้บัญชี และหลอกพวกเรามาแล้ว วันนี้เขาบอกทางถูก มิได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่พาเราไปตาย”ไม่มีใครรีบโต้เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การจากโรงสีไว้ข้างรายงานนั้น“ข้าจึงเรียกทุกคนมาหารือ ก่อนจะต้องตัดสินใจในวันที่ไม่มีเวลาเหลือ”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เขาฟังจนอีกฝ่ายกล่าวจบจึงเอ่ยขึ้น“คำเตือนเรื่องเรือช่วยคนของเรารอด แต่ยังไม่เพียงพอให้ปล่อยตัว”ผู้อาวุโสผู้นั้นหันมอง“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“ให้เขาถ่ายทอดสิ่งที่รู้จนคนอื่นใช้ได้ เริ่มจากเส้นทางส่งของ รหัส และวิธีจัดการสิ่งที่เซี่ยจิ้งเหิงทิ้งไว้ เราจะได้ไม่ต้องรอถามเขาทุกครั้งที่มีคนเจ็บ”ผู้อาวุโสสวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ“ส่วนไหนเกี่ยวกับอุปกรณ์ ข้าตรวจเอง เขาวาดได้ เราก็ต้องทำความเข้าใจได้”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกการตรวจเถียนลู่ออกมา“แต่บางอย่างอยู่ในตัวคน ปราณที่ฝังไว้เมื่อคืนต่างจากของที่เคยพบ มันพยายามทำลายชีพจรเมื่อถูกกด ไม่ใช่เพียงรบกวนจิต”“ถอนออกได้หรือไม่” เจ้าสำนักถาม“หยุดไว้ได้แล้ว ยังต้องหาวิธีถอนให้หมดโดยไม่ทำลายเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

    “ป้ายเป็นของจริงขอรับ”ศิษย์หอวินัยวางสมุดลงข้างป้ายไม้ที่ยึดได้หลินเยว่ซียืนอยู่ริมโต๊ะกับโม่หลิงยวน ส่วนเจ้าสำนักเปิดหน้าที่คั่นไว้ รายชื่อผู้ติดตามคณะประลองเรียงอยู่ใต้ตรารับรอง แต่ตรงชื่อเจ้าของป้ายกลับมีหมึกแดงขีดทับ“เจ้าของแจ้งหายตั้งแต่เมื่อวาน” ศิษย์กล่าวต่อ “ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรอง มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปช่วงเกิดเหตุ”หลิงยวนพลิกป้ายดูด้านหลัง“เรียกเขามาถามว่าใครเข้าถึงสัมภาระได้บ้าง อย่าเพิ่งกล่าวหา”“ขอรับ”เยว่ซีมองรอยเลือดแห้งตามขอบไม้คนถือมันอาจหวังใช้ผ่านด่านหลังโจมตีขบวน หรืออาจเตรียมเข้ามาก่อนหน้านั้นแล้วแต่ป้ายเพียงชิ้นเดียวตอบไม่ได้นางจึงหันไปหาม้วนกระดาษบนโต๊ะ“แล้วภาพของข้าเล่าเจ้าคะ”ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“กระดาษส่วนเก่าถูกตัดจากสมุดแล้วนำมาต่อใหม่ ข้อความด้านข้างเพิ่งเติมภายหลัง คนเขียนอย่างน้อยสองคน”เยี่ยจื้อหยวนใช้นิ้วชี้ตำแหน่งหมึกแดงโดยไม่แตะเนื้อกระดาษ“เส้นเหล่านี้เขียนทับทางเดินปราณเดิม บางจุดถึงกับฝืนให้พลังไหลสวนกัน”เยว่ซีไล่สายตาตามเส้นวงแดงอยู่บริเวณอก ท้องน้อย และข้อมือนางจำความขมของยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยให้ได้ แต่จำไม่ได้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 72 — ฝากหลังไว้กับเจ้า

    ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สามหลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน“ปล่อยธง!”เหยียนอวี้หนิงตะโกน“ปล่อยก็แพ้สิ!”เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาวอวี้หนิงเหยียบพื้นสันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลานน้ำแตกกระเซ็น“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสองพวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือแผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุดแสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลานเยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟากเพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว⸻ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อยอวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกันแผนฟังดูดีจนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

    น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบสันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่เยว่ซีย่อตัวหลบช้าไปครึ่งจังหวะปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น“หนึ่งแต้ม”ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะเหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่“ข้าก็ได้ยิน”“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดนั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิมรอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันทีเยว่ซีเหลือบมองพื้นตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึกเมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้วนางรับได้หลายครั้งแต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้าม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status