Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 22 — คำตอบของคนถือกระบี่

Share

บทที่ 22 — คำตอบของคนถือกระบี่

last update publish date: 2026-10-19 16:12:41

“รู้”

หลิงยวนตอบโดยไม่หลบตา

เยว่ซีนั่งนิ่ง นิ้วที่กดอยู่บนจดหมายค่อย ๆ คลายออก ทว่ากระดาษยังติดอยู่กับผิวชื้นเย็นของนาง

ก่อนถาม นางคิดว่าตนเตรียมใจไว้แล้ว

เมื่อได้ยินคำตอบจริง กลับไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ที่ใด

“แล้วท่านก็ยังตัด”

“ใช่”

“เพราะไม่มีทางอื่นหรือ”

หลิงยวนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง

“เท่าที่ข้ากับพ่อแม่เจ้าหาได้ในเวลานั้น ไม่มี”

นอกหน้าต่างมีเสียงศิษย์เวรเดินผ่าน เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป เยว่ซีเพิ่งรู้ว่าตนกำลังรอฟังมันจนลับ ราวกับยังต้องการเวลาอีกเล็กน้อยก่อนถามต่อ

“เล่าให้ข้าฟังเจ้าค่ะ”

เขาขยับถ้วยน้ำเข้ามาใกล้นาง

เยว่ซีไม่ได้หยิบ

“ตั้งแต่พวกเขายังมีชีวิต”

หลิงยวนวางมือลงบนโต๊ะ

“อาคมใต้เมืองใช้สายเลือดเจ้าเชื่อมกับประตู มันบังคับให้ปราณทั้งห้าตื่นขึ้นพร้อมกัน พ่อแม่เจ้ารับพลังออกจากตัวเจ้า แล้วใช้ร่างตนเองกั้นไว้”

“กั้นไว้ตรงไหน”

เขาแตะกลางอกตนเอง

สายตาของเยว่ซีเลื่อนตาม

“พันธะผ่านหัวใจของทั้งสองคน หากปล่อยให้พวกเขาสิ้นใจก่อน พลังจะถูกดึงกลับเข้าสู่พิธีอีกครั้ง ต้องตัดในขณะที่พวกเขายังประคองมันอยู่”

เยว่ซีได้ยินเสียงลมหายใจตนเองชัดขึ้น

กระบี่ในความฝัน

เลือดที่หยดจากปลายคม

มือของบิดาบนไหล่เด็กหนุ่มในภาพเงา

“ท่านตัดอย่างไร”

หลิงยวนไม่ได้ตอบทันที คราวนี้นางเห็นว่าเขากำลังสูดลมหายใจ

“ข้าแทงกระบี่ผ่านหัวใจพ่อเจ้า”

เสียงนั้นเบา แต่ทุกคำชัดเจน

“แล้วจึงแทงแม่เจ้า เพื่อตัดพันธะอีกเส้น”

เยว่ซีลุกขึ้น

เก้าอี้ครูดพื้นดังลั่น

หลิงยวนขยับมือ แต่หยุดไว้ก่อนจะเอื้อมถึงนาง

หญิงสาวถอยไปชนขอบตู้ ความเจ็บตรงสะโพกแทบไม่รู้สึก มือทั้งสองเย็นจัดจนต้องกำชายแขนเสื้อไว้

คนตรงหน้าเป็นคนอุ้มนางออกจากเมือง

เป็นคนเก็บแหวนบิดา

เป็นคนสอนให้นางถือถ้วยน้ำโดยไม่ฝืนรับแรงทั้งหมด

และเป็นคนถือกระบี่เล่มนั้นจริง ๆ

“พ่อข้า… ขอให้ท่านทำหรือ”

“ใช่”

“แม่ข้าด้วย?”

“นางพยักหน้าให้ข้าก่อนลงมือ”

ริมฝีปากเยว่ซีสั่น นางกดมันเข้าหากันอยู่ครู่หนึ่ง

“แล้วข้าอยู่ที่ไหน”

“กลางวงอาคม”

“ข้าเห็นหรือไม่”

หลิงยวนมองมือนางที่กำแขนเสื้อแน่น

“เจ้าตื่นหลังข้าตัดพิธีแล้ว เจ้าเห็นพวกเขา เห็นกระบี่ในมือข้า”

บางอย่างสะเทือนขึ้นใต้กระดูกอก เยว่ซียกมือกดไว้ทันที

เขาลุกขึ้น แต่ยังยืนอยู่ข้างโต๊ะ

“เจ็บหรือไม่”

นางส่ายหน้า ก่อนฝืนตอบตามที่เคยถูกสอน

“ไม่เจ็บ หายใจไม่ทันนิดหน่อย”

“ข้าจะเรียกอาจารย์ฉิน”

“รอก่อน”

หลิงยวนหยุด

เยว่ซีหลับตา นับลมหายใจทีละช่วงจนความแน่นค่อย ๆ คลายลง กำไลทองแดงบนข้อมือยังเย็น ไม่มีแสงลอดออกมา

เมื่อเปิดตาอีกครั้ง น้ำตาก็ไหลลงแล้ว

“ข้าเรียกพวกเขาหรือไม่”

เขาพยักหน้า

“เจ้าเรียกแม่ให้ตื่น”

นางยกมือปิดปาก

ห้องเงียบอยู่นาน

หลิงยวนไม่ได้เข้ามากอด ไม่ได้บอกให้นางหยุดร้อง เขาเพียงหยิบผ้าสะอาดวางไว้บนมุมโต๊ะที่นางเอื้อมถึง แล้วถอยกลับไป

เยว่ซีมองผ้าผืนนั้นผ่านม่านน้ำตา

การที่เขารู้ว่าควรทำสิ่งใดยิ่งทำให้นางเจ็บ

เขาจำคืนนั้นได้ทุกอย่าง

ส่วนนางเพิ่งได้รับมันคืนผ่านคำบอกเล่าในวันนี้

⸻

“เหตุใดจึงไม่บอกตอนข้าถามเรื่องผนึก”

เยว่ซีกลับมานั่งแล้ว แต่เลือกเก้าอี้อีกตัวซึ่งห่างจากเขามากกว่าเดิม

หลิงยวนมองระยะห่างนั้นเพียงครั้งเดียว

“แม่เจ้าไม่อยากให้เจ้าคิดว่าชีวิตที่เหลือเป็นหนี้ที่ต้องชดใช้ให้พวกเขา”

“นางจึงขอให้ท่านปิดเรื่องนี้?”

“นางขออย่าให้เจ้ามีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิด ส่วนการเงียบมาจนถึงวันนี้ ข้าเป็นคนเลือกเอง”

น้ำตาหยดลงบนผ้าในมือเยว่ซีอีกครั้ง

“ท่านกลัวข้าเกลียดหรือ”

“ข้ากลัวเจ้าทนไม่ไหว”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

“และข้าก็กลัวคำถามของเจ้า”

นางเงยหน้ามอง

ครั้งแรกที่ได้ยินเขายอมรับความกลัวโดยไม่มีเรื่องผนึกหรือศัตรูอยู่ในประโยค

“ข้าให้เจ้ารอจนข้าพร้อม ทั้งที่คนซึ่งต้องอยู่กับความไม่รู้นั้นคือเจ้า” เขากล่าว “เรื่องนี้ข้าผิด”

เยว่ซีมองแหวนเงินบนนิ้วตนเอง

นางอยากโกรธเขาให้เต็มที่ อยากมีคำตอบง่าย ๆ ว่าคนตรงหน้าควรถูกผลักออกไปหรือควรรั้งไว้

แต่ในภาพที่เขาเล่า พ่อแม่กำลังจะตาย ผู้คนทั้งเมืองอยู่ในพิธี และคนที่ถูกขอให้ยกกระบี่มีอายุเพียงสิบห้าปี

ความจริงเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ความเจ็บน้อยลง

เพียงทำให้นางไม่อาจใช้มันทำร้ายเขาอย่างที่ใจส่วนหนึ่งต้องการ

“ตอนข้าขึ้นทางทดสอบจิต” นางถาม “เสียงที่บอกให้อยู่ให้ดี เป็นเสียงท่านพ่อใช่หรือไม่”

“ใช่”

“เขาพูดจริง ๆ”

“ก่อนข้าลงมือ”

เยว่ซีก้มหน้าลง

นางร้องไห้โดยไม่มีเสียงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถามคำถามสุดท้าย

“ถ้าวันนั้นข้าไม่มีพลัง พวกเขาจะยังอยู่หรือไม่”

หลิงยวนโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย

“ข้าไม่รู้ว่าชีวิตพวกเขาจะเป็นอย่างไรหากไม่มีเรื่องนี้”

นางกำผ้าแน่นขึ้น

“แต่คนที่วางอาคม เลือกใช้เด็กห้าขวบ และฆ่าคนทั้งเมือง เป็นผู้ทำให้คืนนั้นเกิดขึ้น เจ้าไม่ได้เรียกพวกมันมา”

เยว่ซีพยายามฟังจนจบ

“พ่อแม่เจ้าเลือกช่วยลูกของตน เขาไม่ได้ขอสิ่งตอบแทนจากเจ้า”

“ข้ารู้”

เสียงของนางแตกพร่า

“แต่ตอนนี้ข้ายังรู้สึกอย่างนั้นไม่ได้”

“ได้”

เขาตอบเพียงคำเดียว

นางเช็ดหน้าแล้วลุกขึ้นช้า ๆ

“คืนนี้ข้าอยากอยู่กับยาย”

“ข้าจะให้คนไปตาม”

“ข้าเดินไปเองได้”

หลิงยวนพยักหน้า

เมื่อเยว่ซีถึงประตู นางหยุดโดยยังไม่หันกลับมา

“ข้ายังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมองท่านอย่างไร”

ด้านหลังเงียบไปครู่หนึ่ง

“เจ้าไม่ต้องรีบตัดสิน”

นางจับวงกบไว้

“แต่ข้าไม่ได้ขอให้ท่านหายไป”

“ข้าจะอยู่ที่นี่”

คราวนี้เขาตอบทันที

⸻

ยายหวังไม่ได้ถามเหตุใดนางจึงมาในยามดึก

หญิงชราเปิดผ้าห่มอีกด้าน เยว่ซีถอดรองเท้าแล้วขึ้นไปนั่งข้าง ๆ เช่นที่เคยทำเมื่อยังเล็ก

พอศีรษะวางลงบนไหล่ที่คุ้นเคย น้ำตาก็ไหลอีกครั้ง

ยายหวังลูบหลังนาง รอจนพูดเป็นประโยคได้จึงฟังเรื่องทั้งหมด

เมื่อเล่าจบ หญิงชรานิ่งอยู่นาน

“ยายรู้หรือไม่”

“ไม่รู้ว่าเขาต้องลงมือเช่นนั้น”

“เขาไม่เคยเล่าเลยหรือ”

ยายหวังส่ายหน้า

“ตอนมาถึงบ้านเรา เขาถามเพียงว่าเจ้าจะนอนได้ตรงไหน แล้วขอให้อย่าบอกใครว่ามาจากหลินอัน”

เยว่ซีหลับตา

“ข้าโกรธที่เขาไม่บอก”

“ก็โกรธเถิด”

คำตอบทำให้นางเงยหน้าขึ้น

ยายหวังดึงผ้าห่มมาคลุมเข่าให้

“เขาช่วยชีวิตเจ้าไว้ เจ้ายังเสียใจที่เขาปิดบังเจ้าได้ ไม่ต้องรีบเลือกให้เหลืออย่างเดียวคืนนี้”

เยว่ซีมองมือเหี่ยวย่นซึ่งจับมือของตน

“ข้าจำหน้าแม่ไม่ได้ชัดด้วยซ้ำ แต่กลับต้องรู้ก่อนว่านางตายอย่างไร”

ยายหวังลูบผมนางช้า ๆ

“แม่เจ้าเวลาตรวจคนป่วยชอบขมวดคิ้ว โดยเฉพาะตอนใครโกหกว่าไม่เจ็บ”

หญิงสาวนิ่งฟัง

“แต่พอหันไปพูดกับเด็ก นางจะย่อตัวลงเสมอ ไม่ยอมให้เด็กเงยหน้าจนเมื่อยคอ ครั้งหนึ่งลูกชายยายกลัวเข็มจนซ่อนใต้เตียง นางก็นั่งรออยู่บนพื้น พูดเรื่องไร้สาระกับมันตั้งนาน”

“เรื่องอะไรเจ้าคะ”

“ไก่บ้านใครออกไข่มากกว่า”

เยว่ซีหัวเราะทั้งน้ำตา

ยายหวังบีบมือนาง

“นางมีชีวิตอยู่หลายปีก่อนคืนนั้น ค่อย ๆ รู้จักนางไปก็ได้”

คืนนั้นเยว่ซีไม่ได้หลับเร็ว

แต่เมื่อหลับ นางยังจับมือยายไว้

⸻

เช้าวันถัดมา เผยเหวินซูถูกนำมาที่ห้องสอบสวนข้างหอวินัย

เขาอ่านจดหมายของเซี่ยจิ้งเหิงจนจบสองครั้ง ก่อนเงยหน้ามองเจ้าสำนัก

“ท่านจะส่งข้าไปหรือ”

“ยังไม่มีการตกลงใด” เจ้าสำนักตอบ “ข้าต้องการรู้ว่าเขาอยากได้ตัวเจ้าเพราะอะไร”

เผยเหวินซูเหลือบมองหลิงยวนซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าต่าง

“ข้าบอกเรื่องเตาไปแล้ว”

“มีสิ่งใดที่ยังไม่ได้บอก”

โซ่ผนึกที่ข้อมือขยับเบา ๆ

ก่อนเขาจะตอบ ประตูห้องเปิดออก เยว่ซีเดินเข้ามาพร้อมอาจารย์ฉิน ดวงตายังบวมเล็กน้อย แต่ฝีเท้ามั่นคง

หลิงยวนหันมาทางนาง

นางคารวะเจ้าสำนักแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามผู้ต้องขัง

“ข้าขอฟังเรื่องยาด้วยเจ้าค่ะ”

ไม่มีใครถามเรื่องเมื่อคืน

เผยเหวินซูมองใบหน้านางอยู่นานเกินไป เยว่ซีจึงเลื่อนจดหมายกลับไปตรงหน้าเขา

“เซี่ยจิ้งเหิงอ้างว่าตราบใดต้นทางยังอยู่ ผู้รับโอสถจะล้มป่วยต่อ เขาหมายถึงเตาหรือ”

“อาจเป็นเช่นนั้น”

“ท่านเคยเห็นอาการหยุดหลังทำลายเตาหรือไม่”

ชายหนุ่มเงียบ

“หากไม่เคย บอกว่าไม่เคยก็พอ” นางกล่าว “ตอนนี้คนป่วยรอคำตอบอยู่ เราไม่มีเวลาลองเชื่อคำที่ท่านเดา”

เผยเหวินซูก้มมองจดหมาย

“ไม่เคย”

อาจารย์ฉินจดลงบนกระดาษ

“แล้วสูตรกดอาการมีจริงหรือไม่”

“มี”

ทุกคนในห้องเงียบลง

เผยเหวินซูยกมือขึ้นเล็กน้อยจนโซ่ตึง

“แต่ข้าไม่รู้สูตรเต็ม ข้าได้รับยาสำเร็จไว้ใช้กับคนงานบางกลุ่ม เมื่อเริ่มไอเป็นเลือดหรือเส้นปราณแข็ง จะให้กินหนึ่งเม็ด อาการทุเลาภายในครึ่งชั่วยาม”

“เหตุใดไม่บอกตั้งแต่คนจากเตากลับมา” อาจารย์ฉินถาม

“ข้าคิดว่ายาที่เรือนโอสถ—”

“ท่านรู้ว่ามียาซึ่งเราไม่เคยเห็น” เยว่ซีขัดขึ้น “เหตุใดจึงเก็บไว้”

เขาสบตานาง ก่อนหลบไป

คราวนี้ไม่มีผู้ใดช่วยเติมข้อแก้ตัวให้

ในที่สุดเผยเหวินซูจึงกล่าวเสียงต่ำ

“ข้าต้องเหลือสิ่งที่ใช้ต่อรอง”

เยว่ซีมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วเลื่อนกระดาษเปล่าไปตรงหน้า

“มันอยู่ที่ไหน”

⸻

ยาไม่ได้อยู่ในห้องพักที่ถูกค้นไปแล้ว

เผยเหวินซูซ่อนไว้ในช่องใต้ฐานตาชั่งเก่าของคลังสินค้าเชิงเขา เป็นจุดฝากของซึ่งใช้ก่อนเข้าพำนักในสำนัก ผู้คุมส่งคนไปตรวจและกลับมาพร้อมตลับดีบุกที่ยังปิดผนึก

ข้างในเหลือยาอยู่สามเม็ด

ระหว่างรอ อาจารย์ฉินซักเรื่องผู้เคยได้รับยาต่อ จนพบว่าผู้กินต้องเพิ่มจำนวนถี่ขึ้นเรื่อย ๆ บางคนเริ่มจากเดือนละครั้ง ก่อนกลายเป็นทุกเจ็ดวัน

“มันกดอาการได้นานเท่าใด” เยว่ซีถาม

“ข้าไม่เคยติดตามทุกคน”

“แล้วคนที่ยาใช้ไม่ได้ผลเล่า”

เผยเหวินซูเงียบไปอีก

คำตอบนั้นไม่ต้องเขียนลงกระดาษก็เข้าใจได้

เมื่อส่งตัวเขากลับ หลิงยวนเดินตามไปถึงประตู

“หากยังมีของซ่อนอยู่ จงบอกก่อนคนอื่นหาเจอ”

เผยเหวินซูหยุดเท้า

“เซี่ยจิ้งเหิงจะไม่ยอมให้พวกท่านได้ยาไปง่าย ๆ”

“เจ้าเพิ่งทำให้เราได้มาแล้ว”

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขากลัว”

หลิงยวนมองเขา

เผยเหวินซูเหลือบกลับเข้าไปในห้อง เยว่ซีกำลังช่วยอาจารย์ฉินรวบรวมคำให้การ ไม่ได้มองมาทางนี้

เขาลดเสียงลง

“ข้าเคยเห็นสถานที่เก็บยาตั้งต้น หากเขารู้ว่าข้าบอกตำแหน่งได้ เขาจะย้ายมันทันที”

หลิงยวนไม่ขยับเข้าใกล้ ไม่แสดงความยินดี

“เช่นนั้นกลับไปนั่ง”

⸻

ยามบ่าย เสิ่นซูเหอแยกยาเพียงเศษเล็กเท่าเมล็ดงาไปตรวจเทียบกับตัวอย่างปราณปนเปื้อน

ส่วนที่เหลือถูกเก็บไว้ ไม่มีผู้ใดนำไปให้คนป่วย

สิ่งที่เกิดขึ้นในถ้วยทดลองทำให้เยว่ซียืนขึ้นจากเก้าอี้

เส้นสีดำหยุดเคลื่อนไหวจริง

แต่ยังคงอยู่ครบ

“มันทำให้สิ่งปนเปื้อนสงบชั่วคราว” เสิ่นซูเหอกล่าว “ยังบอกไม่ได้ว่าทำด้วยวิธีใด และเหตุใดจึงต้องเพิ่มขนาดยา”

อาจารย์ฉินมองผลทดลองแล้วถอนหายใจ

“อย่างน้อยมีของจริงให้เทียบ เราไม่ต้องเริ่มจากคำกล่าวอ้างของเขา”

เยว่ซีพยักหน้า

คนป่วยยังรออยู่ แต่วันนี้พวกเขามีสิ่งที่ใช้ค้นหาคำตอบเพิ่มขึ้นหนึ่งอย่าง โดยไม่ต้องส่งใครไปแลก

นางออกจากเรือนโอสถเมื่อแสงแดดเริ่มอ่อน

หลิงยวนยืนรออยู่ใต้ต้นสน ห่างจากบันไดหลายก้าว ในมือมีสำเนาคำให้การที่เพิ่งบันทึกเสร็จ

“เขาบอกตำแหน่งแล้วหรือเจ้าคะ”

“บอกเส้นทางบางส่วน อาจารย์ส่งคนไปตรวจจากภายนอกก่อน”

เยว่ซีรับกระดาษมา

ระหว่างทั้งสองยังมีระยะห่าง

นางเห็นเขามองขอบแขนเสื้อของตน ซึ่งยับจากการกำไว้ทั้งคืน ก่อนสายตาจะเลื่อนกลับขึ้นมา

“เมื่อคืนเจ้าพักได้หรือไม่”

“ได้บ้างเจ้าค่ะ”

เขาพยักหน้า

เยว่ซีพลิกกระดาษในมือ แต่ยังไม่ได้อ่าน

“ข้าอยากให้ท่านเขียนเรื่องคืนนั้นไว้”

หลิงยวนเงียบฟัง

“ทั้งสิ่งที่ท่านเห็น สิ่งที่พ่อแม่ข้าพูด และส่วนที่ท่านไม่แน่ใจ ข้าอาจยังอ่านไม่ไหวในครั้งเดียว แต่ข้าอยากมีมันอยู่กับตัว”

“ได้”

“อย่าตัดคำไหนออกเพราะคิดว่าข้าจะเสียใจ”

“ข้าจะเขียนตามที่จำได้”

นางพยักหน้า แล้วก้าวลงบันได

เมื่อเดินผ่านเขา เยว่ซีหยุดอยู่ชั่วครู่

“วันนี้ข้ายังไม่ไปดื่มชานะเจ้าคะ”

นิ้วของหลิงยวนขยับเล็กน้อยใต้แขนเสื้อ

“ข้ารู้”

นางเดินต่อไปถึงทางแยก ก่อนหันกลับมา

เขายังอยู่ใต้ต้นสน

เยว่ซีอยากพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายเพียงค้อมศีรษะให้ แล้วเดินไปทางเรือนของยายหวัง

ครั้งนี้เขาไม่ได้เดินตาม

⸻

คืนเดียวกัน ข่าวจากผู้ตรวจเส้นทางมาถึงก่อนระฆังยามสาม

บริเวณที่เผยเหวินซูระบุมีเรือนเก็บสินค้าจริง แต่รถขนยาสองคันออกจากประตูด้านหลังตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง พื้นคลังยังมีรอยตู้เพิ่งเคลื่อน ผงสมุนไพรตามร่องไม้ยังไม่ทันถูกกวาด

เจ้าสำนักอ่านรายงานจบแล้ววางลง

“เขาเตรียมย้ายก่อนส่งจดหมายเสียอีก”

หลิงยวนมองแผนที่บนโต๊ะ

หากยอมรอจนครบสามวัน ทั้งคนทั้งของคงหายไปหมด

“ตามรถได้หรือไม่”

ศิษย์ผู้ส่งข่าวพยักหน้า

“ทีมแรกตามไปแล้วขอรับ แต่พบอีกเรื่องหนึ่ง”

เขาวางห่อกระดาษเปื้อนโคลนลงข้างแผนที่

ข้างในเป็นแผ่นประกาศซึ่งฉีกออกจากกำแพงท่าน้ำ

ข้อความด้านบนเชิญญาติผู้ป่วยไปรับยากดอาการในวันพรุ่งนี้ ไม่คิดเงิน และให้พาคนป่วยมาด้วย

ใต้ข้อความนั้นมีชื่อผู้รับรอง

เผยเหวินซู

เจ้าสำนักเงยหน้าทันที

“เขายังอยู่ในห้องคุมตัว”

หลิงยวนอ่านสถานที่บนประกาศอีกครั้ง

ศาลาท่าน้ำเก่า

จุดเดียวกับที่เซี่ยจิ้งเหิงให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปในอีกสามวัน

แต่ผู้ป่วยจะไปถึงในวันพรุ่งนี้แล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status