홈 / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 23 — คนที่ยืนอยู่หน้าท่าน้ำ

공유

บทที่ 23 — คนที่ยืนอยู่หน้าท่าน้ำ

last update 게시일: 2026-10-19 16:24:11

“ส่งคนไปก่อนฟ้าสาง”

เจ้าสำนักวางประกาศลงบนโต๊ะ

“ตั้งจุดรักษานอกท่าน้ำ ตรวจเรือทุกลำ และแจ้งนายอำเภอให้ช่วยกันคนออกจากสะพาน อย่าให้ผู้ป่วยไปรวมกันตรงนั้น”

ศิษย์รับคำแล้วรีบออกไป

หลิงยวนยังมองแผนที่ ลำน้ำสายเก่าแยกออกจากแม่น้ำใหญ่ผ่านประตูระบายน้ำสองแห่ง ศาลาที่ถูกเลือกตั้งอยู่ตรงคอคอด มีทางขึ้นฝั่งเพียงสะพานไม้แคบ ๆ

“คนของเราต้องคุมประตูน้ำด้วยขอรับ”

เจ้าสำนักเลื่อนสายตาตามนิ้วเขา

“เจ้าคิดว่าเขาจะทำลายท่าน้ำ?”

“หากต้องการแจกยา เขาเลือกตลาดได้ ที่นี่ขนคนป่วยเข้าออกลำบากเกินไป”

“แล้วรถขนยา?”

“ให้ทีมติดตามทำงานต่อ อย่าเรียกกลับมารวมกัน”

เจ้าสำนักพยักหน้า ก่อนหยิบป้ายบัญชาการส่งให้

หลิงยวนรับไว้ แต่ยังไม่ออกจากห้อง

“เผยเหวินซูต้องอยู่ที่เดิม เพิ่มคนเฝ้าซึ่งไม่เกี่ยวกับภารกิจท่าน้ำ คำสั่งย้ายตัวทุกฉบับให้ตรวจจากท่านโดยตรง”

“ข้าจะเฝ้าสำนักเอง”

คำตอบนั้นทำให้เขาวางใจ

บนโต๊ะข้างแผนที่มีสมุดเย็บด้ายเล่มหนึ่ง หมึกหน้าสุดท้ายยังไม่แห้ง หลิงยวนปิดมันอย่างระวัง แล้วฝากศิษย์เวรนำไปให้เยว่ซีตอนเช้า

เขาเขียนเรื่องคืนนั้นเสร็จแล้ว

⸻

เยว่ซีอ่านได้เพียงสองหน้า

ประโยคที่ทำให้นางหยุดไม่ใช่เรื่องกระบี่

ก่อนระฆังดัง แม่เจ้ากำลังรื้อด้ายสีฟ้าออกจากรองเท้า เพราะปักลายสองข้างไม่เท่ากัน

นางใช้นิ้วแตะรอยหมึก

ภาพมารดาที่เคยมีเพียงเลือนรางค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียดขึ้นอีกอย่างหนึ่ง รองเท้าคู่นั้นยังอยู่ในหีบที่ส่งมาถึงสำนัก ส่วนคนปักไม่ได้ตามมา

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ

เสี่ยวถังยืนถือข้าวต้มกับป้ายงานอยู่ด้านนอก

“เรือนโอสถต้องการคนช่วยที่จุดพักเชิงเขา ข้ารับงานไว้แล้ว เจ้าอยู่กับยายก็ได้นะ”

เยว่ซีปิดสมุด ใช้ผ้าห่อก่อนเก็บลงลิ้นชัก

“ข้าไปด้วย”

เสี่ยวถังมองดวงตานาง แต่ไม่ได้ถาม

“กินก่อน”

“ข้ากินระหว่าง—”

“เจ้าถือถาด ข้าถือชาม แล้วใครจะเปิดประตู”

เยว่ซีมองของในมือเพื่อน จึงยอมกลับมานั่ง

ข้าวต้มยังอุ่น นางกินจนหมดครึ่งชามจึงพบกระดาษแผ่นเล็กใต้ถาด

เป็นคำสั่งงานจากอาจารย์ฉิน ให้ช่วยจดชื่อผู้ป่วยและแยกยาที่นำติดตัวมา ห้ามทดลองปราณระหว่างปฏิบัติงาน

ท้ายกระดาษมีลายมืออีกบรรทัด

หากเหนื่อยให้กลับ ไม่ต้องรอหมดเวร

เยว่ซีจำลายมือหลิงยวนได้

นางพับกระดาษเก็บไว้กับป้ายงาน

⸻

เมื่อฟ้าเริ่มสว่าง ศาลาท่าน้ำเก่ามีคนมารอแล้วกว่าสามสิบคน

ชายคนหนึ่งแบกมารดามาบนหลัง หญิงสองคนช่วยกันหามเปลไม้ ส่วนเด็กตัวเล็กนั่งกอดเข่าข้างตะกร้าสัมภาระ ทุกคนถือประกาศแบบเดียวกัน

บนศาลามีโต๊ะยาตั้งเรียบร้อย ขวดยาวางอยู่ในถาด ใต้โต๊ะแขวนป้ายชื่อเผยเหวินซู

แต่ผู้แจกยากลับเป็นชายหน้าตอบที่ไม่มีใครในสำนักรู้จัก

เมื่อเห็นศิษย์ชิงเสวียน เขารีบยกมือคารวะ

“พวกข้าเป็นเพียงคนรับจ้าง ขนยามาตามคำสั่งเท่านั้น”

หลิงยวนหยุดหน้าโต๊ะ

“ใครสั่ง”

“คุณชายเผยขอรับ”

“เจ้าพบเขาเมื่อใด”

“เมื่อวานเย็น”

คำตอบทำให้ศิษย์ด้านหลังขยับมือไปจับกระบี่

หลิงยวนกลับเพียงมองถาดยา

“ขอดูหนังสือมอบหมาย”

ชายหน้าตอบล้วงกระดาษออกมา ตราประทับท้ายแผ่นคล้ายของสถานสงเคราะห์สกุลเซี่ย แต่หลิงยวนยังไม่รับ

“วางบนโต๊ะ”

อีกฝ่ายชะงัก ก่อนทำตาม

ด้านหลังเริ่มมีเสียงไม่พอใจ

“จะตรวจอะไรกันอีก แม่ข้ารอมาตั้งแต่เมื่อคืน!”

หลิงยวนหันไปทางต้นเสียง

“มีหมออยู่ที่โรงน้ำชาหน้าทางแยก พานางไปตรวจได้ทันที ไม่ต้องรอที่นี่”

“แล้วพวกท่านมียาหรือไม่”

“มียาประคองอาการ ส่วนยาบนโต๊ะนี้ยังไม่ทราบว่าคืออะไร”

ชายที่แบกมารดามามองถาดยาอย่างลังเล

คนรับจ้างรีบพูดแทรก

“คนป่วยบางคนเคยกินแล้วขอรับ หากชิงเสวียนจะเก็บไปตรวจทั้งหมด วันนี้พวกเขาจะทำอย่างไร”

หลิงยวนมองเขาอีกครั้ง

“ข้าเพิ่งขอดูหนังสือ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะเก็บยาทั้งหมด”

ชายหน้าตอบเม้มปาก

ลมจากแม่น้ำพัดชายผ้าปูโต๊ะขึ้น

ใต้โต๊ะไม่มีลังยาสำรอง

มีเพียงโซ่เส้นหนึ่งทอดลงไปในช่องพื้นไม้

หลิงยวนวางสองนิ้วบนขอบโต๊ะ

“พาคนออกจากสะพาน”

น้ำเสียงยังราบเรียบ แต่ศิษย์ทุกคนเคลื่อนไหวทันที

⸻

ที่จุดพักเชิงเขา เยว่ซีเพิ่งรับยาจากหญิงชราคนหนึ่ง เมื่อรถม้าติดธงโรงรักษาแล่นมาจอด

คนขับยื่นป้ายไม้ให้ผู้ดูแล

“ท่าน้ำคนล้นแล้ว อาจารย์ฉินให้มารับผู้ป่วยที่ยังเดินได้ไปทางเรือนพักฝั่งตะวันออกขอรับ”

ศิษย์ผู้ดูแลพลิกป้ายดู ตราประทับถูกต้อง

เยว่ซีเงยหน้าจากบัญชี

“อาจารย์ฉินอยู่กับข้าเมื่อครู่ ท่านไปโรงน้ำชาฝั่งตะวันตก”

“คงเปลี่ยนแผนแล้ว แม่นางขึ้นไปด้วยก็ได้ จะได้ช่วยดูแลระหว่างทาง”

เขาพูดเร็วพลางยกผ้าม่านรถ

ข้างในมีเบาะสะอาดกับน้ำดื่มเตรียมไว้ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติชัดเจน

เยว่ซีวางพู่กัน

“เรือนพักฝั่งตะวันออกชื่ออะไรเจ้าคะ”

“เรือนใหญ่ใกล้สวนไผ่”

“ข้าจะเขียนไว้ในบัญชี ต้องมีชื่อ”

คนขับขมวดคิ้ว

“คนป่วยรออยู่ ยังต้องเขียนอีกหรือ”

“ยิ่งมีคนป่วยยิ่งต้องรู้ว่าอยู่ที่ใด”

นางหันไปบอกเสี่ยวถังให้ตามผู้ดูแลเวร ส่วนตนรับป้ายจากศิษย์มาตรวจอีกครั้ง

บนป้ายมีตราชิงเสวียนจริง แต่ขอบไม้ด้านหลังมีรอยเจาะสองรู

มันเป็นป้ายแขวนลังเสบียง

นางเพิ่งนับป้ายชนิดนี้เมื่อคืน

เยว่ซีวางมันลงโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“รถรับได้กี่คนเจ้าคะ”

“หกคน”

“มีคนต้องนอนเปลสองคน รอสักครู่ ข้าจะให้ผู้ดูแลมาจัดที่”

คนขับมองตามเสี่ยวถังที่เดินหายเข้าเรือน ก่อนหันกลับไปจับบังเหียน

“เช่นนั้นข้าไปรับอีกกลุ่มก่อน”

เยว่ซีถอยพ้นล้อทันที

“ปิดทางรถ!”

ศิษย์ข้างประตูยกคานไม้ขวาง ม้าผงะขึ้น คนขับทิ้งบังเหียนแล้วกระโดดลงอีกด้าน แต่ผู้อาวุโสผู้คุมจุดพักมาถึงพอดี

ปลอกกระบี่กระแทกหลังเข่าของมัน

ชายผู้นั้นล้มคว่ำ ยังพยายามเอื้อมมือเข้าอกเสื้อก็ถูกเหยียบข้อมือไว้

เยว่ซีไม่ได้เข้าไปใกล้

นางรีบพาผู้ป่วยถอยเข้าเรือน แล้วให้เสี่ยวถังช่วยตรวจว่ามีใครขึ้นรถไปก่อนหน้านี้หรือไม่

ใต้เบาะที่ดูสะอาดพบผ้าชุบยาสลบมัดไว้หกผืน

และเชือกสำหรับมัดข้อมืออีกหกเส้น

⸻

เสียงโลหะครูดดังมาจากใต้ศาลา

ชายหน้าตอบกระชากโซ่เต็มแรง ก่อนพลิกโต๊ะขวางทาง

หลิงยวนยกมือขึ้น

ถาดยาซึ่งกำลังคว่ำหยุดค้างกลางอากาศ ขวดทุกใบถูกปราณสีเงินห่อไว้แล้วส่งลงในตะกร้าของศิษย์ด้านหลัง

ขณะเดียวกัน โต๊ะไม้แตกออกตรงกลาง

คนหน้าตอบพุ่งผ่านเศษไม้ตรงไปยังหญิงชราบนหลังบุตรชาย ปลายมีดสั้นเล็งคอคนที่หลบไม่ทัน

คมกระบี่สีเงินวาบเพียงครั้งเดียว

มีดหลุดจากมือ ร่างมันกระแทกเสาศาลา เสื้อถูกตรึงติดเนื้อไม้โดยกระบี่ของหลิงยวน

ชายผู้นั้นดิ้นแล้วร้องลั่น

หลิงยวนไม่ได้มองซ้ำ

เขาก้าวลงบนสะพาน ซึ่งเริ่มเอียงไปด้านหนึ่งแล้ว

ใต้ผิวน้ำปรากฏแสงแดงเป็นแนวยาว หมุดระเบิดอาคมถูกติดไว้กับเสารับสะพาน หากระเบิดพร้อมกัน คนที่อยู่บนทางแคบจะตกลงไปในน้ำเชี่ยว

“หยุดเดิน”

เสียงของเขาดังถึงปลายสะพาน

ชายที่แบกมารดาหยุดทันที แต่คนด้านหลังยังเบียดเข้ามา เด็กคนหนึ่งเสียหลักจนเท้าหลุดจากขอบไม้

แสงสีเงินรับร่างเด็กไว้ก่อนตกน้ำ

คราวนี้ทุกคนเงียบลง

หลิงยวนกางฝ่ามือ อักขระเจ็ดตัวแผ่ออกตามแนวสะพาน รับน้ำหนักท่อนคานที่กำลังแยกจากกัน

“เดินไปฝั่งโรงน้ำชา ทีละสองคน อย่าวิ่ง”

ศิษย์สองคนเข้าประคองหญิงชรา อีกคนอุ้มเด็กนำหน้า

น้ำใต้สะพานกระแทกเสาแรงขึ้น

คนร้ายซึ่งถูกตรึงกับเสาหัวเราะทั้งที่ยังเจ็บ

“ท่านรับสะพานได้ แล้วรับน้ำทั้งสายได้หรือไม่!”

ไกลออกไป เสียงครืนดังจากประตูระบายน้ำต้นทาง

มันรอเสียงนั้นอยู่

หลิงยวนก็เช่นกัน

แสงสัญญาณสีขาวพุ่งขึ้นเหนือยอดไม้

ประตูน้ำต้นทางปิดลงตามคำสั่งที่ส่งไปตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง ส่วนบานปลายน้ำถูกเปิดออก ระดับน้ำค่อย ๆ ลดต่ำจนเห็นหมุดอาคมใต้ศาลา

เสียงหัวเราะหยุดทันที

หลิงยวนงอสองนิ้ว

กระบี่ถอนจากเสา พุ่งลงใต้สะพาน ตัดสายอาคมระหว่างหมุดทั้งเจ็ดขาดในคราวเดียว

เสียงระเบิดดังทึบอยู่ในม่านปราณใต้น้ำ

ละอองน้ำพุ่งขึ้นสูง แต่ไม่มีสะเก็ดแม้แต่ชิ้นเดียวหลุดออกมาถึงผู้คน

เมื่อคนสุดท้ายขึ้นฝั่ง หลิงยวนจึงปล่อยมือ

สะพานไม้ทรุดลงครึ่งหนึ่งต่อหน้าทุกคน

ชายที่แบกมารดาคุกเข่าอยู่บนฝั่ง หายใจแรงจนพูดไม่ออก เขามองสะพานที่ตนเพิ่งเดินข้าม ก่อนหันไปทางผู้แจกยา

คราวนี้ไม่มีใครร้องขอยาจากมันอีก

⸻

จดหมายรายงานจากจุดพักมาถึงหลังควบคุมท่าน้ำได้ไม่นาน

หลิงยวนอ่านเรื่องรถม้าแล้วส่งให้ผู้อาวุโสข้างกาย

“ตรวจทุกจุดรับส่ง ใช้คนยืนยันคำสั่งแทนป้ายเพียงอย่างเดียว”

เขากำลังจะก้าวไปหาผู้ต้องขัง เสียงระฆังใบเล็กบนเสาศาลาก็ดังขึ้นเอง

คนหน้าตอบเงยหน้าทันที

“ช้าไปแล้ว”

แผ่นทองแดงบางซึ่งซ่อนอยู่ใต้ป้ายชื่อเผยเหวินซูแตกร้าว แสงพุ่งออกมากระทบม่านหมอกเหนือผิวน้ำ

ภาพเรือนไม้ปรากฏขึ้น

พื้นเต็มไปด้วยอักขระ

เด็กหนุ่มในชุดเปื้อนเลือดยืนถือกระบี่อยู่ต่อหน้าชายหญิงคู่หนึ่ง

หลิงยวนหยุดเดิน

เขาจำภาพนั้นได้ก่อนกระบี่ในภาพจะขยับ

คมดาบแทงเข้าสู่กลางอกหลินจิ้งเหยียน

เสียงกรีดร้องดังจากผู้คนบนฝั่ง

ภาพต่อมาเป็นหลินฮูหยินพยักหน้า แต่ช่วงนั้นผ่านไปเร็วมาก ก่อนคมกระบี่จะจมหายเข้าไปในร่างนางเช่นกัน

ไม่มีเสียงคำขอ

ไม่มีภาพผู้บุกรุก

ไม่มีอาคมที่กำลังดึงชีวิตคนทั้งเมือง

เหลือเพียงผู้ลงมือกับคนสองคนที่ไม่ชักอาวุธตอบโต้

“คนผู้นั้น…”

ใครบางคนมองจากภาพมายังชายชุดขาวบนฝั่ง

“ศิษย์โม่หรือ”

ผู้อาวุโสชิงเสวียนยกกระบี่ขึ้นหมายทำลายแผ่นทองแดง แต่หลิงยวนห้ามไว้

“เก็บมัน”

“หลิงยวน!”

“ต้องรู้ว่าภาพถูกตัดตรงไหน”

เขายกฝ่ามือครอบแผ่นทองแดง แสงเหนือแม่น้ำดับลง ก่อนวัตถุชิ้นนั้นจะถูกผนึกในกล่องไม้

ผู้คนถอยออกจากเขาโดยไม่รู้ตัว

หญิงชราที่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือจับแขนบุตรชายแน่น เด็กที่เขารับไว้จากขอบสะพานถูกมารดาดึงไปกอด

หลิงยวนเห็นทุกอย่าง

เขาเพียงเก็บกระบี่เข้าฝัก

“พาคนป่วยไปหาหมอก่อน”

⸻

ตอนหลิงยวนกลับถึงจุดพัก ข่าวมาถึงก่อนเขาแล้ว

ชายสองคนเถียงกันอยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งกล่าวว่าเซี่ยจิ้งเหิงจัดฉาก อีกคนตอบว่าภาพกระบี่แทงคนไม่มีทางมองผิด

เยว่ซีได้ยินตั้งแต่กำลังล้างมือ

หัวใจนางกระตุกเมื่อพวกเขาเอ่ยถึงหญิงในภาพ

ไม่ต้องเห็น นางก็รู้ว่าคือใคร

“แม่นางหลิน”

ชายผู้หนึ่งจำชื่อนางจากโต๊ะลงทะเบียนได้

“คนในภาพเป็นพ่อแม่เจ้าจริงหรือไม่”

เสี่ยวถังขยับเข้ามาขวาง แต่เยว่ซีแตะแขนเพื่อนไว้

นางเช็ดมือจนแห้ง ก่อนหันไปตอบ

“ข้ายังไม่ได้เห็นภาพที่ท่านพูดถึง”

“แต่เรื่องที่ศิษย์โม่ลงมือ—”

“เขาบอกข้าแล้ว”

คนใต้ชายคาเงียบลง

เยว่ซีเห็นหลิงยวนยืนอยู่ตรงประตูรั้ว

ดวงตาทั้งสองสบกันเพียงครู่เดียว ก่อนนางหันกลับมาหาชายตรงหน้า

“เรื่องพ่อแม่ข้ายังต้องตรวจหลักฐานให้ครบ หากท่านเห็นอะไร ขอให้เล่าแก่ผู้บันทึกคำให้การด้วย”

“เจ้าจะไม่ถามเขาหรือ”

นิ้วของเยว่ซีเย็นลงอีกครั้ง

“ข้าถามแล้วเจ้าค่ะ”

นางไม่ได้เล่าเรื่องสุดท้ายของพ่อแม่ให้คนทั้งลานฟัง ไม่จำเป็นต้องยืนพิสูจน์ความเศร้าของตนเพื่อให้ใครยอมเชื่อ

นางเพียงหยิบชามน้ำอุ่นส่งให้ชายผู้นั้น

“ภรรยาท่านกำลังเรียก”

เขาหันกลับไปทันที

บทสนทนาจบลงตรงนั้น

⸻

หลิงยวนรอจนเยว่ซีส่งงานให้ศิษย์เวรบ่าย จึงเดินเข้ามาหา

ชายเสื้อเขาเปียกน้ำถึงหัวเข่า บนหลังมือมีรอยไม้ขูดเล็กน้อย

นางมองรอยแผลนั้น

“สะพานพังหรือเจ้าคะ”

“พังหลังพาคนออกหมดแล้ว”

“มีใครบาดเจ็บหรือไม่”

“ฟกช้ำสามคน ไม่มีใครตกน้ำ”

เยว่ซีพยักหน้า ความแน่นในอกคลายลงเล็กน้อย

หลิงยวนหยิบกล่องไม้ที่ผนึกแผ่นทองแดงออกมา

“ภาพอยู่ในนี้ ข้าจะส่งให้หอวินัยตรวจเทียบกับชิ้นเดิม”

นางมองกล่องอยู่พักหนึ่ง

“อย่าเปิดตอนนี้”

“ได้”

“ข้าไม่ได้ไม่อยากรู้ แต่วันนี้ข้ารับได้เท่านี้”

เขาเก็บกล่องทันที

ลมเย็นพัดผ่านลาน เยว่ซีเห็นหยดน้ำจากแขนเสื้อเขาตกลงบนพื้น จึงหยิบผ้าแห้งจากตะกร้าที่เพิ่งพับเสร็จส่งให้

หลิงยวนมองผ้า ก่อนยื่นมือรับ

“ขอบใจ”

นางพยักหน้าแล้วก้มจัดตะกร้าต่อ

เขาไม่ได้ถามว่านางหายโกรธหรือยัง

นางก็ยังไม่มีคำตอบให้

แต่เมื่อเขาขยับจะเดินไป เยว่ซีกลับเรียกไว้

“ข้าอ่านถึงเรื่องรองเท้าแล้ว”

หลิงยวนหยุด

“แม่เจ้าบอกว่าถึงเจ้าจะสวมสลับข้าง ก็ไม่ควรเป็นเพราะนางปักให้ต่างกันเอง”

เยว่ซีหลุดยิ้มบาง ๆ ก่อนดวงตาจะร้อนขึ้น

เขายืนรอจนรอยยิ้มนั้นค่อย ๆ จางไป

แล้วจึงกล่าวเบา ๆ

“ยังมีเรื่องอื่นอีก”

“ข้าจะค่อย ๆ อ่านเจ้าค่ะ”

⸻

ยามค่ำ รถขนยาคันหนึ่งถูกนำเข้าประตูสำนัก

ล้อหลังหัก คนขับถูกควบคุมตัว ส่วนอีกคันถูกคนร้ายจุดไฟเผาระหว่างหลบหนี ทีมติดตามดับไฟทันเพียงบางส่วน

สิ่งที่กู้กลับมาได้มีลังสมุนไพร ตู้สำริดขนาดเล็ก และชายชราผู้หนึ่งซึ่งถูกล่ามอยู่กับตู้

เสิ่นซูเหอเดินออกจากเรือนโอสถมาดู

ทันทีที่เห็นใบหน้าของชายชรา นางหยุดเท้า

“เจียงซู่?”

ชายชราเงยหน้าช้า ๆ ดวงตาขุ่นมัวจ้องนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากจะแยกออก

“อาจารย์เสิ่น… ท่านยังมีชีวิต”

เยว่ซีซึ่งตามมาช่วยถือโคมมองทั้งสองสลับกัน

“ท่านรู้จักเขาหรือเจ้าคะ”

“เขาเป็นคนดูแลเตาโอสถของหุบเขาหมื่นบุปผา”

เสิ่นซูเหอคุกเข่าลง ตรวจตรวนที่ข้อเท้าอีกฝ่าย

“ข้าได้รับแจ้งว่าเจ้าตายในอัคคีภัยเมื่อสิบสองปีก่อน”

ชายชราหัวเราะแห้ง ๆ แต่เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นไอจนตัวงอ อาจารย์ฉินรีบเข้าประคอง

หลิงยวนเดินมาหยุดข้างตู้สำริด

บนฝามีรอยประทับห้ากลีบแบบเดียวกับตะปูที่พบในเหมือง

“ข้างในคืออะไร”

ชายชราคว้าข้อมือเขาไว้ทันที

“อย่าเปิดด้วยปราณ”

หลิงยวนหยุดมือ

“เหตุใด”

“มันจำผู้เปิดคนก่อนได้ หากปราณไม่ตรง มันจะเผาของข้างใน”

“ใครเปิดมันครั้งล่าสุด”

ชายชรามองเสิ่นซูเหอด้วยความหวาดกลัว ราวกับชื่อที่กำลังจะเอ่ยยังมีอำนาจลากตนกลับไปได้

“ท่านเจ้าหุบเขา”

เยว่ซีกำด้ามโคมแน่นขึ้น

“มู่เฉิงเจ๋อหรือ”

อีกฝ่ายพยักหน้า

แล้วสิ่งที่เขาพูดต่อมาก็ทำให้เสิ่นซูเหอหน้าซีด

“ท่านชิงหลันเคยทำยาถอนสำเร็จ… ก่อนพาบุตรสาวหนีออกจากหุบเขา”

ลมพัดเปลวไฟในโคมเอนวูบ

เยว่ซีย่อตัวลงตรงหน้าชายชรา

“สูตรยานั้นอยู่ที่ไหน”

เขายกมือสั่นเทาชี้ไปยังตู้สำริด

“อยู่ในนี้”

หลิงยวนมองตราห้ากลีบบนฝาตู้ ก่อนหันไปสั่งศิษย์ด้านหลัง

“เชิญเจ้าสำนักมา”

คราวนี้พวกเขาไม่ต้องรอให้เซี่ยจิ้งเหิงกำหนดราคาของยาอีกแล้ว

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 81 — คนที่ถูกนับวัน

    “เขาชื่อหูเซิ่ง”เผยเหวินซูวางพู่กันลงข้างภาพมือที่นิ้วก้อยขาดไปข้อหนึ่ง“เคยรับคนจากเรือนพักของเซี่ยจิ้งเหิงไปส่งยังโรงยาหลายแห่ง ข้าเป็นผู้จ่ายค่าเดินทางให้เขา”โม่หลิงยวนเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง“คนที่ถูกส่งไปเป็นใคร”“คนป่วย คนที่มีปราณแต่ควบคุมไม่ได้ บางคนถูกบอกว่าจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียเงิน”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเขาถูกนำไปทำอะไร”เผยเหวินซูมองกระดาษตรงหน้า“ตอนแรกข้าเห็นเพียงรายการยา ต่อมาจึงพบว่ามีการจดจำนวนวันที่ทนยาได้”“แล้ว?”“ข้ายังจ่ายเงินให้เขาต่อ”ผู้จดคำให้การก้มลงเขียนในห้องไม่มีผู้ใดช่วยพูดให้ประโยคนั้นเบาลงหลิงยวนเปิดบันทึกที่ยึดมาได้จากโรงยาแห่งเก่าของเซี่ยจิ้งเหิง วางหน้าที่มีตัวเลขเรียงกันตรงหน้าเขา“โรงยาที่เถียนลู่บอกยังเปิดอยู่ คนของเราไปถึงแล้ว แต่ห้องด้านหน้ามีเพียงคนงานกับยาทั่วไป ผู้ป่วยถูกย้ายออกไปก่อนหน้านั้น”เผยเหวินซูรีบเลื่อนสายตาตามแผนที่“โรงยาอยู่ริมทางขึ้นเขาหรือ”“ใช่”“มีเรือนอบสมุนไพรด้านหลังหรือไม่”หลิงยวนหันไปหาศิษย์ที่นำรายงานมา“มีขอรับ คนงานบอกว่าเลิกใช้แล้ว ประตูถูกปิดตาย”เผยเหวินซูชี้ทางเล็กซึ่งผ่านหลังโรงยา“หูเซิ่งไม่ชอบขนคนผ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 80 — จังหวะที่สายลมต้องหยุด

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สามมันตกลงบนพื้นลานฝึก ห่างจากปลายรองเท้าโม่หลิงยวนไม่ถึงคืบนางมองมือว่างของตน ก่อนเงยหน้ามองเขา“ข้าบอกให้ท่านลองปัด มิได้บอกให้เอาไปทั้งเล่ม”“ข้าใช้แรงน้อยกว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแล้ว”หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ส่งคืนเยว่ซีรับมาอย่างจำใจนางไม่ได้ตั้งใจฝึกหนักก่อนวันประลอง เพียงอยากรู้ว่าแผนในสมุดจะทำได้จริงหรือไม่ แต่พอลองใช้กับคนตรงหน้า กระบี่กลับหลุดมือทุกครั้งก่อนถึงจังหวะที่นางต้องการหลิงยวนชี้ตำแหน่งที่นางยืน“เจ้ามัวแต่รอให้เขาเข้ามาตรงนี้”“ถ้าเขาไม่เข้ามา ข้าก็เปลี่ยนตำแหน่งได้”“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนหรือไม่”เยว่ซีเงียบนางรอจริง ๆรอจนเขามีเวลาปัดกระบี่หลุดจากมือหลิงยวนวางกระบี่ของตนลง“แผนช่วยให้เจ้ารู้ว่าจะทำอะไร แต่คนตรงหน้าจะไม่เดินตามเส้นที่เจ้าวาดทุกครั้ง”เยว่ซีมองรอยรองเท้าบนพื้น ก่อนใช้ปลายกระบี่ไม้ลบจุดที่ขีดไว้“อีกครั้งเจ้าค่ะ”“ครั้งสุดท้าย”นางพยักหน้าคราวนี้เมื่อหลิงยวนขยับเข้ามา เยว่ซีไม่รอให้เขาถึงตำแหน่งเดิม นางก้าวเฉียงออก ใช้กระบี่ขวางทางมือของเขาก่อน แล้วจึงหมุนตัวไปอีกด้านหลิงยวนยกข้อมือรับกระบี่ไม้ของนางยังถูกก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 79 — ทางที่ต้องเลือกเอง

    แสงขาวซึ่งดับไปครึ่งวงกลับสว่างขึ้นจากอีกด้านเสี่ยวถังกดแผ่นอาคมลงในตำแหน่งใหม่ ก่อนเลื่อนแผ่นข้างตะเกียงเข้ามาปิดทางเดิมปราณที่ถูกส่งย้อนกลับกระแทกแนวป้องกันดังปะทุเปลวไฟเอนจนแทบแนบปากตะเกียงแต่ยังไม่ดับหญิงสาวฝั่งตรงข้ามเงยหน้ามองนางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มประลอง ก่อนขยับแผ่นไม้สองชิ้นแยกออกจากกันแสงของเสี่ยวถังถูกบังคับให้เลี้ยวอีกครั้งคราวนี้นางไม่รีบตามไปแก้เสี่ยวถังมองนิ้วของคู่ต่อสู้ทุกครั้งที่นางส่งปราณเข้าเส้นกลาง อีกฝ่ายจะหมุนแผ่นทางขวาก่อน แล้วจึงเลื่อนแผ่นทางซ้ายมารับหากโจมตีทางเดิมอีก ผลก็คงไม่ต่างกันนางถอนปราณจากเส้นกลางจนเหลือเพียงแสงบาง ๆแล้วส่งพลังส่วนใหญ่ไปตามขอบวงเสียงฮือดังขึ้นเมื่อเส้นแสงแยกออกเป็นสองทางหญิงสาวอีกฝั่งเลื่อนแผ่นมาขวางทางด้านข้างทันทีเสี่ยวถังรอจังหวะนั้นอยู่แล้วนางกดฝ่ามือลงบนฐานเส้นกลางสว่างวาบ!ปราณพุ่งผ่านช่องที่เพิ่งเปิด ตรงเข้าหาตะเกียงฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วเยว่ซีเผลอก้าวเข้าใกล้แนวกั้นแสงไปถึงแล้ว!ทว่าหญิงสาวฝั่งตรงข้ามยกแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งขึ้น พลิกด้านแล้ววางขวางหน้าตะเกียงปราณของเสี่ยวถังแตกออกเป็นประกายเล็กเปลวไฟของอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 78 — กระบี่ที่ช้ากว่าหัวใจ

    “เจ็บหรือไม่”อาจารย์ฉินกดนิ้วลงเหนือข้อมือจ้าวเฉิง ก่อนให้เขาหมุนแขนออกด้านข้าง“ไม่ขอรับ”“ออกแรงต้านมือข้า”จ้าวเฉิงทำตามคราวนี้อาจารย์ฉินตรวจอยู่นานกว่าเดิม ทั้งให้กำมือ เหยียดนิ้ว และยกกระบี่ค้างในระดับไหล่ เมื่อไม่พบอาการที่ต้องห้ามลงประลอง จึงคืนป้ายให้“ลงได้ หากมีอาการเจ็บแปลบหรือชา ให้หยุด”จ้าวเฉิงรับป้ายมา“วันนี้ท่านพูดเพียงเท่านี้หรือ”อาจารย์ฉินเก็บสมุด“เจ้าอยากฟังเพิ่ม?”“ไม่ขอรับ เท่านี้จำได้ครบพอดี”เขารีบคำนับแล้วเดินออกจากเรือนตรวจหลินเยว่ซีกับเสี่ยวถังรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือห่ออาหาร อีกคนถือกระบี่ของเขา ทันทีที่เห็นป้ายผ่านตรวจ เสี่ยวถังก็ยิ้มออกมา“ทันคู่ที่สามแน่นอน”จ้าวเฉิงยื่นมือรับกระบี่เยว่ซีส่งห่ออาหารให้แทน“กินก่อน”“ข้าต้องใช้มือข้างนี้ถือกระบี่”“เช่นนั้นข้าจะเก็บอาหารกลับ”เขาคว้าห่อไว้ทันที“เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจเร็ว”เสี่ยวถังหัวเราะแล้วคืนกระบี่ให้เขาอีกข้างเมื่อทั้งสามเดินมาถึงทางแยก โม่หลิงยวนยืนรออยู่แล้วสายตาของเขาเลื่อนผ่านป้ายในมือจ้าวเฉิง ก่อนหยุดตรงกระบี่“ลองชักออกแล้วเก็บกลับ”จ้าวเฉิงวางห่ออาหารไว้บนขอบกำแพง ทำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 77 — คนที่อยู่ข้างลาน

    เสียงกระบี่สั้นถูกชักออกจากฝักทำให้ผู้ชมแถวหน้าเงียบลงชายร่างสูงบนลานถือกระบี่ยาวด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายกลับคมกระบี่สั้นให้แนบไปตามท่อนแขน เขาลองขยับเท้าสองครั้ง ก่อนมองโม่หลิงยวนซึ่งเพิ่งหยุดยืนตรงตำแหน่งของตน“ได้ยินชื่อศิษย์พี่โม่มานาน วันนี้ขอรับคำชี้แนะ”หลิงยวนประสานมือ“เชิญ”หลินเยว่ซีขยับนั่งตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวตอนอยู่บนลานเอง นางยังมีสิ่งที่ต้องคิด มีคมกระบี่ให้มอง มีทางให้เลือก แต่พอนั่งอยู่ตรงนี้กลับทำได้เพียงมองคนที่ตนเป็นห่วงยืนอยู่กลางวงอาคมจ้าวเฉิงนั่งลงข้างเสี่ยวถังแล้วเอ่ยเบา ๆ“เจ้ากำลังจะบีบป้ายผ่านรอบหัก”เยว่ซีก้มมองมือนางคลายนิ้วทันที“ข้าไม่ได้กลัวเขาแพ้”“ข้ายังไม่ได้ถามเลย”เสี่ยวถังหันไปตีแขนข้างที่ไม่เคยบาดเจ็บของจ้าวเฉิงเบา ๆ“ดูการประลองเถิด”บนลาน ผู้ตัดสินยกมือขึ้นแสงอาคมรอบขอบสนามสว่างเป็นเส้นบาง“เริ่มได้!”คู่ต่อสู้ของหลิงยวนพุ่งเข้าหาทันทีกระบี่ยาวฟันเฉียงจากไหล่ลงเอว ขณะที่กระบี่สั้นซึ่งซ่อนอยู่ข้างแขนกลับแทงออกจากมุมต่ำแทบพร้อมกันเสียงโลหะกระทบกันดังเพียงครั้งเดียวหลิงยวนเบี่ยงกระบี่ยาวออก แล้วถอยเท้าข้างหนึ่งให้ปลายกระบี่สั้นผ่านหน้าอกไปห่า

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status