Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 35 — คนที่ต้องตอบ

Share

บทที่ 35 — คนที่ต้องตอบ

last update publish date: 2026-10-20 11:46:35

วันที่สามหลังปรับผนึก เยว่ซีเดินมาถึงลำธารหลังลานฝึกโดยไม่ต้องหยุดพักกลางทาง

ผลึกที่รับปราณสายไม้แทนหลิงยวนส่วนหนึ่งอยู่ในกล่องแข็งขนาดฝ่ามือ ยึดกับสายคาดเอว มีช่องเล็กสำหรับตรวจสีและวงอาคมป้องกันแรงกระแทก

อาจารย์ฉินยังไม่ให้นางฝึกเพิ่ม

แต่อนุญาตให้เดินเล่นได้

หลิงยวนยืนรออยู่ใต้ต้นหลิว ในมือมีห่อกระดาษเล็ก ๆ ไม่มีแผนผังหรือรายงานติดมาด้วย

“รอนานหรือยังเจ้าคะ”

“ครึ่งก้านธูป”

เยว่ซียิ้ม

“ตอบเช่นนี้ตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว”

ลำธารได้รับการตรวจและเปิดใช้อีกครั้ง ตะแกรงทางน้ำเปลี่ยนใหม่ ศิษย์เวรยังเดินตามแนวกำแพงด้านนอกเป็นระยะ

เยว่ซีมองก้อนหินที่เคยตั้งใจจะมานั่ง

นางยังเสียใจกับเรื่องเสี่ยวถัง แต่ไม่อยากให้ทุกครั้งที่ผ่านที่นี่ต้องคิดถึงเพียงคำทรยศ

วันนี้นางมีนัด

และคนที่นางชวนก็มาแล้ว

หลิงยวนยื่นมือให้ นางจึงจับไว้แล้วก้าวลงจากสะพาน

⸻

ในห่อกระดาษเป็นเมล็ดบัวคั่ว

เยว่ซีหยิบขึ้นมาเม็ดหนึ่ง ก่อนเหลือบมองเขา

“ไม่มีขนมหรือเจ้าคะ”

“เมื่อวานเจ้าบอกว่าหวานเกินไป”

“ข้าหมายถึงยาที่อาจารย์ฉินใส่น้ำผึ้งจนเหนียว”

เขานิ่งไป

เยว่ซีหลุดหัวเราะแล้วนั่งลงข้าง ๆ

“เมล็ดบัวก็ได้ ข้าไม่ได้บ่น”

ทั้งสองนั่งห่างจากขอบน้ำพอสมควร ลมพัดปลายกิ่งหลิวแตะผิวน้ำเป็นระยะ

“เมื่อคืนตื่นหรือไม่” หลิงยวนถาม

“ครั้งเดียว เพราะแมวกระโดดใส่หน้าต่าง ผลึกไม่เปลี่ยนสี อาจารย์เสิ่นตรวจแล้ว ชีพจรก็ปกติเจ้าค่ะ”

เขาหันมองนาง

“ข้าตอบไว้เผื่อคำถามถัดไป“

มุมปากเขาขยับ

เยว่ซีแกะเมล็ดบัวแล้ววางลงบนฝ่ามือเขา

“ถามเรื่องอื่นบ้างสิ”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องที่ท่านอยากรู้ แม้ข้าจะไม่มีผนึก”

หลิงยวนมองของในมือครู่หนึ่ง

“บ้านที่หลินอัน เจ้าคิดจะปลูกอะไร”

นางเงยหน้าทันที

“ต้นกุ้ยฮวาเจ้าค่ะ แต่ต้องถามช่างก่อนว่ารากจะดันพื้นหรือไม่ ข้าอยากปลูกข้างห้องที่กำลังซ่อม”

“ฝั่งตะวันออกยังมีที่ว่าง”

“ท่านจำได้หรือ”

“จำได้”

เยว่ซีเริ่มเล่าถึงโต๊ะหมากตัวเก่าที่อยากเก็บ ชั้นหนังสือที่ต้องทำใหม่ และหน้าต่างซึ่งควรเปิดรับลมได้โดยไม่ฝืดเหมือนที่บ้านยายหวัง

หลิงยวนฟังจนกระทั่งเสียงฝีเท้าดังบนสะพาน

ศิษย์หอวินัยหยุดอยู่ห่าง ๆ แล้วคารวะ

ในมือมีหมายเรียกสองฉบับ

เยว่ซีเห็นตราประทับก็วางเมล็ดบัวลง

วันไต่สวนมาถึงแล้ว

⸻

หอประชุมด้านหน้าเปิดประตูรับแสงทุกบาน

ผู้แทนจากสำนักพันธมิตรกับเจ้าหน้าที่เมืองร่วมตรวจหลักฐาน ผู้จดบันทึกนั่งแยกกันสองฝั่ง ส่วนผู้เสียหายมีห้องพักด้านข้าง ไม่จำเป็นต้องนั่งเผชิญหน้าผู้ต้องหาตลอดเวลา

เยว่ซีอ่านหมายเรียกจนจบ

นางเลือกส่งคำให้การเป็นหนังสือได้ และไม่ต้องอยู่ฟังเรื่องคืนเมืองหลินอันหากยังไม่พร้อม

“ข้าจะเข้าไปเจ้าค่ะ”

เจ้าสำนักพยักหน้า

“จำไม่ได้ให้บอกว่าจำไม่ได้ เรื่องที่ได้ยินจากผู้อื่นก็ระบุให้ชัด”

“เจ้าค่ะ”

หลิงยวนได้รับหมายในฐานะพยานเช่นกัน เขาต้องออกไปรอระหว่างคำให้การบางช่วง

ก่อนแยกกัน เยว่ซีจับชายแขนเสื้อเขาไว้

“ท่านก็ตอบเฉพาะสิ่งที่ตนทำ”

เขามองนาง

“อย่ารับความผิดของคนอื่นมารวมด้วย”

หลิงยวนพยักหน้าช้า ๆ

“ข้าจะจำไว้”

⸻

ซูหว่านชิงให้การก่อน

แขนเสื้อปิดรอยแผลเกือบทั้งหมด แต่ตอนรับถ้วยน้ำ นิ้วยังสั่นจนต้องใช้สองมือประคอง

ซูหว่านเฉิงรออยู่ห้องข้าง ๆ ภายใต้การดูแลของหมอ เขาอ่อนแรงเกินกว่าจะนั่งตอบคำถามนาน จึงบันทึกคำให้การไว้ล่วงหน้าแล้ว

“ข้าถูกย้ายสามแห่ง” นางกล่าว “แห่งแรกอยู่หลังเรือนรักษา ได้ยินคนมารอรับยาทุกเช้า”

“จากห้องคุมขังได้ยินถึงด้านหน้าหรือ”

“ได้ยินเจ้าค่ะ”

ซูหว่านชิงวางถ้วยลง

“เวลามีคนร้องข้างใน คนเฝ้าจะตีระฆังแจกยา เสียงระฆังกลบได้เกือบหมด”

พู่กันของผู้จดบันทึกหยุดไปชั่วขณะ

เยว่ซีมองชื่อสถานที่ในบัญชีซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ

โรงทาน เรือนเมตตา เรือนพักฟื้น

นางเคยอ่านผ่านชื่อเหล่านี้โดยไม่รู้ว่าหลังป้ายมีประตูที่เปิดจากข้างนอกเพียงด้านเดียว

ซูหว่านชิงเล่าจนถึงวันที่ถูกช่วยออกมา แล้วขอพัก

ไม่มีใครเร่งให้นางพูดต่อ

ขณะเยว่ซีเปิดประตูห้องพักให้ นางกลับหยิบกระดาษแผ่นเล็กส่งแก่ผู้ดูแลพยาน

บนนั้นมีชื่อเจ็ดชื่อ บางชื่อเป็นเพียงชื่อเล่น

“คนที่เคยอยู่ข้างห้องข้าเจ้าค่ะ ช่วยตรวจให้ด้วยว่าใครกลับบ้านแล้วบ้าง”

ผู้ดูแลรับไว้และจดคำขอลงในบันทึก

ซูหว่านชิงจึงยอมเดินเข้าไปพัก

⸻

เซี่ยจิ้งเหิงถูกนำเข้ามาหลังเที่ยง

แขนเสื้อด้านหนึ่งพับเก็บ บาดแผลปิดแล้ว แต่ใบหน้าซูบลงจนเห็นแนวกระดูกชัด อาคมระงับปราณอยู่ใต้คอเสื้อ ผู้คุมสองคนเดินประกบไม่ห่าง

สายตาเขาหยุดที่เยว่ซี

นางมองตอบ ก่อนหันกลับไปยังโต๊ะไต่สวน

ข้อกล่าวหาถูกอ่านทีละรายการ ทั้งลักพาตัว กักขัง ทดลองยา ใช้ผู้คนเป็นฐานพิธี และจัดเตรียมอาคมในเมืองหลินอัน

เซี่ยจิ้งเหิงฟังจนจบ

“ข้าช่วยคนมากกว่าจำนวนที่พวกเจ้ารวบรวมมาในห้องนี้เสียอีก”

เจ้าหน้าที่เมืองเปิดบัญชีเล่มหนึ่ง

“เรากำลังตรวจการกระทำในรายการเหล่านี้ ท่านมีข้อใดต้องการโต้แย้ง”

“หากไม่มีโรงรักษาของข้า หลายเมืองคงมีคนตายมากกว่านี้”

“ใครอนุมัติให้หักเงินบริจาคมาซื้อเด็ก”

คำถามทำให้เขาหยุด

บัญชีจ่ายเงินถูกเลื่อนไปตรงหน้า ลายมือผู้เบิกเป็นของคนอื่น แต่ตราอนุมัติกับรหัสรับยาตรงกับบันทึกส่วนตัวที่ยึดได้จากเรือนของเขา

ผู้ไต่สวนวางคำให้การของผู้คุมสถานสงเคราะห์ตามลงไป

“ใครอนุมัติ”

เซี่ยจิ้งเหิงไม่ตอบ

⸻

หลิงยวนถูกเรียกขึ้นให้การเรื่องเมืองหลินอัน

เขาวางตราผ้าเก่าลงบนถาดหลักฐาน สีซีดจนแทบไม่เห็นลายเดิม เป็นสิ่งที่ตัดจากแขนเสื้อผู้บุกรุกก่อนพาเยว่ซีออกจากเมือง

ข้างกันคือบันทึกจัดซื้อเครื่องหมายหน่วยคุ้มกันลับของสกุลเซี่ย

ผู้ตรวจนำทั้งสองชิ้นมาเทียบกัน

หลิงยวนเล่าตั้งแต่เสียงระฆังเตือนภัยดัง เขาระบุสิ่งที่ตรวจพบและสิ่งที่ยังไม่รู้ในเวลานั้นอย่างชัดเจน

เมื่อถูกถามถึงการตัดพันธะ เขาตอบโดยไม่หลบสายตา

“ข้าแทงกระบี่ผ่านจุดผูกพิธีที่หัวใจของคนทั้งสอง ขณะที่พวกเขายังประคองปราณอยู่”

เสียงเก้าอี้ขยับดังจากด้านหลัง

เซี่ยจิ้งเหิงยกมุมปาก

“ในที่สุดก็ยอมพูดต่อหน้าคนอื่น”

หลิงยวนมองเขา

“ข้าพูดกับผู้ที่ควรรู้ไปแล้ว”

“แล้วคำขอของคนตายทำให้กระบี่เจ้าสะอาดขึ้นหรือ”

เยว่ซีรู้สึกว่ามือเย็นลง

นางวางฝ่ามือบนเข่าแล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ไม่กดเล็บลงบนเนื้อเหมือนที่เคยทำ

ผู้ไต่สวนเคาะโต๊ะ

“ผู้ต้องหาตอบคำถามของคณะไต่สวน ห้ามซักพยานเอง”

หลักฐานชุดถัดไปถูกนำขึ้นมา

ร่องรอยอาคมจากจวน แผนผังที่ยึดจากหุบเขาหมื่นบุปผา คำให้การของมู่เฉิงเจ๋อ และผลตรวจภาพบันทึกซึ่งถูกตัดบางส่วนออกก่อนเผยแพร่

เซี่ยจิ้งเหิงมองเอกสารเหล่านั้นทีละแผ่น

ครั้งนี้เขาเลือกไม่ได้แล้วว่าจะให้ผู้คนเห็นเพียงช่วงใด

⸻

เมื่อเยว่ซีขึ้นนั่งตรงโต๊ะพยาน นางเห็นรอยหมึกหยดอยู่บนขอบไม้

นางมองมันชั่วครู่จนความรู้สึกตึงในอกลดลง แล้วจึงเงยหน้า

“เจ้าจำคืนเกิดเหตุได้เพียงใด”

“เป็นภาพสั้น ๆ เจ้าค่ะ ข้าจำทั้งหมดไม่ได้”

“เรื่องการตัดพิธี เจ้าทราบจากที่ใด”

นางแยกคำตอบทีละส่วน สิ่งใดหลิงยวนเล่า สิ่งใดอยู่ในจดหมาย และสิ่งใดนางอ่านจากผลตรวจหลักฐาน

เมื่อถามถึงการเดินทางเข้าสำนัก เยว่ซีเล่าเรื่องพ่อค้า บัญชีหัวเมือง และจดหมายปฏิเสธการขอคัดสำเนา

“ตอนนั้นรู้หรือไม่ว่ามีผู้จัดวางเรื่องนี้ไว้”

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ”

เซี่ยจิ้งเหิงหัวเราะเบา ๆ

นางไม่หันไปมอง

“ตอนนี้พ่อค้าถูกจับแล้ว และได้ให้การถึงผู้ว่าจ้างไว้ด้วย”

นางเล่าต่อถึงหนังสือที่เกินมาในหีบ ยันต์กระตุ้น และยาที่เผยเหวินซูนำมาให้ โดยระบุชัดว่าตนไม่ได้กินยา

ช่วงท้าย ผู้ไต่สวนถามว่ายังมีสิ่งใดต้องการเพิ่มเติมหรือไม่

เยว่ซีนิ่งไปครู่หนึ่ง

“มีเจ้าค่ะ”

นางมองเซี่ยจิ้งเหิงตรง ๆ

“ข้าเสียใจที่พ่อแม่ตาย และยังเจ็บปวดทุกครั้งที่คิดถึงสิ่งที่เกิดในห้องนั้น”

เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

“แต่ความเสียใจของข้าไม่ได้ทำให้ผู้สร้างพิธีนั้นพ้นผิด”

รอยยิ้มบนใบหน้าเขาหายไป

เยว่ซีหันกลับมาหาผู้ไต่สวน

“ข้าให้การครบแล้วเจ้าค่ะ”

⸻

เผยเหวินซูถูกเรียกมาในช่วงเย็น

ข้อมือมีโซ่เส้นสั้นเชื่อมกันพอให้เขียนหนังสือได้ อาคมระงับปราณยังอยู่ครบ

ก่อนผ่านประตู เขาเห็นเยว่ซีรับถ้วยน้ำจากหลิงยวนตรงทางเดิน

ปลายนิ้วของทั้งสองแตะกัน หลิงยวนก้มลงฟังสิ่งที่นางพูด ส่วนเยว่ซียิ้มบาง ๆ แม้ใบหน้ายังเหนื่อยล้า

เผยเหวินซูหยุดเท้า

ผู้คุมเตือน เขาจึงเดินต่อ

ระหว่างให้การ เขาระบุรหัสในบัญชีและแยกว่าคำสั่งใดมาจากเซี่ยจิ้งเหิง สิ่งใดตนเป็นผู้ตัดสินใจเอง

เมื่อถามถึงเยว่ซี มือที่กำพู่กันก็แน่นขึ้น

“ข้าต้องการให้นางเชื่อใจ เพื่อยอมเปิดเส้นปราณ”

“หากนางไม่ยอมเล่า”

เขาเงียบ

ผู้ไต่สวนรอโดยไม่เปลี่ยนคำถาม

“ข้าเตรียมยาไว้”

ผู้จดบันทึกเขียนทุกคำลงบนกระดาษ

⸻

ลั่วชิงเหยารออยู่ด้านนอก

นางได้รับอนุญาตมาในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับการรับหนังสือครั้งแรก แต่ไม่ได้เข้าฟังคำให้การทั้งหมด

เมื่อเผยเหวินซูออกมา นางก้าวเข้าไปเพียงเล็กน้อย

“เด็กในบัญชีชุดนั้นปลอดภัยครบแล้ว ข้าได้ยินผู้ดูแลพูดเมื่อเช้า”

เขาพยักหน้า ก่อนถามว่า

“นางรู้หรือไม่ว่าข้าให้เส้นทางส่วนหนึ่ง”

ลั่วชิงเหยาชะงัก

“ใคร”

เขาไม่ตอบ

นางมองไปยังทางเดินที่เยว่ซีเพิ่งจากไป แล้วค่อย ๆ ลดห่ออาหารในมือลง

“เจ้าช่วยเด็ก หรือรอให้หลินเยว่ซีหันมามอง”

“ชิงเหยา…”

“ข้าถามเจ้า”

ผู้คุมขยับเข้ามา ทั้งสองมีเวลาพูดได้อีกไม่นาน

เผยเหวินซูสบตานาง

“ทั้งสองอย่าง”

นางเคยอยากให้เขาพูดความจริง

แต่เมื่อได้ยินแล้วกลับรู้สึกเหมือนตนยืนผิดที่มาตลอด

ลั่วชิงเหยาส่งห่ออาหารให้ผู้คุมตรวจ แล้วถอยออกจากทาง

วันนี้นางไม่ได้เดินตามไปถึงเรือนคุมขัง

⸻

การไต่สวนวันแรกจบลงเมื่อฟ้ามืด

ยังมีบัญชีต้องตรวจและพยานต้องสอบเพิ่มเติม ทรัพย์สินที่ยึดไว้จะถูกตรวจแยกเพื่อใช้ชดเชยผู้เสียหาย ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงถูกควบคุมตัว

ก่อนถูกนำออกจากหอ เซี่ยจิ้งเหิงหันมองหลิงยวน

“เจ้าคิดว่าคนเหล่านี้จะเลิกกลัวนางหรือ”

หลิงยวนยืนอยู่ที่เดิม

“ความกลัวของคนอื่นไม่ใช่สิทธิ์ให้เจ้าจับนางขึ้นแท่นพิธี”

ผู้คุมพาเซี่ยจิ้งเหิงออกไป

เยว่ซีได้ยินจากบันไดด้านข้าง

คราวนี้นางไม่รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรอีก

นางเดินลงบันไดเอง

⸻

ยายหวังรออยู่ในเรือนรับรองพร้อมข้าวต้มหม้อเล็ก

หญิงชราไม่ถามว่าพูดเรื่องใดบ้าง เพียงไล่ทั้งสองไปล้างมือแล้วตักอาหารให้

เยว่ซีกินได้ครึ่งชามจึงรู้ว่าตนหิวมากเพียงใด

“วันนี้ข้าพูดถึงท่านพ่อท่านแม่ต่อหน้าคนมากมายเจ้าค่ะ”

ยายหวังพยักหน้า

“พูดจบแล้วหรือ”

“จบแล้ว”

“เช่นนั้นคืนนี้ก็พักคอ กินข้าวก่อน”

เยว่ซียิ้มแล้วก้มกินต่อ

หลังอาหาร หลิงยวนเดินมาส่งนางที่เรือนพัก ทางเดินเหลือเพียงแสงโคมตามมุมกำแพง

“เมื่อกลางวันเจ้ามือเย็น” เขากล่าว

“ข้ากลัวว่าจะร้องไห้จนพูดไม่จบ”

“ตอนนี้เล่า”

“โล่งขึ้นนิดหน่อยเจ้าค่ะ”

นางหยุดก่อนถึงประตูแล้วหันมาหาเขา

“ตอนท่านเล่าเรื่องกระบี่ ข้ายังเสียใจอยู่ แต่ข้าฟังสิ่งที่ท่านพูดจนจบได้แล้ว”

หลิงยวนมองนางเงียบ ๆ

“ข้าไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าไรถึงจะนึกถึงคืนนั้นแล้วไม่เจ็บ”

“ไม่ต้องกำหนดเวลา”

เยว่ซีพยักหน้า ก่อนก้าวเข้าไปกอดเขาอย่างระวังแขนข้างที่ยังรักษาอยู่

หลิงยวนชะงัก แล้ววางมือขวาลงบนหลังนาง

“ข้าไม่ได้กอดเพราะสงสาร” นางพึมพำ

“ข้ายังไม่ได้ถาม”

“ข้าบอกไว้ก่อน”

เขาหัวเราะเบามาก

เยว่ซีผละออกก่อนตนเองจะเขินจนไม่กล้ามองหน้า

ตอนนั้นเอง ศิษย์หอวินัยเดินมาถึงปลายทาง เขาหยุดรอให้ทั้งสองหันไปก่อนจึงคารวะ

“จับคนส่งโคมได้แล้วขอรับ”

สีหน้าหลิงยวนเปลี่ยนทันที

“ที่ใด”

“ท่าเรือใต้ เขาให้ที่ตั้งโกดังกับบัญชีส่งของมา ผู้ดูแลกำลังตรวจคำให้การ แต่มีรายการหนึ่งให้ข้านำมาแจ้งท่านก่อน”

สำเนาบัญชีถูกคลี่ออกใต้แสงโคม

โคมที่ยึดได้ทั้งสี่ดวงมีหมายเลขตรงฐาน

หนึ่ง สอง สาม และห้า

หมายเลขสี่ถูกส่งออกจากโกดังเมื่อสิบสองวันก่อน พร้อมผู้คุ้มกันและค่าเดินทางมากกว่าดวงอื่นหลายเท่า

ปลายทางคือสถานีส่งของขึ้นเขาเทียนเหิง

สิ่งของถูกลงรายการปะปนกับเครื่องมือที่เสิ่นจื้อหยวนสั่งให้นำกลับไปเก็บ ระหว่างที่ตนยังเฝ้าประตูโบราณอยู่ที่เขาดับจันทรา

หลิงยวนอ่านจนจบ

“แจ้งเจ้าสำนัก ส่งคำเตือนไปหอสังเกตชะตากับผู้อาวุโสเสิ่นพร้อมกัน ห้ามนำโคมเชื่อมกับอาคมใด”

ศิษย์รีบรับคำ

เยว่ซีชี้ไปยังหมายเหตุด้านล่าง

“ตรงนี้เจ้าค่ะ”

ลายมือผู้รับเขียนกำกับไว้ว่า—

นำขึ้นหอแล้ว รอเติมปราณในคืนตรวจดาว

หลิงยวนเงยหน้ามองท้องฟ้า

เมฆซึ่งปกคลุมยอดเขามาหลายคืนกำลังเคลื่อนออก เผยดาวเหนือให้เห็นชัด

คืนนี้ฟ้าเปิดแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status