Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 41 — คนที่อยู่ในจดหมาย

Share

บทที่ 41 — คนที่อยู่ในจดหมาย

last update publish date: 2026-10-20 14:51:23

ลั่วชิงเหยารู้ว่าเผยเหวินซูต้องการสิ่งใดตั้งแต่เขาถามคำแรก

“นางไปฟังคำตัดสินหรือไม่”

กล่องอาหารยังเปิดไม่หมด มือของนางหยุดอยู่บนฝา ก่อนค่อย ๆ วางมันลงข้างโต๊ะ

“ไป”

เผยเหวินซูเงยหน้า แสงจากช่องหน้าต่างเหนือศีรษะตกลงบนใบหน้าที่ซูบลงเล็กน้อย

“แล้วนาง—”

“ไม่ได้ถามถึงเจ้า”

ห้องคุมตัวเงียบลง

ผู้คุมยังยืนอยู่ข้างประตู ทุกคำที่พูดจะถูกจดไว้ เช่นเดียวกับทุกครั้งที่นางได้รับอนุญาตให้มาเยี่ยม

ลั่วชิงเหยาหยิบถ้วยกับตะเกียบออกมาวาง

“วันนี้ข้าขอมาเอง ไม่ได้มีใครฝากสิ่งใดมา”

เผยเหวินซูมองอาหาร ก่อนหันกลับมาหานาง

“เจ้าดูเหนื่อย”

เมื่อก่อนคำพูดเพียงเท่านี้ทำให้นางยอมยืนรอเขากลางลมหนาวได้ครึ่งคืน

วันนี้นางกลับนึกถึงคำถามแรกของเขา

“ข้ามีงาน”

“พวกเขายังให้เจ้าทำงานพวกนั้นอยู่อีกหรือ เจ้าช่วยตรวจพบของที่ส่งไปโรงโม่แล้วมิใช่หรือ”

“สิ่งที่ข้าทำก่อนหน้านั้นไม่ได้หายไป”

เขาเงียบไปชั่วครู่ แล้วเลื่อนตัวเข้ามาใกล้โต๊ะ

“ชิงเหยา ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย”

นางรู้สึกเหมือนมีบางอย่างเย็นลงในอก

เผยเหวินซูลดเสียง แม้ผู้คุมจะยังได้ยินชัด

“ในของที่ยึดจากเรือนข้า มีห่อจดหมายผูกเชือกสีน้ำเงิน เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา เจ้าขอรับคืนได้หรือไม่”

ลั่วชิงเหยามองเขา

“เหตุใดเพิ่งนึกถึงตอนนี้”

“ข้าไม่อยากให้คนอื่นอ่านแล้วนำไปพูดเสียหายถึงเจ้า”

“พวกเขาตรวจของทุกชิ้นไปแล้ว”

“แต่ไม่ควรเก็บจดหมายส่วนตัวไว้เป็นหลักฐาน”

นางก้มมองมือของตนที่วางอยู่บนขอบโต๊ะ

ในจดหมายเหล่านั้นมีคำพูดมากมายที่นางไม่อยากให้ผู้ใดเห็น

ทั้งความหึงหวง คำต่อว่าหลินเยว่ซี และประโยคที่เผยเหวินซูเคยตอบกลับมาว่านางเป็นคนเดียวที่เข้าใจเขา

รวมถึงเรื่องที่นางช่วยเขาทำ

“เจ้ากลัวพวกเขาอ่านฉบับใด” นางถาม

เผยเหวินซูไม่ได้ตอบทันที

ความเงียบนั้นทำให้นางเงยหน้าขึ้น

“ฉบับที่ข้าบอกว่าย้ายหนังสือแล้ว หรือฉบับที่ข้าถามว่าเหตุใดคนในรถขนยาจึงร้องขอให้เปิดประตู”

สายตาเขาเปลี่ยนไป

“เรื่องนั้นข้าอธิบายแล้ว”

“เจ้าบอกว่าเป็นคนป่วยคลุ้มคลั่ง”

“ใช่”

“แล้วเหตุใดจึงกลัวจดหมาย”

ผู้คุมข้างประตูหยุดเขียนไปชั่วขณะ ก่อนจดต่ออย่างรวดเร็ว

เผยเหวินซูเหลือบมองเขา แล้วหันกลับมาหานาง

“เจ้ากำลังโกรธข้า”

ลั่วชิงเหยาพยักหน้า

“ใช่”

น้ำเสียงนางสั่น แต่คราวนี้ไม่ได้พยายามซ่อน

“แต่ข้าไม่ได้ฟังผิด”

⸻

หลินเยว่ซีเสียหมากไปเจ็ดเม็ดในคืนก่อน

เช้าวันนี้นางจึงวางถ้วยน้ำลงตรงหน้าด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ราวกับหากทำพลาดอีกครั้งจะมีใครยึดถ้วยไปด้วย

เสิ่นซูเหอมองสมุดฝึกที่เปิดอยู่ข้างมือ

“วันนี้จะลองเช่นเดิมหรือ”

เยว่ซีส่ายหน้า

“ข้าอยากลดขนาดหยดน้ำเจ้าค่ะ”

“เพราะอะไร”

นางเลื่อนสมุดให้ดู

“ทุกครั้งข้าพยายามยกให้ได้เท่าวันแรก แต่พอเคลื่อนผ่านครึ่งทาง ข้อมือจะเริ่มอุ่น ข้าคิดว่าข้าอาจกำลังฝืนตั้งแต่ตอนยกขึ้นแล้ว”

เสิ่นซูเหออ่านรอยจดสามวันย้อนหลัง ก่อนพยักหน้า

“ลองได้ ไม่เพิ่มจำนวนครั้ง”

เยว่ซีตั้งมือเหนือผิวน้ำ

ครั้งนี้นางไม่ได้ดึงหยดกลมขนาดเมล็ดถั่วขึ้นมา แต่ยกเพียงหยดเล็กเท่าปลายพู่กัน

มันสั่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเคลื่อนตามปลายนิ้ว

ผ่านครึ่งทาง

ข้อมือยังไม่ร้อน

เยว่ซีค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ ไม่เร่งแม้ถ้วยอีกใบจะอยู่ห่างเพียงนิดเดียว

หยดน้ำตกลงกลางถ้วย

เสียงเบามากจนแทบไม่ได้ยิน

นางนั่งนิ่ง ก่อนเงยหน้ามองอาจารย์

เสิ่นซูเหอยิ้ม

“จดไว้”

เยว่ซีรีบคว้าพู่กัน แต่เมื่อปลายพู่กันแตะกระดาษกลับหัวเราะออกมาเสียก่อน

“ข้าทำได้แล้ว”

“หนึ่งหยด” เสิ่นซูเหอเตือนอย่างอ่อนโยน

“เจ้าค่ะ หนึ่งหยด”

นางเขียนคำว่า ถึงถ้วย ลงในสมุด แล้ววงไว้เพียงครั้งเดียว

เมื่อเก็บของเสร็จ ศิษย์จากหอวินัยก็มารออยู่หน้าลาน

เยว่ซีลุกขึ้นทันที

“เกิดเรื่องอะไรหรือ”

“ต้องการให้เจ้าตรวจวันส่งยาบางรายการ ผู้ดูแลหอจดหมายเหตุอยู่ด้วยแล้ว”

นางก้มมองสมุดฝึก ก่อนเก็บมันลงในห่อผ้า

วันนี้ความสำเร็จของนางยังอยู่ครบ แม้จะต้องไปทำอย่างอื่นต่อ

⸻

จดหมายสิบกว่าฉบับวางแยกอยู่บนโต๊ะหอวินัย

ลั่วชิงเหยานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าซีด ดวงตาแดง แต่ปิ่นกับเสื้อผ้ายังเรียบร้อยเช่นเคย

เยว่ซีหยุดตรงประตูครู่หนึ่ง ก่อนคารวะผู้ดูแลแล้วนั่งลง

“เราไม่ได้ให้เจ้าอ่านเรื่องส่วนตัว” ผู้ดูแลกล่าว พลางเลื่อนสำเนาสองแผ่นมา “มีข้อความอ้างถึงรถขนยาซึ่งอาจเกี่ยวกับสถานที่กักขัง ต้องเทียบกับบัญชีที่เจ้าเคยจัด”

เยว่ซีรับมาอ่าน

จดหมายฉบับแรกเขียนเมื่อหลายเดือนก่อนนางเข้าสำนัก

คนในรถเคาะประตูตลอดทาง ข้าไม่คิดว่าคนป่วยควรถูกมัดเช่นนั้น หากต้องส่งผ่านด่านอีก อย่าใช้ป้ายตระกูลลั่วของข้า

คำตอบของเผยเหวินซูอยู่ในอีกแผ่น

หญิงผู้นั้นถูกปราณรบกวนจนทำร้ายคน ผู้คุมจึงจำเป็นต้องมัดไว้ เจ้าช่วยให้พวกนางถึงสถานรักษาทันเวลาแล้ว อย่าคิดมาก

เยว่ซีอ่านซ้ำตรงคำว่า พวกนาง

“มีมากกว่าหนึ่งคนหรือเจ้าคะ”

ลั่วชิงเหยาพยักหน้า

“ข้าเห็นสองคนตอนรถหยุดเปลี่ยนม้า คนหนึ่งมีไข้ อีกคนพยายามพูดกับข้า แต่คนขับปิดประตูเสียก่อน”

“ท่านได้ยินว่าอย่างไร”

ริมฝีปากของอีกฝ่ายเม้มแน่น

“นางบอกว่าไม่ใช่คนป่วย”

ไม่มีใครพูดต่ออยู่ครู่หนึ่ง

เยว่ซีวางสำเนาลง

“ท่านแจ้งผู้ใดหรือไม่”

“ข้าถามเผยเหวินซู”

“แล้วหลังจากนั้นเล่าเจ้าคะ”

ลั่วชิงเหยาก้มหน้า

“ไม่มี”

เยว่ซีมองนาง แต่ไม่ได้กล่าวคำปลอบ

ผู้ดูแลจดคำตอบไว้ แล้วถามถึงเส้นทางกับลักษณะรถต่อ

เมื่อได้วันเดินทาง เยว่ซีจึงเปิดบัญชีส่งยาที่วางรออยู่

ช่วงนั้นมีรถผ่านด่านสามขบวน ขบวนหนึ่งไปหุบเขา อีกขบวนไปสถานสงเคราะห์ ส่วนขบวนสุดท้ายลงปลายทางว่า โรงพักฟื้นเหมืองตะวันตก

นางไล่นิ้วตามรายการ

“ขบวนนี้เบิกยาลดไข้กับผ้าพันแผล แต่ไม่มีอาหารสำหรับคนป่วย มีเพียงเสบียงคนขับสองคน”

ผู้ดูแลขมวดคิ้ว

“อาจให้กินระหว่างทาง”

“อาจเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่ใบรับของปลายทางไม่ได้ประทับตราโรงรักษา”

เยว่ซีหมุนสมุดให้เขาดู

“เป็นตราคนชั่งแร่”

ผู้ดูแลเรียกศิษย์นำทะเบียนเหมืองมาเทียบ

ระหว่างรอ ลั่วชิงเหยาถามขึ้นเบา ๆ

“เจ้าจะไม่ถามหรือว่าเหตุใดข้าจึงเชื่อเขา”

เยว่ซีเงยหน้า

“ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกนางถูกจับมา”

“ไม่รู้”

นางตอบทันที ก่อนนิ่งไป

“แต่ข้าสงสัย”

มือบนตักกำแน่นจนข้อนิ้วซีด

“ข้าไม่อยากคิดว่าเขาโกหกข้า”

เยว่ซีมองจดหมายบนโต๊ะ

“เรื่องนั้นท่านต้องบอกผู้สอบสวนให้หมดเจ้าค่ะ”

ลั่วชิงเหยาหลับตาลง

เยว่ซีไม่ได้พูดว่าตนเข้าใจ และไม่ได้บอกว่าสายเกินไปแล้ว

นางเพียงดึงบัญชีกลับมา เปิดไปยังหน้าถัดไป

ยังมีคนสองคนในรถคันนั้นที่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ใด

⸻

โม่หลิงยวนมาถึงเรือนเจ้าสำนักในช่วงบ่ายตามเวลาที่นัดตรวจผนึก

แขนซ้ายยังคล้องอยู่ แต่สีหน้าดีกว่าวันกลับมามาก

บนโต๊ะมีแผนที่เหมืองกางอยู่ เจ้าสำนักยกมือห้ามก่อนเขาจะถาม

“มีคนไปตรวจแล้ว เจ้าไม่ต้องไป”

หลิงยวนเดินมาดูแผนที่

“เหมืองนี้ปิดไปแล้ว”

“หกเดือนก่อน เส้นแร่หมด เจ้าของส่งคืนพื้นที่”

เขาอ่านชื่อผู้รับช่วงดูแลโรงพักฟื้น ก่อนมองตราคนชั่งแร่ในสำเนา

“ตรวจโรงคัดหินด้วย”

เจ้าสำนักเงยหน้า

“เหตุใด”

“โรงพักฟื้นอยู่ในเขตเหมืองที่ต้องคืน แต่โรงคัดหินเช่าที่ชาวบ้าน หากยังมีคนใช้แรงงานอยู่ จะย้ายไปที่นั่นง่ายกว่า”

เจ้าสำนักเรียกศิษย์ส่งคำเพิ่มเติมไปทันที

เยว่ซีซึ่งนั่งรออยู่ข้างหน้าต่างเลื่อนบัญชีอีกเล่มมา

“ข้าพบการซื้อข้าวหลังเหมืองปิดเจ้าค่ะ ผู้ซื้อใช้ชื่อโรงคัดหินจริง ๆ”

หลิงยวนมองรายการ ก่อนพยักหน้า

“ส่งไปด้วย”

นางส่งกระดาษให้ศิษย์แล้วกลับมานั่ง

ไม่มีใครชักกระบี่ ไม่มีใครเตรียมให้นางใช้ปราณเป็นเครื่องค้นหา

ผู้ดูแลพื้นที่กับศิษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดกำลังไปถึงก่อนพวกเขาจะออกจากสำนักได้เสียอีก

เมื่อจัดการข่าวเสร็จ อาจารย์ฉินก็เข้ามาพร้อมเสิ่นซูเหอ

“คราวนี้ถึงเรื่องที่นัดกันไว้จริง ๆ เสียที”

เยว่ซียกกล่องผลึกขึ้นวางบนโต๊ะ หลิงยวนยื่นแขนขวาให้ตรวจชีพจร

การถ่ายภาระผนึกสายพฤกษาครั้งก่อนยังคงได้ผล แสงในผลึกไม่ขุ่น แต่แขนซ้ายของเขายังต้องพัก จึงยังไม่กำหนดการถ่ายภาระเพิ่ม

“ข้าจะฝึกเท่าที่ทำได้ไปก่อน” เยว่ซีกล่าว

เสิ่นซูเหอยิ้มแล้วหันไปหาหลิงยวน

“วันนี้นางพาหยดน้ำถึงถ้วยอีกใบแล้ว”

เยว่ซีหันขวับ

“ข้ากำลังจะเล่าเองเจ้าค่ะ”

อาจารย์ฉินหยุดจัดเข็ม หันไปมองเสิ่นซูเหอ

“เช่นนั้นเราควรทำเป็นไม่ได้ยินหรือไม่”

ใบหน้าของเยว่ซีร้อนขึ้นทันที

หลิงยวนมองนาง ดวงตาที่เคยนิ่งอยู่เหนือเอกสารอ่อนลง

“เล่าอีกครั้งก็ได้”

นางก้มเก็บกล่องผลึก

“เดี๋ยวค่อยเล่าเจ้าค่ะ”

⸻

ก่อนตะวันตกดิน ข่าวจากเหมืองมาถึง

โรงพักฟื้นว่างเปล่า แต่โรงคัดหินยังมีคนอาศัยอยู่สิบเก้าคน

ผู้ดูแลอ้างว่าพวกเขาติดหนี้ค่ายากับค่าอาหาร จึงยึดป้ายผ่านทางไว้ ผู้ป่วยที่ออกแรงไม่ได้ต้องคัดเศษแร่จากกองดินเพื่อแลกข้าว

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ ชายสองคนพยายามเผาบัญชี แต่ถูกควบคุมตัวทัน

ไม่พบสัตว์อสูรหรือค่ายกลใต้พื้น

มีเพียงประตูที่ลงกลอนจากด้านนอก กับคนที่ถูกบอกซ้ำ ๆ ว่าไม่มีสิทธิ์ไปไหน

ในบรรดาผู้ที่พบ มีหญิงสองคนตรงกับลักษณะในคำให้การของลั่วชิงเหยา ทั้งคู่ยังมีชีวิต คนหนึ่งเดินไม่ได้ อีกคนมีแผลอักเสบที่แขน แพทย์ประจำพื้นที่กำลังรักษาและจะสอบถามชื่อเมื่อพร้อม

เยว่ซีอ่านข่าวให้ซูหว่านชิงฟังโดยไม่รีบสรุปว่าเป็นคนที่นางตามหา

หญิงสาวฟังจนจบ ก่อนยกมือขึ้นกุมอก

“ข้าขอดูลักษณะที่บันทึกไว้ได้หรือไม่”

เยว่ซีส่งกระดาษให้

ซูหว่านชิงหยุดตรงข้อความเรื่องรอยแผลเป็นข้างคิ้วของหญิงที่เดินไม่ได้

“อาจเป็นนาง”

เสียงเบาจนเกือบหายไป

“ตอนถูกขังอยู่ด้วยกัน นางเคยล้มใส่ขอบเตียง มีแผลตรงนี้ แต่ข้ายังไม่แน่ใจ”

เสิ่นซูเหอเข้ามานั่งข้างนาง

“เราจะส่งคำถามที่มีแต่พวกเจ้ารู้ไปให้ ไม่ต้องรีบเดินทางคืนนี้”

ซูหว่านชิงพยักหน้า น้ำตาเริ่มเอ่อ แต่คราวนี้นางยังอ่านกระดาษต่อจนจบ

⸻

ลั่วชิงเหยาได้รับแจ้งข่าวในห้องสอบสวน

นางยกมือปิดปาก นั่งนิ่งอยู่นาน ก่อนถามว่า

“ข้าเขียนคำขอโทษให้พวกนางได้หรือไม่”

ผู้ดูแลตอบอย่างระมัดระวัง

“เขียนได้ แต่จะส่งให้เมื่อพวกนางยินดีรับ”

นางพยักหน้า

ตรงหน้ามีกระดาษเปล่าสำหรับบันทึกคำให้การเพิ่มเติม ลั่วชิงเหยาหยิบพู่กันขึ้น แต่ยังไม่จุ่มหมึก

“ข้ามีจดหมายอีกฉบับ”

ผู้ดูแลเงยหน้าทันที

“อยู่ที่ใด”

“เย็บไว้ในชายเสื้อคลุมสีม่วง ในห้องพักข้า”

นางถอดป้ายอนุญาตเข้าห้องวางลงบนโต๊ะ

“เขาเคยบอกให้เผา ข้าไม่เผา เพราะในนั้นเขาเขียนว่าจะพาข้าออกจากชิงเสวียนเมื่อเรื่องทุกอย่างจบ”

เสียงของนางขาดหายไปชั่วครู่

“ด้านหลังมีรายการที่ให้ข้าทำ”

“รายการอะไร”

ลั่วชิงเหยามองปลายพู่กัน

“วันเวรผู้ดูแลหอจดหมายเหตุ ทางเดินที่ไม่มีศิษย์เฝ้า และชื่อคนที่ซื้อยาไปให้เขาได้โดยไม่ถูกถาม”

นางกลืนน้ำลาย ก่อนกล่าวต่อ

“ข้าทำไปบางอย่างแล้ว”

ผู้ดูแลเรียกศิษย์หญิงสองคนเข้าไปเก็บของต่อหน้าพยาน แล้วเลื่อนกระดาษใกล้นางอีกหน่อย

ลั่วชิงเหยาเริ่มเขียน

ครั้งนี้นางไม่ได้เลือกเล่าเฉพาะส่วนที่ตนถูกหลอก

⸻

เมื่อเยว่ซีกลับถึงลานหลังเรือน หลิงยวนกำลังเก็บหมากลงถ้วยด้วยมือขวา

นางนั่งตรงข้ามแล้วหยิบช่วย

“ยังไม่เล่นต่อหรือเจ้าคะ”

“กระดานเมื่อคืนจบแล้ว”

“ข้ายังไม่ยอมแพ้”

เขามองตำแหน่งหมากที่เหลือ

เยว่ซีมองตาม ก่อนหยิบหมากของตนสามเม็ดออกอย่างสงบ

“ข้าเพิ่งยอมเมื่อครู่”

มุมปากเขายกขึ้น

นางเก็บเม็ดสุดท้ายลงถ้วย แล้วเล่าเรื่องหยดน้ำตั้งแต่ต้น ทั้งขนาดที่ลดลง ระยะทาง และความรู้สึกตรงข้อมือ

หลิงยวนฟังโดยไม่ขัด แม้เสิ่นซูเหอจะบอกผลไปแล้ว

“พรุ่งนี้ข้าจะลองให้ได้เท่าเดิมอีกครั้ง” นางกล่าว

“ดี”

“ไม่ถามหรือว่าเมื่อใดจะทำหยดใหญ่ขึ้น”

“เมื่อเจ้าคุมหยดนี้ได้สม่ำเสมอ”

เยว่ซีเท้าคางมองเขา

“ท่านกับอาจารย์เสิ่นตอบเหมือนกันเลย”

“นางสอนถูกแล้ว”

ลมเย็นพัดเส้นผมลงมาปรกแก้มนาง หลิงยวนยื่นมือขวามาเก็บมันไว้หลังใบหู

เยว่ซีหยุดพูด

มือของเขาค้างอยู่ใกล้แก้มเพียงชั่วครู่ ก่อนลดลง

นางจับชายแขนเสื้อเขาไว้

หลิงยวนมองมือเล็ก แล้วเงยหน้าขึ้นสบตา

“มีอะไรหรือ”

“ไม่มีเจ้าค่ะ”

แต่เยว่ซียังไม่ปล่อย

เขาจึงพลิกฝ่ามือขึ้นให้นางจับแทน

ทั้งสองนั่งอยู่เช่นนั้นจนเสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดิน ศิษย์หอวินัยหยุดอยู่นอกลาน คารวะก่อนส่งซองปิดผนึกให้หลิงยวน

“เจ้าสำนักให้ท่านอ่านพรุ่งนี้เช้า ไม่ใช่คืนนี้ขอรับ”

หลิงยวนรับมา วางไว้ข้างถ้วยหมากตามคำสั่ง

เยว่ซีเห็นชื่อที่เขียนบนหน้าซอง

เผยเหวินซู — คำให้การและหลักฐานเพิ่มเติม

⸻

ในห้องคุมตัว เผยเหวินซูเงยหน้าขึ้นเมื่อผู้คุมเปิดประตู

“นางขอจดหมายคืนได้หรือไม่”

ผู้คุมไม่ได้ตอบคำถามนั้น

เขาวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงตรงหน้า เป็นสำเนารายการที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา

เผยเหวินซูมองมัน แล้วสีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป

“นางเก็บไว้หรือ”

“ลั่วชิงเหยานำส่งด้วยตนเอง”

เขาอ่านประโยคท้ายจดหมายอีกครั้ง

เมื่อเรื่องนี้จบ ข้าจะพาเจ้าไปจากที่นี่

ใต้ข้อความนั้นมีลายมือของลั่วชิงเหยาเพิ่มเข้ามาในวันนี้

ข้ายืนยันว่าได้รับจดหมายฉบับนี้ และจะให้การถึงสิ่งที่ข้าทำตามทุกข้อ

เผยเหวินซูเงยหน้ามองประตู

ครั้งนี้ไม่มีหญิงสาวถือกล่องอาหารยืนรออยู่ข้างนอก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status