Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 46 — บ้านที่เปิดประตูรอ

Share

บทที่ 46 — บ้านที่เปิดประตูรอ

last update publish date: 2026-10-20 18:55:27

ข่าวการประหารเซี่ยจิ้งเหิงมาถึงในเช้าวันฝนหยุด

หลินเยว่ซีกำลังล้างเศษทองแดงออกจากมือ เมื่อศิษย์จากหอวินัยมาขอพบนางที่หน้าลาน

ไม่มีระฆัง ไม่มีประกาศเรียกผู้คนไปดู

มีเพียงหนังสือแจ้งว่าคำตัดสินได้รับการทบทวนครบถ้วนแล้ว และโทษได้ดำเนินการต่อหน้าผู้แทนหัวเมืองกับสำนักร่วมสอบสวน

เซี่ยจิ้งเหิงตายแล้ว

เยว่ซีรับกระดาษมาอ่านจนจบ

นางเคยคิดว่าหากวันหนึ่งได้ยินคำนี้ คงมีบางอย่างดังขึ้นในใจ อาจเป็นเสียงร้องไห้ หรือความโล่งใจที่ทำให้ยืนไม่อยู่

แต่สิ่งแรกที่นางรู้สึกกลับเป็นความเย็นของน้ำบนปลายนิ้ว

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

ศิษย์ผู้ส่งข่าวคารวะแล้วจากไป

เยว่ซียืนอยู่หน้าอ่างอีกครู่หนึ่ง ก่อนหยิบผ้ามาเช็ดมือให้แห้ง

นางไม่ได้กลับเข้าโรงช่างทันที

⸻

หลิงยวนพบเยว่ซีอยู่ใต้ต้นสนข้างเรือนเก็บตำรา

หนังสือแจ้งถูกพับวางบนตัก

เขานั่งลงข้างนางโดยไม่ถามว่ารู้ข่าวแล้วหรือยัง

เยว่ซีมองหยดน้ำที่ค้างอยู่บนปลายเข็มสน

“ข้าไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรตอนสุดท้าย”

หลิงยวนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

“เจ้าอยากรู้หรือ”

นางคิดตาม ก่อนส่ายหน้า

“เมื่อก่อนข้าอาจอยากให้เขายอมรับว่าเสียใจ แต่ตอนนี้ข้าไม่อยากรอคำพูดของเขาอีกแล้ว”

ลมพัดหยดน้ำลงมา นางขยับมือรับไม่ทัน มันตกแตกบนหลังมือ

“เรื่องทรัพย์ที่ยึดไว้ยังต้องจัดการ คนที่ถูกขังยังต้องรักษา ชื่อคนตายก็ยังต้องตรวจต่อ”

“อาจารย์แบ่งคนดูแลแล้ว”

เยว่ซีพยักหน้า

นางรู้ว่าเขาตายแล้วไม่ได้ทำให้งานทุกอย่างจบ แต่การรู้ว่าเขาจะไม่กลับมาสั่งจับใครอีกก็ทำให้หายใจได้เต็มขึ้นเล็กน้อย

หลิงยวนหยิบจดหมายอีกฉบับออกมา

“ช่างจากหลินอันส่งมาเมื่อเช้า”

เยว่ซีหันมองทันที

“บ้านซ่อมเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ”

“ส่วนที่เจ้าสั่งไว้เสร็จแล้ว เขารอให้ไปตรวจ”

นางรับจดหมายมาอ่าน

ประตูไม่ครูดพื้น หน้าต่างฝั่งตะวันออกเปิดได้ หลังคาส่วนที่รั่วเปลี่ยนกระเบื้องแล้ว โต๊ะหมากขัดเฉพาะเสี้ยน ไม่มีการลบรอยเก่า

ท้ายกระดาษเขียนว่า ต้นกุ้ยฮวาที่ฝากหาไว้ยังอยู่ในกระถาง รอเจ้าของบ้านเลือกที่ปลูก

เยว่ซีอ่านบรรทัดนั้นซ้ำ ก่อนเงยหน้าขึ้น

“ข้าอยากกลับไป”

“อาจารย์ฉินให้ข้าเดินทางระยะสั้นได้แล้ว หากจัดเวลาพักระหว่างทาง”

นางมองแขนซ้ายของเขา

“แล้วท่านอยากไปหรือไม่เจ้าคะ”

หลิงยวนสบตานาง

“อยาก”

เยว่ซีพับจดหมายของช่างเก็บไว้ด้านบนหนังสือแจ้งโทษ

ครั้งนี้นางมีเหตุผลที่จะไปหลินอันมากกว่าการตามหาคนตาย

⸻

พวกเขาออกเดินทางในอีกสองวันต่อมา

เสิ่นซูเหอร่วมทางไปตรวจผู้ป่วยที่โรงรักษาในเมือง ศิษย์ผู้คุ้มกันเดินทางไปด้วยสองคน ส่วนยายหวังนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกับเยว่ซี กอดกระถางสมุนไพรเล็ก ๆ ไว้บนตัก

“เอาไปวางริมหน้าต่าง” หญิงชรากล่าว “ต้นกุ้ยเจ้าต้องรออีกนานกว่าจะได้ดอก อย่างน้อยต้นนี้เด็ดใบใช้ได้ก่อน”

เยว่ซียื่นมือไปรับกระถางมาถือแทน

“ยายจะชอบบ้านหรือไม่เจ้าคะ”

“ยายยังไม่เห็น”

“ข้าไม่ได้ซ่อมทั้งหมด มีเพียงเรือนที่ยังแข็งแรงกับห้องข้างครัว”

“อยู่กี่คนกัน ต้องซ่อมทั้งจวนทำไม”

นางยิ้มแล้วก้มมองต้นไม้ในมือ

คราวนี้การเดินทางไม่มีใบรายชื่อคนหายวางอยู่บนตัก ไม่มีแผนที่ซึ่งวงจุดซ่อนตัวของศัตรู

นางใช้เวลาช่วงหนึ่งหลับพิงผนังรถ และตื่นขึ้นมาเพราะยายหวังบอกว่ากอดกระถางแน่นเกินไปแล้ว

⸻

ประตูบ้านเปิดออกโดยไม่มีเสียงครูด

เยว่ซียืนจับบานไม้ค้างไว้ ราวกับอยากลองอีกครั้งให้แน่ใจ

ช่างที่รออยู่หน้าลานมองนางแล้วหัวเราะ

“ปิดเปิดได้ทั้งวันขอรับ ข้าเปลี่ยนบานพับให้แล้ว”

นางลองปิดลงเบา ๆ แล้วเปิดใหม่

คราวนี้ยายหวังเดินผ่านเข้ามาก่อน

“เข้าไปข้างในเสียที เดี๋ยวช่างคิดค่าดูประตูเพิ่ม”

เยว่ซีรีบหลบทาง

บ้านยังมีร่องรอยเก่าอยู่มาก ผนังด้านหนึ่งสีต่างจากส่วนที่ซ่อม พื้นหินมีรอยบิ่น และสวนหลังเรือนยังรกเกินกว่าจะเดินเข้าไป

แต่ห้องที่เปิดหน้าต่างรับแสงสะอาดแล้ว

มีกลิ่นไม้ใหม่จาง ๆ ปะปนอยู่กับกลิ่นดินหลังฝน

หลิงยวนเดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะหมาก

เขาวางมือขวาบนขอบโต๊ะ รอยขีดตื้น ๆ ตรงมุมยังอยู่ที่เดิม

เยว่ซีมองตาม

“ท่านจำรอยนี้ได้หรือ”

“เจ้าลากกล่องหมากตก”

“ข้าทำของพังมากขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ”

เขามองประตูที่นางเพิ่งเปิดปิดหลายครั้ง

“เจ้าชอบลอง”

ยายหวังซึ่งกำลังตรวจเตาในครัวส่งเสียงรับทันที

“ยังชอบอยู่”

เยว่ซีหันไปมองทั้งสองคน ก่อนตัดสินใจเดินไปช่วยช่างตรวจหน้าต่างแทน

⸻

นางเลือกปลูกต้นกุ้ยตรงด้านข้างเรือน ห่างหน้าต่างพอไม่ให้กิ่งชนหลังคาเมื่อโตขึ้น

ช่างช่วยขุดหลุม ศิษย์ผู้คุ้มกันยกกระถางมาวาง ส่วนหลิงยวนถูกยายหวังส่งบัวรดน้ำให้

“ถือข้างที่ใช้ได้”

เขารับมาโดยไม่โต้แย้ง

เยว่ซีคุกเข่ากลบดิน มือเลอะไปถึงข้อมือ นางเผลอวางปลายนิ้วบนรากที่โผล่ขึ้นมานอกก้อนดิน แล้วชะงัก

ปราณพฤกษาในกายตอบรับบางเบา

นางถอนมือก่อนเรียกมันออกมา

เสิ่นซูเหอซึ่งเพิ่งกลับจากโรงรักษาเห็นพอดี

“เหตุใดหยุด”

“มันไม่ได้จำเป็นต้องใช้เจ้าค่ะ”

อาจารย์พยักหน้า

เยว่ซีใช้ไม้เล็กเขี่ยดินปิดรากแทน แล้วลุกขึ้นรับน้ำจากหลิงยวน

น้ำไหลลงช้า ๆ จนดินชุ่ม

ต้นกุ้ยฮวายังเป็นเพียงต้นเล็ก ใบหนึ่งมีรอยแมลงกัด กิ่งเอียงอยู่หน่อยหนึ่ง แม้ผูกหลักแล้วก็ไม่ได้ตั้งตรงอย่างที่นางนึกไว้

เยว่ซีถอยมอง ก่อนตบเศษดินออกจากมือ

“เอียงเท่านี้ก็ได้”

หลิงยวนยืนข้างนาง

“พอโตจะมาถึงหน้าต่าง”

“ข้าเลือกตรงนี้เพราะอย่างนั้น”

นางมองเขาแล้วกล่าวต่อ

“คราวหน้ามา ท่านห้ามบอกว่าให้ย้ายหนีรากไม้”

“ข้าจะบอกให้ช่างดูฐานเรือนก่อนปลูกต้นถัดไป”

เยว่ซีหัวเราะ

เรื่องที่เคยกลัวว่าจะไม่มีวันได้คุยกัน กลับกลายเป็นเรื่องที่เถียงกันได้แล้ว

⸻

ตอนบ่าย มีหญิงวัยกลางคนจากบ้านฝั่งตรงข้ามนำชามกับตะเกียบมาให้

“ของเก่าของข้า แต่ยังใช้ได้ เจ้าเพิ่งกลับมา คงยังซื้อไม่ครบ”

เยว่ซีรับไว้ด้วยสองมือ

อีกฝ่ายมองเข้าไปในเรือน ก่อนเอ่ยเบา ๆ

“เห็นประกาศแก้บันทึกของเมืองแล้ว พ่อแม่เจ้าควรได้ชื่อคืนตั้งนาน”

เยว่ซีก้มมองชาม

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

หญิงผู้นั้นไม่ได้ถามเรื่องกระบี่หรือพิธี นางเพียงชี้ไปยังหลังคา

“ฝนมาอีกครั้งคอยดูตรงมุมนั้น บ้านข้าซ่อมแล้วก็ยังรั่ว ช่างคนเดียวกันด้วย”

ช่างที่กำลังเก็บเครื่องมืออยู่ในลานรีบเงยหน้า

“ข้ากำลังจะไปดูให้พรุ่งนี้!”

หญิงผู้นั้นหัวเราะแล้วโบกมือกลับบ้าน

เยว่ซีถือชามเข้าไปในครัว ยายหวังรับไปล้างอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วถามว่าจะหุงข้าวเท่าใด

นางนับคน ก่อนตอบ

วันนี้บ้านหลังนี้ต้องมีข้าวให้คนมีชีวิตกิน

⸻

หลังอาหาร หลิงยวนออกมายืนใต้ชายคา

แขนซ้ายยังยกสูงไม่ถนัด แต่ขยับได้ดีขึ้น เขาค่อย ๆ เหยียดนิ้วตามที่อาจารย์ฉินสั่ง ก่อนลดมือลงเมื่อเริ่มตึง

เยว่ซีเดินออกมาพร้อมถ้วยน้ำอุ่นสองใบ

“เจ็บหรือเจ้าคะ”

“ตึงนิดหน่อย พอหยุดก็ลดลง”

นางส่งถ้วยให้ แล้วนั่งลงบนม้านั่งริมผนัง

ในครัวมีเสียงยายหวังพูดกับเสิ่นซูเหอเรื่องยาที่ขมเกินไป ศิษย์ผู้คุ้มกันผลัดกันเดินตรวจนอกกำแพง

หลิงยวนนั่งข้างนาง

แสงจากหน้าต่างทอดลงบนข้อมือเขา เยว่ซีมองรอยแผลเก่าซึ่งยังไม่หายไป แล้วเลื่อนสายตาขึ้นสู่ใบหน้า

“มีอะไรติดหรือ” เขาถาม

นางส่ายหน้า

“ข้ากำลังคิดว่าท่านเคยอยู่ที่นี่ตอนอายุสิบห้า”

เขาพยักหน้า

“ตอนนั้นท่านคิดหรือไม่ว่าจะกลับมาอีก”

“หลังคืนนั้น ไม่เคยคิดถึงภาพนี้”

เยว่ซีมองถ้วยในมือตนเอง

“ข้าก็ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมานั่งเช่นนี้”

นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนวางถ้วยลง

“ครั้งแรกที่ข้าเห็นท่านหน้าประตูสำนัก ข้าคิดว่าท่านหน้าตาดีมาก”

หลิงยวนหันมาช้า ๆ

เยว่ซีเริ่มรู้สึกว่าประโยคนี้พูดออกมาง่ายเกินไปแล้ว แต่เมื่อเริ่มแล้วจึงกล่าวต่อ

“ข้ายังสงสัยว่าทำไมทุกคนเงียบตอนท่านเดินผ่าน แล้วก็ได้ยินคนบอกว่าท่านกับศิษย์พี่ลั่ว—”

“ไม่เคย”

คำตอบมาเร็วจนนางหลุดยิ้ม

“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ”

เขามองรอยยิ้มนาง ก่อนถาม

“แล้วตอนนี้?”

เยว่ซีแกล้งมองใบหน้าเขาอีกครั้ง

“ก็ยังหน้าตาดีอยู่”

“ข้าไม่ได้ถามเรื่องนั้น”

นางก้มหน้าทันที

หลิงยวนไม่ได้เร่ง เขาวางถ้วยลงข้างกัน แล้วพลิกมือขวารออยู่บนม้านั่ง

เยว่ซีมองฝ่ามือนั้น ก่อนวางมือตนเองลงไป

“ตอนนี้ข้าอยากให้ท่านอยู่ด้วย” นางกล่าว “เวลาไม่มีเรื่องให้ช่วย ไม่มีผนึกต้องตรวจ ไม่มีคนตามล่า… ข้าก็ยังอยากพบ”

นิ้วของเขากระชับเบา ๆ

“ข้าก็อยากอยู่”

เยว่ซีเงยหน้าขึ้น

เขาอยู่ใกล้กว่าที่นางคิด แต่ไม่ได้ขยับเข้ามาในทันที สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ใบหน้านาง รอจนกระทั่งนางเป็นฝ่ายโน้มเข้าหาเล็กน้อย

ริมฝีปากแตะกันเบา ๆ

สั้นจนเยว่ซียังไม่ทันรู้ว่าจะวางมืออีกข้างไว้ที่ใด หลิงยวนก็ถอยออกมาแล้ว

ความร้อนลามจากแก้มขึ้นถึงหู

นางมองเขาอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ก่อนสายตาจะเหลือบเห็นหน้าต่างครัว

รีบหันกลับมาทันที

“ยาย…”

“อยู่ข้างใน”

“ข้ารู้ว่าข้างใน แต่หน้าต่างเปิดอยู่”

คราวนี้หลิงยวนยิ้มชัดเจน

เยว่ซีบีบมือเขาอย่างคาดโทษ แต่ไม่ได้ดึงมือออก

ในครัว ยายหวังวางฝาหม้อลงเสียงดังเกินจำเป็น

ทั้งสองคนพร้อมใจกันนั่งตัวตรง

⸻

ก่อนกลับสำนักในวันรุ่งขึ้น เยว่ซีเปิดหน้าต่างทุกบานอีกครั้ง

นางตรวจเตา กลอนหลังเรือน และฝากกุญแจสำรองไว้กับคนดูแลซึ่งช่างแนะนำ หลังเจ้าหน้าที่เมืองตรวจประวัติให้แล้ว

เมื่อมาถึงประตูหน้า นางยืนมองลานอยู่ครู่หนึ่ง

ต้นกุ้ยฮวายังตั้งเอียงเหมือนเมื่อวาน

โต๊ะหมากอยู่ในห้องที่แสงเช้าส่องถึง

เยว่ซีปิดประตูแล้วหมุนกุญแจ

ครั้งนี้นางไม่ได้รู้สึกเหมือนกำลังทิ้งพ่อแม่ไว้ข้างหลัง

นางเพียงกำลังจะกลับไปเรียน และมีบ้านที่กลับมาได้อีก

หลิงยวนรออยู่ข้างรถ

เยว่ซีเดินไปหา เมื่อเขายื่นมือช่วยขึ้นบันได นางกลับมองหน้าเขาแล้วรีบหลบตา

เขาไม่ได้กล่าวอะไร

แต่จับมือนางไว้นานกว่าเวลาที่จำเป็นเล็กน้อย

⸻

พวกเขามาถึงชิงเสวียนก่อนค่ำ

เจ้าสำนักรออยู่ที่เรือนรับรอง ไม่ได้ให้คนเรียกหลิงยวนไปตามลำพัง เยว่ซีจึงรู้ทันทีว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนางด้วย

บนโต๊ะมีแผนที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ

“ประตูที่เขาดับจันทรายังปิดสนิท” เจ้าสำนักกล่าวก่อน “คนเฝ้ายืนยันทุกจุด ไม่มีรอยเปิดใหม่”

หลิงยวนอ่านรายงานที่ส่งมา

หมู่บ้านสองแห่งพบคนหมดสติระหว่างเดินทางยามค่ำ ผู้รอดชีวิตเล่าว่าได้ยินเสียงคนรู้จักเรียกจากป่า แต่หน่วยลาดตระเวนไม่พบร่องรอยการกินปราณแบบที่เคยเจอ

“ผู้บาดเจ็บมีอาการอย่างไร” เสิ่นซูเหอถาม

“อ่อนแรง ตัวเย็น จำช่วงที่หมดสติไม่ได้ ยังไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีคนหายไปสามคน”

เยว่ซีมองตำแหน่งบนแผนที่

จุดเกิดเหตุอยู่ห่างกัน และไม่ได้เรียงเข้าหาประตูโบราณ

หลิงยวนพลิกดูรายงานอีกหน้า

“รอยเท้า?”

“พบแต่ของคนที่หายไป เดินออกจากเส้นทางหลักด้วยตนเอง”

เจ้าสำนักหยิบห่อผ้าขนาดเล็กขึ้นมา ภายในเป็นกระดิ่งที่แตกร้าว

“หน่วยลาดตระเวนพบสิ่งนี้แขวนอยู่ริมทาง กระดิ่งตรวจปราณไม่ตอบสนอง แต่สุนัขของชาวบ้านไม่ยอมเข้าใกล้”

หลิงยวนไม่ได้แตะของทันที เขาขอให้ย้ายตะเกียงเข้ามา แล้วหมุนห่อผ้าดูด้านในกระดิ่ง

ตรงขอบที่แตกมีคราบสีเทาจาง ๆ ติดอยู่

บางจนหากมองผ่าน ๆ อาจคิดว่าเป็นเพียงฝุ่น

“แยกกระดิ่งออกจากห้องพักคน” เขากล่าว “ให้คนเฝ้าอยู่สองด้าน ไม่ใช้ปราณกระตุ้น”

เจ้าสำนักพยักหน้า ส่งคำสั่งออกไปทันที

เยว่ซีอ่านคำให้การของผู้รอดชีวิตอีกครั้ง

ชายคนหนึ่งได้ยินเสียงภรรยา ทั้งที่ภรรยายังอยู่บ้าน หญิงอีกคนได้ยินบุตรชายเรียก ทั้งที่เด็กเดินอยู่ข้างนาง

มีประโยคหนึ่งซึ่งผู้สอบถามขีดเส้นใต้ไว้

ข้ารู้ว่าไม่ใช่ลูก แต่ตอนนั้นกลับคิดว่าเดินไปดูสักหน่อยคงไม่เป็นไร

เยว่ซีเงยหน้ามองหลิงยวน

“ครั้งก่อนพวกมันพยายามทำให้เราเชื่อว่าเป็นคนที่รู้จัก”

เขาอ่านบรรทัดเดียวกัน สีหน้าค่อย ๆ เคร่งขึ้น

“ครั้งนี้เขารู้ว่าไม่ใช่ แต่ยังเดินตาม”

เสียงฝีเท้าดังจากนอกห้อง

ศิษย์เฝ้าประตูเข้ามารายงานว่าผู้ส่งข่าวอีกคนเพิ่งถึงสำนัก เขาพาชายที่พบอยู่ข้างทางมาด้วย ชายผู้นั้นยังมีสติ แต่ไม่ยอมให้ใครถอดเชือกที่ผูกข้อมือตนเอง

อาจารย์ฉินซึ่งมาถึงพอดีสั่งให้พาเข้าเรือนตรวจ

ก่อนผู้บาดเจ็บจะเดินพ้นประตู เขาหันมามองคนในห้อง

ริมฝีปากซีดสั่นอยู่ครู่หนึ่ง

“อย่าส่งคนไปเรียกพวกเขากลับ”

หลิงยวนลุกขึ้น

“เพราะอะไร”

ชายผู้นั้นกำเชือกแน่นจนข้อนิ้วขาว

“คนที่หายไป… กลับมาแล้วขอรับ”

เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“แต่พวกเขากำลังพาคนอื่นออกไปแทน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 61 — คนที่ถูกทิ้งไว้

    ก่อนฟ้าสาง รถม้าคันสุดท้ายหยุดอยู่หน้าเรือนเก่านอกเมืองชายสวมเสื้อคลุมมองคนสองคนที่ช่วยกันลากร่างผู้ป่วยออกมา ข้อเท้าของคนผู้นั้นครูดพื้น ทิ้งรอยเลือดจาง ๆ บนขั้นบันได“คนนี้ขึ้นรถไม่ได้แล้วขอรับ”ผู้คุมคนหนึ่งเปิดชายเสื้อให้ดูเส้นดำลามจากชายโครงขึ้นถึงลำคอ แม้ถูกกรอกยาไปสองครั้ง นิ้วมือของผู้ป่วยยังคงเกร็งกระตุก“เหลืออีกกี่คน”“ข้างในอีกหนึ่ง คนที่เคาะประตูเมื่อคืน”ชายสวมเสื้อคลุมหันไปมองเรือนประตูห้องด้านในถูกตอกไม้ขวางเพิ่ม รอยดำใต้ธรณีแผ่ออกมากกว่าเดิม“เอาคนนี้ขึ้นรถ ทิ้งคนข้างในไว้”ผู้คุมชะงัก“แต่หากคนของสำนักมาพบ—”“พวกมันจะมัวช่วยคน”คำตอบทำให้ไม่มีใครถามต่อชายสวมเสื้อคลุมหยิบแผ่นยันต์ออกมาสองแผ่น ส่งให้ลูกน้องที่ยังยืนอยู่“วางไว้ข้างเตา เมื่อได้ยินคนเปิดประตู ให้จุดไฟ”จากในห้อง เสียงแหบพร่าดังขึ้น“อย่า…ทิ้งข้า…”ชายผู้นั้นขึ้นรถโดยไม่หันกลับเสียงล้อบดผ่านดินชื้น กลบเสียงขอร้องจนหมด⸻“นั่งลงก่อน ข้าวจะเย็น”ยายหวังเลื่อนชามมาตรงหน้าเสี่ยวถังนางยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เข้าประตู มือจับชายแขนเสื้อแน่นจนเยว่ซีต้องดึงเก้าอี้ให้“ยายบอกเจ้า ไม่ได้บอกชาม”เสี่ยวถังรีบนั่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 60 — คราวนี้ข้าจะไม่หันกลับ

    กระบี่ไม้ของจ้าวเฉิงหลุดจากมือเป็นครั้งที่สามมันหมุนกลางอากาศ ก่อนโม่หลิงยวนจะใช้ปลายกระบี่เกี่ยวด้ามไว้แล้วส่งกลับมาจ้าวเฉิงรับทัน แต่ใบหน้าเริ่มร้อน“ข้าเปลี่ยนท่าแล้ว”“เท้ายังอยู่ที่เดิม”หลิงยวนใช้ปลายไม้แตะพื้นข้างรองเท้าเขา“เจ้าแก้กระบวนท่าด้านบน แต่เปิดทางด้านล่างให้ข้าเข้าถึงเหมือนเดิม”จ้าวเฉิงก้มมอง ก่อนถอยเท้าขวาครึ่งก้าว“เช่นนี้หรือ”“ลองดู”คราวนี้เขาไม่รีบฟันกระบี่ตั้งเฉียงคุมหน้าอก ฝีเท้าขยับตามหลิงยวนโดยไม่ก้าวยาวเกินไป เมื่ออีกฝ่ายเข้าประชิด จ้าวเฉิงจึงบิดข้อมือรับแล้วหมุนออกทางด้านข้างเสียงไม้กระทบกันดังติดกันสามครั้งเขารักษากระบี่ไว้ได้แต่ปลายกระบี่ของหลิงยวนหยุดอยู่ใต้ชายโครงแล้วจ้าวเฉิงนิ่งไป ก่อนถอนหายใจ“อย่างน้อยครั้งนี้ไม่หลุด”“เพราะเจ้ารู้แล้วว่าต้องรักษาสิ่งใด”เสียงตบมือดังจากริมลานหลินเยว่ซียืนอยู่ข้างเสี่ยวถัง ในมือมีถุงผ้ากับกระบอกน้ำจ้าวเฉิงหันไปทันที“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ก่อนกระบี่เจ้าจะบินรอบที่สาม”“เช่นนั้นเจ้าพลาดสองรอบแรก”“น่าเสียดายจริง ๆ”เขาใช้กระบี่ชี้นาง“ข้าหมายถึงพลาดตอนที่ข้ายังมีแรง”หลิงยวนลดอาวุธลง“พักก่อน อีกครู่ลองให

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 59 — เสียงจากอีกฟาก

    “ซ้าย!”หลินเยว่ซีขยับแผ่นอาคมไปทางซ้ายเสียงแตกเปรี๊ยะดังขึ้นทันทีแสงบนโต๊ะดับวูบ ควันสีขาวลอยผ่านปลายจมูก ก่อนจ้าวเฉิงซึ่งยืนดูอยู่จะยกมือปัดหน้าตนเอง“ข้าเพิ่งล้างหน้ามา”เสี่ยวถังชะงักอยู่ฝั่งตรงข้ามฉากไม้“ข้าหมายถึงซ้ายของข้า”เยว่ซีมองแผ่นอาคมในมือ แล้วค่อย ๆ วางลง“เช่นนั้นซ้ายของเราสองคนคงไม่ถูกกัน”เสียงหัวเราะดังจากข้างโต๊ะเสิ่นซูเหอใช้พู่กันเคาะขอบถาด“เพราะเหตุนี้จึงต้องตกลงกันก่อนเริ่ม ต่อไปใช้ทิศตะวันออกกับตะวันตก”การฝึกวันนี้จัดในห้องปิดด้านหลังเรือนรักษา หลังเกิดเรื่องผู้บุกรุก ผู้ไม่เกี่ยวข้องจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาดูบนโต๊ะมีถาดอาคมสองใบ คั่นด้วยฉากไม้สูงระดับสายตา ปราณสำหรับฝึกมาจากหินปราณก้อนเล็กใต้ฐาน ไม่ได้ดึงจากผู้ฝึก หากเดินผิดทาง แสงจะดับและต้องเริ่มใหม่เยว่ซีทำหน้าที่เลื่อนแผ่นอาคมควบคุมทางเดิน ส่วนเสี่ยวถังมองปลายทางแล้วบอกทิศหอวินัยอนุญาตให้เสี่ยวถังร่วมการฝึกพื้นฐานภายใต้การดูแล ข้อจำกัดเรื่องภารกิจและเอกสารสำคัญยังคงเดิมนางมาถึงก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วยาม พร้อมตำราที่คั่นหน้าด้วยเศษผ้าสามแห่งเยว่ซีเห็นแล้วไม่ได้กล่าวอะไรเพียงเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตร

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 58 — คนที่นางยอมให้เดินข้างกัน

    “ห้ามนำหนังสือฉบับนี้ไปถึงเรือนรักษา”โม่หลิงยวนวางกระดาษลงต่อหน้าศิษย์รับส่งข่าวชายหนุ่มหน้าเสียทันที“แต่ตราประทับ—”“เป็นของปลอม”หลินเยว่ซียืนอยู่ข้างโต๊ะ มองมือของอีกฝ่ายที่กำชายเสื้อแน่นขึ้นเขาเป็นผู้นำหนังสือขอข้อมูลเส้นปราณเข้ามาเมื่อวาน เช้านี้จึงถูกเรียกมาสอบถามต่อหน้าผู้ดูแลหอวินัย“ข้าไม่ได้เปิดอ่านขอรับ คนส่งมีป้ายผ่านด่านกับหนังสือจากสำนักผู้จัดงาน ข้าตรวจชื่อแล้วจึงรับมา”หลิงยวนไม่ได้กล่าวโทษ“เขารอคำตอบอยู่ที่ใด”“เรือนรับรองด้านนอก เขาบอกว่าต้องกลับก่อนเที่ยง”“มีใครไปแจ้งเขาหรือยังว่าเราสอบถามผู้จัดงานแล้ว”“ยังขอรับ”หลิงยวนหันไปหาผู้ดูแลหอวินัย“ให้เขารอต่อ ตรวจป้ายผ่านด่านกับรายชื่อผู้เดินทาง อย่าเพิ่งให้คนเข้าไปล้อมเรือน”เมื่อศิษย์ออกไป เยว่ซีจึงถาม“ท่านคิดว่าเขายังไม่รู้ว่าเราพบหนังสือปลอม?”“หากรู้แล้ว เขาคงไม่รอถึงเช้า”“หรือเขาไม่รู้ว่าตนถือของปลอมมา”หลิงยวนมองนาง ก่อนพยักหน้า“จึงต้องรู้ก่อนว่าเขารับมาจากใคร”บนโต๊ะมีหนังสือจริงจากผู้จัดงานวางเทียบอยู่ด้วยลายตราคล้ายกันมาก ทว่าเส้นขอบด้านหนึ่งของตราจริงบิ่นไปเล็กน้อย ส่วนตราปลอมกลับสมบูรณ์ผู้ปลอมอาจเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 57 — สิ่งที่ยังพูดไม่จบ

    “หากข้าไม่ให้เจ้าลงประลองปราณ เจ้าจะทำอย่างไร”เสิ่นซูเหอถามขณะถอนนิ้วจากข้อมือหลินเยว่ซีนางมองประกาศรับสมัครบนโต๊ะ ก่อนเงยหน้าตอบ“ถามท่านว่าข้ายังขาดสิ่งใด หากฝึกทันก็ขอรับการประเมินใหม่ หากไม่ทัน ข้าจะลงเฉพาะกระบี่”“ไม่คิดขอให้หลิงยวนมาช่วยพูดหรือ”“หากเขาพูดแล้วเส้นปราณข้าแข็งแรงขึ้นได้ ท่านคงไม่ต้องตรวจนานเพียงนี้”เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากประตูโม่หลิงยวนยืนถือจดหมายอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อใดเสิ่นซูเหอปล่อยแขนเสื้อนางลง“เช่นนั้นฟังให้ครบ ข้าอนุญาตให้เจ้ารับการประเมิน ยังไม่ได้อนุญาตให้ลงประลอง ใช้ได้เฉพาะปราณไม้กับปราณน้ำตามขอบเขตที่ฝึก ห้ามฝืนเปิดสายอื่น”เยว่ซีพยักหน้า“การประเมินจะดูอะไรบ้างเจ้าคะ”“ใช้พลังได้เพียงใด รับแรงสะท้อนได้เท่าใด และหยุดได้หรือไม่”“ข้อสุดท้ายข้าฝึกอยู่ทุกวัน”เสิ่นซูเหอเลื่อนประกาศกลับให้นาง“หยุดตอนเหนื่อยกับหยุดตอนกำลังจะชนะ เป็นคนละเรื่องกัน”เยว่ซีก้มมองชื่อประเภทการประลองบนกระดาษเมื่อครู่สายตานางยังหยุดอยู่ตรงคำว่าปราณคราวนี้นางอ่านกติกาด้านล่างจนจบ⸻หลิงยวนรออยู่ใต้ชายคาเยว่ซีเดินออกมาพร้อมประกาศที่พับเก็บเรียบร้อย สายตาเห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 56 — คนที่ยอมยืนอยู่ข้างหลัง

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สี่มันกระแทกพื้น กลิ้งไปหยุดแทบเท้าจ้าวเฉิงเขาก้มเก็บขึ้นมา แต่ยังไม่ยอมส่งคืน“หากเจ้ามองแต่ข้อมือข้า ข้าก็เพียงเปลี่ยนมือ”เยว่ซีคลึงนิ้วซึ่งถูกบิดออกจากด้ามกระบี่“ท่านเพิ่งใช้วิธีนี้ได้ครั้งเดียว อย่าเพิ่งพูดเหมือนทำสำเร็จมาทั้งชีวิต”“แต่ครั้งเดียวก็ทำให้กระบี่เจ้าอยู่กับข้า”เขายกกระบี่สองเล่มขึ้นอย่างพอใจใต้ต้นสน โม่หลิงยวนปิดจดหมายที่เพิ่งอ่านจบ ก่อนเดินเข้ามากลางลาน“ลองใหม่ คราวนี้ดูไหล่ด้วย”จ้าวเฉิงคืนกระบี่แล้วตั้งท่าเยว่ซีขยับเท้าซ้ายไปข้างหน้าเล็กน้อย นางไม่รีบเข้าจับข้อมือเหมือนก่อน รอจนเขาฟันเฉียงจึงยกกระบี่รับเพียงให้คมเบนออกมือซ้ายเอื้อมเข้าหาด้ามจ้าวเฉิงยิ้มแล้วเปลี่ยนมือทันทีแต่เยว่ซีเห็นไหล่เขาขยับก่อนนางไม่ตามจับมือใหม่ กลับก้าวประชิด ใช้แขนกดท่อนแขนเขาเข้าหาลำตัว แล้วหมุนด้ามกระบี่ของตนค้ำใต้ด้ามอีกเล่มกระบี่จ้าวเฉิงกระดกขึ้นเขารีบคลายนิ้ว ก่อนข้อมือจะถูกงัดตามเสียงไม้ตกพื้นดังอีกครั้งคราวนี้เป็นกระบี่ของเขาเยว่ซีถอยพ้นระยะทันทีจ้าวเฉิงก้มมองมือว่าง แล้วหันไปหาโม่หลิงยวน“ศิษย์พี่ ท่านเพิ่งบอกให้นางดูไหล่ เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status