LOGINก่อนฟ้าสาง รถม้าคันสุดท้ายหยุดอยู่หน้าเรือนเก่านอกเมืองชายสวมเสื้อคลุมมองคนสองคนที่ช่วยกันลากร่างผู้ป่วยออกมา ข้อเท้าของคนผู้นั้นครูดพื้น ทิ้งรอยเลือดจาง ๆ บนขั้นบันได“คนนี้ขึ้นรถไม่ได้แล้วขอรับ”ผู้คุมคนหนึ่งเปิดชายเสื้อให้ดูเส้นดำลามจากชายโครงขึ้นถึงลำคอ แม้ถูกกรอกยาไปสองครั้ง นิ้วมือของผู้ป่วยยังคงเกร็งกระตุก“เหลืออีกกี่คน”“ข้างในอีกหนึ่ง คนที่เคาะประตูเมื่อคืน”ชายสวมเสื้อคลุมหันไปมองเรือนประตูห้องด้านในถูกตอกไม้ขวางเพิ่ม รอยดำใต้ธรณีแผ่ออกมากกว่าเดิม“เอาคนนี้ขึ้นรถ ทิ้งคนข้างในไว้”ผู้คุมชะงัก“แต่หากคนของสำนักมาพบ—”“พวกมันจะมัวช่วยคน”คำตอบทำให้ไม่มีใครถามต่อชายสวมเสื้อคลุมหยิบแผ่นยันต์ออกมาสองแผ่น ส่งให้ลูกน้องที่ยังยืนอยู่“วางไว้ข้างเตา เมื่อได้ยินคนเปิดประตู ให้จุดไฟ”จากในห้อง เสียงแหบพร่าดังขึ้น“อย่า…ทิ้งข้า…”ชายผู้นั้นขึ้นรถโดยไม่หันกลับเสียงล้อบดผ่านดินชื้น กลบเสียงขอร้องจนหมด⸻“นั่งลงก่อน ข้าวจะเย็น”ยายหวังเลื่อนชามมาตรงหน้าเสี่ยวถังนางยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เข้าประตู มือจับชายแขนเสื้อแน่นจนเยว่ซีต้องดึงเก้าอี้ให้“ยายบอกเจ้า ไม่ได้บอกชาม”เสี่ยวถังรีบนั่ง
กระบี่ไม้ของจ้าวเฉิงหลุดจากมือเป็นครั้งที่สามมันหมุนกลางอากาศ ก่อนโม่หลิงยวนจะใช้ปลายกระบี่เกี่ยวด้ามไว้แล้วส่งกลับมาจ้าวเฉิงรับทัน แต่ใบหน้าเริ่มร้อน“ข้าเปลี่ยนท่าแล้ว”“เท้ายังอยู่ที่เดิม”หลิงยวนใช้ปลายไม้แตะพื้นข้างรองเท้าเขา“เจ้าแก้กระบวนท่าด้านบน แต่เปิดทางด้านล่างให้ข้าเข้าถึงเหมือนเดิม”จ้าวเฉิงก้มมอง ก่อนถอยเท้าขวาครึ่งก้าว“เช่นนี้หรือ”“ลองดู”คราวนี้เขาไม่รีบฟันกระบี่ตั้งเฉียงคุมหน้าอก ฝีเท้าขยับตามหลิงยวนโดยไม่ก้าวยาวเกินไป เมื่ออีกฝ่ายเข้าประชิด จ้าวเฉิงจึงบิดข้อมือรับแล้วหมุนออกทางด้านข้างเสียงไม้กระทบกันดังติดกันสามครั้งเขารักษากระบี่ไว้ได้แต่ปลายกระบี่ของหลิงยวนหยุดอยู่ใต้ชายโครงแล้วจ้าวเฉิงนิ่งไป ก่อนถอนหายใจ“อย่างน้อยครั้งนี้ไม่หลุด”“เพราะเจ้ารู้แล้วว่าต้องรักษาสิ่งใด”เสียงตบมือดังจากริมลานหลินเยว่ซียืนอยู่ข้างเสี่ยวถัง ในมือมีถุงผ้ากับกระบอกน้ำจ้าวเฉิงหันไปทันที“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ก่อนกระบี่เจ้าจะบินรอบที่สาม”“เช่นนั้นเจ้าพลาดสองรอบแรก”“น่าเสียดายจริง ๆ”เขาใช้กระบี่ชี้นาง“ข้าหมายถึงพลาดตอนที่ข้ายังมีแรง”หลิงยวนลดอาวุธลง“พักก่อน อีกครู่ลองให
“ซ้าย!”หลินเยว่ซีขยับแผ่นอาคมไปทางซ้ายเสียงแตกเปรี๊ยะดังขึ้นทันทีแสงบนโต๊ะดับวูบ ควันสีขาวลอยผ่านปลายจมูก ก่อนจ้าวเฉิงซึ่งยืนดูอยู่จะยกมือปัดหน้าตนเอง“ข้าเพิ่งล้างหน้ามา”เสี่ยวถังชะงักอยู่ฝั่งตรงข้ามฉากไม้“ข้าหมายถึงซ้ายของข้า”เยว่ซีมองแผ่นอาคมในมือ แล้วค่อย ๆ วางลง“เช่นนั้นซ้ายของเราสองคนคงไม่ถูกกัน”เสียงหัวเราะดังจากข้างโต๊ะเสิ่นซูเหอใช้พู่กันเคาะขอบถาด“เพราะเหตุนี้จึงต้องตกลงกันก่อนเริ่ม ต่อไปใช้ทิศตะวันออกกับตะวันตก”การฝึกวันนี้จัดในห้องปิดด้านหลังเรือนรักษา หลังเกิดเรื่องผู้บุกรุก ผู้ไม่เกี่ยวข้องจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาดูบนโต๊ะมีถาดอาคมสองใบ คั่นด้วยฉากไม้สูงระดับสายตา ปราณสำหรับฝึกมาจากหินปราณก้อนเล็กใต้ฐาน ไม่ได้ดึงจากผู้ฝึก หากเดินผิดทาง แสงจะดับและต้องเริ่มใหม่เยว่ซีทำหน้าที่เลื่อนแผ่นอาคมควบคุมทางเดิน ส่วนเสี่ยวถังมองปลายทางแล้วบอกทิศหอวินัยอนุญาตให้เสี่ยวถังร่วมการฝึกพื้นฐานภายใต้การดูแล ข้อจำกัดเรื่องภารกิจและเอกสารสำคัญยังคงเดิมนางมาถึงก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วยาม พร้อมตำราที่คั่นหน้าด้วยเศษผ้าสามแห่งเยว่ซีเห็นแล้วไม่ได้กล่าวอะไรเพียงเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตร
“ห้ามนำหนังสือฉบับนี้ไปถึงเรือนรักษา”โม่หลิงยวนวางกระดาษลงต่อหน้าศิษย์รับส่งข่าวชายหนุ่มหน้าเสียทันที“แต่ตราประทับ—”“เป็นของปลอม”หลินเยว่ซียืนอยู่ข้างโต๊ะ มองมือของอีกฝ่ายที่กำชายเสื้อแน่นขึ้นเขาเป็นผู้นำหนังสือขอข้อมูลเส้นปราณเข้ามาเมื่อวาน เช้านี้จึงถูกเรียกมาสอบถามต่อหน้าผู้ดูแลหอวินัย“ข้าไม่ได้เปิดอ่านขอรับ คนส่งมีป้ายผ่านด่านกับหนังสือจากสำนักผู้จัดงาน ข้าตรวจชื่อแล้วจึงรับมา”หลิงยวนไม่ได้กล่าวโทษ“เขารอคำตอบอยู่ที่ใด”“เรือนรับรองด้านนอก เขาบอกว่าต้องกลับก่อนเที่ยง”“มีใครไปแจ้งเขาหรือยังว่าเราสอบถามผู้จัดงานแล้ว”“ยังขอรับ”หลิงยวนหันไปหาผู้ดูแลหอวินัย“ให้เขารอต่อ ตรวจป้ายผ่านด่านกับรายชื่อผู้เดินทาง อย่าเพิ่งให้คนเข้าไปล้อมเรือน”เมื่อศิษย์ออกไป เยว่ซีจึงถาม“ท่านคิดว่าเขายังไม่รู้ว่าเราพบหนังสือปลอม?”“หากรู้แล้ว เขาคงไม่รอถึงเช้า”“หรือเขาไม่รู้ว่าตนถือของปลอมมา”หลิงยวนมองนาง ก่อนพยักหน้า“จึงต้องรู้ก่อนว่าเขารับมาจากใคร”บนโต๊ะมีหนังสือจริงจากผู้จัดงานวางเทียบอยู่ด้วยลายตราคล้ายกันมาก ทว่าเส้นขอบด้านหนึ่งของตราจริงบิ่นไปเล็กน้อย ส่วนตราปลอมกลับสมบูรณ์ผู้ปลอมอาจเ
“หากข้าไม่ให้เจ้าลงประลองปราณ เจ้าจะทำอย่างไร”เสิ่นซูเหอถามขณะถอนนิ้วจากข้อมือหลินเยว่ซีนางมองประกาศรับสมัครบนโต๊ะ ก่อนเงยหน้าตอบ“ถามท่านว่าข้ายังขาดสิ่งใด หากฝึกทันก็ขอรับการประเมินใหม่ หากไม่ทัน ข้าจะลงเฉพาะกระบี่”“ไม่คิดขอให้หลิงยวนมาช่วยพูดหรือ”“หากเขาพูดแล้วเส้นปราณข้าแข็งแรงขึ้นได้ ท่านคงไม่ต้องตรวจนานเพียงนี้”เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากประตูโม่หลิงยวนยืนถือจดหมายอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อใดเสิ่นซูเหอปล่อยแขนเสื้อนางลง“เช่นนั้นฟังให้ครบ ข้าอนุญาตให้เจ้ารับการประเมิน ยังไม่ได้อนุญาตให้ลงประลอง ใช้ได้เฉพาะปราณไม้กับปราณน้ำตามขอบเขตที่ฝึก ห้ามฝืนเปิดสายอื่น”เยว่ซีพยักหน้า“การประเมินจะดูอะไรบ้างเจ้าคะ”“ใช้พลังได้เพียงใด รับแรงสะท้อนได้เท่าใด และหยุดได้หรือไม่”“ข้อสุดท้ายข้าฝึกอยู่ทุกวัน”เสิ่นซูเหอเลื่อนประกาศกลับให้นาง“หยุดตอนเหนื่อยกับหยุดตอนกำลังจะชนะ เป็นคนละเรื่องกัน”เยว่ซีก้มมองชื่อประเภทการประลองบนกระดาษเมื่อครู่สายตานางยังหยุดอยู่ตรงคำว่าปราณคราวนี้นางอ่านกติกาด้านล่างจนจบ⸻หลิงยวนรออยู่ใต้ชายคาเยว่ซีเดินออกมาพร้อมประกาศที่พับเก็บเรียบร้อย สายตาเห
กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สี่มันกระแทกพื้น กลิ้งไปหยุดแทบเท้าจ้าวเฉิงเขาก้มเก็บขึ้นมา แต่ยังไม่ยอมส่งคืน“หากเจ้ามองแต่ข้อมือข้า ข้าก็เพียงเปลี่ยนมือ”เยว่ซีคลึงนิ้วซึ่งถูกบิดออกจากด้ามกระบี่“ท่านเพิ่งใช้วิธีนี้ได้ครั้งเดียว อย่าเพิ่งพูดเหมือนทำสำเร็จมาทั้งชีวิต”“แต่ครั้งเดียวก็ทำให้กระบี่เจ้าอยู่กับข้า”เขายกกระบี่สองเล่มขึ้นอย่างพอใจใต้ต้นสน โม่หลิงยวนปิดจดหมายที่เพิ่งอ่านจบ ก่อนเดินเข้ามากลางลาน“ลองใหม่ คราวนี้ดูไหล่ด้วย”จ้าวเฉิงคืนกระบี่แล้วตั้งท่าเยว่ซีขยับเท้าซ้ายไปข้างหน้าเล็กน้อย นางไม่รีบเข้าจับข้อมือเหมือนก่อน รอจนเขาฟันเฉียงจึงยกกระบี่รับเพียงให้คมเบนออกมือซ้ายเอื้อมเข้าหาด้ามจ้าวเฉิงยิ้มแล้วเปลี่ยนมือทันทีแต่เยว่ซีเห็นไหล่เขาขยับก่อนนางไม่ตามจับมือใหม่ กลับก้าวประชิด ใช้แขนกดท่อนแขนเขาเข้าหาลำตัว แล้วหมุนด้ามกระบี่ของตนค้ำใต้ด้ามอีกเล่มกระบี่จ้าวเฉิงกระดกขึ้นเขารีบคลายนิ้ว ก่อนข้อมือจะถูกงัดตามเสียงไม้ตกพื้นดังอีกครั้งคราวนี้เป็นกระบี่ของเขาเยว่ซีถอยพ้นระยะทันทีจ้าวเฉิงก้มมองมือว่าง แล้วหันไปหาโม่หลิงยวน“ศิษย์พี่ ท่านเพิ่งบอกให้นางดูไหล่ เ







