หน้าหลัก / แฟนตาซี / พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ / บทที่ 15 ข้อเสนอจากชายผู้ไม่ควรไว้ใจ

แชร์

บทที่ 15 ข้อเสนอจากชายผู้ไม่ควรไว้ใจ

ผู้เขียน: โอสึเกะ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-19 23:55:08

เสียงนาฬิกาโบราณในห้องทำงานของราชาแวมไพร์ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนเข็มจะหยุดนิ่งราวกับกลไกภายในหวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

อาเดรียน วาลมอร์ยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้สีดำ ดวงตาสีแดงเข้มจับจ้องจดหมายที่เพิ่งถูกส่งมาถึงปราสาทแบล็กธอร์น ตราประทับบนซองเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวพาดผ่านเส้นเลือดสีดำ

สัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏบนกำแพงด้านเหนือ

และเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเห็นในความทรงจำเมื่อพันสองร้อยปีก่อน

“ใครเป็นคนนำมา”

น้ำเสียงของราชาแวมไพร์เย็นเยียบจนเซราฟีนที่ยืนอยู่ข้างประตูต้องก้มศีรษะเล็กน้อย

“ทหารยามพบมันบนโต๊ะรับรองพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีใครเห็นผู้ส่งสาร”

“แปลว่าคนของข้าปล่อยให้ใครบางคนเดินผ่านการป้องกันของปราสาทเข้ามาได้”

“ข้าจะเพิ่มกำลังตรวจตราทันที”

“ไม่ต้อง”

อาเดรียนหยิบจดหมายขึ้นมา เปลวไฟสีแดงเข้มลุกวาบระหว่างปลายนิ้ว แต่กระดาษกลับไม่ไหม้ ราวกับมีเวทมนตร์บางอย่างคอยปกป้องมัน

เขาฉีกซองออกอย่างไม่ใส่ใจ

ข้อความด้านในมีเพียงไม่กี่บรรทัด

ราชาผู้ถูกพันธนาการ

ทายาทแห่งจันทราเริ่มตื่นแล้ว แต่เจ้ากลับยังหลอกตัวเองว่าสามารถปกป้องนางได้

จงระวังคนที่อยากได้สิ่งเดียวกับเจ้า เพราะบางครั้งความปรารถนาของมนุษย์ก็ทำลายทุกสิ่งได้ง่ายกว่าคำสาปพันปี

แล้วพบกันในวันที่เลือดหยดสุดท้ายไหลลงสู่แท่นบูชา

ไม่มีชื่อผู้ส่ง

ไม่จำเป็นต้องมี

อาเดรียนจำลายมือเช่นนี้ได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานนับพันปี เขาก็ยังจำได้ว่ามือคู่นี้เคยลงนามในคำสั่งประหารคนบริสุทธิ์มาแล้วกี่คน

ลอร์ดวาเลเรียน

ชายผู้ควรตายไปพร้อมกับความลับในอดีต

“ฝ่าบาท” เซราฟีนเอ่ยอย่างระมัดระวัง “เขาต้องการยั่วยุให้พระองค์ลงมือ”

“ข้ารู้”

“เช่นนั้นเราควรรอให้เขาเผยตัวก่อนหรือไม่”

อาเดรียนยิ้มบาง ๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นไม่มีความขบขันอยู่แม้แต่น้อย

“คนอย่างวาเลเรียนไม่เผยตัวเพราะถูกเรียก เขาจะปรากฏตัวเมื่อมั่นใจว่าทุกคนยืนอยู่ในตำแหน่งที่เขาต้องการแล้วต่างหาก”

เขาวางจดหมายลงบนโต๊ะ

“ตามหาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์นี้ รวมถึงคนที่เคยรับใช้ราชวงศ์เมื่อพันสองร้อยปีก่อน ข้าต้องการรายชื่อทั้งหมดก่อนรุ่งสาง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“และอีกเรื่องหนึ่ง”

เซราฟีนหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตู

“อย่าให้โรสลินรู้เรื่องจดหมายฉบับนี้”

หัวหน้าราชองครักษ์เงียบไปชั่วครู่

“พระองค์คิดว่านางจะไม่สังเกตเห็นหรือพ่ะย่ะค่ะ”

อาเดรียนเหลือบมองเขา

“เจ้ากำลังตั้งคำถามกับคำสั่งข้า?”

“ข้าเพียงคิดว่าเลดี้โรสลินสังเกตเก่งกว่าที่พระองค์คาด”

“ถ้าเช่นนั้นก็ภาวนาให้นางไม่สังเกตเห็น”

เซราฟีนก้มศีรษะรับคำสั่ง แต่ก่อนจะออกไป เขาก็อดพูดไม่ได้

“บางครั้งการปกป้องใครสักคนด้วยการปิดบังความจริง อาจทำให้คนผู้นั้นยิ่งตกอยู่ในอันตราย”

อาเดรียนไม่ตอบ

ทว่าหลังประตูปิดลง เขากลับมองจดหมายบนโต๊ะอยู่นาน

คำพูดของเซราฟีนไม่ใช่สิ่งที่เขาไม่เคยคิด

เขาเพียงไม่ชอบคำตอบของมันเท่านั้น

โรสลิน วินเทอร์กำลังพยายามทำให้ถ้วยชาที่ลอยอยู่กลางอากาศกลับลงมาวางบนโต๊ะอย่างปลอดภัย

ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรยากสำหรับคนที่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองเป็นทายาทของราชวงศ์โบราณผู้ครอบครองพลังจันทรา

น่าเสียดายที่พลังจันทราดูเหมือนจะไม่สนใจความต้องการของเจ้าของเลยแม้แต่น้อย

“ลงมาเบา ๆ นะ” เธอพึมพำกับถ้วยชา “ขอร้องล่ะ วันนี้ฉันยังไม่อยากทำความสะอาดเศษกระเบื้อง”

ถ้วยชาหมุนคว้างหนึ่งรอบ

สองรอบ

จากนั้นน้ำชาก็สาดใส่หน้าของเธอเต็ม ๆ

โรสลินหลับตานิ่ง

หยดน้ำชาไหลจากปลายจมูกลงมาถึงริมฝีปาก

“อย่างน้อยก็ยังไม่แตก”

“ข้าควรแสดงความยินดีกับเจ้าหรือไม่”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากหน้าประตู

โรสลินสะดุ้งจนถ้วยชาร่วงลงบนโต๊ะในที่สุด

อาเดรียนยืนพิงกรอบประตูอยู่ในชุดสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมตรงลำคอหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นผิวขาวซีดและเส้นเลือดจาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง เขาดูเหมือนคนที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการควบคุมสิ่งใดในชีวิต

ซึ่งทำให้โรสลินรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเล็กน้อย

“ท่านมาที่นี่ทำไม”

“ข้าผ่านมา”

“ห้องฝึกพลังอยู่คนละทางกับห้องสมุนไพรนะคะ”

“ข้าเปลี่ยนใจเดินอ้อม”

“จากห้องทำงานของท่านน่ะหรือคะ”

“โรสลิน”

“เพคะ?”

“ถ้าเจ้ายังถามต่อ ข้าจะสั่งให้เจ้าฝึกควบคุมถ้วยชาไปจนถึงเช้า”

หญิงสาวรีบยกมือปิดปาก

อาเดรียนมองเส้นผมที่เปียกน้ำชาเล็กน้อยของเธอ ก่อนจะเดินเข้ามาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีดำจากกระเป๋าเสื้อส่งให้

โรสลินรับมาอย่างงุนงง

“ขอบคุณค่ะ”

“อย่าทำให้ข้าต้องเสียผ้าเช็ดหน้าบ่อยนัก”

“ฉันจะพยายามไม่ทำให้ถ้วยชากลั่นแกล้งฉันอีกค่ะ”

“ดี เพราะข้าไม่คิดจะประกาศสงครามกับเครื่องถ้วยชาของปราสาท”

โรสลินหลุดหัวเราะ

มันเป็นเสียงหัวเราะสั้น ๆ แต่ทำให้อาเดรียนชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเสียงเล็กน้อยเช่นนี้จึงทำให้บรรยากาศอันน่าเบื่อของปราสาทเปลี่ยนไปได้

ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อเสียงหัวเราะหยุดลง เขาจึงรู้สึกอยากได้ยินมันอีกครั้ง

อาเดรียนหันไปมองชั้นสมุนไพรแทน

“วันนี้เจ้าเรียนเรื่องอะไร”

“การควบคุมพลังผ่านวัตถุค่ะ ฉันพยายามใช้พลังจันทรายกถ้วยชาโดยไม่ทำให้น้ำข้างในกระฉอก”

“แล้วผลลัพธ์คือเจ้าอาบน้ำชา”

“ท่านไม่จำเป็นต้องสรุปให้ฟังก็ได้ค่ะ ฉันเห็นผลลัพธ์ชัดเจนอยู่แล้ว”

มุมปากของอาเดรียนขยับนิดหนึ่ง

โรสลินสังเกตเห็น แต่ไม่แน่ใจว่าควรนับมันเป็นรอยยิ้มหรือเป็นเพียงอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อบนใบหน้า

“พลังของเจ้าไม่ได้ตอบสนองต่อคำสั่งเพียงอย่างเดียว” เขากล่าว “มันตอบสนองต่ออารมณ์ด้วย หากเจ้ายังกลัวว่าจะทำพลาด เจ้าก็จะยิ่งทำพลาด”

“ถ้าอย่างนั้นฉันต้องไม่กลัว?”

“เจ้าต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”

โรสลินมองถ้วยชา

“ฟังดูยากกว่าเดิมอีกนะคะ”

“พลังที่สามารถทำลายผนึกโบราณได้ ไม่ใช่ของเล่นสำหรับฝึกด้วยความหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง”

น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น

โรสลินเงยหน้ามองเขา ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

เธอรู้ดีว่าพลังในตัวเองอาจเป็นอันตราย และรู้ว่าหากไม่เรียนรู้ที่จะควบคุมมัน วันหนึ่งอาจมีใครต้องบาดเจ็บเพราะความผิดพลาดของเธอ

แต่เธอก็ไม่ต้องการใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน

“ฉันจะฝึกต่อค่ะ”

อาเดรียนสบตาเธอ

“ดี”

เพียงคำเดียว แต่ครั้งนี้โรสลินกลับรู้สึกว่ามันเป็นคำชมจริง ๆ

เธอหันกลับไปหาถ้วยชา ตั้งสมาธิและยกมือขึ้น แสงสีเงินจาง ๆ ปรากฏรอบถ้วยก่อนที่มันจะค่อย ๆ ลอยขึ้นจากโต๊ะ

น้ำชาในถ้วยสั่นเล็กน้อย

โรสลินกัดริมฝีปาก ตั้งใจประคองมันให้มั่นคง

ถ้วยชาเคลื่อนผ่านอากาศช้า ๆ ก่อนลงแตะพื้นโต๊ะอย่างนุ่มนวล

ไม่มีน้ำหกแม้แต่หยดเดียว

ดวงตาของเธอเป็นประกาย

“ฉันทำได้แล้ว!”

“ข้าเห็น”

“ครั้งนี้ไม่มีอะไรหกเลยนะคะ!”

“ข้าก็เห็นเช่นกัน”

“ท่านช่วยแสดงความยินดีให้มากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือคะ”

อาเดรียนเลิกคิ้ว

“เจ้าต้องการให้ข้าปรบมือหรือ”

“ถ้าท่านไม่ลำบากเกินไป—”

เขาปรบมือสองครั้งอย่างเชื่องช้า

โรสลินจ้องเขา

อาเดรียนจ้องกลับ

“พอใจหรือยัง”

เธอหัวเราะออกมาอีกครั้ง

และคราวนี้ราชาแวมไพร์ไม่ได้หันหน้าหนีเร็วเท่าครั้งก่อน

ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของผืนป่า คัลเลน แบล็กวูดกำลังอ่านจดหมายที่ไม่ควรได้รับ

เขามาถึงกระท่อมร้างบริเวณชายแดนตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ตก ตามข้อความที่ส่งมาจากบุคคลนิรนาม ผู้ส่งอ้างว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับโรสลินและพันธะเลือดของเธอกับราชาแวมไพร์

คัลเลนรู้ว่าอาจเป็นกับดัก

แต่ความเป็นไปได้นั้นไม่ได้ทำให้เขาหันหลังกลับ

นับตั้งแต่โรสลินถูกขับไล่ เขาก็เริ่มรู้สึกถึงช่องว่างบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กลิ่นของคู่แท้ที่เคยอยู่ใกล้ตัวกลับเลือนหายไป เหลือเพียงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเป็นระยะโดยไม่มีคำอธิบาย

ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการปฏิเสธพันธะ

แต่เมื่อข่าวแพร่สะพัดว่าโรสลินอยู่ในปราสาทแบล็กธอร์นกับราชาแวมไพร์ ความเจ็บปวดนั้นกลับรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่เขานึกถึงทั้งสองคน

เขาเกลียดมัน

เกลียดที่ผู้หญิงซึ่งครั้งหนึ่งเคยมองเขาด้วยความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข กำลังใช้ชีวิตอยู่ข้างชายอื่น

ทั้งที่คนที่ผลักเธอออกไปก็คือตัวเขาเอง

คัลเลนกำจดหมายแน่น ก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้นจากเงามืดภายในกระท่อม

“เจ้ามาตรงเวลา”

ชายในเสื้อคลุมสีเทาก้าวออกมาจากหลังเสา ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงา แต่ตรงข้อมือมีรอยสัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวพาดผ่านเส้นเลือดสีดำ

คัลเลนถอยหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ

“เจ้าเป็นใคร”

“คนที่รู้ว่าเจ้าต้องการอะไร”

“ถ้าเจ้ารู้จริง ก็คงรู้ว่าข้าไม่ชอบพูดกับคนที่ซ่อนหน้า”

ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ

“อัลฟ่าหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับปล่อยให้คู่แท้หลุดมือไปอยู่กับแวมไพร์ เจ้าคงไม่ชอบให้ใครพูดถึงเรื่องนี้นัก”

ดวงตาของคัลเลนวาวโรจน์

“ระวังปากของเจ้า”

“หรือข้าพูดผิด?”

ความเงียบปกคลุมกระท่อม

คัลเลนอยากปฏิเสธ อยากบอกว่าการตัดสินใจของเขามีเหตุผล และการแต่งงานกับเซเลสเทียเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของฝูง

แต่เมื่อคำพูดเหล่านั้นมาถึงปลายลิ้น เขากลับพบว่าตัวเองไม่อาจเอ่ยออกมาได้อย่างมั่นใจเหมือนเมื่อก่อน

ชายในเสื้อคลุมยื่นขวดแก้วขนาดเล็กให้

ภายในมีของเหลวสีแดงเข้มเพียงหยดเดียวลอยอยู่กลางขวด

“เลือดของราชาแวมไพร์”

คัลเลนขมวดคิ้ว

“เป็นไปไม่ได้”

“เป็นไปได้ หากเจ้ารู้ว่าจะต้องเอามันมาอย่างไร”

“แล้วข้าจะได้อะไรตอบแทน”

“โอกาสแก้ไขความผิดพลาดของเจ้า”

คำพูดนั้นแทงลึกเข้าไปในใจมากกว่าที่คัลเลนอยากยอมรับ

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“พันธะคู่แท้ไม่ใช่สิ่งที่แก้ไขไม่ได้ เลือดของราชาแวมไพร์สามารถใช้เปิดทางให้เจ้าเข้าใกล้โรสลินอีกครั้ง หากพิธีดำเนินไปอย่างถูกต้อง นางจะรู้สึกถึงพันธะเดิมชัดเจนขึ้น”

“ข้าไม่ต้องการใช้เวทมนตร์บังคับนาง”

ชายลึกลับนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แน่นอน ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าบังคับนาง ข้าเพียงเสนอให้เจ้ามีโอกาสพูดกับนางอีกครั้ง”

“แล้วเจ้าต้องการอะไรจากเลือดหยดนั้น”

“สิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“ถ้าไม่เกี่ยวกับข้า เหตุใดต้องให้ข้าเป็นคนหา?”

“เพราะเจ้าเป็นคนเดียวที่มีเหตุผลมากพอจะเข้าใกล้โรสลิน และมีความเกลียดชังมากพอจะยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อทวงคืนสิ่งที่เสียไป”

คัลเลนกำหมัดแน่น

“ข้าไม่ได้เกลียดโรสลิน”

“ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าเกลียดนาง”

ชายคนนั้นเอียงศีรษะเล็กน้อย

“เจ้าต่างหากที่กำลังเกลียดผู้ชายที่อยู่ข้างนาง”

ภาพของอาเดรียนผุดขึ้นในความคิดคัลเลนทันที

ราชาแวมไพร์ผู้มีทุกอย่าง ทั้งอำนาจ ความมั่งคั่ง และความน่าเกรงขาม เขาสามารถมอบความปลอดภัยให้โรสลินได้มากกว่าที่คัลเลนเคยทำเสียอีก

ความจริงข้อนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า

“ถ้าข้าหาเลือดมาให้เจ้าได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น”

“เจ้าจะได้โอกาสทวงคืนสิ่งที่ต้องการ”

“และถ้าข้าไม่ยอม?”

ชายในเสื้อคลุมเก็บขวดแก้วกลับไป

“เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปแต่งงานกับเซเลสเทีย ใช้ชีวิตในฐานะอัลฟ่าผู้ตัดสินใจถูกต้องทุกอย่าง และปล่อยให้โรสลินเลือกผู้ชายคนใหม่ของนาง”

เขาหันหลังให้คัลเลน

“ข้าไม่ได้บังคับเจ้า คัลเลน แบล็กวูด ข้าเพียงนำทางเลือกมาให้”

ก่อนที่คัลเลนจะทันถามคำถามต่อ ร่างของชายคนนั้นก็สลายไปในเงามืด เหลือเพียงกลิ่นเวทมนตร์จาง ๆ และความรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งถูกดึงเข้าไปใกล้บางสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง

คัลเลนยืนนิ่งอยู่นาน

เขารู้ว่าควรปฏิเสธ

เลือดของอาเดรียนไม่ใช่สิ่งที่ใครจะหยิบฉวยได้โดยไม่มีผลตามมา และการทำพิธีที่เกี่ยวข้องกับพันธะคู่แท้โดยไม่รู้ผลลัพธ์อาจทำให้โรสลินได้รับอันตราย

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเสี่ยงกลับเป็นความคิดหนึ่งที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลย โรสลินอาจไม่มีวันหันกลับมามองเขาอีก

เขาก้มมองมือตัวเอง

มือที่เคยปล่อยเธอไปอย่างง่ายดาย

“ข้าต้องการแค่คุยกับนาง” เขาพึมพำ ราวกับกำลังหาเหตุผลให้ตัวเอง “แค่โอกาสเดียว”

ทว่าความปรารถนาที่เริ่มต้นจากคำว่า โอกาสเดียว มักไม่เคยหยุดอยู่เพียงเท่านั้น

เมื่อค่ำคืนลึกลง โรสลินกลับมายังห้องพักพร้อมหนังสือสามเล่มที่เอเวอเร็ตต์อนุญาตให้ยืมจากห้องสมุดชั้นใน

เธอวางหนังสือบนโต๊ะ ก่อนหยิบจี้หินสีขาวของมารดาออกมาจากใต้เสื้อ

แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างสูง กระทบผิวหินจนเกิดประกายสีเงินจาง ๆ

ตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องทำงานของอาเดรียน เธอก็รู้สึกว่าจี้ชิ้นนี้ตอบสนองต่อพลังในตัวเองมากขึ้น บางครั้งมันอุ่นขึ้นเมื่อเธอเข้าใกล้อาเดรียน บางครั้งกลับเย็นเฉียบเมื่อมีใครพูดถึงวาเลเรียน

คืนนี้มันกำลังสั่นเบา ๆ อยู่บนฝ่ามือ

โรสลินขมวดคิ้ว

“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ”

ทันใดนั้น แสงสีเงินก็พุ่งออกจากจี้

ภาพบางอย่างปรากฏขึ้นกลางอากาศ

เป็นห้องโถงสีขาวที่เธอเคยเห็นในนิมิต หญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่กลางห้อง อุ้มทารกตัวเล็กไว้แนบอก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเศร้า

โรสลินก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว

“ท่านแม่…”

หญิงในภาพเงยหน้าขึ้นราวกับได้ยินเสียงของเธอ

“หากเจ้ามองเห็นสิ่งนี้ แสดงว่าพันธะเริ่มตื่นแล้ว”

เสียงนั้นสั่นพร่า แต่ยังคงอ่อนโยนอย่างประหลาด

“จงจำไว้ เลือดอาจเชื่อมโยงสองชีวิตเข้าด้วยกัน แต่ไม่มีพันธะใดมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนหัวใจของเจ้า”

โรสลินกลั้นหายใจ

“และเมื่อผู้ที่ถูกทรยศกลับมาเรียกร้องสิ่งที่ตนเคยทิ้งไป จงอย่าสับสนระหว่างความเสียใจของเขากับความรักที่เจ้าสมควรได้รับ”

ภาพเริ่มพร่าเลือน

ก่อนหายไป หญิงผมสีเงินหันมองด้านหลังด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“อย่าให้เขาได้เลือดหยดสุดท้าย…”

แสงดับลงทันที

โรสลินยืนตัวแข็งอยู่กลางห้อง

คำเตือนนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยิน แต่ครั้งนี้มันชัดเจนกว่าเดิม และมีบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อาจสลัดความรู้สึกหวาดหวั่นออกไปได้

ผู้ที่ถูกทรยศกลับมาเรียกร้องสิ่งที่ตนเคยทิ้งไป

คัลเลน

เธอไม่รู้ว่าเหตุใดคำพูดของมารดาจึงทำให้คิดถึงเขา แต่ความรู้สึกไม่สบายใจกลับเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ

โรสลินกำจี้ไว้แน่น

เธอไม่ต้องการกลับไปหาคัลเลน ไม่ต้องการพิสูจน์ให้ใครเห็นว่าเธอมีค่าพอจะได้รับความรัก และยิ่งไม่ต้องการให้ใครใช้ความรู้สึกของเธอเป็นเครื่องมืออีก

แต่ถ้าคัลเลนกำลังถูกใครบางคนชักจูง…

เธอก็ไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นอันตรายต่อทุกคนได้

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง

โรสลินรีบซ่อนจี้กลับเข้าใต้เสื้อ

“ใครคะ?”

“ข้าเอง”

อาเดรียน

เธอเปิดประตู พบว่าเขายืนอยู่ในทางเดินพร้อมสีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“พรุ่งนี้เจ้าจะหยุดฝึกพลังหนึ่งวัน”

โรสลินกะพริบตา

“ทำไมคะ?”

“ข้าต้องจัดการเรื่องบางอย่าง”

“เรื่องอะไร?”

“เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

คำตอบนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอจางลง

เธอมองเขานิ่ง ๆ ก่อนถามด้วยเสียงสงบ

“ท่านกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่า”

อาเดรียนไม่ตอบทันที

เพียงความเงียบไม่กี่วินาที โรสลินก็รู้แล้วว่าคำตอบคืออะไร

“ฉันคิดว่าเราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ปิดบังเรื่องที่จำเป็นต่อกัน”

“ข้าไม่ได้ปิดบังสิ่งที่จำเป็นต่อเจ้า”

“แล้วใครเป็นคนตัดสินว่าอะไรจำเป็นต่อฉันคะ?”

ดวงตาสีแดงของอาเดรียนเข้มขึ้น

ไม่มีใครในปราสาทกล้าตั้งคำถามกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ และคนส่วนใหญ่คงไม่กล้าสบตาเขานานพอจะรอคำตอบด้วยซ้ำ

แต่โรสลินยังยืนอยู่ตรงนั้น

ไม่ถอยหนี

“ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย”

“ฉันเข้าใจค่ะ แต่การไม่บอกอะไรฉันเลยไม่ได้ทำให้ฉันปลอดภัยขึ้นเสมอไป”

คำพูดของเซราฟีนย้อนกลับมาในความคิดอาเดรียนอย่างน่ารำคาญ

เขามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนเอ่ยอย่างช้า ๆ

“มีคนกำลังพยายามใช้เจ้าเพื่อเข้าถึงสิ่งที่เขาต้องการ”

หัวใจของโรสลินกระตุก

“วาเลเรียนหรือคะ?”

“มีความเป็นไปได้สูง”

“แล้วเกี่ยวข้องกับคัลเลนด้วยหรือเปล่า”

คราวนี้อาเดรียนเงียบไปนานกว่าเดิม

โรสลินหลุบตาลงเล็กน้อย

“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

“โรสลิน”

“ฉันจะไม่ออกจากปราสาทโดยไม่บอกท่าน และจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับคัลเลนหรือวาเลเรียน ฉันขอให้ท่านบอกความจริงกับฉัน”

อาเดรียนมองเธอ

เขาเคยคิดว่าการปกป้องใครสักคนหมายถึงการยืนขวางอันตรายทั้งหมดไว้ด้วยตัวเอง

แต่โรสลินไม่ได้ต้องการให้เขายืนขวางทุกสิ่ง

เธอต้องการยืนอยู่ข้างเขา โดยมีสิทธิ์รับรู้และตัดสินใจด้วยตัวเอง

“ข้าจะบอกเมื่อมีข้อมูลที่ยืนยันได้”

“นั่นเป็นคำสัญญาหรือเปล่าคะ”

“อย่าทดสอบความอดทนของข้า”

“ฉันแค่ถามค่ะ”

อาเดรียนถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนที่ไม่เคยชินกับการต้องอธิบายตัวเองให้ใครฟัง

“ใช่ ข้าสัญญา”

โรสลินยิ้มบาง ๆ

“ขอบคุณค่ะ”

เธอกำลังจะปิดประตู แต่เสียงของเขากลับรั้งเธอไว้

“อีกเรื่องหนึ่ง”

“คะ?”

“หากคัลเลนติดต่อมา อย่าพบเขาตามลำพัง”

โรสลินนิ่งไป

“ท่านคิดว่าเขาจะทำอะไรฉันหรือคะ?”

“ข้าไม่สนใจว่าเขาคิดจะทำอะไร”

น้ำเสียงของอาเดรียนต่ำลงจนบรรยากาศในทางเดินเย็นเยียบ

“ข้าสนใจเพียงว่าเขาจะมีโอกาสทำอะไรเจ้าได้หรือไม่”

โรสลินรู้สึกถึงความร้อนบางอย่างแล่นขึ้นบนใบหน้าอย่างห้ามไม่ได้

เธอไม่แน่ใจว่าควรกลัวคำพูดนั้น หรือควรเขินที่ชายผู้เย็นชาและน่ากลัวที่สุดในปราสาทกำลังแสดงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบังนัก

“ฉันจะระวังค่ะ”

“ดี”

อาเดรียนหันหลังเดินจากไป

แต่เมื่อเขาเดินถึงปลายทางเดิน เสียงของโรสลินก็ดังตามหลังมา

“อาเดรียนคะ!”

เขาหยุดฝีเท้า

น้อยคนนักจะกล้าเรียกชื่อเขาโดยไม่มีตำแหน่งนำหน้า

“อะไรอีก”

“พรุ่งนี้ถ้าท่านยุ่ง ฉันจะฝึกควบคุมพลังด้วยตัวเองค่ะ แต่จะไม่ทำถ้วยชาแตกเพิ่มแล้ว”

อาเดรียนหันกลับมามองเธอ

“ข้าจะถือคำพูดเจ้าเป็นสัญญา”

“ตกลงค่ะ”

“และโรสลิน…”

“คะ?”

“อย่าให้ใครเห็นเลือดของเจ้าโดยไม่จำเป็น”

คราวนี้รอยยิ้มของโรสลินหายไป

“ฉันจะระวังค่ะ”

อาเดรียนมองเธออีกครู่หนึ่ง ก่อนเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

เขาไม่ได้บอกเธอว่าจดหมายของวาเลเรียนเพิ่งมาถึง

ไม่ได้บอกว่าศัตรูอาจกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด

และไม่ได้บอกว่าชื่อของคัลเลน แบล็กวูดเริ่มปรากฏขึ้นในรายงานการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยบริเวณชายแดน

เพราะในเวลานี้ เขายังไม่มีหลักฐานเพียงพอ

แต่สิ่งหนึ่งที่อาเดรียนรู้แน่ชัดคือ วาเลเรียนกำลังขยับหมาก และชายที่เคยปฏิเสธโรสลินอาจกำลังกลายเป็นหมากตัวสำคัญที่สุดของอีกฝ่าย

ภายในกระท่อมร้าง คัลเลนยังคงยืนอยู่ที่เดิม

ขวดแก้วขนาดเล็กถูกวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเขา

เขาไม่รู้ว่าชายลึกลับกลับมาเมื่อใด แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ขวดแก้วนั้นก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว

พร้อมกระดาษแผ่นใหม่

เจ้ามีเวลาจนถึงคืนพระจันทร์เต็มดวง

จงตัดสินใจว่าจะยอมเสียทุกอย่างเพื่อทวงคืนสิ่งที่ต้องการ หรือจะยืนมองคนอื่นครอบครองมันไปตลอดกาล

คัลเลนขยำกระดาษทิ้ง

“ข้าไม่ใช่หุ่นเชิดของเจ้า”

ไม่มีเสียงตอบกลับ

เขามองขวดแก้วอีกครั้ง ก่อนยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา

เลือดสีแดงเข้มภายในขวดส่องประกายวูบหนึ่ง ราวกับรับรู้ถึงความลังเลของเขา

คัลเลนกำขวดแน่น

“ข้าแค่ต้องการคุยกับนาง”

เขาพูดซ้ำอีกครั้ง

แต่คราวนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า นั่นคือความจริงทั้งหมดหรือเป็นเพียงข้ออ้างที่ใช้ปลอบใจตัวเอง

และที่ไหนสักแห่งในเงามืดของปราสาทแบล็กธอร์น วาเลเรียนกำลังรอคอยด้วยรอยยิ้มบางเบา

เพราะเขาไม่จำเป็นต้องบังคับให้คัลเลนทรยศ

เขาเพียงต้องทำให้ชายคนนั้นเชื่อว่า การทรยศคือหนทางเดียวที่จะได้สิ่งที่สูญเสียกลับคืนมา

เลือดของราชาแวมไพร์หนึ่งหยด

หัวใจของหญิงสาวหนึ่งดวง

และพันธะโบราณที่กำลังรอวันตื่นขึ้นอีกครั้ง

ทุกอย่างกำลังเคลื่อนไปสู่คืนพระจันทร์เต็มดวง

และครั้งนี้ คนที่ต้องเลือกระหว่างความปรารถนากับสิ่งที่ถูกต้อง อาจไม่ได้มีเพียงคัลเลนคนเดียว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 55 เมื่อจันทราเลือกหัวใจ

    รุ่งอรุณแรกหลังจากการล่มสลายของแดนไร้นามมาถึงอย่างเงียบงัน แสงสีทองส่องผ่านหน้าต่างสูงของปราสาทแวมไพร์ สาดลงบนพื้นหินอ่อนที่เคยเย็นเยียบมานานนับศตวรรษ ทหารเวรยามกลับมาประจำตำแหน่ง ผู้คนที่เคยสูญเสียความทรงจำเริ่มจดจำชื่อของตนเองได้อีกครั้ง และข่าวการรอดชีวิตของราชาแวมไพร์ก็แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักร ทว่าสำหรับโรสลิน วินเทอร์ การกลับมาของแสงสว่างไม่ได้หมายความว่าทุกคำถามจะได้รับคำตอบ เธอยืนอยู่ริมระเบียง มองท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีน้ำเงินเข้ม มือข้างหนึ่งแตะจี้หินสีขาวซึ่งได้รับการซ่อมแซมด้วยเวทมนตร์ของเอเวอเร็ตต์ แม้มันจะไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่เศษหินทั้งสองชิ้นกลับเชื่อมติดกันอย่างมั่นคง ไม่มีชื่อซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีคำสั่งจากอดีต มีเพียงแสงสีเงินจาง ๆ ที่ส่องสว่างเมื่อเธอต้องการเท่านั้น “เจ้าตื่นตั้งแต่เมื่อไร” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง โรสลินหันกลับไปเห็นอาเดรียนยืนอยู่ตรงประตู เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบง่าย ไม่มีมงกุฎ ไม่มีเครื่องหมายราชวงศ์ และไม่มีดาบประจำตัว เขาดูเหมือนผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันยาวนานมาเช่นเดียวกับเธอ “ไม่นานค่ะ” “ข้าให้คนเตรียมอาหารไว้แล

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 54 ความจริงก่อนรุ่งอรุณ

    “ต้นกำเนิดของเจ้าเอง” คำพูดของอาเดรียนทำให้โรสลินนิ่งงัน รอบตัวพวกเขา ห้องหินกำลังพังทลาย แสงสีดำจากรอยแยกบนพื้นค่อย ๆ แผ่กระจายไปตามผนัง เสียงของสิ่งที่อยู่หลังประตูยังคงกระซิบเรียกชื่อผู้คนที่ไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป แต่โรสลินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง เธอค่อย ๆ ปล่อยมือจากอาเดรียน “อธิบายมา” อาเดรียนไม่หลบสายตา “ข้าจะอธิบายทุกอย่างที่ข้าจำได้ แต่ข้าไม่กล้ารับรองว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นความจริง” “เริ่มจากเรื่องที่คุณเพิ่งพูด” เขาสูดลมหายใจลึก “หญิงที่ข้าเคยรู้จักในนามอิซาราไม่ได้เป็นเพียงผู้ถือครองนามแห่งพันธสัญญา นางเป็นร่างที่ใช้กักเก็บตัวตนของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ผู้หญิงที่อยู่ก่อนการกำเนิดราชวงศ์จันทรา และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่สืบทอดมาถึงเจ้า” โรสลินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว “ผู้หญิงหลังผนึก” “ใช่” “ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์จันทรา” “ข้าคิดว่าใช่” เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น “ทุกคนมีคำตอบให้ฉันครึ่งเดียวเสมอ” อาเดรียนก้มหน้าลง “ข้าขอโทษ” “อย่าเพิ่งขอโทษแทนสิ่งที่คุณยังไม่รู้” โรสลินตอบ “ฉันต้องการความจริง ไม่ใช่ความรู้สึกผิดของคุณ” เขาเงยห

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 53 หัวใจที่ไม่ยอมตาย

    “อิซารา... ผู้หญิงที่ข้าฆ่าเพื่อให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่” เสียงนั้นดังสะท้อนทั่วห้องหิน ราวกับไม่ได้มาจากหัวใจสีดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่ดังขึ้นจากภายในร่างของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น โรสลินไม่อาจละสายตาจากสิ่งตรงหน้าได้ หัวใจสีดำเต้นช้า ๆ มีเส้นแสงสีแดงแทรกอยู่ตามรอยแตก และทุกครั้งที่มันบีบตัว พลังจันทราในร่างของเธอจะตอบสนองราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหา เธอรู้สึกถึงความเศร้า ความเจ็บปวด และความรักที่รุนแรงจนเกือบกลายเป็นความเกลียดชัง แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความรู้สึกทั้งหมดนั้นไม่ใช่ของเธอ “อย่าเข้าใกล้มัน” อาเดรียนเตือน เขายืนอยู่ข้างเธอ ดาบในมือพร้อมรับมือกับทุกสิ่ง ทว่าแววตาของเขากลับจับจ้องหัวใจสีดำด้วยความสับสนอย่างที่โรสลินไม่เคยเห็นมาก่อน “มันกำลังเชื่อมต่อกับเจ้า” “ฉันรู้” “ถ้าเช่นนั้น ถอยออกมา” โรสลินหันไปมองเขา “คุณกำลังสั่งฉันหรือขอให้ฉันระวัง” อาเดรียนชะงัก ก่อนลดดาบลงเล็กน้อย “ข้ากำลังขอให้เจ้าระวัง เพราะข้าไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรกับเจ้า” เธอพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะระวัง แต่ฉันจะไม่หนีจากความจริงเพียงเพราะมันน่ากลัว” อาเดรียนไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงขยับเข้าม

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 52 หัวใจของผู้ถูกลบ

    เสียงแตกร้าวของจี้หินสีขาวยังคงก้องอยู่ในหูของโรสลิน เศษหินสองชิ้นตกลงบนพื้นหินสีดำ แสงสีเงินที่เคยส่องสว่างจากจี้ค่อย ๆ ดับลง ทว่าก่อนที่มันจะมอดหายไปโดยสมบูรณ์ อักขระเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในกลับปรากฏขึ้นชั่วขณะ ไม่ใช่ชื่อโรสลิน วินเทอร์ ไม่ใช่ชื่ออิซารา แต่เป็นสัญลักษณ์วงแหวนสามวงซ้อนกัน และมีเส้นหนึ่งพาดผ่านตรงกลาง โรสลินก้มมองเศษจี้ ก่อนเงยหน้าขึ้นเผชิญชายที่มีใบหน้าเหมือนอาเดรียน “คุณพูดว่าฉันขโมยหัวใจของคุณไป หมายความว่าอย่างไร” ชายคนนั้นยิ้มอย่างคนที่รอคำถามนี้มานาน “เจ้าจำไม่ได้จริง ๆ หรือ” “ถ้าฉันจำได้ ฉันคงไม่ถาม” “เจ้าก็ยังใจร้อนเหมือนเดิม” “ส่วนคุณก็ยังพูดมากโดยไม่ตอบคำถามเหมือนเดิม” รอยยิ้มของเขาหายไปชั่วขณะ ด้านหลังโรสลิน อาเดรียนตัวจริงยืนเงียบสนิท ตั้งแต่วาเลเรียนเรียกชายอีกคนว่า ฝ่าบาท เขาก็ไม่เอ่ยอะไรอีกเลย ดวงตาสีแดงจับจ้องแผ่นโลหะในมือวาเลเรียนราวกับกำลังพยายามดึงความทรงจำที่ถูกฝังไว้กลับคืนมา “ส่งแผ่นโลหะนั่นมา” อาเดรียนกล่าวในที่สุด วาเลเรียนเลิกคิ้ว “ฝ่าบาทต้องการสิ่งนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าประชด” “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าไม่แน่ใจว่

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 51 เงาสะท้อนของราชาแวมไพร์

    “ในที่สุดเจ้าก็มาถึง อิซารา” เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางห้องหินอันเงียบงัน โรสลินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งกำจี้หินสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงลำคอ ขณะที่อาเดรียนตัวจริงก้าวมายืนเคียงข้างเธอ ดวงตาสีแดงของราชาแวมไพร์จับจ้องชายอีกคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงเข้ม รูปร่างสูงสง่า และดาบประจำราชวงศ์แวมไพร์ในมือ แม้แต่รอยแผลเล็ก ๆ ตรงข้อนิ้วมือซ้ายก็เหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแววตา อาเดรียนที่ยืนอยู่ข้างโรสลินมีความเยือกเย็นที่ผ่านความเจ็บปวดมานับพันปี ส่วนชายบนแท่นหินกลับมีแววตาของผู้ที่ไม่เคยยอมรับการสูญเสีย และพร้อมทำลายทุกสิ่งเพื่อเอาคืน “ถอยไปจากนาง” อาเดรียนตัวจริงเอ่ยเสียงต่ำ ชายอีกคนหัวเราะเบา ๆ “เจ้ากล้าสั่งข้าหรือ” “ข้าไม่จำเป็นต้องสั่งตัวเอง” “ตัวเอง?” อีกฝ่ายเอียงคอเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ อาเดรียน” บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง เส้นสีดำที่พันธนาการชายผมสีเงินบนแท่นหินขยับราวกับสิ่งมีชีวิต มันเลื้อยผ่านแขนและลำคอของเขา ก่อนจะรัดแน่นขึ้นเมื่อชายผู้นั้นพยายามขยับตัว โรสลินมองภาพนั้นแล้วก้าวไปข้างหน้า “ก่อนจะมีใครเริ่มต่อสู้ก

  • พันธะเลือดลูน่าผู้นิราศ   บทที่ 50 ชีวิตที่แลกด้วยชื่อ

    เสียงของชายผมสีเงินยังคงดังก้องอยู่ในหัวของโรสลิน แม้แผ่นโลหะสีเงินบนโต๊ะจะดับแสงลงแล้วก็ตาม ชื่อของข้าไม่ใช่สิ่งที่ถูกขโมยไป แต่เป็นสิ่งที่ข้าใช้แลกกับชีวิตของเจ้าเอง โรสลินยืนนิ่ง มือที่จับแผ่นโลหะเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก “เขากำลังพยายามบอกอะไรฉันกันแน่…” อาเดรียนยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม “บางทีเขาอาจยอมสละชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเจ้าให้รอดจากการถูกลบ” “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมชื่อของฉันถึงถูกเปลี่ยนตามไปด้วย?” “เพราะชื่อของเจ้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่เขาทำไว้” โรสลินหลับตาลง พยายามจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา ผู้สืบทอดคนแรกถูกลบออกจากโลกเพื่อให้ผู้สืบทอดคนที่สองมีชีวิตอยู่ ชายผมสีเงินยอมแลกชื่อของตัวเองเพื่อช่วยเธอ ขณะที่ชื่อเดิมของเธอกลับถูกซ่อนเอาไว้ และอาเดรียนก็มีคำสาปที่เชื่อมโยงกับเธอมานานกว่าพันปี ทุกอย่างเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีใครยอมเปิดเผยความจริงทั้งหมด “ฉันจะไม่ยอมให้ใครใช้ชีวิตของฉันเป็นข้ออ้างในการเสียสละตัวเองอีกแล้ว” เธอกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นพ่อของฉัน อิซารา หรือแม้แต่คุณ” อาเดรียนมองเธออย่างจริงจัง “ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น” “คุณเคยพูดแบบน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status