Mag-log inความบังเอิญนำพาให้หัวใจสองดวงมาใกล้ชิด ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานของขนมที่เชื่อมโยง... แต่ความรักที่เบ่งบานกลับต้องเผชิญหน้ากับกำแพงแห่งฐานะ และความไม่พอใจจากคนรอบข้าง
view moreคุณเคยสงสัยไหมว่า เวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน เมียคุณแอบทำอะไร?
ผมขอเริ่มต้นเรื่องนี้ด้วยคำถามข้างต้นก็แล้วกันนะครับ เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีคำถามนี้ในใจ แต่เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะว่าผมกำลังคิดว่าหนิงเมียผมจะนอกใจไปมีชู้ เพราะเราแต่งงานกันมาหลายปี จนมีลูกด้วยกัน 1 คน แล้วผมก็รู้ว่าหนิงรักผมมาก แถมขี้หึงสุดๆ ผมกับหนิงเรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เป็นรุ่นเดียวกัน แต่ก่อนที่จะมาคบกับผมหนิงคบอยู่กับเอ็มหนุ่มคณะข้างๆ แต่แล้วก็มีอันเลิกรากันไป พอขึ้นปี 3 ผมกับหนิงก็เลยเริ่มศึกษาดูใจกัน อารมณ์ประมาณว่าปลอบกันไปปลอบกันมาเลยจีบมาทำแฟนซะเลย แล้วก็ตามครรลองที่มันควรจะเป็นนั่นแหละครับ ผู้หญิงกับผู้ชายคบกันมันก็ต้องลงเอยที่มีอะไรกันจนได้ไม่ช้าก็เร็ว พอคบกันได้สามเดือนผมก็เผด็จศึกหนิงในคืนหนึ่งหลังจากที่พาหนิงมานอนด้วยที่ห้อง เพราะคืนนั้นเรากับเพื่อนไปกินเที่ยวกันจนเมา ครั้งแรกของผมกับหนิงไม่ได้หวือหวาอะไร เพราะตอนนั้นผมเองก็ยังไม่ประสีประสา ลีลาก็ยังไม่มี ส่วนหนิงนั้นผมรู้ดีว่าคงโดนเอ็มเปิดบริสุทธิ์ไปก่อนหน้าผมแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ผมยังจำได้ว่าคืนนั้นหลังจากกลับมาจากผับ ผมก็พาหนิงขึ้นเตียงเลย เล้าโลมกันแป๊บเดียวผมก็จับดุ้นใส่ร่องรักหนิง ทำอยู่ไม่กี่นาทีก็เสร็จ โดยชักออกมาแตกข้างนอกตามสูตรนั่นล่ะ แถมไม่ได้สนใจว่าหนิงจะเสร็จหรือป่าวด้วย แต่อย่าเพิ่งดูถูกผมนะ เพราะคนเรามันต้องพัฒนา ครั้งหลังๆ ผมจัดเต็มที่ หนิงเองก็เช่นกัน พอมีครั้งแรกครั้งต่อไปก็ไม่ต้องอายกันแล้ว ทั้งอม รูด ดูดเลีย แตกปาก หรือแม้แต่ลองประตูหลัง เล่าอดีตแค่นี้พอเพราะเรื่องที่ผมอยากเล่าจริงๆ ไม่ใช่อดีตตอนคบกันใหม่ๆ แต่เป็นปัจจุบันที่อยู่กันมาสิบกว่าปีจนมีลูกด้วยกันแล้วต่างหาก หนิงเป็นคนสวยคนหนึ่งทีเดียวครับ รูปร่างสมส่วน อกอึ๋ม สะโพกผาย ขนาดที่ว่าผมแอบสังเกตว่ามีคนแอบมองเมียตัวเองบ่อยๆ เวลาเดินไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะหนิงชอบใส่เสื้อผ้ารัดรูป ถึงจะไม่เข้าขั้นโป๊ แต่ก็ดูเซ็กซี่ทีเดียว ทำเอาผมแอบภูมิใจไม่ได้ เพราะเธอดูแลตัวเองอย่างดี ไม่ใช่แก่แล้วแก่เลย ถึงจะลูก 1 แล้วก็ตาม หนิงเองก็ดูภูมิใจในรูปร่างของตัวเองไม่น้อย เพราะหนิงชอบที่จะใส่ชุดรัดรูป แล้วโยกย้ายไปตามจังหวะเพลงถ่ายคลิปลงโซเชียลจนมีคนติดตามอยู่พอสมควร บางคลิปผมเข้าไปดู กางเกงที่ใส่มันรัดรูปจนเนินเนื้อเด่นขึ้นมาเป็นกลีบอูฐ “เราโชคดีจังที่มีแฟนสวยขนาดนี้ หุ่นดีอีกต่างหาก” ผมเอ่ยปากชมเมียในวันหนึ่ง “อะไรโจ้ อยู่ๆ ก็มาชมกันเองซะงั้น” “เมียสวยก็ต้องชมสิ ไม่ชมเมียจะให้ไปชมใคร” “ก็ลองชมดูสิ โดนแน่!!” หนิงขู่ท่าทางจริงจัง หลายครั้งที่พอหนิงเต้นเสร็จ ผมมักจะเข้าไปนัวเนียจนสุดท้ายก็พากันขึ้นสวรรค์ ผมชอบกลิ่นเหงื่อของหนิงที่ขับออกมา มันเร้าอารมณ์ไปอีกแบบ “อืมมมม โจ้อ่ะ เหงื่อหนิงออกมาเต็มไปหมด ขออาบน้ำก่อนไม่ได้เหรอ” “เราชอบแบบนี้ ได้อารมณ์ดีออก”พอผมบอกความรู้สึกออกไป ครั้งต่อๆ มาหนิงก็ยอมให้ผมร่วมรักทั้งที่เพิ่งเต้นเสร็จ ในใจผมคิดว่าคนอื่นเห็นหุ่น เห็นร่องหนิงที่มันอวบอูมในกางเกงก็แค่เก็บไปจินตนาการ ส่วนผมเป็นนตัวจริงที่ได้ดูดเลีย และกระแทกร่องรัก ก่อนจะปล่อยน้ำเสียวเข้าสู่ร่องที่คนอื่นได้แค่มอง
หนิงอาจจะไม่คิดอะไรกับการแต่งตัวด้วยชุดรัดๆ เต้นอวดลงในโซเชียล แต่ผมเชื่อว่าบางคนคงต้องแอบเอารูปร่างหนิงไปจินตนาการ เพราะบางครั้งก็มีคนมาคอมเมนต์เถื่อนๆ จนหนิงต้องเอามาให้ผมดู ก่อนจะบล็อกยูสเซอร์นั้น (แต่ผมว่าเดี๋ยวก็เปลี่ยนชื่อมาส่องใหม่อยู่ดี)
“โจ้ ดูคนนี้สิ คอมเม้นต์น่าเกลียดอ่ะ” หนิงยื่นมือถือให้ผมดูข้อความ
...นมใหญ่ดีอ่ะ อยากเอาหน้าไปซบจัง ข้างล่างอีก อูมล้นกางเกงเลย…
“ปล่อยไปเถอะหนิง พวกเกรียนคีย์บอร์ด อย่าไปสนใจ” ผมได้แต่แนะนำแบบนี้ เพราะรู้ว่าคงทำอะไรไม่ได้ เสียเวลาเปล่า แต่ในใจลึกๆ แอบมีความรู้สึกบางอย่างที่เห็นคอมเม้นต์หื่นๆ แบบนี้
ปกติแล้วหนิงจะปล่อยคลิปทุกวันศุกร์ เหมือนเป็นการเต้นผ่อนคลายกับความเหนื่อยล้าจากการทำงาน หนิงเป็นฟรีแลนซ์ครับ ส่วนใหญ่จะทำงานอยู่บ้าน และอาจมีออกไปรับบรีฟบ้างในบางงาน และอย่างที่บอกพอเต้นเสร็จ ผมก็มักจะชวนหนิงร่วมรักกันต่อเลย จนกลายเป็นความเคยชิน ซึ่งหนิงเองก็เต็มที่กับผมทุกครั้ง การได้ถอดชุดเต้นของเมียออกช้าๆ สูดดมกลิ่นกาย ก่อนจะค่อยๆ ใช้ลิ้นเลียลงไปบนร่องรักที่มีกลิ่นอับเหงื่อเล็กน้อย เป็นความสุขอย่างหนึ่งของผมเลยล่ะ
“อืมมมม ไม่เหม็นเหรอ เหงื่อเต็มไปหมดเลยอ่ะโจ้”
“เราชอบแบบนี้ มันได้อารมณ์ดี” ฟ่อดดดด ผมสูดดมร่องรักของหนิงเข้าเต็มปอด ก่อนจะใช้ปลายลิ้นโลมเลียไปที่กลีบร่องรัก โดยมีหนิงใช้สองนิ้วช่วยแหวกออกให้ผมดูดเลียได้เต็มที่ โดยเฉพาะติ่งเนื้อเหนือเนินรัก
“อ่าาาา ซี๊ดสสส์ โจ้ ดีจัง ชอบให้เลียจัง อยากนอนให้โจ้เลีย นั่งให้โจ้แหย่ อูยยยยยยย เดี๋ยวก็เสร็จก่อนหรอก”
“โจ้ก็ชอบเลีย ร่องหนิงอร่อย จร๊วบบบบ อืมม”
“ให้หนิงทำให้โจ้บ้างสิ หนิงอยากกินของโจ้บ้าง”
หนิงร้องขอท่อนลำของผม ซึ่งผมก็ต้องการมันเหมือนกัน หนิงดูดอมได้เสียวถึงใจทุกครั้งเวลาร่วมรักกัน โดยเฉพาะในท่ากลับหัวกลับหางที่เราต่างช่วยกันทำรักด้วยปาก
อุบส์ อืมมมม อ่อกๆๆๆๆๆ หนิงใช้ปากรูดอมดุ้นเนื้อเข้าไปจนลึก พร้อมใช้ปลายลิ้นไล้ไปบนส่วนหัว มือก็ชักสาวเบาๆ ในขณะที่ผมใช้นิ้วฝังลงไปในกลีบรัก และเขี่ยติ่งเนื้อไปพร้อมๆ กัน จนหนิงส่ายก้นไปมาด้วยความเสียวซ่าน
“อูยยยยย โจ้ เอาใส่เถอะ หนิงอยากแล้ว”
ผมชอบหนิงก็ตรงนี้เวลามีอะไรกันหนิงไม่อายที่จะบอกให้ผมทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และตอบสนองอารมณ์ผมได้อย่างถึงใจทุกครั้ง แม้จะอยู่กันมาหลายปี แต่หนิงก็ยังเร้าใจสำหรับผมเสมอ
ผมค่อยๆ กดท่อนลำเข้าไปยังร่องหลืบที่คุ้นเคย มันไหลเข้าไปช้าๆ แต่ไม่ได้หลวมจนเกินไป แถมหนิงยังขมิบร่องรูรัดดุ้นเนื้อเบาๆ จนเสียวไปทั้งดุ้น
“อ่าาา หนิง ตอดดีจัง เอาไม่เบื่อเลย”
สร่วบบๆๆๆ พั่บๆๆๆๆๆๆ ผมเริ่มสาวดุ้นเนื้อเข้าออก จากช้าๆ ก็เริ่มเร่งจังหวะมากขึ้น ตั่บๆๆๆๆ
“อุ๊ยยยย โจ้ กระแทกเน้นๆ แบบนี้แหละ ดีจัง เสียวอ่าาา”
หนิงครางเสียวเมื่อผมซอยเน้นๆ จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังจนได้ยินชัด แจะๆๆๆๆ ตั่บๆๆๆๆๆ
ปั่บบบๆๆๆๆๆๆ พั่บๆๆๆ แจะๆๆๆๆๆ
“อ๊ะๆๆๆ โจ้ แรงอีก หนิงจะเสร็จ ใกล้แล้วโจ้”
ปั่บบบบบบ ๆๆๆๆ แจะๆๆๆๆ
“อูยยยย หนิง โจ้ก็เสียว ใกล้แล้วเหมือนกัน”
“โอ๊ยยยย โจ้ หนิงเสียว หนิงเสียว หนิงเสร็จ อร๊ายยยย เสร็จแล้วโจ้”
หนิงเด้งเอวขึ้นอย่างแรงรับการกระแทกของผมในจังหวะที่เสร็จสมไปก่อน ร่องรูรักตอดรัดอย่างแรง ผมกระแทกเข้าออกอีกไม่กี่ทีน้ำรักขาวขุ่นก็กระฉูดเข้าร่องเมียรัก ก่อนจะฟุบหน้าลงบนเนินอกอย่างเหนื่อยหอบ
หลายปีสายลมรักพัดผ่าน ร้านขนมหวานของป้าสมรยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานชวนลิ้มลอง น้ำฟ้าในวัยสิบสองปี เติบโตเป็นเด็กหญิงที่เฉลียวฉลาด มีดวงตาที่ทอประกายความอยากรู้อยากเห็น และมีพรสวรรค์ในการทำขนมเหมือนมารดาไม่มีผิดเพี้ยน เธอชอบใช้เวลาว่างเว้นจากการเรียนมาช่วยป้าสมรที่ร้านเสมอวันนี้เป็นวันครบรอบการจากไปของน้ำตาล แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ความรักและความคิดถึงที่มีต่อเธอก็ยังคงอยู่ในใจของหมอคินและน้ำฟ้าเสมอ หมอคินมักจะเล่าเรื่องราวความรักของเขากับน้ำตาลให้ลูกสาวฟัง เพื่อให้เธอได้รู้จักและภาคภูมิใจในผู้เป็นแม่น้ำฟ้าตั้งใจที่จะทำขนมพิเศษเพื่อรำลึกถึงผู้เป็นแม่ เธอเลือกทำ “บัวลอยเผือก” ขนมหวานที่น้ำตาลเคยทำให้หมอคินทานเป็นครั้งแรก ด้วยความตั้งใจและใส่ใจในทุกรายละเอียดขณะที่น้ำฟ้ากำลังปั้นบัวลอยเม็ดเล็ก ๆ อย่างคล่องแคล่ว ป้าสมรก็มองดูหลานสาวด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความคิดถึง“หนูทำได้เหมือนแม่หนูไม่มีผิดเพี้ยนเลยนะน้ำฟ้า” ป้าสมรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนน้ำฟ้าเงยหน้ายิ้มให้คุณยาย “หนูอยากให้คุณพ่อทานแล้วคิดถึงคุณแม่ค่ะ”เมื่อบัวลอยเผือกทำเสร็จ หมอคินที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาลก็ได้ก
หลายปีสุริยคราสเคลื่อนคล้อยผ่านไป แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านบางเบา ปลุกให้บ้านหลังเล็กของหมอคินและน้ำฟ้าอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความสุข น้ำฟ้าในวัยเจ็ดขวบปี เติบโตเป็นเด็กหญิงแก้มใส ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดซุกซน ถอดแบบความสดใสของน้ำตาลผู้เป็นมารดามาอย่างไม่ผิดเพี้ยนวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ทุกคนรอคอย หมอคินในชุดลำลองสบาย ๆ กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้าในครัวเล็ก ๆ กลิ่นหอมของไข่เจียวและไส้กรอกลอยคลุ้งไปทั่วบ้าน ขณะที่น้ำฟ้าในชุดกระโปรงลายดอกไม้ กำลังนั่งวาดรูปอยู่บนโต๊ะอาหาร โดยมีน้ำตาลนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้าง ๆ คอยชี้แนะบ้างเป็นครั้งคราว“คุณพ่อขา ทะเลจะสวยเหมือนในรูปวาดของหนูไหมคะ?” น้ำฟ้าเงยหน้าถามด้วยดวงตาเป็นประกายหมอคินเดินมายีผมนุ่มของลูกสาวเบา ๆ “สวยกว่าเยอะเลยลูก ทะเลกว้างใหญ่ มีทรายสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ที่สำคัญ... มีเสียงคลื่นที่ไพเราะมาก ๆ ด้วย”น้ำฟ้าตาโตด้วยความตื่นเต้น “จริงเหรอคะ! หนูอยากไปเดี๋ยวนี้เลย!”น้ำตาลหัวเราะเบา ๆ “ใจเย็น ๆ นะคะคนเก่ง ทานอาหารเช้าให้เสร็จก่อน แล้วเราค่อยไปกัน”หลังจากอาหารเช้าแสนสุขสันต์ ทั้งสามคนก็ออกเดินทางไปยังชายทะเลที่อยู่ไม่ไกลจาก
ข่าวที่น้ำตาลกำลังตั้งครรภ์เป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องนำทางหมอคินออกจากความมืดมิดแห่งความเศร้าโศก แม้ความเจ็บปวดจากการสูญเสียน้ำตาลจะยังคงอยู่ในใจ แต่ความหวังถึงชีวิตใหม่ที่กำลังจะเกิดมาก็ทำให้เขามีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปหมอคินเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น กลับไปทำงานที่โรงพยาบาล และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับป้าสมร เพื่อดูแลและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พวกเขารอคอยการมาถึงของหลานด้วยความรักและความหวังคุณหญิงอรุณีและหม่อมราชวงศ์เทวินทร์เมื่อทราบข่าว ก็รู้สึกเสียใจกับการจากไปของน้ำตาล แต่ก็ดีใจที่จะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว ท่านทั้งสองเข้ามาช่วยเหลือดูแลหมอคินและป้าสมรอย่างเต็มที่ ความสัมพันธ์ในครอบครัวกลับมาแน่นแฟ้นอีกครั้งเวลาผ่านไปในที่สุดวันคลอดก็มาถึง หมอคินเฝ้ารออยู่หน้าห้องคลอดด้วยใจที่เต้นระรัว ความรู้สึกตื่นเต้น กังวล และคิดถึงน้ำตาลวนเวียนอยู่ในความคิดหลังจากรอคอยอยู่นาน เสียงร้องของเด็กน้อยก็ดังออกมาจากห้องคลอด หมอคินรู้สึกน้ำตาคลอเบ้าด้วยความยินดี เขาได้เป็นพ่อแล้วพยาบาลอุ้มเด็กน้อยออกมาให้หมอคินได้ชื่นชม เด็กทารกเพศหญิงตัวน้อยน่ารักน่าชัง ดวงตาจิ้มลิ้มคล้ายกับน้ำตาลอย่างน่าประ
หลังจากน้ำตาลจากไป หมอคินจมดิ่งอยู่ในความเศร้าอย่างยาวนาน ห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยความรักและความสุข บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงพื้นที่แห่งความทรงจำอันแสนเจ็บปวด เขาแทบไม่อยากทำอะไร นอกจากนอนมองเพดานและคิดถึงน้ำตาลวันหนึ่ง ป้าสมรได้เข้ามาทำความสะอาดห้องของหมอคิน เธอเก็บกวาดข้าวของต่าง ๆ อย่างเงียบเชียบ พลางน้ำตาซึมไปด้วยความคิดถึงลูกสาวขณะที่กำลังจัดเก็บหนังสือบนโต๊ะข้างเตียง ป้าสมรก็สังเกตเห็นสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ที่น้ำตาลเคยใช้จดสูตรขนมหวานวางซ่อนอยู่ใต้กองหนังสือ ป้าสมรหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ภายในเต็มไปด้วยลายมือหวัด ๆ ของน้ำตาล ทั้งสูตรขนมหวานใหม่ ๆ ที่เธอคิดค้น และบันทึกเรื่องราวความรักของเธอกับหมอคินป้าสมรรู้สึกสะเทือนใจ เธอตัดสินใจนำสมุดบันทึกเล่มนี้ไปให้หมอคินเมื่อหมอคินได้รับสมุดบันทึกเล่มนั้นจากมือของป้าสมร เขาก็จำได้ทันทีว่าเป็นสมุดเล่มโปรดของน้ำตาล มือของเขาเริ่มสั่นเทาขณะค่อย ๆ เปิดหน้ากระดาษอ่านในนั้นมีทั้งสูตรขนมหวานที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และถ้อยคำหวานซึ้งที่น้ำตาลเขียนถึงเขา น้ำตาของหมอคินไหลอาบแก้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความเศร้า แต่ยังมีความรู้สึกถึงความรักที่น้ำต
เมื่อหมอคินได้ยินชื่อหม่อมราชวงศ์เดชานุภาพ เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน อาของเขา... ผู้ที่เขาเคารพรักมาตลอด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนร้ายทำร้ายน้ำตาลอย่างนั้นหรือ? ความรู้สึกตกตะลึง สับสน และเจ็บปวดถาโถมเข้ามาในใจของเขาอย่างรุนแรง“เป็นไปไม่ได้...” หมอคินพึมพำด้วยความไม่เชื่อ“เรามีหลักฐานกา
การจับกุมพิมได้ก่อนที่เธอจะลงมือทำอะไร ถือเป็นความโล่งใจครั้งใหญ่สำหรับหมอคินและน้ำตาล พิมถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจ โดยมีหลักฐานที่หมอคินและตำรวจรวบรวมไว้แน่นหนาระหว่างการสอบสวน พิมยังคงให้การปฏิเสธในตอนแรก แต่เมื่อตำรวจแสดงหลักฐานต่าง ๆ ที่พบในรถของเธอ รวมถึงบันทึกการโทรศัพท์ข่มขู
หลังจากที่หมอคินขอแต่งงานกับน้ำตาล ชีวิตของทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นกับการเตรียมงานวิวาห์ พวกเขาเริ่มพูดคุยถึงรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งเรื่องสถานที่จัดงาน ชุดแต่งงาน และแขกที่จะเชิญคุณหญิงอรุณีและป้าสมรเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการเตรียมงานอย่างเต็มที่ ทั้งสองครอบครัวเริ่มใกล้ชิดและผูกพันกัน
แม้ว่าเรื่องราวการใส่ร้ายของพิมจะจบลง และความจริงจะปรากฏ แต่ในใจของหมอคินและน้ำตาลก็ยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง พวกเขารู้ว่าความแค้นของพิมอาจจะยังไม่มอดดับ และเธออาจจะหาทางกลับมาทำร้ายพวกเขาอีกครั้งหมอคินคอยดูแลและปกป้องน้ำตาลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ และไม่อยากให้เธอต้องเผชิญก





