Share

บอกความจริง

last update Tanggal publikasi: 2026-03-06 09:47:41

หลังจากที่ครอบครัวของเหอฟ่านชิงแยกออกมาอยู่ยังกระท่อมที่สร้างขึ้นใหม่ในที่ดินของตนเองแล้วนั้นพวกเขาทั้ง 5 คนต่างก็ช่วยกันระดมความคิดว่าจะเอาเช่นไรต่อไปดี

ซึ่งเหอฟ่านชิงนั้นในชาติก่อนนางก็ถือได้ว่าใช้ชีวิตมาไม่น้อยก่อนที่นางจะตายลงไปในวัย 32 ปีด้วยอุบัติเหตุครั้งล่าสุด อย่างน้อย ๆ นางก็ถือว่ามีความสามารถทางด้านการยิงธนูมาไม่น้อย ด้วยสมัยยังเรียนอยู่มัธยมปลายนางเคยเป็นตัวแทนนักกีฬายิงธนูของจังหวัดไปแข่งระดับประเทศจนสามารถคว้าแชมป์ระดับประเทศมาได้

เพียงแต่หลังจากจบการแข่งขันในครั้งนั้นเหอฟ่านชิงก็เลิกเล่นกีฬายิงธนูแล้วหันกลับมาตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาลัย แต่ถ้ามีเวลาว่างนางก็มักจะไปฝึกฝีมืออยู่บ้างเพื่อไม่ให้หลงลืมวิชาไป โดยเหอฟ่านชิงนั้นเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมโยธาและได้ไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านเครื่องสำอางและความงามจากประเทศจีน หลังเรียนจบหญิงสาวจึงได้สร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองจนมีชื่อเสียงโด่งดัง

ภายหลังเมื่อหญิงสาวอายุได้ 30 ปีจึงได้ผันตัวกลายมาเป็นยูทูบเบอร์ทำช่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตธรรมดา ๆ ในประเทศจีนตามที่ตนเองชื่นชอบและชอบดู มีทั้งวิธีการทำอาหารและงานฝีมือต่าง ๆ จนอายุได้ 32 ปีก็ตายลง แล้วมาสวมร่างของเด็กสาวที่ชื่อว่าเหอฟ่านชิงนั่นแหละ

กลับมาที่ปัจจุบันในตอนนี้ภายในหัวของเหอฟ่านชิงนั้นกำลังคิดหาหนทางที่จะสามารถทำให้ครอบครัวของนางนั้นผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ไปให้ได้เสียก่อน หลังจากนั้นค่อยมาคิดหาวิธีการในการเอาชีวิตรอดหรือหาอาชีพสร้างรายได้ในภายหลัง

"ทุกคนเจ้าคะ ข้าคิดว่าในตอนนี้สิ่งแรกที่พวกเราควรจะเป็นกังวลน่าจะเป็นการเอาชีวิตรอดให้พ้นจากหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงในอีกสองเดือนนี้ก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ" เหอฟ่านชิงที่เห็นว่าทุกคนภายในบ้านนั้นยังคงเงียบเพื่อใช้ความคิดกันจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก

และเมื่อจบคำพูดของเด็กสาวทุกคนในบ้านก็แสดงสีหน้าคล้ายจะนึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญนี้เช่นเดียวกันจนเหอหลวนซานที่เป็นหัวหน้าครอบครัวได้เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าหม่นหมอง

"เป็นความผิดของพ่อเอง พ่อทำให้พวกเจ้าทุกคนต้องมาลำบากเช่นนี้"

"ไม่เลยเจ้าค่ะท่านพี่ เป็นเพราะว่าพวกเรายังมีท่านพี่อยู่จึงได้มีชีวิตที่ไม่อดตายนะเจ้าคะ" นางมี่ซือที่เห็นสีหน้าของผู้เป็นสามีดูจะเศร้าหมองและเอ่ยกล่าวโทษตนเองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปลอบใจสามีที่แสนดีของตนเอง

"ใช่แล้วขอรับท่านพ่อพวกข้าไม่เคยคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นความผิดของท่านพ่อเลยนะขอรับ" เหอชงหยวนเองก็เอ่ยสนับสนุนคำพูดของมารดาเพื่อให้บิดานั้นได้เลิกกล่าวโทษตัวเองเสีย

"ใช่ขอรับ / ใช่เจ้าค่ะ" เหอชงอี้กับเหอฟ่านชิงเองก็เอ่ยขึ้นเพื่อแสดงว่าทั้งสองนั้นก็เห็นด้วยกับคำพูดที่มารดาและพี่ชายคนโตได้เอ่ยไปเมื่อสักครู่นี้เช่นเดียวกัน

"ขอบใจทุกคนมากนะที่ยังไม่ทอดทิ้งชายขาเป๋เช่นนี้ อีกทั้งในตอนนี้ยังจะมาเป็นภาระให้กับทุกคนต้องดูแลอีก" เหอหลวนซานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

มันก็ไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระของครอบครัว ด้วยเมื่อก่อนนั้นเขายังคงเป็นหัวหน้าครอบครัวที่สามารถหาเลี้ยงภรรยาและลูก ๆ ของตนเองได้ แต่ดูสภาพของเขาในตอนนี้สิ แค่จะเดินให้มั่นคงยังไม่สามารถทำได้เลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นช่างไรประโยชน์และไร้ค่าเป็นอย่างมาก

"ท่านพ่อเจ้าคะ ที่พวกเรายังคงยืนหยัดกันมาถึงตอนนี้ก็เพราะพวกเรามีท่านเป็นที่พึ่งพิงนะเจ้าคะ ท่านพ่ออย่าได้ด้อยค่าตัวเองเช่นนั้น ข้าสัญญาว่าข้าจะต้องหาหมอที่เก่งและมีฝีมือมารักษาท่านจนหายดีให้จงได้ท่านพ่ออดทนรอก่อนนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับบิดาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมทั้งรอยยิ้ม ทำให้จิตใจอันเศร้าหมองของเหอหลวนซานนั้นสามารถสงบลงได้ในที่สุด 

"เช่นนั้นวันนี้ข้าขอขึ้นเขาไปสำรวจดูว่าพอจะมีสิ่งใดที่นำมากักตุนเป็นเสบียงให้พวกเราอยู่รอดผ่านพ้นช่วงหน้าหนาวนี้ไปได้ก่อนนะเจ้าคะ" เมื่อเห็นว่าบิดาได้ผ่อนคลายลงไปมากแล้วเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยบอกถึงสิ่งที่ตนเองคิดที่จะทำเป็นสิ่งแรกในทันที

"ไม่ได้!!!" เสียงร้องของทุกคนต่างก็ร้องขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันหลังจากจบคำพูดของเหอฟ่านชิง จนใบหน้าเล็กนั้นขมวดเข้าด้วยความสงสัยก่อนที่เด็กสาวจะเอ่ยถามออกไป

"ทำไมหรือเจ้าคะ?"

"มันอันตราย" เป็นเหอชงหยวนที่เอ่ยที่บอกกับน้องสาวของตนเอง ด้วยบนภูเขานั้นต่างก็เต็มไปด้วยสัตว์มากมายเขาเกรงว่าถ้าน้องสาวของตนขึ้นเขาไปเพียงลำพังอาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้นได้

"พี่ใหญ่ข้าไม่ได้จะไปคนเดียวเสียหน่อยท่านกับพี่รองก็ต้องไปกับข้าด้วยเจ้าค่ะ..หรือว่าพวกท่านทั้งสองเพียงแค่น้องสาวตัวเล็ก ๆ คนเดียวก็ปกป้องไม่ได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงเองก็ไม่ได้คิดที่จะขึ้นเขาเพียงลำพังมาตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้น อีกทั้งนางยังเป็นเพียงเด็กสาวตัวผอมเล็กจะเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนวิ่งหนีสัตว์ร้ายกัน

"ถ้ามีพี่ชายทั้งสองของเจ้าไปด้วยพ่อกับแม่ก็หมดห่วงแล้วละ" นางมี่ซือเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าบุตรสาวของตนเองไม่ได้จะขึ้นเขาไปเพียงลำพังดั่งที่พวกเขาคิดก็รู้สึกวางใจขึ้น

"เจ้าค่ะ...ว่าแต่ท่านพ่อสามารถทำคันธนูให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ" เหอฟ่านชิงที่นึกขึ้นได้ว่าเข้าป่าไปทั้งทีย่อมต้องล่าสัตว์กลับมาบ้าง ถึงจะไม่ได้ก็ต้องลองพกติดตัวไปด้วย เพราะในตอนนี้บ้านของนางนั้นจำเป็นต้องมีอาหารเอาไว้สำหรับหน้าหนาว

"เจ้าจะเอาไปทำสิ่งใดกัน พ่อไม่เคยรู้ว่าเจ้ายิ่งธนูได้นะชิงเอ๋อร์" เหอหลวนซานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยสีหน้างุนงง ไม่ใช่เพียงแค่เขาที่รู้สึกงุนงงและแปลกใจกับท่าทางและนิสัยที่ดูจะแปลกไปของเด็กสาวหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาหลังจากจมน้ำไปในครั้งนั้น

'มาแล้วสินะคำถามที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้'

เหอฟ่านชิงได้แต่นึกคนเดียวอยู่ภายในใจถึงคำถามที่นางคาดว่าคงจะได้ยินในวันใดวันหนึ่ง นั่นก็เพราะนิสัยเดิมของเด็กสาวกับนิสัยของนางนั้นค่อนข้างที่จะแตกต่างกันมาก เหอฟ่านชิงคนเก่านั้นเป็นเด็กที่เงียบ ๆ ขี้กลัว ไม่สู้คน ไม่ร่าเริง ไม่ยิ้มแย้ม

แต่นางในตอนนี้กลับพูดเก่ง ร่าเริง ยิ้มแย้ม อารมณ์ดี มีความคิดความอ่านราวกับผู้ใหญ่ ซึ่งนางก็เป็นผู้ใหญ่มาก่อนย่อมไม่แปลกที่จะติดนิสัยเดิมของตนเองมาด้วย

"ทุกคนเจ้าคะ...ความจริงแล้วข้านั้นเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งในตอนที่จมน้ำในครั้งนั้น ซึ่งในช่วงเวลาที่วิญญาณกำลังล่องลอยอยู่นั้นก็ได้มีท่านยายสวมชุดขาวที่ดูงดงามได้มาพบข้า"

"แล้วจากนั้นท่านก็พาข้าไปยังสถานที่หันห่างไกลและทำให้ข้าได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจนข้าคิดว่าตนเองอยากจะกลับมาหาพวกท่านและนำความรู้ที่ได้เรียนรู้เหล่านั้นมาช่วยครอบครัวของเรา"

"ท่านยายที่ภายหลังข้ามารู้ความจริงว่าท่านยายคือท่านเทพบนสวรรค์ที่สงสารข้าจึงได้มอบพรให้ข้าก่อนจะส่งข้ากลับมายังร่างเดิมจนข้าฟื้นขึ้นมาในตอนที่พี่ใหญ่นำร่างของข้าขึ้นมาจากน้ำนั่นแหละเจ้าค่ะ"

เหอฟ่านชิงเองสามารถเอ่ยเล่าเรื่องราวที่คิดว่าสมเหตุสมผลที่สุดให้กับทุกคนในครอบครัวได้รับรู้เอาไว้ จะได้ไม่ต้องแตกตื่นตกใจกับความรู้ความสามารถที่นางจะต้องนำมาใช้ในโลกนี้นั่นเอง

"ชิงเอ๋อร์ลูกแม่...อึก นี่แม่เกือบจะเสียเจ้าไปตลอดกาลแล้วอย่างนั้นหรือ เป็นเพราะแม่ไม่เอาไหนเองจึงทำให้เจ้าต้องถูกรังแกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเช่นนี้" นางมี่ซือที่เมื่อฟังคำบอกเล่าจากปากของบุตรสาวนางก็ไม่คิดที่จะสงสัยในสิ่งที่เด็กสาวพูดมาแม้แต่น้อง

แต่นางกลับรู้สึกเสียใจและกล่าวโทษตัวเองที่ไม่สามารถปกป้องบุตรสาวของตนเองจากผู้คนที่มีจิตใจโหดร้ายพวกนั้นได้ แต่ก็ยังถือว่าสวรรค์ยังเมตตาส่งบุตรสาวของนางกลับคืนมาให้ นางมี่ซือจึงรู้สึกขอบคุณท่านเทพในคำกล่าวอ้างของบุตรสาวเป็นอย่างมาก

************************************************************************************************

ยัยน้องจำเป็นต้องแต่งเรื่องขึ้นเพื่อไม่อยากให้ครอบครัวเสียใจ น่าสงสารจัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   บทสรุปของทุกเรื่องราว

    หลังจากที่นางจูซือและเหอลี่ถิงถูกจับตัวไปนั้นก็ได้รับโทษโบยคนละสี่สิบไม้ ก่อนที่นำตัวไปขังยังคุกตลอดชีวิต ด้วยข้อหาที่นางสองแม่ลูกได้จ้างวานฆ่าผู้อื่นนั้นมีโทษหนักเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องของเหอลี่ถิงนี้เองที่ทำให้นางจางนั้นเป็นทุกข์อย่างมาก แต่นางก็ยังคงใช้ชีวิตเช่นเดิมของตนเองต่อไปส่วนเหอซือไฉกับบุตรชายของเขานั้นต่างก็ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากด้วยถูกผู้คนนั้นพูดจาดูถูกเหยียดหยาม และนินทาลับหลัง แต่พวกเขาก็ต้องฝืนใช้ชีวิตอยู่ต่อไป จนในที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ได้จนต้องกลับมาให้นางจางผู้เป็นมารดานั้นเลี้ยงดูอีกครั้งส่วนเหอหานตงเองหลังจากจบเรื่องของสะใภ้คนโตเขาก็ได้จัดการเรื่องแยกบ้านให้กับบุตรชายคนรองเพื่อให้พวกเขานั้นสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากเดิม ส่วนตัวเขาเองก็ได้ไปอาศัยอยู่กับบุตรชายคนเล็กตามคำชักชวนของบุตรชาย ด้วยเขานั้นไม่สามารถอยู่ที่บ้านหลังนั้นได้อีกต่อไป ด้วยว่านางจางนั้นยิ่งนับวันจะยิ่งมีนิสัยที่เลวร้ายลงไปทุกวันจนเขาทนอยู่ต่อไปอีกไม่ไหวด้านนางมี่ซือเองหลังจากที่ฟืนคืนสติกลับมาอีกครั้งนางก็จดจำได้แล้วว่าตนเองนั้นเคยเป็นใครมาก่อน เพียงแต่นางกลับเลือกที่จะไม่เอ่ย

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เรื่องราวจบลงได้ด้วยดี

    "ถิงเอ๋อร์!"นางจางที่เห็นว่าหลานสาวสุดรักถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายด้วยความตกใจ"อย่าคิดที่จะทำร้ายชิงเอ๋อร์!"หยางฉีไม่ได้สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นเขากลับยิ่งมองร่างของเหอลี่ถิงด้วยสายตาเหยียบเย็นพร้อมกับเอ่ยวาจาที่ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับหนาวสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อรังสีที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มผู้มาใหม่"สารเลว! เจ้ามันเป็นบุรุษประสาอะไรถึงได้กล้ารังแกสตรีไร้ทางสู้เช่นนี้กัน!"คงมีเพียงแค่นางจางเท่านั้นที่ไม่ได้รับรู้ถึงความน่ากลัวที่แฝงอยู่ในคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า มิหนำซ้ำหญิงชรายังเอ่ยต่อว่าหยางฉีอย่างไม่พอใจ"ไร้ทางสู้?.....เมื่อครู่นางยังตั้งใจจะเข้ามาทำร้ายชิงเอ๋อร์อยู่เลยมิใช่รึ แบบนั้นข้าไม่คิดว่านางจะเป็นสตรีที่บอบบางไร้ทางสู้หรอกนะขอรับท่านย่าจาง"หยางฉีเอ่ยตอบหญิงชราอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย"ใครเป็นย่าของเจ้ากัน! แล้วเจ้าเป็นใครถึงได้มาเสนอหน้าออกรับแทนนังเด็กโสโครกนั้นกัน นางมีคู่หมั้นอยู่แล้วเจ้าไม่รู้หรืออย่างไรกัน หรือว่านางไปล่อลวงเ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   คิดบัญชี

    หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้นก็ผ่านมาแล้วสามวันที่นางมี่ซือยังคงนอนหลับไม่ได้สติ สร้างความปวดใจให้กับครอบครัวเหอบ้านเล็กเป็นอย่างมากเหอฟ่านชิงเองหลังจากที่กลับออกมาจากป่าได้นางก็รีบจัดการกับตัวเองแล้วเร่งเดินทางเข้ามาในตัวเมืองเพื่อดุอาการของมารดาพร้อมกับเหอชงหยวนเมื่อเหอหลวนซานและเหอชงอี้เห็นหญิงสาวก็ถึงกับโผล่เข้ามาสวมกอดด้วยความดีใจที่หญิงสาวกลับมาได้อย่างปลอดภัยจากนั้นเหอหลวนซานจึงได้เอ่ยบอกอาการของภรรยารักให้กับลูกทั้งสองได้รับรู้ จนในตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วถึงสามวันแต่ก็ยังไร้วี่แววว่านางมี่ซือจะลืมตาฟื้นขึ้นมาจากการนอนหลับใหลแต่ครอบครัวเหอบ้านเล็กก็ยังคงมีความหวังว่านางมี่ซือจะต้องตื่นขึ้นมาในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน หลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับครอบครัวสกุลเหอบ้านเล็กรุ่งเช้ามาทั่วทั้งหมู่บ้านเป่าหนิงจึงได้พูดคุยกันและแวะเวียนมาสอบถามความเป็นอยู่ของพวกเขาเพื่อแสดงถึงความเห็นใจเป็นจำนวนมาก แม้แต่นางจางเองก็ยังอุตส่าห์ติดตามสามีมาดูว่าครอบครัวของบุตรชายคนเล็กนั้นเป็นเช่นไรบ้างเพราะถึงแม้นางจะไม่ได้รักใคร่ครอบครัวของบุตรชายคนเล็กมากมายนัก แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็ทำให้นางจางต้องมาแสดง

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   คำสารภาพ

    เพียงแต่ยังไม่ทันที่เหอฟ่านชิงจะได้ทำอะไรต่อไป มือหนาของชายหนุ่มก็วางทาบทับลงมาที่ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของนาง ก่อนที่เขาจะบังคับให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับตนเองเสี้ยวนาทีที่ดวงตาของเหอฟ่านชิงสบเข้ากับชายหนุ่มนั้นหยางฉีก็ได้โน้มใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาประกบจูบลงที่ริมฝีปากบางของเหอฟ่านชิงในทันทีจากนั้นชายหนุ่มก็ได้ตักตวงเอาความหวานจากปากของหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่าเอาแต่ใจ ส่วนเหอฟ่านชิงที่ตั้งรับไม่ทันก็รู้สึกตกใจกับการกระทำของชายหนุ่มเป็นอย่างมากแต่ไม่นานนางก็ยอมตามใจของอีกฝ่ายเพราะรู้หัวใจตัวเองดีว่าเจ้าของร่างหนาตรงหน้านั้นได้เข้ามาเป็นเจ้าของหัวใจของนางจนเต็มไปหมดทั้งดวงแล้วนั่นเองส่วนหยางฉีเองก็รู้สึกไม่ต่างจากที่เหอฟ่านชิงรู้สึก เพราะเขานั้นได้มอบหัวใจทั้งดวงให้กับคนตัวเล็กในอ้อมกอดไปตั้งนานแล้วยิ่งเกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืนในตอนที่เขาตามหาหญิงสาวไม่พบนั้นเขารู้สึกถึงอาการบีบรัดที่หน้าอกของตัวเองราวกับว่ามันกำลังถูกสิ่งที่มองไม่เห็นบีบรัดจนหายใจแทบไม่ออกนั้นได้อย่างชัดเจนและภาพที่ร่างของเหอฟ่านชิงตกลงไปในน้ำก็ยังคงเด่นชัดอยู่ภายในหัวของเขาตลอด ความรู้สึกในตอนที่เห็นร

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ดูแลไม่ห่างกาย

    ร่างของหยางฉีนั้นจมดิ่งลงไปภายใต้แม่น้ำพร้อมทั้งรีบเพ่งสายตามองหาร่างของหญิงสาวด้วยความเป็นกังวลเป็นอย่างมากจนในที่สุดเขาก็เห็นว่าหญิงสาวกำลังใช้เรี่ยวแรงของตนเองที่เหลืออยู่เพื่อว่ายทวนกระแสน้ำนำพาร่างของตัวเองเข้าไปยังฝั่ง แต่กลับหมดแรงเสียก่อนในจังหวะที่เขาว่ายมาถึงตัวของหญิงสาวพอดีหลังจากที่ชายหนุ่มรวบร่างบางเข้ามากอดเอาไว้ได้แล้วนั้นก็รีบพาหญิงสาวว่ายขึ้นฝั่งในทันที ก่อนที่คนทั้งคู่จะนอนหมดแรงอยู่บนฝั่งได้สำเร็จเหอฟ่านชิงที่หลังจากชายหนุ่มพาขึ้นมาบนฝั่งได้แล้วก็หมดสติไปในทันทีด้วยความเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุดส่วนหยางฉีนั้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวได้หมดสติไปแล้วก็ได้ลุกขึ้นแล้วรีบอุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอกในท่าเจ้าสาวก่อนจะเร่งพาคนในอ้อมกอดไปหาที่นอนพักในค่ำคืนนี้เพราะว่าตอนกลางคืนในป่านั้นล้วนมีแต่สัตว์ป่าดุร้ายที่กำลังออกหากินจึงเป็นการดีกว่าที่เขาจะหาที่พักค้างคืนเอาแรงเสียก่อนและจุดหมายที่ชายหนุ่มพาเหอฟ่านชิงไปนั้นก็คือถ้ำในครั้งก่อนที่พวกเขาเคยใช้หลบฝนนั่นเอง ใช้เวลาเพียงไม่นานหยางฉีพร้อมด้วยหญิงสาวในอ้อมกอดก็ได้มาถึงภายในถ้ำแต่อากาศด้านในถ้ำช่วงกลางดึกแบบนี้ช่างหนาวเหน็บยิ่งนัก

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ได้รับบาดเจ็บ

    "ใครจ้างพวกเจ้าให้มาทำร้ายพวกข้ากัน!"เหอฟ่านชิงเมื่อได้ยินคำพูดจากคนร้ายชุดดำ นางก็คิดขึ้นมาได้ในทันทีว่าจะต้องมีคนจ้างวานพวกมันให้มาสังหารครอบครัวนางอย่างแน่นอน เพียงแต่นางเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครกัน แต่ในตอนนี้จะต้องคิดหาทางรอดให้กับครอบครัวของนางเสียก่อน นางจึงได้เอ่ยถามคนร้ายที่เป็นคนตอบคำถามของบิดาเมื่อครู่นี้ในทันที"หึ เจ้านี่ก็ฉลาดไม่เบานะแม่สาวน้อย อีกทั้งยังดูงดงามอย่างที่หญิงนางนั้นบอกเอาไว้เสียด้วยสิ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะก่อนที่เจ้าจะตายข้าจะพาเจ้าขึ้นสวรรค์ก่อนเพื่อเป็นคำปลอบใจจากข้าก็แล้วกันนะสาวน้อย"แต่แทนที่มันจะตอบคำถามของเหอฟ่านชิงกลับกลายเป็นว่ามันนั้นค่อย ๆ เดินตรงมายังร่างของเหอฟ่านชิงที่นั่งกอดร่างของผู้เป็นมารดาเอาไว้ พร้อมกับปากก็พร่ำเอ่ยวาจาที่น่ารังเกียจจนทำให้หญิงสาวรู้สึกรังเกียจบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก"อย่าทำอะไรลูกสาวของข้านะ!"เสียงร้องห้ามของเหอหลวนซานดังขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นว่าไอ้หัวหน้าคนร้ายนั้นมีความคิดที่จะย่ำยีบุตรสาวของเขา ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขาขอแลกชีวิตกับมันอย่างแน่นอน"จะตายอยู่แล้วยังจะมาปากดีอีกนะ ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าก

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   มันกินได้

    เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดเหอฟ่านชิงก็เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสองของตนเองเกี่ยวกับเห็ดหูหนูดำที่อยู่ตรงหน้าเพื่อให้ทั้งสองคนนั้นคลายความตึงเครียดลงไป"ทานพี่เจ้าคะ เห็ดที่อยู่ตรงหน้าพวกเรานั้นมีชื่อเรียกว่า เห็นหูหนูมันสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายมาก อีกทั้งเจ้าเห็ดนี่ยังมีประโยชน์ไม่น้อย พวกท่านเชื

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ดักปลาครั้งแรก

    "สิ่งนี้รึที่เรียกว่าจอมปลวก" เหอชงหยวนเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสิ่งที่ตามหา"ใช่แล้วเจ้าค่ะ พี่รองท่านช่วยขุดสิ่งนี้ออกมาให้ข้าทีเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบพี่ชายคนโตก่อนที่นางจะหันไปหาพี่ชายคนรองพร้อมกับเอ่ยบอกอีกฝ่าย"ได้ ๆ " หลังจากเอ่ยตอบรับคำของน้องสาวเหอชงอี้ก็วางตะกร้าที่

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ขึ้นเขาครั้งแรก

    หลังจากกลับมาจากบ้านของหยางเฟิงเหอฟ่านชิงก็ได้เตรียมตัวขึ้นเขาเป็นครั้งแรก ดังนั้นนางจึงได้เตรียมตะกร้าสะพายหลังพร้อมทั้งยังมีเสียมติดตัวไปด้วย ทางด้านพี่ชายทั้งสองของนางเองก็ทำเช่นเดียวกันคือสะพายตะกร้าใบใหญ่เอาไว้ที่ด้านหลังพร้อมกับมีมีดพร้าอีกคนละหนึ่งเล่มด้วยไม่รู้ว่าน้องสาวของตนนั้นต้องการจะท

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ท่านลุงหยาง

    "ชิงเอ๋อร์..." บุรุษภายในบ้านทั้งสามเองต่างก็รู้สึกตกใจและเสียใจในเวลาเดียวกันด้วยพวกเขานั้นไม่คาดคิดว่าความไม่เอาไหนของตนเองเกือบจะทำให้ต้องสูญเสียเด็กสาวอันเป็นที่รักไปตลอดกาล"ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ ถึงยังไงตอนนี้ข้าก็กลับมาหาพวกท่านแล้ว ตอนนี้เราควรจะสนใจเรื่องปากท้องกันเสียก่อน" เหอฟ่านชิงเองที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status