Home / LGBTQ+ / รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles) / บทที่ 14 เจนมินขอโทษ

Share

บทที่ 14 เจนมินขอโทษ

Author: Me.Daisy
last update publish date: 2026-05-27 17:30:50

        ฉันเคาะประตูห้องมาส  ยกมือขึ้นพนม  แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร  ฉันรู้ว่ามาสต้องมองผ่านตาแมว  จึงออดอ้อนให้มากที่สุด

        และมันก็ได้ผล!

         มาสไม่เพียงเปิดประตู  แต่ยังยกคิ้วเชิงหยอกล้อ  เพื่อบอกฉันว่า  เจนมินได้รับการให้อภัยแล้ว

         เมื่อคืนฉันนอนคิดทั้งคืน  สิ่งที่สราญพูดกับฉัน  เป็นการบอกว่า  ถ้าผิดก็จงมาง้อ

        "มาสกำลังจะไปข้างนอก  เจนมินมีอะไร  ก็รีบพูดมานะ"

        ฉันกลืนคำว่า 'ฉันรักเธอ'  ลงไปในกระเพาะ  แล้วเอ่ยสิ่งที่ควรสักที

       "เจนมินขอโทษ"

       "อืม  มาสก็ผิดด้วย  มาสรู้ว่าไม่ควร  แต่มาสก็ยังทำ"

       เราเงียบกันไปครู่หนึ่ง  ก่อนที่ฉันจะทำท่ากระตือรือร้น  หวังว่าจะได้ไปเดตกับเธอ

       "ไปไหน?  ไปด้วย"

        มาสนิ่งนึก  ก่อนค่อยๆ คลี่ยิ้ม

        "ไปก็ไป  แต่ต้องนั่งรถไฟฟ้านะ  ห้ามเอารถไป  เดี๋ยวมาสเล่าให้ฟังระหว่างทาง"

         เรานั่งรถเมล์เพื่อไปต่อรถไฟฟ้า  ฉันรู้สึกเวียนหัวที่รถเมล์โคลงเคลงไปมา  แถมยังง่วงนอนจากฤทธิ์ยาที่กิน  ไม่ว่าจะโอดครวญแค่ไหนก็ตาม  สราญกำชับฉันให้กินยา 

        ฉันนั่งสัปหงกไปตลอดทาง  จนมาสต้องจับหัวฉันมาพิงไหล่เธอ  แต่สัดส่วนความสูงไม่พอดี  ทำให้เราหัวโขกกันหลายครั้ง  อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็แคร์ฉันละนะ

       เมื่อยืนบนรถไฟฟ้า  เราก็ถูกเบียดเสียดอยู่มุมหนึ่งของรถไฟฟ้า  ฉันรู้สึกประหม่าที่คนมอง  จนมือเย็นเฉียบ  เลยหาอะไรทำแก้เขิน

      "บอกได้หรือยัง  ว่าไปไหน?"

      "ไปทำมาร์เก็ตติ้งรีเสิร์ช"

       "อธิบายให้เป็นรูปธรรมหน่อย"

      "ทำวิจัยทางการตลาดค่ะ  มาสจะไปแจกโยเกิร์ตแล้วถามคนชิมว่าชอบไหม?  รู้สึกยังไงบ้าง?"

       "อ่อ"

      "แต่มาสหาคนมาช่วยไม่ได้เลย  เลยพาเจนมินมาช่วย"

      "อาฮะ"

      "เดี๋ยวแบ่งค่าแรงให้นะคะ""ไม่..."

       "ห้ามปฏิเสธ  ถ้าปฏิเสธ  จะถือว่าเจนมินดูถูกมาส  เพราะทำงานก็สมควรได้เงิน"

       "ค่ะ"

        ฉันภูมิใจในตัวเธอ  ที่เงินไม่สามารถทำลายความภูมิใจในตัวเธอได้  ฉันสำรวจความเป็นเธอ  ตั้งแต่กระเป๋าผ้าลายลูกแมว  เสื้อโปโล  กางเกงยีนส์  รองเท้าผ้าใบ  ไม่มีแบรนด์เลยสักชิ้น  แต่กลับน่ามอง  เมื่อมันอยู่บนตัวมาส

        เจ้าหน้าที่ของบริษัทโยเกิร์ตมารอเราอยู่แล้ว  ฉันก้มลงมองตัวเอง  สวมเสื้อเชิ้ตจิโอร์ดาโนสีขาว  เดนิมกุชชีฟอกสีฟ้า  รองเท้าส้นสูงดิออร์  ฉันวานให้ช่างทำผมและแต่งหน้าให้ก่อนมา  ราวกับจะรู้ว่าวันนี้มีเหตุการณ์พิเศษ  ทั้งที่ในใจแค่อยากจะสวยพอให้มาสยกโทษให้  ฉันดูเหมือนไฮโซที่เดินมาผิดที่ผิดทาง  และทำให้คนที่เดินผ่านมาคิดว่าฉันเป็นเจ้าของแบรนด์โยเกิร์ต

        เราวางโต๊ะและป้ายประชาสัมพันธ์ไว้บนโถงทางเดิน  แล้วเรียกความสนใจจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา  ด้วย...ขอโทษที...ความหน้าตาดีของฉันกับมาส

        บางคนถึงขนาดคิดว่าฉันเป็นเซเลบ  ยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพฉัน  แล้วทำให้คนที่เหลือทำตาม  ฉันยกมือบังหน้า  หลบให้พ้นสายตา  แต่ไม่ได้ผลเลย

       "เจนมินทำให้ลูกค้าหยุดดูเรานะ  รู้ตัวหรือเปล่า?"

     "รู้สิ"

      "ห้ามยกมือบัง"

      "เจนมินไม่ชอบ"

       "ขอละนะ"

       ฉันเสมองหน้ามาส  เธอไม่รู้ตัวเลยว่าผู้ชายกลุ่มโน้น  ก็เอาแต่มองหน้าเธอ  เพราะความสวยของเธอมันทะลุเสื้อผ้ามอมๆ พวกนั้น

    "ถ้าไม่ชอบ  ก็เข้าไปเป็นคนสัมภาษณ์ข้างในซุ้มแล้วกัน  หน้าที่รับหน้าคน  เดี๋ยวมาสจัดการเอง"

     มาสหันไปประกาศกับทีมงาน  เสียงพูดคุยเมื่อครู่เงียบลงเมื่อเธอทำท่าเหมือนกำลังจะพูด

     "หนูเป็นตัวแทนของอาจารย์ปริญญานะคะ  อาจารย์มอบหมายให้เอาคำถามพวกนี้มาถามความเห็นลูกค้า  เดี๋ยวจะให้เพื่อนหนู  คนที่สวยๆ รวยๆ คนนี้แหละค่ะ  เป็นคนถาม"

       ฉันกระดากอายกับคำเรียกนั้น  แต่ก็รู้สึกดีกว่าโดนถ่ายรูปละนะ

      ยังไม่มีใครสนใจเดินมาที่ซุ้มเรานัก  นอกจากเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  น่าจะราวๆ มัธยมปลาย  เจาะปาก  เจาะคิ้ว  ใส่เจลบนผมจนมันเยิ้ม  นั่งลงตรงหน้าฉัน  ด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด  ว่าสนใจฉัน

     "สวัสดีครับ  พี่สาวคนสวย"

     ฉันเวียนหัว  กลิ่นน้ำหอมอบอวลรอบตัวเขา  ราวกับทำน้ำหอมหกใส่เสื้อมากกว่าฉีด

     ฉันขมวดคิ้ว  เบนหน้าไปอีกทาง

     "แต่งตัวดี  แต่ไม่มีมารยาทเลยนะครับ"

       เด็กคนนั้นตำหนิตรงๆ  แต่ก่อนหน้านี้  มาสบอกฉันว่าให้อดทน  ลูกค้ามีหลายแบบ  และห้ามทำชื่อเสียงอาจารย์ปริญญาเสียหายเด็ดขาด

      "ขอโทษค่ะ  พอดีไม่ค่อยสบาย  หน้าเลยไม่รับแขก"

      ฉันแก้ตัว  อย่างน้อยก็เป็นความจริงที่ว่าฉันมึนหัวจากยา  จนปั้นยิ้มได้ยาก  และดูเขาจะพอใจขึ้น

     "ลองชิมโยเกิร์ตดูหน่อยนะคะ"

      เขายกขึ้นชิมช้อนหนึ่ง

      "ถ้าจะให้คะแนน..."

      "จะให้เต็มสิบ  ถ้าได้ไลน์  ผมรู้มาว่าพวกพี่ต้องถามความเห็นลูกค้าเยอะๆ ผมมันเพื่อนเยอะซะด้วย"

     ฉันบึนปาก  แสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจ  และคราวนี้คำแก้ตัวใดๆ ก็ไม่อาจทำให้เขาคิดเป็นอื่นไปได้

     เขายื่นมือออกมาจับมือฉัน  แล้วยิ้มกริ่ม

       "น่า  แค่ไลน์เอง"

      ฉันตอบโต้ด้วยการดึงมือหนีแล้วสะบัดออก  โยเกิร์ตที่วางอยู่เลอะเทอะเด็กผู้ชายคนนั้น  เขาร้องเสียงดัง  จนทุกคนหันมาทางเรา

     "เจ้าหน้าที่ของคุณ  ราดโยเกิร์ตบนตัวผม"

    "เจนมินเปล่านะ"

      "แล้วโยเกิร์ตมันลอยได้หรือไง?"

      ฉันรู้สึกว่าอาการมึนหัวแรงขึ้น  แต่โทสะในใจแรงกว่า  ฉันจ้องมองด้วยความอาฆาต  สถานการณ์ดูเลวร้ายขึ้น  เมื่อเขาพูดว่าพวกเราเสียงดังขึ้น

     "พวกคุณเป็นไฮโซ  แต่งตัวก็ดูดี  แต่ไม่มีมารยาทกับลูกค้าเลยนี่  ผมจะเรียกร้องค่าเสียหาย"

      "..."

       พวกเราตกใจ  จนไม่รู้ว่าควรทำอะไร  มาสดูเข้าใจสถานการณ์  เดินเข้ามาอย่างควบคุมสติได้  เธอเอามือเด็กคนนั้นออกจากมือฉัน  แต่ไม่เป็นผลเพราะแรงผู้ชายมากกว่า

       ฉันทนไม่ไหวจริงๆ กับพฤติกรรมนี้  เรายื้อกันไปมา  แล้วฉันก็กระแทกส้นสูงลงบนเท้าเด็กหนุ่ม  เขาร้องโอดโอย  ก่อนสะบัดมือฉันเต็มแรง  และร่างบางของฉันก็กระเด็นไปชนผนัง

       "โอ๊ย!"

       เสียงกรี๊ดดังขึ้นจากผู้เห็นเหตุการณ์  ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มหันมาจดจ้องเราสามคน  ฉันน้ำตาซึมเพราะแผลบนหัวฉันยังหายไม่สนิท  ยกมือกุมศีรษะด้วยความสะท้าน  เจ็บแปลบ  ทำหน้าเบ้  มาสมองภาพนั้นอย่างโกรธแค้น  และตอนนี้เธอคุมอารมณ์ไม่อยู่

      "นี่คุณ!"

       มาสผลักอกเขา  แต่ยังดีที่เธอคุมสติให้ไม่ชกหมอนั่น  เพราะงานชิ้นนี้สำคัญต่อเธอมาก  และเธอพังมันไม่ลง  จากนั้นมาสก็ก้มลงมองฉันด้วย...

     แววตารักและสงสาร

      โอเค  ก็ได้ๆ  แค่สงสาร

      "เจนมินอดทนหน่อยนะ  เดี๋ยวมาสพาไปหาหมอ  ไม่เจ็บนะ  โอมเพี้ยง"

     เธอปลอบฉันเหมือนเด็กๆ

      "อืม"

        ฉันครางเสียเบา  เจ็บจนทนแทบไม่ไหว  จากนั้นหายใจลึกๆ  ความรักที่มีต่อมาสเอาชนะอาการปวดหัวและความโกรธลงได้  ฉันเอ่ยเหมือนเสียงดังมาจากที่ไกลแสนไกล  แต่รู้ดีว่ากำลังพูดอะไร

       "ขอจับมือหน่อย  มือมาสมีพลังวิเศษ  จับแล้วอบอุ่นใจ"

        มาสยิ้มที่ปากฉันยังทำงานฉอเลาะได้เป็นอย่างดี  เธอส่งมือมาให้ฉัน

         "เจนมินขอบอกไว้ก่อน  ถ้าไม่รัก  ไม่มีใจก็อย่าให้มือเจนมิน  เพราะถ้าเจนมินเข้าใจผิด  เจนมินจะทำทุกทางให้เราได้อยู่ด้วยกัน"

         อย่างน้อยมาสก็ทำสีหน้าลังเล  ก่อนหดมือกลับ  แปลว่าในใจลึกๆ  เธอก็กลัวว่าอาจจะมีใจกับฉันใช่ไหม?

        หรือว่าฉันจะเริ่มมีหวังแล้ว!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บันทึกของเจนมิน วันที่ 1-3

    บันทึกของเจนมิน วันที่ 1ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความงวงนอน เหมือนสมองถูกทาบทับไปด้วยหมอกฝ้า จนไม่อาจคิดอ่านอะไรได้เหมือนปกติ ฉันไม่ชอบความเฉื่อยชาเหล่านี้ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้สิ่งแรกที่ทำให้ฉันเครียด คือ พ่อ พ่อเห็นคะแนนสอบปลายภาคของฉันด้วยแววตาเฉยเมย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโทสะก้อนใหญ่ ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้ทำให้พ่อพอใจนักเรื่องเรียน แต่ฉันก็มีดีเรื่องอื่น เช่นว่า..เช่นว่า..ไว้นึกออกฉันจะเขียนลงไปสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกดีในวันนี้ คือฉันเจอแมวหน้าตาขี้ริ้วขี้เร่ห์ ตรงใต้ตึกคณะ มันผอมโซ และเป็นเพียงลูกแมวที่ไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน ฉันเข้าใจความอ้างว้างนี่ดี เลยซื้ออาหารเปียกให้มัน มองดูเจ้าเหมียวเลียอาหารจนหมด มันเข้ามาคลอเคลียร์ฉัน ความรู้สึกที่ว่าฉันเป็นคนสำคัญ มันก็ดีอย่างนี้เองบันทึกของเจนมิน วันที่ 2สิ่งดีๆที่ฉันอยากขอบคุณ เกิดขึ้นตอนฉันเล่นโซเชียลมีเดีย เห็นเด็กๆในทวีปห่างไกล เนื้อตัวมอมแมม&nbs

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 30 ตอนจบที่แท้จริง(ตอนจบ)

    ฉันนั่งมองเสี้ยวหน้าของมาสด้วยความหลงใหล ไม่รู้ว่า ถ้าเราคบกันสักสามสิบปี ฉันจะรักเธอน้อยลงไหม? แต่ตอนนี้ฉันรักเธอ และอยากให้เธอฟื้นสักที แสงแดดสาดส่องลงบนเปลือกตาของเธอ ทำความระคายเคืองให้สุดที่รักของฉัน มันเป็นแบบนี้มาเดือนหนึ่งแล้ว แล้วเปลือกตาก็ค่อยๆ ขยับ ลืมตาขึ้น มาสตื่นแล้ว! มาสหันมามองรอบๆ ตัว แล้วก็ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นฉัน "เจนมิน! เจนมินจริงด้วย เกิดอะไรขึ้น มาสตายไปเจอเจนมินได้ไง?" "ใครตาย ไม่มีใครตายทั้งนั้น มีแต่มาสนั่นแหละที่สลบไปหนึ่งเดือน" "ห้ะ?" "ใช่ เราต้องคุยกันยาวเลย" "ถ้าอย่างนั้น ที

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 29 คนป่วยทางจิตไม่ใช่คนบ้า

    ในมุมมองของมาส มาสอยากเป็นส่วนหนึ่งให้คนที่เป็นซึมเศร้าเลิกอาย และตระหนักความสำคัญของการรักษาตัว รวมไปถึงมีคนรอบข้างที่เข้าใจคนป่วย ปฏิบัติตัวกับคนป่วยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนป่วยซึมเศร้าในไทยมีกว่าสี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทย มาสโพสต์ไดอารี่ที่มาสเขียน เพื่อไม่ให้ลืมเรื่องของเจนมินทุกช่องทางเท่าที่จำได้ ทั้งโซเชียล เว็บบอร์ด บล็อก หรือที่ไหนก็ตามที่มาสคิดออก โดยที่มาสไม่กล้าอ่านมันซ้ำอีก และวานให้ดีว่าพิมพ์ให้ด้วย เพราะมาสไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว อีกใจหนึ่งมาสกลัวว่ามาสจะเลิกเศร้า และเลิกคิดถึงเจนมินได้แล้ว คนที่มีอาการมากมายไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีคนฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่จิตแพทย์มีทั้งยา และมีวิธีการบำบัดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าโรคจะเกิดจากสภาพแวดล้อม พันธุกรรม หรือสารเคมีในสมอง

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 28 สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ สราญ

    ในมุมมองของสราญ สราญเป็นคนมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เด็กๆ เสื้อผ้าต้องรีดจนเรียบ เรียงกันตามสี ไล่จากสีอ่อนไปสีเข้ม สราญแบ่งเวลาอย่างชัดเจน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตอนคบกับยีนส์ ยีนส์ชอบบอกว่า ให้สราญผ่อนปรนกับตัวเองลงบ้าง แต่เวลาอ่านหนังสือ เวลาออกกำลังกาย สราญไม่เคยสละให้ยีนส์เลย นั่นแหละ ยีนส์ถึงได้สะสมความน้อยใจเอาไว้ และปะทุออกมา อย่างที่ทุกคนเห็น แต่ตอนนี้ เวลาที่สราญจัดสรรอย่างพอเหมาะ กลับกลายเป็นเวลาที่สราญเห็นหน้าคนหนึ่งลอยมาตลอดเวลา นั่นคือใบหน้าของพี่ดีว่า ตอนยิ้ม ตอนยียวน ตอนโกรธ ตอนใจลอย หรือตอนทำหน้าเฉยๆ ทุกโมเมนต์ปรากฏในหัวสราญ จนไม่เป็นอันทำภารกิจตามตารางงาน แถมการฝึกซ้อมทำอาหารกับแม่เทียนในวันนี้&n

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 27 มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส

    มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส คนที่ชื่อเจนมิน มาสตื่นขึ้นมาด้วยสภาพแฮงก์ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งข้างกาย สัมผัสแรกที่เห็นหน้าเธอ คือเจนมินสวยจนชวนหลงใหล ประเภทอยากตามตื๊อเป็นแฟนตลอดไป คำแรกที่เธอพูดกับมาสคือ 'สวยจัง' เธอคงไม่รู้ว่า เธอก็สวยไม่แพ้ใคร แววตาเศร้าสร้อยทำให้มาสอยากปกป้อง และที่น่าแปลกคือเธออยากรับผิดชอบคืนนั้นของเรา แน่นอนว่ามาสหัวเราะ เพราะสมัยนี้เขาไม่คิดแบบนั้นกันแล้ว เธอเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบๆ ตัวมาส หาข้ออ้างมาเจอด้วยการรับน้องบ้าง อยากหาเพื่อนกินข้าวบ้าง เธอไม่เคยหยุดพยายาม ที่จะรู้จักมาสให้มากขึ้น จนกระทั่งมีคนบอกเธอว่า มาสเป็นเมียน้อยคนอื่น มาสไม่เคยอายเรื่องระหว่างมาสกับพี่กฤษณ์ แต่ตอนนั้นมาสอายเ

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 26 เรามาส่งเจนมินด้วยรอยยิ้มกันเถอะ

    ในมุมมองของมาส มาสขอร้องสราญเป็นครั้งสุดท้าย ขอเข้าไปหาเจนมินเพื่อร่ำลา สราญบอกมาสว่า เมื่อคุณเดชไปเตรียมสถานที่จัดงานศพ สราญจะโทรบอกมาส มาสรออยู่ที่ลานจอดรถนาน เสียงรถเข้าออกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาทของมาส มาสได้ยินแต่เสียงเจนมินพูด เจนมินหัวเราะอยู่ในหัว คนคนนั้นจะพูดมากเฉพาะกับคนที่สนิทเท่านั้น เสียงที่แท้จริงที่มาสได้ยินในตอนนี้ คือเสียงลมหายใจของมาสเอง มันดังเพื่อแสดงว่า ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน แต่มาสก็ยังอยู่ ยังไม่ตาย แต่อยู่อย่างทรมาน และด้วยความรู้สึกผิด มาสยืนอยู่นาน จนตัวทั้งตัวกลายเป็นก้อนหิน ก้อนหินที่เจ็บปวดได้ มาสไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีแต่ห้วงลมหายใจขาดช่วง ทุกครั้งที่มาสคิดถึงเจนมิน ใจมาสเหมือนจะขาด เหมือนจะตายตามไป แต่ที่

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 25 สราญ ฉันยังไม่เคยบอกรักลูกฉันเลย

    หมายเหตุ *** มีฉากรุนแรงสูง ผู้อ่านที่จิตใจอ่อนไหวควรได้รับคำแนะนำ ฉันถามเอไอแล้ว ว่าฆ่าตัวตายด้วยวิธีไหนเจ็บน้อยที่สุด แต่เอไอไม่ตอบ ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ไม่ตอบ มันน่าโมโหไหมละ ฉันคิดถึงแม่ บางทีถ้าฉันตาย ฉันอาจไปอย

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 24 มาสขอให้เจนมินเลิกมาหามาส แล้วมูฟ ออนไปต่อเถอะนะ

    เรามาถึงหน้าหอพักของมาส แล้วนั่งรอกันครู่ใหญ่ พี่ดีว่าบอกเราว่า คุณกฤษณ์ส่งข้อความหามาส จะมาหาเธอวันนี้ แต่พี่ดีว่าแอบลบข้อความนั้น แล้วนัดมาสให้มาเจอกับฉัน และมาสก็ตอบตกลง รถตู้ของพ่อปิดฟิล์มส

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 23 สู้ไม่สู้?

    คุณกฤษณ์ส่งข่าวมาบอกมาส ว่าคุณสุนิตาแท้ง เธอไม่ได้สบายใจ หรือดีใจ ที่รู้ว่าเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องเสียไป จากความเครียดของแม่ ที่มาสเป็นคนมีส่วน ฉันต้องมาหามาสทุกคืน เพื่อมาดูเธอกินข้าวและเข้า

  • รักนี้ควรมีกี่ตอน (Fake Smiles)   บทที่ 22 หนูอยากวาดรูป แล้วพ่อก็ห้ามหนูไม่ได้ด้วย

    วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ ปกติฉันจะไปคลุกอยู่ที่ห้องของมาส แต่วันนี้ ฉันมีภารกิจสำคัญ นั่นคือ ภารกิจทวงคืนไอแพด ฉันรอให้พ่อเดชอยู่ตามลำพังในห้องนั่งเล่น แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร เหมือนที่ชอบทำเวลาจะรบกวนใคร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status