LOGIN“กรี๊ดดดดดด นายจะทำบ้าอะไร”
“ในเมื่อพูดด้วยดีๆ ไม่ชอบ ก็ต้องใช้ไม้นี้แหละ”
“กะ...ก็ได้...บอกก็ได้...แต่ฉันมีข้อแม้” ว่าแล้วก็พยายามหาทางรอดให้ตัวเอง ก่อนที่ไอเดียบรรเจิดจะแล่นเข้ามาในหัวของเธอ “เล่นเกมกันถ้าฉันแพ้1ครั้ง ฉันจะตอบ1คำถาม”
“เกมอะไร คิดว่าฉันว่างมากถึงขั้นมาเล่นเกมไร้สาระกับเธอเหรอ” แน่นอนว่าใช่ เพราะบัดนี้ไอ้คนที่ทำขรึมได้มานั่งเล่นเกมเยลลี่พิษกับเธอที่กลางห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“หลับตาสิ ฉันจะได้จิ้มว่าเยลลี่ของฉันมันอันไหน”
“ฟู่ว” เขาพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ทำทีเป็นรำคาญทว่าสุดท้ายก็ทำตามและบ้าจี้มาเล่นด้วยอยู่ดี
“ห้ามลืมตานะ ฉันจะได้จิ้ม”
“เออ เร็วๆ เถอะน่า ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเธอ” จากนั้นเฟอร์ก็ตั้งกล้องแล้วจิ้มว่าของตัวเองสีไหน ซึ่งตัวที่เธอจิ้มคือสีเขียว เพราะเยลลี่สีเขียวคือสีที่เธอชอบที่สุด
“เสร็จแล้ว ตานาย”
“แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าเธอจะไม่โกงฉัน” เขาเลิกคิ้วแล้วมองเธอ ไม่ค่อยไว้ใจยัยนี่สักเท่าไหร่
“ว่าแล้วว่าต้องพูดงี้ นี่ไงตั้งกล้องไว้ค่อยวนมาดูว่าฉันโกงไหม”
“งั้นเอางี้ นอกจากแพ้แล้วต้องตอบคำถามฉัน คนแพ้ต้องดื่มด้วย” เขาเสนอ พร้อมกับเดินไปหยิบไวน์ขาวในตู้มาวางไว้แล้วเทลงไปในแก้วรอ
“ได้ดิ...อึก...” ตอบกลับพร้อมกับมองไปที่ไวน์ด้วยความอยาก
“กระดกเลยไหม ถ้าจะกลืนน้ำลายขนาดนี้” พะพายประชดประชันขึ้น
“เร็วๆ รีบจิ้ม” เธอเร่งเร้า แล้วเขาก็จิ้มไปที่สีเขียวอีกตัว เพราะเขาเองก็ชอบเยลลี่หมีสีเขียวเช่นกัน
“เลือกแล้ว” สิ้นคำของเขาเธอก็ลืมตา พร้อมกับเริ่มเกม
“ใครจะเริ่มกินก่อน” เธอถามแล้วมองดูเยลลี่เกือบสิบชิ้นที่อยู่ในจาน ซึ่งในจานมีสีเขียวแค่สองชิ้นเท่านั้น นอกนั้นก็เป็นสีอื่นคละๆ กันไป
“เธอเริ่ม!”
เธอพยักหน้าตอบรับแล้วเอื้อมมือไปหยิบเยลลี่สีเขียวที่เป็นของพะพายเข้าปากไป ส่วนคนที่นั่งมองก็ได้แต่ยกยิ้มกับตัวเอง ไม่คิดว่าเธอจะจบเกมง่ายขนาดนี้
“มีพิษ!” เขากล่าวแล้วหยิบแก้วไวน์ส่งให้เธอ
“อ๊ะ...ขี้โกงปะเนี่ย”
“ดูเอง” พยักหน้าไปที่โทรศัพท์มือถือที่อัดคลิปเอาไว้ ซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ เพราะเธอดันเจอเยลลี่พิษของเขาตั้งแต่ตาแรกเลย
“จิ๊ มาเลือกสีเดียวกับฉันทำไมเนี่ย” บ่นกระปอดกระแปดพลางยกไวน์กระดกทีเดียวหมดแก้วราวกับคนกระหายน้ำ ถามว่าชอบไหม แน่นอนแหละว่าชอบอยู่แล้ว แต่ที่หงุดหงิดก็คือต้องตอบคำถามของเขานี่สิ
“ทำไมถึงได้มาอยู่ที่ห้องน้องสาวฉัน”
“คือ...ฉันโดนโรคจิตตาม...แล้วฟ้าสงสารก็เลยให้ฉันมาอยู่ที่นี่” เธอตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จไปตามคำสั่งของละอองฟ้าที่เคยเสนอให้เธอพูดแบบนี้
“แล้วน้องฉันไปไหน”
“อ๊ะ...คำถามเดียว...อย่ามาเนียน” เกือบหลุดปากตอบแล้ว แต่ลืมไปว่าเธอยังอยู่ในเกม ก็เลยเทเยลลี่หมีลงมาเพิ่มอีกตามด้วยเลือกเยลลี่ในรอบต่อไป ซึ่งรอบนี้เธอเลือกสีแดง ส่วนพะพายเลือกสีเขียวเช่นเดิม
แต่ใครจะไปรู้ว่ายัยเฟอร์จะเป็นผู้โชคร้ายตั้งแต่เริ่มเกมอีกตามเคย เพราะรอบนี้แม้จะมีเยลลี่สีเขียวมากกว่ารอบแรก ทว่าเธอกลับจิ้มถูกตัวซะด้วย ดันไปจิ้มโดนเยลลี่ของพะพายซะงั้น ก็เลยต้องดื่มไวน์ตามระเบียบ และมันทำให้เขารู้ว่าเธอชอบเยลลี่สีเขียว
“ตอบมาว่ายัยฟ้าไปไหน ทำไมไม่อยู่คอนโด”
“น้องนายไปตามจีบพี่ฉัน”
“ว่าไงนะ!! ยัยฟ้าเนี่ยนะตามจีบผู้ชาย พูดเป็นเล่นไป”
“อืม”
ด้วยเพราะยังมีคำถามมากมายที่เขาจะต้องรู้จากปากเธอให้ได้ จึงเล่นเกมต่อ และทุกครั้งราวกับฟ้าดินเป็นใจ เพราะเขาดันรู้ไต๋เธอและเลือกเยลลี่ที่คิดว่าเธอต้องกินแน่ๆ ซึ่งก็เป็นแบบนี้ทุกรอบ เพราะมีแค่เธอเท่านั้นที่แพ้ แถมตอนนี้จากที่ตอบคำถามของพะพาย ก็กลายเป็นนั่งร้องไห้เล่าปัญหาชีวิตของตัวเอง ไม่พอแค่นั้น ยังบอกความลับที่เธอและละอองฟ้าคุยกันจนหมดเปลือกโดยที่ไม่ต้องเล่นเกมต่อเลย กระดกไวน์อย่างเดียว
“เฮ้อ...มันใช่ไหมเนี่ย เสียเงินสามแสนมานั่งปลอบใจคนเมาเนี่ย”
หมับ!!
“นี่ นายฟังฉันอยู่หรือเปล่าเนี่ย” ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างคว้าหมับไปที่ใบหน้าของพะพายให้หันมามองหน้าเธอ ดวงตากลมโตเยิ้มไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปค่อนข้างเยอะ และพยายามบังคับให้เขามองหน้าเธอที่กำลังระบายปัญหาชีวิตเรื่องเพื่อนของเธอตามที่เธอต้องการ
“เออ...ฟังอยู่...”
“ยัยนั่นเป็นเพื่อนคนเดียวของฉันเลยนะ แล้วดูสิ มาทำแบบนี้กับฉันได้ไง ฮึก...”
“ทำไมเธอไม่มีเพื่อนล่ะ”
“ฉันนิสัยเสียมั้ง เลยไม่มีใครอยากคบ” เธอตอบ ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาเหม่อลอย พานนึกถึงสิ่งที่เคยทำกับเพื่อน ทั้งที่ทุกข์ สุขด้วยกันมาก็ตั้ง4ปี ทำไมถึงได้มาทำแบบนี้กับเธอได้ มองแล้วก็อดที่จะเห็นใจไม่ได้ และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่มือหนาเอื้อมไปเช็ดน้ำตาออกให้เธอ
“ไม่หรอก คนเรามันก็มีทั้งดีและไม่ดีทั้งนั้น เธออาจจะสบายใจที่อยู่กับเพื่อนคนนี้ไง เลยเผยด้านไม่ดีออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอยู่กับใครแล้วสบายใจ เราจะเผลอนิสัยเสียออกมา”
“ฉันเอาแต่ใจ ฉันหัวสูง แต่นายเข้าใจไหมว่าฉันไม่เคยใช้ชีวิตแบบนี้ แล้วการที่ฉันทำแบบนี้มันก็ดึงเพื่อนเข้ามาหาฉัน ทุกคนให้ความสนใจฉัน แล้วฉันมีความสุข”
“แต่เธอจะโกหกคนอื่นตลอดไปไม่ได้ไง สักวันคนอื่นก็ต้องรู้ ว่าชีวิตหรูๆ ไฮโซที่เธอสร้างมันขึ้นมา มันไม่มีอยู่จริง ทำไมไม่ยอมรับความจริงไปเลย จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยสร้างเรื่อง”
“ก็เหนื่อยนะ แต่มีความสุข ฉันจะทำต่อ”
“งั้นเธอก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา เมื่อไหร่ก็ตามที่ความจริงเปิดเผย สุดท้ายแล้วเธอจะไม่เหลือใครจริงๆ สักคน”
“แต่ฉันก็ไม่ได้ทำใครเดือดร้อนนี่”
“ไม่เดือดร้อนน่ะใช่ แต่ไม่มีใครชอบเรื่องโกหก”
“เฮ้อ...ไม่คุยด้วยแล้ว เหมือนคุยอยู่กับตาแก่เลย” ร่างเล็กกล่าวแล้วทำทีจะลุกขึ้นไปนอน เพราะตอนนี้ก็รู้สึกง่วงแล้ว แต่ทว่าขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นความมึนเมาก็วิ่งเข้ามาเล่นงานเธออย่างจัง ทำให้เสียหลักล้มลง โชคดีที่พะพายเอาตัวเองมารับเธอไว้
แต่ด้วยความที่คนเมาอะ เลยทำให้เขาและเธอเสียหลักล้มไปทับกันเข้า แทนที่จะได้มองตากันอย่างโรแมนติกแล้วเคลิ้มจูบกันแบบในละครหลังข่าว ทว่ากลับไม่ใช่เลย เพราะความมึนเมาที่เล่นงานเธออย่างหนักมันทำให้ร่างที่โคลงเคลงไปมาเวียนหัว พร้อมกับ...
“อึก...อ้วก...”
แผละ!!
“อี๋!! ยัยหมากระเป๋า...ลุกออกไปเดี๋ยวนี้”
ปั่ก!!
“อ๊ะ”
ด้วยความรังเกียจร่างสูงจึงผลักร่างเล็กที่ทับอยู่บนตัวเขา แถมยังโก่งคออ้วกใส่เขาจนแทบหมดไส้หมดพุง จนร่างเล็กกระเด็นหงายท้องไปอยู่ที่พื้น พร้อมกับรีบถอดเสื้อที่เปื้อนอ้วกของเธอออกด้วยความขยะแขยง
“เชี่ยแม่ง เห็นแล้วจะอ้วกตามเลย” พะพายบ่นกับตัวเองอย่างหัวเสีย แล้วรีบไปจัดการซักเสื้อ โชคดีที่กางเกงไม่ได้เปื้อนอะไร
เมื่อล้างเนื้อล้างตัวเสร็จก็เดินออกมา เห็นสภาพเฟอร์ที่นอนเมาหัวราน้ำก็อดเวทนาไม่ได้ เลยจำใจเดินไปช้อนตัวเธอไปนอนที่เตียง ผู้หญิงอะไร เมาแล้วยังสวย แถมตัวเล็กยกง่ายอีก ข่มขืนเลยดีไหมเนี่ย เขาถามตัวเองในใจขณะที่อุ้มร่างของเธอไปที่เตียง พร้อมกับใช้สายตาพินิจพิจารณาเธอแทบตลอดทาง จนเกือบสะดุดขาตัวเองล้มอยู่หลายครั้ง มัวแต่มองเธอไม่มองทาง เกือบหัวฟาดพื้นตายคู่แล้ว
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







