เข้าสู่ระบบหลี่เฟยหย่าเกิดใหม่ในครอบครัวนายทหารยุค 60 ก่อนคลอดท่านเทพที่ดูแลเธอตอนเป็นวิญญาณทารกอุ้มเธอไปยัดใส่อกคุณแม่และรีบจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำว่าได้มอบมิติสุดมหัศจรรย์และภูเขาน้ำตกมรกตสารพัดประโยชน์ พร้อมผู้ช่วยแสนฉลาดอีกหนึ่งตัวไว้ให้
ดูเพิ่มเติมบทที่ 1 ผมคือเสือผู้หญิง
ผับ ลาสไอซ์
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ????”
“ชื่ออะไรเหรอครับ”
“แพรวค่ะ”
“ผมจัสครับ ยินดีได้รู้จักนะครับน้องแพรว????”
ห้อง VIP
“พี่จัสเบาๆสิค่ะ”
“พี่ทนไม่ไหวแล้ววว”ผมเริ่มที่จะจูโจมแพรวโดยการถอดเสื้อผ้าของเธอและเริ่มลูบไล้ไปยังส่วนต่างๆของเธอ
“อ่าส์พี่จัสสสค่า......แพรวสะเสียวววว”
“จ้วบๆๆๆ”ผมจับเต้านม2ข้างของเธอแล้วค่อยบรรจงลงลิ้นเลียลงไป
“อ่าส์ๆ ~~เสียวววว”จากนั้นผมเริ่มถอดกางเกงของผมออกแล้วเอาท่อนเอ็นสุดมหึมาของผมออกมา
“อะ...อ่าส์”ผมเริ่มเอาท่อนเอ็นของผมถูไปตรงกลีบดอกไม้ของเธอ
“อ่าส์~~~แพรวจะไม่ไหวแล้วนะคะ อ่าส์”
“อ่าส์~~~~ๆๆๆๆอ่าส์ๆ”จากนั้นผมเริ่มสอดท่อนเอ็นของผมเข้าไป
“อ่าส์ๆๆๆ ~~~~ สุดดดดยอดด อ่าส์ๆๆ”
“ตับ ตับ ตับ”ผมกระแทกแรงขึ้นเรื่อยๆจากนั้นผมกระแทกเข้าไปสุดแรง
“จุกมากกก อ่าส์”
“จะแตกแล้ววว อ่าส์ ของพี่จะแตกแล้วว แตกแล้ววว”พูดจบน้ำขาวขุ่นของผมก็ไหลออกมาก สำหรับคืนนี้ผมจัดให้เธอทั้งหมด3รอบ ทำเอาผมเพลียไปเลยย
รุ่งเช้า
ผมตื่นมาผมวางโน้ตเอาไว้ให้เธอ “เมื่อคืนพี่สนุกสุดๆไปเลย ขอบคุณนะจากจัส ปล.แฟนเธอโทรตามแล้ววว”ใช่ครับสาวเมื่อคืนมีแฟนแล้ว ที่สำคัญผมไม่สนด้วยครับ เอาง่ายๆคือถ้าผมอยากได้ก็ต้องได้!!!!
คอนโด
“อ้าวววไอ่จัสทำไมพึ่งกลับมาว่ะ”เพื่อนสุดที่รักของผมเองครับ ไอ่คราม
“มึงก็รู้หนิ เออ...กูไปนอนก่อนนะเมื่อคืนไม่ได้นอนเลยว่ะ”ผมหันไปบอกไอ่คราม
“อืมฝันดีหละ”
ต้องบอกไว้ก่อนเลยครับว่าไอครามกับผมนี้เป็นเพื่อนรักกันมากแต่นิสัยต่างกันสุดขั้วไอ่ครามจะหล่อแบบขาวตี๋แต่มันใช้ความหล่อไม่ค่อยเกิดประโยชน์เท่าไหร่หรอกครับไอ่นี้นะ เรื่องสาวๆมันแถมไม่มีเลยมันตั้งใจเรียนมากกว่าครับ ส่วนผมสายฝอครับกล้ามเป็นมัดๆ ส่วนเรื่องผู้หญิงเอาง่ายๆคือไม่เคยว่างสักวันเดียวครับ เกิดมาต้องใช้ร่างกายให้คุ้มเนอะว่าไหมม
“กริ้งๆๆ”เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ว่าไงครับป๊า”
“อย่าลืมมารับเจนิสหล่ะวันเสาร์นี้”
“ค้าบบบ ป๊า”
เสาร์นี้ผมต้องไปรับไอ่แสบมาอยู่กับผมที่คอนโด เพราะไอ่แสบมันสอบได้คณะเดียวกับผม
“ป๊าทำไมเจนิสยังไม่กลับมานี่มันเช้าแล้วนะ”ผมหันไปบ่นกับป๊าเพราะเมื่อคืนไอ่แสบไปงานพอรม
“นั้นไงเสียงรถมา”ผมหันไปเห็นเสียงรถคนนึงมาจอดหน้าบ้าน
“สวัสดีค่ะป๊า”เพื่อนของเจนิสลงมาทักทายผมและพ่อของผม
“ไปไหนมา”
“ไหนบอกจะให้พี่ไปรับ”
“ทำไมป๊าโทรไปแล้วไม่รับ”
“ไลน์พี่ก็ไม่ตอบ”
“เอออ...”
“คืองี้ค่ะป๊า คือยัยเจเขาดื่มหนักไปหน่อยเลยไม่กล้าโทรบอกให้พี่จัสมารับค่ะ”
“เหอะ”ต้องให้เพื่อนแก้ตัวให้ตลอด
“จริงนะคะพี่จัส”
“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหนิ”
“แต่เราหนะหัดดื่มตั้งแต่เมื่อไหร่!!!”ผมหัดไปดุยัยน้องสาวตัวดี
“เอออ...เจขอเข้าบ้านก่อนได้ไหมค่ะยัยดาวขอบใจมากนะ”จะมาไม้ไหนอีกเนี่ยย
“อ่อๆ อืมๆ ป๊าค่ะดาวกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ พี่จัสสวัสดีค่ะ”
“ยัยเจพี่บอกแล้วใช่ไหมว่า....”ผมกำลังจะบ่นไอ่แสบ
“ฮืออๆ ป๊าๆ เจนิสปวดหัวฮือ”หึมาไม้นี้อีกแล้ว
“โอ๋ลูกเจ็บตรงไหนป๊าดูหน่อ”แถมป๊าก็เหมือนเดิมเข้าข้างกันตลอดดดดด.....
“เดียวสิ ฉันยังบ่นเธออยู่เลย”
“ฮือออ..ป๊า”
“พอได้แล้วเจ้าจัสน้องไม่สบายอยู่เนี่ย”ในที่สุดผมก็เป็นคนโดนเหมือนเดิม เห้ออออ เป็นน้องเล็กนี่มันสบายจริงๆ
บทที่ 50 ชีวิตคู่ที่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ จบคำสารภาพรักด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเป็นการยืนยัน พ่อหนุ่มเจ้าน้ำตาที่ก้มหน้าหลุบตาลงมองต่ำดูเศร้าสร้อย พานให้คนมองใจอ่อนยวบแอบชะงักไปหนึ่งจังหวะเล็กๆ ซ่อนสีหน้าดีใจไว้ได้อย่างมิดชิด ถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับดวงตากลมโต ที่จ้องมองมาอย่างต้องการยืนยันคำพูดจากใจจริงของเธออย่างน่าเอ็นดู คนพี่เม้มปากข่มใจไม่ให้หลงอ่อนข้อไปกับความน่ารักตรงหน้า เขาเล่นใหญ่สวมบทคนรักจิตใจอ่อนไหวขี้น้อยใจขนาดนี้แล้ว ต้องเอาคนตัวเล็กตรงหน้าให้อยู่หมัด “ถ้าน้องยืนยันอย่างหนักแน่นขนาดนี้พี่ก็เชื่อจนหมดใจแล้วครับ พี่ก็รักหย่าเออร์มากขึ้นในทุกๆ วันเหมือนกัน สัญญาแล้วนะครับ หลังเรียนจบแต่งเลยทันที” “ค่ะ! ไม่ผิดสัญญาแน่ค่ะ” “ครับ… ดีมากครับเด็กน่ารักต้องไม่ผิดสัญญา แต่….” คนเจ้าแผนการเริ่มคิดอยากกลับมาแผลงฤทธิ์อีกครั้งแล้ว “อะ อะไรคะ! ตะ แต่อะไรถามน้องมาให้หมดเลยค่ะ พี่ช่างอยากรู้อะไรน้องจะตอบทุกเรื่องเลย” คนน้องหลงคิดว่าคนพี่จะหมดข้อข้องใจแล้ว เพราะเขาก็บอกรักเธอกลั
บทที่ 49 สวมบทพ่อหนุ่มเจ้าน้ำตา หลังกอดปลอบเพื่อนสาวจนหายน้อยใจแล้ว หวงหนิงอ้ายก็ขอแยกตัวไปนั่งตรงโซนบาร์เครื่องดื่ม ด้วยรู้ว่าเพื่อนตัวน้อยต้องขึ้นไปหาคู่หมั้นหนุ่มที่ห้องทำงาน เหมือนทุกครั้งที่พวกเขาพากันมาที่นี่ “หยะ-…” ……. “อ๋า! น้องสาว... หย่าเออร์ เลิกเรียนแล้ว น้องกินอะไรมารึยัง หิวรึเปล่า วันนี้เรียนหนักรึเปล่า ถ้าเหนื่อยเกินไปน้องเปลี่ยนคณะที่เรียนใหม่ได้นะ…” พอเปิดประตูห้องทำงานใหญ่ของสามหนุ่มเพื่อนสนิทเข้ามา หวงหนิงเฉิงที่ความรู้สึกไวที่สุดและรอคนรักอย่างใจจดใจจ่ออยู่ก่อนแล้ว เอ่ยเรียกคู่หมั้นตัวน้อยยังไม่ทันจบ เจ้าเพื่อนรักแฝดคนพี่รีบทิ้งปากกาในมืออย่างของไร้ความหมาย ก่อนแกล้งส่งเสียงแปร๋นอย่างแตกสาวกลบเสียงเพื่อนสนิทจนไม่ได้ยิน พร้อมกันนั้นเจ้าเพื่อนแฝดคนน้องก็ลุกจากที่นั่งไปโอบน้องน้อยของพวกเขา พามานั่งเบียดกันสามคนบนโซฟาตัวเดียวกัน ทำเมินเพื่อนหนุ่มราวกับห้องนี้มีกันอยู่แค่พวกเขาสามพี่น้อง “……..” คนถูกเมินได้แต่ยืนกอดอกพิงสะโพกกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่รอให้มองทั้งสามนั่งกอดกันกลม
บทที่ 48 ยอมรับความแตกต่าง เมื่อไม่มีใครเป็นอะไรพวกเขาจึงแยกกันกลับบ้าน เหมือนไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ก้าวผ่านร่างของสวีหยู่เยียนซึ่งกำลังโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บร่าง และสืบสวนเรื่องราวเพื่อนดำเนินคดีต่อไป มันก็เป็นแค่เรื่องร้ายๆ เรื่องหนึ่งที่อาจจะหนักหน่อย ผ่านพ้นไปได้อีกเรื่องในวัยสิบหกปีของพวกเขา ภายหลังผลคดีจากการสืบสวนออกมาอีกว่า สวีหยู่เยียนฆ่าชายพนักงานโรงแรมรัฐแห่งหนึ่งตาย แต่ก่อนการลงมือฆาตกรรม เพื่อนข้างห้องได้ยินเสียงทำร้ายร่างกายด่าทอตบตีกัน มีการข่มขู่ทรมานเอาเงินจากเธอแถมยังกักขังสวีหยู่เยียนไว้ในห้องไว้ข่มขืนซ้ำๆ ไม่ปล่อยเธอออกจากห้องจนสุดท้ายเธอจึงก่อเหตุลงมือกับชายคนนั้น นี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เธอสติหลุด จากเรื่องที่ชายคนนั้นทำเรื่องเลวทรามกับเธอ ส่วนแม่ที่เป็นญาติเพียงคนเดียวของเธอ ก็ได้หอบเงินหนีไปก่อนแล้วตอนที่เซี่ยเหว่ยพ่อเลี้ยงของเธอโดนจับ ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวที่บ้านหลังนั้นโดยที่มีเซี่ยเติ้งหลุนคอยเข้าออกบ้างยามต้องการใช้ประโยชน์จากเธอ หลังเรื่องราววุ่นวายจบลง บรรดาผู้คนรอบตัวของหลี่เฟยหย่าทั้งค
บทที่ 47 ความขาดสติจนกลายเป็นความบ้าคลั่ง 2/2 สวีหยู่เยียนเลือกมาอาละวาดก่อเรื่องในเวลาเลิกเรียนพอดี คนในส่วนหน้าโรงเรียนจึงเยอะ พวกเขาต่างพากันลนลานวิ่งหาที่หลบลูกกระสุนที่ถูกปล่อยออกมาในบางจังหวะที่สวีหยู่เยียนคลุ้มคลั่ง สวนสวยเพื่อนั่งเล่นและเป็นซุ้มรอรถตรงนี้ เหล่าคนในโรงเรียนจะรู้กัน ว่าเป็นที่นั่งของเหล่าลูกหลานคนมีเงินเพื่อมานั่งรอรถที่บ้านมารับ กลุ่มที่รู้ฐานะตัวเองพวกเขามักจะหลีกเลี่ยงไม่มานั่งที่นี่ ถึงแม้พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้แบ่งแยกให้ใครนั่งได้หรือไม่ได้ เมื่อปฏิบัติต่อๆ กันมาเรื่อยๆ หลักปีนานเข้า มันก็กลายเป็นพื้นที่อภิสิทธิ์เฉพาะไปโดยปริยาย ถึงพวกเขาจะก้มลงหมอบหาที่หลบซ่อนตัวแล้ว แต่สวีหยู่เยียนที่กำลังเดินผ่านเพื่อไปยังซุ้มตรงที่หลี่เฟยหย่าหลบอยู่ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น กลุ่มคนที่เธอเคยไปมีเรื่องด้วยเพราะความอิจฉาอยู่หลายคนทีเดียว “ฮ่าๆ! อ้อ… ฉันก็เผลอแปลกใจไปแวบหนึ่ง ที่เจอพวกคนสารเลวชอบทำตัวสูงส่งอย่างพวกแกไป ลืมไปได้ยังไงกันนะ แหม! ก็นี่มันสวนชนชั้นสูงของพวกแกนี่นา ดี! จะได้ไม่ต้องไปตามคิดบัญชีนังพวกที่ชอบดูถูกฉันให้เหนื่อ
บทที่ 7 เจ้านกน้อยเฟยเฟย หลังจากเจ้าตัวน้อยหายเหนื่อย และอิ่มท้องแล้วเธอจึงมีสติกลับมาสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวอีกครั้ง เด็กน้อยหันมองธรรมชาติรอบตัวอย่างสนใจเมื่อได้ยินเสียงนกร้อง ราวกับจะขับขานบทเพลงไพเราะให้เธอฟังอยู่เต็มไปหมด มันมีหลายเสียงมาก ร้องซ้อนๆ กันราวกับมีนกเป็นสิบๆ ตัวก
บทที่ 6 เริ่มสำรวจมิติ "แกพูดจริงใช่ไหมหวังเหว่ย! ดีจริงๆ แกจะได้พาครอบครัวกลับมาปักกิ่งสักที เฮ้อ" หลี่เฟยเทียนถึงจะถามย้ำสหายไปให้มั่นใจอย่างนั้น แต่ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความยินดีกับสหาย และโล่งใจที่ครอบครัวซ่งจะได้กลับมาซะที "ฉันพูดเรื่องจริงสิตาแก่หลี่ ฉันถึงบอกแกยังไ
บทที่ 5 คุณตาซ่งสหายจอมเพี้ยนของคุณปู่หลี่ หลี่เฟยหรงออกมาจากห้อง และตามทุกคนไปนั่งรอป้าฉางตั้งโต๊ะที่ห้องอาหาร เพื่อจัดการอาหารกลางวันให้เรียบร้อย เขาจะได้กลับไปทำงานต่อที่ลาบ่อยๆ ไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้เขาพยายามเร่งทำผลงานและรับทำภารกิจเสี่ยง เพื่อต้องการเลื่อนตำแหน่ง จากพลเอกเป็น
บทที่ 4 หลี่เฟยหย่า ที่แปลว่า โบยบินอย่างสง่างาม คุณย่าจางไม่ได้สนใจการส่งสายตามองกันของสองพ่อลูกนัก จึงเอ่ยชื่อหลานสาวที่เธอและสามีตั้งใจเตรียมไว้ออกมา โดยไม่ได้มีความหมายของโชคลาภวาสนาเงินทองแต่อย่างใด สิ่งเหล่านี้ตระกูลเธอมีจนมากเกินพอแล้ว หวังเพียงแค่หลานสาวที่รักจะเติบโตขึ้นมาอ











