แชร์

บทที่ 12 หอชิงสุ่ย

ผู้เขียน: มายารัตติกาล
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 03:24:57

แม้ชาติก่อนลู่ฟางหนิงจะมือเปื้อนเลือดเพราะโจวหยางเทียนมากเพียงใด ทว่าเรื่องบางเรื่องนางจำต้องใช้งานผู้อื่นและคนที่นางสามารถใช้งานเพื่อโจวหยางเทียนได้นั่นก็คือพี่น้องสกุลเฟย เดิมทีกลุ่มคนเหล่านี้เป็นนักฆ่าที่สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน แต่เมื่อพวกเขารู้จักกับนาง พวกเขาทั้งสี่คนก็คอยติดตามและรับใช้นางมาโดยตลอด หากชาตินี้นางสามารถดึงพวกเขามาเป็นพวกเหมือนในชาติที่แล้วได้ การแก้แค้นโจวหยางเทียนกับซูเยี่ยนหลิงก็คงไม่ยากเกินไป

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลังจากที่อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ลู่ฟางหนิงจึงคิดที่จะไปพบกับพี่น้องสกุลเฟยเพื่อดึงคนเหล่านั้นมาเป็นพวก

ในชาติก่อนลู่ฟางหนิงจดจำได้ว่าพี่น้องสกุลเฟยนั้นอาศัยอยู่ในพื้นที่อโคจรของเมืองหลวง พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงยาก หากต้องการพบพวกเขาต้องไปที่หอ ‘ชิงสุ่ย’

แม้เบื้องหน้าของหอชิงสุ่ยจะเป็นหอนางโลมเลื่องชื่อของเมืองหลวงแคว้นโจว ทว่าเบื้องหลังกลับรับงานผิดกฎหมาย พี่น้องสกุลเฟยกับเถ้าแก่เจ้าของหอชิงสุ่ยเป็นคนรู้จักกัน พวกเขาล้วนทำเรื่องทั้งหมดเพราะได้ผลประโยชน์ร่วมกัน

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ลู่ฟางหนิงก็ไม่สามารถชักช้าได้แล้วเพราะอีกไม่นานโจวหยางอวี้จะถูกลอบสังหาร นางต้องรีบดึงพี่น้องสกุลเฟยมาเป็นพวกให้เร็วที่สุด

“อิ๋นฉาย อิ๋นเซียง”

เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ ลู่ฟางหนิงจึงเรียกสาวใช้ของตนเข้ามา ในขณะที่สาวใช้ทั้งสองกำลังช่วยนางแต่งตัวอยู่นั้น นางจึงเอ่ยขึ้นว่า ”ข้าจำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนพี่รองนำชุดมาให้ข้าเย็บ พวกเจ้านำชุดเหล่านั้นไปคืนเขาหรือยัง”

ลู่ฟางหนิงเอ่ยถามสาวใช้เช่นนี้ย่อมมีเหตุผล เพราะหอชิงสุ่ยเป็นหอนางโลม ดังนั้นการที่นางจะเข้าไปด้านในนั้นได้โดยไร้คนสงสัย นางจึงจำเป็นที่จะต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไป

“ชุดของคุณชายรองหรือเจ้าคะ?”

อิ๋นฉายกับอิ๋นเซียงหันมองหน้ากัน ก่อนที่อิ๋นฉายจะเป็นคนเอ่ยขึ้น “หลังจากที่คุณหนูเย็บชุดให้คุณชายรองเสร็จ ข้าก็นำชุดนั้นไปคืนให้กับเขาทันทีเลยเจ้าค่ะ คุณหนูถามเช่นนี้มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ”

เอาชุดไปคืนแล้วอย่างนั้นหรือ…

เดิมทีลู่ฟางหนิงคิดว่าจะขอยืมชุดของพี่ชายคนรองมาสวมใส่เพื่อปลอมตัวเป็นบุรุษเพราะรูปร่างของเขาค่อนข้างใกล้เคียงกับนางมากกว่าพี่ชายคนโต

“ข้าลืมไปเลยว่ามีบางจุดที่ยังแก้ไม่เสร็จดี อย่างไรพวกเจ้าช่วยไปนำชุดของพี่รองมาให้ข้าได้หรือไม่”

อิ๋นฉายกับอิ๋นเซียงหันมองหน้ากันอีกครั้งด้วยความสงสัย เพราะก่อนที่พวกนางจะนำชุดของคุณชายรองไปคืน พวกนางก็ตรวจสอบดูแล้วว่าเรียบร้อยดี แล้วเหตุใดคุณหนูรองถึงบอกว่ามีบางจุดที่ยังต้องแก้ไขอีกเล่า?

ทว่าอิ๋นฉายกับอิ๋นเซียงก็หาได้เอ่ยความสงสัยของตนออกไป นอกจากก้มหน้ารับคำแล้วรีบไปนำชุดของคุณชายรองมาให้คุณหนูของตนตามคำสั่ง

ตกดึกคืนนั้น ในขณะที่ทุกคนภายในจวนสกุลลู่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา ลู่ฟางหนิงก็รีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ทันที ใช้เวลาไม่นานนางก็กลายเป็นคุณชายน้อยหน้าตางดงามผู้หนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าทุกคนหลับสนิท นางจึงใช้วิชาตัวเบากระโดดข้ามกำแพงจวนสกุลลู่ออกไปด้านนอกทันที

ชาติก่อนนอกจากนางจะมีฝีมือในการต่อสู้ที่เก่งกาจ ทว่านางก็ยังมีวรยุทย์ติดตัวมาด้วย นับว่าสวรรค์เมตตาที่ให้นางย้อนอดีตกลับมาพร้อมกับความสามารถเหล่านั้น

เมื่อออกมาด้านนอกจวนได้สำเร็จ ลู่ฟางหนิงที่กำลังเดินไปตามท้องถนนเพื่อมุ่งหน้าไปยังหอชิงสุ่ยก็อดรู้สึกตื่นเต้นมิได้เพราะในชาติก่อนนางใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่แต่ในค่ายทหารและสนามรบ ลู่ฟางหนิงจึงไม่เคยรู้เลยว่าบนท้องถนนของเมืองหลวงในยามราตรีจะงดงามมากขนาดนี้

ความครึกครื้นที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนทำให้นางมองภาพตรงหน้าไม่วางตา แต่เมื่อคิดถึงสาเหตุที่ทำให้นางมาอยู่ในจุดนี้เพราะต้องการแก้แค้น นางจึงเก็บงำความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ แล้วรีบตรงไปยังหอชิงสุ่ยทันที

หอชิงสุ่ยเป็นหอนางโลมที่เลื่องชื่อของเมืองหลวง ลักษณะเป็นหอสูงขนาดสามชั้น ทุกๆ วันมีแขกเข้าออกไม่น้อย ทว่าใครเลยจะรู้ว่าภายใต้ความงดงามเช่นนี้จะมีสถานที่ที่น่ากลัวซ่อนอยู่

ลู่ฟางหนิงเงยหน้ามองป้ายชื่อสีทองที่แขวนอยู่เหนือศีรษะตนเอง ดวงตาของนางก็แข็งกร้าวขึ้นมาชั่วขณะก่อนจะเลือนลางหายไป เพราะคนที่ทำให้นางรู้จักพี่น้องสกุลเฟยและสถานที่แห่งนี้คือโจวหยางเทียน ชายหนุ่มที่นางเคยมอบหัวใจให้จนหมด แต่ก็เอาเถิด ชาตินี้นางจะต้องชิงความได้เปรียบทุกอย่างมาจากเขา หลังจากนั้นนางจะทำให้เขาได้รู้ว่าการตกนรกทั้งเป็นนั้นเป็นเช่นไร

“คุณชายน้อย วันนี้มาคนเดียวหรือเจ้าคะ”

ลู่ฟางหนิงละสายตาออกจากป้ายชื่อด้านบน ก่อนจะหันไปมองสตรีที่สวมเพียงอาภรณ์บางเบาซึ่งกำลังเดินมาทางตน ในเมื่ออีกฝ่ายเรียกนางว่าคุณชายน้อย เช่นนั้นการปลอมตัวของนางก็คงจะแนบเนียนมากจนมองไม่ออก ลู่ฟางหนิงจึงพยักหน้าตอบนางโลมคนนั้น

“อื้ม ข้ามาคนเดียว”

“ท่านได้จองห้องเอาไว้หรือเปล่าเจ้าคะ ให้หรูเอ๋อร์พาท่านไปยังห้องพักดีหรือไม่ หากไม่รังเกียจ หรูเอ๋อร์จะอยู่ปรนนิบัติท่านทั้งคืนเลยเจ้าค่ะ” นางโลมที่เรียกขานตนว่าหรูเอ๋อร์พยายามใช้ท่าทางยั่วยวนลู่ฟางหนิงสุดความสามารถ เพราะนางรู้สึกว่าคุณชายน้อยผู้นี้หน้าตางดงามถูกใจนางเหลือเกิน

ทว่าลู่ฟางหนิงที่ถูกสตรีด้วยกันใช้ท่าทางเช่นนี้ยั่วยวนตนเอง นางก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และก่อนที่นางจะถูกหรูเอ๋อร์อะไรนั่นลากขึ้นห้องพักไปทำมิดีมิร้าย นางก็รีบเอ่ยขึ้นว่า “ข้ามาที่นี่เพราะมีธุระกับเถ้าแก่หลี่ เจ้าพอจะช่วยเรียกนางมาพบข้าได้หรือไม่”

หรูเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้น นางก็ชะงักค้างไปชั่วขณะ แต่เมื่อได้สตินางจึงรีบเอ่ยว่า “ที่แท้คุณชายน้อยก็เป็นลูกค้าของเถ้าแก่หลี่นี่เอง เช่นนั้นท่านรออยู่ที่นี่ก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะไปตามเถ้าแก่หลี่มาพบ”

สิ้นคำพูดนั้นหรูเอ๋อร์ก็รีบไปตามเถ้าแก่หลี่ทันที คล้อยหลังของนางโลมคนนั้น ลู่ฟางหนิงจึงกวาดสายตามองไปรอบๆ หอชิงสุ่ย สถานที่แห่งนี้มิได้เปลี่ยนแปลงไปจากความทรงจำในชาติก่อนของนางมากนัก ทว่าชั่วขณะที่กำลังจะดึงสายตากลับมา นางกลับพบว่าบริเวณที่เป็นลานแสดงความสามารถของเหล่านางโลมมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังอาละวาดโดยการพยายามฉุดลากนางโลมคนนั้นให้ลงจากลานแสดงไปกับตน

“คุณชายท่านทำเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ นางเป็นนางโลมที่ขายเพียงศิลปะไม่ขายเรือนร่าง ท่านจะฉุดกระชากลากนางไปตามอำเภอใจเช่นนี้ไม่ได้”

เสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ในหอชิงสุ่ยรีบเข้ามาห้ามปรามกันให้วุ่นวาย ทว่าชายหนุ่มผู้นั้นกำลังมึนเมาสุรา คำห้ามปรามเหล่านั้นจึงไม่ได้เข้าหูของเขาเลยแม้แต่น้อย และถึงแม้จะเข้าหู แต่เขาก็คงจะไม่ฟังอยู่ดี

“ขึ้นชื่อว่านางโลมจะไม่ขายเรือนร่างได้อย่างไร ข้าถูกใจนาง อย่างไรคืนนี้นางต้องไปรับใช้ข้า”

ชายหนุ่มคนนั้นไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาใช้แรงที่มีเพียงน้อยนิดกับร่างกายที่ซวนเซจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ลากร่างของนางโลมคนนั้นลงมาจากลานแสดงโดยที่คนอื่นๆ พยายามเข้าไปห้ามปรามการกระทำอันป่าเถื่อนนั้นให้วุ่นวาย

ลู่ฟางหนิงเมื่อเห็นเหตุการณ์นั้นเดิมทีนางก็ไม่คิดสนใจที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะนางมาที่นี่เพราะจุดประสงค์เดียวคือดึงพี่น้องสกุลเฟยมาเป็นพวก แต่ชายหนุ่มที่กำลังอาละวาดอยู่ตอนนี้กลับทำให้นางรู้สึกสนใจไม่น้อย เพราะเขาคือบุตรชายคนโตของสกุลซูและเป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของซูเยี่ยนหลิง

‘ซูเป่ยจิ้ง’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 70 รักนางทั้งสองชาติ (จบ)

    วันถัดมา การประหารโจวหยางเทียนกับคนสกุลเซวียก็มาถึง พวกเขาถูกคุมตัวมายังลานประหาร โจวหยางเทียนถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่เดินนำอยู่ด้านหน้าของกลุ่มกบฏ ดวงตาคมกริบของเขาทอดมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย แม้จะมีสายตานับพันคู่ของผู้คนที่มาร่วมชมการประหารจ้องมองมาด้วยความเกลียดชัง แต่กระนั้นเขาก็หาได้รับรู้ถึงสายตาของผู้คนเหล่านั้นอีกต่อไปเบื้องหลังของเขาคือสมาชิกตระกูลเซวีย เซวียกุ้ยเฟยในยามนี้อยู่ในอาการสงบ ไม่ได้คลุ้มคลั่งเฉกเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยามนี้นางคล้ายว่าจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้แล้ว ว่าอย่างไรก็คงหนีความตายไม่พ้น“เสด็จแม่ เป็นเพราะลูกไม่มีความสามารถมากพอจึงทำให้ทุกคนต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้”เซวียกุ้ยเฟยหันมองบุตรชายที่หลายวันมานี้แทบไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย “เป็นแม่ที่ผิดเอง หากแม่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง หวังให้เจ้าครอบครองบัลลังก์ พวกเราก็คงไม่ต้องมีชีวิตเช่นนี้”หลายวันที่ถูกคุมขัง พวกนางสองแม่ลูกเริ่มจะตระหนักได้แล้วว่าหากพวกเขาไม่มีความคิดชั่วร้ายเสียก่อน พวกเขาก็คงไม่ต้องเดินทางมาพบกับจุดจบเช่นนี้ แต่อดีตไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ตอนนี้พวกเขากำลังจะได้รับผลกรรมที่เคยก

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 69 มอบสุราพิษ

    วันต่อมา โจวหยางเทียน เซวียกุ้ยเฟยและคนสกุลเซวียทุกคนถูกนำขึ้นกรงขังแล้วแห่ประจานไปรอบเมือง ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็ขวางปาสิ่งของใส่และด่าทอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยยอมรับความอัปยศในครั้งนี้ไม่ได้จึงสลบไปหลายรอบ ทว่านางก็ถูกน้ำอุจจาระปัสสาวะสาดใส่ให้ต้องฟื้นขึ้นมาพบกับความจริงอีกครั้งในขณะที่เซวียกุ้ยเฟยเสียสติไปแล้ว โจวหยางเทียนที่อยู่อีกกรงขังกลับนิ่งสงบจนทำให้คนมองไม่ออกว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากที่แห่ประจานอยู่เช่นนี้ถึงสามวัน วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันลงดาบประหารพวกเขาแล้วตกดึกคืนนั้น ลู่ฟางหนิงพร้อมกับโจวหยางอวี้ก็เข้ามาหาโจวหยางเทียนในกรงขัง โจวหยางอวี้รู้ว่าลู่ฟางหนิงอยากจะชำระแค้นที่ถูกโจวหยางเทียนหักหลัง เขาจึงถอยออกมาและปล่อยให้นางอยู่กับโจวหยางเทียนตามลำพัง“หากเกิดเรื่องอะไรเรียกข้าได้ตลอด”“องค์รัชทายาทไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันมาวันนี้เพราะต้องการสะสางความแค้นกับรุ่ยอ๋องให้จบสิ้น”“เจ้าคงไม่คิดจะสังหารเขาใช่หรือไม่” โจวหยางอวี้เป็นห่วงลู่ฟางหนิง เขาไม่อยากให้มือของนางต้องแปดเปื้อนเลือดของผู้คน โดยเฉพาะเลือดของโจวหยางเทียนลู่ฟางหนิงยิ้มให้เขา จากนั้นจึงเอ่ยว่า “องค์รั

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 68 ความจริงที่ไม่เคยรู้

    ลู่อวิ้นเหมยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ร่างกายก็แทบไร้เรี่ยงแรงทรงตัวไม่อยู่ เป็นเพราะเหตุผลนี้อย่างนั้นหรือ นางถึงไม่เคยได้รับความรักจากบิดาเลยสักครั้งเดียว ไม่เพียงแค่ลู่อวิ้นเหมยเท่านั้นที่ตกใจกับความจริงในเรื่องนี้ ลู่ฮูหยินรวมถึงบุตรชายบุตรสาวทั้งสามก็ตกใจไม่ต่างกัน“ท่านพี่เหตุใดถึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกมา เรื่องทั้งหมดเป็นเช่นไรกันแน่เจ้าคะ” ลู่ฮูหยินมองสามีของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แม้เขาจะรักนางมาก แต่เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกนางมาก่อนนางรู้เพียงแค่ว่าเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ตอนที่สามีไปออกรบ เขากลับมาพร้อมกับสตรีนางหนึ่งซึ่งกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว ตอนนั้นหัวใจของนางแทบแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้ อีกทั้งสามีก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้นางฟัง นอกจากบอกว่าเขาจะแต่งตั้งจูเหิงเยว่ขึ้นเป็นภรรยารอง นางในยามนั้นเสียใจหนักมาก หากมิได้บุตรชายทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม นางคงผ่านมาไม่ได้ ทว่าหลังจากที่สามีรับภรรยารองเข้าบ้าน แต่เขาก็ยังร่วมหลับนอนกับนางทุกคืน ไม่เคยย่างกรายไปเรือนหลังเล็กที่อยู่ท้ายจวนเลยเรื่องนี้แม้นางจะมีความสงสัย แต่นางก็ไม่กล้าถามสามีเพราะกลัวว่าจะทำให้สาม

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 67 คนชั่วได้รับผลกรรม

    เช้าวันใหม่มาเยือน กลิ่นโลหิตที่ลอยคละคลุ้งทั่ววังหลวงเมื่อคืนนี้ถูกชำระล้างไปจนหมด ทหารของสกุลลู่กับกองทัพเกราะดำของหนิงอ๋องสามารถเข้ามาควบคุมสถานการณ์ภายในได้ทัน คนในวังจึงรอดพ้นจากความตายไปอย่างหวุดหวิด ส่วนทหารของรุ่ยอ๋องนั้นถูกสังหารทิ้งในทันที ยามนี้ศพของพวกเขากำลังถูกลากออกไปทิ้งที่นอกเมืองหลวงเซวียกุ้ยเฟยไม่สามารถทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พระนางคลุ้มคลั่งอยู่ในคุก พร้อมกับอาละวาดด่าทอบุตรชายตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งตอนนี้น้ำเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว แต่พระนางก็ยังไม่คิดที่จะหยุดด่า“เจ้ามันไม่ได้เรื่อง ทำการใหญ่อะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง ข้าไม่น่าคลอดคนไร้ประโยชน์เช่นเจ้าออกมาเลย เจ้ากำลังจะทำให้พวกเราทุกคนตาย เจ้ามันไร้ประโยชน์!”แม้ว่าเสียงต่อว่านั้นจะดังมากขนาดไหน แต่โจวหยางเทียนที่อยู่ในกรงขังอีกกรงกลับนิ่งสงบ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดต่อว่าของเซวียกุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดาในตอนนี้เขาก็ยังยอมรับความจริงไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้ นี่มิใช่สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ ดวงตาของเขาเลื่อนลอย มองไม่เห็นความหวังอีกต่อไป หนทางข้างหน้ามีเพียงความมืดมนที่รอเขาอยู่ ในตอนนั้น ขันที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 66 สะสางความแค้น

    ในขณะที่รุ่ยอ๋องกำลังจมปรักอยู่ในห้วงความทรงจำที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ลู่ฟางหนิงก็ยกดาบในมือขึ้นก่อนจะจ่อไปที่ลำคอของเขา โจวหยางเทียนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงต้องการเอาชีวิตเขามากขนาดนี้ หรือว่าภาพความทรงจำที่ปรากฏให้เขาเห็นนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อน“ข้ากับเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องการเอาชีวิตข้าด้วย” โจวหยางเทียนเอ่ยถามลู่ฟางหนิงด้วยความไม่เข้าใจลู่ฟางหนิงได้ยินคำพูดนั้น นางก็กดดาบลงบนลำคอของโจวหยางเทียนจนเลือดของอีกฝ่ายไหลซึมออกมา “ไม่เคยมีความแค้นอย่างนั้นหรือ ท่านอ๋องลองคิดดูให้ดีๆ ว่าเคยทำอะไรกับหม่อมฉันไว้บ้าง”“ข้ากับเจ้าไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แล้วข้าจะทำให้เจ้าโกรธแค้นได้อย่างไร ความแค้นของเจ้า ข้าเกรงว่าคงจะสะสางผิดคนแล้วกระมัง”โจวหยางเทียนยังคงยืนกรานคำพูดเดิม แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยวางแผนการร้ายเพราะต้องการดึงลู่ฟางหนิงกับสกุลลู่มาเป็นพวก แต่แผนการนั้นก็ไม่สำเร็จ และนางก็ไม่เคยล่วงรู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อน นางคงไม่มีทางโกรธแค้นเขาเพราะเรื่องนี้แน่ๆ“หม่อมฉันไม่เคยลืมความแค้นนั้นลงเลยแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว เป็นท่านที่หลอกใช้หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีวันลืม!”โจ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 65 ภาพซ้อนในอดีต

    เซวียกุ้ยเฟยกำลังนั่งจิบชาอยู่ในตำหนักอย่างอารมณ์ดี ราวกับว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ด้านข้างยังมีนางกำนัลเข้ามาบีบนวดให้รู้สึกผ่อนคลาย ทว่าเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นทั่วทิศทางในวังหลวงช่างไม่เข้ากับบรรยากาศด้านในเอาเสียเลย“หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับกุ้ยเฟยด้วยเพคะ อีกไม่นานพระองค์จะกลายเป็นไทเฮาของแคว้นโจวแล้ว” นางกำนัลที่อยู่ข้างกายเซวียกุ้ยเฟยพูดประจบสอพลอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยที่ได้ยินคำพูดเยินยอนั้นก็ยิ้มหน้าระรื่น พลางยกชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์ ทว่าพระนางมีความสุขได้ไม่นาน องครักษ์ของรุ่ยอ๋องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กุ้ยเฟย ยามนี้ท่านอ๋องพลาดท่าแล้ว พวกเราต้องรีบหนีออกจากเมืองหลวงให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”หลังจากได้รับรายงานนี้ เซวียกุ้ยเฟยที่กำลังนั่งรอฟังข่าวดีอยู่ในตำหนักถึงกับขว้างจอกชาลงพื้นด้วยความไม่พอใจ“เหตุใดถึงล้มเหลว มิใช่ว่าศึกในครั้งนี้ต้องเป็นพวกเราที่ได้รับชัยชนะมิใช่หรือ”เซวียกุ้ยเฟยโมโหมากที่บุตรชายทำการใหญ่ไม่สำเร็จ ทุกอย่างถูกเตรียมการมานานนับปี แต่โจวหยางเทียนกลับทำไม่สำเร็จ ช่างไม่เอาไหนเสียจริง!“กระหม่อมไม่มีเวลาอธิบาย

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 60 หารือกับครอบครัว

    หลังจากที่สนทนากับองค์รัชทายาทเสร็จเรียบร้อย ลู่ฟางหนิงก็รีบกลับจวนด้วยจิตใจที่สับสนและวุ่นวาย แต่กระนั้นเมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าประตูจวนสกุลลู่ นางก็มิได้เผยท่าทางตื่นตระหนกออกมา ในทางกลับกัน นางรีบตรงไปหาบิดาที่เรือน และเรียกพี่ชายทั้งสองมาปรึกษาหารือร่วมกันแม่ทัพลู่หนิงเหอไม่รู้ว่าบุตรสาวคนรอ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 59 อย่าไว้ใจคนใน

    ก่อนงานเลี้ยงขอบคุณหนิงอ๋องกับหมอเทวดาตงหยางจะเริ่มขึ้นหนึ่งวัน โจวหยางอวี้แอบส่งจดหมายนัดลู่ฟางหนิงออกมาพบที่ด้านนอก เพราะเขามีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกให้นางรับรู้ลู่ฟางหนิงแม้จะไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทต้องการพบตนด้วยเรื่องอันใด แต่นางก็ออกไปตามนัดหมาย เพราะคิดว่าเรื่องที่องค์รัชทายาทต้องการสนทนากับนาง

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 58 หมอเทวดาตงหยาง

    ไม่กี่วันต่อมา หนิงอ๋องกับหมอเทวดาตงหยางก็เดินทางมาถึงเมืองหลวง การมาของพวกเขาในครั้งนี้เป็นการมาอย่างเร่งรีบเพราะต้องการรักษาอาการประชวรขององค์รัชทายาทโดยเร็วที่สุด หนิงอ๋องจึงมิได้นำกำลังพลมามากนัก จะมีก็เพียงแค่องครักษ์ส่วนตัวสองสามคนที่คอยคุ้มกันความปลอดภัยของหมอเทวดาตงหยางระหว่างการเดินทางเท่า

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 57 สัมพันธ์ลับของรุ่ยอ๋อง

    ตกดึกคืนนั้น โจวหยางเทียนจึงลอบออกไปพบกับลู่อวิ้นเหมย นับตั้งแต่วันที่พวกเขาตกลงร่วมมือกัน พวกเขาก็แอบสานสัมพันธ์กันอย่างลับๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ลู่อวิ้นเหมยก็ยอมพลีกายเป็นสตรีของเขาวันนี้รุ่ยอ๋องจองห้องในเหลาสุราแห่งหนึ่งเอาไว้ ไม่นานคนของเขาก็เดินนำสตรีที่สวมหมวกผ้าโปร่งปิดบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status