เข้าสู่ระบบ“เธอเจ็บขนาดนี้ บอกคุณแจ่มว่ารถล้มนอนโรงพยาบาลยังได้ คุณแจ่มไม่สนใจเธอถึงขั้นเสียเวลาตามสืบหรอก ตอนเย็นค่อยกลับ สายกับบ่ายนี้อยู่กับฉันก่อน ฉันอยากนอนกับเธออีก”
“แต่มาร์ไม่อยาก”
ใบหน้าเธอเคร่งเครียดเอียงศีรษะหลบ หันไปผลักกายแทนคุณออกห่างแต่เขาเอาแต่โถมกายเข้าหา เบียดเธอจนจะตกเตียงอยู่แล้ว ต่อมาฝ่ามือใหญ่ลากเอาผ้าห่มออกจากเรือนร่างเย้ายวนกดปากกับจมูกลงคลอเคลียใบหน้าหวาน
“อาจารย์... อย่าค่ะ”
“พูดดีๆ มาร์ เธอกล้าปฏิเสธฉันงั้นเหรอ”
“เมื่อคืนอาจารย์ก็นอนกับมาร์ไปหลายครั้งแล้ว”
“เมื่อคืนก็ส่วนเมื่อคืน ตอนนี้ก็ส่วนของตอนนี้ น้องลิตาหนีออกจากบ้านใช่ไหม เหตุผลที่คุณแจ่มตามเธอกลับบ้าน”
“อาจารย์แอบใช้มือถือมาร์เหรอคะ”
“แล้วจะทำไม ไม่อยากแต่ง ทำไมไม่บอกดีๆ ฉันจะได้เลิกจัดงานให้สิ้นเปลืองเงิน แล้วเปลี่ยนเป็นส่งทนายมาฟ้องร้องเรียกเงินยี่สิบล้านคืน คิดค่าเสียเวลาเป็นอะไรดี ขอเธอจากพ่อเลี้ยงมานอนกกสักสองปีแทนดอกเบี้ยดีไหม พ่อเลี้ยงน่าจะเต็มใจ เพราะแต่ไหนแต่ไรเขาก็เกลียดเธอ”
“มาร์ไปเกี่ยวอะไรด้วย ใครติดหนี้ก็ไปทวงกับคนนั้นสิ ไปฉุดเธอมาขังไว้ที่นี่ แล้วทำกับเธอ... เหมือนที่ทำกับมาร์ อาจารย์จะได้ครางชื่อถูกคนสักที”
เธอต้องใช้ความกล้ากว่าจะพูดออกมาได้ มันเจ็บ ที่ต้องทนฟังเขาเรียกชื่อลลิตาทั้งที่นอนอยู่กับเธอ เขาหลุดปากเรียกมาร์ เธอมีความสุขแทบแย่ แต่ต่อมาเขาก็กลับไปพูดชื่อลิตา ถ้ารักลลิตามากขนาดนั้น มาลินีอยากรู้ว่าเขาจะมานอนกับเธอทำไม
“ไม่ได้หรอก กับน้องลิตาฉันต้องถนอม แต่กับเธอไม่จำเป็น” แทนคุณผละออกจากมาลินีไปหยิบเงินสองพันมายัดใส่มือเธอ
“เก็บไว้ใช้ ถ้าว่าง่าย เอาเสร็จฉันจะให้เพิ่ม”
“อาจารย์ดูถูกมาร์”
“ฉันไม่เคยดูเธอผิดหรอกนะมาร์”
วาจาเชือดเฉือนทำเธอเจ็บจนพูดไม่ออก
มือเรียวบางจากคลายออกจะไม่ยอมรับเงิน ก็เปลี่ยนใจกำไว้แน่น ทอดกายเปล่าเปลือยอยู่ใต้ร่างเขาที่เปลือยไม่ต่างกัน
เป็นของเขามาสี่ปี ความรู้สึกที่มาลินีมีต่อเขามันเลยจุดกลับตัวไปไกลมาก รู้ทั้งรู้ถูกวางไว้ในสถานะไหน ก็ยังปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาง่ายๆ ทุกที
“ว่าง่ายแบบนี้สิน่ารัก”
ช่วงเอวคอดบางลงไปถึงปลายเท้าตกอยู่ใต้อาณัติคนใจร้าย ถูกเขารุกจูบจากข้างแก้มไปถึงติ่งหู กัดเบาๆ ให้ความเย็นของฟันทำเธอไม่เป็นตัวของตัวเอง
บทรักในค่ำคืนที่ผ่านมาเร่าร้อนรุนแรง เขาโหมกระหน่ำเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีสาดซัดเข้าใส่กึ่งกลางร่างเธอไม่พัก กินอิ่มหลายยกแล้วควรจะพอแต่ตื่นนอนกลับหิวอีก
“ฉันชอบเธอนะมาร์ เธอเป็นคู่นอนที่ดีมาก”
ก็แค่คู่นอน มาลินีบิดกายหลบหนีจากฝ่ามือสากที่ลากเลื้อยสัมผัสไปทั่วเรือนร่าง ไม่เว้นส่วนนั้น
เล้าโลมได้ที่แล้วฝ่ามือสากข้างหนึ่งรั้งแผ่นหลังเธอมาแนบชิดไปกับแผงอกกว้าง หลอกล่อดูดกลืนกลีบปากเธอย้ำๆ ให้ยอมเผยอออกรับจูบร้อน
“อ๊า อ๊ะ...”
กว่ามาลินีจะรู้ตัวว่าหลงกลเข้าให้แล้ว ท่อนขาของเธอก็ถูกยกขึ้นสูง กึ่งกลางกายสาวชุ่มฉ่ำถูกส่วนสงวนเพศชายกดลึกจมหายเข้ามาอยู่ในตัวเธอเกินครึ่ง ตัวเธอสั่นสะท้านไปถึงปลายเท้า หยุดจูบตอบชั่วคราวเพื่อส่งเสียงครางเล็กๆ
“ฮื่อ... อะ... อาจารย์...”
นอนเพิ่งตื่น แต่ใบหน้าแทนคุณหล่อเร้าใจ เขาชันกายสูงใหญ่ขึ้นนั่งแทรกตรงกลางจับสะโพกเพรียวให้นอนหงายสบายๆ รวบช่วงโคนขาไว้ขณะสอดประสานกายให้อ่อนโยนที่สุด เป็นห่วงแผลบนเข่าของเธอที่มีคราบเลือดสีคล้ำวงจางๆ ซึมขึ้นมาบนผ้าพันแผล
น่าจะเจ็บเอาเรื่อง เขาไม่น่าเอาแต่ใจทำรุนแรงกับเธอ
ถึงจะคิดได้ แต่ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ
ไม่อย่างนั้นแทนคุณก็คงจะไม่หิวกระหายในตัวมาลินี ถึงขั้นร้องขอจากเธอตั้งแต่เช้าตรู่
“ดีไหมมาร์”
“อ๊ะ... ดะ... ดี ดีค่ะ”
“ครางชื่อฉัน...”
“อาจารย์...”
แผ่นอกหนั่นเนื้อมีมัดกล้ามเคลื่อนไหวไปตามแรงกระแทก ใจกลางร่างเธอแดงฉ่ำขอบกายสาวปลิ้นเข้าออกตามขนาดตัวเขาและความแรงที่ตอกอัดเข้าหาไม่มีออมมือ
เขาฟาดมือเข้าที่ข้างสะโพกนุ่ม เสพติดสีหน้าคล้ายจะขาดใจตายของมาลินีจนหยุดย้ำเอวสอบเข้าแนบชิดกับรอยแยกกลางร่างเธอไม่ได้ น้ำใสเหนียวเหนอะหนะจากตัวเขาและเธอเปรอะเปื้อนเต็มที่นอน
เสียงเนื้อแนบเนื้อกระทบกันต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น ถึงขั้นที่ว่ามาลินีต้องกลั้นหายใจจนเธอเสร็จ เขาไม่ผ่อนแรงตามมารวบสะโพกเธอไว้ให้อยู่นิ่งแล้วสานต่อในจังหวะที่ดิบเถื่อนกว่าเดิม มาลินีจะตาย เธอกดใบหน้าครึ่งหนึ่งจมหายไปกับหมอน
“อะ... อาจารย์ ฮึก...” เธอทรมาน เพราะถึงที่หมายก่อนเขาสองครั้งติดๆ
“เสร็จง่ายไปไหมมาร์”
ใครจะถึกทนเหมือนเขา!
มาลินีอยากแผดเสียงใส่ แต่แค่หายใจเธอก็เหนื่อยแล้ว
“เร็วๆ เถอะค่ะ มาร์เหนื่อย...”
“อ่อน” ถูกคนตัวนุ่มค้อนใส่ตามระเบียบ
เหงื่อซึมบนไรผมสลวย แทนคุณโน้มริมฝีปากลงจูบซับเหงื่อให้เธออย่างรักใคร่ นอนกับมาลินีมาตั้งแต่เธออายุสิบแปด ปริ่มๆ จะสิบเก้า จนตอนนี้อายุมาลินีย่างเข้าสู่ปีที่ยี่สิบสอง ได้เธอนับครั้งไม่ถ้วน ควรอิ่ม แต่แทนคุณกลับไม่เคยเบื่อที่จะมอบบทรักให้เธอ
‘…’ เสียงเรียกเข้าดังจากมือถือที่วางไว้บนโต๊ะทำงาน มันอยู่ไกลเกินกว่าแทนคุณจะอยากไปดูว่าใครโทรมาแต่เช้า
“อะ... อาจารย์”
“ช่างมัน”
มันเขี้ยวเด็กดื้อที่ยกตัวขึ้นมาทำหน้าอ้อนขอให้ไปรับโทรศัพท์ ให้ไปตอนนี้เนี่ยนะ คิดจะฆ่าเขาเหรอ?
แทนคุณไม่เปิดโอกาสให้เด็กหน้ายั่วได้พูด กอดรอบแผ่นหลังดึงเธอมานั่งตักและจูบนัวเนียจนเสียงเรียกเข้าเงียบไป จากผู้ตามมาลินีถูกสลับบทบาทเปลี่ยนมาเป็นผู้นำ เธอร่อนเอวสาวในจังหวะเนิบนาบแต่ลงแรงทุกรอบจนหมดแรงอีกรอบ เสร็จง่ายจนอาจารย์ที่ปรึกษาอยากตัดเกรดให้ติดเอฟ
‘…’
เสียงเรียกเข้าดังขึ้นระลอกสามครั้งนี้แทนคุณสบถลั่น
“โทรมาทำไมกันนักหนา ไม่เกรงใจคนจะหลับจะนอนบ้างเลยหรือไง”
“อาจารย์ตื่นแล้ว อื้อ...” กลีบปากนิ่มถูกบดขยี้
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







