Accueil / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 6 บุรุษผู้มีใบหน้าคุ้นตา

Partager

บทที่ 6 บุรุษผู้มีใบหน้าคุ้นตา

Auteur: BigM00N
last update Date de publication: 2026-02-15 08:46:04

ยามค่ำคืนอันมืดมิดทำให้ความสามารถในการมองเห็นของผู้คนลดลง แต่ฮวาจื่อชิงกลับชอบความมืดมิดนี้ นางอาศัยแค่เพียงแสงจันทร์ลักลอบปีนออกจากจวนด้วยความคล่องแคล่วแล้วรีบเร่งฝีเท้าลัดเลาะออกไปตามตรอกด้านหลังของจวนเพื่อเดินเท้าไปยังประตูข้างของกำแพงเมือง นางใช้เงินจำนวนมากซื้อคนเฝ้าประตูเอาไว้แล้ว เมื่อนางไปถึงนางก็ส่งถุงเงินที่ใส่เงินตามจำนวนที่เคยตกลงกันเอาไว้ให้คนเฝ้าประตู เมื่อเขารับเงินไปแล้วก็เปิดประตูออกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้นางสามารถหลบหนีออกจากกำแพงอันสูงใหญ่ของเมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย

นางเดินเท้าไปที่โรงเลี้ยงม้าของสกุลซูมอบเงินให้คนเลี้ยงม้าอีกถุงหนึ่งแล้วจึงควบม้าไปยังบ้านร้างที่นางเคยซื้อเอาไว้ยามที่ออกมาเยี่ยมเยียนท่านลุงและท่านป้าสะใภ้สกุลซู จำนวนเงินที่นางมอบให้แก่คนเลี้ยงม้าเพียงพอให้เขาพาครอบครัวย้ายออกจากเมืองแห่งนี้ ดังนั้นนางจึงไม่กังวลว่าคนเลี้ยงม้าจะเดือดร้อนเพียงเพราะนางไปขอความช่วยเหลือจากเขา

นางขี่ม้ามุ่งตรงไปยังบ้านหลังเล็กกลางป่าที่นางซื้อเอาไว้ ก่อนหน้านี้นางเคยพาฮวาจื่อเฉิงมาที่นี่ครั้งหนึ่งและเคยบอกกับเขาว่านางจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งกบดาน มีเพียงแค่นางและฮวาจื่อเฉิงเพียงเท่านั้นที่รู้จักสถานที่แห่งนี้ แม้แต่ซูหมัวมัวก็ยังไม่รู้เลยว่านางแอบซื้อบ้านกลางป่าหลังนี้เอาไว้

“พี่รองนี่คือบุรุษที่ท่านจะให้ข้าหนีตามไปหรือ” ฮวาจื่อชิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าญาติผู้พี่ของนางแบกชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งอยู่บนแผ่นหลังและเขากำลังเดินมาหานางด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“ข้าบังเอิญเห็นว่าเขากำลังถูกชายชุดดำหลายคนลอบทำร้าย ข้าก็เลยลงมือช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ชายชุดดำเหล่านั้นฝีมือดีเป็นอย่างยิ่งกว่าข้าจะพาเขาหนีรอดมาได้ก็แทบแย่ ข้าก็เลยคิดได้ว่าในเมื่อข้าช่วยชีวิตของเขาเช่นนี้ เขาก็ควรจะต้องตอบแทนข้า” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางนำร่างของชายหนุ่มผู้นั้นไปวางลงบนเตียงใหญ่ในห้องนอนที่มีอยู่ห้องเดียวในบ้านหลังนี้

“เขาที่มีสภาพเช่นนี้หาใช่คนที่จะพาข้าหนีไปได้ไม่ แต่เขาน่าจะกลายเป็นตัวภาระของข้าเสียมากกว่า” คำพูดของนางทำให้ชายหนุ่มที่นอนหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมาจ้องมองนางในทันที ดวงตาของเขาราวกับกำลังจ้องมองคนที่เขารู้จักทำให้นางต้องนิ่วหน้าเมื่อได้สบสายตากับเขา ใบหน้าหล่อเหลาเช่นนี้ ดวงตาที่นางรู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้ ทำให้นางอดเอ่ยถามเขาออกมาไม่ได้

“พวกเราเคยพบกันใช่ไหม เหตุใดข้าจึงได้รู้สึกคุ้นหน้าท่านเช่นนี้” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงพ่นลมหายใจออกมา

“บุรุษผู้นี้หน้าตาดีมากก็จริง แต่ก็คงไม่ถึงขั้นที่เจ้าจะใช้วาจาพูดคุยกับเขาด้วยถ้อยคำที่บุรุษเสเพลมักจะใช้เกี้ยวพาสตรีเช่นนี้กระมัง เจ้าเคยบอกกับข้าว่าเจ้าไม่เคยมีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกับบุรุษอื่นมิใช่หรือ แล้วเจ้าจะเคยพบเขาได้อย่างไร” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้า

“เป็นอย่างที่พี่รองเอ่ยมาข้าไม่น่าจะเคยพบเจอเขา อืม ในเมื่อท่านเป็นคนพาเขามาก็ช่วยทำแผลให้เขาด้วยก็แล้วกัน ส่วนข้าจะออกไปดูบริเวณรอบๆ เสียหน่อย เผื่ออาจจะมีใครลักลอบติดตามท่านมา” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็ส่ายหน้า

“จะมีผู้ใดติดตามข้ามากันเล่า ยามนี้ทุกคนในจวนคงยังไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าเจ้าหลบหนีออกมาจากจวนแล้ว และคงจะไม่มีผู้ใดในจวนคาดคิดว่าเจ้าจะตัดสินใจหลบหนีการแต่งงานเช่นนี้” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้าแล้วเอ่ยกับฮวาจื่อเฉิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

“เช่นนั้นท่านก็ลงมือรักษาเขาเถิดหากต้องการสิ่งใดก็ให้บอกข้า ข้าจะไปหามาให้” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็ส่ายหน้า

“ข้ามีของที่จะใช้ครบครันอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องอยู่ในห้องนี้หรอก เท่าที่ข้าเห็นเขามีบาดแผลที่หน้าอก ข้าคงต้องถอดเสื้อของเขาออกจะได้ทำแผลได้สะดวก” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไปเพราะนางไม่อยากจะเห็นญาติผู้พี่ถอดเสื้อของผู้อื่น นางจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าแววตาของบุรุษที่ญาติผู้พี่ของตนพามามีความผิดปกติ

“นางเป็นน้องสาวของเจ้าหรือ” คำถามของบุรุษผู้นั้นทำให้ฮวาจื่อเฉิงพยักหน้า

“ใช่แล้ว นางคือน้องสาวของข้าเอง งามมากใช่ไหมเล่า น้องสาวของข้าคนนี้นี่แหละที่เจ้าจะต้องให้ความช่วยเหลือด้วยการไปจากที่นี่พร้อมนาง เพื่อเป็นการตอบแทนที่ข้าช่วยเหลือเจ้าจากคนร้ายเหล่านั้น” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้บุรุษผู้นั้นเม้มปากแน่นในทันที

“เท่าที่ข้าจำได้ เจ้าแบกข้าขึ้นหลังเพื่อบังธนูที่คนกลุ่มนั้นยิงใส่เจ้าไม่ใช่หรือ” คำถามของเขาทำให้ฮวาจื่อเฉิงส่ายหน้าในทันที

“แต่เจ้าก็ไม่ได้ถูกลูกธนูแทงทะลุแผ่นหลังมิใช่หรือ หากไม่ใช่เพราะข้าซัดเข็มอาบยาชาใส่พวกเขามีหรือที่เจ้ากับข้าจะรอดชีวิตมาได้เช่นนี้” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยออกมาพลางยื่นมือมาปลดสายรัดเอวของคนตรงหน้า ทำให้บุรุษผู้นั้นรีบยื่นมือมาจับมือของฮวาจื่อเฉิงเอาไว้ในทันที ฮวาจื่อเฉิงจึงได้ร้อง เฮอะ! ออกมา

“ข้าจะช่วยทำแผลให้เจ้า หากปล่อยทิ้งไว้แผลของเจ้าได้เน่าแน่ ถึงยามนั้นต่อให้โชคดีได้พบหมอเทวดาก็เป็นเรื่องยากที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้บุรุษผู้นั้นจึงได้คลายมือของตนเองออก ฮวาจื่อเฉิงจึงได้คลายเสื้อตัวนอกและเสื้อตัวในของเขาออกบาดแผลที่คนตรงหน้าได้รับทำให้ฮวาจื่อเฉิงสูดปากในทันที

“เจ้าโชคดีมากที่ได้มาพบกับข้า หากได้รับการรักษาจากหมอทั่วไปก็ไม่แน่ว่าบาดแผลนี้ของเจ้าจะหายขาด” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางใช้ผ้าสะอาดชุบสุราที่เทออกมาจากถุงหนังของตนเองแล้วนำผ้าชุบสุราไปซับทำความสะอาดบาดแผลให้คนตรงหน้า

“เจ้าเป็นหมอหรือ” คนตรงหน้าเอ่ยถามพลางขบกรามแน่นเพื่อระงับความเจ็บปวด

“ข้ารู้วิชาแพทย์แต่ไม่ได้เป็นหมอ เจ้าวางใจได้ฝีมือการรักษาของข้าดีกว่าบรรดาท่านหมอในโรงหมอเหล่านั้นอีก” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางโรยยาผงลงไปบนบาดแผล ฤทธิ์ของยาทำให้อาการปวดแผลจางหายไปในพริบตาทำให้บุรุษตรงหน้าจ้องมองฮวาจื่อเฉิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ฮวาจื่อเฉิงย่อมจะเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของบุรุษตรงหน้า เขาจึงได้ยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน การรักษาผู้คนน่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถทำได้ดีพอๆ กับการกินดื่มและเที่ยวเล่น

บรรดาคุณชายในบ้านล้วนมีความสามารถที่แตกต่างกันฮวาจื่อฉีเชี่ยวชาญด้านตำรับตำราสมกับที่เป็นคุณชายใหญ่ของสกุลฮวา สกุลมหาบัณฑิตอันเก่าแก่ของแคว้นอวิ๋น คุณชายสามของจวนฮวาจื่อมู่กลับมีความสนใจทางด้านวิชายุทธ์มักจะออกจากจวนไปฝึกยุทธ์ตามสำนักยุทธ์ชื่อดัง คุณชายสี่ฮวาจื่อซูมีความเชี่ยวชาญด้านตำรับตำราเช่นเดียวกันกับฮวาจื่อฉี เพียงแต่ความสามารถยังไม่อาจจะเทียบเคียงฮวาจื่อฉีได้ ส่วนตัวเขาที่เป็นคุณชายรองของจวนไม่มีความสนใจทางด้านใดเป็นพิเศษ ชอบกินดื่มและเที่ยวเล่น โชคดีที่ความชอบของเขาทำให้เขาไปพบกับอาจารย์ที่มีความสามารถทางด้านการรักษา เขาจึงได้ร่ำเรียนวิชาการรักษาจากอาจารย์ของเขามา

“แล้วน้องสาวของเจ้าเล่า เหตุใดนางจึงได้คิดหลบหนีการแต่งงาน” เมื่อชายหนุ่มแปลกหน้าเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็จ้องมองเขาด้วยสายตาระแวดระวังในทันที ชายหนุ่มตรงหน้าจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เมื่อครู่นี้เจ้าพูดเองมิใช่หรือว่าคนในจวนของพวกเจ้าคงจะไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าน้องสาวของเจ้าจะตัดสินใจหนีการแต่งงาน อีกทั้งเจ้ายังบอกให้ข้าพานางหนีเพื่อตอบแทนบุญคุณที่เจ้าให้การช่วยเหลือข้ามิใช่หรือ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : เซี่ยหย่งเป่า

    ข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งเป่า เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นอวิ๋นเซี่ยเหวินหลาง มารดาของข้าคือสตรีสกุลฮวามีนามว่าฮวาจื่อชิง ข้ามีพี่ชายและพี่สาวอย่างละหนึ่งคน พี่ชายมีนามว่าเซี่ยหย่งฉี ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งหนิงข้ามีหลานชายถึง 4 คน เป็นบุตรชายที่ถือกำเนิดจากพี่ชายของข้าเซี่ยหย่งฉี และท่านหญิงฉางอู่ผู้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ส่วนพี่สาวของข้าแม้ว่านางจะยังไม่มีทายาท แต่ด้วยยาที่ข้าพึ่งจะปรุงให้นางไปทำให้ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ใกล้จะมีทายาทให้แก่สกุลจี้ซึ่งเป็นสกุลของสามีของนางแล้ว“พี่หญิงตั้งครรภ์แล้วเช่นนี้ จี้ซูหรานก็คงไม่กล้าปากมากพูดจาเสียดสีพี่หญิงแล้วกระมัง” ฮวาเยี่ยนชีเอ่ยพลางเลื่อนจานผลไม้ให้พี่หญิงของข้า ฮวาเยี่ยนชีคือบุตรสาวของท่านลุงรองทางฝั่งสกุลเดิมของมารดาของข้า ตั้งแต่พี่หญิงของข้าตั้งครรภ์ทั้งฮวาเยี่ยนชีและข้าก็ต่างไม่กล้าวางใจปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความขัดแย้งในสกุลจี้เพียงลำพัง ดังนั้นช่วงนี้ข้าและฮวาเยี่ยนชีจึงมักจะมาเป็นแขกที่จวนสกุลจี้เป็นประจำ“ต่อให้นางอยากจะพูดจาเสียดสีก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรนางก็ทำอันใดข้าที่เป็นทั้งท่านหญิงหย่งหนิงและพี่สะใภ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 2

    “หนึ่ง สอง สาม สี่ ฮ่าๆ ดูเหมือนว่านายของพวกเจ้าจะให้เกียรติฝีมือของข้ามากเลยนะ จึงได้ส่งพวกเจ้ามาถึงสี่คนเช่นนี้”“ฉีเสี่ยวเสวียนอย่าได้พูดมาก ยินยอมตามพวกข้ากลับไปแต่โดยดีเสียเถิดเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยออกมาพลางพุ่งเข้ามาโจมตีนาง ข้าทนเห็นสตรีผู้หนึ่งถูกรุมโจมตีไม่ไหวจึงออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแต่ข้าหาได้ตั้งใจเรียนวิชายุทธ์ดังเช่นน้องชาย สุดท้ายวิชายุทธ์ดุจแมวสามขาของข้าจึงทำได้แค่เพียงทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นเสียรูปกระบวนในการโจมตีเพียงเท่านั้นสุดท้ายนางก็กำจัดชายชุดดำได้จนหมดนางมองชายชุดดำสี่คนที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นแล้วก็รีบเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ในทันที ข้าเองก็รีบติดตามนางไปเช่นเดียวกัน บุรุษแต่งกายแบบชาวยุทธ์หลายคนสิ้นชีพอยู่บริเวณนี้ความเศร้าโศกเสียใจของนางทำให้ข้าพึ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางหาได้ติดตามข้ามาเพียงลำพัง แต่ยังมีคนของนางติดตามมาด้วยอีกหลายคนและยามนี้คนของนางก็สิ้นชีพไปเสียแล้ว“ท่านช่วยข้าฝังศพคนเหล่านี้ได้ไหม” เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้ข้าก็จำต้องออกแรงช่วยนางขุดหลุมฝังคนทั้งหมด ข้าและนางใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการจัดการศพแล้วหลังจา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 1

    ข้าชื่อฮวาจื่อเฉิง เป็นบุตรชายคนที่สองของฮวาเฉินกับต่งฟางหรู ท่านปู่ของข้าคือฮวาเหลียงมหาราชครูผู้ได้รับความนับหน้าถือตาจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตั้งแต่เด็กข้าเป็นคนที่มีความจำดีมาก มากเสียจนทุกคนในจวนต่างตั้งความหวังว่าข้าจะเก่งกาจมากกว่าพี่ใหญ่ของข้าที่สามารถท่องจำสี่ตํารา ห้าคัมภีร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้ เพราะข้ากลับไปฝากตัวเป็นศิษย์หมอเทวดาที่มารักษาอาการป่วยให้แก่ท่านปู่ที่จวนของข้าความสามารถทางด้านการรักษาของข้านั้น ข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่นับอาจารย์ของข้าเข้ามาด้วยข้าก็ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือทางด้านการรักษาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทั้งการวินิจฉัยโรคและการปรุงยาแม้แต่อาจารย์ยังเคยชมว่าข้าคือลูกศิษย์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดข้ามีญาติผู้น้องอยู่ผู้หนึ่ง นางมีนามว่าฮวาจื่อชิงเป็นเด็กสาวที่น่ารักและน่าสงสาร ข้ารักนางเสียยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ซึ่งนางมักจะพูดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะข้าไม่มีน้องสาวร่วมสายเลือดเลยสักคน…ฮวาจื่อชิงมีพละกำลังมหาศาลตรงข้ามกับใบหน้าอันน่ารักและรูปร่างอันบอบบางของนางเป็นอย่างมาก แต่นางและมา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 67 จากนี้และตลอดไป (ตอนจบ)

    “ความทุกข์ยากและกาลเวลาช่วยพิสูจน์ความจริงใจของคน” ฮวาจื่อชิงได้เห็นแล้วว่าคำพูดประโยคนี้คือความจริง เซี่ยเหวินหลางเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ อย่างแท้จริง เขาช่วยนางอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จนเติบใหญ่ เขาเป็นกำลังใจในทุกครั้งที่นางต้องเผชิญกับปัญหา ยามที่นางคิดถึงตอนที่ตนเองเคยหนีไปจากเขาขึ้นมา นางก็ได้แต่ขบขันความคิดอันโง่งมของตนเอง แม้ว่าเซี่ยเหวินหลางจะไม่สามารถละทิ้งอำนาจในมือได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถทำให้นางและลูกรู้สึกว่าตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขายามนี้นางไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดข่มขู่เขาอีกต่อไปแล้วว่าถ้าหากเขาทำไม่ดีต่อนางหรือว่านำสตรีอื่นเข้ามาเป็นคู่ร่วมชีวิต นางก็จะพาลูกๆ หนีไปจากเขา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาจนกลายเป็นท่านปูและท่านย่า เขาก็ไม่เคยทำให้นางอยากจะหนีไปจากเขาอีกเลย“กำลังคิดอะไรอยู่ ฟ้ามืดแล้วอากาศก็เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นมาแล้วนะ” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางถอดเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมให้นาง“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำโง่ๆ อย่างเช่นการคิดว่าตนเองจะสามารถหนีการแต่งงานกับท่านไปได้” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 66 ไร้ซึ่งความกังวล

    ความห่างไกลสำหรับคู่รักบางคู่อาจจะทำให้เกิดความห่างเหิน แต่สำหรับเซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงแล้วความห่างไกลทำให้เขาและนางรู้หัวใจตนเองว่าต่างฝ่ายก็ต่างขาดกันและกันไม่ได้ ช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแม้ว่านางจะพยายามทำตนเองให้ยุ่งเข้าไว้ ทั้งทำการค้าและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเรื่องการเพาะปลูก แต่ยามค่ำคืนที่ต้องอยู่คนเดียวนางมักจะคิดถึงเขาอยู่เสมอฉีเหม่ยเจินและเซี่ยจ้งหวายก็เช่นกันเดิมที่เซี่ยจ้งหวายวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงอารักขาฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงสงบสุขดีแล้วเขาจึงได้เร่งเดินทางมาเพื่อมารับฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง“ข้าไม่กลับ!” คำพูดของฉีเหม่ยเจินทำให้ เซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงรีบพาลูกๆ กลับเรือนของตนเองในทันที ส่วนบรรดาสาวใช้ก็รีบจากไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คนทั้งคู่“เหตุใดจึงไม่กลับเล่า เจินเจินความเข้าใจผิดในกาลก่อนเจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าหาใช่ความผิดของข้า พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วยามนี้เจ้ายังคิดจะทิ้งให้ข้าต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกหรือ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินยิ้มออกมา“ก็เพราะเคยร

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 65 โชคดี

    ฮวาจื่อชิงหันไปมองยังทิศทางของเสียงแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเซี่ยเหวินหลางที่เดินขึ้นบันไดมาบนชั้นสอง นางรีบวิ่งไปหาเขาในทันทีโดยไม่รักษากิริยา นางยื่นมือของตนเองไปจับมือของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้าได้เสียที”“ข้าสะสางกิจธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบมาหาเจ้าในทันที” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างมาลูบศีรษะของนางฮวาจื่อชิง นางรู้สึกดีกับการกระทำของเขาแต่เมื่อคิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ นางจึงได้คลายมือของตนออกจากฝ่ามือของเขาแล้วขยับห่างจากร่างของเขาเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาของตนเองในสายตาของผู้อื่น แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมเขายื่นมือมาจับกุมมือของนางเอาไว้แล้วจูงมือพานางเดินตรงไปยังทิศทางที่เหอเจาและจี้อวิ๋นหนานยืนอยู่“ลูกๆ ของข้าซุกซนข้าต้องขออภัย เมื่อข้าพาพวกเขากลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเอง แต่เจ้าเล่ามาเอ่ยวาจาก้าวร้าวแถมยังแนบชิดกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามี เจ้าคิดว่าตนเองวางตัวดีแล้วหรือ” คำถามของนางทำให้เหอเจาเม้มปากแน่น ส่วนจี้อวิ๋นหนานที่รับรู้ได้ถึงกระแสความเกลียดชังจากเซี่ยเหวิน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status