หน้าหลัก / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 6 บุรุษผู้มีใบหน้าคุ้นตา

แชร์

บทที่ 6 บุรุษผู้มีใบหน้าคุ้นตา

ผู้เขียน: BigM00N
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-15 08:46:04

ยามค่ำคืนอันมืดมิดทำให้ความสามารถในการมองเห็นของผู้คนลดลง แต่ฮวาจื่อชิงกลับชอบความมืดมิดนี้ นางอาศัยแค่เพียงแสงจันทร์ลักลอบปีนออกจากจวนด้วยความคล่องแคล่วแล้วรีบเร่งฝีเท้าลัดเลาะออกไปตามตรอกด้านหลังของจวนเพื่อเดินเท้าไปยังประตูข้างของกำแพงเมือง นางใช้เงินจำนวนมากซื้อคนเฝ้าประตูเอาไว้แล้ว เมื่อนางไปถึงนางก็ส่งถุงเงินที่ใส่เงินตามจำนวนที่เคยตกลงกันเอาไว้ให้คนเฝ้าประตู เมื่อเขารับเงินไปแล้วก็เปิดประตูออกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้นางสามารถหลบหนีออกจากกำแพงอันสูงใหญ่ของเมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย

นางเดินเท้าไปที่โรงเลี้ยงม้าของสกุลซูมอบเงินให้คนเลี้ยงม้าอีกถุงหนึ่งแล้วจึงควบม้าไปยังบ้านร้างที่นางเคยซื้อเอาไว้ยามที่ออกมาเยี่ยมเยียนท่านลุงและท่านป้าสะใภ้สกุลซู จำนวนเงินที่นางมอบให้แก่คนเลี้ยงม้าเพียงพอให้เขาพาครอบครัวย้ายออกจากเมืองแห่งนี้ ดังนั้นนางจึงไม่กังวลว่าคนเลี้ยงม้าจะเดือดร้อนเพียงเพราะนางไปขอความช่วยเหลือจากเขา

นางขี่ม้ามุ่งตรงไปยังบ้านหลังเล็กกลางป่าที่นางซื้อเอาไว้ ก่อนหน้านี้นางเคยพาฮวาจื่อเฉิงมาที่นี่ครั้งหนึ่งและเคยบอกกับเขาว่านางจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งกบดาน มีเพียงแค่นางและฮวาจื่อเฉิงเพียงเท่านั้นที่รู้จักสถานที่แห่งนี้ แม้แต่ซูหมัวมัวก็ยังไม่รู้เลยว่านางแอบซื้อบ้านกลางป่าหลังนี้เอาไว้

“พี่รองนี่คือบุรุษที่ท่านจะให้ข้าหนีตามไปหรือ” ฮวาจื่อชิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าญาติผู้พี่ของนางแบกชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งอยู่บนแผ่นหลังและเขากำลังเดินมาหานางด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“ข้าบังเอิญเห็นว่าเขากำลังถูกชายชุดดำหลายคนลอบทำร้าย ข้าก็เลยลงมือช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ชายชุดดำเหล่านั้นฝีมือดีเป็นอย่างยิ่งกว่าข้าจะพาเขาหนีรอดมาได้ก็แทบแย่ ข้าก็เลยคิดได้ว่าในเมื่อข้าช่วยชีวิตของเขาเช่นนี้ เขาก็ควรจะต้องตอบแทนข้า” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางนำร่างของชายหนุ่มผู้นั้นไปวางลงบนเตียงใหญ่ในห้องนอนที่มีอยู่ห้องเดียวในบ้านหลังนี้

“เขาที่มีสภาพเช่นนี้หาใช่คนที่จะพาข้าหนีไปได้ไม่ แต่เขาน่าจะกลายเป็นตัวภาระของข้าเสียมากกว่า” คำพูดของนางทำให้ชายหนุ่มที่นอนหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมาจ้องมองนางในทันที ดวงตาของเขาราวกับกำลังจ้องมองคนที่เขารู้จักทำให้นางต้องนิ่วหน้าเมื่อได้สบสายตากับเขา ใบหน้าหล่อเหลาเช่นนี้ ดวงตาที่นางรู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้ ทำให้นางอดเอ่ยถามเขาออกมาไม่ได้

“พวกเราเคยพบกันใช่ไหม เหตุใดข้าจึงได้รู้สึกคุ้นหน้าท่านเช่นนี้” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงพ่นลมหายใจออกมา

“บุรุษผู้นี้หน้าตาดีมากก็จริง แต่ก็คงไม่ถึงขั้นที่เจ้าจะใช้วาจาพูดคุยกับเขาด้วยถ้อยคำที่บุรุษเสเพลมักจะใช้เกี้ยวพาสตรีเช่นนี้กระมัง เจ้าเคยบอกกับข้าว่าเจ้าไม่เคยมีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกับบุรุษอื่นมิใช่หรือ แล้วเจ้าจะเคยพบเขาได้อย่างไร” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้า

“เป็นอย่างที่พี่รองเอ่ยมาข้าไม่น่าจะเคยพบเจอเขา อืม ในเมื่อท่านเป็นคนพาเขามาก็ช่วยทำแผลให้เขาด้วยก็แล้วกัน ส่วนข้าจะออกไปดูบริเวณรอบๆ เสียหน่อย เผื่ออาจจะมีใครลักลอบติดตามท่านมา” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็ส่ายหน้า

“จะมีผู้ใดติดตามข้ามากันเล่า ยามนี้ทุกคนในจวนคงยังไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าเจ้าหลบหนีออกมาจากจวนแล้ว และคงจะไม่มีผู้ใดในจวนคาดคิดว่าเจ้าจะตัดสินใจหลบหนีการแต่งงานเช่นนี้” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้าแล้วเอ่ยกับฮวาจื่อเฉิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย

“เช่นนั้นท่านก็ลงมือรักษาเขาเถิดหากต้องการสิ่งใดก็ให้บอกข้า ข้าจะไปหามาให้” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็ส่ายหน้า

“ข้ามีของที่จะใช้ครบครันอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องอยู่ในห้องนี้หรอก เท่าที่ข้าเห็นเขามีบาดแผลที่หน้าอก ข้าคงต้องถอดเสื้อของเขาออกจะได้ทำแผลได้สะดวก” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไปเพราะนางไม่อยากจะเห็นญาติผู้พี่ถอดเสื้อของผู้อื่น นางจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าแววตาของบุรุษที่ญาติผู้พี่ของตนพามามีความผิดปกติ

“นางเป็นน้องสาวของเจ้าหรือ” คำถามของบุรุษผู้นั้นทำให้ฮวาจื่อเฉิงพยักหน้า

“ใช่แล้ว นางคือน้องสาวของข้าเอง งามมากใช่ไหมเล่า น้องสาวของข้าคนนี้นี่แหละที่เจ้าจะต้องให้ความช่วยเหลือด้วยการไปจากที่นี่พร้อมนาง เพื่อเป็นการตอบแทนที่ข้าช่วยเหลือเจ้าจากคนร้ายเหล่านั้น” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้บุรุษผู้นั้นเม้มปากแน่นในทันที

“เท่าที่ข้าจำได้ เจ้าแบกข้าขึ้นหลังเพื่อบังธนูที่คนกลุ่มนั้นยิงใส่เจ้าไม่ใช่หรือ” คำถามของเขาทำให้ฮวาจื่อเฉิงส่ายหน้าในทันที

“แต่เจ้าก็ไม่ได้ถูกลูกธนูแทงทะลุแผ่นหลังมิใช่หรือ หากไม่ใช่เพราะข้าซัดเข็มอาบยาชาใส่พวกเขามีหรือที่เจ้ากับข้าจะรอดชีวิตมาได้เช่นนี้” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยออกมาพลางยื่นมือมาปลดสายรัดเอวของคนตรงหน้า ทำให้บุรุษผู้นั้นรีบยื่นมือมาจับมือของฮวาจื่อเฉิงเอาไว้ในทันที ฮวาจื่อเฉิงจึงได้ร้อง เฮอะ! ออกมา

“ข้าจะช่วยทำแผลให้เจ้า หากปล่อยทิ้งไว้แผลของเจ้าได้เน่าแน่ ถึงยามนั้นต่อให้โชคดีได้พบหมอเทวดาก็เป็นเรื่องยากที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้” เมื่อฮวาจื่อเฉิงเอ่ยเช่นนี้บุรุษผู้นั้นจึงได้คลายมือของตนเองออก ฮวาจื่อเฉิงจึงได้คลายเสื้อตัวนอกและเสื้อตัวในของเขาออกบาดแผลที่คนตรงหน้าได้รับทำให้ฮวาจื่อเฉิงสูดปากในทันที

“เจ้าโชคดีมากที่ได้มาพบกับข้า หากได้รับการรักษาจากหมอทั่วไปก็ไม่แน่ว่าบาดแผลนี้ของเจ้าจะหายขาด” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางใช้ผ้าสะอาดชุบสุราที่เทออกมาจากถุงหนังของตนเองแล้วนำผ้าชุบสุราไปซับทำความสะอาดบาดแผลให้คนตรงหน้า

“เจ้าเป็นหมอหรือ” คนตรงหน้าเอ่ยถามพลางขบกรามแน่นเพื่อระงับความเจ็บปวด

“ข้ารู้วิชาแพทย์แต่ไม่ได้เป็นหมอ เจ้าวางใจได้ฝีมือการรักษาของข้าดีกว่าบรรดาท่านหมอในโรงหมอเหล่านั้นอีก” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางโรยยาผงลงไปบนบาดแผล ฤทธิ์ของยาทำให้อาการปวดแผลจางหายไปในพริบตาทำให้บุรุษตรงหน้าจ้องมองฮวาจื่อเฉิงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ฮวาจื่อเฉิงย่อมจะเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของบุรุษตรงหน้า เขาจึงได้ยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน การรักษาผู้คนน่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถทำได้ดีพอๆ กับการกินดื่มและเที่ยวเล่น

บรรดาคุณชายในบ้านล้วนมีความสามารถที่แตกต่างกันฮวาจื่อฉีเชี่ยวชาญด้านตำรับตำราสมกับที่เป็นคุณชายใหญ่ของสกุลฮวา สกุลมหาบัณฑิตอันเก่าแก่ของแคว้นอวิ๋น คุณชายสามของจวนฮวาจื่อมู่กลับมีความสนใจทางด้านวิชายุทธ์มักจะออกจากจวนไปฝึกยุทธ์ตามสำนักยุทธ์ชื่อดัง คุณชายสี่ฮวาจื่อซูมีความเชี่ยวชาญด้านตำรับตำราเช่นเดียวกันกับฮวาจื่อฉี เพียงแต่ความสามารถยังไม่อาจจะเทียบเคียงฮวาจื่อฉีได้ ส่วนตัวเขาที่เป็นคุณชายรองของจวนไม่มีความสนใจทางด้านใดเป็นพิเศษ ชอบกินดื่มและเที่ยวเล่น โชคดีที่ความชอบของเขาทำให้เขาไปพบกับอาจารย์ที่มีความสามารถทางด้านการรักษา เขาจึงได้ร่ำเรียนวิชาการรักษาจากอาจารย์ของเขามา

“แล้วน้องสาวของเจ้าเล่า เหตุใดนางจึงได้คิดหลบหนีการแต่งงาน” เมื่อชายหนุ่มแปลกหน้าเอ่ยถามเช่นนี้ฮวาจื่อเฉิงก็จ้องมองเขาด้วยสายตาระแวดระวังในทันที ชายหนุ่มตรงหน้าจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เมื่อครู่นี้เจ้าพูดเองมิใช่หรือว่าคนในจวนของพวกเจ้าคงจะไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าน้องสาวของเจ้าจะตัดสินใจหนีการแต่งงาน อีกทั้งเจ้ายังบอกให้ข้าพานางหนีเพื่อตอบแทนบุญคุณที่เจ้าให้การช่วยเหลือข้ามิใช่หรือ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 15 หนีออกนอกเมือง

    เมื่อออกจากจวนสกุลเซี่ยได้นางก็วิ่งลัดเลาะไปยังคลองระบายน้ำ เมื่อไปถึงตรอกแห่งหนึ่งก็มีขอทานน้อยสองคนออกจากตรอกอันมืดมิดวิ่งตรงมาหานางแล้วก็แบมือขอเงินจากนางในทันที ฮวาจื่อชิงมอบถุงเงินอันหนักอึ้งให้สองขอทานน้อยคนละถุง พวกเขายิ้มแย้มแล้วรับเงินไปด้วยความยินดี เมื่อเห็นว่าฮวาจื่อชิงมีสาวใช้ติดตามมาด้วยอีกสองคนพวกเขาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์“แม่นางที่พวกเราเคยตกลงกันไว้มีแค่แม่นางเพียงผู้เดียวมิใช่หรือ” “นั่นมันข้อตกลงเมื่อสามเดือนที่แล้ว พวกเจ้าได้รับเงินที่ข้าส่งมาให้พวกเจ้าทุกเดือนมาโดยตลอดมิใช่หรือ อีกทั้งข้ายังส่งยารักษาโรคที่ดีที่สุดมาให้พวกเจ้าอีก พวกเจ้าไม่คิดว่าควรจะตอบแทนข้าให้มากขึ้นอีกสักหน่อยหรือ” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้เด็กน้อยทั้งสองหันไปปรึกษากันแล้วสุดท้ายก็หันมาพยักหน้าให้นาง“ได้ ถ้าเช่นนั้นรบกวนพวกท่านตามข้าสองคนมา ก่อนอื่นพวกท่านจะต้องเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่พวกข้าหามาให้ก่อน พวกท่านจะได้ดูกลมกลืนกับพวกข้า” เมื่อเด็กน้อยเอ่ยเช่นนี้ทั้งฮวาจื่อชิง มู่เหยาและมู่หลีก็ต่างพยักหน้า ขอทานน้อยทั้งสองจึงพาพวกนางไปยังตรอกที่เป็นแหล่งกบดานของพวกเขา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 14 หนีออกจากจวน

    “ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะคิดถึงข้ามากเป็นพิเศษนะ ไม่เพียงเรียกตัวข้าให้มาหาท่านบ่อยครั้งขึ้น แถมช่วงนี้ยังยินดีจ่ายให้ข้ามากเป็นพิเศษอีกด้วย” เสียงอันเย้ายวนของสตรีภายในห้องทำให้ฮวาจื่อชิงรีบหยุดฝีเท้าแล้วหยุดยืนฟังอยู่ไกลๆ ขอแค่เพียงได้ยินสิ่งที่คนด้านในพูดคุยกันนางก็ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้“ย่อมต้องจ่ายหนักเป็นธรรมดา ข้าใจร้อนอยากจะรีบสะสางเรื่องยุ่งยากรอบกายของข้าให้เร็วที่สุด” คำพูดของเซี่ยเหวินหลางทำให้ฮวาจื่อชิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจน้ำเสียงของเขาไม่เหมือนน้ำเสียงของบุรุษที่ใช้พูดคุยกับสตรีที่ตนเองถูกใจ‘หรือว่าจะไม่ใช่นาง’ ฮวาจื่อชิงได้แต่คิดอยู่ในใจ หูก็ฟังเสียงความเคลื่อนไหวและเสียงพูดคุยของคนในเรือน“รีบสะสางถือเป็นเรื่องดีเพียงแต่รอบนี้ท่านก็เบามือลงสักหน่อยเถิด หากเลือดนองผืนดิน ศีรษะแขวนเต็มประตูเมืองอย่างเช่นรอบที่แล้วไม่เพียงทำให้ผู้คนเสียขวัญแต่ยังทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวในตัวท่านด้วย” เสียงสตรีภายในห้องเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วงแต่เซี่ยเหวินหลางกลับตอบนางด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ“พวกเขาอยากจะกลัวข้าก็ให้กลัวไป ยิ่งกลัวมากก็ยิ่งดี วันหน้าจะได้ไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านข้าอี

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 13 นางจิ้งจอก

    ฮวาจื่อชิงใช้ชีวิตภายในจวนสกุลเซี่ยอย่างผ่อนคลาย นางไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังเรื่องพละกำลังของตนเองอีก ถึงอย่างไรสามีของนางก็รู้อยู่แล้วว่านางมีพละกำลังมากว่าผู้อื่น ส่วนพ่อสามีและแม่สามีก็หาได้รังเกียจเรื่องนี้อีกทั้งยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีอีกด้วย“วันหน้าเมื่อเจ้ามีหลานๆ ให้ข้า พวกเขาอาจจะได้พละกำลังอันแข็งแกร่งมาจากเจ้าก็ได้นะ มีพละกำลังมากกว่าผู้อื่นถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยพวกเขาก็คงจะสามารถปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนทั่วไป” ฉีเหม่ยเจินเอ่ยออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ นางสูญเสียบุตรชายไปแล้วสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่ต้องเห็นป้ายวิญญาณของลูกหัวใจของนางก็ราวกับถูกกระชากออกจากอก ความทุกข์ทรมานเช่นนี้ไม่มีมารดาคนไหนอยากจะให้เกิดกับตนเอง“จะมีพละกำลังหรือไม่มีก็ไม่เป็นไรขอให้เจ้ามีหลานให้พวกเราอุ้มเร็วๆ ก็พอ” เซี่ยจ้งหวายเอ่ยพลางยิ้มออกมา ส่วนฮวาจื่อชิงนางทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างเอียงอายเพียงเท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าถ้าหากพูดออกมาตามความเป็นจริงคงจะเป็นเรื่องยากที่นางและเซี่ยเหวินหลางจะมีลูกด้วยกันได้ในเร็ววัน เพราะนางและเขาในยามนี้แทบจะไม่ได้อยู่ร่วมห้องกันตามลำพังอ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 12 สะใภ้สกุลเซี่ย

    ยามเช้าเมื่อฮวาจื่อชิงตื่นขึ้นมาก็พบว่าร่างกายของนางร้าวระบมไปเกือบทั้งตัว แม้ว่านางไม่อยากจะตื่นขึ้นมามากเพียงใด แต่ในฐานะที่เป็นสะใภ้ใหม่จำต้องรีบตื่นขึ้นมาเพื่อไปคารวะน้ำชายามเช้าต่อพ่อสามีและแม่สามี ยามนี้ภาพลักษณ์ของนางในใจพ่อสามีและแม่สามีน่าจะเสียหายไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่นางพอจะทำได้ก็คือพยายามทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีไม่ขัดหูขัดตาพวกเขาก็พอ“นอนต่ออีกหน่อยเถิด” มารขัดขวางความตั้งใจของนางไม่ได้แค่เพียงพูดห้ามปราม เขายังสอดแขนมาที่เอวของนางแล้วเหนี่ยวรั้งนางให้เอนกายลงไปซบร่างกายของเขาอีกด้วย“ปล่อยข้า วันนี้ข้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่สามี” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางออกแรงดึงแขนของเขาออกซึ่งเขาก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าตนเองสู้แรงของนางไม่ได้ ส่วนฮวาจื่อชิงที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพละกำลังของนางกลับคืนมาแล้วก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปจ้องมองเขาในทันที“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดร่างกายของข้าจึงได้สิ้นไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น” คำถามของนางทำให้เซี่ยเหวินหลางขยับกายลุกขึ้นแล้วก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่ทำให้นางอดรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่นหลังไม่ได้“แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า เรี่ย

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 11 พิธีมงคล

    งานมงคลของอัครมหาเสนาบดีเซี่ยและคุณหนูสกุลฮวาถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เกี้ยวเจ้าสาวได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา เจ้าบ่าวที่ขี่ม้านำหน้าขบวนดูองอาจผึ่งผาย ใบหน้าหล่อเหล่าของเซี่ยเหวินหลางทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็อดถอนใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือในแง่ร้ายมากมายเกี่ยวกับรูปโฉมและความประพฤติอันโหดเหี้ยมของเขา พวกนางหวาดกลัวว่าทรราชเซี่ยจะไม่มีผู้ใดยินยอมแต่งงานด้วยจนผลสุดท้ายทรราชผู้นั้นจะหันมาหมายปองพวกนาง ตอนที่ได้รู้ว่าคุณหนูสกุลฮวาออกทุกข์แล้วพวกนางพากันยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นอย่างเต็มที่ ด้วยคิดว่าต่อไปพวกนางก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพ่อสื่อจากจวนสกุลเซี่ยอาจจะวิ่งเข้าไปทาบทามพวกนางจนถึงในจวน แต่ยามนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเซี่ยเหวินหลางอย่างเต็มตา พวกนางต่างก็พากันรู้สึกเสียดายที่คนที่ได้นั่งในเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไม่ใช่พวกนางฮวาจื่อชิงนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม ในเมื่อนางแก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่เพียงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเท่านั้น หากนางเดาไม่ผิดสาวใช้สองคนที่เซี่ยเหวินหลางส่งมาคงกำลังเดินตามประกบติดตามเกี้ยวของนางอย่าง

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 10 อย่าได้คิดก่อเรื่อง

    ท่ามกลางกลิ่นอายอันเย้ายวนและหอมกรุ่น ฮวาจื่อชิงที่ถูกควันหอมของสมุนไพรทำให้สติเลือนรางก็ลงมือทำเรื่องบางอย่างตามความเข้าใจของตนเอง ส่วนบุรุษผู้นั้นในยามนี้แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วเช่นเดียวกัน หาไม่ใช่เพราะเขาถูกผูกแขนและขาเอาไว้ นางเชื่อว่าเขาจะต้องเป็นคนลงมือทำเรื่องชั่วร้ายแทนนางเป็นแน่“เจ็บชะมัด!” นางเอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมาส่วนคนที่อยู่ใต้ร่างของนางยามนี้ดวงตาของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แม้กระทั่งในยามที่นางหยุดค้างเพราะความเจ็บปวดแต่เขากลับพยายามดิ้นรนที่จะหาหนทางปลดปล่อยตนเอง สะโพกที่ไม่อยู่นิ่งของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความสามารถของญาติผู้พี่ของนางจะต้องเหนี่ยวรั้งเซี่ยโหวเอาไว้ไม่ได้นานแน่ นางจึงยินยอมให้ความร่วมมือกับเขาแต่โดยดีแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้นางหลุดพ้นจากฤทธิ์ของสมุนไพรที่ถูกเผาอยู่ในเตากำยานแล้วก็ตาม“อ๊า...” เสียงคำรามจากลำคอของคนที่อยู่ด้านล่างและการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้ายของสะโพกของเขาทำให้นางรู้ว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว นางค่อยๆ ขยับกายของตนเองลงจากร่างของเขา ความตึงแน่นและความเปียกชื้นบริเวณช่วงล่างทำให้นางรู้สึกไม่สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status