Accueil / รักโบราณ / หอบลูกหนีสามีทรราช / บทที่ 5 ทำเรื่องไม่ดีกับคนชั่วช้า

Partager

บทที่ 5 ทำเรื่องไม่ดีกับคนชั่วช้า

Auteur: BigM00N
last update Date de publication: 2026-02-15 08:45:31

แม้ว่าฮวาจื่อเฉิงจะเป็นคนที่มักจะชอบทำตัวออกนอกกรอบที่บิดาและมารดากำหนด ประพฤติตนแตกต่างจากพี่ชายคนโตและน้องชายคนเล็กอย่างสิ้นเชิง แต่เขาก็ไม่เคยทำเรื่องนอกลู่นอกทางที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียมาถึงวงศ์สกุล ในความคิดของเขาการที่ฮวาจื่อชิงคิดจะทำลายชื่อเสียงของตนเองเช่นนี้อาจจะเป็นการทำให้นางไม่อาจจะกลับสกุลฮวาได้อีก

“หากเจ้าทำเช่นนั้น ข้าเกรงว่าอนุเฉียวคงจะสุมไฟสร้างความเกลียดชังเจ้าให้แก่ท่านพ่อของเจ้าและคนอื่นๆ ภายในจวน หลังจากนั้นเจ้าอาจจะไม่ได้กลับจวนสกุลฮวาอีกเลย” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงพยักหน้า

“ข้ายินดีรับผลที่ตามมา เดิมทีข้าก็คิดว่าจะยอมแต่งงานเพื่อรักษาคำสัญญาให้ท่านปู่ แต่เมื่อหลายวันก่อนข้าพึ่งจะรู้ว่า เซี่ยเหวินหลางมีนางในดวงใจแล้ว ข้ากังวลว่าหากข้าแต่งเข้าจวนสกุลเซี่ยไปเขาอาจจะรับนางในดวงใจเข้าไปเป็นอนุในจวน ข้าไม่อยากจะเดินซ้ำรอยกับท่านแม่ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือหนีตามบุรุษอื่นไป คนสกุลเซี่ยอาจจะแค้นใจในการกระทำของข้า แต่ข้าเชื่อว่าพวกเขาย่อมจะไม่ติดใจเอาความกับท่านปู่เพียงเพราะหลานสาวไม่รักดีผู้หนึ่งแน่” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงเข้าใจความรู้สึกของนาง เรื่องความทุกข์ใจของมารดาทำให้ฮวาจื่อชิงไร้ซึ่งความสุขมาโดยตลอด อีกทั้งคนอย่างเซี่ยเหวินหลางที่มีจิตใจอำมหิตถึงเพียงนั้น หากเขามีสตรีอื่นในใจจริงก็ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะมอบความเมตตาให้ฮวาจื่อชิง

“เช่นนั้นก็ตามแต่ใจของเจ้าเถิด ข้าจะช่วยหาช่องทางหนีให้เจ้าเอง” เขาเอ่ยพลางนิ่วหน้า

“เจ้ามีคนในใจแล้วหรือ และเขายินดีจะพาเจ้าหนีไปใช่ไหม” คำถามของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงส่ายหน้าในทันที

“ข้าหมั้นหมายกับเซี่ยเหวินหลางผู้อื่นรับรู้กันทั่ว แล้วบุรุษคนใดจะกล้ามายุ่งกับข้ากันเล่า อีกทั้งช่วงสามปีนี้การไว้ทุกข์ให้ท่านแม่หาใช่แค่ข้ออ้างเพื่อยืดการแต่งงาน แต่ข้าไว้ทุกข์ให้ท่านแม่จริงๆ ดังนั้นข้าจึงไม่มีบุรุษให้หนีตามหรอก ข้าตั้งใจจะใช้เรื่องหนีตามบุรุษเป็นข้ออ้างในการทำให้สกุลเซี่ยคิดรังเกียจจนไม่ตามหาข้าเพื่อนำตัวกลับมาแต่งงานกับเซี่ยเหวินหลางอีกเพียงเท่านั้น” คำพูดของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงพยักหน้า

“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวล พี่รองของเจ้าผู้นี้จะออกหน้าหาบุรุษมาให้เจ้าหนีตามเอง” ฮวาจื่อเฉิงเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาตบหน้าอกของตนเองเพื่อขันอาสาอย่างเต็มที่

“แค่หนีไปเฉยๆ มิได้หรือ เหตุใดข้าต้องหนีตามบุรุษไปจริงๆ ด้วย ข้าเชื่อว่าไม่มีผู้ใดมาตามสืบหรอกว่าแท้จริงแล้วข้าหนีตามบุรุษคนใดไป” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงส่ายหน้าในทันที

“ทั้งท่านปู่ ท่านพ่อและท่านอา จะต้องไม่มีผู้ใดเชื่อแน่ว่าเจ้าหนีตามบุรุษผู้หนึ่งไป พวกเขาจะต้องคิดว่าเจ้าแค่หนีการแต่งงานไปเพียงเท่านั้น และก็จะเป็นอย่างที่เจ้าเคยพูดก่อนหน้านี้ หากเจ้าหนีไปโดยไม่มีเรื่องบุรุษมาเกี่ยวข้อง เจ้าก็จะถูกตามตัวกลับมาแต่งงานอยู่ดี อีกทั้งคราวนี้เจ้าอาจจะถูกจับแต่งงานกับคนที่เลวร้ายกว่าเซี่ยเหวินหลางก็เป็นได้ ดังนั้นข้าจึงคิดว่าข้าจะหาบุรุษหนาตาดีมาสักคนทำให้ผู้อื่นเห็นว่าเจ้าไปกับเขา คราวนี้ก็จะไม่มีผู้ใดไปตามตัวเจ้ากลับมาแล้ว” คำพูดของฮวาจื่อเฉิงทำให้ฮวาจื่อชิงที่คิดว่าตนเองกำลังตกอยู่ในช่วงเวลาอันมืดมิดรีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในทันที

“ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ คืนข้าจะหนีตามบุรุษออกจากจวน ส่วนท่านก็ไปหาบุรุษมาให้ข้าหนีตาม” คำพูดของน้องสาวทำให้ฮวาจื่อเฉิงพยักหน้า ฮวาจื่อชิงจึงได้เอ่ยถามญาติผู้พี่ของตนเองด้วยสีหน้าจริงจัง

“พี่รอง ครั้งนี้ข้าสามารถเชื่อใจท่านได้ใช่ไหม แผนการของข้าคงจะไม่ล้มเหลวจนไม่เป็นท่าเพราะท่านใช่หรือไม่” คำถามของฮวาจื่อชิงทำให้ฮวาจื่อเฉิงพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจในทันที

“หากเจ้าไม่เชื่อใจข้าก็ไปคิดหาหนทางเอาเองเถิด ข้าขอบอกกับเจ้าเลยนะว่าถ้าหากเจ้าอยากทำเรื่องดีๆ ให้ไปปรึกษาพี่ใหญ่ ถ้าหากอยากทำเรื่องที่ต้องใช้กำลังให้ปรึกษาน้องสาม ส่วนข้าที่ถนัดแต่เรื่องชั่วช้า เจ้าย่อมจะต้องปรึกษาตอนที่คิดจะลงมือทำเรื่องไม่ดีท่านั้น” คำพูดของเขาทำให้ฮวาจื่อชิงพยักหน้า

“ข้าก็คิดเช่นนั้น ข้าจึงได้นำเรื่องนี้มาปรึกษาท่านอย่างไรเล่า” คำพูดของนางทำให้มุมปากของฮวาจื่อเฉิงกระตุกในทันที เขาสามารถด่าตนเองว่า “ชั่วช้า” ได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่คำพูดของฮวาจื่อชิงกลับทำให้เขารู้สึกว่าตนเองกำลังถูกนางด่าว่า “ชั่วช้า” ทั้งที่นางยังไม่ได้เอ่ยคำนี้ออกมาเลยสักคำ แถมยังทำให้เขารู้สึกว่าคำว่า “ชั่วช้า” กำลังติดแน่นอยู่กลางหน้าผากของเขาทุกครั้งที่ญาติผู้น้องของเขามองมาอีกด้วย

“...”

หลังจากนัดแนะเวลาหนีออกจากจวนกับญาติผู้พี่ของตนเองเรียบร้อยแล้ว ฮวาจื่อชิงก็กลับเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้วเก็บข้าวของของตนเองอย่างเร่งรีบ ทรัพย์สินบางส่วนนางนำไปแลกเป็นตั๋วเงินมาเรียบร้อยแล้ว เป็นเพราะหวาดกลัวว่าตั๋วเงินจะถูกคนชั่วแย่งชิงไปนางจึงนำตั๋วเงินที่ได้มาพับใส่ถุงหนังกันน้ำแล้วเย็บติดกับชายแขนเสื้อชายกระโปรง ผ้าคาดเอว รวมไปถึงชายเสื้อคลุม เสื้อผ้าที่นางนำไปด้วยเป็นผ้าป่านธรรมดาแต่ด้านในซุกซ่อนตั๋วเงินที่มีมูลค่าสูงเพียงพอให้นางไปเริ่มต้นใหม่ได้อย่างไม่ลำบาก

“คุณหนู ท่านยอมให้บ่าวติดตามไปด้วยเถิดเจ้าค่ะ” ซูหมัวมัวเอ่ยพลางจ้องมองฮวาจื่อชิงจัดเก็บข้าวของด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“หากไม่มีหมัวมัวคอยดูแลทรัพย์สินที่เหลือให้ข้า วันหน้ายามเมื่อข้ากลับมาจะยังเหลืออะไรให้ข้าได้ชื่นชมอีก หมัวมัววางใจเถิดข้าจะดูแลตนเองให้ดี จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดมารังแกข้าอย่างเด็ดขาด” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหมัวมัวก็พยักหน้าแล้วช่วยนางซุกซ่อนทรัพย์สินเอาไว้ในช่องลับที่พวกนางช่วยกันเย็บขึ้นมา

“คุณหนูอย่าได้ปล่อยให้ท้องตนเองหิว อย่าได้ปล่อยให้ร่างกายต้องทนหนาว ยามร้อนก็ต้องรู้จักหาที่หยุดพัก หากไม่ไหวจริงๆ สกุลซูก็ยังสามารถช่วยเหลือคุณหนูได้” คำพูดของซูหมัวมัวทำให้ฮวาจื่อชิงยิ้มออกมา

“หมัวมัวโปรดวางใจ ข้าไม่มีทางปล่อยให้ตนเองต้องทนรับความยากลำบากแน่ ยามที่ออกจากที่นี่ไป ข้าก็ไม่ต้องคำนึงถึงฐานะคุณหนูสกุลบัณฑิตแล้ว พละกำลังอันล้นเหลือของข้าก็จะได้สามารถนำมาใช้ได้เสียที ที่สำคัญต่อไปนี้ข้าก็ไม่ต้องแอบฝึกยุทธ์อีกต่อไปแล้ว” ทั้งคำพูดและสีหน้าที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความคาดหวังของนางทำให้ซูหมัวมัวพลันยิ้มออกมา

“ท่านไม่ต้องกังวล พี่รองจะลอบติดตามไปส่งข้าด้วยตนเอง แม้ว่าเขาจะมีวิชายุทธ์แค่พอป้องกันตัวแต่เล่ห์เหลี่ยมของเขาย่อมสามารถช่วยข้าได้แน่” คำพูดของนางทำให้ซูหมัวมัวพยักหน้า ฮวาจื่อชิงจึงเข้าไปโอบกอดซูหมัวมัวเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา

“ฝากท่านช่วยบอกกับท่านปู่ ท่านลุงและท่านป้าให้ข้าด้วย ว่าข้าต้องขออภัยต่อพวกเขาที่ทิ้งพวกเขาไปเพราะความเห็นแก่ตัวเช่นนี้ วันหน้าหากมีโอกาสข้าจะกลับมาขอขมาพวกเขาแน่ นี่คือจดหมายที่ข้าเขียนถึงพวกเขา หลังจากที่ข้าออกจากจวนไปแล้วรบกวนหมัวมัวนำไปให้พวกเขาด้วย” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางยื่นจดหมายขอขมาของนางให้แก่ซูหมัวมัว ซูหมัวมัวจึงได้รับจดหมายไปถือเอาไว้ด้วยใบหน้าที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำตา

“อย่าร้องไห้เลย ข้าไม่ได้ไปแล้วไปลับเสียหน่อย รอให้เรื่องซาลงรอให้เซี่ยเหวินหลางแต่งงานกับผู้อื่นไปแล้วข้าจึงจะกลับมาได้” ฮวาจื่อชิงเอ่ยพลางดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาช่วยซับน้ำตาให้ซูหมัวมัวด้วยความอ่อนโยน

“ข้าหิวแล้วท่านไปจัดเตรียมสำรับอาหารให้ข้าด้วยตนเองเถิด วันนี้ข้าจะกินดื่มให้เต็มที่เพราะหลังจากนี้ข้าคงยากจะได้กินอาหารฝีมือท่านแล้ว” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหมัวมัวก็เช็ดน้ำตาบนใบหน้าของตนเองออกอีกครั้งแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสั่นเครือ

“เช่นนั้นคุณหนูก็นอนเอาแรงสักหน่อยเถิด กว่าบ่าวจะทำอาหารเสร็จท่านก็คงจะนอนงีบหลับได้ตื่นหนึ่งพอดี” เมื่อซูหมัวมัวเอ่ยเช่นนี้ฮวาจื่อชิงก็พยักหน้าเก็บข้าวของที่จะนำติดตัวไปในคืนนี้ใส่ลงไปในหีบข้างเตียงแล้วก็ปีนขึ้นไปนอนบนเตียงอันอ่อนนุ่มของตนเองเพื่องีบหลับเตรียมพร้อมสำหรับการทำเรื่องไม่ดีในคืนนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : เซี่ยหย่งเป่า

    ข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งเป่า เป็นบุตรชายคนที่สองของอดีตอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นอวิ๋นเซี่ยเหวินหลาง มารดาของข้าคือสตรีสกุลฮวามีนามว่าฮวาจื่อชิง ข้ามีพี่ชายและพี่สาวอย่างละหนึ่งคน พี่ชายมีนามว่าเซี่ยหย่งฉี ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าเซี่ยหย่งหนิงข้ามีหลานชายถึง 4 คน เป็นบุตรชายที่ถือกำเนิดจากพี่ชายของข้าเซี่ยหย่งฉี และท่านหญิงฉางอู่ผู้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ส่วนพี่สาวของข้าแม้ว่านางจะยังไม่มีทายาท แต่ด้วยยาที่ข้าพึ่งจะปรุงให้นางไปทำให้ยามนี้นางกำลังตั้งครรภ์ใกล้จะมีทายาทให้แก่สกุลจี้ซึ่งเป็นสกุลของสามีของนางแล้ว“พี่หญิงตั้งครรภ์แล้วเช่นนี้ จี้ซูหรานก็คงไม่กล้าปากมากพูดจาเสียดสีพี่หญิงแล้วกระมัง” ฮวาเยี่ยนชีเอ่ยพลางเลื่อนจานผลไม้ให้พี่หญิงของข้า ฮวาเยี่ยนชีคือบุตรสาวของท่านลุงรองทางฝั่งสกุลเดิมของมารดาของข้า ตั้งแต่พี่หญิงของข้าตั้งครรภ์ทั้งฮวาเยี่ยนชีและข้าก็ต่างไม่กล้าวางใจปล่อยให้นางต้องเผชิญกับความขัดแย้งในสกุลจี้เพียงลำพัง ดังนั้นช่วงนี้ข้าและฮวาเยี่ยนชีจึงมักจะมาเป็นแขกที่จวนสกุลจี้เป็นประจำ“ต่อให้นางอยากจะพูดจาเสียดสีก็ช่างเถิด ถึงอย่างไรนางก็ทำอันใดข้าที่เป็นทั้งท่านหญิงหย่งหนิงและพี่สะใภ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 2

    “หนึ่ง สอง สาม สี่ ฮ่าๆ ดูเหมือนว่านายของพวกเจ้าจะให้เกียรติฝีมือของข้ามากเลยนะ จึงได้ส่งพวกเจ้ามาถึงสี่คนเช่นนี้”“ฉีเสี่ยวเสวียนอย่าได้พูดมาก ยินยอมตามพวกข้ากลับไปแต่โดยดีเสียเถิดเจ้าจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยออกมาพลางพุ่งเข้ามาโจมตีนาง ข้าทนเห็นสตรีผู้หนึ่งถูกรุมโจมตีไม่ไหวจึงออกหน้าช่วยเหลือ เพียงแต่ข้าหาได้ตั้งใจเรียนวิชายุทธ์ดังเช่นน้องชาย สุดท้ายวิชายุทธ์ดุจแมวสามขาของข้าจึงทำได้แค่เพียงทำให้ชายชุดดำเหล่านั้นเสียรูปกระบวนในการโจมตีเพียงเท่านั้นสุดท้ายนางก็กำจัดชายชุดดำได้จนหมดนางมองชายชุดดำสี่คนที่นอนสิ้นชีพอยู่บนพื้นแล้วก็รีบเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ในทันที ข้าเองก็รีบติดตามนางไปเช่นเดียวกัน บุรุษแต่งกายแบบชาวยุทธ์หลายคนสิ้นชีพอยู่บริเวณนี้ความเศร้าโศกเสียใจของนางทำให้ข้าพึ่งจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนางหาได้ติดตามข้ามาเพียงลำพัง แต่ยังมีคนของนางติดตามมาด้วยอีกหลายคนและยามนี้คนของนางก็สิ้นชีพไปเสียแล้ว“ท่านช่วยข้าฝังศพคนเหล่านี้ได้ไหม” เมื่อนางเอ่ยถามเช่นนี้ข้าก็จำต้องออกแรงช่วยนางขุดหลุมฝังคนทั้งหมด ข้าและนางใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการจัดการศพแล้วหลังจา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   ตอนพิเศษ : ฮวาจื่อเฉิง 1

    ข้าชื่อฮวาจื่อเฉิง เป็นบุตรชายคนที่สองของฮวาเฉินกับต่งฟางหรู ท่านปู่ของข้าคือฮวาเหลียงมหาราชครูผู้ได้รับความนับหน้าถือตาจากบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตั้งแต่เด็กข้าเป็นคนที่มีความจำดีมาก มากเสียจนทุกคนในจวนต่างตั้งความหวังว่าข้าจะเก่งกาจมากกว่าพี่ใหญ่ของข้าที่สามารถท่องจำสี่ตํารา ห้าคัมภีร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ แต่สุดท้ายข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้ เพราะข้ากลับไปฝากตัวเป็นศิษย์หมอเทวดาที่มารักษาอาการป่วยให้แก่ท่านปู่ที่จวนของข้าความสามารถทางด้านการรักษาของข้านั้น ข้าสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าหากไม่นับอาจารย์ของข้าเข้ามาด้วยข้าก็ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือทางด้านการรักษาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ทั้งการวินิจฉัยโรคและการปรุงยาแม้แต่อาจารย์ยังเคยชมว่าข้าคือลูกศิษย์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดข้ามีญาติผู้น้องอยู่ผู้หนึ่ง นางมีนามว่าฮวาจื่อชิงเป็นเด็กสาวที่น่ารักและน่าสงสาร ข้ารักนางเสียยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ซึ่งนางมักจะพูดว่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะข้าไม่มีน้องสาวร่วมสายเลือดเลยสักคน…ฮวาจื่อชิงมีพละกำลังมหาศาลตรงข้ามกับใบหน้าอันน่ารักและรูปร่างอันบอบบางของนางเป็นอย่างมาก แต่นางและมา

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 67 จากนี้และตลอดไป (ตอนจบ)

    “ความทุกข์ยากและกาลเวลาช่วยพิสูจน์ความจริงใจของคน” ฮวาจื่อชิงได้เห็นแล้วว่าคำพูดประโยคนี้คือความจริง เซี่ยเหวินหลางเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ อย่างแท้จริง เขาช่วยนางอบรมเลี้ยงดูลูกๆ จนเติบใหญ่ เขาเป็นกำลังใจในทุกครั้งที่นางต้องเผชิญกับปัญหา ยามที่นางคิดถึงตอนที่ตนเองเคยหนีไปจากเขาขึ้นมา นางก็ได้แต่ขบขันความคิดอันโง่งมของตนเอง แม้ว่าเซี่ยเหวินหลางจะไม่สามารถละทิ้งอำนาจในมือได้ทั้งหมด แต่เขาก็สามารถทำให้นางและลูกรู้สึกว่าตนเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขายามนี้นางไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดข่มขู่เขาอีกต่อไปแล้วว่าถ้าหากเขาทำไม่ดีต่อนางหรือว่านำสตรีอื่นเข้ามาเป็นคู่ร่วมชีวิต นางก็จะพาลูกๆ หนีไปจากเขา เพราะตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันมาจนกลายเป็นท่านปูและท่านย่า เขาก็ไม่เคยทำให้นางอยากจะหนีไปจากเขาอีกเลย“กำลังคิดอะไรอยู่ ฟ้ามืดแล้วอากาศก็เริ่มจะหนาวเย็นขึ้นมาแล้วนะ” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางถอดเสื้อคลุมของตนเองมาคลุมให้นาง“ข้ากำลังคิดถึงเรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำโง่ๆ อย่างเช่นการคิดว่าตนเองจะสามารถหนีการแต่งงานกับท่านไปได้” เมื่อฮวาจื่อชิงเอ่ยเช่นนี้เซี่ยเหวินหลางก็หัวเราะออกมาเบาๆ

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 66 ไร้ซึ่งความกังวล

    ความห่างไกลสำหรับคู่รักบางคู่อาจจะทำให้เกิดความห่างเหิน แต่สำหรับเซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงแล้วความห่างไกลทำให้เขาและนางรู้หัวใจตนเองว่าต่างฝ่ายก็ต่างขาดกันและกันไม่ได้ ช่วงที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแม้ว่านางจะพยายามทำตนเองให้ยุ่งเข้าไว้ ทั้งทำการค้าและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับเรื่องการเพาะปลูก แต่ยามค่ำคืนที่ต้องอยู่คนเดียวนางมักจะคิดถึงเขาอยู่เสมอฉีเหม่ยเจินและเซี่ยจ้งหวายก็เช่นกันเดิมที่เซี่ยจ้งหวายวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เซี่ยถิงและเซี่ยเฟิงอารักขาฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง แต่เมื่อเห็นว่าเมืองหลวงสงบสุขดีแล้วเขาจึงได้เร่งเดินทางมาเพื่อมารับฉีเหม่ยเจินกลับเมืองหลวงด้วยตนเอง“ข้าไม่กลับ!” คำพูดของฉีเหม่ยเจินทำให้ เซี่ยเหวินหลางและฮวาจื่อชิงรีบพาลูกๆ กลับเรือนของตนเองในทันที ส่วนบรรดาสาวใช้ก็รีบจากไปเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่คนทั้งคู่“เหตุใดจึงไม่กลับเล่า เจินเจินความเข้าใจผิดในกาลก่อนเจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าหาใช่ความผิดของข้า พวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกินครึ่งชีวิตแล้วยามนี้เจ้ายังคิดจะทิ้งให้ข้าต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกหรือ” คำพูดของเซี่ยจ้งหวายทำให้ฉีเหม่ยเจินยิ้มออกมา“ก็เพราะเคยร

  • หอบลูกหนีสามีทรราช   บทที่ 65 โชคดี

    ฮวาจื่อชิงหันไปมองยังทิศทางของเสียงแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเซี่ยเหวินหลางที่เดินขึ้นบันไดมาบนชั้นสอง นางรีบวิ่งไปหาเขาในทันทีโดยไม่รักษากิริยา นางยื่นมือของตนเองไปจับมือของเขาเอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี“ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาหาข้าได้เสียที”“ข้าสะสางกิจธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบมาหาเจ้าในทันที” เซี่ยเหวินหลางเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างมาลูบศีรษะของนางฮวาจื่อชิง นางรู้สึกดีกับการกระทำของเขาแต่เมื่อคิดว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีผู้อื่นอยู่ นางจึงได้คลายมือของตนออกจากฝ่ามือของเขาแล้วขยับห่างจากร่างของเขาเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาของตนเองในสายตาของผู้อื่น แต่เซี่ยเหวินหลางกลับไม่ยอมเขายื่นมือมาจับกุมมือของนางเอาไว้แล้วจูงมือพานางเดินตรงไปยังทิศทางที่เหอเจาและจี้อวิ๋นหนานยืนอยู่“ลูกๆ ของข้าซุกซนข้าต้องขออภัย เมื่อข้าพาพวกเขากลับไปถึงบ้านแล้วข้าจะอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเอง แต่เจ้าเล่ามาเอ่ยวาจาก้าวร้าวแถมยังแนบชิดกับบุรุษอื่นที่มิใช่สามี เจ้าคิดว่าตนเองวางตัวดีแล้วหรือ” คำถามของนางทำให้เหอเจาเม้มปากแน่น ส่วนจี้อวิ๋นหนานที่รับรู้ได้ถึงกระแสความเกลียดชังจากเซี่ยเหวิน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status