เข้าสู่ระบบ"หย่งเล่อ เจ้าลองชิมเนื้อกวางนี่ดูสิ"
เฉินหย่งเล่อมองอาหารที่อยู่ตรงหน้านางก่อนจะยกยิ้มออกมา นางและเฉินเทียนอี้ต้องอาศัยอยู่ที่บ้านของอันฉีระหว่างรอหยวนอิงมารับซึ่งได้ส่งข่าวผ่านนกสื่อสารไปแล้วว่าพวกเขาอยู่ที่นี่
"กวางตัวนี้ข้าล่ามาเองกับมือ"
"เนื้ออร่อยมาก ข้าพึ่งเคยกินเป็นครั้งแรกเลย"
เฉินเทียนอี้มองสตรีตรงหน้าที่พูดคุยกับอันฉีด้วยท่าทางสนิทสนม เขากลอกตามองบนเมื่อเห็นนางเอาแต่ชมผู้อื่นก็แค่เนื้อกวางจวนเฉินไม่ได้ยากจนถึงขนาดหาให้เจ้ากินไม่ได้ เหตุใดต้องทำหน้าดีใจถึงเพียงนั้น
"หย่งเล่อรู้หรือไม่ เนื้อกวางหากกินคู่กับสุราจะยิ่งรสชาติดี"
อันฉีส่งจอกสุราให้เฉินหย่งเล่อด้วยรอยยิ้ม นางรับมาดื่มด้วยรอยยิ้มชาติที่แล้วเพราะต้องทำงานเขียนนิยายอย่างหนักไม่มีแม้แต่เวลาจะพักการที่จะออกไปดื่มเลยไม่ต้องพูดถึง ครั้งนี้มีโอกาสข้าก็ควรจะต้องดื่มดำเสียหน่อย
"ดื่มไม่ได้ นางพึ่งฟื้นตัว"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงเรียบ พลางปรายตาเฉินหย่งเล่อที่กำลังจะดื่มสุรา
"หย่งเล่อเจ้าช่างน่าอิจฉาที่มีสามีห่วงใยเจ้าเช่นนี้"
เฉินหย่งเล่อที่ได้ฟังก็แสร้งยิ้มออกมา นางหันไปมองเฉินเทียนอี้ที่มองมาที่นางไม่วางตาเหอะห่วงใยหรือจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร บุรุษเช่นเขาห่วงสิ่งเดียวคืออำนาจจะมาห่วงข้าได้อย่างไร
นางตัดสินใจไม่ฟังคำร้องห้ามของเฉินเทียนอี้ยกจอกสุราขึ้นดื่มทีเดียวหมดจอก ทันทีที่สุราเข้าปากรสชาติแรกที่ได้ชิมคือหวานและอร่อย เฉินหย่งเล่อหันไปมองอันฉีตาเป็นประกาย
"อร่อยใช่หรือไม่"
เฉินหย่งเล่อพยักหน้ารัว ๆ เหมือนน้ำผลไม้เลย อันฉีที่เห็นท่าทางน่าเอ็นดูของนางก็หัวเราะออกมา เขาปรายตามองไปที่เฉินเทียนอี้ที่ทำสีหน้าไม่พอใจ
"พี่ชายจะลองสักหน่อยหรือไม่ สุราข้าหมักเองรับรองรสชาติไม่เหมือนที่ใด"
"ข้าไม่ดื่มสุรา"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงเรียบ อันฉีที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าเขาและเฉินหย่งเล่อร่วมดื่มสุราอยู่หลายชั่วยามในตอนนี้เป็นเฉินหย่งเล่อที่เมามายแทบไม่มีสติเฉินเทียนอี้นั่งก็มองการกระทำของนางไม่วางตา
"อันฉีเจ้าดีต่อข้าถึงเพียงนี้อีกทั้งยังช่วยรักษาข้า เจ้ากับข้ามาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันดีหรือไม่"
"รักษาหรือข้าไม่ใช่หมอด้วยซ้ำ อีกอย่างข้าเพียงแค่ให้เจ้านอนพักและต้มยาบำรุงให้เท่านั้น"
"ถึงอย่างไรข้าก็ได้ยินว่าท่านเรียกท่านหมอมารักษาสามีข้า อย่าถ่อมตัวเลย"
เฉินหย่งเล่อที่ตอนนี้เมาจนแทบทรงตัวไม่อยู่ นางดึงมือของอันฉีมากุมไว้ก่อนจะพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
"เจ้าเป็นพี่ใหญ่ ข้าเป็นน้องเล็ก ดีหรือไม่"
อันฉีปรายตาไปมองเฉินเทียนอี้อีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาดูไม่พอใจ อันฉีก็แสร้งหัวเราะออกมาก่อนจะดึงมือออกจากนางเขาเทสุราลงจอกก่อนจะส่งให้นาง
"สุรามงคลหรือ"
"........"
"สุรามงคล เพราะวันนี้เป็นวันมงคลที่ข้ามีพี่ใหญ่สินะ ดื่ม ดื่ม"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม นางกำลังจะยกสุราดื่มแต่ก็ต้องชะงักเมื่อจอกสุราอันล้ำค่าของนางถูกแย่งไปเมื่อเงยหน้าขึ้นพบว่าเป็นเฉินเทียนอี้
"เทียนอี้เอามาให้ข้า"
"อันฉี ภรรยาข้าเมามากแล้วข้าขอพานางกลับห้อง"
"ไปเถอะ ๆ"
เฉินเทียนอี้วางจอกเหล้าลง เฉินหย่งเล่อในตอนนี้ไม่ได้สนใจสิ่งใดนางเอาแต่กอดกาสุราเหมือนเป็นของรักของหวงของนาง เฉินเทียนอี้ที่เห็นเช่นนั้นก็ส่ายหัวก่อนจะอุ้มนางกลับห้องทันที อันฉีมองการกระทำของคนทั้งคู่ที่เดินออกไปก็ยกยิ้มขึ้นมา
"พี่ชายห่วงใยนางถึงเพียงนั้น เหตุใดเอาแต่เงียบกัน"
"นอนได้แล้ว เอากาสุรามาให้ข้า"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงเรียบ มองสตรีที่นั่งกอดกาสุราอยู่บนเตียงราวกับเป็นสมบัติที่นางหวงแหน
"ของข้า ของข้าจริง ๆ นะ"
เฉินหย่งเล่อกอดกาสุราแน่นนางมองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาอ้อนวอน เฉินเทียนอี้ที่เห็นการกระทำของนางก็คิดว่าคงพูดไม่รู้เรื่องเขาเลยยื่นมือออกไปหมายจะแย่งกาสุรามา
"อย่าบีบคอข้าเลยนะ!!!!"
เฉินเทียนอี้ชะงักมือ เขามองเฉินหย่งเล่อที่ตัวสั่นด้วยความกลัวคิ้วทั้งสองของเขาขมวดเข้าหากันก่อนจะถอนหายใจออกมา
"กลัวข้าหรือไง"
เฉินหย่งเล่อเงยหน้ามองเฉินเทียนอี้ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ภาพในวันนั้นที่เขาบีบคอนางจนเกือบตายนางยังคงจำความรู้สึกนั้นได้ดี
"หากกลัวข้าถึงขนาดนั้นเหตุใดไม่ปล่อยให้ข้าตายไปซะ เจ้าวางแผนอะไรอยู่กันแน่"
เฉินเทียนอี้พูดในสิ่งที่เขาอยากถามนางออกมา แม้จะรู้ว่านางรักเขาแต่เฉินหย่งเล่อผู้นี้สิ่งที่รักที่สุดก็คือตัวเองเหตุใดเขาจะไม่รู้ มันเชื่อได้ยากที่นางจะยอมเสียสละชีวิตช่วยเขาโดยไม่หวังอะไรตอบแทน
"ข้าแค่ไม่อยากเห็นเจ้าตาย"
".........."
"ความตายมันน่ากลัวมากนะ"
จู่ ๆ เฉินหย่งเล่อก็ร้องไห้ออกมา นางนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่เกิดอุบัติเหตุในตอนนั้นนางเจ็บปวดและสิ้นหวังมากปากเอาแต่ร้องขอความช่วยเหลือเวลาล่วงเลยหลายชั่วโมงกว่าจะมีคนพบนาง
แม้นางจะบอกว่าไม่กลัวที่จะตายในอีกสามปีแต่ลึกลึกในใจนางก็ยังกังวลและหวาดกลัวอยากให้ฝันร้ายของนางจบไปได้แล้ว
พรึบ!!
"ทะ....เทียนอี้"
เฉินหย่งเล่อเงยหน้ามองเฉินเทียนอี้ที่ลูบหัวนางเบา ๆ เขาไม่ได้พูดอะไรทำเพียงมองนางด้วยสายตาสับสน พลางคิดในใจว่าที่นางร้องไห้เช่นนี้เพราะห่วงข้าหรือ เช่นนั้นที่ผ่านมาข้าทำกับนางเกินไปหรือไม่...
"อยากดื่มสุราอีกหรือไม่"
เฉินหย่งเล่อพยักหน้าเบา ๆ เฉินเทียนอี้ที่เห็นเช่นนั้นก็เดินไปหยิบแก้วสุราส่งให้นาง
"เช่นนั้นก็ดื่มเถอะข้าจะเฝ้าเจ้าเอง"
หลังจากนั้นเฉินหย่งเล่อก็ดื่มสุราจอกแล้วจอกเล่า นางพูดเรื่องต่าง ๆ ของนางมากมายด้วยรอยยิ้ม เฉินเทียนอี้เองแม้จะไม่เข้าใจก็พยักหน้ารับฟังนาง เฉินหย่งเล่อมองทอดไปนอกหน้าต่างเห็นดวงจันทร์นางก็หันไปมองบุรุษที่นั่งข้าง ๆ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา
"บางทีข้าก็คิด ว่าอยากขอร้องเจ้าให้ทิ้งข้าไว้ที่นี่และบอกทุกคนว่าข้าถูกนักฆ่าสังหารแล้ว"
"เจ้าคิดวางแผนอะไรอีก"
เฉินหย่งเล่อยกยิ้มออกมาก่อนจะคว้าแขนของบุรุษที่นั่งอขู่ข้างกายมากอดไว้ เฉินเทียนอี้เองได้แต่กุมขมับเพราะไม่รู้จะห้ามนางอย่างไร เขาได้ทำทุกวิถีทางแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังคงทำเช่นนี้คงเหลือแต่จับนางมัดแล้ว
หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ข้าไม่น่าใจอ่อนให้นางดื่มสุราเลยจริง ๆ
"ข้าแค่เหนื่อยที่จะต้องอยู่ที่นั่น หากข้าอยู่ที่นี่ข้าจะกลายเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ใช่องค์หญิงหรือฮูหยินเฉิน ข้าอาจจะสร้างครอบครัวแต่งงานกับบุรุษที่รักข้าเฝ้าดูแปลงผักที่ข้าและสามีตั้งใจปลูกขึ้นมา"
"เหอะ แต่งงาน? เจ้ากล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าสามีหรือ"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาเต็มไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เฉินหย่งเล่อเงยหน้ามองใบหน้าของเฉินเทียนอี้แม้หน้าเขาจะดูดุจนน่ากลัว แต่ดูเหมือนนางจะไม่เกรงกลัวมือบางจับแก้มของเขาก่อนจะยิ้มออกมา
"แม้จะดูน่ากลัว แต่ข้ากับชอบใบหน้าของเจ้ายิ่งนักช่างน่าเสียดายจริง ๆ ที่ไม่ใช่ของข้า"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมา เพราะที่พูดมาล้วนเป็นความจริงในนิยายนางตั้งใจบรรยายใบหน้าของตัวร้ายในแบบที่นางชื่นชอบไม่แปลกที่นางจะพอใจใบหน้าของคนตรงหน้า เฉินหย่งเล่อปล่อยมือจากเทียนอี้ก่อนจะยกสุราดื่ม
"จะไม่ใช่ของเจ้าได้อย่างไร ข้าคือสามีเจ้า"
"สิ่งที่เจ้ารักมีเพียงอำนาจ บุรุษที่ไม่รักข้าจะเป็นของข้าได้อย่างไร"
"............"
"สำหรับเจ้าข้ารู้ตัวดีว่าข้าเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานหมากเท่านั้น"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมาเสียงเรียบนางดื่มสุราปรายตามองไปที่ดวงจันทร์ด้วยสายตาว่างเปล่า ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้งเฉินเทียนอี้ขมวดคิ้วมองสตรีที่ดื่มสุราด้วยท่าทางเมามาย แววตาของนางนั่นเต็มไปด้วยความเศร้า
"อำนาจในมือของเจ้ามันมีมากมายเกินไป จนทำให้พวกเขาหวาดกลัวในตัวเจ้า"
"ก็เลยส่งเจ้ามาเพื่อสืบข้อมูลในจวนข้าเพื่อหาจุดอ่อนควบคุมข้าสินะ"
"ผิดแล้ว พวกเขาส่งข้ามาเพื่อสังหารเจ้าต่างหาก"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมาด้วยแววตาเศร้ามองดวงจันทร์ที่อยู่ด้านบนพลางนึกถึงเรื่องราวในนิยายเฉินหย่งเล่อเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นเดียวกันนางเองก็แค่อยากมีชีวิตรอด หากเลือกได้นางก็คงอยากเป็นเพียงสตรีธรรมดาเท่านั้น
"ในเมื่อพวกเขาส่งเจ้ามาสังหารข้า เช่นนั้นเจ้าช่วยข้าไว้ทำไม"
"ข้าเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งเดียวที่ข้าตั้งใจทำจนกว่าจะตายคือปกป้องชีวิตของเจ้า"
"........"
สุราจอกสุดท้ายถูกยกดื่มจนหมดก่อนที่เฉินหย่งเล่อจะฟุบหลับลงไปกับโต๊ะ เฉินเทียนอี้มองสตรีที่หลับไม่ได้สติอยู่ตรงหน้าความคิดต่าง ๆ มีมากมายในหัวของเขา
ปกป้องหรือ...
"บนโลกใบนี้ผู้เดียวที่คิดว่าต้องปกป้องชีวิตข้า คงมีเพียงคนโง่เขลาเช่นเจ้าหย่งเล่อ"
"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด
หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู
สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว
เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช
"หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ
กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง







