FAZER LOGIN'ม่านมุก' ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้ทุกอย่างจาก 'ธรรศ'
Ver maisเม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า แสงที่เกิดวาบขึ้นท่ามกลางท้องฟ้าสีทะมึนเร่งให้หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองย่ำเท้าเร็วขึ้น ดวงตาคู่สวยที่อยู่ภายใต้ขนตางอนงามเป็นแพจับอยู่ที่บ้านไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่เกินสองร้อยเมตร
‘ม่านมุก’ ยกมือขึ้นโอบกอดตัวเองเมื่อลมเย็นจากไอฝนพัดผ่านจนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วกาย
ทันทีที่เท้าเหยียบอยู่ที่บันไดขั้นแรก คนที่มาพร้อมความมุ่งมั่นก็รู้สึกใจเสาะขึ้นมาเมื่อรู้ว่าคนที่อยากมาขอความช่วยเหลือรออยู่ข้างบนบ้าน
ม่านมุกสูดลมหายใจลึกยาว กำสร้อยคอของตัวเองไว้แน่น อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด อย่างน้อยการตัดสินใจครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนยกเว้นแค่เขาคนเดียว
“มาพร้อมกับฝนเลยนะหนูม่าน”
แค่ก้าวขาผ่านประตูบ้านเข้ามา ม่านมุกก็หายใจไม่ทั่วท้อง ใบหน้างดงามปรากฏแววตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด ยิ่งสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลประดุจกับดวงตาของนักล่า ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองมีขนาดเท่ามดตัวเล็ก ๆที่กำลังอยู่ต่อหน้าราชสีห์ตัวเขื่อง
“สวัสดีค่ะอาธรรศ”
ม่านมุกยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าผู้มีศักดิ์เป็นเพื่อนสนิทของผู้เป็นพ่อเมื่อครั้งที่พ่อยังมีชีวิต ก้าวเนิบช้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าห่างจากเจ้าของบ้านที่นั่งไข่วห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ไม่ถึงเมตร
“นั่งก่อนสิ เปียกฝนมาด้วยนี่” กวาดตามองตามเรือนร่างขาวนวลที่ตอนนี้ชุดเดรสสีหวานที่สวมใส่อยู่เปียกพอที่จะทำให้เห็นเสื้อชั้นในลายลูกไม้สีชมพูอ่อน
ช่างกระตุ้นความต้องการของเขาได้ดีทีเดียว
“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยขอบคุณเจ้าของบ้านอีกครั้งแล้วนั่งลงด้วยท่าทางเรียบร้อย
ถึงจะเคยเจอกับธรรศมาตั้งแต่เล็ก ๆ ทว่าม่านมุกก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองสนิทสนมกับเพื่อนของพ่อคนนี้มากนัก อาจเพราะเขาเป็นคนนิ่ง ๆเงียบ ๆไม่ได้ช่างพูดหรือหยอกล้อเก่งเหมือนเพื่อนคนอื่นของพ่อ
“มาหาอา มีอะไรรึเปล่า ?”
ขณะที่ถาม ใบหน้าของธรรศก็ยังดูเรียบเฉย แต่ดวงตาคู่คมยังลอบมองความงดงามที่อยู่เบื้องหน้าทุกครั้งที่เด็กสาวก้มหน้า
ไม่เจอกันหลายปี โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว
“ม่านมาขอความช่วยเหลือจากอาธรรศค่ะ”
เงียบไปครู่หนึ่งม่านมุกก็รวบรวมความกล้าพูดถึงความต้องการที่ทำให้ต้องแบกหน้านั่งรถทัวร์ข้ามจังหวัดมาหาขอความช่วยเหลือจากธรรศไกลถึงเข้าใหญ่
“อยากให้อาช่วยอะไร ?”
“แม่เป็นมะเร็ง ยาที่ใช้สิทธิ์เบิกได้ ไม่ตอบสนองกับการรักษาของแม่ ม่านอยากได้เงินเพื่อซื้อยานอกมารักษาแม่ค่ะ” ตอนที่ติดต่อธรรศว่าจะขอเข้าพบ ม่านมุกไม่ได้บอกเหตุผลเพราะคิดว่าการจะยืมเงินหลักหลายล้านควรต้องมาขอยืมอย่างซึ่งหน้า ไม่ใช่ยืมผ่านโทรศัพท์ “แม่เป็นมะเร็งระยะที่ 3 หมอก็ไม่ได้การันตีว่าถ้าใช้ยานอกแล้วแม่จะหาย แต่ม่านก็อยากให้แม่รักษาด้วยยานอกสักครั้งค่ะ”
แม่รักษาตัวโดยใช้สิทธิตามพลเมือง แต่การรักษาด้วยยาพื้นฐานไม่ตอบสนองต่อเชื้อมะเร็ง ซึ่งยานอกตามที่คุณหมอแนะนำให้เป็นทางเลือกก็ไม่ได้การันตีว่าจะรักษาเชื้อร้ายได้ แต่กระนั้นม่านมุกก็อยากให้แม่ได้มีโอกาสได้เข้ารับการรักษาดูสักครั้ง
ในฐานะสามีหลังจากเสร็จจากงานที่ไร่ อย่างแรกที่ต้องทำคือกลับมาบ้าน มาช่วยเมียเลี้ยงลูก“ม่านขอโทษนะคะ ที่ไม่ค่อยได้ดูแลอาธรรศเลย”ดูแลในเรื่องทั่วไป เธอทำอย่างสม่ำเสมอ จะมีแค่เรื่องบนเตียงที่ห่างหาย“ไม่ต้องขอโทษอา แค่หนูม่านดูแลลูกก็เหมือนได้ดูแลอาแล้ว” ยอมรับว่ามีความต้องการเรื่องอย่างว่ากับเมีย แต่กระนั้นก็แยกแยะออก อารมณ์ดิบต้องไม่อยู่เหนือเหตุผลและความเป็นจริงเห็นทนโท่ว่าเมียเหนื่อยเลี้ยงลูก จะมาเอาแต่ใจร้องขอเรื่องแบบนั้นอยู่ตลอดไม่ได้“อุ๊ย! ดาวตกแล้วค่ะ” ม่านมุกเผลอพูดออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นดาวตกลงจากฟ้านานมากจริง ๆ ที่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้“ตกอีกแล้วค่ะ ตกหลายดวงแล้วด้วย”“ให้อาไปปลุกลูกมาดูไหม” กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นพลางเอียงหน้าซบกับศีรษะของเมีย“ให้ลูกนอนเถอะค่ะ” ถึงไปปลุก ลูกก็ไม่ตื่นอยู่ดี ลูกยังมีโอกาสได้ดูฝนดาวตกในอนาคตข้างหน้าถึงไม่ได้ดูวันนี้ก็ไม่เป็นไร“เขาว่าถ้าเห็นดาวตกให้อธิษฐานขอพร อาธรรศอยากขอพรอะไรไหมคะ”“อาขอให้ได้อยู่กับหนูม่านกับลูกให้นานที่สุด หนูม่านล่ะอยากขออะไร” ไม่ขออะไรนอกจากขอให้ได้อยู่กับเมียกับลูกให้นานที่สุดในชีวิต“ม่านขอ
“ดุ”ม่านมุกหันขวับไปมองลูกชายเพราะได้ยินที่ลูกชายพูด เด็กน้อยไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ดุ’ แค่เพียงอยากพูดตามผู้เป็นพ่อเท่านั้น“แม่ม่านไม่ได้ดุนะครับ” แก้ตัวไปโดยที่ไม่ได้หวังว่าลูกชายจะเข้าใจความหมายของสิ่งที่พูด ด้วยความที่มีลูกคนแรก ม่านมุกก็เลยทำทุกอย่างเข้มงวดไปเสียหมดแต่กลับธรรศแล้ว เขาค่อนข้างทำตัวง่าย ๆกับลูก อาจเป็นมุมมองของผู้ชายที่แตกต่งจากมุมมองของผู้หญิง แต่กระนั้นก็ยังเลี้ยงลูกไปในทิศทางเดียวกัน“อาวอีก”พอกินเนื้อไก่ที่อยู่ในจานหมด เด็กชายทิวเขาก็ขอกินอีก ม่านมุกยิ้มเต็มหน้าหยิบบาร์บีคิวมาอีกหนึ่งไม้ รูดเนื้อไก่วางให้ลูกแต่เอาผักใส่ในจานพ่อของลูกแทนธรรศมองเมียด้วยสายตาคาดโทษ แต่ก็ยินยอมหยิบผักทุกชิ้นที่อยู่บนจานของตัวเองกินจนหมด“อากินผักหมด คืนนี้หนูม่านต้องตกรางวัลให้อาด้วย” มองเมียด้วยสายตาแกมเล่นแกมจริงตั้งแต่มีลูก ยอมรับว่าห่างจากเรื่องอย่างว่ากับเมียไปโดยปริยาย จากที่ได้กินทุกวัน จนทุกวันนี้ เดือนละครั้ง สองครั้งก็เต็มที่แล้วนั่นเพราะรู้ว่าเมียเหนื่อยกับการเลี้ยงลูก วัน ๆแค่วิ่งไล่จับลูกชายให้ทันยังเหนื่อย ตอนลูกยังแบเบาะก็อยากให้รู้ความไว ๆ พอเริ่มนั่งได้อ
“อู้ม...”“ไม่เดินเองแล้วเหรอครับทิวเขา”ธรรศที่เดินตามลูกชายวัยสองขวบยิ้มบางอยู่ในหน้า พอลูกชายวัยสองขวบส่ายหน้าพร้อมชูมือทั้งสองข้างขึ้น เขย่งตัวหมายให้เขาอุ้มก็รีบย่อตัวนั่งลง“น้าม”“หิวน้ำเหรอครับ ทนหน่อยนะครับ น้ำอยู่กับแม่ม่าน” เด็กก็คือเด็ก พอสนุกกับการได้เล่นก็เล่นจนเหงื่อซก พอเหนื่อยและหิวก็ร้องขอด้วยความไร้เดียงสาธรรศอุ้มลูกชายขึ้นแล้วพาเดินลัดเลาะตามแถวของต้นองุ่น มาถึงที่บ้านตากอากาศหลังเล็ก ม่านมุกก็กำลังง่วงอยู่กับการปิ้งบาร์บีคิวอยู่“ขอน้ำให้ลูกหน่อยครับ”“คนเก่งหิวน้ำเหรอครับ” ม่านมุกหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินมาหาสองพ่อลูก ใบหน้าของคุณแม่มีรอยยิ้มเอ็นดูใบหน้าของลูกชายมีแต่เม็ดเหงื่อ นี่ขนาดว่าอากาศยังเย็นสบาย คงวิ่งจนเหนื่อย เหงื่อถึงได้ผุดเต็มหน้าแบบนี้“คร้าบ” เด็กชายทิวเขาบอกพลางรีบก้มหน้าอ้าปากงับที่หลอดดูด ดูดน้ำอย่างเร็วจนม่านมุกต้องบอกให้ดูช้า ๆเพราะกลัวว่าลูกชายจะสำลักน้ำเอาได้“ดูดช้า ๆครับ เดี๋ยวสำลัก”พอดื่มน้ำจนหายอยาก เด็กชายก็ขอพ่อลงไปยืนเอง ธรรศปล่อยให้ลูกชายยืนบนพื้นเด็กชายวัยสองขวบได้กลิ่นหอม ๆของบาร์บีคิวก็มองตาแป๋ว ม่านมุกที่เห็นอมยิ้ม
“เดี๋ยวพาไปกินสด ๆที่ไร่ครับ” ค่อยประคองเมียให้ลุกขึ้นมานั่ง ลูบที่แก้มเมีย ปัดเส้นผมที่ย้อยมาปรกใบหน้าออก โน้มหน้าเข้าใกล้ หอมแก้มเมียไปหนึ่งฟอด“ม่านชอบเวลาที่ดวงตะวันใกล้จะตกดินจังเลยค่ะ”กุมมือธรรศเดินทอดน่องไปในไร่องุ่นโดยที่ปากก็ยังเคี้ยวลูกองุ่นไปด้วย มือหนึ่งของธรรศกุมมือเมียไว้ อีกมือถือหิ้วพวงองุ่นที่เพิ่งตัดออกมาจากต้นไปด้วยพอเมียขอองุ่น ธรรศก็ยกพวงองุ่นขึ้นให้เมียเด็ดกิน ปากบางเล็กที่กำลังเคี้ยวตุ๊ย ๆเป็นอะไรที่น่ามองมาก ๆ“อาว่าจะสร้างบ้านหลังเล็ก ๆไว้ที่นี่สักหลังเผื่อว่าหนูม่านจะได้พาลูกมานั่งเล่น หนูม่านว่าดีไหม”“อาธรรศว่าดี ม่านก็ว่าดีค่ะ”ธรรศบีบมือเมียเบา ๆแล้วยิ้มเต็มหน้า ดวงตาทอประกายที่มีความสุขอย่างเหลือล้น“อาจะถอนต้นองุ่นทิ้งแล้วสร้างบ้านอยู่ตรงนี้ หนูม่านกับลูกจะได้นั่งมองพระอาทิตย์ขึ้น-ลงทุกวัน”“ขอบคุณนะคะ ที่ทำทุกอย่างเพื่อม่าน” เธอกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางเอียงศีรษะพิงที่หัวไหล่หนา แววตาทอประกายสะท้อนแสงแดดสุดท้ายของวัน“ตอนที่อามาเหยียบที่นี่วันแรก อาตั้งใจว่าจะรักษาไร่แห่งนี้ให้ดีเพื่อวันหนึ่งอาจะได้คืนมันให้กับหนูม่าน”จากวันแรกจนถึงวันนี้
“ฝันดีครับ”ม่านมุกนอนอ้าปากค้างเหมือนหุ่น เมื่อครู่ธรรศแสดงออกว่าหิวเธอมาก สายตาของเขาบอกทุกอย่างแล้วทำไม ถึงผละออกไปอย่างง่าย ๆทำไมล่ะ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยลุกขึ้นมานั่งด้วยความหงุดหงิดใจ เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเมื่อถูกธรรศปฏิเสธ เป็นคนเข้าหาเขาเองแท้ ๆ แต่กลับโดนเมินจ
“อาธรรศเมารึเปล่าคะ”ตั้งแต่เริ่มงานจนถึงตอนนี้ ม่านมุกก็ยังเห็นว่ามือของธรรศไม่เคยห่างจากแก้วเบียร์ สีหน้าและท่าทางของเขายังดูปกติ ไม่ได้เหมือนคนเมา แต่ก็ไม่น่าวางใจได้เสียทีเดียวน่าจะดื่มเกินสิบแก้วแล้วด้วยซ้ำ“อายังไม่เมา”“ม่านยกกี่นิ้วคะ” ม่านมุกยกนิ้วขึ้นสามนิ้วเพื่อทดสอบคนที่บอกว่ายังไม่เมา
“ม่านอยากเอากระดูกของแม่ไปลอยอังคารที่ทะเลค่ะ” สิ่งสุดท้ายที่จะทำให้แม่ได้ก็คือส่งแม่ไปในที่ที่มีแต่ความสงบ น้ำตาของม่านมุกยังไม่เหือดแห้ง เธอร้องไห้ทุกวันหลังจากที่แม่เสีย“เดี๋ยวอาจัดการให้”“ขอบคุณอาธรรศมากนะคะที่ช่วยม่านทุกอย่าง”ธรรศอยู่เคียงข้างเธอตลอดตั้งแต่ที่แม่เสีย ม่านมุกยอมรับว่าถ้าไม่ม
“ม่าน”“ค่ะ แม่” นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ข้างเตียงแม่ ได้ยินเสียงแม่เรียก ม่านมุกก็หลุดออกจากภวังค์ความคิด“ไปเจออาธรรศได้ยังไง”“บังเอิญเจอค่ะแม่ อาธรรศจำม่านได้”โกหกพกลมคำโต เป็นเรื่องยากที่ธรรศกับเธอจะมาเจอกันได้ เคยเห็นกันแค่ครั้งเดียวตอนงานศพพ่อ เธอเองก็ยังจำเขาได้เลือนราง เพราะยังเก็บมือถ











