LOGIN“แขกฝ่ายพี่ธนาเชิญครบแล้วใช่ไหมคะ”
“ครบแล้ว”
“ดีจังแต่แขกฝ่ายมายด์ยังไม่ทั่วถึง แล้วก็อย่าลืมนะเดือนหน้าเราต้องไปหาป๋าวรรธน์อาของมายด์ รายนี้มายด์รักมากต้องไปเรียนเชิญด้วยตัวเอง”
“ที่มายด์บอกว่าอยู่ทางเหนือใช่ไหม”
“แม่ฮ่องสอนค่ะ แต่คุณแม่บอกว่าไม่สบายใจที่เราจะเดินทางไกลในช่วงนี้”
พอมีคนเตือนว่าคนจะแต่งาน จะบวช จะรับปริญญา ไม่ควรขับขี่หรือเดินทางไกล หญิงสาวก็กังวลใจไปด้วย
“ไม่เป็นอะไรหรอกมายด์ ที่คุณแม่ของหนูเตือนมันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนเสมอ และอะไรที่มันจะเกิดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็เกิดขึ้นได้”
“ค่ะ” มีธนาไปด้วยทั้งคนไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เขาเป็นผู้ใหญ่เกินวัย อบอุ่นมั่นคงมีอนาคต และอีกไม่ถึงสองเดือนผู้ชายคนนี้ก็จะเป็นสามีของเธอโดยสมบูรณ์
เส้นทางรักของธนากับสาวสวยคนนี้ เกิดขึ้นตอนที่เขาไปต่อปริญาโทที่อังกฤษ เพราะจบปริญาตรีมาสองปีแล้ว ทำให้ธนาต้องอ่านหนังสือหนักขึ้นเหมือนเริ่มใหม่ และเขายังต้องหาอาชีพเสริมทำไปด้วย เพราะครอบครัวถือว่ามีฐานะกลางๆ
หลักๆ เงินที่ส่งเขาเรียนมาจากเอวาพี่สาวของเขา ระหว่างเรียนบางวันเขาก็หลับฟุบไปกับโต๊ะ ได้สาวสวยที่นั่งข้างๆ คอยสะกิด เธอชื่อน้องมายด์ เป็นสาวน้อยน่ารักดวงตากลมโต หน้าตาจิ้มลิ้ม ผมยาวสลวย รูปร่างผอมบาง มายด์อายุน้อยกว่าเขาสามปี แต่เธอเรียนจบก็ต่อโททันที จึงกลายเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับเขา
เขาและเธอพัฒนาความสัมพันธ์จากพี่น้อง กลายเป็นคนรักในเวลาอันรวดเร็ว แรกๆ ธนายังลังเลเหมือนอยากปิดกั้นตัวเอง เขาบอกหญิงสาวว่า
“พี่หวั่นไหวกับผู้หญิงที่ พี่ไม่ไปต่อกับเธอ เราไม่ได้รักกัน ไม่เคยรัก แต่มีวันไนท์สแตนด์” น้องมายด์ได้ยินถึงกับหน้าแดงเห่อด้วยความเขินอาย เธอยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่ก็ให้กำลังใจเขา
“ตอนนี้พี่รักเธอมากขึ้นหรือเปล่า”
“เราไม่เคยรักกัน”
“เอาใหม่ค่ะ พี่คิดถึงเธอน้อยลงไหมคะ”
ธนาพยักหน้ารับ
“มายด์เคยอกหักเหมือนกัน แล้วมายด์ก็ร้องไห้หนัก มากๆๆๆ เลย หนึ่งเดือนผ่านไปก็ยังร้องไห้ แต่พอผ่านไปเป็นปี ก็ไม่ได้คิดถึงมากแล้ว นี่เพิ่งครบหนึ่งปีที่มายด์เลิกกับแฟนเก่า ตั้งแต่มาเรียนที่นี่ มายด์รู้สึกเหมือนกับว่าเขาค่อยๆ จางหายจากความคิด ขนาดมายด์รักกันมาสองปียังเลิกรักได้ ถ้าพี่กับผู้หญิงคนนั้นไม่ผูกพันมากเดี๋ยวพี่ก็ลืมได้ค่ะ”
น้องมายด์มองเขาแล้วยังทำสีหน้ามุ่งมั่นเหมือนให้กำลังใจนักกีฬาในสนาม ความใกล้ชิดกันทำให้ธนาได้พบรักที่แสนหวาน น้องมายด์เป็นลูกนักธุรกิจที่ร่ำรวยมาก เธอมีจิตใจดีและน่ารัก ทำให้เขาตกหลุมรักเธออย่างง่ายดาย และความใกล้ชิดก็ทำให้เขาได้ครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ
“แป้งวันนี้ดูป๋าที่ห้องพิเศษสามนะ”
ป๋าวรรธน์บอกไปได้รับคำตอบแต่พยักหน้า หลังเสี่ยชัชมาส่งเมื่อช่วงเย็น ป๋องแป้งก็ไม่ยอมมองหน้าเขาอีกเลย เพื่อนโทรมาสารภาพภายหลังว่าพูดในสิ่งที่ไม่สมควรออกไป พร้อมยืนยันจะเดินหน้าง้อให้เธอเปิดใจให้จงได้
ถึงจะด่าว่าเสี่ยชัชเพื่อนสนิทยังไง แต่เขายังเชียร์ให้ได้เพื่อนได้ลงเอยกับป๋องแป้งอยู่ดีห้องพิเศษสามเปิดเพลงไม่ตัดเสียงร้อง เพื่อให้ห้องไม่เงียบ เพราะไม่มีบรรดาเสี่ยเพื่อนเจ้าของร้านมาสักคน
ป๋องแป้งจัดกับแกล้มประเภทเม็ดมะม่วง ถั่วทอด และต้มยำปลากะพงให้ป๋า แต่ตัวเธอไม่ได้เข้ามาดูแลตามคำสั่งกลัวจะเจอกับเสี่ยชัชเพื่อนของเขา
“พร ไปเรียกแป้งมาซิ ป๋าบอกให้แป้งมาดูแลห้องนี้ไม่ใช่เหรอ” สาวเสิร์ฟวัยยี่สิบสองถึงกับเสียเซลฟ์ อุตส่าห์หวังว่าถ้าป๋าเมาขึ้นมาเธออาจได้ทิปจากการบริการพิเศษสักหน่อย
“พี่แป้งบอกในครัววุ่นมากค่ะป๋า”
“มีแม่ครัวตั้งสามคนมันจะวุ่นอะไร ไปเรียกแป้งเดี๋ยวนี้”
พูดพลางล้วงเงินในกระเป๋ายื่นให้ห้าร้อยบาท
“ค่ะป๋า”
รับเงินและรับคำพรก็เดินออกไปด่วนจี๋ ได้แค่นี้ก็ยังดี
“นี่โกรธป๋ามากกว่าไอ้เสี่ยชัชสินะ”
เขาบ่นพึมพำคนเดียวแล้วส่ายหัว หวังดีแท้ๆ กลับถูกโกรธ ป๋องแป้งเข้าห้องป๋าวรรธน์ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีน แล้วยังมีผ้ากันเปื้อนสวมทับอีก สีหน้าเธอบึ้งตึงแสดงออกว่าไม่เต็มใจที่จะเข้ามาบริการเขา ในห้องมีกลิ่นยาดองอบอวน
‘เหล้านอกมีไม่กิน นึกยังไงกินเหล้าดองยา’ ซ้ำยังเป็นสูตรที่ลือกันว่าปลุกเจ้าโลกผงาดได้จริงเสียด้วย
“ป๋าจะเอากับแกล้มอะไรเพิ่มหรือเปล่า? ” ตั้งแต่บ่ายจนตอนนี้เพิ่งได้ยินเสียงป๋องแป้ง ทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“ไม่เอาหรอก วันนี้อยากเมา”
เขาบอกพลางใช้กระบวยตักเหล้าในไหเทลงแก้วเป๊กก่อนยกกระดกแล้วจับกระบวยจะตักอีกเหมือนประชด
“แป้งตักให้”
เธอคว้าด้ามกระบวยมาแล้วตักให้เขาแทน
“นี่มันสี่สิบดีกรีนะป๋า เขาไม่เป๊กติดๆ กันแบบนี้หรอก เดี๋ยวก็เมาหัวทิ่ม”
“สบาย เห็นไม่ค่อยกิน ป๋าก็คอแข็งนะคะบอกให้”
“จะคอยดูนะ หวังว่าจะไม่ต้องเรียกจ้อยมาลากกลับห้องละ”
ที่ผ่านมาวรรธน์ไม่ดื่มมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่นั่งเป็นเพื่อนคุยกับแขกหรือเพื่อนที่แวะเวียนมาเที่ยว คงเพราะเป็นคนไม่ชอบดื่มสักเท่าไหร่ ถึงทำให้ป๋ายังดูหนุ่ม อายุสี่สิบสองปียังดูดีมีเสน่ห์เหมือนเพิ่งสามสิบต้นๆ
ส่วนเคล็ดลับที่ทำให้วงแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม คงเป็นงานทำเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในรีสอร์ตและร้านอาหาร ป๋ากับลูกน้องสี่ห้าคนออกแบบกันเองลงแรงกันเอง ตัดไม้เลื่อยไม้แบกขน เขาลงไปทำแบบนั้นเพราะถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว
“เสี่ยชัชบอกเรื่องที่คุยกับแป้งให้ป๋าฟังแล้ว ถ้าทำให้เรารู้สึกไม่ดี ป๋าก็ขอโทษด้วย”
“เพื่อนที่ป๋านัดไว้ไม่มาหรือคะ? ” เธอถามขัดจังหวะไม่อยากให้เขาพูดถึงเรื่องเสี่ยชัช
“นัดไว้ที่ไหนกันป๋าไม่ได้นัดใคร”
“อ้าวแล้วนี่ป๋ามาเปิดห้องพิเศษทั้งที่ไม่มีนัดกับใครงั้นเหรอ ตะกี้ลูกค้าเพิ่งกลับไป เขาจะเอาห้องพิเศษแต่มันไม่ว่าง น่าเสียดายยอดขายหายไปสองสามพันเลยนะป๋า”
ป๋องแป้งพาเสไปเรื่องอื่น เพื่อจะเลี่ยงไม่ให้ป๋าพูดถึงเพื่อนเขาเสียให้ได้
“จะกี่พันก็ช่างมันเถอะ เอ้า….ป๋าอยากจะฟังเพลงอ่ะ มาร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ”
หญิงสาวแอบสะใจเล็กๆ กับความรู้สึกว่าป๋าวรรธน์กำลังง้อเธอ
“แป้งร้องไม่เป็นหรอก วันๆ ก็ทำแต่งาน เลี้ยงแต่ลูก ป๋าก็เปิดเพลงฟังอยู่แล้วนี่ เพราะกว่าให้แป้งแหกปากอีก”
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







