ANMELDENโซนสวนหลังคฤหาสน์ คอสมิกวินเทจ
แดดยามสายของลาสเวกัสเริ่มทอแสงแรงขึ้น ลูซี่ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดแปลงกุหลาบอังกฤษ ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือที่ยังสวมถุงมือเปื้อนดิน เธอจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าจนลืมความหงุดหงิดไปชั่วขณะ
เสียงย่ำเท้าลงบนผืนหญ้าทำให้เลดี้สาวชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้า
ร่างสูงใหญ่ของคอสมอส เดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กเดินตรงมาหาเธอ เขาไม่ได้สวมเสื้อสูท มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมคอ แต่ที่น่าสะดุดตาที่สุดคือ... ข้างกายเขามีเจ้า 'ลูลู่' ดัลเมเชียนตัวแสบเดินส่ายหางตามมาติดๆ โดยที่บนหัวของมันสวมหมวกปีกกว้างสำหรับสุนัข สีเหลืองสดใสดูน่ารักน่าชัง
แต่ในขณะที่หมามีหมวกกันแดด เจ้านายของมันกลับไม่สวมอะไรป้องกันเลยสักชิ้น
ทันทีที่ผิวขาวจัดของคอสมอสปะทะกับแสงแดดร้อนระอุของเนวาดา ประกอบกับพิษไข้ที่รุมเร้าอยู่แล้ว ใบหน้าหล่อเหลาก็ขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูทั้งสองข้างอย่างเห็นได้ชัด ขาทั้งสองข้างของเขาดูโงนเงนผิดจากมาดมาเฟียผู้สง่างามตามปกติ
"นี่เธอมาทำอะไรตากแดดตรง... ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว!"
คอสมอสอ้าปากจะดุคนดื้อ แต่ยังไม่ทันจบประโยค เขาก็จามติดกันถึงสามรอบซ้อน! เป็นการจามแบบแห้งๆ ไม่มีน้ำมูก แต่สะเทือนไปทั้งตัวจนร่างสูงเซถอยหลังไปนิดหนึ่ง
"คอสมอส!"
ความหึงหวงเรื่องพนักงานสาวๆ ปลิวหายไปจากสมองในพริบตา ลูซี่ทิ้งเสียมพรวนดินในมือทันที เธอรีบถอดถุงมือผ้าเปื้อนโคลนโยนทิ้งไว้ข้างแปลง แล้ววิ่งพรวดเดียวเข้าไปประคองท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มไว้
"นายออกมาทำไมเนี่ย! แดดร้อนขนาดนี้ หมวกก็ไม่ใส่ ทีลูลู่นายยังใส่หมวกให้มันเลย!" ลูซี่บ่นอุบอิบพลางเขย่งปลายเท้า ยกมือเปล่าที่เพิ่งถอดถุงมือขึ้นทาบลงบนหน้าผากและซอกคอของเขา
"ร้อนจี๋เลย! ตัวนายร้อนเหมือนไฟเลยนะคอสมอส!" เลดี้สาวตาโตด้วยความตกใจ อุณหภูมิจากผิวกายเขาแผดเผาฝ่ามือเธอจนรู้สึกได้ แก้มและหูของเขาแดงเถือกเหมือนคนไข้จับ
"ฉันไม่เป็นไร แค่ปวดหัวนิดหน่อย" คอสมอสพยายามฝืนทำเสียงดุ ทั้งที่ตาปรือเยิ้มเพราะพิษไข้ เขาก้มมองสภาพเลดี้ของเขาที่ตอนนี้จมูกเปื้อนดิน แก้มเปื้อนโคลน "แล้วนี่เธอไปคลุกดินโคลนที่ไหนมา สภาพเหมือน..."
"หยุดพูดแล้วหุบปากไปเลยนะอีตาคนป่วย!" ลูซี่ตวาดแว้ด ตัดบทมาเฟียปากดีทันควัน ก่อนจะหันขวับไปหาพ่อบ้านที่วิ่งกระหืดกระหอบตามเจ้านายมาติดๆ
"บัตเลอร์! ไปเตรียมชุดตรวจโควิดกับชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B มาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ! แล้วก็ขออ่างใส่น้ำอุ่นผสมน้ำอุณหภูมิห้อง พร้อมผ้าขนหนูสะอาดๆ ไปไว้ที่ห้องนั่งเล่นด้วย ด่วนที่สุด!"
คำสั่งที่เฉียบขาดและรวดเร็วของเลดี้สาว ทำเอาบัตเลอร์และบอดี้การ์ดแถวนั้นถึงกับสะดุ้ง รีบโค้งรับคำสั่งและวิ่งแยกย้ายกันไปจัดการแทบไม่ทัน ไม่มีใครกล้าขัดใจผู้หญิงที่บอสของพวกเขาคอยประคบประหงม
"มานี่เลย คนดื้อ!"
ลูซี่ไม่สนมาดมาเฟียของเขาอีกต่อไป เธอออกแรงกึ่งจูงกึ่งลากร่างสูงใหญ่ ที่ตอนนี้ยอมอ่อนข้อตามแรงดึงอย่างว่าง่าย ให้เดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ทันที โดยมีลูลู่วิ่งดุ๊กดิ๊กตามหลังมา
ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
คอสมอสถูกจับให้นั่งพิงพนักโซฟาตัวยาวอย่างหมดสภาพ เขาหลับตาพริ้ม หายใจหอบร้อน ในขณะที่ลูซี่จัดการตรวจ ATK และไข้หวัดใหญ่ให้เขาอย่างเบามือ ผลออกมาเป็นลบทั้งคู่ สรุปคือไข้หวัดธรรมดาจากการโหมงานและพักผ่อนน้อย
"ถอดเสื้อออกสิ ฉันจะเช็ดตัวให้" ลูซี่สั่งเสียงเข้ม พลางบิดผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ
คอสมอสปรือตาขึ้นมอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากแม้จะป่วย "ถอดให้หน่อยสิ ไม่มีแรงแล้วเนี่ย"
"อย่ามาสำออยนะ!" ลูซี่ถลึงตาใส่ แต่พอเห็นหน้าซีดๆ แดงๆ ของเขา เธอก็ใจอ่อนยวบ เลดี้สาวขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาออกทีละเม็ดอย่างเก้ๆ กังๆ ใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นมาเสียเองเมื่อต้องสัมผัสกับแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ซ้ำยังมีรอยแผลเป็นจางๆ จากการต่อสู้ประปราย
เมื่อปลดเสื้อออก ลูซี่ก็ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามใบหน้า ซอกคอ และแผ่นอกของเขาอย่างเบามือที่สุด ความเย็นของน้ำช่วยระบายความร้อนจากพิษไข้ ทำให้คอสมอสครางฮือในลำคอด้วยความสบาย คิ้วที่ขมวดแน่นเริ่มคลายออก
"เดี๋ยวฉันจะไปทำยามาให้กิน" ลูซี่เช็ดตัวเสร็จก็ห่มผ้าห่มผืนบางให้เขา "อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด เข้าใจไหม"
"ยาอะไร ฉันไม่กินยาขมๆ นะ" มาเฟียหนุ่มเริ่มงอแงเหมือนเด็กห้าขวบ
"ไม่ใช่ยาขมๆ ย่ะ" ลูซี่ยิ้มขำกับท่าทีหมดสภาพของเขา "มันคือ ชาสมุนไพรไล่หวัดสูตรลับของเมอร์เวล ต่างหาก ท่านแม่สอนฉันชงเองกับมือ กินปุ๊บเหงื่อออกปั๊บ พรุ่งนี้นายก็จะวิ่งเตะปี๊บดังเหมือนเดิมแล้ว รอตรงนี้นะ!"
พูดจบ ร่างระหงในชุดเปื้อนโคลนก็หมุนตัวเดินลิ่วตรงดิ่งไปยังห้องครัวของคฤหาสน์ทันที ปล่อยให้คอสมอสมองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยแววตาที่ทอประกายอบอุ่น
ต่อให้ไข้จะขึ้นสูงแค่ไหน แต่ความน่ารักของยัยเลดี้ขี้บ่นคนนี้ ก็เป็นยารักษาชั้นดีที่ทำให้อาการเจ็บป่วยของเขาแทบจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว
คำทวงรางวัลหน้าตายของมาเฟียหนุ่ม ทำเอาความมั่นใจของเลดี้สาวที่เพิ่งฟื้นฟูเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา ลูซี่หน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แต่คราวนี้เธอไม่ได้วิ่งหนีเหมือนทุกที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วพยักหน้า"กะ...ก็ได้ นั่งลงสิ ฉันจะล้างแผลให้ก่อน"คอสมอสยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างว่าง่าย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย ลูซี่หยิบกล่องปฐมพยาบาลและเจลสมานแผลนวัตกรรมใหม่ของเขามาจัดการให้อย่างเบามือที่สุดใบหน้าหวานใสขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ คอสมอสจ้องมองแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชด้วยความหลงใหล ความเจ็บแสบจากบาดแผลแทบไม่มีผลกับเขาเลยเมื่อเทียบกับความปั่นป่วนในหัวใจ"เสร็จแล้ว...แผลดูดีขึ้นมากเลยนะ พรุ่งนี้น่าจะ..."ลูซี่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ทันทีที่เธอแปะพลาสเตอร์กันน้ำแผ่นสุดท้ายเสร็จ มือหนาข้างขวาก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอให้ถลำลงมานั่งแหมะบนตักแกร่งทันที"หมดหน้าที่หมอแล้ว... ถึงเวลาจ่าย 'ค่ารักษา' สักทีนะ เลดี้"น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่คอสมอสจะทาบทับริมฝีปากหยักลึกลงมาบดเคล้าความหวานโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว จู
แสงแดดยามเช้ายังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ แต่ภายในห้องประชุมผนังทึบของคฤหาสน์กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดคอสมอสนั่งอยู่หัวโต๊ะกระจกตัวยาว แขนซ้ายที่เพิ่งเย็บแผลถูกพันด้วยผ้าพันแผลใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง เขามองภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดและเศษซากกระสุนที่บอดี้การ์ดเก็บกู้มาได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวาน"ไอ้มือปืนรับจ้างนั่นหนีรอดไปได้ครับบอส ส่วนพวกรถที่ขับไล่กวดเรา พวกมันกัดลิ้นตัวเองตายก่อนที่เราจะเค้นความลับได้" อดัมมือขวาคนสนิทรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนฝั่งนั้นจะจ้างพวกเดนตายมาทำงาน และเตรียมการมาอย่างดีเพื่อเล็งเป้าไปที่เลดี้ลูซี่โดยเฉพาะ""พวกสวะเอ๊ย..." คอสมอสสบถเสียงเหี้ยม นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ที่ทำให้ลูกน้องในห้องแทบกลั้นหายใจความหวาดกลัวของลูซี่ที่ร้องไห้ตัวสั่นในอ้อมกอดเขาทั้งคืน เป็นเหมือนเชื้อไฟที่ราดรดลงบนความโกรธแค้นของมาเฟียหนุ่ม เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างหวาดผวาแบบนี้อีกต่อไป"ในเมื่อพวกมันชอบลอบกัดอยู่ในมุมมืด เราก็จะกระชากหัวพวกมันออกมาสว่างๆ" คอสมอสแสยะยิ้มร้ายกาจ แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว "อดั
หลังจากผ่านพ้นบทเรียนจูบแรกที่ทำเอาหัวใจแทบวาย ลูซี่ที่หน้าแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกก็รีบขอตัวหนีกลับมานอนที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้คนป่วยเจ้าเล่ห์นอนยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีแต่ทว่าเมื่อความเงียบสงัดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงบ่าย ก็เริ่มประท้วง ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเขินอายเมื่อครู่ เริ่มตีรวนขึ้นมาในรูปแบบของฝันร้ายฟุ่บ! ปัง! ปัง!เสียงปืนไรเฟิลดังก้องอยู่ในหัวของลูซี่ ภาพจุดเลเซอร์สีแดงที่ชี้มาตรงหน้าผาก สลับกับภาพร่างสูงใหญ่ของคอสมอสที่พุ่งเข้ามากอดเธอไว้ ก่อนที่เลือดสีแดงฉานจะสาดกระเซ็นย้อมเสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม ภาพนั้นทับซ้อนกับเด็กชายวัยสิบแปดปีในรูปถ่ายตัดต่อที่ถูกซ้อมจนเลือดอาบ และเด็กชายวัยห้าขวบที่นอนจมกองเลือดเพื่อปกป้องเธอ"ไม่...ไม่เอาแล้ว...คอสมอส!"ร่างบางบนเตียงนอนดิ้นกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าหวาน มือเล็กรวบกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาปิดสนิทแต่กลับมีหยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เสียงละเมอสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่มืดมิด"อย่าตายนะ... คอสมอส... เลือด... เลือดเต็มไ
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องน้ำก็เปิดออก คอสมอสเดินออกมาในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท กระดุมถูกติดอย่างเรียบร้อยทุกเม็ดตามคำสั่งเป๊ะ แม้ผมจะยังชื้นนิดๆ แต่ความหล่อเหลาและรังสีความอันตรายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยลูซี่นั่งรออยู่ตรงขอบเตียงกว้าง เมื่อเห็นเขาทำตามข้อตกลงอย่างว่าง่าย เลดี้สาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเข้าไปหามาเฟียหนุ่มที่กำลังยืนรอรับรางวัลด้วยสายตาพราวระยับ"เก่งมาก...คนไข้เชื่อฟังหมอแบบนี้ ต้องได้รางวัล"ลูซี่ยิ้มบางๆ เธอขยับเข้าไปประชิดตัว ยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนแผลที่ต้นแขนซ้าย ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยฟอดดด...ฟอดดด...จมูกรั้นกดฝังลงบนแก้มสากทั้งซ้ายและขวา สูดดมกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสดชื่นผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศเข้าเต็มปอด คอสมอสหลับตาพริ้มรับสัมผัสแสนหวาน รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อร้ายกาจ เขายกมือข้างขวาขึ้นตวัดรัดเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอก แล้วก้มลงหอมแก้มเนียนนุ่มของเธอคืนทั้งสองข้างเช่นกัน"ชื่นใจจัง..." คอสมอสกระซิบชิดใบหู ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียไม่ห่างพวงแก้มใส "แต่รางวัล
หลังจากทานซุปจนหมดชามและกินยาเรียบร้อย ลูซี่ก็ประคองคอสมอสกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้นสามเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ คนเจ็บถูกสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาดดังนั้น ภาระหน้าที่ที่เต็มใจจึงตกเป็นของพยาบาลส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องน้ำหรูหราที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ไอน้ำอุ่นๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำสปาหอมสดชื่น คอสมอสนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้สตูลบุกำมะหยี่กันน้ำตรงหน้าอ่างล้างหน้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงสแล็กที่ถูกพับขาขึ้นมาลวกๆลูซี่ในสภาพรวบผมมวยสูง แขนเสื้อถูกถลกขึ้น กำลังใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสบู่อุ่นจัด ค่อยๆ บรรจงเช็ดไปตามแผงอก ลาดไหล่ และแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นไปโดนผ้าพันแผลที่ต้นแขนซ้าย ส่วนท่อนล่างเขาก็นุ่งผ้าขนหนูเอาไว้บรรยากาศในห้องน้ำเงียบกริบ มีเพียงเสียงน้ำหยดและเสียงลมหายใจ ที่ดูเหมือนจะติดขัดของใครบางคน"เอ่อ...ลูซี่"คอสมอสส่งเสียงเรียกเบาๆ นัยน์ตาสีดำขลับที่เคยมองใครต่อใครด้วยความดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้หลุบต่ำลงมองหยดน้ำบนพื้น หูทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มแดงเถือก ลามไปจนถึงลำคอ"หืม น้ำร้อ
"กระสุนแค่ถากไปครับบอส ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูก ผมทำแผลและเย็บปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่คืนนี้อาจจะมีไข้ขึ้นสูงเพราะแผลอักเสบนะครับ ผมจะจัดยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไว้ให้"หมอฟิลลิปรายงานอาการ ขณะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าคอสมอสพยักหน้ารับเรียบๆ แต่คนที่ดูจะใส่ใจกับคำสั่งหมอมากกว่าคนป่วยกลับเป็นเลดี้สาวที่ยืนกุมมือเขาอยู่ไม่ห่าง ลูซี่ขยับเข้าไปใกล้คุณหมอ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"คุณหมอคะ แล้วเรื่องการล้างแผลล่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง? ต้องระวังเรื่องน้ำหรืออาหารอะไรเป็นพิเศษไหม?"คำถามรัวเป็นชุดของลูซี่ทำเอาคุณหมอยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดแผล การทายา และข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเลดี้สาวก็ตั้งใจฟังและจดจำทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ราวกับนักเรียนหน้าชั้นที่กำลังจดเลคเชอร์คอสมอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เม่นน้อยของเขา ไม่กลัวเลือดของเขาอีกต่อไปแล้ว*********************หนึ่งชั่วโมงต่อมาแม้จะเป็นถึงเลดี้แห่งเมอร์เวล แต่ลูซี่ก็สลัดคราบลูกคุณหนูทิ้ง จัดการรวบผมยาว สวมผ้ากันเปื้อน และลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำซุปบำรุงกำลังให้คนเจ็บลูซี่เลือกทำซุปมันฝร







