INICIAR SESIÓNเย็นวันนั้นฉันก็เจอเขาอีก และก็เป็นแบบเดิมอีกแล้ว เขาจ่ายค่ารถให้ บอกว่าตอบแทนที่แนะนำน้ำเต้าหู้กับซาลาเปาให้ มันอร่อยจริงๆ ฉันไม่อยากต่อล้อต่อเถียงจึงปล่อยผ่านไปได้ขึ้นรถฟรีก็ดีซะอีก เช้าวันถัดมา เขาอยู่ที่ป้ายรถอีก แต่ครั้งนี้ในมือถือถุงน้ำเต้าหู้กับซาลาเปาอยู่แล้ว 2 ถุง เขายื่นถุงหนึ่งให้ฉัน “อะ ป้าบอกเมื่อเช้าไม่ได้ส่งให้ที่บ้านเธอ เราเลยเอามาเผื่อ” ฉันมองหน้าเขาอย่างงงๆ “คราวนี้ ขอบคุณเรื่องอะไรอีกเหรอ เรายังไม่ได้ทำอะไรให้นายนะ” “เราแค่อยากให้ เราอยากเป็นเพื่อนกับเธออะ ได้มั้ย” สีหน้าเขาตอนนี้ ทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่ยอมรับปากคงจะรู้สึกผิดมากเลย “ก็ได้แหละมั้ง แต่ทำไมอยากเป็นเพื่อนเรา เพื่อนเธอเยอะแยะ” “ก็ไม่รู้สิ ถูกชะตามั้ง…เราชื่อภีม นะ” “อืม เรารู้อยู่แล้วล่ะ นายออกจะดังในโรงเรียน” “แหะๆ ไม่ขนาดนั้นหรอก งั้นเราเรียกเธอว่าอัยย์ ได้มั้ย” เขาเกาท้ายทอย ก้มหน้าน้อยๆ ระหว่างถามฉัน ‘แล้วทำไมเขารู้ชื่อฉันด้วยล่ะ ฉันไม่เคยบอกเขานะ’ พอฉันทำหน้างงใส่ เขาคงรู้ว่าฉันสงสัย “เมื่อวานเราได้ยินป้าขายน้ำเต้าหู้เรียกเธอไง” “อ๋อ อืมได้สิ” หลังจากนั้นฉันกับเขา จะขึ้นรถกลับบ้านพร้อมกันและไปโรงเรียนพร้อมกันแบบนี้ทุกวัน เราสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เป็นคนนิสัยดีคนหนึ่งเลยนะ คอยดูแลฉันตลอด ถ้าวันไหนรถเมล์คนเยอะจนเบียด เขาจะคอยยืนกันให้ฉันไม่ต้องโดนเบียดจนติดเสา หรือหลายๆ ครั้งเขาจะคอยพยุงเวลารถเบรกกระทันหัน เวลาผ่านไป นอกจากจะไป-กลับโรงเรียนด้วยกันแล้ว เราเริ่มนัดกันในวันหยุด ไปติวหนังสือบ้าง เพราะเขาเก่งมากทุกวิชาเลย ส่วนฉันจะได้ก็แค่ภาษาฯ ต้องขอบคุณเขาเลยที่ทำให้คะแนนวิชาอื่นของฉันดีขึ้นมาก เราไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต จนกลายเป็นว่าเขาเป็นเพื่อนชายคนเดียวที่สนิทมาก
14 กุมภาพันธ์ “เราให้เธอ” ฉันไม่เคยคาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น เช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวาเลนไทน์ปีสุดท้ายที่พวกเรายังเป็นเด็กมัธยม ฉันออกจากบ้านมาที่ป้ายรถตามปกติ แต่แทนที่จะเจอเขากับถุงน้ำเต้าหู้เหมือนทุกวัน วันนี้เขามาพร้อมกับ ช่อดอกกุหลาบสีแดงกลีบกำมะหยีช่อใหญ่ ยื่นมาให้ฉันตรงหน้า ฉันตกใจ และไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่มันเกิดขึ้น ถึงฉันจะรู้สึกดีกับเขาก็เถอะ แต่ฉันคิดว่าฉันไม่ได้มีอะไรดีเด่น เทียบกับสาวๆ ที่คอยรุมล้อมเค้าอยู่ไม่ได้เลย “แหม นี่ซ้อมให้ดอกไม้สาวเหรอภีม ทำไมไม่บอกกันก่อนอะ เราจะได้เตรียมตัวเป็นคู่ซ้อมให้ดีๆ” “บอกก็ไม่ได้เห็นหน้าตาตกใจของอัยย์แบบนี้อะสิ ฮะ ฮะ ฮะ” จริงๆ ด้วย วันนี้เขาคงจะไปสารภาพรักกับใครซักคนที่เขาชอบสินะ ฉันควรเชียร์ให้เขาสมหวังใช่มั้ย แต่ทำไมรู้สึกหัวใจมันโหวงเหวงล่ะ
“เฮ้ย ไอ้ภีม หอบดอกไม้มาให้ใครวะ” “เอาแล้วเว้ย ไอ้คุณภีมมีสาวตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเพื่อนไม่รู้วะ” “ไหนๆ วะ ใครวะคนไหน แล้วทำไมเดินหน้าหงอยมาล่ะวะ” หลังจากลงจากรถเมล์ เขาเดินนำไปที่หน้าโรงเรียนก่อนพร้อมช่อดอกไม้ ส่วนฉันที่เดินตามอยู่ห่างๆ เพราะไม่อยากให้ฝ่ายปกครองออกมาเห็นว่าเดินมาด้วยกัน ยิ่งวันแห่งความรักแบบนี้ ครูฝ่ายปกครองยิ่งเพ่งเล็งเป็นพิเศษเลย ห้ามให้มีการจับคู่กันหรือมีรักข้ามรั้วโรงเรียน เดินมาซักพัก เขาเจอกับกลุ่มเพื่อนที่ยังคงไม่ได้เข้าโรงเรียน ทุกคนต่างเอ่ยถามถึงช่อดอกไม้ที่เขาถืออยู่ในมือ ว่าจะเอาไปให้ผู้หญิงคนไหน ใครจะเป็นผู้โชคดีคนนั้น และฉันก็อยากรู้เหมือนเพื่อนเขาแหละ “อ่าว เฮ้ยบอกหน่อยสิวะ ใครวะ ทำไมเงียบเชียบไม่ได้ยินข่าวเลย ไปแอบคบใครตอนไหนวะ ไอ้ภีม” “กูเห็น ไอ้ภีม มันเอาดอกไม้ให้ผู้หญิงแว่นคนนั้นที่ป้ายรถ แต่นางไม่รับเว้ย จัดว่าเด็ด” เพื่อนเขาคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลังบอกทุกคนในกลุ่ม “ไม่ใช่ละ มึงเห็นตอนไหน กูไม่ได้เป็นคนให้เว้ย เค้ามาให้กูต่างหาก กูเห็นหน้าตาเชยๆ ซีดๆ แว่นหนาเตอะ คงจะไม่มีคนสนใจ กูเลยสงสารเลยรับมาก็แค่นั้น ไม่ใช่คนสำคัญซักหน่อย” ‘ทำไมเขาถึงบอกเพื่อนไปแบบนั้นล่ะ’ ฉันที่เดินตามมาทันฟังทุกๆ คำที่เขาพูดกับเพื่อน ฉันยืนนิ่งรู้สึกหน้าชาไปหมด ยังไม่พอ เมื่อเพื่อนเขาคนเดิมที่เห็นเราชี้นิ้วมาตรงจุดที่ฉันยืนอยู่ “นั่นไง มานั่นละ” “ไงจ๊ะน้องแว่น ดีใจมั้ยมีหนุ่มฮอตรับดอกไม้วันแห่งความรัก” “โหห เห็นติ๋มๆ ใช้ได้เลยน้า หอบดอกไม้ช่อใหญ่สารภาพรักหนุ่มฮอตที่สุดในโรงเรียนเลย” “ไงวะ ไอ้ภีม รับรักแล้วสิวะ รับช่อดอกไม้มาแล้วด้วยเนี่ย” ทุกคนยังคงพูดจาแซวซ้ำยังชี้นิ้วแล้วมองมาที่ฉัน และยังหัวเราะขำขันกันเสียงดังไปทั่วบริเวณ จนหลายๆ คนที่เดินผ่านมาต้องหยุดยืนดู “หืม ยัยนี่กล้ามากเลยนะ ถึงกับเอาดอกไม้ให้คุณภีม หนุ่มฮอตที่สุดในโรงเรียนเลย” “เฮ้ยแก ถ้าภีมเค้ารับดอกไม้ยัยนี่ งั้นชั้นเอาไปให้บ้างดีมั้ยแก” “กล้าเนอะ ไม่ดูตัวเองบ้างเล้ย” ผู้หญิงหลายๆ คนที่เดินผ่านมาแล้วได้ยินเหตุการณ์ ต่างพากันมองหางตามาที่ฉัน และวิจารณ์เสียงดัง โดยไม่แคร์ว่าฉันจะได้ยินหรือไม่ “ไปเถอะพวกมึง เดี๋ยวพ่อก็มาไล่ขึ้นห้องปกครองหรอก” ภีมพูดกับเพื่อนและพากันเดินเข้าโรงเรียนไป โดยไม่แม้จะหันมาสนใจฉัน และวันนั้นทั้งวัน ฉันถูกมอง และกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนเกือบทั้งโรงเรียน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่ชื่นชอบภีม แม้แต่เพื่อนสนิทไม่กี่คนของฉัน ก็ยังถูกกันให้อยู่ห่างจากฉัน ฉันได้แต่ก้มหน้าก้มตาพยายามสนใจแต่เรื่องเรียนจนจบวัน
หลายปีแล้วนะที่ผมไม่ได้เมาหัวราน้ำขนาดนี้ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ ตอนแรกคิดว่าจะมาผ่อนคลายนิดหน่อยเท่านั้น“เฮ้ย ไอ้ภีม อย่าเศร้าใจไปเลยวะ ผู้หญิงรอต่อคิวเข้าหามึงอยู่ตั้งเยอะ” ไอ้วัตคงเริ่มจะเมาแล้ว มันเข้ามาตบบ่าผม คงคิดว่าผมเสียใจ ที่เพิ่งรู้ความจริงว่า มินท์นอกใจผมไปคบกับรุ่นน้องคณะวิศว ได้หลายเดือนแล้ว“เศร้าห่าอะไร ก็แค่อยากผ่อนคลายเว้ย เรียนหนักมาตั้งหลายปี แล้วนี่ยังต้องมาค่ายอาสาอะไรอีกตั้งไกล อยู่บนดอยขนาดนี้”“เอ้า เมิงไม่ได้เศร้าที่ยัยมินท์นอกใจไปครบไอ้รุ่นน้องเดือนคณะวิศวนั่นเหรอวะ สวมเขาให้เพื่อนกูตั้งหลายเดือน นี่ถ้าไม่ได้มาบนดอยแบบนี้ มึงคงยังไม่รู้เรื่องอะ”“เรื่องมินท์ ชั่งเธอเถอะ กูไม่ได้เสียใจขนาดนั้น ดีเหมือนกันถ้าเธอเจอคนที่รักเธอจริงๆ”“เอ้า มึงไม่ร้ากจริงหรือไงวะ กูเห็นคบกันมาได้ตั้งหลายปี นี่กูยังคิดว่าปีหน้าเรียนจบ พวกมึงได้แจกการ์ดแล้วนะเนี่ย”“กูก็รักจริงในแบบของกู ถ้ามินท์เค้าอยู่กับกู ดีกับกู กูก็ซื่อสัตย์กับเค้าก็แค่นั้น แต่ยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงงแต่งงานหรอกหว่ะ”“ยังไงของมึงวะ หรือว่ามึงยังลืมผู้หญิงคนเก่าของมึงไม่ได้”“ไม่รู้หว่ะ…” ผมตอบไอ้วัตได้แค่นั
ปัจจุบัน“เฮ้ออ…เสร็จซักที” ในที่สุดฉันก็เขียนบทละครให้พ่อเสร็จแล้ว อีกไม่นานคงได้ฤกษ์เปิดกล้องแล้วล่ะ ค่อยสบายใจหน่อย“เขียนบทเรื่องใหม่เสร็จแล้วเหรอ ไหนๆ ดูหน่อยสิ” ช่วงนี้ นิต้า มาอยู่เป็นเพื่อนฉันแทบทุกวัน คงกลัวฉันจะเหงาแล้วคิดมากเรื่องอาการประหลาดบนหน้าแต่ความเป็นจริงแล้ว ฉันยุ่งหัวหมุนกับการเขียนบท จนแทบจะไม่ได้สนใจจะมองกระจกเลย ดีนะที่มีคุณหมอคอยเตือนให้ทานอาหารและอาหารเสริมทุกวันตรงเวลา ไม่งั้นฉันคงไม่ได้ลุกไปไหนเลย“โห อัยย์ เรื่องนี้เขียนดีสุดๆ แล้วได้นักแสดงหรือยังอะ ชั้นอยากทำงานแล้ว พ่อจะนัดให้คุยเรื่องฟิตติงเมื่อไหร่น้า จะให้ชั้นทำอีกมั้ยอ่า”“วันนี้พ่อน่าจะกลับเร็วนะ เดี๋ยวเราเอาบทให้พ่อดูตอนมื้อเย็น นิต้าลองถามพ่อดูสิ”“โอเค ดีเลย ชั้นได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเปิดกล้อง”“เฮ้ย อัยย์ เรื่องนี้มีถ่ายทำบนดอยด้วยเหรอ คิดถึงดอยที่เราเจอกันเลยอะ นี่เลือกโลเคชันไปยัง อัยย์เสนอให้พ่อไปถ่ายที่ดอยนั้นสิ เผื่อเราได้ไประลึกความหลังกันดีมะ”“แต่ถึงไปถ่ายที่นั่น เราก็ไม่ได้ไปอยู่ดีนะ” ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาการตอนนี้หรอกนะ แต่ก็บอกนิต้าไปตามที่มันควรจะเป็น เพราะสภาพแบบนี้ ฉันคงไปไหนไ
ฉันเข้าหอพักล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียนปีหนึ่งก่อนหนึ่งเดือนได้ สัปดาห์เดียวก็จัดข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉันคิดใช้เวลาว่างที่เหลือเขียนนิยายต่อให้จบ เพราะคิดว่าเปิดเทอมคงไม่มีเวลาแน่ๆฉันนั่งอยู่เฉยๆ ที่หน้าจอโน้ตบุ๊กมาสามวันแล้วนะ แต่สุดท้ายก็เขียนไม่ออกเลย คงต้องออกไปหาแรงบันดานใจที่อื่นแล้วล่ะ เหมือนที่นักเขียนหลายๆ คนทำกัน คือ ออกไปท่องเที่ยว ไปหาบรรยากาศใหม่ๆสุดท้ายฉันเลือกไปบนดอยที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ฉันอยากไปสัมผัสธรรมชาติ ไปเห็นวิถีชีวิตคนบนดอยดูบ้าง บางทีอาจจะได้พล๊อตนิยายเรื่องใหม่แถมมาด้วยก็ได้คนที่นี่เรียบง่ายมากๆ ฉันรู้สึกชอบนะ อยู่แล้วใจสงบดี ระหว่างที่อยู่ในหมู่บ้านบนดอย ฉันสบายใจสุดๆ เช้าได้ตื่นมาใส่บาตร นั่งกินอาหารเช้าง่ายๆ เขียนนิยายที่ร้านอาหารเช้าจนสายๆ ค่อยออกไปเดินเที่ยวริมธารบ้าง บางวันก็ไปปางช้างด้วยพอช่วงเย็นก็จะกลับมาทานข้าวร้านระแวกใกล้ที่พัก เพราะจะได้กลับสะดวก ถึงอย่างไรช่วงค่ำฉันก็ยังกลัวอันตรายอยู่ดี อยากระวังตัวเองไว้ก่อน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น จนใกล้วันที่จะกลับหอมหาวิทยาลัย“อย่ามายุ่งกับชั้น ไปนะ ไปให้พ้น” ระหว่างทางจะเข้าที่พัก
ผมมายืนรออัยย์ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนตามปกติ ผมต้องปรับความเข้าใจกับเธอ ‘หวังว่าเธอจะเข้าใจเรานะอัยย์’เย็นมากแล้ว ผมยืนมองหาเธอจนกระทั่งเหมือนจะไม่มีนักเรียนจากโรงเรียนฝั่งหญิงออกมาอีกแล้ว ‘ทำไมอัยย์ยังไม่ออกมานะ’ผมเลือกที่จะเดินไปดูที่ประตูทางเข้าโรงเรียน ลุงภารโรงกำลังจะปิดประตูรั้วแล้ว “ลุงครับลุง เพื่อนผมยังไม่ออกมาเลยนะครับ”“โอ้ย ไม่มีใครอยู่แล้วพ่อหนุ่ม กลับไปหมดแล้ว หนุ่มก็กลับบ้านเถอะ ไป๊”“ผมรออยู่ที่ป้ายรถ ยังไม่มีเพื่อนผมออกมาเลยครับลุง”ลุงยังคงปิดประตูรั้วโรงเรียนโดยไม่ฟังเสียงผม แม้ผมจะพยายามบอกลุงเท่าไหร่ก็ตาม ‘หรืออัยย์จะไปแล้วจริงๆ แล้วเธอไปทางไหนล่ะ’เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมารออัยย์ที่ป้ายรถหน้าบ้านเธอเหมือนเคย จนสายแล้วก็ไม่เห็นเธอมา ตอนเย็นก็ยังยืนรอที่ป้ายรถหน้าโรงเรียนก็ไม่เจอเธอผมเฝ้ารอเธออยู่หลายวัน จนในที่สุด ก็ตัดสินใจลองถามนักเรียนหญิงที่เคยเห็นเดินกับเธอ “เราก็เห็นอัยย์มาเรียนตามปกตินะ แต่พอเวลาเลิกเรียนเธอก็รีบกลับบ้านเลย แต่เราไม่รู้ว่าเธอกลับยังไงหรอกนะ ช่วงหลังนี้เธอไม่สุงสิงกับใครเลย”เพื่อนเธอบอกอย่างนั้น แล้วผมจะทำยังไงดี นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมเข้าไปทุก
Doctors Online ChatDoctor VP1 : “สวัสดีตอนบ่ายครับ ทานมื้อกลางวันและอาหารเสริมแล้วหรือยังครับ” ผมรีบทักหาเธอทันที ที่กลับมาถึงห้องทำงาน หลังจากรับผลตรวจ DNA และฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากอาจารย์ที่ห้องแล็บแล้วAiyarin : “สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณหมอ อัยย์ทานข้าว ทานอาหารเสริมเรียบร้อยค่า บอกแล้วไงคะ จะเชื่อฟังทำตามอย่างดีค่ะ ^^”Doctor VP1 : “ดีมากเลยครับ อาการเป็นยังไงบ้างครับ”Aiyarin : “เดี๋ยวนะคะ อัยย์ยังไม่ได้ดูกระจกเลย อัยย์รีบเขียนบทให้พ่ออยู่ค่ะ”Doctor VP1 : “ถ้าสะดวกคุณอัยย์ถ่ายรูปส่งให้ผมช่วยดูด้วยดีมั้ยครับ ผมจะเทียบกับครั้งแรกด้วยครับ”Aiyarin : “…..”ผมใจเสียไปชั่วขณะ เมื่อขอให้เธอส่งรูปให้แต่เธอตอบกลับมาแบบนั้น ผมต้องรีบส่งข้อความไปอีก กลัวเธอจะหายไปอีกDoctor VP1 : “ถ้ายังไม่สะดวกไม่เป็นไรครับ..”Aiyarin : Picture Sentหัวใจผมเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาจากกลางอก ผมดีใจมากที่เธอส่งรูปถ่ายล่าสุดมาให้ แสดงว่าเธอคงเริ่มไว้วางใจผมแล้ว ‘แต่ผมคนนี้คือ หมอเจ้าของเคสเธอ ที่ไม่ใช่เพื่อนชายคนนั้นของเธอ’ แต่ก็ยังดี ที่ผมยังได้เห็นหน้าเธออีกครั้งDoctor VP1 : “ขอบคุณครับ ^^ ดูสดใสขึ้นน
ปัจจุบัน“ยัยอัยย์ ชั้นขอโทษน้า เมื่อวานชั้นติดลูกค้าสำคัญจริงๆ แล้วเป็นไงบ้าง โอ้ย…ดูตาเธอสิ แค่เจอพนักงานส่งของก็นอนไม่หลับเลยเหรอ” นิต้ามาหาฉันที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเรื่องเมื่อวานที่ไม่มีใครรับของแทนฉัน“อืม จริงๆ ตอนเจอก็ไม่เป็นไรนะ แต่ที่เรานอนไม่หลับ เพราะเราเอาแต่นึกถึงเสียงของพนักงานส่งของ เสียงเค้าคุ้นมากเลยนิต้า เหมือนคนนั้น”“ฮะ เสียงเหมือนใคร อย่าบอกนะว่า…”“ใช่ เสียงเหมือนผู้ชายคนนั้น เราเลยนอนคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนทั้งคืนเลยนิต้า”“โอ๋ๆๆ ยัยอัยย์ ไม่เอาน้า มันผ่านไปแล้วนะ ไม่เอา ไม่คิดถึงมันอีก” นิต้า เข้ามากอดปลอบฉัน“เราโอเคแล้วล่ะนิต้า เรารู้ว่ามันผ่านไปแล้ว” น้ำเสียงฉันยังคงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ฉันจะผ่านมันไปได้“ไม่เอาละ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ไม่พูดเรื่องพนักงานส่งของละ แต่ชั้นอยากรู้เรื่องคุณหมอมากกว่า ยังไงยะ ส่งของมาแทบจะทุกวันเลย ยังไงกันแน่”“ก็…หมอเค้าทำตามหน้าที่แหละ ถ้าเค้ารักษาคนไข้หาย ก็เป็นผลงานเค้าไง แถมเคสแปลกๆ อย่างเราด้วย”“ชั้นว่ามันต้องมีอะไรนะ ดูของพวกนี้สิ มีแต่ของแพงๆ นี่ยังไม่ต้องนึกถึงผลไม้อะไรพวกนั้นอีก” นิต้า ยังคงตั้งข้อสงสัยกับของที่ได้รับ







