LOGINจางหมินเย่ว บุตรสาวเสนาบดีกรมคลัง แต่กลับตกหลุมรักซ่งฟู่หลง ขุนนางขั้นเจ็ด แต่เพราะความคลั่งรักที่มี ทำให้นางยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับเขา แต่ใครจะคิดว่าซ่งฟู่หลงกลับไม่แม้แต่จะแยแสตนเลยแม้แต่น้อย ครั้นพอคิดจะตัดใจหนีห่าง เขากลับเอาแต่คอยวนเวียนอยู่ข้างกาย แล้วเป็นเช่นนี้นางจะตัดใจลงได้อย่างไรกันเล่า "ใต้เท้า...ข้ารักท่าน แต่มิใช่เหตุให้ท่านเอาแต่กลั่นแกล้งข้าเช่นนี้"
View More**Freya**
—Hoy es el gran día. —suspiré a mí misma.
La noche de apareamiento era un ritual anual para todas las tribus de los hombres lobo. Un evento que se llevaba a cabo una vez por año, el momento de recibir la marca de tu compañero.
En nuestras costumbres existen tres marcas: La primera es la de nacimiento.
Cada bebé recibía la marca de su padre y lo designaba como parte de su tribu.
La segunda, la marca de apareamiento, era una noche en que hombres y mujeres en su forma lobuna corrían por el bosque tratando de encontrar una pareja y cuando lo hacían unían sus cuerpos y el compañero masculino marca a su compañera, declarándola como suya.
Y por último, la marca de la muerte, solo podía hacerlo uno de los ancianos de su tribu.
—Freya. —retumba una voz detrás de mí, cargada de preocupación.
Es mi padre, Finn Grayson, el Alfa de la tribu Arroyo Nocturno, el hombre que ha visto más años y batallas que cualquier lobo.
Su presencia es como una roca; Sólido, inamovible, pero no exento del desgaste del tiempo y la responsabilidad.
—Papá. —digo, sin volverme para mirarlo.
Mi voz es firme, pero puedo sentir sus ojos taladrando mi espalda, buscando grietas en mi resolución.
—Esta noche es la noche, ¿eh? —dice, su tono inusualmente apagado.
Siempre ha sido una torre de fortaleza, pero esta noche hay un temblor en sus palabras: el miedo de un padre.
—Eso parece. —respondo, quitando un mechón rojo de mi cara. —A menos que tengas algún antiguo truco Alfa bajo la manga para cancelarlo. —Una sonrisa aparece en la comisura de mi boca, pero no llega a mis ojos.
Se acerca, sus pasos son deliberados y medidos. —Ojalá fuera así de simple, cachorra. Pero esto... esto es parte de lo que somos. Tú lo sabes.
—Parte del gran espectáculo del hombre lobo. —me burlo, girando mis hombros para liberar algo de la tensión que se acumula allí. —No puedo esperar a ser perseguida como una presa por cada bola de pelo alimentada por testosterona que haya en los alrededores.
Mi papá suspira, un sonido profundo y lúgubre que parece resonar entre los árboles.
—No se trata de perseguirte, Freya. Se trata de encontrar tu pareja: alguien que te apoye, te desafíe y crezca contigo.
—Suena como un cuento de hadas. —murmuro en voz baja.
El concepto de una pareja destinada, alguien que aceptará todos mis bordes irregulares, se siente tan distante como las estrellas de arriba. Sé que eran las costumbres de nuestra especie, pero yo era incrédula, ¿cómo alguien podía enamorarse en una sola noche?
—La vida no es un cuento de hadas. —coincide solemnemente—. Pero tampoco se trata solo de sobrevivir. Hay más para ti, si estás dispuesto a luchar por ello, pelear hasta el final.
—Pelear. —resoplo—. Eso es algo que puedo hacer.
—Tu madre… —comienza, y puedo escuchar el problema en su voz, el dolor tácito que persiste allí.
Es suficiente para hacerme girar y mirarlo finalmente.
—También era una luchadora —termino por él, encontrando su mirada.
Sus ojos, un reflejo de los míos, contienen una mezcla de orgullo y tristeza—, igual que mi hermano.
—Ellos estarían orgullosos. —dice, extendiendo la mano para poner una mano en mi hombro. —Y ellos estarían muy orgullosos de la loba en el que te has convertido.
—Gracias, papá. —digo, permitiéndome un momento de vulnerabilidad antes de deshacerme de su toque. —Ahora, si me disculpan, tengo una carrera que ganar, o realmente arruinarla.
—De cualquier manera —añade mi padre, con el fantasma de una sonrisa parpadeando en sus labios, —siempre serás mi cachorra. Recuerda eso.
—Lo sé. —digo, alejándome de él y entrando al claro una vez más.
El peso de su preocupación pesa sobre mis hombros, pero no me detendrá.
Este momento era especial, justamente porque era su hija mayor.
Después de la muerte de mi hermano mayor, el peso sobre la tribu cayó sobre mis hombros.
—Procura no arruinar esta noche. —escucho una voz familiar a mi espalda, no muy agradable.
—Lo intentaré. —Respondo de manera seca y fría a la esposa de mi padre, a la mujer que se convirtió en mi madrastra. No le agradaba, lo sabía.
—Esta noche eres un ejemplo para tus hermanas. —pronuncia con cierto sabor agridulce.
No respondí…
Soy la m*****a Freya Grayson, y esta noche no corro por nadie más que por mí misma.
บทที่ 68 ฟ้าหลังฝน“โยวเอ๋อร์....โยวเอ๋อร์...ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ” เสียงร้องตะโกนเรียกบุตรสาวของเซี่ยเหมยดังก้องไปทั่วห้องขัง นางทรุดตัวลงกับพื้นด้วยน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มพร้อมหันหลังให้กับจางหมินเย่วอย่างหมดอาลัยตายอยาก นางอ่อนล้าและอ่อนแรงจนไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวอันใดกับจางหมินเย่วให้ตนเองต้องเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว“ท่านแม่...ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าได้แต่นึกขอบคุณท่านที่รักและเอาใจใส่ข้ามาโดยตลอดแม้ว่าท่านจะเกลียดชังข้ามากเพียงใด...แต่ว่า...ท่านแม่...จะมีสักครั้งหรือไม่ที่ท่านจริงใจต่อข้าแม้เสียงสักเสี้ยวนาที”เซี่ยเหมยกัดฟันแน่นข่มความอาดูรเอาไว้ในใจ ภาพแต่หนหลังผุดขึ้นมาในความนึกคิดของนางอีกครั้ง แม้นางจะนึกเกลียดชังสองแม่ลูกมากสักเพียงใดแต่ความผูกพันที่มีมาเนิ่นนานก็เป็นสิ่งที่นางมิอาจปฏิเสธได้ “นับแต่นี้ต่อไป...เจ้าอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก” เซี่ยเหมยกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่สงบและจริงจัง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปนั่งหันหลังที่มุมห้องขังอย่างไม่ต้องการเสวนากับจางหมินเย่วอีกต่อไปจางหมินเย่วสะอื้นไห้ในลำคอ ก่อนจะยกยิ้มบางขึ้นมาอีกหน “ขอท่านแม่โปรดรักษาตัวด้วย” นางคุกเข่าลงพร้อมโขกศีรษะกับพื้นเ
บทที่ 67 ท่านยอมรับความจริงเถิดข่าวคราวเรื่องของหนิงอันอวี้ที่มีสภาพไม่ต่างจากตุ๊กตามีชีวิตแพร่สะพัดไปทั่วแคว้น “ไม่จริง...อันอวี้ต้องไม่เป็นอันใด...ไม่จริง...” หยางกุยฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับคลุ้มคลั่งอาละวาด ก่อนจะเป็นลมจนสิ้นสติไปในทันทีในขณะที่ซ่งฟู่หลงและจางหมินเย่วได้ยินเรื่องดังกล่าวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างนึกสังเวชใจ “เวรกรรมจริงๆ”จางหมินเย่วหันไปมองซ่งฟู่หลงก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความประหม่า “ใต้เท้า...ข้ามีเรื่องอยากขอร้อง”ซ่งฟู่หลงหรี่ตามองจางหมินเย่ว “เจ้าว่ามาสิ”“ข้าอยากไปเยี่ยมท่านแม่สักครั้ง...ท่านให้ข้าไปได้หรือไม่” จางหมินเย่วกล่าวออกมาในที่สุดแววตาที่อ้อนวอนทอดมองมาที่ซ่งฟู่หลง เขาได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกำชับให้องครักษ์คอยคุ้มกันนางเอาไว้อย่างใกล้ชิดจางหมินเย่วพร้อมเล่อจิ้นและองครักษ์อีกสองนายขึ้นรถม้าพร้อมมุ่งหน้าตรงไปยังคุกอาญาในทันทีเซี่ยเหมยถูกกักขังอยู่ในห้องขังตามลำพัง ใบหน้าเหม่อลอย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงอย่างทอดอาลัยตายอยาก นางรู้สึกอับจนและสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่งในทันทีที่เซี่ยเหมยเห็นจางหมินเย่วตรงหน้า นางก็ปรี่เข้ามาพร้อมยื่นแขน ออกมาด้านนอกกรงขังหวั
บทที่ 66 ข้ามิอาจให้ท่านทำร้ายได้อีกจางเซี่ยโยวประคองหนิงอันอวี้เข้ามาภายในห้องนอนด้วยท่าทางที่เป็นปกติ แม้ว่าภายในใจนั้นกลับตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นไปพร้อมกัน สุราและอาหารถูกจัดเรียงไว้อย่างพร้อมสรรพหนิงอันอวี้เข้ามาภายในห้องนอน เขามิได้ใส่ใจกับสิ่งใดตรงหน้า หนิงอันอวี้กระชากร่างของจางเซี่ยโยวเข้าหาตัวพร้อมบดขย้ำนางด้วยความอัดอั้นในอารมณ์ ริมฝีปากหนาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างดุนดันและตะกละตะกลามจางเซี่ยโยวร้องอู้อี้ออกมา นางพยายามดิ้นรนขัดขืนก่อนจะสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมได้ในที่สุด การกระทำดังกล่าวส่งผลให้หนิงอันอวี้มีท่าทางฉุนเฉียวและหงุดหงิดใจขึ้นมาในทันทีจางเซี่ยโยวรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างหวานเยิ้มออกมาพร้อมเดินเข้าไปคล้องลำแขนของเขาอย่างประจบเอาใจ “องค์ชาย...ข้าตระเตรียมสุราชั้นดีเอาไว้สำหรับดื่มด่ำในค่ำคืนนี้ หากท่านใจร้อนเช่นนี้จะมิทำให้เสียบรรยากาศหรอกหรือเจ้าคะ”จางเซี่ยโยวกล่าวพลางดึงรั้งหนิงอันอวี้ลงนั่งที่โต๊ะ ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งบนตักเขา มือข้างหนึ่งวาดแขนโอบรอบลำคอ ในขณะที่อีกมือหนึ่งก็ยกสุรารินลงในจอกด้วยท่าทางที่เชื่องช้าแต่เย้ายวนในที จางเซี
บทที่ 65 น้อยเนื้อต่ำใจจางเซี่ยโยวโขกศีรษะขอบคุณหนิงเว่ยเจี้ยนอีกครั้ง เมื่อนางได้รับอนุญาตตามที่หนิงเว่ยเจี้ยนได้ให้คำมั่นไว้ นางก็ขอตัวลากลับไปในทันที นางหันหลังเดินออกไปโดยมิได้มองจางหมินเย่วที่อยู่ด้านข้างเลยแม้แต่น้อย“เช่นนั้นลูกก็ขอตัวเช่นกัน” ซ่งฟู่หลงโค้งตัวลาหนิงเว่ยเจี้ยนในทันที พร้อมกระชับร่างของจางหมินเย่วที่ยังคงยืนนิ่งราวกับกำลังอยู่ในความฝัน เหตุการณ์ตรงหน้าซับซ้อนเกินกว่าที่จางหมินเย่วจะสามารถคาดเดาอันใดได้“ฟู่หลง...ต่อไปเจ้าก็ดูแลเย่วเอ๋อร์ให้ดีเล่า” หนิงเว่ยเจี้ยนกล่าวกำชับซ่งฟู่หลงอีกครั้งอย่างนึกเป็นห่วงและเอ็นดู“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ...ชายาของข้านั้นดื้อรั้นและโง่เขลา...ต่อไปข้าคงมิอาจให้นางคลาดสายตาไปได้อีก” ซ่งฟู่หลงกล่าวตอบพร้อมปรายตามองจางหมินเย่วอย่างหยอกเย้าจางหมินเย่วได้แต่ยิ้มเจื่อนออกมา พร้อมใบหน้าที่สลดลงไป นางมิได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก นางได้แต่นึกเสียใจในความโง่เขลาของตนเองขณะที่อยู่ลำพังภายในเรือนนอน จางหมินเย่วได้แต่นั่งคอตกหวนคิดถึงความผิดพลาดที่ตนเองได้ก่อขึ้น นางได้แต่รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ทั้งความผิดหวัง ความท้อแท้ ความรันทดใจซ่งฟู่หลงเข้ามานั่ง
บทที่ 36 เกลี้ยกล่อม“โยวเอ๋อร์...ข้ารักเจ้าด้วยใจจริง...หากเจ้ายอมรับปาก ข้าจะให้เสด็จแม่รีบสู่ขอเจ้าในทันที” หนิงอันอวี้คาดคั้นจางเซี่ยโยวอย่างหนักจางเซี่ยโยวได้ฟังก็ได้แต่นึกลังเลใจ หากบิดาของตนรู้เรื่องเข้าจะต้องโกรธเกรี้ยวและไม่ยอมรับเป็นแน่ เรื่องของจางหมินเย่วยังไม่ทันจางหาย ซ้ำนางยังจะเดินรอย
บทที่ 34 ฝันสลายหลังจากเสียงร้องเรียกของฉางหูตี้เงียบหายไปสักครู่หนึ่ง ซ่งฟู่หลงที่ดื่มด่ำความหวานนั้นจนสมใจก็ค่อยปล่อยร่างบางออกจากกาย แต่เขาก็ยังคงจ้องมองหน้าจางหมินเย่วอยู่อย่างชั่งใจจางหมินเย่วได้แต่มองหน้าซ่งฟู่หลงอย่างนึกน้อยใจในที น้ำตาเอ่อล้นตกลงอาบแก้มนวลของนาง จางหมินเย่วรีบยกมือปาดน้ำตานั
บทที่ 35 ตำแหน่งชายารองหลังจากกลับมาถึงจวนสกุลจาง จางเซี่ยโยวก็อาละวาดโวยวายเสียงดังลั่นเรือน นางร้องห่มร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เซี่ยเหมยเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน นางได้แต่คอยปลอบขวัญบุตรสาวให้คลายความเศร้าใจ“ท่านแม่เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...เหตุใดจึงมิเป็นข้า” จางเซี่ยโยวคร่ำครวญออกมาดั่งใจจ
บทที่ 30 โปรดปรานบ่ายวันหนึ่งขันทีประจำกายฮองเฮาได้เดินทางมายังจวนสกุลจางพร้อมกับนำข้อความจากหยางกุยฮวามาแจ้ง “ฮองเฮามีรับสั่งให้คุณหนูใหญ่สกุลจางเข้าเฝ้า” ขันทีบอกออกมา ก่อนจะยิ้มอย่างมีไมตรีให้แก่จางเหวิ่นชิง “ใต้เท้าจางช่างมีบุญยิ่งนัก ฮองเฮาทรงโปรดปรานคุณหนูใหญ่เป็นอันมาก มีรับสั่งให้นางเดินทางไ











