เข้าสู่ระบบจางหมินเย่ว บุตรสาวเสนาบดีกรมคลัง แต่กลับตกหลุมรักซ่งฟู่หลง ขุนนางขั้นเจ็ด แต่เพราะความคลั่งรักที่มี ทำให้นางยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับเขา แต่ใครจะคิดว่าซ่งฟู่หลงกลับไม่แม้แต่จะแยแสตนเลยแม้แต่น้อย ครั้นพอคิดจะตัดใจหนีห่าง เขากลับเอาแต่คอยวนเวียนอยู่ข้างกาย แล้วเป็นเช่นนี้นางจะตัดใจลงได้อย่างไรกันเล่า "ใต้เท้า...ข้ารักท่าน แต่มิใช่เหตุให้ท่านเอาแต่กลั่นแกล้งข้าเช่นนี้"
ดูเพิ่มเติม"Who are you? What are you doing inside my room? Who let you in?" Sunod-sunod na tanong ni Andrew.
"I'm your wife, can't you recognize me? Sagot ng sopistikadong babaeng singtaas ng tore ang takong at singkapal ng snow ng Korea ang lipstick. "No! Are you not? You may look like my wife, but you're definitely not her" inis na sabi ni Andrew. Sino ba 'tong babae na ito at paano ito nakapasok sa silid nila? Siya namang pagpasok ni Catherine na nagulat sa tagpong nakita. Nabitawan nito ang hawak na plastic ng prutas at sa katarantahan ay natabig ang kape at bumagsak iyon sa tiles na sahig. Pinulot ni Catherine ang basag na tasa, but Andrew is fast enough to stop her. "Ano ka ba, Sofia? Let Manang Mila do it. Kailan mo ba makakasanayan that you are my wife and not my maid!" galit na sabi nito, sabay hablot kay Catherine, saka siya itinayo. Napatingin si Sofia sa bisitang nakapameywang habang nakangisi sa kanya. "Well, well, well, Sofia. Siguro naman, you were blessed enough at siguro naman pwede ko ng kunin ang totoong akin," sabi ng babae. "What is she talking about? What is she claiming to be hers, Sofia?" naguguluhang tanong ni Andrew. "Well, dear husband," simula ng babae. "I said I'm not your husband, damn it." Halos umusok ang ilong ni Andrew sa inis. Lalo na at nakikitan niyang namumutla si Sofia na halos hindi makatingin nang diretso sa kanya. "Well, tingnan natin kung masasabi mo pa 'yan after hearing the truth," pagmamayabang ng babaeng estranghero sa bahay niya. "Fire away and make it fast, lady, you're wasting my precious time." Inis na talaga si Andrew sa estrangherang invader sa bahay niya. Kinakabahan din siya dahil sa naginginig at namumutla ni Sofia. "May hindi ba siya alam?"May nangyayari bang wala siyang kaalam-alam?" Andrew looked at her again. "Well, my dear Andrew, ang babaeng yan is a poser. I'm your real wife, and she is my bridesmaid." Duro ng totoong Sofia kay Catherine na namumutla ng sandaling iyon. "What? What the hell is she talking about, Sofia? Tell me this, I'm just a shitty bluff, huh. Where is your camera, huh? Am I being pranked, huh?" sabi ni Andrew at umaasang magsasalita si Sofia. "Tell him the truth, Catherine or Idedemanda Kita," pagbabanta ni Sofia. Napalunod sa takot si Catherine at hinarap ang nagaapoy na mga mata ni Andrew. Si Andrew na pinakaiibig niya. "What's the truth now? Tell me, Sofia... what is going on here, damn it!" sigaw ni Andrew. "She is telling the truth, Andrew," sabi ni Sofia at tuluyang lumuhod sa harap ni Andrew. Umiiyak na lamang si Catherine sa biglang pagkaguho ng mundo niya. "I'm supposed to be the bridesmaid, not your bride. It's a long story. I'm so sorry," umiiyak na sabi ni Catherine. Nakaamba na sana ang kamay ni Andrew para pagbuhatan ng kamay si Catherine para sa panloloko nito sa loob ng isang taon. But her sad eyes stop him. Andrew walks out of that room and never looks back again.บทที่ 68 ฟ้าหลังฝน“โยวเอ๋อร์....โยวเอ๋อร์...ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ” เสียงร้องตะโกนเรียกบุตรสาวของเซี่ยเหมยดังก้องไปทั่วห้องขัง นางทรุดตัวลงกับพื้นด้วยน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มพร้อมหันหลังให้กับจางหมินเย่วอย่างหมดอาลัยตายอยาก นางอ่อนล้าและอ่อนแรงจนไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวอันใดกับจางหมินเย่วให้ตนเองต้องเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว“ท่านแม่...ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าได้แต่นึกขอบคุณท่านที่รักและเอาใจใส่ข้ามาโดยตลอดแม้ว่าท่านจะเกลียดชังข้ามากเพียงใด...แต่ว่า...ท่านแม่...จะมีสักครั้งหรือไม่ที่ท่านจริงใจต่อข้าแม้เสียงสักเสี้ยวนาที”เซี่ยเหมยกัดฟันแน่นข่มความอาดูรเอาไว้ในใจ ภาพแต่หนหลังผุดขึ้นมาในความนึกคิดของนางอีกครั้ง แม้นางจะนึกเกลียดชังสองแม่ลูกมากสักเพียงใดแต่ความผูกพันที่มีมาเนิ่นนานก็เป็นสิ่งที่นางมิอาจปฏิเสธได้ “นับแต่นี้ต่อไป...เจ้าอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก” เซี่ยเหมยกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่สงบและจริงจัง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปนั่งหันหลังที่มุมห้องขังอย่างไม่ต้องการเสวนากับจางหมินเย่วอีกต่อไปจางหมินเย่วสะอื้นไห้ในลำคอ ก่อนจะยกยิ้มบางขึ้นมาอีกหน “ขอท่านแม่โปรดรักษาตัวด้วย” นางคุกเข่าลงพร้อมโขกศีรษะกับพื้นเ
บทที่ 67 ท่านยอมรับความจริงเถิดข่าวคราวเรื่องของหนิงอันอวี้ที่มีสภาพไม่ต่างจากตุ๊กตามีชีวิตแพร่สะพัดไปทั่วแคว้น “ไม่จริง...อันอวี้ต้องไม่เป็นอันใด...ไม่จริง...” หยางกุยฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับคลุ้มคลั่งอาละวาด ก่อนจะเป็นลมจนสิ้นสติไปในทันทีในขณะที่ซ่งฟู่หลงและจางหมินเย่วได้ยินเรื่องดังกล่าวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างนึกสังเวชใจ “เวรกรรมจริงๆ”จางหมินเย่วหันไปมองซ่งฟู่หลงก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความประหม่า “ใต้เท้า...ข้ามีเรื่องอยากขอร้อง”ซ่งฟู่หลงหรี่ตามองจางหมินเย่ว “เจ้าว่ามาสิ”“ข้าอยากไปเยี่ยมท่านแม่สักครั้ง...ท่านให้ข้าไปได้หรือไม่” จางหมินเย่วกล่าวออกมาในที่สุดแววตาที่อ้อนวอนทอดมองมาที่ซ่งฟู่หลง เขาได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกำชับให้องครักษ์คอยคุ้มกันนางเอาไว้อย่างใกล้ชิดจางหมินเย่วพร้อมเล่อจิ้นและองครักษ์อีกสองนายขึ้นรถม้าพร้อมมุ่งหน้าตรงไปยังคุกอาญาในทันทีเซี่ยเหมยถูกกักขังอยู่ในห้องขังตามลำพัง ใบหน้าเหม่อลอย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงอย่างทอดอาลัยตายอยาก นางรู้สึกอับจนและสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่งในทันทีที่เซี่ยเหมยเห็นจางหมินเย่วตรงหน้า นางก็ปรี่เข้ามาพร้อมยื่นแขน ออกมาด้านนอกกรงขังหวั
บทที่ 66 ข้ามิอาจให้ท่านทำร้ายได้อีกจางเซี่ยโยวประคองหนิงอันอวี้เข้ามาภายในห้องนอนด้วยท่าทางที่เป็นปกติ แม้ว่าภายในใจนั้นกลับตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นไปพร้อมกัน สุราและอาหารถูกจัดเรียงไว้อย่างพร้อมสรรพหนิงอันอวี้เข้ามาภายในห้องนอน เขามิได้ใส่ใจกับสิ่งใดตรงหน้า หนิงอันอวี้กระชากร่างของจางเซี่ยโยวเข้าหาตัวพร้อมบดขย้ำนางด้วยความอัดอั้นในอารมณ์ ริมฝีปากหนาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างดุนดันและตะกละตะกลามจางเซี่ยโยวร้องอู้อี้ออกมา นางพยายามดิ้นรนขัดขืนก่อนจะสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมได้ในที่สุด การกระทำดังกล่าวส่งผลให้หนิงอันอวี้มีท่าทางฉุนเฉียวและหงุดหงิดใจขึ้นมาในทันทีจางเซี่ยโยวรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างหวานเยิ้มออกมาพร้อมเดินเข้าไปคล้องลำแขนของเขาอย่างประจบเอาใจ “องค์ชาย...ข้าตระเตรียมสุราชั้นดีเอาไว้สำหรับดื่มด่ำในค่ำคืนนี้ หากท่านใจร้อนเช่นนี้จะมิทำให้เสียบรรยากาศหรอกหรือเจ้าคะ”จางเซี่ยโยวกล่าวพลางดึงรั้งหนิงอันอวี้ลงนั่งที่โต๊ะ ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งบนตักเขา มือข้างหนึ่งวาดแขนโอบรอบลำคอ ในขณะที่อีกมือหนึ่งก็ยกสุรารินลงในจอกด้วยท่าทางที่เชื่องช้าแต่เย้ายวนในที จางเซี
บทที่ 65 น้อยเนื้อต่ำใจจางเซี่ยโยวโขกศีรษะขอบคุณหนิงเว่ยเจี้ยนอีกครั้ง เมื่อนางได้รับอนุญาตตามที่หนิงเว่ยเจี้ยนได้ให้คำมั่นไว้ นางก็ขอตัวลากลับไปในทันที นางหันหลังเดินออกไปโดยมิได้มองจางหมินเย่วที่อยู่ด้านข้างเลยแม้แต่น้อย“เช่นนั้นลูกก็ขอตัวเช่นกัน” ซ่งฟู่หลงโค้งตัวลาหนิงเว่ยเจี้ยนในทันที พร้อมกระชับร่างของจางหมินเย่วที่ยังคงยืนนิ่งราวกับกำลังอยู่ในความฝัน เหตุการณ์ตรงหน้าซับซ้อนเกินกว่าที่จางหมินเย่วจะสามารถคาดเดาอันใดได้“ฟู่หลง...ต่อไปเจ้าก็ดูแลเย่วเอ๋อร์ให้ดีเล่า” หนิงเว่ยเจี้ยนกล่าวกำชับซ่งฟู่หลงอีกครั้งอย่างนึกเป็นห่วงและเอ็นดู“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ...ชายาของข้านั้นดื้อรั้นและโง่เขลา...ต่อไปข้าคงมิอาจให้นางคลาดสายตาไปได้อีก” ซ่งฟู่หลงกล่าวตอบพร้อมปรายตามองจางหมินเย่วอย่างหยอกเย้าจางหมินเย่วได้แต่ยิ้มเจื่อนออกมา พร้อมใบหน้าที่สลดลงไป นางมิได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก นางได้แต่นึกเสียใจในความโง่เขลาของตนเองขณะที่อยู่ลำพังภายในเรือนนอน จางหมินเย่วได้แต่นั่งคอตกหวนคิดถึงความผิดพลาดที่ตนเองได้ก่อขึ้น นางได้แต่รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ทั้งความผิดหวัง ความท้อแท้ ความรันทดใจซ่งฟู่หลงเข้ามานั่ง
บทที่ 64 ทวงสัญญาหลังจากที่ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หยางกุยฮวาถึงคุมตัวไปยังตำหนักเย็น ในขณะที่เซี่ยเหมยถูกจับกุมไปยังเรือนจำของศาลอาญาเพื่อรอคำตัดสิน จางเซี่ยโยวก็ได้คุกเข่าลงตรงหน้าหนิงเว่ยเจี้ยน “ทูลฝ่าบาท...ขอพระองค์ทรงทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”จางเซี่ยโยวหวนนึกถึงในวันที่
บทที่ 58 งานเลี้ยงฉลองหนิงอันอวี้ให้ขันทีนำเทียบเชิญมามอบให้จางเหวิ่นชิง เขาต้องการจัดงานเลี้ยงครอบครัวภายในวังหลวงเพื่อเป็นการต้อนรับซ่งฟู่หลงในฐานะองค์ชายหกในอีกสามวันข้างหน้าจางเหวิ่นชิงรับคำพร้อมแจ้งให้เซี่ยเหมยเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ด้วยนึกกังวลเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนา
บทที่ 54 ท่านหยามข้ามากเกินไป“เพล้ง...เพล้ง...” เสียงแจกันและข้าวของตกลงสู่พื้นแตกกระจายไปทั่วห้องภายในตำหนักของหยางกุยฮวา นางถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้นอย่างหนักหลังจากที่ได้รับรายงานข่าวคราวภายในท้องพระโรงที่เกิดขึ้น“ฝ่าบาททำเรื่องเช่นนี้กับข้าได้เยี่ยงใด พระองค์ถึงกับกล้าปิดบังฐานะบุตรนอกค
บทที่ 52 ปิดจวนสิ้นสุดคำบอกรักซ่งฟู่หลงก็จรดริมฝีปากประกบเข้ากับปากบางตรงหน้า ลิ้นร้อนเลียไล้ก่อนจะตวัดเข้าไปด้านในหยอกเย้าพันเกี่ยวกับลิ้นร้อนของนาง ซ่งฟู่หลงตักตวงความหวานจากปากบางด้วยความโหยหา สองมือค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าที่กางกั้นร่างกายของทั้งสองเอาไว้ ก่อนจะจับโยนลงบนพื้นออกไปอย่างรู้สึกเกะกะสายตา“











