Partager

บทที่ 1 การหวนคืน

last update Date de publication: 2026-03-04 01:06:15

ปัจจุบัน...

          แสงอาทิตย์ยามเซินทอแสงสีทองอาบไล้ทั่วอุทยานหลังจวนสกุลไป๋ ดอกท้อสีชมพูสะพรั่งดูงดงามราวกับภาพวาด ทว่าสำหรับหมิงเว่ย มันคือความงามที่ฉาบไว้บนซากศพของความ

อยุติธรรม

          “คุณหนูรองเจ้าขา! ลงมาเถิดเจ้าค่ะ หากใครมาพบเห็นเข้าจะกลายเป็นที่ติฉินนินทาเอาได้นะเจ้าคะ!” เสียงของ‘เสี่ยวชุ่ย’ สาวใช้คนสนิทที่จงรักภักดีเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ร้องเรียกด้วยความลนลาน

          หมิงเว่ยที่ห้อยโหนอยู่บนกิ่งท้อสูงหาได้นำพาไม่ นางขยับกายอย่างคล่องแคล่ว อาภรณ์สีนวลพริ้วไหวไปตามลม สายตาของนางจดจ้องไปยังเรือนใหญ่ที่บัดนี้ถูกครอบครองโดยสองแม่ลูกใจอำมหิต

          ห้าปีที่ผ่านมา นางต้องทนถูกกลั่นแกล้ง สวมบทบาทเป็นคุณหนูรองผู้หัวอ่อนและไร้ทางสู้ เพื่อรอคอยเวลาที่ปีกจะแข็งแกร่งพอจะทวงคืนทุกอย่าง

          “พวกเจ้าว่าลูกใดงามที่สุดเล่า? ข้าจะเด็ดลงไปให้เอง!”

          เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วนั้นซ่อนเข็มพิษไว้ภายใน ทว่าวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นกลับดังก้องมาจากประตูทางเข้าอุทยานหน้าประตูทางเข้าจวน

         

          ร่างสูงในอาภรณ์สีนิลปักลายมังกรคาบแก้วด้วยดิ้นทองอร่ามก้าวเข้ามา พร้อมกับรัศมีแห่งอำนาจที่ทำให้เหล่าสาวใช้ต้องรีบก้มหน้าลงกับพื้น

          หลี่เทียนฉี รัชทายาทผู้งดงามเป็นที่หมายปองของเหล่สตรีทั่วทั้งเมืองอีกทั้งทรงอิทธิพลที่สุดในแผ่นดิน บัดนี้ยืนอยู่เบื้องล่างกิ่งไม้ที่นางปีนป่ายอยู่

          สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์คู่นั้นมิได้จ้องมองนางด้วยความดูแคลน ทว่ามันกลับสั่นไหวด้วยความโหยหาที่ซ่อนเร้นมานานห้าปี เขาจำเด็กหญิงที่เขามอบเสื้อคลุมและจี้หยกให้ในป่าท้อคืนนั้นได้มิลืมเลือน คนที่นำสมุนไพรมาทาให้เขา...เด็กคนนั้น

          “ไป๋หมิงเว่ย... เจ้ายังซุกซนมิเปลี่ยนไปเลยนะ”

          น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นทำให้นางชะงักกึก หัวใจที่เคยเยือกเย็นเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ นางก้มลงสบตากับเขา แววตาคู่นั้น... แววตาของบุรุษที่สัญญาว่าจะกลับมาตามหานาง

          และการสบตากันครั้งนี้มิใช่เพียงเรื่องบังเอิญ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

          ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วอุทยานชั่วขณะ ก่อนที่ความสงบนั้นจะถูกฉีกกระชากด้วยสุ้มเสียงที่จงใจปั้นแต่งให้ดูตระหนกตกใจจนเกินพอดี

          “หมิงเว่ย! เจ้าทำกิริยาต่ำช้าสิ่งใดต่อหน้าพระพักตร์องค์รัชทายาท!”

          เสียงแหลมสูงนั้นกรีดพรรณไม้ในอุทยานให้สั่นไหว เป็น ‘ไป๋หรูอิง’ คุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีที่เยื้องย่างเข้ามาด้วยท่วงท่าที่นางคิดว่าสง่างามที่สุดในชีวิต ชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนปักลายเมฆามงคลรับกับใบหน้าที่พอกแป้งขาวละเอียดและชาดสีระเรื่อส่งให้นางดูประหนึ่งดอกบัวบริสุทธิ์ที่ผุดพ้นน้ำ

          ทว่าในสายตาของหมิงเว่ย... มันช่างเป็นดอกบัวอาบ

ยาพิษที่เน่าเฟะถึงรากเหง้า

          หรูอิงรีบย่อกายถวายความเคารพหลี่เทียนฉีอย่างอ่อนช้อย ท่วงท่าที่ผ่านการเคี่ยวเข็ญจากครูสอนมารดาในวังหลวงมาอย่างหนักถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่

          แววตาที่นางจ้องมองบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าฉายประกายแห่งความเทิดทูนหมายปองอย่างไม่ปิดบัง

          “องค์รัชทายาทเพคะ... หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยแทนหมิงเว่ยด้วย น้องรองนางโชคร้ายนักที่เสียมารดาไปตั้งแต่เยาว์วัย ท่านพ่อเองก็ทำงานราชการหนักจนมิตรงเวลาสั่งสอนนางได้อย่างทั่วถึกิริยาจึงมิได้ความ จนทำให้ทำกิริยามิต่างจากชาวป่าชาวดอยเช่นนี้ โปรดทรงอย่าถือสานางเลยนะเพคะ”

          คำพูดของหรูอิงมิต่างจากการสาดโคลนสกปรกใส่

หมิงเว่ยต่อหน้าบุรุษที่นางหมายปอง การยกตนข่มท่านด้วยการอ้างความตายของมารดาผู้อื่นเป็นสิ่งที่นางถนัดที่สุด ทว่าคราวนี้นางประเมินคนตรงหน้าต่ำไป

          หลี่เทียนฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาที่เคยมองหมิงเว่ยด้วยความอาทรพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกทันทีที่สตรีเบื้องหน้าเอ่ยพาดพิงถึงดวงวิญญาณของผู้ที่เขารู้ดีว่ามีค่าเพียงใดต่อใจคนบนกิ่งไม้เพียงใด

                            

          “ลูกที่ไม่มีแม่สั่งสอน... ย่อมดีกว่าคนที่มีแม่คอยสั่งสอนให้ริษยาพี่น้องมิใช่หรือ?”

          สุ้มเสียงนั้นเรียบเรื่อย ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจคนฟังราวกับถูกใบมีดนับพันกรีดลงบนผิวเนื้อ ไป๋หรูอิงหน้าซีดเผือดลงทันทีประหนึ่งสีชาดบนริมฝีปากถูกลบเลือน นางไม่นึกว่ารัชทายาทผู้เย็นชาจะออกหน้าเข้าข้างสตรีที่ดูสกปรกมอมแมมอยู่บนต้นไม้เช่นนั้น

          หมิงเว่ยที่ยังคงห้อยโหนอยู่ด้านบนถึงกับแค่นยิ้มในใจ นางหดแขนที่เอื้อมเด็ดลูกท้อกลับมา แล้วกระโดดลงจากกิ่งไม้สูงด้วยความคล่องแคล่วพริ้วไหว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องประหนึ่งขวัญผวาของหรูอิงที่แสร้งทำเป็นตกใจกิริยานั้น นางร่อนลงยืนเบื้องหน้าเทียนฉีอย่างมั่นคง สองเท้าแตะพื้นอย่างไร้เสียงกระแทก

          “หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะองค์รัชทายาท พอดีเห็นลูกท้อลูกนี้งามนัก จึงอยากจะเด็ดลงไปเพื่อนำไปเซ่นไหว้ดวงวิญญาณท่านแม่... ที่ถูกคนบางคนแย่งชิงตำแหน่งไปอย่างหน้าไม่อาย”

          สายตาคมปลาบของหมิงเว่ยมิได้จดจ้องที่พี่สาว ทว่ากลับเบนไปทาง ‘หลันฮูหยิน’ แม่เลี้ยงใจอำมหิตที่เพิ่งเดินตามเข้ามาพร้อมกับเสนาบดีไป๋ ความตึงเครียดแผ่กระจายไปทั่วอุทยานราวกับพายุก่อนฝนจะโหมกระหน่ำ

          หลันฮูหยินชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มจอมปลอมสั่นระริกเมื่อถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนถามถึงอดีตอันโสโครก

          แผนการร้ายของสองแม่ลูกที่พยายามจะผลักดันให้หรูอิงขึ้นเป็นพระชายาเอกของรัชทายาท เพื่อกุมอำนาจในวังหลัง บัดนี้เริ่มสั่นคลอนเพียงเพราะการปรากฏตัวของพยัคฆ์ร้ายที่ตอนนี้ดูเหมือนจะสนใจคุณหนูรองเพียงคนเดียว

          เสนาบดีไป๋มองบุตรสาวรองด้วยแววตาตำหนิ ทว่าเขา

มิกล้าปริปากบ่นเมื่อรัชทายาททรงประทับอยู่ตรงนี้

          หลี่เทียนฉีมิได้สนใจท่าทีปั้นปึ่งของผู้ใหญ่ในจวน เขาเพียงแค่ทอดสายตาไปที่หมิงเว่ย แววตาคู่นั้นดูเหมือนจะบอกนางว่า 'เจ้ามิได้สู้เพียงลำพัง'

          “เสนาบดีไป๋... ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูรองสกุลท่านมีความสามารถมิน้อย ทั้งกิริยาที่ดูเป็นธรรมชาติและความกล้าหาญที่หาได้ยากยิ่งในหมู่สตรีเมืองหลวง วันนี้ข้าจึงตั้งใจมาเพื่อเชิญนางไปร่วมงานเลี้ยงฉลองในวังหลวงอาทิตย์หน้า... ในฐานะแขกคนสำคัญของข้าโดยเฉพาะ”

          คำว่าแขกคนสำคัญมิต่างจากสายฟ้าที่ฟาดลงกลางหัวของคนสกุลไป๋ หรูอิงแทบจะทรงตัวไม่อยู่ นางพยายามเสนอตัวว่านางเองก็มีความสามารถทางพิณและอักษร ทว่าเทียนฉีกลับเมินเฉย เขาขยับกายเข้าไปใกล้หมิงเว่ยมากขึ้น ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาเบื้องหน้า

          เป็นครั้งแรกในรอบห้าปีที่หมิงเว่ยรู้สึกว่ากำแพงที่นางสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองเริ่มสั่นคลอน นางมองฝ่ามือนั้น... ฝ่ามือที่เคยส่งเสื้อคลุมให้ในคืนที่หนาวที่สุด นางค่อยๆ วางมือเล็กลงบนฝ่ามือร้อนของเขา สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าความเชื่อมั่นที่ขาดหายไปนาน

          “หม่อมฉัน... ยินดีเพคะ”

          แววตาของทั้งคู่ประสานกัน สื่อความหมายลึกซึ้งที่มากกว่าคำกล่าวขาน กระดานล้างแค้นที่นางวางหมากไว้อย่างโดดเดี่ยว บัดนี้เหมือนจะได้ผู้ร่วมเดินหมากที่ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินมาอยู่ข้างกายแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 9 จุดจบฮูหยินเอก

    กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่แสนอึดอัดของคุกหลวง สถานที่แห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของขุนนางผู้ฉ้อฉลและนักโทษอุกฉกรรจ์ แสงจากคบเพลิงที่วูบไหวตามทางเดินแคบๆ ทอดเงาอสุรกายพาดผ่านผนังหินที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและคราบเลือดเก่า 'หลันชิง' ในสภาพที่มิมองเห็นเค้าลางของฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป นางถูกล่ามโซ่ตรวนทั้งมือและเท้า ร่างกายที่เคยสวมใส่ผ้าไหมเลิศรสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและชุดนักโทษสีหม่นที่ขาดวิ่น ใบหน้าที่เคยงดงามและหยิ่งผยองบัดนี้ซีดเผือด แววตาที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงดังก้องมาจากทางเดิน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้ากรงขังของนาง หลันชิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นร่างของสตรีในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูตัดกับบรรยากาศโสโครกเบื้องหลัง "ไป๋... หมิงเว่ย..." หลันชิงเค้นเสีย

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 8 ความลับถูกเปิดเผย

    บรรยากาศภายในตำหนักมณีแดงเย็นเยียบลงถนัดตาหลังจากคำบอกเล่าของหลี่เทียนฉี หมิงเว่ยยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหวังที่จะล้างมลทินให้ท่านแม่และความแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา “หมอประจำตระกูล... หมอหรูงั้นหรือเพคะ?” หมิงเว่ยเอ่ยเสียงสั่น “ข้าจำได้ว่าเขาหายสาบสูญไปในคืนเดียวกับที่ท่านแม่ถูกขับไล่ ข้านึกว่าเขาถูกลอบสังหารไปพร้อมกับความลับนั้นแล้วเสียอีก” “หลันชิงอำมหิตนัก แต่นางยังขลาดกลัวต่อกฎแห่งกรรม” เทียนฉีก้าวเข้ามาประคองไหล่บาง “นางมิจ้างวานฆ่า แต่กลับติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ส่งเขาไปรับโทษในเหมืองนรกที่ชายแดนเหนือ ที่นั่นคือคุกมืดที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา... จนกระทั่งคนของข้าไปถึง” หมิงเว่ยเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า “ท่านพี่... ท่านวางแผนเรื่องนี้มานานเท่าใดแล้วเพคะ?”&nbs

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 7 ตัวการ

    แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างตำหนักมณีแดงดูจะหม่นแสงลงเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนอึดอัดภายในห้อง บัดนี้หลี่เทียนฉียังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ราวกับว่าหากเขาคลายวงแขนเพียงนิด หมิงเว่ยจะเลือนหายไปท่ามกลางเงามืดของวังหลวงที่จ้องจะกลืนกินนาง "ท่านพี่... หม่อมฉันหายใจมิออกเพคะ" หมิงเว่ยเอ่ยเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง ทว่ารอยยิ้มจางๆ กลับแต้มที่มุมปาก นางรู้สึกได้ถึงความร้อนใจของบุรุษผู้นี้ที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น เทียนฉีค่อยๆ คลายอ้อมกอดแต่ยังคงกุมมือเล็กไว้นิ่ง สายตาของเขาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ในวังแห่งนี้ ทุกย่างก้าวคือกับดัก แผนการของคนที่อยู่เบื้องหลังนางกำนัลพวกนั้นซับซ้อนกว่าที่ข้าคิด ยาที่เจ้าเจอ... มันคือ 'พิษกร่อนวิญญาณ' หากดื่มเข้าไปเพียงนิดจะทำให้ดูเหมือนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ร่องรอยพิษจะสลายไปในหนึ่งชั่วยาม หมอหลวงทั่วไปย่อมตรวจไม่พบ" หมิงเว่ยขมวดคิ้วมุ่น "อำมหิตนัก... หากวันนี้หม่อมฉันสิ้นใจ ฮองเฮาย่อมตกเป็นจำเลยของแผ่นดินอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง และตัวท่านพี่เองก็คงจะมองมารดาแท้ๆ ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล" "นั

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 6 การต้อนรับที่แสนวิเศษ

    หลังจากออกจากตำหนักคุนหนิง หมิงเว่ยถูกนำตัวไปพักที่ตำหนักมณีแดงซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวง แม้จะเป็นตำหนักขนาดเล็กทว่าการตกแต่งกลับงดงามและพรั่งพร้อมด้วยเครื่องเรือนล้ำค่า ที่นั่นมีนางกำนัลสองคนนามว่า 'ผิงเอ๋อร์' และ 'ฉุ่ยเอ๋อร์' ยืนรอปรนนิบัติอยู่ แววตาของพวกนางดูหลุกหลิกมิมั่นคงนัก "ท่านหญิงเพคะ นี่คือ 'ยาบำรุง' ที่ฮองเฮาทรงประทานมาให้เพคะ" ผิงเอ๋อร์เอ่ยพลางยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีน้ำยาควันกรุ่นส่งกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ให้ "ทรงกำชับว่าให้ท่านหญิงดื่มทันทีที่ถึงที่พัก เพื่อปรับสมดุลร่างกายจากการเดินทางและคลายความเหนื่อยล้าเพคะ" หมิงเว่ยรับถ้วยยามาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยส่งผ่านสู่ฝ่ามือ ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบ กลิ่นยาบำรุงนี้หอมจนผิดสังเกต ราวกับต้องการปกปิดกลิ่นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน นางลอบชำเลืองมองไปยังขื่อหลังคาเบื้องบน ที่ซึ่งนางรู้ดีว่าเฉินอี้องครักษ์เงาที่เทียนฉีส่งมาแฝงตัวอยู่ เฉินอี้ขยับกายเล็กน้อยจนเกิดเงาวูบไหวซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่นัดแนะกันไว้ ยาพิษ... หมิงเว่ยแสร้งทำเป็นยกถ้วยยาขึ้นจดริมฝีป

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 5 พบกันคราแรก

    สองชั่วยามต่อมา รถม้าประดับตราสัญลักษณ์วังหลวงก็เคลื่อนออกจากจวนสกุลไป๋ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเสนาบดีไป๋และความเคียดแค้นของหลันฮูหยิน ภายในรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมนุ่มละมุน หมิงเว่ยลอบถอนหายใจยาว นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งควบม้าตามมาห่างๆ ชุดรัดกุมสีดำขององครักษ์เงาเฉินอี้ทำให้นางมั่นใจว่าเทียนฉีไม่ได้ทอดทิ้งนาง ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดกะทันหันกลางทางที่เงียบสงัด ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยพลการ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามโดยมิทันตั้งตัว “ท่านพี่!” หมิงเว่ยอุทานด้วยความตกใจ “พระองค์ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ? นี่เป็นรถม้าของวังหลวง...” หลี่เทียนฉีมิได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่คว้าข้อมือเล็กของนางขึ้นมาดูรอยแผลแดงจางๆ ที่เกิดจากการที่นางจิกเล็บตัวเองเพื่อข่มอารมณ์ “เจ้าเจ็บหรือไม่?” “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... แผนการของพระองค์ได้ผลดียิ่งนัก ตอนนี้จวนเสนาบดีคงวุ่นวายยิ่งกว่าถูกปล้น” “นั่นมิใช่แผนการของข้าทั้งหมด” เทียนฉีสบตานางด้วยแววตาจริงจัง “การแต่งตั้งเจ้าเป็นเซี่ยนจู่ คือความตั้งใจข

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 4 กาเอาคืน2

    รุ่งเช้า แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ เสนาบดีไป๋และหลันฮูหยินรีบวิ่งตรงไปยังห้องนอนของบุตรสาวตามแผนที่วางไว้เพื่อให้บิดามาเห็นภาพบาดตา "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! มีใครก็ไม่รู้แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนู!" เสียงสาวใช้ร้องตะโกนก้อง หลันฮูหยินแสร้งทำเป็นตกใจ "ตายแล้ว! ใครกันที่บังอาจทำเรื่องไร้ยางอาย! ท่านพี่ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ ข้าเกรงว่าจะเป็น..." นางยังพูดไม่จบ เสนาบดีไป๋ก็ถีบประตูห้องนอนเข้าไปด้วยโทสะ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้คนทั้งจวนต้องชะงักค้าง มิใช่หมิงเว่ยที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพที่ดูไม่ได้กับชายชู้... แต่กลับเป็น ไป๋หรูอิง บุตรสาวคนโปรดที่กำลังนอนหลับใหลอยู่เคียงข้างชายรับใช้ชั้นต่ำในจวนที่ถูกมอมยาจนไม่ได้สติทั้งคู่! "หรูอิง!" เสนาบดีไป๋คำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนถึงขีดสุด หลันฮูหยินถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น "ไม่... ไม่จริง! นี่มันเรื่องอะไรกัน!" ท่ามกลางความวุ่นวาย หมิงเว่ยเดินเข้ามาในชุดสีขาวสะอาดตา แววตาแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกทว่าแฝงไปด

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 3 การเอาคืน31

    ในขณะเดียวกัน ณ เรือนใหญ่ของหลันฮูหยิน เสียงแจกันแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง "ข้าไม่ยอม! ท่านแม่ ข้าไม่ยอมให้นังลูกชู้คนนั้นได้หน้าไปกว่าข้า!" ไป๋หรูอิงกรีดร้องอย่างเสียสติ หลันฮูหยินนั่งนิ่ง ดวงตาฉายแววอำมหิต "ใจเย็นๆ หรูอิง ในเมื่อมันอยากจะไปวังหลวงนัก ข้าก็จะให้มันไป แต่ข้าจะ

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทที่ 2 ความอัปยศในอดีต

    ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนสกุลไป๋ บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด หลังจากรัชทายาทเสด็จกลับไป ทิ้งไว้เพียงระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุขึ้นในใจของคนทุกคน เสนาบดีไป๋นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและกรุ่นโกรธ ขณะที่หลันฮูหยินและไป๋หรูอิงต่างยืนกำผ้าเช็ดหน้าแน่น ดวงตา

  • ข้าคือไป๋หมิงเว่ยยอดรักองค์รัชทายาท   บทนำ

    ท่ามกลางเหมันตฤดูที่หนาวเหน็บจนถึงกระดูก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ไป๋หมิงเว่ย ในวัยเพียงสิบสองหนาว ร่างกายสั่นสะท้านหลบซ่อนตัวอยู่ในตู้ไม้เก่าๆ ในเรือนร้างท้ายจวน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างผ่านช่องไม้ จ้องมองภาพเบื้องหน้าที่กรีดลึกอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status