LOGINตอนที่ 70 เงาในเมืองไร้ธง
หลังจากพิมพ์ชนกหมดสติ ข่าวเรื่องสายลับภายในเมืองไม่ได้ถูกประกาศออกไปทันที ดารินทร์ตัดสินใจปิดข้อมูลไว้ เพราะหากประชาชนรู้ว่าศัตรูมีคนอยู่ภายใน ความหวาดระแวงจะยิ่งทำลายเมืองเร็วกว่ากองทัพภายนอก
แต่ความลับในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนหลายหมื่นคนไม่เคยเก็บได้นาน
โดยเฉพาะเมื่อทุกคนรู้ว่ามีบางคนกำลังพยายามเปิดประตูให้ศัตรูเข้ามา
คืนนั้น นครไร้ธงไม่ได้หลับ
เจ้าหน้าที่รักษาการณ์เพิ่มกำลังตามจุดสำคัญ ระบบประตูทุกชั้นถูกตรวจสอบซ้ำ เครื่องส่งสัญญาณทุกชนิดถูกนำมาตรวจหา และฝ่ายข้อมูลเริ่มไล่ย้อนเส้นทางการส่งข้อมูลออกไปยังโลกภายนอก
กฤตภาสได้รับคำสั่งโดยตรงจากดารินทร์ให้ตั้งทีมสืบสวนลับ
ไม่มีประกาศ
ไม่มีรายชื่อ
ไม่มีใครรู้ว่าใครอยู่ในทีมบ้าง
เพราะศัตรูอาจกำลังมองพวกเขาอยู่
ในห้องเล็กใต้เขตบัญชาการ กฤตภาสนั่งอยู่หน้าแผนที่เมือง ข้อมูลจากระบบรักษาความปลอดภัยถูกแสดงเต็มผนัง เขาไม่ได้มองหาคนที่มีแรงจูงใจชัดเจน
เขามองหาคนที่สามารถเข้าถึงระบบ
คนที่สามารถส่งข้อมูล
คนที่สามารถเปิดประตู
ธันวายืนอยู่ข้างเขา
"เจ้าคิดว่าใคร"
กฤตภาสไม่ตอบทันที
"ข้ายังไม่รู้"
"แต่เจ้ามีรายชื่อ"
กฤตภาสถอนหายใจ
"มี"
เขาเปิดข้อมูล
รายชื่อหลายสิบคนปรากฏขึ้น
เจ้าหน้าที่รักษาการณ์
ช่างระบบ
ฝ่ายพลังงาน
ฝ่ายข้อมูล
ทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบสำคัญ
ธันวาไล่สายตาผ่านรายชื่อ
"เราอาจกำลังสงสัยคนบริสุทธิ์"
"ข้ารู้"
กฤตภาสตอบ
"แต่ถ้าเราไม่หา คนบริสุทธิ์ที่เหลือจะตาย"
คำพูดนั้นทำให้ธันวาเงียบ
เขาเข้าใจความหมาย
ในอดีตเขาเคยถูกตัดสินจากสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ
เขาไม่อยากให้เมืองนี้ทำผิดแบบเดียวกัน
แต่ครั้งนี้มีหลักฐาน
มีคนเปิดประตู
มีคนส่งตำแหน่งเมืองออกไป
และมีคนกำลังทำให้ทุกชีวิตตกอยู่ในอันตราย
การสืบสวนดำเนินไปหลายชั่วโมง
พิมพ์ชนกยังไม่ฟื้น
มาลีบอกว่าร่างกายเธอต้องใช้เวลา เพราะสมองถูกใช้งานเกินขีดจำกัด การมองอนาคตมากเกินไปทำให้เส้นประสาทเสียหาย หากฝืนอีกครั้ง เธออาจสูญเสียความสามารถไปตลอดชีวิต
ธันวาแวะไปหาเธอก่อนเริ่มค้นหา
หญิงสาวยังหลับอยู่
บนโต๊ะข้างเตียงมีบันทึกที่เธอเขียนไว้ก่อนหมดสติ
ทุกเส้นทางจบด้วยไฟ
ธันวายืนมองข้อความนั้นนาน
จากนั้นเดินออกมา
เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
แต่เขารู้ว่าในวันนี้ เขาต้องปกป้องคนที่ยังอยู่
ช่วงเช้า หลักฐานชิ้นแรกปรากฏ
เครื่องส่งสัญญาณขนาดเล็กถูกพบในช่องซ่อมระบบใต้เขตพลังงาน
มันถูกสร้างขึ้นด้วยชิ้นส่วนที่หาได้ภายในเมือง
แต่มีรหัสเข้ารหัสจากภายนอก
กฤตภาสตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าเครื่องนี้ถูกใช้ส่งพิกัดเมืองออกไปก่อนการประกาศของรัฐบาล
ทุกคนในทีมเงียบ
เพราะคำถามสำคัญคือ
ใครเป็นคนติดตั้ง
จากนั้นหลักฐานชิ้นที่สองก็มา
ภาพจากกล้องรักษาความปลอดภัย
ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในพื้นที่ซ่อมระบบเมื่อคืน
ภาพไม่ชัดมาก
แต่รูปร่างและอุปกรณ์ตรงกับคนหนึ่ง
ภาคย์
ช่างเทคนิคผู้ไม่มีพลัง
ชายที่เคยช่วยพวกเขานำผลึกกลับมา
ชายที่นอนเจ็บอยู่ในห้องแพทย์และเป็นคนสั่งการซ่อมระบบอากาศจนเมืองรอด
ธันวาจ้องภาพนั้น
ไม่พูดอะไร
กฤตภาสมองเขา
"ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไร"
ธันวาถาม
"แล้วเจ้าคิดอย่างไร"
กฤตภาสตอบตรง ๆ
"หลักฐานชี้ไปที่เขา"
ธันวากำมือ
"หลักฐานไม่ได้แปลว่าเขาทำ"
"ข้ารู้"
"เขาช่วยชีวิตพวกเรา"
"ข้ารู้"
"เขาไม่มีพลัง"
"นั่นไม่เกี่ยว"
กฤตภาสตอบ
"บางครั้งคนธรรมดาอันตรายกว่าคนมีพลัง เพราะทุกคนคิดว่าไม่มีอะไรต้องระวัง"
ธันวาเงียบ
เขาไม่อยากยอมรับ
แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธหลักฐานได้
คำสั่งจับกุมภาคย์ถูกออกอย่างลับ ๆ
ไม่ใช่เพราะดารินทร์ตัดสินว่าเขาผิด
แต่เพราะต้องการคำตอบก่อนที่สายลับจะลงมืออีกครั้ง
ภาคย์ถูกพบในห้องเครื่อง
เขากำลังตรวจระบบกรองอากาศชุดที่สอง
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าล้อม เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"เกิดอะไรขึ้น"
กฤตภาสเป็นคนเดินเข้าไป
"ภาคย์ เจ้าถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวน"
ภาคย์นิ่ง
"สอบสวนเรื่องอะไร"
ไม่มีใครตอบทันที
จากนั้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งนำเครื่องส่งสัญญาณออกมา
ใบหน้าของภาคย์เปลี่ยนไป
"เดี๋ยว"
เขาก้าวเข้าไป
"นั่นไม่ใช่ของข้า"
เจ้าหน้าที่จับอาวุธ
"มันถูกพบในพื้นที่ที่เจ้าดูแล"
ภาคย์หัวเราะแห้ง ๆ
"พื้นที่ที่ข้าดูแลมีเป็นร้อยจุด ถ้ามีใครอยากโยนความผิดให้ข้า เขาก็แค่เอามันวางไว้"
กฤตภาสถาม
"เจ้ามีหลักฐานว่าไม่ใช่เจ้าไหม"
ภาคย์เงียบ
คำถามนั้นแทงใจเขามากกว่าการถูกจับ
เพราะเขารู้ว่าในสถานการณ์นี้ คำพูดของเขาไม่มีน้ำหนัก
"ข้าซ่อมระบบอากาศให้พวกเจ้า"
เขาพูด
"ข้าพาพวกเจ้าออกจากฐานทดลอง"
เขามองทุกคน
"ข้าทิ้งพวกเจ้าเพื่ออะไร"
ไม่มีใครตอบ
เพราะไม่มีใครอยากเชื่อ
แต่ไม่มีใครกล้าปล่อย
ธันวาเดินเข้ามา
"ข้าจะคุยกับเขา"
ภาคย์มองเขา
"เจ้าเชื่อข้าหรือ"
ธันวาตอบ
"ข้าเชื่อว่าข้ายังไม่รู้ความจริง"
ภาคย์ยิ้มบาง
"อย่างน้อยก็ยังดีกว่าคนอื่น"
ระหว่างสอบสวน ภาคย์ยืนยันเหมือนเดิม
เขาไม่ได้ส่งข้อมูล
เขาไม่รู้จักใครจากโลกภายนอก
และเขาไม่เคยเห็นเครื่องส่งสัญญาณนั้นมาก่อน
แต่ยิ่งสอบสวน หลักฐานกลับยิ่งชี้ไปทางเขา
รหัสเครื่องส่งถูกสร้างจากระบบที่ภาคย์เคยออกแบบ
รูปแบบการเชื่อมต่อคล้ายอุปกรณ์ซ่อมบำรุงที่เขาใช้
และที่สำคัญ
เวลาการส่งสัญญาณตรงกับช่วงที่เขาอยู่คนเดียวในห้องเครื่อง
ดารินทร์มองข้อมูลทั้งหมดด้วยสีหน้าหนักใจ
"ข้าไม่อยากเชื่อว่าเป็นเขา"
ธันวาถาม
"แต่ท่านก็สงสัย"
เธอเงียบ
"ข้าสงสัยทุกคน"
คำตอบนั้นทำให้ธันวานิ่ง
เพราะผู้นำเมืองไม่สามารถเลือกเชื่อจากความรู้สึกได้
แม้คนคนนั้นจะเป็นคนที่ช่วยชีวิตพวกเขาก็ตาม
คืนนั้น ภาคย์ถูกควบคุมตัวในห้องขังชั่วคราวใต้เขตบัญชาการ
ไม่มีใครทำร้ายเขา
ไม่มีใครตัดสินว่าเขาผิด
แต่เขาถูกขังเพราะความเป็นไปได้
สิ่งเดียวกับที่ธันวาเคยเผชิญ
เมื่อธันวาไปเยี่ยม เขาพบภาคย์นั่งอยู่บนพื้น
ชายช่างเทคนิคดูเหนื่อยล้า
"ขอโทษ"
ธันวาพูด
ภาคย์เงยหน้า
"เรื่องอะไร"
"ที่ข้าช่วยเจ้าไม่ได้"
ภาคย์หัวเราะเบา ๆ
"เจ้าช่วยข้าแล้ว"
ธันวาขมวดคิ้ว
"อย่างไร"
"เจ้าคือคนเดียวที่บอกว่ายังไม่รู้ว่าข้าผิด"
เขาพิงกำแพง
"สำหรับคนที่เคยถูกทั้งโลกตัดสิน มันมีค่ามาก"
ธันวาเงียบ
ก่อนกลับ ภาคย์พูดขึ้น
"ธันวา"
"อะไร"
"ถ้าพรุ่งนี้ข้าหายไป"
ธันวาหันกลับ
"อย่าพูดแบบนั้น"
ภาคย์ยิ้ม
"ฟังข้า"
เขาพูดจริงจัง
"อย่าให้เมืองนี้กลายเป็นเหมือนโลกภายนอก"
ธันวาไม่เข้าใจ
"หมายความว่าอย่างไร"
ภาคย์มองออกไปนอกห้อง
"อย่าให้ความกลัวทำให้พวกเจ้าทำร้ายคนที่ยังไม่ได้ทำอะไร"
คำพูดนั้นติดอยู่ในใจธันวา
เพราะมันเหมือนกับสิ่งที่เขาเคยเจอ
เช้าวันต่อมา
เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้น
เจ้าหน้าที่รักษาการณ์พบว่าระบบห้องขังถูกเปิด
ไม่มีการระเบิด
ไม่มีการต่อสู้
ไม่มีผู้บาดเจ็บ
แต่ภาคย์หายไป
ธันวา กฤตภาส และดารินทร์มาถึงห้องขังในเวลาไม่กี่นาที
ภายในห้องเหลือเพียงเตียงว่าง
และเศษโลหะชิ้นเล็กวางอยู่บนพื้น
กฤตภาสหยิบมันขึ้นมา
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
"นี่มัน"
ธันวาถาม
"อะไร"
กฤตภาสส่งให้เขา
มันเป็นชิ้นส่วนของเครื่องส่งสัญญาณ
แต่ไม่ใช่เครื่องที่พบก่อนหน้า
ชิ้นส่วนนี้ถูกสร้างจากเทคโนโลยีเดียวกัน
แต่มีรอยสลักเล็ก ๆ อยู่ด้านใน
ตราของสถาบันอรุณ
ทุกคนเงียบ
ดารินทร์กำหมัด
"มีคนจัดฉาก"
ธันวามองประตูห้องขังที่เปิดอยู่
ภาคย์อาจเป็นคนทรยศ
หรืออาจเป็นเหยื่อ
แต่ตอนนี้มีคำถามใหม่เกิดขึ้น
ใครเป็นคนปล่อยเขาออกไป
และที่สำคัญ
ทำไม
ในเวลานั้นเอง
เสียงประกาศจากระบบกลางดังขึ้น
"ตรวจพบการเข้าถึงประตูชั้นนอกผิดปกติ"
ทุกคนหันไปมองหน้าจอ
ภาพจากกล้องปรากฏขึ้น
มีใครบางคนกำลังเดินอยู่ในทางเชื่อมใต้เมือง
สวมชุดช่าง
รูปร่างคล้ายภาคย์
แต่ก่อนที่ภาพจะชัด
สัญญาณถูกตัด
หน้าจอกลายเป็นสีดำ
ธันวายืนอยู่กลางห้อง
ความสงสัยทั้งหมดไม่ได้หายไป
แต่กลับเพิ่มขึ้น
เพราะตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่า
ภาคย์กำลังหนีจากเมือง
หรือกำลังพยายามช่วยเมืองจากเงาที่ซ่อนอยู่
และในนครไร้ธงที่กำลังถูกล้อม
เงาศัตรูไม่ได้อยู่เพียงด้านนอกอีกต่อไป
มันกำลังเดินอยู่ภายในบ้านของพวกเขา.
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







