ホーム / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 24 — ยาที่ไม่ควรถูกซ่อน

共有

บทที่ 24 — ยาที่ไม่ควรถูกซ่อน

last update 公開日: 2026-10-19 16:29:18

“อย่าเพิ่งเคลื่อนตู้”

เจ้าสำนักกล่าวทันทีที่เห็นตราห้ากลีบบนฝาสำริด

ศิษย์สองคนหยุดมือ หลิงยวนก้มตรวจฐานตู้ ส่วนเสิ่นซูเหอประคองเจียงซู่ให้นั่งลงบนเก้าอี้

เยว่ซีวางโคมใกล้โต๊ะ

แสงไฟเผยให้เห็นรอยไหม้เก่ารอบข้อมือชายชรา ผิวหนังบริเวณนั้นแข็งจนขยับนิ้วได้ไม่เต็มที่

“ท่านบอกว่าแม่ข้าทำยาถอนสำเร็จ” นางถาม “ถอนสิ่งใดหรือเจ้าคะ”

“สิ่งที่ติดมากับปราณจากหลังประตู”

เจียงซู่หายใจช้า ๆ ก่อนกล่าวต่อ

“ตอนแรกพวกเราเรียกมันว่าคราบปราณ คิดว่าเป็นของเสียจากการหลอมโอสถ จนคนเฝ้าเตาเริ่มล้มป่วยทั้งที่ไม่เคยกินยา”

เสิ่นซูเหอขมวดคิ้ว

“ข้าเคยตรวจคนเฝ้าเตาสามคน เจ้าเป็นผู้ส่งพวกเขามา?”

ชายชราพยักหน้า

“ท่านชิงหลันให้ข้าพาไปเงียบ ๆ นางสงสัยว่ารายงานอาการถูกแก้ไข”

เยว่ซีเลื่อนเก้าอี้เข้าไปใกล้

“แล้วเหตุใดท่านอาจารย์จึงไม่เคยรู้ว่ามียาถอน”

“ข้าได้รับเพียงสูตรที่ยังใช้ไม่ได้” เสิ่นซูเหอตอบแทน “หลังจากนั้นแม่เจ้าก็ออกจากหุบเขา จดหมายของนางหลายฉบับมาไม่ถึงข้า”

เจียงซู่ก้มหน้าลง

“ฉบับสุดท้ายถูกยึดจากตัวข้า”

ห้องเงียบไปครู่หนึ่ง

“ข้าช่วยนางต้มยา จำขั้นตอนหน้าเตาได้ แต่ไม่รู้สมุนไพรที่นางเตรียมมาล่วงหน้าทั้งหมด ท่านเจ้าหุบเขาจึงเก็บข้าไว้ทำงาน ให้เห็นเพียงส่วนที่จำเป็น”

“เหตุใดไม่ฆ่าท่านหลังได้สูตรแล้ว”

ชายชรายกมือที่เต็มไปด้วยแผลขึ้น

“เพราะเขาแก้สูตรของนาง แล้วทำให้ยาเสียทุกครั้งที่เปลี่ยนคนคุมไฟ”

หลิงยวนเงยหน้าจากฐานตู้

“แก้ให้ถอนสิ่งปนเปื้อนไม่หมด?”

“ให้สงบลงพอทำงานต่อได้”

เยว่ซีมองมือชายชราอยู่นาน

ยาที่ทำให้คนต้องกลับไปรับซ้ำไม่ใช่ความผิดพลาดในการรักษา

มีคนตั้งใจให้มันเป็นเช่นนั้น

⸻

บนตู้สำริดไม่มีช่องกุญแจ

หลิงยวนตรวจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขอให้เจียงซู่อธิบายทุกครั้งที่เคยเห็นมันเปิด

“ท่านเจ้าหุบเขาวางมือบนตรา จากนั้นกลีบดอกทั้งห้าจะหมุน ฝาด้านหน้าจึงเปิดออก”

“ขณะนั้นมีเสียงหรือไม่”

“เสียงดังจากข้างล่าง เหมือนหินเลื่อน”

หลิงยวนให้ศิษย์ยกตู้ขึ้นวางบนแท่นไม้สูง แล้วนอนตะแคงตรวจใต้ฐาน

เยว่ซีขยับโคมตามโดยไม่ยื่นมือแตะสิ่งใด

ใต้ตู้มีฝาปิดเล็กเท่าฝ่ามือ ขอบเต็มไปด้วยคราบเถ้าดำ

“ช่องเปลี่ยนศิลาปราณ” เจ้าสำนักกล่าว

หลิงยวนพยักหน้า

เขาไม่ได้แตะตราบนฝา แต่ใช้ปลายเหล็กบางสอดเข้าไปใต้แผ่นปิด ค่อย ๆ งัดหมุดทองแดงออกทีละตัว

เสียงโลหะหล่นลงในถาดดังเบา ๆ

เมื่อช่องเปิด ทุกคนเห็นศิลาสีแดงอยู่ภายใน สายอาคมเส้นเล็กจำนวนมากเชื่อมมันเข้ากับผนังตู้

“หากถอดออกจะเกิดอะไรขึ้น” เยว่ซีถาม

“มันจะใช้ปราณที่เหลือเผาของด้านใน”

“เช่นนั้นต้องให้มันคิดว่ายังอยู่?”

หลิงยวนเงยหน้ามองนาง

“ต้องกั้นทางที่มันส่งไฟออกไปก่อน”

เขาขอผลึกเปล่าจากเรือนโอสถ แล้ววางไว้ใต้ช่อง

เจ้าสำนักเข้ายืนอีกด้าน ยกฝ่ามือประคองสายอาคมหลัก ขณะที่หลิงยวนแยกเส้นปราณบางยิ่งกว่าเส้นผมเข้าไปรับแต่ละทางออก

แสงสีเงินอมฟ้าค่อย ๆ ล้อมศิลาแดงไว้

ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีแรงสะเทือน

เพียงแสงแดงซึ่งไหลเข้าสู่ผลึกเปล่าทีละน้อย จนตราห้ากลีบบนฝาตู้ดับลง

หลิงยวนถอนศิลาออก

จากนั้นจึงใช้เหล็กบางปลดสลักด้านใน

ฝาตู้เปิดออกพร้อมกลิ่นกระดาษเก่า

เจียงซู่ยกมือปิดหน้า

ส่วนเยว่ซีมองสมุดเล่มบางบนชั้นแรก

ชื่อมารดาเขียนอยู่ตรงมุมปก

มู่ชิงหลัน

⸻

ของในตู้มีมากกว่าสูตรยา

ชั้นล่างเป็นบันทึกจำนวนโอสถที่ส่งไปตามสถานสงเคราะห์ มีวันที่กำกับการเพิ่มขนาดยา รายชื่อคนงานที่ยังใช้แรงได้ และเครื่องหมายขีดทับชื่อผู้ตาย

เจ้าสำนักให้ผู้ดูแลหอวินัยรับเอกสารส่วนนี้ไปบันทึกต่อหน้าพยาน

เยว่ซีไม่ได้ตามไปดู

นางนั่งข้างเสิ่นซูเหอ รอให้ผู้เป็นอาจารย์ตรวจสมุดของมารดา

“ลายมือนางจริง”

หญิงชราลูบมุมกระดาษ

“ชอบเขียนคำเตือนไว้ใหญ่กว่าชื่อยา ข้าเคยบ่นว่าเสียที่เปล่า”

หน้าที่เปิดอยู่มีข้อความขีดเส้นใต้สองครั้ง

ห้ามเร่งขับปราณในผู้ที่ชีพจรอ่อน ต้องประคองเส้นปราณก่อน

เยว่ซีอ่านแล้วก้มมองนิ้วตนเอง

มารดาเคยยืนอยู่หน้าคนป่วยเช่นเดียวกับพวกนาง เคยลองผิด เคยจดสิ่งที่ไม่ได้ผล และเคยพบทางช่วยคนเหล่านั้น

แต่สมุดกลับถูกล็อกอยู่ในตู้ตลอดมา

“ใช้กับคนที่นี่ได้หรือไม่เจ้าคะ”

อาจารย์ฉินพลิกอ่านหน้าถัดไป

“สูตรเดิมรักษาผู้ได้รับสิ่งปนเปื้อนระยะแรก คนจากเตาที่เราช่วยมามีอาการหนักกว่า ต้องตรวจให้แน่ก่อน”

เสิ่นซูเหอหยิบยาที่ได้จากเผยเหวินซูมาเทียบกับรายการในสมุด

ไม่นานนางก็หยุดตรงบรรทัดหนึ่ง

“เขาตัดส่วนที่ช่วยพาสิ่งปนเปื้อนออก แล้วเพิ่มตัวกดเส้นปราณ”

“จึงดูเหมือนดีขึ้น” อาจารย์ฉินกล่าว

“แต่ของที่ทำร้ายร่างกายยังอยู่”

เจียงซู่พยักหน้าจากเก้าอี้ข้างผนัง

“พอคนป่วยต้องกินถี่ขึ้น พวกเขาจะให้ข้าเพิ่มความแรงอีก”

เยว่ซีปิดตาลงครู่หนึ่ง

นางนึกถึงแม่ของเด็กหญิงที่โทษตนเองเพราะให้ลูกกินผงยาระหว่างทาง

หากหญิงผู้นั้นได้เห็นคนซึ่งแก้สูตรด้วยมือตนเอง นางอาจเลิกคิดว่าความผิดทั้งหมดอยู่ที่คนพาลูกมารักษาเสียที

“ต้องใช้อะไรบ้างเจ้าคะ”

เสิ่นซูเหอส่งกระดาษรายการให้นาง

“ให้ผู้ดูแลคลังตรวจจำนวน เราจะเริ่มจากตัวอย่างที่เก็บไว้”

เยว่ซีรับกระดาษแล้วลุกขึ้นทันที

⸻

ก่อนรุ่งสาง โรงยาเล็กด้านหลังเรือนโอสถมีไฟสว่างทุกเตา

เจียงซู่ถูกจัดให้นั่งบนเก้าอี้มีพนัก เขาบอกจังหวะลดไฟ ส่วนศิษย์ปรุงยาเป็นผู้ลงมือ เสิ่นซูเหอไม่ยอมให้ชายชราเข้าใกล้เตามากกว่านั้น

ผลทดสอบชุดแรกไม่สำเร็จ

สิ่งปนเปื้อนหลุดจากปราณที่ห่อมันอยู่ แต่ยังไม่ยอมเข้าสู่ผลึกรองรับ

ชุดที่สองจึงเปลี่ยนลำดับการใช้ยา

อาจารย์ฉินนำวิธีระบายออกสู่ภายนอกที่พวกเขาทดลองไว้ก่อนหน้ามาใช้ร่วมกัน คราวนี้เส้นดำบางส่วนเคลื่อนพ้นตัวอย่าง แล้วหยุดอยู่ในผลึกที่แยกไว้

ทุกคนมองผลนั้นเงียบ ๆ

เสิ่นซูเหอเป็นคนแรกที่ขยับ

“ทำซ้ำ”

เมื่อผลเหมือนเดิมอีกสองครั้ง นางจึงนั่งลง อ่านบันทึกทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้น

เยว่ซียืนอยู่ข้างโต๊ะจนเสี่ยวถังดึงแขนเสื้อ

“เจ้ายืนจนเงาจะติดพื้นแล้ว”

“อีกนิดเดียว”

“เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้”

เพื่อนยัดหมั่นโถวใส่มือ

เยว่ซีรับไว้แล้วเพิ่งรู้ว่าหิว

นางหันไปทางประตู เห็นหลิงยวนนั่งอยู่บนขั้นหินด้านนอก ในมือมีรายงานจากหอวินัย เขาเปลี่ยนเสื้อที่เปียกแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับเรือน

เยว่ซีหยิบหมั่นโถวอีกลูกเดินออกไป

เขาเงยหน้าก่อนนางจะเรียก

“ท่านกินหรือยัง”

หลิงยวนมองของในมือนาง

“ยัง”

“ถ้าเช่นนั้นรับไปเจ้าค่ะ”

เขารับโดยไม่โต้แย้ง

เยว่ซีนั่งลงบนขั้นหินอีกด้าน เว้นระยะไว้พอให้ชายแขนเสื้อไม่แตะกัน

ทั้งสองกินเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง

“เปิดตู้ยากหรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าสำนักช่วยประคองสายหลัก จึงไม่ยากนัก”

นางเหลือบมองมือเขา

“ข้าไม่ได้ถามว่าท่านทำได้หรือไม่”

หลิงยวนหยุด ก่อนเข้าใจคำถามที่ซ่อนอยู่

“ข้อมือล้า อาจารย์ฉินตรวจแล้ว บาดแผลเก่าไม่กำเริบ”

เยว่ซีพยักหน้า

คำตอบชัดเจนทำให้นางไม่ต้องเฝ้าเดาจากสีหน้าเขาอีก

⸻

ซูหว่านเฉิงเป็นคนแรกที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีใหม่ในบ่ายวันนั้น

อาจารย์ฉินอธิบายทั้งสิ่งที่คาดว่าจะช่วยได้และสิ่งที่ยังไม่รู้ เขาฟังจนจบ ก่อนมองพี่สาวที่นั่งอยู่ข้างเตียง

“ท่านอย่าทำหน้าเหมือนข้าตายแล้วได้หรือไม่”

ซูหว่านชิงยกมือข้างที่ขยับได้ขึ้นตีไหล่เขาเบา ๆ

“ข้ายังไม่ได้พูดสักคำ”

“หน้าท่านพูดแล้ว”

เยว่ซีซึ่งช่วยเตรียมผ้าสะอาดชะงัก ก่อนมุมปากจะขยับเล็กน้อย

นางเคยพูดประโยคเดียวกันกับเสี่ยวถังในวันเข้าสำนัก

ซูหว่านเฉิงหันไปหาเสิ่นซูเหอ

“ทำเถิดขอรับ ข้าอยากนั่งกินข้าวเองเสียที”

การรักษาไม่ได้จบลงในถ้วยยาเดียว

ต้องรอให้ชีพจรรับยาได้ก่อน จึงใช้เข็มระบายปราณที่ปนเปื้อนผ่านทางเล็ก ๆ เข้าสู่ผลึกรองรับ หลิงยวนวางผนึกกันการไหลย้อน ส่วนเสิ่นซูเหอเฝ้าชีพจรตลอดเวลา

เยว่ซีถูกจัดให้อยู่ด้านนอกม่าน

นางไม่ได้เป็นแหล่งพลังให้การรักษาครั้งนี้

สิ่งที่ต้องทำมีเพียงส่งของเมื่อถูกเรียก และจดเวลาตามเสียงอาจารย์ฉิน

เมื่อเส้นดำเส้นแรกปรากฏในผลึก เสียงหายใจของซูหว่านเฉิงก็กระตุก

ซูหว่านชิงจับขอบเตียงแน่น

“ช้าลง” เสิ่นซูเหอสั่ง

หลิงยวนลดช่องระบายทันที

เวลาผ่านไปนานจนเยว่ซีรู้สึกว่าพู่กันในมือหนักขึ้น

ในที่สุด อาจารย์ฉินก็กล่าวคำที่ทุกคนรอ

“พอสำหรับวันนี้”

ผลึกมีรอยดำอยู่เพียงเสี้ยวเดียว

แต่ซูหว่านเฉิงยกมือขึ้นได้โดยไม่เกร็งจนสั่น

เขามองนิ้วตนเอง แล้วลองคลายออกช้า ๆ

“ยังเจ็บอยู่” เขาบอก

เสิ่นซูเหอพยักหน้า

“ยังต้องรักษาอีกหลายครั้ง”

“แต่น้อยลง”

ซูหว่านชิงก้มหน้าทันที

นางร้องไห้เงียบ ๆ จนผู้เป็นน้องต้องเอื้อมไปแตะชายแขนเสื้อ

“ข้ายังต้องกินลูกพลับที่ท่านติดไว้”

“ข้าจะซื้อให้ทั้งตะกร้า”

“อย่าแอบกินก่อนอีก”

คราวนี้คนข้างเตียงหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

เยว่ซีวางพู่กันลง

เป็นครั้งแรกในหลายวันที่นางรู้สึกว่าเสียงหัวเราะในเรือนโอสถไม่ต้องฝืนออกมา

⸻

ข่าวการรักษาไม่ถูกประกาศว่าเป็นยาวิเศษ

เรือนโอสถส่งวิธีเตรียมยาและข้อห้ามให้หมอจากสำนักพันธมิตรมาตรวจร่วมกัน ผู้ป่วยยังต้องประเมินเป็นรายคน แต่การกักคนไว้รอแลกสูตรของเซี่ยจิ้งเหิงสิ้นสุดลงแล้ว

เย็นนั้น เจ้าสำนักส่งหนังสือถึงหุบเขาหมื่นบุปผา

แนบสำเนาบัญชีโอสถ คำให้การเจียงซู่ และรายการของที่ยึดจากรถ

เขาไม่ได้ส่งถึงมู่เฉิงเจ๋อเพียงคนเดียว

ผู้อาวุโสซึ่งเคยร่วมตัดสินการปล่อยเสิ่นซูเหอได้รับสำเนาด้วย เช่นเดียวกับสำนักพันธมิตรที่ส่งหมอมาช่วย

เมื่อหลิงยวนออกจากห้องบัญชาการ เขาพบเยว่ซียืนรออยู่ใต้ชายคา

ในมือนางมีสมุดที่เขาเขียนให้

“ข้าอ่านจบแล้ว”

หลิงยวนหยุดตรงขั้นบันได

เยว่ซีลูบสันสมุด

“มีประโยคหนึ่งที่ข้าอยากถาม”

“ถามได้”

“ท่านพ่อบอกให้ท่านช่วยชีวิตข้า ไม่ใช่ให้ตายตามพวกเขา”

เขาพยักหน้า

“เหตุใดท่านจึงใช้ชีวิตเหมือนยังไม่ได้รับอนุญาตให้รอด”

หลิงยวนเงียบไป

เยว่ซีไม่ได้เร่งคำตอบ นางมองคนตรงหน้า เห็นความอ่อนล้าที่เขาเก็บไว้หลังท่าทีสงบมาตลอดวัน

“ข้ายังเสียใจเรื่องที่ท่านปิดบัง” นางกล่าว “และข้ายังคิดถึงภาพคืนนั้นแล้วกลัว”

“ข้ารู้”

“แต่ข้าไม่อยากให้ท่านเจ็บเพื่อให้ข้าหายโกรธ”

ใบหน้าหลิงยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขามองนางนานกว่าทุกครั้ง

“ข้าไม่ได้คิดว่าเจ้าต้องหายโกรธเพราะข้าเจ็บ”

“เช่นนั้นก็รักษาตัวให้ดี แม้ข้าจะยังโกรธอยู่”

ลมเย็นพัดชายหน้ากระดาษในสมุดเปิดออก เยว่ซีรีบกดไว้ เขายื่นมือมาช่วยจับมุมปก

ปลายนิ้วทั้งสองแตะกัน

คราวนี้นางไม่ได้ถอยทันที

“ได้” เขาตอบ

เยว่ซีปล่อยมือจากปกช้า ๆ ก่อนเก็บสมุดไว้แนบอก

“พรุ่งนี้ข้าอาจไปดื่มชา”

มุมปากเขาขยับเพียงน้อยนิด

“ข้าจะเตรียมไว้”

“ข้าบอกว่าอาจ”

“ข้าดื่มเองได้”

นางก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม แล้วเดินลงบันไดไป

⸻

ลั่วชิงเหยาได้ยินข่าวสูตรยาจากศิษย์ที่มารับเสบียง

นางถือถาดอาหารไปถึงห้องคุมตัวขณะเผยเหวินซูกำลังยืนมองช่องหน้าต่าง

ผู้คุมตรวจของตามระเบียบ แล้วให้นางวางถาดบนโต๊ะด้านนอกลูกกรง

“พวกเขาได้สูตรแล้ว” นางบอก

เผยเหวินซูหันกลับทันที

“จากที่ใด”

“ข้าไม่รู้”

เขามองนางเหมือนรอฟังต่อ แต่ไม่มีคำตอบอื่น

“เจ้าช่วยถาม—”

“ข้ามาส่งอาหาร”

ลั่วชิงเหยาพูดแทรก ก่อนจะประสานมือแน่นตรงหน้าตัวเอง

เผยเหวินซูมองมือนั้น แล้วค่อย ๆ ลดเสียงลง

“ข้ากลัวว่าพอไม่มีสิ่งใดให้ต่อรอง พวกเขาจะไม่ฟังข้าอีก”

“ก็พูดความจริงที่ยังไม่ได้พูด”

เขาเงียบ

ลั่วชิงเหยาหันจะเดินออกไป แต่เสียงเขาหยุดนางไว้

“ชิงเหยา”

นางไม่หันกลับทันที

“พรุ่งนี้เจ้าจะมาอีกหรือไม่”

คำถามนั้นอ่อนลงจนต่างจากที่เคยได้ยิน นางรู้ว่าไม่ควรปล่อยให้คำเพียงไม่กี่คำทำให้ลืมว่าเขาเคยใช้นางอย่างไร

แต่ก็ยังตอบ

“หากผู้ดูแลให้ข้ามาส่งอาหาร”

เมื่อเสียงฝีเท้านางหายไป เผยเหวินซูจึงนั่งลง

เขามองถ้วยข้าวอยู่นานโดยไม่แตะต้อง

⸻

มู่เฉิงเจ๋อมาถึงชิงเสวียนในเช้าวันถัดมา

เขาไม่ได้มาคนเดียว

ผู้อาวุโสหุบเขาสองคนร่วมเดินทางมาด้วย สีหน้าของทั้งคู่เคร่งเครียด ตลอดทางเข้าสำนักไม่มีผู้ใดพูดเรื่องการรับรองแขก

บนโต๊ะกลางหอประชุมมีตู้สำริดตั้งอยู่

เมื่อเห็นฝาที่เปิดแล้ว มู่เฉิงเจ๋อหยุดเดินเพียงครึ่งก้าว ก่อนค้อมศีรษะให้เจ้าสำนัก

“ข้ามารับตัวคนของหุบเขา และชี้แจงเรื่องที่เข้าใจคลาดเคลื่อน”

เสิ่นซูเหอนั่งอยู่ด้านข้าง นางไม่ลุกต้อนรับ

“เจียงซู่ถูกแจ้งว่าตายไปแล้วสิบสองปี เจ้าจะรับเขากลับในฐานะใด”

มู่เฉิงเจ๋อมองนาง

“เรื่องนั้นต้องตรวจสอบ”

“ตรวจได้ที่นี่” เจ้าสำนักกล่าว “พยานอยู่ครบ”

เยว่ซีนั่งอยู่ข้างเสิ่นซูเหอ ตรงหน้านางมีสำเนาสูตรยาของมารดา

มู่เฉิงเจ๋อเลื่อนสายตามาหานาง สีหน้าค่อย ๆ อ่อนลง

“เยว่ซี เรื่องของแม่เจ้า—”

“ท่านเก็บยาที่ช่วยคนได้ไว้ทำไมเจ้าคะ”

เขาหยุด

“สูตรนั้นมีอันตราย หากนำไปใช้ผิด—”

เยว่ซีเลื่อนเอกสารอีกแผ่นออกมา

เป็นบัญชีฉบับที่แก้สูตรให้ต้องเพิ่มขนาดยาซ้ำ ด้านล่างมีตรารับรองของเจ้าหุบเขา

“แล้วสูตรนี้ปลอดภัยกว่าหรือเจ้าคะ”

ไม่มีเสียงใดในหอประชุม

นางไม่ได้ขึ้นเสียง มือที่วางบนโต๊ะยังสั่นเล็กน้อย แต่ไม่เลื่อนหนี

“ข้าถามเรื่องคนป่วย ไม่ได้ถามเรื่องสิทธิ์ของหุบเขา”

มู่เฉิงเจ๋อก้มมองตราของตนเอง

ครู่หนึ่ง เขาก็ถอนหายใจ

“พวกเจ้าไม่เข้าใจ หากถอนสิ่งนั้นออกจนหมด คนที่พึ่งมันมานานอาจตายได้”

เสิ่นซูเหอวางถ้วยชาลง

“เราจึงรักษาทีละส่วน และเฝ้าชีพจรทุกครั้ง เรื่องนี้ชิงหลันเขียนไว้หน้าแรก เจ้าคงอ่านแล้ว”

ครั้งนี้เขาไม่ตอบ

หลิงยวนซึ่งยืนเงียบอยู่ด้านหลังเยว่ซีจึงวางเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ

“ในตู้มีบัญชีโอสถส่วนตัวของท่านด้วย”

มู่เฉิงเจ๋อเงยหน้าขึ้นทันที

“ส่งมอบทุกเจ็ดวัน เพิ่มเป็นทุกสามวันตั้งแต่สองเดือนก่อน”

ผู้อาวุโสหุบเขาทั้งสองหันมองเจ้าของตำแหน่งพร้อมกัน

หลิงยวนสบตาเขา

“ท่านไม่ได้เพียงส่งคนเข้าเตา”

มือของมู่เฉิงเจ๋อเลื่อนไปกดข้อมืออีกข้างโดยไม่รู้ตัว

ใต้ขอบแขนเสื้อ เส้นดำเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นแล้วจมหาย

“ท่านรับปราณจากหลังประตูเข้าไปแล้วเช่นกัน”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

    “ยกแขน”จ้าวเฉิงยกแขน“สูงกว่านั้น”เขายกสูงขึ้นจนชายแขนเสื้อเลื่อนลงถึงข้อศอกอาจารย์ฉินจับข้อมือเขาหมุนช้า ๆ ก่อนให้กำมือ คลายมือ แล้วออกแรงต้านฝ่ามือตนจ้าวเฉิงทำตามทุกอย่างโดยไม่เถียงสักคำหลินเยว่ซียืนมองอยู่ข้างประตูจนอดกระซิบกับเสี่ยวถังไม่ได้“วันนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ”“ข้าได้ยิน”“เช่นนั้นหูก็หายดีแล้ว” อาจารย์ฉินกล่าวเสี่ยวถังรีบก้มหน้าจ้าวเฉิงเม้มปาก รอจนผู้รักษาคลำรอบแผลเก่าเสร็จจึงถาม“เป็นอย่างไรขอรับ”อาจารย์ฉินปล่อยมือ“แผลสมานดี เส้นเอ็นไม่บวม ขยับได้เต็มช่วง วันนี้ถอดผ้าคล้องได้”จ้าวเฉิงลุกพรวด“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ”เขานั่งกลับทันที“กลับไปขยับเบา ๆ ก่อน ถึงวันแข่งข้าจะตรวจซ้ำ หากมีอาการเจ็บ บวม หรือชา ต้องบอก ห้ามกินยากดอาการเพื่อให้ตัวเองผ่าน”“ขอรับ”“และแขนหาย ไม่ได้แปลว่าฝีมือที่ทิ้งไปจะกลับมาพร้อมกัน”รอยยิ้มของจ้าวเฉิงลดลงเล็กน้อยเขามองมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่เต็มแรงมาหลายวัน แล้วลองกำดูอีกครั้งอาจารย์ฉินประทับตราลงบนใบรับรอง“ไปได้”คราวนี้จ้าวเฉิงไม่รีบลุกเขาคำนับเต็มท่า“ขอบพระคุณขอรับ”เมื่อออกมาถึงระเบียง เยว่ซีจึงยื่นกระบี่ที่ช่วยถือไว้ให้ชายหนุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 74 — ก่อนเสียงระฆัง

    “ข้าไม่เห็นด้วย”ผู้อาวุโสผู้หนึ่งผลักรายงานกลับไปกลางโต๊ะ“เผยเหวินซูเคยช่วยเซี่ยจิ้งเหิงปกปิดการขนคน แก้บัญชี และหลอกพวกเรามาแล้ว วันนี้เขาบอกทางถูก มิได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่พาเราไปตาย”ไม่มีใครรีบโต้เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การจากโรงสีไว้ข้างรายงานนั้น“ข้าจึงเรียกทุกคนมาหารือ ก่อนจะต้องตัดสินใจในวันที่ไม่มีเวลาเหลือ”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เขาฟังจนอีกฝ่ายกล่าวจบจึงเอ่ยขึ้น“คำเตือนเรื่องเรือช่วยคนของเรารอด แต่ยังไม่เพียงพอให้ปล่อยตัว”ผู้อาวุโสผู้นั้นหันมอง“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“ให้เขาถ่ายทอดสิ่งที่รู้จนคนอื่นใช้ได้ เริ่มจากเส้นทางส่งของ รหัส และวิธีจัดการสิ่งที่เซี่ยจิ้งเหิงทิ้งไว้ เราจะได้ไม่ต้องรอถามเขาทุกครั้งที่มีคนเจ็บ”ผู้อาวุโสสวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ“ส่วนไหนเกี่ยวกับอุปกรณ์ ข้าตรวจเอง เขาวาดได้ เราก็ต้องทำความเข้าใจได้”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกการตรวจเถียนลู่ออกมา“แต่บางอย่างอยู่ในตัวคน ปราณที่ฝังไว้เมื่อคืนต่างจากของที่เคยพบ มันพยายามทำลายชีพจรเมื่อถูกกด ไม่ใช่เพียงรบกวนจิต”“ถอนออกได้หรือไม่” เจ้าสำนักถาม“หยุดไว้ได้แล้ว ยังต้องหาวิธีถอนให้หมดโดยไม่ทำลายเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

    “ป้ายเป็นของจริงขอรับ”ศิษย์หอวินัยวางสมุดลงข้างป้ายไม้ที่ยึดได้หลินเยว่ซียืนอยู่ริมโต๊ะกับโม่หลิงยวน ส่วนเจ้าสำนักเปิดหน้าที่คั่นไว้ รายชื่อผู้ติดตามคณะประลองเรียงอยู่ใต้ตรารับรอง แต่ตรงชื่อเจ้าของป้ายกลับมีหมึกแดงขีดทับ“เจ้าของแจ้งหายตั้งแต่เมื่อวาน” ศิษย์กล่าวต่อ “ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรอง มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปช่วงเกิดเหตุ”หลิงยวนพลิกป้ายดูด้านหลัง“เรียกเขามาถามว่าใครเข้าถึงสัมภาระได้บ้าง อย่าเพิ่งกล่าวหา”“ขอรับ”เยว่ซีมองรอยเลือดแห้งตามขอบไม้คนถือมันอาจหวังใช้ผ่านด่านหลังโจมตีขบวน หรืออาจเตรียมเข้ามาก่อนหน้านั้นแล้วแต่ป้ายเพียงชิ้นเดียวตอบไม่ได้นางจึงหันไปหาม้วนกระดาษบนโต๊ะ“แล้วภาพของข้าเล่าเจ้าคะ”ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“กระดาษส่วนเก่าถูกตัดจากสมุดแล้วนำมาต่อใหม่ ข้อความด้านข้างเพิ่งเติมภายหลัง คนเขียนอย่างน้อยสองคน”เยี่ยจื้อหยวนใช้นิ้วชี้ตำแหน่งหมึกแดงโดยไม่แตะเนื้อกระดาษ“เส้นเหล่านี้เขียนทับทางเดินปราณเดิม บางจุดถึงกับฝืนให้พลังไหลสวนกัน”เยว่ซีไล่สายตาตามเส้นวงแดงอยู่บริเวณอก ท้องน้อย และข้อมือนางจำความขมของยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยให้ได้ แต่จำไม่ได้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 72 — ฝากหลังไว้กับเจ้า

    ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สามหลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน“ปล่อยธง!”เหยียนอวี้หนิงตะโกน“ปล่อยก็แพ้สิ!”เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาวอวี้หนิงเหยียบพื้นสันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลานน้ำแตกกระเซ็น“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสองพวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือแผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุดแสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลานเยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟากเพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว⸻ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อยอวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกันแผนฟังดูดีจนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

    น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบสันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่เยว่ซีย่อตัวหลบช้าไปครึ่งจังหวะปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น“หนึ่งแต้ม”ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะเหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่“ข้าก็ได้ยิน”“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดนั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิมรอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันทีเยว่ซีเหลือบมองพื้นตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึกเมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้วนางรับได้หลายครั้งแต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้าม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status