Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 29 — ทางที่ข้าเลือกเอง

Share

บทที่ 29 — ทางที่ข้าเลือกเอง

last update publish date: 2026-10-19 19:46:32

“ข้าอยากถามเซี่ยจิ้งเหิง”

เยว่ซีกล่าวหลังอ่านแผ่นไม้เป็นครั้งที่สาม

หลิงยวนไม่ได้ห้ามทันที เขาเลื่อนโคมเข้ามาใกล้ แล้วชี้รอยหมึกตรงหมายเหตุด้านล่าง

“ข้อความนี้เขียนเพิ่มภายหลัง”

นางก้มมอง

หมึกตรงชื่อหมู่บ้านซีดจนเกือบกลืนกับเนื้อไม้ ส่วนคำสั่งให้ยืนยันว่าผู้ผนึกยังมีชีวิตกลับเข้มกว่าอย่างเห็นได้ชัด

“เขาอาจไม่ได้รู้ทุกอย่างตั้งแต่เก้าปีก่อน” หลิงยวนกล่าว “ตอนนั้นยังเขียนว่าไม่ยืนยันตัว”

เยว่ซีพยักหน้า

นางเกือบปล่อยให้ประโยคสุดท้ายกลืนรายละเอียดทั้งหมดไปแล้ว

“เช่นนั้นข้าจะถามว่าเขารู้อะไร เมื่อใด และทำอะไรต่อ”

ผู้สอบสวนรับแผ่นไม้กลับไปเก็บ

“พรุ่งนี้เช้า ข้าจะจัดห้องให้ แต่เขาอาจไม่ตอบ หรือจงใจให้คำตอบที่ทำร้ายเจ้า”

“ข้ารู้เจ้าค่ะ”

นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ

“แต่ข้าไม่อยากให้เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเหตุใดจึงส่งหนังสือเล่มนั้นมา”

⸻

ห้องสอบสวนมีหน้าต่างสองบาน

เยว่ซีเลือกเก้าอี้ที่หันข้างให้แสงเช้า แทนการนั่งตรงหน้าผู้ต้องขังพอดี ระหว่างทั้งสองมีโต๊ะยาวกับม่านอาคมบางกั้นไว้

เจ้าสำนักนั่งหัวโต๊ะ ผู้สอบสวนอยู่ด้านข้าง ส่วนหลิงยวนนั่งใกล้ประตูตามคำสั่งหมอที่ไม่ให้ยืนนาน

เซี่ยจิ้งเหิงมองเขา ก่อนเลื่อนสายตามาหานาง

แขนเสื้อข้างที่ว่างถูกพับเก็บเรียบร้อย ใบหน้าซีดและซูบลง แต่ท่านั่งยังพยายามรักษาความสง่าของผู้เคยรับการคารวะจากคนทั้งเมือง

“ในที่สุดเจ้าก็ยอมมาพบ”

เยว่ซีวางสำเนาข้อความบนแผ่นไม้ลง

“ผู้ใดส่งพ่อค้าเร่ไปหมู่บ้านชิงลั่ว”

เขามองกระดาษเพียงครู่เดียว

“เจ้าจำเขาได้หรือ”

“ข้าถามว่าใครส่ง”

มุมปากเซี่ยจิ้งเหิงยกขึ้น

“ข้าเอง”

พู่กันของผู้สอบสวนเคลื่อนทันที

เยว่ซีกดปลายนิ้วลงบนเข่าตนเอง

คำตอบง่ายกว่าที่คิด และทำให้ความโกรธขึ้นมาถึงลำคอเร็วกว่าที่เตรียมไว้

นางรอจนพูดได้ชัดจึงถามต่อ

“ท่านรู้ว่าข้าอยู่ที่นั่นตั้งแต่เก้าปีก่อนหรือ”

“ข้ามีรายชื่อเด็กมากมาย ชื่อของเจ้าเป็นหนึ่งในนั้น”

“แต่ยังยืนยันไม่ได้”

“หินไม่สว่าง คนในหมู่บ้านไม่เคยเห็นเจ้าใช้ปราณ แม้ยามป่วยก็ไม่มีสิ่งผิดปกติ”

เยว่ซีนึกถึงการตรวจปราณหลายครั้งที่ผ่านมา

ความผิดหวังที่เคยคิดว่าเป็นเพียงเรื่องของตน กลับถูกใครบางคนจดส่งต่อไปอีกทอดหนึ่ง

“เหตุใดไม่จับไปตรวจเอง”

เซี่ยจิ้งเหิงมองหลิงยวน

“เพราะบ้านหลังนั้นมีคนเฝ้า”

เยว่ซีหันตามโดยไม่ตั้งใจ

หลิงยวนสบตานาง

“อาคมเตือนภัยที่กรอบประตู ข้าเคยตรวจร่องรอยการเข้าใกล้หลายครั้ง แต่ไม่พบผู้ลงมือ”

เซี่ยจิ้งเหิงหัวเราะเบา ๆ

“เจ้าไล่คนของข้าไปสองชุด ข้าจึงเลิกให้พวกเขาเข้าใกล้บ้าน”

หลิงยวนไม่ตอบโต้

ผู้สอบสวนถามชื่อคนทั้งสองชุดและผู้รับคำสั่ง เซี่ยจิ้งเหิงเงียบไปทันที

คราวนี้เยว่ซีเป็นฝ่ายรอ

นางไม่ช่วยเปลี่ยนเรื่องให้เขา

ท้ายที่สุดเขาจึงให้ชื่อมาสองชื่อ ผู้สอบสวนส่งให้ศิษย์ด้านนอกนำไปตรวจต่อ ก่อนพยักหน้าให้นางถามได้

⸻

“ท่านส่งหนังสือมาเพื่อให้ข้าออกจากบ้านเอง”

“เจ้าอยากรู้เรื่องพ่อแม่อยู่แล้ว”

“แล้วเหตุใดต้องชิงเสวียน”

เซี่ยจิ้งเหิงเอนหลังช้า ๆ

“หากเจ้าคือเด็กคนนั้นจริง คนที่ผนึกเจ้าย่อมต้องดูแลเมื่อพลังตื่นขึ้น ข้าเพียงพาเจ้ามาถึงที่ซึ่งเขาไม่อาจแสร้งไม่รู้จักได้อีก”

เยว่ซีนึกถึงวันที่นางขึ้นทางทดสอบจิต

นึกถึงมือที่กดลงเหนือชีพจร และคำถามแรกที่ตนเคยถามหลิงยวน

เรารู้จักกันหรือไม่

“ท่านต้องการเห็นว่าเขาจะช่วยข้า”

“และช่วยด้วยวิชาใด”

หลิงยวนเลื่อนสายตาลงสู่ข้อความบนกระดาษ

“เจ้าต้องการวิธีเปิดผนึกโดยไม่ทำให้นางตาย”

เซี่ยจิ้งเหิงมองเขา

ความพึงพอใจบางอย่างปรากฏบนใบหน้า

“เจ้ารักษาพลังทั้งห้าไว้ได้สิบสามปี สิ่งที่ข้าสร้างในเตาอยู่ได้ไม่ถึงสิบสามวัน เจ้าคิดว่าข้าจะไม่อยากรู้หรือว่าทำได้อย่างไร”

เยว่ซีรู้สึกหนาวขึ้นมา

เขาไม่ได้เพียงรอให้นางแข็งแรง

เขามองการเติบโตของนางเหมือนผลทดลองที่ยังมีชีวิตอยู่

“แล้วเรื่องผู้ประคองด้านนอก” นางถาม “ท่านรู้เมื่อใดว่าเป็นเขา”

เซี่ยจิ้งเหิงหยุดไป

หลิงยวนสังเกตเห็นเช่นกัน

“เจ้ารู้ภายหลัง”

อีกฝ่ายไม่ยอมตอบ

เจ้าสำนักจึงวางภาพคัดลอกรอยอาคมจากเขาดับจันทราลงข้างสำเนาแผ่นไม้

“คำให้การของมู่เฉิงเจ๋อระบุว่าเจ้าขอแบบผนึกเก่าไปตรวจเมื่อหลายเดือนก่อน เรากำลังเทียบวันที่ส่งมอบอยู่”

เซี่ยจิ้งเหิงมองเอกสารทั้งสองแผ่น

รอยยิ้มค่อย ๆ หายไป

เยว่ซีจึงเข้าใจว่าเหตุใดหลิงยวนต้องชี้เรื่องหมึกต่างสีให้ดู

คนตรงหน้าอยากให้นางเชื่อว่าเขารู้ทุกอย่าง วางทุกก้าว และไม่เคยพลาด

แต่เขาเคยหาไม่พบ เคยยืนยันผิด และเพิ่งเรียนรู้บางเรื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังเช่นเดียวกัน

“ครั้งแรกท่านต้องการผู้เปิดผนึกให้ข้า” นางกล่าว “ต่อมาจึงคิดจะใช้เขากับประตูด้วย”

เซี่ยจิ้งเหิงไม่ปฏิเสธ

ผู้สอบสวนจดข้อสังเกตแยกจากคำรับสารภาพอย่างชัดเจน

⸻

“หากไม่มีข้า เจ้าคงยังแบกฟืนอยู่ในหมู่บ้าน”

เสียงเซี่ยจิ้งเหิงดังขึ้นขณะเยว่ซีกำลังจัดคำถามข้อถัดไป

“ไม่มีวันรู้ว่าพ่อแม่ตายอย่างไร ไม่มีวันรู้ว่าคนที่นั่งข้างหลังเจ้าทำอะไรไว้”

นางเงยหน้า

เขากำลังมองอย่างรอคอย

รอให้นางหันไปหาหลิงยวนอีกครั้ง

เยว่ซีจึงมองเขาต่อ

“ท่านส่งคนมาวางหนังสือให้ข้าพบจริง”

“ใช่”

“แต่ท่านไม่ได้เป็นคนเขียนจดหมายขออ่านบันทึกแทนข้า ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจขึ้นเขาหลังถูกปฏิเสธ และไม่ได้เดินขึ้นบันไดทดสอบแทนข้า”

รอยยิ้มของเขาตึงขึ้นเล็กน้อย

“เจ้าก็ยังมาตามทางที่ข้าวางไว้”

“แล้ววันนี้ข้านั่งอยู่ฝั่งใดของโต๊ะเจ้าคะ”

พู่กันผู้สอบสวนหยุดเพียงชั่วขณะ ก่อนเคลื่อนต่อ

เยว่ซีไม่ได้ยิ้ม

นางยังโกรธ ยังรู้สึกเหมือนความทรงจำธรรมดาหลายช่วงถูกมือสกปรกของคนผู้นี้แตะต้อง แต่ความรู้สึกนั้นไม่อาจลบสิ่งที่นางทำเองได้ทั้งหมด

“ต่อไปข้าจะถามเรื่องเด็กที่ถูกส่งออกจากเรือนหลิวซี”

เซี่ยจิ้งเหิงเบือนหน้าหนี

“ไปถามเผยเหวินซูสิ เขากำลังขยันบอกเรื่องของข้าอยู่มิใช่หรือ”

“ถามแล้วเจ้าค่ะ”

เยว่ซีเลื่อนสำเนาตรารับเด็กสามดวงไปกลางโต๊ะ

“ตอนนี้ถามท่าน”

⸻

การสอบสวนไม่ได้จบด้วยคำตอบครบทุกข้อ

เซี่ยจิ้งเหิงยอมระบุเรือนรับเด็กสองแห่งซึ่งตรงกับคำให้การของเผยเหวินซู แต่ปฏิเสธว่าไม่รู้ปลายทางแห่งที่สาม ทั้งที่ตราบนเอกสารเป็นของสถานสงเคราะห์ในเครือเขา

เขาพยายามเปลี่ยนเงื่อนไขหลายครั้ง ขอพบหมอที่ตนเลือก ขอส่งจดหมายออกไป และขอให้เยว่ซีเข้ามาใกล้เพื่อ “ตรวจให้แน่ว่านางยังปลอดภัย”

ทุกคำขอถูกบันทึกไว้

ไม่มีข้อใดถูกยอมรับเพื่อแลกกับคำพูดที่ยังตรวจสอบไม่ได้

เมื่อถึงเรื่องพิธีหลินอัน เขาเงียบยาวที่สุด

เยว่ซีมองมือข้างที่เหลือของเขา นิ้วนั้นกดขอบโต๊ะแน่น

“มู่เฉิงเจ๋อส่งบันทึกสายเลือดให้ท่าน” นางกล่าว “ใครเป็นคนใช้มันผูกอาคมใต้เมือง”

“เจ้าจะได้อะไรจากชื่ออีกชื่อหนึ่ง”

“ได้รู้ว่าต้องตามใครมารับผิด”

“คนที่ทำตามคำสั่งบางคนตายไปแล้ว”

“เช่นนั้นบอกทั้งคนที่ตายและคนที่ยังอยู่”

เซี่ยจิ้งเหิงมองนางอยู่นาน

แล้วหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง

“พ่อเจ้าก็ชอบถามให้จบเช่นนี้”

ความเจ็บพุ่งขึ้นกลางอกทันที

เยว่ซีนิ่งไปจนหลิงยวนขยับตัว แต่เขายังไม่พูดแทนนาง

นางหยิบถ้วยน้ำขึ้นจิบ วางลงอย่างระวัง

“ข้าจะหยุดพักตรงนี้เจ้าค่ะ”

เจ้าสำนักพยักหน้า

เยว่ซีลุกขึ้นพร้อมสมุดคำถาม

ก่อนออกจากห้อง นางหันกลับมาหาผู้สอบสวน

“คำถามเรื่องชื่อผู้วางอาคมยังไม่ได้รับคำตอบ ฝากบันทึกไว้ด้วย”

“บันทึกแล้ว”

นางจึงเดินออกไป

ไม่ได้คำตอบทั้งหมด แต่ไม่ได้ทิ้งคำถามไว้ตามที่เซี่ยจิ้งเหิงต้องการเช่นกัน

⸻

ด้านนอกมีลมพัดผ่านต้นสน

เยว่ซียืนสูดอากาศอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรู้ว่าตนกำสมุดแน่นจนปกงอ

หลิงยวนเดินออกมาช้ากว่านางเล็กน้อย

เขามองมือของนาง แล้วถาม

“อยากเดินหรืออยากนั่ง”

“นั่งเจ้าค่ะ”

ทั้งสองไปยังม้านั่งใต้ชายคา

เยว่ซีคลายมือจากสมุด พยายามรีดมุมปกกลับตามเดิม

“ข้านึกว่าจะฟังเขาได้มากกว่านี้”

“เจ้าฟังอยู่นานแล้ว”

“พอเขาพูดถึงท่านพ่อ ข้ากลับคิดอะไรไม่ออกเลย”

หลิงยวนมองพื้นเบื้องหน้า

“เขารู้ว่าคำนั้นทำให้เจ็บ”

นางพยักหน้า

ครู่หนึ่งจึงถามสิ่งที่รบกวนอยู่ตั้งแต่อ่านแผ่นไม้

“หากข้าไม่ขึ้นเขามา ท่านจะปลอดภัยกว่านี้หรือไม่”

เขาหันมาทันที

“ข้าตามเรื่องเซี่ยจิ้งเหิงอยู่ก่อนเจ้ามาถึง เขาส่งคนขอดูรายชื่อผู้รอดชีวิต และข้ากำลังตรวจเอกสารที่หายไป”

“แต่เขาเห็นวิชาของท่านเพราะข้า”

“ข้าเป็นคนเลือกใช้วิชาเพื่อช่วยเจ้า”

เยว่ซีก้มมองสมุด

หลิงยวนวางมือขวาลงใกล้มือของนาง แต่ไม่ได้จับไว้ทันที

“อย่าให้เขาใช้การที่เจ้ามีชีวิตอยู่ เป็นหลักฐานกล่าวโทษเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง”

นางนิ่งไปนาน

แล้วค่อย ๆ วางมือทับมือเขา

“ข้าจะพยายามเจ้าค่ะ”

⸻

ในสามวันต่อมา ข่าวจากเรือนรับเด็กทยอยกลับถึงสำนัก

พบเด็กที่ถูกส่งออกจากหลิวซีแล้วเก้าคน อีกหกคนยังอยู่ระหว่างติดตามเส้นทาง ไม่มีผู้ใดเขียนคำว่า ครบ ลงในบัญชีเพียงเพราะช่วยคนกลุ่มแรกได้สำเร็จ

ส่วนพ่อค้าเร่ที่เคยไปหมู่บ้านชิงลั่วถูกพบตัวในเมืองใกล้เคียง เขายอมรับว่าได้รับเงินให้วางหนังสือไว้ในตำแหน่งที่เยว่ซีจะเห็น และมีคำบอกให้ชวนคุยเรื่องหลินอันหากนางเปิดถึงหน้านั้น

หนังสือเป็นของจริง

ข้อความเรื่องที่เก็บบันทึกก็เป็นความจริง

สิ่งที่ถูกจัดฉากคือการพบมัน

เยว่ซีอ่านคำให้การแล้วเก็บสำเนาไว้กับจดหมายปฏิเสธจากชิงเสวียนฉบับเก่า

นางไม่ฉีก ไม่เผา

มันเป็นส่วนหนึ่งของทางที่นางเดินมา แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ในวันเดียวกัน ผู้ตรวจภาพเงาส่งรายงานว่าภาพที่ฉายหน้าท่าน้ำถูกตัดช่วงเวลาก่อนลงกระบี่ออกหลายส่วน หลักฐานนี้ยังไม่อาจทำให้ทุกคนเข้าใจคืนหลินอันได้ครบถ้วน แต่ยืนยันได้ว่าภาพนั้นถูกจัดให้เห็นเพียงบางตอน

เจ้าสำนักแนบรายงานกับคำให้การเรื่องพิธี บันทึกผู้เสียชีวิต และหลักฐานจากหุบเขาหมื่นบุปผา ส่งให้ผู้แทนสำนักพันธมิตรตรวจร่วมกัน

เยว่ซีอนุญาตให้ใช้เรื่องการเสียสละของพ่อแม่

แต่นางขอให้เก็บคำพูดสุดท้ายบางประโยคไว้ในบันทึกครอบครัว

เจ้าสำนักรับปาก

⸻

วันที่สี่ เยว่ซีกลับเข้าห้องฝึกปราณ

หลิงยวนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ช่วยประคองผนึกด้วยตนเอง เขาจึงนั่งอยู่นอกวงอาคม มีเสิ่นซูเหอควบคุมการฝึกและอาจารย์ฉินเฝ้าชีพจร

บนแท่นตรงหน้าเป็นเมล็ดบัวหนึ่งเมล็ดกับผลึกรับปราณ

“วันนี้ไม่เพิ่มเวลา” เสิ่นซูเหอกล่าว “ฝึกหยุดให้สะอาดกว่าเดิม”

เยว่ซีพยักหน้า

นางวางปลายนิ้วลงบนขอบถ้วย ดึงปราณสายไม้ขึ้นมาอย่างช้า ๆ

แสงสีเขียวบางล้อมเมล็ดบัว

หนึ่งลมหายใจ

สองลมหายใจ

เปลือกเมล็ดเริ่มปริ

ถึงลมหายใจที่สี่ ความเย็นแทรกขึ้นมาจากด้านในข้อมือ

คราวก่อนนางคงตกใจจนผลักพลังกลับทั้งหมด

คราวนี้เยว่ซีถอนปลายนิ้วออกจากถ้วย เปิดทางให้ปราณส่วนเกินไหลลงผลึกรับ แล้วกดป้ายหยุดฝึก

แสงเขียวดับ

ไม่มีเสียงแตก

ไม่มีใครต้องคว้าข้อมือนาง

อาจารย์ฉินจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าให้เสิ่นซูเหอ

“สงบแล้ว”

เยว่ซียังมองเมล็ดบัวที่แตกเพียงรอยเล็ก

“ยังไม่งอกเลยเจ้าค่ะ”

“แต่เจ้าหยุดก่อนปราณเปลี่ยนสาย” เสิ่นซูเหอกล่าว “วันนี้ข้าต้องการสิ่งนั้น”

นางผ่อนลมหายใจช้า ๆ

เมื่อหันไปมองหลิงยวน เขากำลังมองรอยปริบนเมล็ดบัว

“ท่านเห็นหรือไม่”

“เห็น”

“ข้าหยุดเอง”

เขาพยักหน้า

รอยยิ้มครั้งนี้ชัดพอที่นางไม่ต้องสงสัยว่าตนมองผิดหรือไม่

เยว่ซีรีบหันกลับมามองถ้วย

เสิ่นซูเหอเก็บอุปกรณ์แล้วกล่าวราบเรียบ

“ชีพจรเร็วขึ้นหลังจบการฝึก คงไม่เกี่ยวกับปราณ”

อาจารย์ฉินไอเบา ๆ

หลิงยวนยกถ้วยชาขึ้น

ส่วนเยว่ซีตัดสินใจว่าการมองเมล็ดบัวต่อไปเป็นสิ่งเหมาะสมที่สุดในห้องนี้

⸻

หลังการฝึก นางเดินไปส่งหลิงยวนถึงเรือนพัก

ฝักกระบี่ที่แตกถูกวางไว้บนโต๊ะช่าง ส่วนตัวกระบี่ผ่านการตรวจและชำระสิ่งปนเปื้อนแล้ว แต่เจ้าของยังถูกห้ามใช้วิชาหนัก

เยว่ซีมองฝักเก่าอยู่นาน

“ซ่อมได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้ แต่คงเหลือรอย”

“เหลือก็เหลือ”

หลิงยวนมองนาง

นางแตะรอยแตกเบา ๆ แล้วเก็บมือกลับ

“มันยังใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนก่อนทุกอย่าง”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

เยว่ซีนั่งลงตรงข้าม ขยับถุงผ้าเล็กที่พกมาวางบนโต๊ะ

ข้างในมีเมล็ดบัวซึ่งเสิ่นซูเหออนุญาตให้นางเก็บไว้

“ข้าจะปลูกต่อโดยไม่ใช้ปราณ”

“ต้องแช่น้ำก่อน”

“ข้าถามคนดูแลสวนแล้วเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเจ้ารู้มากกว่าข้า”

นางเลิกคิ้ว

“ในที่สุดก็มีเรื่องที่ท่านยอมรับ”

“มีอีกหลายเรื่อง”

“เช่นอะไร”

เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง

“ปลอบคนอย่างไรโดยไม่ทำให้เขารำคาญ”

เยว่ซีหัวเราะออกมา

“เริ่มจากอย่าบอกให้นั่งทุกครั้งที่ข้าถามเรื่องยากก็พอ”

หลิงยวนนิ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้น

“ข้าจำได้แล้ว”

⸻

ปลายสัปดาห์ เยี่ยจื้อหยวนส่งข่าวจากเขาดับจันทรา

กลไกประตูยังมั่นคง ไม่มีปราณใหม่ลอดออกมา กำลังพันธมิตรกำลังไล่ตรวจสิ่งที่หลุดเข้าสู่ป่าและถอนหมุดตามแนวเหมือง งานยังไม่จบ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้หลิงยวนกลับไปยืนหน้าแท่นอีกในเวลานี้

เยว่ซีอ่านข่าวร่วมกับเขาแล้ววางลง

คำถามหนึ่งอยู่กับนางมาหลายวัน

วันนี้นางจึงเอ่ยออกมา

“เมื่อท่านหายดี ข้าอยากไปหลินอัน”

หลิงยวนเงยหน้า

“ไปดูจวนหรือ”

“เจ้าค่ะ”

นางแตะแหวนเงินของบิดา

“ข้าอ่านว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นมามากแล้ว แต่ข้าอยากรู้ว่าประตูบ้านอยู่ตรงไหน ต้นไม้ที่แม่เคยนั่งปักรองเท้าอยู่ฝั่งใด แล้วห้องที่ท่านพ่อเล่นหมากกับข้ามองเห็นอะไรจากหน้าต่าง”

เขาฟังจนจบ

“บางส่วนคงไม่เหลือแล้ว”

“ข้ารู้”

“ทางเข้าเมืองต้องให้คนตรวจอาคมตกค้างก่อน”

“ข้ารอได้เจ้าค่ะ”

เยว่ซีมองเขาอย่างตรงไปตรงมา

“ข้าไม่ได้อยากไปเพราะจดหมายของใคร หรือเพราะมีคนบอกว่าต้องหาคำตอบที่นั่น”

เสียงนางอ่อนลง

“ข้าอยากกลับบ้านสักครั้ง”

หลิงยวนวางมือลงบนโต๊ะ

คราวนี้นางยื่นมือไปหาเอง

เขาจับไว้ แล้วตอบโดยไม่มีความลังเล

“เมื่อหมออนุญาต ข้าจะไปกับเจ้า”

⸻

คืนนั้น เยว่ซีหยิบตำราเก่าของบิดาออกจากห่อผ้า

นางเปิดหน้าปกด้านใน ชื่อหลินจิ้งเหยียนยังอยู่ตรงเดิม หมึกจางลงตามกาลเวลา แต่ไม่เคยหายไป

ข้างตำรามีจดหมายของมารดา สมุดที่หลิงยวนเขียนให้ และป้ายศิษย์ชิงเสวียนของนาง

เยว่ซีจัดของแต่ละชิ้นลงในห่ออย่างระมัดระวัง

จากนั้นจึงเขียนคำร้องขอเดินทางด้วยลายมือตนเอง

เหตุผลมีเพียงบรรทัดเดียว

ขอเดินทางกลับเมืองหลินอัน เพื่อคารวะบิดามารดาและตรวจเยี่ยมเรือนเดิมของครอบครัว

นางอ่านทวน แล้วลงชื่อ

คราวนี้ไม่มีมือใครซ่อนหนังสือไว้ให้พบ

ไม่มีคำสั่งจากคนหลังม่าน

มีเพียงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งรู้แล้วว่าตนอยากไปที่ใด

และรู้ด้วยว่าอยากให้ใครเดินข้างกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status