Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 39 — ก่อนเตาจะแตก

Share

บทที่ 39 — ก่อนเตาจะแตก

last update publish date: 2026-10-20 14:09:47

แผ่นรับสารสว่างขึ้นขณะเยว่ซีกำลังเทียบชื่อเมืองแห่งที่สามกับบัญชีส่งของ

เตายังรับปราณ เส้นที่เหลือสว่างขึ้น แนวกั้นด้านเหนือเริ่มรับแรงไม่ไหว

นางอ่านจบแล้วเลื่อนกระดาษให้เจ้าสำนักทันที

เขาสั่งเพิ่มกำลังที่โรงโม่ ก่อนหันไปหาศิษย์ส่งสาร

“ติดต่อด่านเมืองแห่งที่สามผ่านสถานีข้างเคียง อย่าส่งซ้ำอยู่ช่องทางเดียว”

ศิษย์รับคำแล้วรีบออกไป

เยว่ซีก้มดูใบรับวัสดุอีกครั้ง

เมืองแห่งนั้นชื่อหย่งอัน ตั้งอยู่ตรงทางแยกการค้าริมแม่น้ำ มีศาลาของสกุลเซี่ยอยู่หน้าประตูเมืองด้านตะวันตก

ในบัญชีลงว่ารื้อศาลาแล้วเมื่อเจ็ดวันก่อน

นางขยับกระดาษเข้าหาแสง

“ที่นี่ไม่มีศาลาแล้วเจ้าค่ะ”

เจ้าสำนักหันกลับ

“แน่ใจหรือ”

“มีค่าจ้างรื้อกับใบรับไม้คืน แต่ไม่มีรายการขนเศษปูนออก”

เสิ่นซูเหอเดินมาดูข้างนาง

“อาคมอาจยังอยู่ในพื้น”

เยว่ซีพยักหน้า แต่สายตายังไม่พ้นหน้ากระดาษ

หลังรายการรื้อศาลามีคำว่า ปรับพื้นที่ใช้งานชั่วคราว

นางรีบเปิดเอกสารประกอบ

พื้นที่นั้นถูกใช้ตั้งโรงพักคนเดินทางซึ่งติดอยู่นอกเมืองหลังฝนทำให้สะพานขาด

“พวกเขาอาจย้ายคนเข้าไปแทนที่ศาลาเจ้าค่ะ”

เจ้าสำนักรับกระดาษไปอ่าน แล้วเขียนคำเตือนฉบับใหม่ด้วยตนเอง

⸻

ข่าวจากสถานีข้างเคียงมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน

ยันต์คู่ของหย่งอันชำรุดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ผู้เฝ้าสถานีส่งคนไปขอเปลี่ยนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับชุดใหม่

ไม่มีคำขู่ ไม่มีผู้ส่งข่าวหายตัว

เพียงเครื่องมือที่เสียในเวลาซึ่งไม่ควรเสีย

เมื่อม้าเร็วจากสถานีข้างเคียงไปถึง ผู้ดูแลเมืองจึงเพิ่งรู้ว่าคนเกือบแปดสิบคนกำลังนอนอยู่บนพื้นซึ่งผสมผงผลึกต้องสงสัย

เขาสั่งตีเกราะเรียกเวรยามทันที

“ปลุกทุกคน พาออกทางประตูตะวันตก อย่าให้เดินผ่านกลางลาน!”

คนเฝ้าโรงพักวิ่งไปเปิดม่านผ้า

แต่ผู้คนด้านในกลับไม่ตื่น

หญิงคนหนึ่งนั่งกอดลูกพิงเสา เปลือกตาหนักจนลืมไม่ขึ้น ชายชราสามคนหายใจเบาอยู่บนเสื่อ ส่วนคนงานที่ยืนเฝ้าประตูเริ่มทรุดลงต่อหน้าผู้มาช่วย

ใต้พื้นปูนมีแสงสีขาวลอดขึ้นมาตามรอยแตก

⸻

หลิงยวนออกจากด่านหานชวนเมื่อใกล้ฟ้าสาง

ผู้อาวุโสที่ร่วมขบวนพาเขาลงไปยังโรงโม่ด้วยกระบี่ ส่วนหน่วยที่เหลือเฝ้าผลึกกับปากอุโมงค์ตามเดิม

ครึ่งทาง เขาได้รับข่าวเรื่องหย่งอัน

ผู้พักแปดสิบสองคน เคลื่อนย้ายได้บางส่วน คนที่นอนกลางลานชีพจรอ่อน มีเส้นปราณติดกับพื้น

เขาส่งรายงานให้อาจารย์แพทย์ที่เดินทางมาด้วยอ่าน

“ให้คนที่หย่งอันหยุดลากผู้ป่วยออกจากวง” หมอกล่าวทันที “ต้องคลายสิ่งที่เกาะอยู่ก่อน”

หลิงยวนเขียนคำเตือนต่อท้าย

ห้ามทุบพื้นกลางลาน ตรวจขอบอาคมจากด้านนอกก่อน

เมื่อมาถึงโรงโม่ เขาเห็นแนวกั้นชั้นแรกแตกไปแล้วหนึ่งมุม

ศิษย์สองคนกำลังช่วยกันพาผู้บาดเจ็บถอยไปหลังแนวสำรอง รอยเลือดลากยาวอยู่บนดิน แต่ทุกคนยังมีสติ

เตาเหล็กในห้องกลางเอียงออกจากฐาน

รอยกรีดห้าเส้นบนตัวเตาขยายกว้างจนเห็นแสงขุ่นอยู่ข้างใน

หลิงยวนหยุดนอกแนวกั้น มองตำแหน่งท่อกับเส้นอาคมบนพื้น

“อย่าอุดทางรับปราณทั้งหมดตอนนี้”

ผู้อาวุโสผู้คุมพื้นที่หันมอง

“มันใกล้ออกมาแล้ว”

“อีกด้านยังมีคนติดอยู่ หากแรงย้อนกลับไป พวกเขาจะรับมันแทน”

เสียงหัวเราะดังลอดจากเตา

มันฟังคำพูดของพวกเขาอยู่

⸻

ที่ชิงเสวียน เจียงซู่ถูกพามายังห้องตรวจอาคม

อดีตช่างเตาหลอมยังเดินได้ไม่มั่นคง แต่เมื่อเห็นภาพที่คัดจากโรงโม่ เขากลับเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้โต๊ะทันที

“นี่เป็นเตาเก็บปราณที่ข้าเคยเห็นแบบ” เขากล่าว “แต่คนทำเพิ่มวงดูดไว้ด้านนอก”

เสิ่นซูเหอวางภาพลานพักที่หย่งอันข้างกัน

“ตัดต้นทางแล้วผู้ป่วยมีแรงต้าน เราต้องปลดจากจุดใด”

เจียงซู่ไล่นิ้วตามเส้นหมึกช้า ๆ

“ต้องหาแนวปิดวง ไม่ใช่เพียงท่อส่ง”

เยว่ซีมองภาพลาน

ศาลาถูกรื้อ เหลือฐานเสาหกต้นกับแท่นป้ายด้านหน้า คนของเมืองกำลังขูดปูนตามขอบเพื่อดูแนวอักขระ แต่ยังไม่พบจุดเชื่อมครบ

นางเปิดใบจ้างก่อสร้างขึ้นมาเทียบ

ไม้ทำป้ายสองแผ่น

ฐานหินหนึ่งชุด

สีขาวผสมผงผลึก

นางเลื่อนนิ้วลงมาถึงค่าจ้างเขียนอักษร

“ตอนสร้าง เขาเขียนชื่อสกุลเซี่ยบนแท่นหน้าใช่หรือไม่เจ้าคะ”

ผู้ดูแลเอกสารพยักหน้า

“หลังจับเซี่ยจิ้งเหิง ชื่อถูกทาสีทับ”

เยว่ซีหันไปหาเจียงซู่

“หากอักขระอยู่ใต้ชื่อบนแท่น พวกเขาจะมองไม่เห็นจากแผนผังพื้นหรือไม่”

ชายชราชะงัก ก่อนดึงภาพเข้ามา

เส้นที่หายไปสองช่วงสิ้นสุดใกล้ฐานป้ายพอดี

“ให้ตรวจด้านหลังแท่น” เขากล่าวทันที “อย่าเพิ่งพังมัน”

⸻

คนของหย่งอันเปิดแผ่นไม้ด้านหลังแท่นป้ายออก

ใต้ชั้นสีขาวมีร่องอักขระสีแดงหม่น เชื่อมพื้นทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน

หัวหน้าหน่วยส่งภาพร่างกลับมา แล้วจัดคนอุ้มผู้ที่อยู่รอบนอกออกต่อ

ผู้ป่วยกลางลานยังเหลือยี่สิบสามคน

เด็กหญิงคนหนึ่งลืมตาขึ้นเมื่อถูกเรียก แต่พูดได้เพียงคำเดียว

“หนาว”

หมอประจำเมืองถอดเสื้อคลุมห่มให้ ก่อนย้ายมือไปตรวจคนข้างกัน

ด้านนอก คนที่ออกมาได้เริ่มช่วยกันหาน้ำ ผ้าห่ม และประตูไม้สำหรับทำเปล

ไม่มีใครรู้ชื่อวิชาที่กำลังผูกอยู่ใต้พื้น

พวกเขารู้เพียงว่ายังมีคนรออยู่ข้างใน

⸻

เสียงเหล็กฉีกดังขึ้นที่โรงโม่

แขนข้างหนึ่งทะลุออกจากเตา นิ้วยาวงอเกี่ยวขอบเหล็กแล้วดึงจนปากแผลกว้างขึ้น

หลิงยวนชักกระบี่

ปราณสีเงินอมฟ้าพุ่งเพียงเส้นเดียว ตัดข้อต่อท่อว่างด้านตะวันตกออกก่อนแขนสีเทาจะคว้ามันไว้

ท่อกลิ้งกระแทกพื้น

เงาในเตาหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ

“เจ้ารู้จักทางออกด้วยหรือ” มันกล่าว

หลิงยวนไม่ตอบ

ท่อที่ถูกตัดเป็นทางเชื่อมเข้าผลึกสำรองใต้เรือนเก็บของ หากปล่อยให้มันดึงพลังส่วนนั้นขึ้นมา แนวกั้นที่เหลือคงรับไม่ไหว

ผู้อาวุโสอีกคนเข้ารับตำแหน่งด้านเหนือ ปักธงอาคมลงนอกโรงโม่ ปิดการไหลของปราณจากภายนอกโดยเว้นเส้นจากหย่งอันไว้

เตากระแทกฐานอีกครั้ง

ใบหน้าหนึ่งโผล่มาตรงรอยแตก

ไม่มีดวงตา มีเพียงรอยบุ๋มลึกสองแห่งกับปากที่กว้างเกินมนุษย์

“ตัดอีกสิ”

มันดึงเส้นแสงจากพื้นขึ้นมา พันไว้รอบนิ้ว

“ข้ายังมีคนส่งให้อยู่”

หลิงยวนมองเส้นแสงนั้น แล้วหันไปสั่งศิษย์ข้างหลัง

“ส่งถามต้นทาง ปลดวงได้เมื่อใดให้แจ้งก่อนลงมือ เราต้องรับแรงพร้อมกัน”

⸻

เจียงซู่ลากเส้นใหม่ลงบนภาพแท่นป้าย

“จุดนี้เป็นทางวนกลับ หากปิดก่อน คนที่ผูกอยู่กับพื้นจะรับแรงย้อนทั้งหมด”

เสิ่นซูเหอรับพู่กันไปเขียนลำดับไว้ข้างภาพ

เปิดทางระบาย

คลายแนวรัด

แล้วจึงตัดทางส่ง

เจ้าสำนักอ่านจนจบ ก่อนให้ส่งไปหย่งอันพร้อมคำแนะนำจากอาจารย์ฉิน

เยว่ซีมองลำดับทั้งสามแล้วถาม

“คนที่โรงโม่ต้องทำพร้อมข้อสุดท้ายหรือเจ้าคะ”

“ใช่” เจ้าสำนักตอบ

นางหยิบกระดาษอีกแผ่นมา เขียนสรุปสั้น ๆ แยกจากคำอธิบายยาว เพื่อไม่ให้ผู้รับต้องค้นหาคำสั่งท่ามกลางข้อความ

ผู้ดูแลตรวจเทียบแล้วประทับตราส่ง

ในยามที่ทุกฝ่ายต้องรีบ ความคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งคำก็อาจทำให้ใครบางคนลงมือผิดจังหวะ

เยว่ซีตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนปล่อยกระดาษออกจากมือ

⸻

ฟ้าเริ่มสว่างตอนหย่งอันเปิดทางระบายได้

ปูนข้างแท่นป้ายแตกออกเป็นแนวยาว ลมเย็นพุ่งขึ้นจากร่องใต้พื้น หมอประจำเมืองตรวจชีพจรผู้ป่วยกลางลานแล้วตะโกนบอกว่าดีขึ้น

แนวรัดยังไม่ถูกตัด

แต่คนที่เคยหายใจติดขัดเริ่มสูดลมได้ลึกกว่าเดิม

ผู้คุมอาคมคลายร่องที่สองตามภาพ

แสงใต้เสื่อหรี่ลง

คราวนี้คนงานสามารถยกเด็กหญิงออกได้โดยไม่มีแรงดึงกลับ

“เอาคนออก!”

เปลไม้ถูกส่งต่อจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่ง ผู้ป่วยถูกนับทุกครั้งที่พ้นแนวปูน

สิบเจ็ด

สิบแปด

คนที่ยี่สิบสามเป็นชายร่างใหญ่หมดสติอยู่ชิดฐานเสา ต้องใช้คนสี่คนช่วยยก

เมื่อเขาพ้นลาน ผู้คุมอาคมจึงส่งสัญญาณ

คนออกครบ พร้อมตัดทางส่ง

⸻

ข้อความปรากฏบนแผ่นรับสารนอกโรงโม่

หลิงยวนอ่านแล้วเลื่อนมันให้ผู้อาวุโส

“เปิดวงกั้นด้านแม่น้ำตามแผน ให้แรงระบายออกสู่ตลิ่งร้าง อย่าให้ย้อนเข้าจุดที่คนยืน”

ทุกคนเคลื่อนเข้าตำแหน่ง

ทางนั้นถูกกั้นไม่ให้ชาวบ้านเข้าแล้วตั้งแต่เริ่มปิดพื้นที่ เรือทุกลำถูกไล่ขึ้นฝั่งด้านตรงข้าม เหลือเพียงพื้นกรวดกับตอไม้ผุ

หลิงยวนยืนข้างร่องอาคมเส้นสุดท้าย

เขาไม่ได้วางร่างตนลงแทนเส้นนั้น

ธงสามผืนที่ผู้อาวุโสเตรียมไว้จะรับและหันแรงออก ส่วนหน้าที่ของเขาคือตัดให้ขาดในครั้งเดียว

คำตอบจากหย่งอันมาถึง

เริ่ม

กระบี่สีเงินฟันลง

พร้อมกันนั้น ผู้คุมอาคมที่หย่งอันก็ถอนสลักทองแดงออกจากด้านหลังแท่นป้าย

แสงขาวบนพื้นโรงโม่กระตุก

แรงกระแทกพุ่งลงร่องที่เปิดไว้ กรวดริมแม่น้ำปลิวขึ้นเป็นม่าน ธงผืนแรกไหม้ขาด ผืนที่สองเอนเกือบติดพื้น ก่อนผืนสุดท้ายจะรับแรงส่วนที่เหลือจนสงบ

เส้นแสงในมือของสิ่งที่อยู่ในเตาดับลง

เป็นครั้งแรกที่มันหยุดยิ้ม

⸻

เตาแตกออกในลมหายใจถัดมา

ร่างสูงใหญ่กระแทกผนังโรงโม่จนไม้หัก เศษเหล็กพุ่งผ่านแนวกั้นชั้นใน ศิษย์คนหนึ่งถูกแรงเหวี่ยงจนล้ม แต่เพื่อนดึงเขาออกไปทัน

หลิงยวนหลบข้างเสาหิน

คมเล็บฟันลงตรงที่เขาเพิ่งยืน ทิ้งรอยลึกบนพื้น

คราวนี้มันมีร่างแน่นกว่าพวกเงาที่อุโมงค์มาก กระบี่ธรรมดาเฉือนเข้าได้เพียงตื้น ๆ ขณะที่แขนอีกข้างกวาดไปทางผู้คุมธง

หลิงยวนกระชากโซ่ที่ผูกคานรอกไว้ล่วงหน้า

ตุ้มน้ำหนักบดหินตกลงกลางแขนสีเทา ตรึงมันกับพื้นชั่วขณะ

“ปิดวง!”

ผู้อาวุโสทั้งสองกดแนวกั้นเข้ามา

ปราณภายนอกถูกตัดขาด ร่างสีเทาเริ่มสั่น แต่ไม่ได้หดลงรวดเร็วเหมือนครั้งก่อน

มันสะสมพลังไว้มากแล้ว

หลิงยวนเห็นแสงแข็งสามจุดเคลื่อนอยู่ใต้ผิวบริเวณอก

แก่นไม่ได้อยู่จุดเดียว

เขาตะโกนบอกตำแหน่ง ก่อนยกกระบี่รับกรงเล็บที่หลุดจากตุ้มหิน

แรงกระแทกส่งความเจ็บจากข้อมือซ้ายขึ้นถึงหัวไหล่

เขาเปลี่ยนจับกระบี่ด้วยมือขวาแล้วถอยตามช่องที่เตรียมไว้ทันที

ผู้อาวุโสด้านข้างเข้ารับแทน หอกเหล็กแทงผ่านแก่นแรก

ร่างนั้นกรีดร้อง

แก่นอีกสองจุดเลื่อนหนีจากอกลงสู่ท้อง

หลิงยวนมองการเคลื่อนไหวนั้นจนทัน

“มันย้ายแก่นได้ อย่าตามแทงทีละจุด”

เขาชี้คานรอกอีกฝั่ง

“ตรึงมันลงพร้อมกัน!”

โซ่สองเส้นถูกดึงตึง ตุ้มหินที่เหลือกดทับช่วงไหล่กับสะโพก ร่างสีเทาบิดตัว เสียงโซ่ลั่นดังจนคนที่อยู่ใกล้ต้องถอย

หลิงยวนก้าวเข้าในระยะกระบี่

แสงสีเงินอมฟ้าแล่นตามคมบางเฉียบ เขาใช้มันเพียงชั่วจังหวะตรึงปราณที่หุ้มแก่นทั้งสอง ก่อนถอนพลังออก

“ตอนนี้!”

หอกของผู้อาวุโสแทงจากอีกด้านพร้อมกระบี่ของเขา

เสียงแตกสองครั้งดังเกือบพร้อมกัน

ร่างสีเทากระตุกอย่างรุนแรงแล้วทรุดลง

หลิงยวนถอยพ้นทันก่อนตุ้มหินจะตกกระแทกพื้น

ไม่มีเสียงพูดอีก

เหลือเพียงฝุ่นกับเถ้าสีคล้ำซึ่งไหลออกจากใต้โซ่

⸻

เมื่อหมอมาถึง หลิงยวนนั่งอยู่บนขั้นหินนอกแนวกั้นแล้ว

เขาวางกระบี่ข้างตัว แขนซ้ายแนบลำตัว ไม่พยายามขยับพิสูจน์ว่าไม่เป็นอะไร

“เจ็บถึงไหน”

“หัวไหล่ ไม่มีอาการแน่นอก”

หมอเปิดผ้าพันข้อมือ ตรวจแล้วขมวดคิ้ว

“เส้นเดิมช้ำ ต้องงดใช้แขนข้างนี้”

หลิงยวนรับคำ

ด้านหลัง ช่างอาคมตรวจเศษแก่นทั้งสาม แยกบรรจุภาชนะผนึกและตรวจใต้ฐานเตาซ้ำจนแน่ใจว่าไม่มีส่วนใดเคลื่อนไหวอีก

ผู้บาดเจ็บมีห้าคน

ไม่มีผู้เสียชีวิตในหน่วยที่เข้าจัดการ

แต่เมื่อค้นห้องหลังเตา พวกเขาพบซากเสื้อผ้ากับป้ายประจำตัวของคนคุมโรงโม่สองคน ซึ่งคนงานที่ช่วยออกมายืนยันว่าเป็นผู้เติมผลึกให้เตาในคืนแรก

หลิงยวนให้เก็บหลักฐานทั้งหมด

ไม่มีใครพูดว่าคืนนี้จบลงโดยไม่สูญเสีย

⸻

ที่หย่งอัน ผู้พักทั้งแปดสิบสองคนถูกนำออกจากลานแล้ว

เจ็ดคนต้องอยู่ในการดูแลใกล้ชิด หมอจากเมืองข้างเคียงกำลังเดินทางมาช่วย ส่วนคนที่ฟื้นดีเริ่มตามหาญาติและสัมภาระ

แท่นป้ายสกุลเซี่ยถูกปิดล้อมไว้

ด้านหน้ามีสีขาวทาทับชื่อ

ด้านหลังเป็นอักขระที่เกือบเอาชีวิตผู้คนนับสิบ

เจ้าหน้าที่เมืองสั่งเก็บมันไว้ทั้งชิ้นเพื่อเป็นหลักฐาน

เมื่อข่าวมาถึงชิงเสวียน เยว่ซีวางพู่กันลงแล้วเพิ่งรู้ว่าข้อมือตนปวดจากการเขียนมาตลอดคืน

เสิ่นซูเหอรับถ้วยน้ำที่เย็นชืดออก เปลี่ยนเป็นน้ำอุ่นให้

“คนออกครบแล้ว” นางกล่าว

เยว่ซีพยักหน้า

ครู่หนึ่งน้ำตาก็หยดลงบนหลังมือโดยไม่มีเสียงสะอื้น

นางยกแขนเสื้อเช็ด แล้วถามต่อทันที

“ข่าวจากโรงโม่เล่าเจ้าคะ”

⸻

คำตอบมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน

ทำลายแก่นครบสามจุด กำลังตรวจพื้นที่ ข้าบาดเจ็บแขนซ้าย หมอตรวจแล้ว ไม่มีอาการที่อก จะพักก่อนเดินทางกลับ

เยว่ซีอ่านทุกคำช้า ๆ

ข้างข้อความมีบันทึกสั้นจากหมอแนบมาด้วย ยืนยันอาการและคำสั่งพัก

นางจึงยอมเอนหลังพิงเก้าอี้

เจ้าสำนักเดินมารับงานต่อด้วยตนเอง

“ไปนอนเถิด ที่เหลือให้คนผลัดใหม่ทำ”

เยว่ซีรวบสำเนาที่ใช้ตรวจเข้ากอง แยกหน้าซึ่งยังต้องตามต่อไว้ด้านบน แล้วเขียนกำกับให้ชัดก่อนลุก

พอถึงประตู นางหันกลับมาขอพู่กันอีกครั้ง

เจ้าสำนักเลิกคิ้ว

“อีกเรื่องเดียวเจ้าค่ะ”

นางเขียนข้อความสั้นให้ส่งไปพร้อมสารรอบถัดไป

ข้าจะไปนอนแล้ว ท่านพักด้วย เรื่องประตูบ้านยังรอให้ท่านฟังอยู่

⸻

สองวันต่อมา หลิงยวนกลับถึงชิงเสวียน

เขาเดินขึ้นบันไดเอง แขนซ้ายคล้องผ้าอยู่ข้างลำตัว ใบหน้าอ่อนล้า แต่หยุดตอบคำถามอาจารย์ฉินทุกข้อก่อนผ่านประตูเรือนโอสถ

เยว่ซีรออยู่ใต้ชายคา

เมื่อเขาเห็นนางก็หยุดเดิน

นางมองผ้าคล้องแขน แล้วมองใบหน้าเขา

“ข้ากินของในห่อแล้ว” เขากล่าว

เยว่ซีนิ่งไป ก่อนหลุดหัวเราะทั้งที่ขอบตาร้อนขึ้น

“ข้าไม่ได้จะถามเรื่องนั้นก่อนเสียหน่อย”

“เช่นนั้นเจ้าจะถามอะไร”

นางเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปจับมือขวาของเขา

อุ่นอยู่

มีรอยถลอกใหม่ตรงข้อนิ้ว แต่เขาจับตอบได้มั่นคง

“คืนนี้ท่านอยากกินอะไรเจ้าคะ”

หลิงยวนมองนาง ก่อนตอบว่า

“อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่อาหารแห้ง”

อาจารย์ฉินเปิดประตูด้านหลังแล้วแทรกขึ้นทันที

“ข้าวต้ม และหลังตรวจเสร็จเท่านั้น”

เยว่ซีรับคำแทนทั้งสองคน

นางพาเขาเข้าเรือนโดยยังไม่ปล่อยมือ

เรื่องเตารวบปราณยังต้องตามหลักฐานต่อ ผู้ป่วยยังต้องรักษา และอาคมที่ซ่อนอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ยังต้องตรวจให้ครบ

แต่วันนี้คนที่นางรอกลับมาแล้ว

และคราวนี้เขานั่งลงตรงหน้าหมอ ก่อนจะมีใครต้องสั่งเป็นครั้งที่สอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status