หน้าหลัก / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 48 — คนที่ยังอยู่ใต้เสียงระฆัง

แชร์

บทที่ 48 — คนที่ยังอยู่ใต้เสียงระฆัง

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-21 02:03:51

ปลายพู่กันในมือเหลียงเฉิงสั่นจนหมึกหยดลงบนกระดาษ

ใต้ต้นไม้ที่เขาวาดมีช่องดำอยู่ช่องหนึ่ง รากใหญ่พาดข้ามปากทาง คล้ายกรงเล็บที่กดพื้นดินเอาไว้

โม่หลิงยวนเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้

“ทางเข้าอยู่ใต้รากหรือ”

เหลียงเฉิงพยักหน้า ก่อนรีบเขียนเพิ่ม

อย่าเรียกชื่อคนข้างใน

มือของเขาหยุดกระตุกทันทีที่เขียนจบ

เสิ่นซูเหอประคองข้อมือไว้ ไม่ให้ปลายพู่กันแทงถูกใบหน้า ขณะเดียวกันเส้นสีเทาใต้ลำคอก็ขึงตึงขึ้นอีกครั้ง

เสียงระฆังเบาหวิวลอดออกมาจากริมฝีปากที่ปิดแน่น

หลิงยวนวางสองนิ้วลงบนขอบเตียง ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่เป็นม่านบางระหว่างผู้ป่วยกับคนในห้อง เสียงนั้นจึงเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน

เหลียงเฉิงหอบ น้ำตาไหลผ่านหางตา

“ไม่ต้องฝืนเขียนแล้ว” เสิ่นซูเหอกล่าว

แต่ชายบนเตียงกลับจับแขนเสื้อนางไว้

เขาชี้ภาพต้นไม้ ชูนิ้วเจ็ดนิ้ว แล้วชี้ตนเอง ก่อนชูสามนิ้ว

เยี่ยจื้อหยวนซึ่งยืนอยู่ปลายเตียงขยับเข้ามา

“เข้าไปเจ็ดคน กลับออกมาสามคน?”

เหลียงเฉิงพยักหน้าแรง

ยังมีอีกสี่คนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น

⸻

แผนที่สองหมู่บ้านถูกคลี่บนโต๊ะนอกเรือน

ทางเดินไปป่ามีสามสาย สองสายผ่านลำธาร อีกสายต้องอ้อมเนินหินซึ่งไม่มีผู้ใดใช้มาหลายปี

เมื่อเทียบภาพวาดกับคำบอกเล่าของคนเฒ่า ต้นไม้ในภาพน่าจะเป็นต้นไหวใหญ่เหนือบ่อเก่า สมัยก่อนคนเดินทางเคยแขวนกระดิ่งขอให้กลับถึงบ้านโดยปลอดภัย

“ระฆังอยู่ที่นั่นมาก่อนแล้วหรือ” เยี่ยจื้อหยวนถาม

ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า

“แต่ไม่มีใครไปแขวนเพิ่มมาหลายปี ต้นไม้นั่นตายไปตั้งแต่ฤดูหนาวก่อน”

หลิงยวนมองภาพวาดอีกครั้ง

เหลียงเฉิงวาดใบไม้เต็มกิ่ง

เขาไม่ได้กล่าวว่าความทรงจำของผู้ป่วยผิด เพียงวงตำแหน่งต้นไม้แล้วหันไปหาผู้อาวุโสทั้งสอง

“เข้าทางเนินหิน ตรวจคนทุกครั้งที่หยุด ห้ามเปลี่ยนเส้นทางตามเสียงเรียก”

“หากพบคนขอความช่วยเหลือเล่า”

“ให้คนอีกชุดตรวจจากด้านข้าง อย่าเดินตามคนแรกลงไปพร้อมกัน”

เยี่ยจื้อหยวนวางบันทึกเก่าลง

“ข้าจะไปด้วย”

“ท่านเฝ้าผู้ป่วยที่นี่” หลิงยวนกล่าว “เมื่อข้าพบต้นทาง ต้องมีคนดูว่าสิ่งที่ทำส่งผลถึงพวกเขาอย่างไร”

อีกฝ่ายมองเขาครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

ครั้งนี้ไม่มีใครอ้างว่าตนเห็นทางข้างหน้าชัดกว่าใคร

ก่อนออกเดินทาง หลิงยวนหันกลับไปหาเสิ่นซูเหอ

“หากรอยที่คอลึกขึ้น ให้ส่งสัญญาณหยุดทันที”

“แล้วเจ้าจะหยุดหรือ”

“หยุด”

นางจึงยื่นถุงยาให้เขา

“แขนซ้ายยังใช้รับแรงไม่ได้ อย่าลืมเพราะมีคนยืนมองมาก”

หลิงยวนรับถุงยาไว้ด้วยมือขวา

⸻

ที่สำนักชิงเสวียน หลินเยว่ซีกำลังถอดผ้าบุออกจากกล่องใบที่สาม

สวี่ฉางเกิงยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะ

“เหตุใดรื้ออีก”

“ตอนยกขึ้น ฝาด้านนี้ขยับเจ้าค่ะ”

นางกดมุมกล่องให้ดู ช่องเล็กเท่าเส้นผมเปิดขึ้นตรงรอยต่อ

ช่างเฒ่าโน้มตัวตรวจ ก่อนหยิบกล่องไปวางรวมกับของที่ต้องแก้

“ตาดีกว่าตอนมาตงเหอวันแรกแล้ว”

“วันแรกท่านบอกว่าข้าแทบไม่มีตา”

“ข้าจึงบอกว่าดีขึ้น”

เยว่ซีไม่เถียง นางหยิบผ้าชิ้นใหม่มาวัด

กล่องเหล่านี้ไม่ได้ทำลายสิ่งที่อยู่ในระฆัง หน้าที่ของมันเพียงยึดตัวระฆังกับลูกกระทบไม่ให้เคลื่อน และกั้นเสียงระหว่างขนย้าย ส่วนอาคมปิดผนึกเป็นงานของผู้ฝึกตนอาวุโส

บนโต๊ะอีกด้านมีรายงานจากหมู่บ้านส่งมาถึงแล้ว

นางอ่านบรรทัดที่ว่าผู้ป่วยมีเสียงระฆังออกจากลำคอซ้ำสองครั้ง ก่อนวางกระดาษลง

“หากสิ่งที่อยู่ในคอเชื่อมกับต้นทาง ต่อให้ไม่ได้ยินเสียงก็ยังถูกดึงอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

อาจารย์ฉินซึ่งเพิ่งเข้ามารับกล่องตอบแทน

“จากอาการตอนนี้ น่าจะเป็นเช่นนั้น”

เยว่ซีมองแผ่นผ้าบุในมือ

“ถ้าเช่นนั้นกล่องพวกนี้ก็ช่วยได้เฉพาะระฆัง”

“เฉพาะระฆังก็มีประโยชน์แล้ว” สวี่ฉางเกิงกล่าว “เจ้าทำบานประตูให้ปิดได้ก่อน ไม่จำเป็นต้องสร้างบ้านทั้งหลังในวันเดียว”

นางพยักหน้า แล้วก้มผูกสายยึดต่อ

จ้าวเฉิงมาช่วยยกกล่องเมื่อทำเสร็จ เขาลองยกใบแรกด้วยสองมือ ก่อนขมวดคิ้ว

“เหตุใดต้องมีสายรัดมากเช่นนี้”

“เผื่อผู้ถืออยากเปิดเองระหว่างทางเจ้าค่ะ”

เขาหยุดมือซึ่งกำลังจะลองปลดตะขอทันที

เยว่ซีจึงส่งแถบผ้าสีแดงให้

“ผูกทับอีกชั้น หากใครแกะจะได้เห็น”

นางไม่ได้ใส่จดหมายยาวไปกับของ มีเพียงกระดาษเล็กพับไว้ในถุงยาของหลิงยวน

กล่องที่มีจุดหมึกสองจุด ข้าตรวจรอยต่อแล้ว

ด้านล่างมีอีกประโยคหนึ่ง

กลับมาแล้วค่อยบอกข้าว่าใช้ได้หรือไม่

⸻

ต้นไหวใหญ่ปรากฏอยู่เหนือแนวหมอกยามบ่าย

มันไม่มีใบไม้แม้แต่ใบเดียว

สิ่งที่ห้อยเต็มกิ่งคือเศษผ้าสีซีด ระฆังทองเหลือง และกระดิ่งดินเผาซึ่งแตกร้าวจนเห็นรอยดำด้านใน

ลมพัดผ่าน แต่ไม่มีสิ่งใดแกว่ง

หลิงยวนยกมือให้ทุกคนหยุดอยู่หลังแนวหิน

ใต้ต้นไม้มีรองเท้าข้างหนึ่งวางอยู่ ห่างออกไปเป็นตะกร้าสานที่ยังมีผักแห้งติดก้น

“ช่วยด้วย”

เสียงเด็กดังขึ้นจากใต้ราก

ศิษย์ด้านหลังเขาก้าวออกไปครึ่งก้าว

คนที่จับคู่กับศิษย์ผู้นั้นรีบดึงสายผ้าตรงเอวไว้ อีกฝ่ายชะงักแล้วหันกลับมา ใบหน้าซีดลงทันทีเมื่อรู้ตัว

หลิงยวนไม่ตำหนิ เขาชี้ให้ทั้งคู่ถอยไปเปลี่ยนคนเฝ้าด้านหลัง

เสียงเด็กดังขึ้นอีก

“ข้าขึ้นไปไม่ได้”

ผู้อาวุโสคนหนึ่งอ้อมไปทางขวาตามที่ตกลงกัน ส่วนอีกคนคอยเฝ้าต้นไม้จากแนวหิน

หลิงยวนหยิบก้อนดินโยนลงใกล้ปากทาง

ไม่มีเสียงตกกระทบพื้น

เขารออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโยนก้อนที่สองให้ห่างออกไป

ครั้งนี้เสียงดินแตกดังชัดเจน

ระหว่างรากไม้กับรองเท้าข้างนั้นมีบางสิ่งกั้นเสียงอยู่

หลิงยวนดึงกระบี่ออกจากฝักเพียงเล็กน้อย แสงสีเงินอมฟ้าสะท้อนผ่านคม ก่อนพุ่งต่ำไปตามพื้นดิน

มันหยุดตรงเส้นบางซึ่งพาดขวางอยู่เหนือข้อเท้า

ระฆังใบหนึ่งบนกิ่งสูงหันปากลงมาทางเขา

ทั้งที่กิ่งไม้ไม่ได้ขยับ

“ถอยพ้นแนวรองเท้า” เขากล่าว

ครู่ต่อมา ผู้อาวุโสที่อ้อมไปตรวจยกแผ่นไม้ส่งสัญญาณ

พบคนจริง

สี่คนอยู่ในโพรงใต้ราก

แต่ทางลงมีเส้นสีเทาขึงซ้อนกันเต็มไปหมด

⸻

หลิงยวนไม่ได้ตัดเส้นแรก

เขาใช้ปลายฝักกระบี่กดให้มันเบี่ยงออกเล็กน้อย ขณะเดียวกันผู้อาวุโสอีกคนส่งข่าวกลับหมู่บ้านผ่านแผ่นหยกสื่อสาร

คำตอบมาถึงในเวลาไม่นาน

ผู้ป่วยทั้งสามเจ็บคอพร้อมกัน

หลิงยวนถอนฝักออก

รอยตึงบนเส้นสีเทาคลายลง

มันไม่ได้ผูกคนแต่ละคนไว้กับระฆังคนละใบ ทุกเส้นเชื่อมถึงกันอยู่ใต้ดิน

หากฟันต้นไม้ลงทันที ผู้ที่ยังมีชีวิตอาจรับแรงแทนมัน

เสียงเด็กเงียบไป

เสียงใหม่ดังขึ้นจากใต้ราก

“หลิงยวน”

เขารู้จักเสียงนั้น

ชายผู้สอนให้เขาจับกระบี่ใหม่เมื่อสิบสามปีก่อนเคยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้

นิ้วขวาของหลิงยวนกระชับด้ามกระบี่

“ช้าอีกแล้วหรือ”

ความเย็นจากแผลเก่าแล่นขึ้นมาตามแขน

เขามองปากทางใต้รากอยู่อึดใจ ก่อนก้มลงปักหมุดเหล็กธรรมดาลงข้างเส้นสีเทา

เสียงนั้นเรียกอีกครั้ง

หลิงยวนขยับหมุดให้มั่นคง แล้วใช้ฝักกระบี่สอดรองเส้นไว้

“ผู้ป่วยเป็นอย่างไร” เขาถามคนข้างหลัง

“ยังไม่มีอาการเพิ่ม”

เขาจึงลงหมุดตัวที่สอง

ผู้ที่ตายไปแล้วไม่ได้อยู่ใต้ต้นไม้นี้

แต่คนสี่คนยังอยู่

เมื่อปลายเส้นถูกตรึงไว้โดยไม่ดึงให้ตึงกว่าเดิม เขาจึงปล่อยปราณบางเฉียบล้อมเฉพาะช่วงระหว่างหมุด

เส้นสีเทากระตุกอยู่ภายในแสงสีเงิน

หลิงยวนลองกรีดเพียงผิวด้านนอก

เสียงระฆังดังพรึ่บทั่วทั้งต้น

ขณะเดียวกันแผ่นหยกในมือผู้อาวุโสสว่างขึ้น

หยุด

คมกระบี่หยุดทันที

หลิงยวนถอนปราณกลับครึ่งหนึ่ง แล้วประคองแนวผนึกไว้จนเส้นสีเทาหยุดสั่น

ผ่านไปหลายลมหายใจ ข่าวจากหมู่บ้านจึงส่งมาอีกครั้ง

ผู้ป่วยหายใจได้แล้ว

เขามองรอยกรีดเล็กบนเส้นนั้น

ด้านในไม่มีแก่นแข็งเหมือนสิ่งที่เคยพบในโรงสี มีเพียงผงสีเทาไหลวนผ่านช่องกลวง

มันกำลังใช้เส้นเหล่านี้เป็นทางเคลื่อนตัว

“ต้องปิดทางแยกก่อนตัด” เขากล่าว

⸻

ยามเย็น กล่องจากชิงเสวียนมาถึงแนวป่า

สวี่ฉางเกิงส่งอุปกรณ์เพิ่มตามภาพที่ได้รับ เป็นแผ่นเหล็กโค้งสองชิ้นประกบกันได้ มีร่องสำหรับวางสายอาคม และสลักไม้ที่ดึงออกได้โดยไม่ต้องสอดมือเข้าใกล้

มันยังเป็นของหยาบ ขอบบางแห่งมีรอยตะไบสด

หลิงยวนพลิกดูจุดหมึกสองจุดตรงด้านข้าง ก่อนเก็บกระดาษเล็กในถุงยาไว้ด้านในเสื้อ

การลงมือครั้งที่สองช้ากว่าครั้งแรกมาก

พวกเขาค่อย ๆ เปิดดินตามรากไม้ พบว่ามีเส้นใหญ่เจ็ดเส้นแยกออกจากโพรงเดียวกัน สี่เส้นมุ่งลงไปหาคนใต้ราก อีกสามเส้นจมหายลงดินไปทางหมู่บ้าน

ผู้อาวุโสทั้งสองช่วยตรึงแผ่นเหล็กคร่อมแต่ละเส้น หลิงยวนวางอาคมกั้นด้านในทีละช่วง

เขาไม่ได้เติมปราณเข้าไปในเส้นสีเทา

เพียงสร้างขอบปิดล้อมมันจากภายนอก ไม่ให้สิ่งที่ไหลอยู่ภายในผ่านออกไปได้

เมื่อเส้นแรกปิดสนิท เสียงของเหลียงเฉิงดังผ่านหยกสื่อสารมาอย่างแหบพร่า

“เบาลงแล้ว”

เสิ่นซูเหอรีบห้ามเขาพูดต่อ

หลิงยวนจึงเริ่มเส้นที่สอง

เหงื่อซึมตามขมับ เขาพักมือเมื่อครบสามเส้น ดื่มยาที่เตรียมไว้ แล้วให้ผู้อาวุโสตรวจอาคมแทนระหว่างปรับลมหายใจ

ไม่มีใครเร่งเขา

แม้เสียงใต้รากจะร้องไห้หนักขึ้นทุกขณะ

เมื่อปิดทางแยกครบเจ็ดเส้น ฟ้าก็มืดแล้ว

ระฆังทั้งต้นเริ่มแกว่ง

ครั้งนี้เป็นเสียงผู้หญิง

“ลูกข้าอยู่ข้างล่าง!”

ชาวบ้านผู้หนึ่งที่รออยู่ไกลออกไปลุกพรวด แต่ผู้เฝ้าจับแขนไว้ทัน

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้น

“เริ่มพาคนออก”

⸻

คนแรกเป็นหญิงวัยกลางคน ข้อเท้าถูกพันอยู่กับรากไม้แห้ง

คนที่สองเป็นชายชรา ยังมีสติแต่ไม่มีแรงลืมตา

ทั้งสองถูกยกออกทางช่องด้านข้างซึ่งผู้อาวุโสขุดเปิดไว้ คนที่สามเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบหก เขากัดแขนเสื้อตนเองจนขาด ไม่ยอมเปล่งเสียง

เมื่อผู้ช่วยจับไหล่ เขารีบชี้ลึกเข้าไปข้างใน

ยังมีอีกคน

ชายคนสุดท้ายนอนตะแคงอยู่ตรงโคนรากใหญ่ รอบลำคอมีเงาสีเทาหนาจนมองไม่เห็นผิวหนัง

ขณะที่หลิงยวนก้าวลงไป ระฆังเหนือศีรษะก็แตกใบหนึ่ง

ผงสีเทาพุ่งลงมา

ผู้อาวุโสที่เฝ้าด้านบนกระแทกฝาครอบปิดรับทันที เสียงโลหะขูดไม้ดังลั่น แต่ผงส่วนหนึ่งหลุดลงตามรอยเปลือกต้นไม้

เส้นที่ถูกตรึงทั้งเจ็ดเส้นขึงตึงพร้อมกัน

แสงอาคมบนแผ่นเหล็กเริ่มสั่น

มันกำลังพยายามกลับเข้าร่างคน

หลิงยวนคุกเข่าข้างชายที่หมดสติ ใช้มือขวาจับคางเปิดทางหายใจ ก่อนเรียกผู้ช่วยเข้าประคอง

“ยกตอนข้าบอก”

เงารอบคอคลายตัว เผยให้เห็นช่องว่างเล็กน้อย

คมกระบี่สอดผ่านช่องนั้น

แสงสีเงินอมฟ้าแยกออกเป็นแนวบางสองด้าน กั้นผิวหนังออกจากเงาสีเทา

เสียงที่ดังขึ้นคราวนี้ไม่เหมือนมนุษย์

มันแหลมจนตะเกียงหน้าปากโพรงดับไปสองดวง

“ยก!”

ผู้ช่วยทั้งสองดึงร่างชายออก หลิงยวนพลิกกระบี่ตรึงเงาที่ขาดจากลำคอไว้กับรากไม้ทันที

แรงสะท้อนกระแทกขึ้นมาตามคม

เขาเบี่ยงตัวตามแรง ปล่อยปลายกระบี่ไถลลึกลงดิน แทนการรับทั้งหมดด้วยแขน

ดินข้างเขาแตกออกเป็นร่องยาว

ชายคนสุดท้ายพ้นโพรงแล้ว

“ถอย!”

หลิงยวนออกจากใต้รากเป็นคนสุดท้าย ผู้อาวุโสทั้งสองดึงแผ่นเหล็กปิดช่องทางพร้อมกัน

ต้นไหวแห้งบิดตัว

ระฆังทุกใบหันปากลงสู่พื้น

แล้วเสียงทั้งหมดก็ดับลง

⸻

ที่หมู่บ้าน เหลียงเฉิงไอออกมาอย่างรุนแรง

เสิ่นซูเหอประคองเขาให้นั่งเอนไปข้างหน้า เศษบางคล้ายเยื่อสีเทาหลุดลงบนผ้าขาว ก่อนดิ้นหดเข้าหากัน

เยี่ยจื้อหยวนครอบมันด้วยถ้วยดินที่เตรียมไว้

ผู้ป่วยอีกสองคนมีอาการเช่นเดียวกัน

ไม่มีใครรีบประกาศว่าหายแล้ว เสิ่นซูเหอยังตรวจลมหายใจ ชีพจร และรอยใต้ลิ้นทีละคน

แต่เมื่อเหลียงเฉิงยกมือแตะคอตนเอง คราวนี้ไม่มีเสียงระฆังลอดออกมา

“น้องข้า…”

คำสองคำแหบพร่าจนแทบฟังไม่ชัด

เยี่ยจื้อหยวนย่อตัวลงข้างเตียง

“ยังรอเจ้าอยู่”

เหลียงเฉิงก้มหน้าร้องไห้โดยไม่ต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงอีก

⸻

หลิงยวนยืนอยู่หลังแนวหิน มองต้นไม้ที่กลับมาเงียบสนิท

ผู้ประสบเหตุทั้งสี่ถูกส่งออกจากป่าแล้ว คนสุดท้ายยังไม่รู้สึกตัว แต่หายใจได้ด้วยตนเอง ส่วนทางเชื่อมทั้งเจ็ดเส้นถูกกั้นไว้ครบ

“เผาต้นไม้หรือไม่” ผู้อาวุโสถาม

หลิงยวนส่ายหน้า

ใต้เปลือกไม้ยังมีบางสิ่งเคลื่อนไหว

หากใช้ไฟตอนนี้ ผงภายในอาจกระจายไปทั่วป่า

เขาให้ทุกคนถอยออกอีกช่วงหนึ่ง แล้วปักแนวผนึกบนพื้นหินแทนดินร่วน พร้อมสั่งให้เปลี่ยนคนเฝ้าก่อนผู้ใดจะอ่อนล้า

ระหว่างนั้น ข่าวจากสำนักส่งมาถึง

หลินเยว่ซีฝากคำถามสั้น ๆ มากับรายงานตรวจกล่อง

ตอนแยกสายออก ระฆังที่สำนักยังขยับอยู่หรือไม่

หลิงยวนเงยหน้าทันที

ระฆังที่นำออกจากป่าตั้งแต่แรกถูกเก็บอยู่ไกลถึงชิงเสวียน

หากมันยังขยับหลังตัดทางเชื่อมทั้งหมด แสดงว่าสิ่งใต้ต้นไม้นี้ยังมีทางอื่นเหลืออยู่

คำตอบจากเจ้าสำนักมาถึงก่อนที่เขาจะส่งคำถามกลับ

ระฆังหยุดแล้ว แต่ผงด้านในกำลังรวมตัว

หลิงยวนหันไปมองกิ่งไม้

ระฆังที่แขวนอยู่ทุกใบว่างเปล่า

ผงสีเทาซึ่งเคยเกาะด้านในหายไปแล้ว

ใต้ต้นไม้ เสียงครูดเบา ๆ ดังขึ้นจากบ่อเก่า

สิ่งที่เกาะอยู่ในคนทั้งเจ็ดกำลังถูกบีบให้ถอยกลับ

และคราวนี้มันไม่จำเป็นต้องยืมเสียงของผู้ใดอีก

ฝาบ่อหินค่อย ๆ ยกขึ้นจากด้านล่าง

หลิงยวนยกกระบี่ด้วยมือขวา แสงสีเงินอมฟ้าสว่างขึ้นตลอดแนวคม

“คนออกไปหมดแล้ว”

เขาก้าวพ้นแนวหินหนึ่งก้าว

“ปิดทางหลังข้า”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 54 — ชื่อที่เกือบเรียกออกมา

    ระหว่างทางเดินผ่านลานฝึก“อายุสิบปี ข้าฝึกกระบี่จนหักไปเจ็ดเล่มแล้ว”เสียงจากลานด้านล่างทำให้หลินเยว่ซีหยุดเท้าศิษย์หนุ่มผู้หนึ่งกำลังยกกระบี่ไม้ขึ้นอวดเพื่อน อีกสองคนยืนฟังด้วยสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งเบื่อ ขณะที่คนพูดยังเล่าต่อว่าตนเคยประลองชนะใครบ้างเยว่ซีเผลอหันไปทางซ้ายคำพูดเกือบหลุดจากปากเจ้าว่าคราวนี้เป็นเพราะกระบี่ราคาถูกอีกหรือไม่แต่ข้างกายนางมีเพียงราวระเบียงไม่มีหญิงสาวที่ยืนกลั้นหัวเราะแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ด้วยกันลมเช้าพัดชายแขนเสื้อผ่านหลังมือ เยว่ซีค่อย ๆ หันกลับมา มองศิษย์กลุ่มนั้นเดินลงจากลานจนลับสายตาวันแรกที่มาถึงชิงเสวียน นางเองก็เคยยืนฟังใครบางคนโอ้อวดเช่นนี้แล้วเสี่ยวถังก็กระซิบเรื่องกระบี่ราคาถูกทั้งสองหัวเราะจนคนด้านหน้าหันมอง ก่อนพร้อมใจกันแหงนหน้าดูฟ้าราวกับไม่เคยได้ยินอะไรตอนนั้นทุกอย่างยังง่ายนักนางยังไม่ต้องคิดว่าคำใดจริง มือที่ยื่นมาจะพาไปที่ใด และคนที่เรียกว่าเพื่อนกำลังปิดบังอะไรไว้บ้าง“เยว่ซี”นางหันตามเสียงโม่หลิงยวนยืนอยู่ตรงหัวบันได ในมือถือสมุดปกเทาสองเล่ม เขามองเลยไปยังทางเดินว่างข้างนาง ก่อนกลับมาสบตา“เจ้ารอใครอยู่หรือ”เยว่ซีส่ายหน้า แล

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 52 — พลังที่ตอบรับ

    เถาวัลย์พุ่งผ่านข้างแก้มหลินเยว่ซี ก่อนรัดข้อมือหุ่นไม้ที่ฟาดลงมาไว้ได้พอดีเสียงไม้กระแทกกันดังลั่นนางย่อตัวลอดใต้แขนหุ่น หมุนกระบี่ฟันผ้าแดงตรงเอว แล้วรีบถอยก่อนหุ่นอีกตัวจะเข้าถึงช้าไปก้าวเดียวกระบองไม้กวาดต่ำเข้าหาขาเยว่ซีกระโดดหลบ ปลายเท้าเฉี่ยวกระบองจนเสียหลัก เถาวัลย์ซึ่งรัดหุ่นตัวแรกพลันตึง กระชากแขนนางกลับไปด้วยแทนที่จะฝืนดึง นางปล่อยปราณออกจากเถาวัลย์ทันทีมือว่างกดลงบนพื้นยอดเถาอีกเส้นเลื้อยจากกระถางข้างเสา พันรอบหลักไม้ที่ฝังไว้ เยว่ซีคว้ามันแล้วเหวี่ยงตัวพ้นแนวกระบอง ก่อนลงเท้าบนพื้นห่างออกไปสองก้าวเสียงกลไกหยุดลง“สองผืน”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างคันควบคุม มองผ้าแดงในมือนาง“แต่มีหุ่นสามตัว”เยว่ซีหอบจนไหล่ขยับ“ตัวที่สามไม่มีผ้า”“เจ้ามองเห็นเมื่อใด”“ตอนมันไล่ตีข้าเป็นรอบที่สอง”เขาปล่อยคันควบคุม“ถ้าเช่นนั้นวันนี้เจ้าไม่เสียแรงสู้กับสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้ว”เยว่ซีก้มมองเถาวัลย์ซึ่งคลายตัวลงข้างเท้าสิบวันก่อน นางยังทำได้เพียงเร่งต้นถั่วจนเกือบถอนมันทั้งรากตอนนี้นางควบคุมเถาวัลย์ที่มีรากอยู่แล้วได้ไกลสามวา รั้งของหนักกว่าตัวเองได้ชั่วครู่ และปล่อยพันธะก่อนแรงสะท้อนจะย

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 51 — กระบี่ที่นางเลือกถือ

    “หากผนึกปราณข้าไปตลอดชีวิต พวกท่านก็จะสูญเสียผู้ที่อ่านแผนผังของเซี่ยจิ้งเหิงได้”เผยเหวินซูเอ่ยขึ้นก่อนผู้คุมจะพาเขาออกจากหอคำวินิจฉัยเพิ่งถูกอ่านจบริบทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดและนำทรัพย์ส่วนตัวชดใช้ กักขังตลอดชีวิตภายใต้ผนึกปราณ ห้ามติดต่อผู้เสียหายและผู้ร่วมคดีโดยพลการ ความร่วมมือในการตามหาผู้ถูกกักขังถูกนำมาพิจารณาแล้ว แต่ไม่อาจลบความผิดที่เขาวางแผนและลงมือซ้ำหลายครั้งเผยเหวินซูไม่ได้มองผู้ตัดสินเขามองโม่หลิงยวน“เจ้ากำลังหาทางถอนตัวจากผนึกของนาง มิใช่หรือ”เสียงขยับเก้าอี้เงียบลงเยว่ซีรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่หันมา แต่หลิงยวนยังนั่งอยู่ที่เดิม“เรื่องรักษาของนางไม่อยู่ในข้อวินิจฉัยวันนี้”“แต่ข้าช่วยได้”“เจ้าส่งสิ่งที่รู้ให้ผู้คุมได้ พวกเขาจะนำไปตรวจ”“แล้วข้าจะได้อะไร”หลิงยวนลุกขึ้นเขาไม่ได้เดินเข้าหาเผยเหวินซู เพียงรับเสื้อคลุมจากพนักเก้าอี้แล้วหันไปทางประตู“คำวินิจฉัยอ่านจบแล้ว”ครั้งนี้ความเงียบไม่ได้เกิดจากความลังเลเผยเหวินซูเพิ่งพบว่าไม่มีใครกำลังรอฟังราคาที่เขาจะเรียกอีก“เยว่ซี!”นางหยุดอยู่ข้างยายหวัง“เจ้าไม่อยากให้เขาหายหรือ”เยว่ซีหันกลับไป“หากท่านมีวิธีรัก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 50 — ชื่อที่ต้องรับผิด

    หลินเยว่ซีอ่านคำให้การของลั่วชิงเหยาจบในเช้าวันถัดมานางไม่ได้เริ่มจากหน้าที่กล่าวถึงตนเอง แต่เริ่มจากรายชื่อคนที่ถูกส่งผ่านด่านด้วยป้ายสกุลลั่วหญิงสองคนซึ่งเพิ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาจากเหมืองอยู่ในนั้นข้างชื่อมีข้อความที่ผู้สอบสวนเขียนกำกับไว้ว่า คนหนึ่งเดินเองไม่ได้ อีกคนยังสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงล้อเกวียนเยว่ซีวางนิ้วลงตรงบรรทัดนั้น ก่อนพลิกหน้าต่อเรื่องบัญชีหลินอัน สมุดที่ถูกแทรกไว้ในกองหนังสือ และการนำเอกสารของบิดาออกจากหีบ ลั่วชิงเหยารับว่าเป็นผู้ลงมือ นางไม่ได้อ้างว่าเผยเหวินซูจับมือนางทำทว่ายังมีประโยคหนึ่งที่เยว่ซีขีดเส้นใต้ข้าคิดว่าเขาเพียงต้องการพาคนเหล่านั้นไปไว้ในที่ซึ่งไม่มีใครตามพบนางมองประโยคนี้อยู่นานแล้วจึงเขียนคำถามลงบนกระดาษอีกแผ่นเหตุใดคนเหล่านั้นจึงต้องถูกซ่อน⸻โม่หลิงยวนนั่งอยู่ใต้ชายคาเมื่อเยว่ซีเดินไปถึงข้างมือเขามีถ้วยยาเปล่า หนังสือเปิดอยู่บนตัก แต่ยังไม่ได้พลิกหน้านางมองถ้วยยาก่อนอย่างเคย“วันนี้ไม่ต้องให้ข้าเตือนแล้วหรือเจ้าคะ”“อาจารย์ฉินมาเตือนก่อนเจ้า”“ท่านคงพูดมากกว่าข้า”“มาก”เยว่ซีหลุดยิ้ม ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกันนางเล่าเรื่องคำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 49 — ผู้ที่เลือกกลับมา

    ฝาบ่อหินกระแทกพื้นจนแตกออกเป็นสองซีกสิ่งที่ยกมันขึ้นมาไม่มีมือเงาสีเทาทะลักพ้นปากบ่อ พันรอบลำต้นไหวแห้ง แล้วค่อย ๆ ยกส่วนบนขึ้นเหมือนคนที่พยายามจำว่าตนควรยืนอย่างไรใบหน้าหลายใบปรากฏสลับกันอยู่ในเงานั้นชายชรา เด็กหญิง หญิงสาวที่กำลังร้องไห้ล้วนเป็นคนซึ่งมันเคยยืมเสียงโม่หลิงยวนหยุดห่างจากปากบ่อเจ็ดก้าว ขณะที่ม่านอาคมด้านหลังปิดลง เชื่อมแนวหินทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันผู้อาวุโสยังยืนอยู่ด้านนอก มองเห็นเขาชัดเจน“ทางออกด้านตะวันตกพร้อมแล้ว”หลิงยวนพยักหน้าเขาไม่ได้สั่งให้ปิดทางเพื่อขังตนเองไว้กับมัน แต่เพื่อบังคับไม่ให้มันหนีตามผู้บาดเจ็บช่องเปิดเล็กด้านตะวันตกอยู่หลังหินใหญ่ เขาเลือกตำแหน่งไว้ก่อนก้าวเข้ามาแล้วเงาสีเทาโน้มลงเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางลำตัว“เจ้าช่วยทุกคนไม่ได้”หลิงยวนเลื่อนปลายกระบี่ต่ำลง“คืนนี้ช่วยออกมาแล้วเจ็ดคน”เงาพุ่งเข้าใส่ทันที⸻คมกระบี่ตัดผ่านลำตัวของมันไม่มีเลือด ไม่มีเสียงกระดูกแตก เงาที่แยกออกกลับไหลอ้อมคมเข้าหาข้อมือเขาหลิงยวนถอนปราณจากใบกระบี่แล้วถอยหนึ่งก้าวส่วนที่พุ่งตามมาหยุดชะงัก ก่อนหดกลับไปรวมกับลำต้นมันตามปราณเขากวาดตามองรากไม้ซึ่งพ้นดินข

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 48 — คนที่ยังอยู่ใต้เสียงระฆัง

    ปลายพู่กันในมือเหลียงเฉิงสั่นจนหมึกหยดลงบนกระดาษใต้ต้นไม้ที่เขาวาดมีช่องดำอยู่ช่องหนึ่ง รากใหญ่พาดข้ามปากทาง คล้ายกรงเล็บที่กดพื้นดินเอาไว้โม่หลิงยวนเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“ทางเข้าอยู่ใต้รากหรือ”เหลียงเฉิงพยักหน้า ก่อนรีบเขียนเพิ่มอย่าเรียกชื่อคนข้างในมือของเขาหยุดกระตุกทันทีที่เขียนจบเสิ่นซูเหอประคองข้อมือไว้ ไม่ให้ปลายพู่กันแทงถูกใบหน้า ขณะเดียวกันเส้นสีเทาใต้ลำคอก็ขึงตึงขึ้นอีกครั้งเสียงระฆังเบาหวิวลอดออกมาจากริมฝีปากที่ปิดแน่นหลิงยวนวางสองนิ้วลงบนขอบเตียง ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่เป็นม่านบางระหว่างผู้ป่วยกับคนในห้อง เสียงนั้นจึงเบาลงจนแทบไม่ได้ยินเหลียงเฉิงหอบ น้ำตาไหลผ่านหางตา“ไม่ต้องฝืนเขียนแล้ว” เสิ่นซูเหอกล่าวแต่ชายบนเตียงกลับจับแขนเสื้อนางไว้เขาชี้ภาพต้นไม้ ชูนิ้วเจ็ดนิ้ว แล้วชี้ตนเอง ก่อนชูสามนิ้วเยี่ยจื้อหยวนซึ่งยืนอยู่ปลายเตียงขยับเข้ามา“เข้าไปเจ็ดคน กลับออกมาสามคน?”เหลียงเฉิงพยักหน้าแรงยังมีอีกสี่คนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น⸻แผนที่สองหมู่บ้านถูกคลี่บนโต๊ะนอกเรือนทางเดินไปป่ามีสามสาย สองสายผ่านลำธาร อีกสายต้องอ้อมเนินหินซึ่งไม่มีผู้ใดใช้มาหลายปีเมื่อเทียบภาพวาดกับคำบอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status