Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 49 — ผู้ที่เลือกกลับมา

Share

บทที่ 49 — ผู้ที่เลือกกลับมา

last update publish date: 2026-10-21 12:46:06

ฝาบ่อหินกระแทกพื้นจนแตกออกเป็นสองซีก

สิ่งที่ยกมันขึ้นมาไม่มีมือ

เงาสีเทาทะลักพ้นปากบ่อ พันรอบลำต้นไหวแห้ง แล้วค่อย ๆ ยกส่วนบนขึ้นเหมือนคนที่พยายามจำว่าตนควรยืนอย่างไร

ใบหน้าหลายใบปรากฏสลับกันอยู่ในเงานั้น

ชายชรา เด็กหญิง หญิงสาวที่กำลังร้องไห้

ล้วนเป็นคนซึ่งมันเคยยืมเสียง

โม่หลิงยวนหยุดห่างจากปากบ่อเจ็ดก้าว ขณะที่ม่านอาคมด้านหลังปิดลง เชื่อมแนวหินทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน

ผู้อาวุโสยังยืนอยู่ด้านนอก มองเห็นเขาชัดเจน

“ทางออกด้านตะวันตกพร้อมแล้ว”

หลิงยวนพยักหน้า

เขาไม่ได้สั่งให้ปิดทางเพื่อขังตนเองไว้กับมัน แต่เพื่อบังคับไม่ให้มันหนีตามผู้บาดเจ็บ

ช่องเปิดเล็กด้านตะวันตกอยู่หลังหินใหญ่ เขาเลือกตำแหน่งไว้ก่อนก้าวเข้ามาแล้ว

เงาสีเทาโน้มลง

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางลำตัว

“เจ้าช่วยทุกคนไม่ได้”

หลิงยวนเลื่อนปลายกระบี่ต่ำลง

“คืนนี้ช่วยออกมาแล้วเจ็ดคน”

เงาพุ่งเข้าใส่ทันที

⸻

คมกระบี่ตัดผ่านลำตัวของมัน

ไม่มีเลือด ไม่มีเสียงกระดูกแตก เงาที่แยกออกกลับไหลอ้อมคมเข้าหาข้อมือเขา

หลิงยวนถอนปราณจากใบกระบี่แล้วถอยหนึ่งก้าว

ส่วนที่พุ่งตามมาหยุดชะงัก ก่อนหดกลับไปรวมกับลำต้น

มันตามปราณ

เขากวาดตามองรากไม้ซึ่งพ้นดินขึ้นมาทีละเส้น ตรงปลายรากมีผงสีเทาไหลวนอยู่ แต่ทุกครั้งที่มันเคลื่อนออกไกล ส่วนหนึ่งจะถูกดึงกลับลงบ่อ

มีสิ่งใดยึดมันไว้ข้างล่าง

หลิงยวนยกกระบี่ขึ้นอีกครั้ง แสงสีเงินอมฟ้าสว่างเฉพาะตรงปลายคม

เงาทั้งร่างเอนตาม

เขาขยับไปทางซ้าย มันเคลื่อนตามซ้าย เมื่อเขาหยุด มันก็หยุด

แต่ใต้ปากบ่อมีเส้นหนึ่งไม่ขยับ

หลิงยวนมองตำแหน่งนั้นเพียงครั้งเดียว ก่อนส่งสัญญาณให้ผู้อาวุโสด้านนอก

ตะขอเหล็กซึ่งผูกเชือกไว้ถูกโยนข้ามแนวผนึก ลงเกี่ยวขอบฝาบ่อที่แตกอยู่

คนด้านนอกออกแรงดึง

แผ่นหินครูดผ่านพื้น เปิดให้เห็นช่องลึกกว่าเดิม

เงาสีเทาพลันหันกลับ

หลิงยวนแทงกระบี่ลงตรงหน้ามัน แสงสว่างวาบล่อให้ส่วนบนกระโจนเข้าหา ขณะเดียวกันเขาหมุนข้อมือ ปล่อยแสงนั้นหลุดจากคมไปติดบนแผ่นหินอีกด้าน

เงากระแทกตามไป

เสียงครูดดังขึ้นใต้บ่อ

บางสิ่งถูกดึงตึงจนพ้นความมืด

เป็นระฆังดินเผาใบเล็ก ไม่มีลวดลาย แขวนกลับหัวอยู่ใต้รากใหญ่

ด้านในมีลูกระฆังสีเทาเข้มเท่าข้อนิ้ว

มันขยับเอง แม้ตัวระฆังจะอยู่นิ่ง

⸻

ที่สำนักชิงเสวียน เสียงเคาะดังจากกล่องปิดผนึกสามครั้งติดกัน

หลินเยว่ซีวางพู่กันทันที

นางอยู่หลังเส้นกั้นกับสวี่ฉางเกิง มีเจ้าสำนักยืนใกล้โต๊ะตรวจของกลาง ส่วนอาจารย์ฉินเฝ้าดูอาการศิษย์ผู้เคยสัมผัสระฆังอยู่ในเรือนข้างกัน

เสียงเคาะดังอีกครั้ง

สายรัดสีแดงบนฝากล่องขยับ

“ทุกคนออกจากเรือนนี้” เจ้าสำนักสั่ง

เยว่ซีถอยตามสวี่ฉางเกิง แต่ก่อนพ้นประตู นางเห็นปลายสายรัดด้านหนึ่งถูกดึงหายเข้าไปในรอยต่อ

กล่องไม่ได้ถูกดันให้เปิดจากด้านใน

มีบางสิ่งกำลังลากผ้าเข้าไป

“อย่าจับสายเจ้าค่ะ!”

ศิษย์ที่ยืนใกล้ที่สุดชักมือกลับทันที

เส้นสีเทาบางเท่าใยแมงมุมลอดตามเนื้อผ้าออกมา ปลายมันชูขึ้นราวกับกำลังคลำหาอะไรสักอย่าง

เจ้าสำนักยกนิ้ว ผนึกสีขาวกางครอบโต๊ะทั้งตัว

เส้นนั้นกระแทกผนึกแล้วหดกลับ

สวี่ฉางเกิงสบถเบา ๆ

“ผ้าพาออกมาได้”

เยว่ซีมองช่องส่งของข้างผนัง ที่นั่นมีภาชนะเคลือบสำหรับแช่ชิ้นโลหะ และแผ่นกระเบื้องเรียบซึ่งใช้รองเตา

“ท่านสวี่ ภาชนะใบนั้นไม่มีสายรัด”

ช่างเฒ่าหันตาม ก่อนเข้าใจทันที

ทั้งสองช่วยกันเลื่อนภาชนะมาตรงธรณีประตู เจ้าสำนักยกกล่องทั้งใบผ่านม่านผนึกลงไป โดยไม่ให้ผู้ใดแตะต้อง

สวี่ฉางเกิงวางแผ่นกระเบื้องปิดด้านบนแล้วถอย

เสียงเคาะยังดังอยู่ แต่ไม่มีปลายผ้าให้สิ่งนั้นไต่ตามออกมาอีก

เจ้าสำนักเสริมผนึกบนรอยต่อ ก่อนส่งข่าวไปยังแนวป่า

เยว่ซีจดสิ่งที่เห็นลงบนกระดาษ มือยังสั่นอยู่เล็กน้อย

ท้ายรายงาน นางเขียนเพิ่มว่า

กล่องเก็บเสียงได้ แต่กักผงที่รวมตัวแล้วไม่ได้ ต้องครอบทั้งใบอีกชั้น

สวี่ฉางเกิงอ่านแล้วพยักหน้า

“ส่งไป”

นางมองกล่องที่ช่วยตรวจด้วยตนเองก่อนหน้านี้

คราวนี้จุดหมึกสองจุดยังอยู่ แต่สายรัดสีแดงขาดไปแล้ว

⸻

ข่าวมาถึงหลิงยวนขณะที่เงาสีเทาเริ่มแผ่ออกตามพื้น

เขาอ่านเพียงประโยคสำคัญแล้วส่งหยกคืน

“อย่าใช้เชือกแตะระฆังใต้บ่อ”

ผู้อาวุโสซึ่งกำลังเตรียมตะขอหยุดมือ

“จะยกมันขึ้นอย่างไร”

หลิงยวนมองลูกระฆังที่ขยับอยู่ด้านใน

“ไม่ต้องยก”

ระฆังดินเผาเป็นเพียงที่หุ้ม เหมือนกล่องซึ่งชิงเสวียนกำลังพยายามกักมันไว้ หากดึงออกทั้งใบโดยยังไม่หยุดแก่นข้างใน พวกเขาอาจเพียงย้ายปัญหาไปอีกแห่ง

เงาพุ่งมาถึงปลายเท้า

หลิงยวนเหยียบก้อนหินแล้วเปลี่ยนทิศ คมกระบี่กวาดผ่านรากไม้สองเส้นซึ่งยื่นขวางทาง

รากขาด แต่เงายังตามมา

เขาไม่ส่งปราณเพิ่มให้มันกิน เพียงใช้แสงบางช่วงบังคับทิศให้มันถอยห่างจากช่องออก

อีกห้าก้าวก็ถึงปากบ่อ

เงาตรงหน้าพลันแยกออกเป็นรูปร่างคน

หลินจิ้งเหยียนยืนอยู่ตรงนั้น

เสื้อบริเวณอกมีเลือดซึม มือข้างหนึ่งยื่นมาหาเขา

หลิงยวนหยุดไปชั่วลมหายใจ

ใบหน้านั้นเหมือนจริงเกินไป

แม้แต่ท่าทางเอียงไหล่เล็กน้อยก็เหมือนยามอีกฝ่ายสอนกระบี่ให้เขา

“คราวนี้จะให้ใครตายแทนอีก”

ความเย็นจากแผลเก่ากระตุกขึ้นกลางอก

หลิงยวนกดส้นเท้าลงกับพื้น รู้สึกถึงหินที่อยู่ใต้รองเท้า ได้ยินเสียงผู้อาวุโสเรียกจากด้านหลัง

เขายังอยู่ในป่า

ไม่ได้กลับไปอยู่ในคืนนั้น

“ท่านไม่ได้พูดเช่นนี้”

ปลายกระบี่ของเขาทะลวงผ่านภาพตรงหน้า

แสงสีเงินอมฟ้าไม่ได้ฟันเงา แต่ปักลงบนขอบบ่อทั้งสองด้าน กางเป็นแผ่นกั้นระหว่างรากใหญ่กับระฆังดินเผา

ร่างที่มีใบหน้าของหลินจิ้งเหยียนบิดเบี้ยวทันที

มันอ้าปาก แต่ไม่มีเสียงออกมา

ทางที่เชื่อมแก่นกับเงาถูกบีบให้แคบลงแล้ว

“ทวนเหล็ก”

อาวุธธรรมดาถูกส่งผ่านช่องอาคมเข้ามา หลิงยวนรับด้วยมือขวา ปล่อยกระบี่ค้างอยู่ในแนวผนึก

เขาแทงปลายทวนลงไป

ก่อนถึงลูกระฆัง เงาสีเทากลับกระแทกขึ้นจากด้านล่าง

ด้ามทวนสั่นจนฝ่ามือชา

หลิงยวนปล่อยมือทันที ไม่ฝืนรับแรง ทวนถูกเหวี่ยงไปกระแทกหินจนงอ

ผนึกบนปากบ่อเริ่มแตกร้าว

มันยังมีทางรับพลังจากที่อื่น

⸻

เยี่ยจื้อหยวนกำลังตรวจแผนที่เมื่อได้ยินคำถามจากแนวป่า

“ระฆังที่เก็บได้ทั้งหมดอยู่ที่ใด”

เขาไล่นิ้วตามรายการ

หนึ่งใบอยู่ชิงเสวียน สองใบอยู่เรือนเก็บของริมหมู่บ้าน และเศษที่ออกจากลำคอผู้ป่วยอีกสามส่วนอยู่กับเสิ่นซูเหอ

ทั้งหมดถูกผนึกแยกกัน

แต่เพียงกักไว้ยังไม่เท่ากับตัดออกจากต้นทาง

“ส่งเวลามา” เยี่ยจื้อหยวนกล่าว “ข้าจะให้ทุกจุดกั้นมันพร้อมกัน”

เขาไม่ได้เปิดแผ่นทำนายหรือถามเงาบนท้องฟ้า เพียงเรียกผู้ส่งข่าวสองคน ตรวจชื่อผู้รับคำสั่งให้ตรง แล้วส่งข้อความไปตามจุดที่รู้แน่นอน

เสิ่นซูเหอเงยหน้าจากเตียงผู้ป่วย

“คนทั้งเจ็ดไม่มีเส้นที่คอแล้ว ลงมือได้”

อาการของคนสุดท้ายยังน่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่คุกคามเขาตอนนี้คือความอ่อนแรงและบาดแผล ไม่ใช่เงาที่คอยรัดลมหายใจ

เยี่ยจื้อหยวนจึงส่งคำยืนยันกลับป่า

ทุกจุดพร้อม

⸻

หลิงยวนถอยออกจากปากบ่อสามก้าว

เงาสีเทาไหลตามมา มันเลิกใช้ใบหน้าคนแล้ว ส่วนบนแยกเป็นเส้นแหลมจำนวนมาก กระแทกแนวผนึกรอบตัวเขาจนพื้นหินสะเทือน

ผู้อาวุโสด้านนอกยกมือประคองอาคมแทนส่วนที่เริ่มอ่อนแรง

หลิงยวนขยับนิ้วขวาไล่ความชา

แขนซ้ายยังอยู่ข้างลำตัว เขาไม่จำเป็นต้องใช้มัน

ข้างเท้ามีทวนเหล็กเล่มใหม่วางรออยู่แล้ว

แสงบนหยกสื่อสารสว่างหนึ่งครั้ง

เขาถอนปราณที่ใช้ล่อเงากลับทั้งหมด

ความมืดพุ่งเข้ามา

แสงสว่างครั้งที่สอง

ผนึกซึ่งกางคร่อมปากบ่อหดแคบลง บีบทางเชื่อมระหว่างเงากับแก่นจนเหลือเท่าปลายนิ้ว

ครั้งที่สาม

ระฆังทุกแห่งถูกกั้นจากต้นทางพร้อมกัน

เงาทั้งร่างชะงัก

หลิงยวนก้าวผ่านมัน

ทวนเหล็กแทงลงไปตรงกลางระฆังดินเผา

เสียงแตกดังสั้น ๆ

ลูกระฆังสีเทาร่วงกระแทกก้นบ่อ เขาหมุนปลายทวนตามแล้วกดลงอีกครั้ง ใช้น้ำหนักตัวผ่านด้ามแทนการส่งปราณเข้าไป

แก่นแข็งแตกออกใต้ปลายเหล็ก

เงาที่ล้อมอยู่รอบต้นไม้หดวูบ

แรงกระแทกสุดท้ายพุ่งขึ้นจากบ่อ หลิงยวนถอนตัวตามทางที่เตรียมไว้ ขณะที่ผู้อาวุโสด้านตะวันตกเปิดช่องให้พอดี

เขาผ่านพ้นแนวหิน ม่านอาคมก็ปิดตามหลัง

ต้นไหวใหญ่ล้มลงกลางวงผนึก

ระฆังดินเผาบนกิ่งแตกกระจาย แต่ไม่มีเสียงใดเรียกคนเข้าไปอีก

หลิงยวนหยุดยืนอยู่ข้างหินใหญ่ ลมหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย

ผู้อาวุโสยื่นมือมาประคอง เขารับไว้ แล้วนั่งลงตามแรงพยุง

“ตรวจทุกจุดก่อน” เขากล่าว “อย่าเพิ่งเปิดผนึก”

⸻

เกือบหนึ่งชั่วยามต่อมา ข่าวจึงมาครบ

ผงสีเทาที่ชิงเสวียนหยุดเคลื่อนไหว

ระฆังสองใบในหมู่บ้านเงียบสนิท

เศษเยื่อในภาชนะของเสิ่นซูเหอแตกเป็นผงแห้ง และผู้ป่วยทั้งเจ็ดไม่มีอาการถูกดึงกลับไปทางป่าอีก

พวกเขายังคงปิดพื้นที่ไว้จนถึงรุ่งเช้า เก็บเศษทุกชิ้นลงภาชนะ ตรวจดินรอบราก และส่งคนไปยืนยันว่าประตูเขาดับจันทรายังปิดอยู่ตามเดิม

ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเพิ่ม

ก่อนออกจากหมู่บ้าน หลิงยวนเห็นเหลียงอันนั่งอยู่ข้างเตียงพี่ชาย

เชือกที่เคยผูกข้อมือถูกตัดทิ้งแล้ว

เหลียงเฉิงพยายามยกมือแตะรอยช้ำบนคอน้อง แต่เหลียงอันกลับจับมือนั้นไว้เสียก่อน

“ข้ารู้ว่าไม่ใช่พี่”

ชายบนเตียงส่ายหน้า น้ำตาไหลลงอีกครั้ง

“มือข้า…”

“มือพี่ก็ผลักข้าออกจากต้นไม้นั่นด้วย”

เหลียงอันดึงผ้าห่มขึ้นให้

“เรื่องอื่นค่อยพูด ตอนนี้นอนก่อน”

หลิงยวนไม่ได้เดินเข้าไปขัด เขาวางข้อความเรื่องการดูแลต่อไว้กับเสิ่นซูเหอ แล้วออกมารอพาหนะนอกเรือน

เยี่ยจื้อหยวนเดินตามมา

“มันใช้เสียงของผู้ใดกับเจ้า”

หลิงยวนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

“คนที่ข้าคิดถึง”

อีกฝ่ายไม่ถามต่อ

⸻

หลินเยว่ซีเห็นเขากลับมาช่วงบ่ายของวันถัดไป

นางกำลังยกถาดชิ้นส่วนออกจากโรงช่าง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบชายชุดขาวยืนอยู่ตรงปลายทางเดิน

ชายเสื้อมีรอยดิน กระบี่ถูกเช็ดสะอาดแล้ว ใบหน้าซีดกว่าตอนจากไปเล็กน้อย แต่เขายังเดินด้วยตนเอง

เยว่ซีวางถาดลงก่อนเข้าไปหา

นางมองแขนซ้าย มองมือขวา แล้วเงยหน้าขึ้น

“ตรวจอาการหรือยังเจ้าคะ”

“เสิ่นซูเหอตรวจแล้ว ต้องพัก”

“เช่นนั้นนั่งก่อน”

หลิงยวนยอมนั่งบนม้านั่งข้างโรงช่างอย่างว่าง่าย

เยว่ซีนั่งลงข้างเขา เว้นช่องเพียงเล็กน้อย

“กล่องใช้ไม่ได้ทั้งหมด” นางกล่าวก่อน “ข้าตรวจรอยต่อ แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะไต่ตามสายผ้าออกมาได้”

“ตอนส่งมา เรายังไม่รู้ว่ามันทำเช่นนั้นได้”

“คราวหน้าข้าจะเปลี่ยนส่วนที่ยื่นออกไป”

เขาหยิบกระดาษพับจากเสื้อออกมา วางบนฝ่ามือนาง

เป็นข้อความที่นางส่งไปกับถุงยา

“กล่องใช้ได้” เขากล่าว “คนที่ขนมันไม่ต้องฟังเสียงระฆังตลอดทาง”

เยว่ซีมองจุดหมึกซึ่งเปื้อนอยู่ตรงมุมกระดาษ ก่อนค่อย ๆ พับเก็บ

“ข้านึกว่าท่านจะตอบเพียงว่าใช้ได้ แล้วเดินไปนอน”

“เจ้าบอกให้กลับมาบอก”

นางเงยหน้ามองเขา

หลิงยวนก็หันมาพอดี

ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีเสียงตะไบจากโรงช่าง ไม่มีคนเดินผ่านอยู่ในความสนใจของนาง เหลือเพียงใบหน้าที่เฝ้ารอจะเห็นตั้งแต่เมื่อคืน

“ข้าเป็นห่วง” นางพูดเบา ๆ

“ข้ารู้”

“รู้แล้วยังจะยิ้มอีก”

มุมปากเขาขยับขึ้นเล็กน้อย

เยว่ซีจึงจับมือขวาของเขามาวางระหว่างทั้งสอง ตรวจดูรอยแดงบนฝ่ามืออย่างระมัดระวัง

หลิงยวนปล่อยให้นางดูจนพอใจ แล้วจึงพลิกมือกุมนิ้วนางไว้

“มันใช้เสียงท่านพ่อเจ้า”

เยว่ซีนิ่งไป

เขาไม่ได้หลบตา

“ใช้ใบหน้าด้วย”

นางมองรอยเหนื่อยล้าบนใบหน้าเขา ก่อนขยับเข้าไปใกล้อีกนิด

“ท่านคงคิดถึงท่านพ่อมาก”

หลิงยวนไม่ได้ตอบทันที

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงพยักหน้า

เยว่ซีบีบมือเขาเบา ๆ

นางไม่บอกให้เขาลืม และไม่ถามว่าเหตุใดยังเจ็บอยู่หลังผ่านมาถึงสิบสามปี

บางเรื่องนางเองก็เพิ่งเริ่มเรียนรู้ว่าจะอยู่กับมันอย่างไร

“คราวหน้าเราไปหลินอันกันอีกนะเจ้าคะ”

“ได้”

“ไปนั่งเฉย ๆ ก็พอ”

“เล่นหมากด้วยหรือไม่”

เยว่ซีหันมองเขาทันที

“ท่านจะยอมให้ข้าสามตาเหมือนเดิมหรือ”

“สอง”

“เพิ่งกลับมาก็ต่อรองแล้ว”

หลิงยวนหัวเราะเบามาก แต่นางได้ยิน

⸻

เย็นนั้น หลังหลิงยวนกลับไปพัก เยว่ซีจึงนำกระดาษของตนเก็บไว้ในห้อง

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนนางจุดตะเกียง

ศิษย์จากหอวินัยยืนรออยู่ด้านนอก ในมือถือซองเอกสารปิดตรา

“หนังสือแจ้งจากการไต่สวนขอรับ”

เยว่ซีรับมาเปิดอ่าน

วันไต่สวนคดีของเผยเหวินซูกับลั่วชิงเหยาถูกกำหนดแล้ว

ท้ายกระดาษมีข้อความแจ้งเพิ่มเติม ลั่วชิงเหยาส่งคำให้การใหม่ ยอมรับว่าเป็นผู้เปิดทางให้เผยเหวินซูเข้าถึงบัญชีสิ่งของจากหลินอัน และขอให้บันทึกการกระทำของตนแยกจากคำสั่งของเขาอย่างชัดเจน

ใต้ข้อความนั้นมีอีกบรรทัดหนึ่ง

ผู้ให้การประสงค์ขอพบหลินเยว่ซีต่อหน้าผู้คุม ก่อนวันไต่สวน ทั้งนี้ผู้ถูกขอพบมีสิทธิ์ปฏิเสธ

เยว่ซีอ่านจนจบแล้ววางกระดาษลง

“ข้าขออ่านคำให้การส่วนที่เกี่ยวกับข้าก่อนเจ้าค่ะ”

ศิษย์หอวินัยพยักหน้า

“ข้าจะนำเรื่องไปแจ้ง”

เมื่อประตูปิด นางจึงจุดตะเกียง

บนโต๊ะมีทั้งจดหมายของคนที่กลับมารักษาคำพูด และคำขอพบจากคนที่เคยช่วยวางกับดักให้นาง

เยว่ซีเลื่อนเอกสารจากหอวินัยเข้าหาแสง

คราวนี้นางจะอ่านทุกบรรทัดก่อนตัดสินใจว่า จะเปิดประตูให้ใคร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 54 — ชื่อที่เกือบเรียกออกมา

    ระหว่างทางเดินผ่านลานฝึก“อายุสิบปี ข้าฝึกกระบี่จนหักไปเจ็ดเล่มแล้ว”เสียงจากลานด้านล่างทำให้หลินเยว่ซีหยุดเท้าศิษย์หนุ่มผู้หนึ่งกำลังยกกระบี่ไม้ขึ้นอวดเพื่อน อีกสองคนยืนฟังด้วยสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งเบื่อ ขณะที่คนพูดยังเล่าต่อว่าตนเคยประลองชนะใครบ้างเยว่ซีเผลอหันไปทางซ้ายคำพูดเกือบหลุดจากปากเจ้าว่าคราวนี้เป็นเพราะกระบี่ราคาถูกอีกหรือไม่แต่ข้างกายนางมีเพียงราวระเบียงไม่มีหญิงสาวที่ยืนกลั้นหัวเราะแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ด้วยกันลมเช้าพัดชายแขนเสื้อผ่านหลังมือ เยว่ซีค่อย ๆ หันกลับมา มองศิษย์กลุ่มนั้นเดินลงจากลานจนลับสายตาวันแรกที่มาถึงชิงเสวียน นางเองก็เคยยืนฟังใครบางคนโอ้อวดเช่นนี้แล้วเสี่ยวถังก็กระซิบเรื่องกระบี่ราคาถูกทั้งสองหัวเราะจนคนด้านหน้าหันมอง ก่อนพร้อมใจกันแหงนหน้าดูฟ้าราวกับไม่เคยได้ยินอะไรตอนนั้นทุกอย่างยังง่ายนักนางยังไม่ต้องคิดว่าคำใดจริง มือที่ยื่นมาจะพาไปที่ใด และคนที่เรียกว่าเพื่อนกำลังปิดบังอะไรไว้บ้าง“เยว่ซี”นางหันตามเสียงโม่หลิงยวนยืนอยู่ตรงหัวบันได ในมือถือสมุดปกเทาสองเล่ม เขามองเลยไปยังทางเดินว่างข้างนาง ก่อนกลับมาสบตา“เจ้ารอใครอยู่หรือ”เยว่ซีส่ายหน้า แล

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 52 — พลังที่ตอบรับ

    เถาวัลย์พุ่งผ่านข้างแก้มหลินเยว่ซี ก่อนรัดข้อมือหุ่นไม้ที่ฟาดลงมาไว้ได้พอดีเสียงไม้กระแทกกันดังลั่นนางย่อตัวลอดใต้แขนหุ่น หมุนกระบี่ฟันผ้าแดงตรงเอว แล้วรีบถอยก่อนหุ่นอีกตัวจะเข้าถึงช้าไปก้าวเดียวกระบองไม้กวาดต่ำเข้าหาขาเยว่ซีกระโดดหลบ ปลายเท้าเฉี่ยวกระบองจนเสียหลัก เถาวัลย์ซึ่งรัดหุ่นตัวแรกพลันตึง กระชากแขนนางกลับไปด้วยแทนที่จะฝืนดึง นางปล่อยปราณออกจากเถาวัลย์ทันทีมือว่างกดลงบนพื้นยอดเถาอีกเส้นเลื้อยจากกระถางข้างเสา พันรอบหลักไม้ที่ฝังไว้ เยว่ซีคว้ามันแล้วเหวี่ยงตัวพ้นแนวกระบอง ก่อนลงเท้าบนพื้นห่างออกไปสองก้าวเสียงกลไกหยุดลง“สองผืน”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างคันควบคุม มองผ้าแดงในมือนาง“แต่มีหุ่นสามตัว”เยว่ซีหอบจนไหล่ขยับ“ตัวที่สามไม่มีผ้า”“เจ้ามองเห็นเมื่อใด”“ตอนมันไล่ตีข้าเป็นรอบที่สอง”เขาปล่อยคันควบคุม“ถ้าเช่นนั้นวันนี้เจ้าไม่เสียแรงสู้กับสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้ว”เยว่ซีก้มมองเถาวัลย์ซึ่งคลายตัวลงข้างเท้าสิบวันก่อน นางยังทำได้เพียงเร่งต้นถั่วจนเกือบถอนมันทั้งรากตอนนี้นางควบคุมเถาวัลย์ที่มีรากอยู่แล้วได้ไกลสามวา รั้งของหนักกว่าตัวเองได้ชั่วครู่ และปล่อยพันธะก่อนแรงสะท้อนจะย

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 51 — กระบี่ที่นางเลือกถือ

    “หากผนึกปราณข้าไปตลอดชีวิต พวกท่านก็จะสูญเสียผู้ที่อ่านแผนผังของเซี่ยจิ้งเหิงได้”เผยเหวินซูเอ่ยขึ้นก่อนผู้คุมจะพาเขาออกจากหอคำวินิจฉัยเพิ่งถูกอ่านจบริบทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดและนำทรัพย์ส่วนตัวชดใช้ กักขังตลอดชีวิตภายใต้ผนึกปราณ ห้ามติดต่อผู้เสียหายและผู้ร่วมคดีโดยพลการ ความร่วมมือในการตามหาผู้ถูกกักขังถูกนำมาพิจารณาแล้ว แต่ไม่อาจลบความผิดที่เขาวางแผนและลงมือซ้ำหลายครั้งเผยเหวินซูไม่ได้มองผู้ตัดสินเขามองโม่หลิงยวน“เจ้ากำลังหาทางถอนตัวจากผนึกของนาง มิใช่หรือ”เสียงขยับเก้าอี้เงียบลงเยว่ซีรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่หันมา แต่หลิงยวนยังนั่งอยู่ที่เดิม“เรื่องรักษาของนางไม่อยู่ในข้อวินิจฉัยวันนี้”“แต่ข้าช่วยได้”“เจ้าส่งสิ่งที่รู้ให้ผู้คุมได้ พวกเขาจะนำไปตรวจ”“แล้วข้าจะได้อะไร”หลิงยวนลุกขึ้นเขาไม่ได้เดินเข้าหาเผยเหวินซู เพียงรับเสื้อคลุมจากพนักเก้าอี้แล้วหันไปทางประตู“คำวินิจฉัยอ่านจบแล้ว”ครั้งนี้ความเงียบไม่ได้เกิดจากความลังเลเผยเหวินซูเพิ่งพบว่าไม่มีใครกำลังรอฟังราคาที่เขาจะเรียกอีก“เยว่ซี!”นางหยุดอยู่ข้างยายหวัง“เจ้าไม่อยากให้เขาหายหรือ”เยว่ซีหันกลับไป“หากท่านมีวิธีรัก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 50 — ชื่อที่ต้องรับผิด

    หลินเยว่ซีอ่านคำให้การของลั่วชิงเหยาจบในเช้าวันถัดมานางไม่ได้เริ่มจากหน้าที่กล่าวถึงตนเอง แต่เริ่มจากรายชื่อคนที่ถูกส่งผ่านด่านด้วยป้ายสกุลลั่วหญิงสองคนซึ่งเพิ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาจากเหมืองอยู่ในนั้นข้างชื่อมีข้อความที่ผู้สอบสวนเขียนกำกับไว้ว่า คนหนึ่งเดินเองไม่ได้ อีกคนยังสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงล้อเกวียนเยว่ซีวางนิ้วลงตรงบรรทัดนั้น ก่อนพลิกหน้าต่อเรื่องบัญชีหลินอัน สมุดที่ถูกแทรกไว้ในกองหนังสือ และการนำเอกสารของบิดาออกจากหีบ ลั่วชิงเหยารับว่าเป็นผู้ลงมือ นางไม่ได้อ้างว่าเผยเหวินซูจับมือนางทำทว่ายังมีประโยคหนึ่งที่เยว่ซีขีดเส้นใต้ข้าคิดว่าเขาเพียงต้องการพาคนเหล่านั้นไปไว้ในที่ซึ่งไม่มีใครตามพบนางมองประโยคนี้อยู่นานแล้วจึงเขียนคำถามลงบนกระดาษอีกแผ่นเหตุใดคนเหล่านั้นจึงต้องถูกซ่อน⸻โม่หลิงยวนนั่งอยู่ใต้ชายคาเมื่อเยว่ซีเดินไปถึงข้างมือเขามีถ้วยยาเปล่า หนังสือเปิดอยู่บนตัก แต่ยังไม่ได้พลิกหน้านางมองถ้วยยาก่อนอย่างเคย“วันนี้ไม่ต้องให้ข้าเตือนแล้วหรือเจ้าคะ”“อาจารย์ฉินมาเตือนก่อนเจ้า”“ท่านคงพูดมากกว่าข้า”“มาก”เยว่ซีหลุดยิ้ม ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกันนางเล่าเรื่องคำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 49 — ผู้ที่เลือกกลับมา

    ฝาบ่อหินกระแทกพื้นจนแตกออกเป็นสองซีกสิ่งที่ยกมันขึ้นมาไม่มีมือเงาสีเทาทะลักพ้นปากบ่อ พันรอบลำต้นไหวแห้ง แล้วค่อย ๆ ยกส่วนบนขึ้นเหมือนคนที่พยายามจำว่าตนควรยืนอย่างไรใบหน้าหลายใบปรากฏสลับกันอยู่ในเงานั้นชายชรา เด็กหญิง หญิงสาวที่กำลังร้องไห้ล้วนเป็นคนซึ่งมันเคยยืมเสียงโม่หลิงยวนหยุดห่างจากปากบ่อเจ็ดก้าว ขณะที่ม่านอาคมด้านหลังปิดลง เชื่อมแนวหินทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันผู้อาวุโสยังยืนอยู่ด้านนอก มองเห็นเขาชัดเจน“ทางออกด้านตะวันตกพร้อมแล้ว”หลิงยวนพยักหน้าเขาไม่ได้สั่งให้ปิดทางเพื่อขังตนเองไว้กับมัน แต่เพื่อบังคับไม่ให้มันหนีตามผู้บาดเจ็บช่องเปิดเล็กด้านตะวันตกอยู่หลังหินใหญ่ เขาเลือกตำแหน่งไว้ก่อนก้าวเข้ามาแล้วเงาสีเทาโน้มลงเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางลำตัว“เจ้าช่วยทุกคนไม่ได้”หลิงยวนเลื่อนปลายกระบี่ต่ำลง“คืนนี้ช่วยออกมาแล้วเจ็ดคน”เงาพุ่งเข้าใส่ทันที⸻คมกระบี่ตัดผ่านลำตัวของมันไม่มีเลือด ไม่มีเสียงกระดูกแตก เงาที่แยกออกกลับไหลอ้อมคมเข้าหาข้อมือเขาหลิงยวนถอนปราณจากใบกระบี่แล้วถอยหนึ่งก้าวส่วนที่พุ่งตามมาหยุดชะงัก ก่อนหดกลับไปรวมกับลำต้นมันตามปราณเขากวาดตามองรากไม้ซึ่งพ้นดินข

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 48 — คนที่ยังอยู่ใต้เสียงระฆัง

    ปลายพู่กันในมือเหลียงเฉิงสั่นจนหมึกหยดลงบนกระดาษใต้ต้นไม้ที่เขาวาดมีช่องดำอยู่ช่องหนึ่ง รากใหญ่พาดข้ามปากทาง คล้ายกรงเล็บที่กดพื้นดินเอาไว้โม่หลิงยวนเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“ทางเข้าอยู่ใต้รากหรือ”เหลียงเฉิงพยักหน้า ก่อนรีบเขียนเพิ่มอย่าเรียกชื่อคนข้างในมือของเขาหยุดกระตุกทันทีที่เขียนจบเสิ่นซูเหอประคองข้อมือไว้ ไม่ให้ปลายพู่กันแทงถูกใบหน้า ขณะเดียวกันเส้นสีเทาใต้ลำคอก็ขึงตึงขึ้นอีกครั้งเสียงระฆังเบาหวิวลอดออกมาจากริมฝีปากที่ปิดแน่นหลิงยวนวางสองนิ้วลงบนขอบเตียง ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่เป็นม่านบางระหว่างผู้ป่วยกับคนในห้อง เสียงนั้นจึงเบาลงจนแทบไม่ได้ยินเหลียงเฉิงหอบ น้ำตาไหลผ่านหางตา“ไม่ต้องฝืนเขียนแล้ว” เสิ่นซูเหอกล่าวแต่ชายบนเตียงกลับจับแขนเสื้อนางไว้เขาชี้ภาพต้นไม้ ชูนิ้วเจ็ดนิ้ว แล้วชี้ตนเอง ก่อนชูสามนิ้วเยี่ยจื้อหยวนซึ่งยืนอยู่ปลายเตียงขยับเข้ามา“เข้าไปเจ็ดคน กลับออกมาสามคน?”เหลียงเฉิงพยักหน้าแรงยังมีอีกสี่คนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น⸻แผนที่สองหมู่บ้านถูกคลี่บนโต๊ะนอกเรือนทางเดินไปป่ามีสามสาย สองสายผ่านลำธาร อีกสายต้องอ้อมเนินหินซึ่งไม่มีผู้ใดใช้มาหลายปีเมื่อเทียบภาพวาดกับคำบอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status