Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 55 — ครั้งนี้ข้าจะบอกก่อน

Share

บทที่ 55 — ครั้งนี้ข้าจะบอกก่อน

last update Tanggal publikasi: 2026-10-22 12:00:02

เสี่ยวถังลุกขึ้นทันทีที่หลินเยว่ซีก้าวเข้าห้อง

ขาเก้าอี้ครูดพื้นเสียงสั้น

ทั้งสองมองหน้ากันข้ามโต๊ะ ไม่มีใครกล่าวคำทักทายอยู่ชั่วขณะ

เยว่ซีเคยคิดว่าตนจำใบหน้าของเพื่อนได้ดี แต่เมื่อพบกันจริงกลับสังเกตเห็นหลายอย่างที่ไม่เคยมองมาก่อน รอยแตกตรงข้อนิ้ว ชายแขนเสื้อที่พับไม่เท่ากัน และท่าทางซึ่งคล้ายเตรียมจะถอยให้พ้นทางอยู่ตลอดเวลา

เสี่ยวถังขยับริมฝีปาก

“เยว่ซี…”

นางหยุดเพียงเท่านั้น

เยว่ซีเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออก

“ข้ามาฟังเรื่องใบรับงาน”

“ได้”

เสี่ยวถังนั่งลงตามเดิม มือทั้งสองวางบนเข่า

โม่หลิงยวนยืนอยู่ปลายโต๊ะ ข้างเขามีหัวหน้าผู้คุมและศิษย์หญิงผู้ดูแลเสี่ยวถัง ไม่มีห่วงผนึกหรือโซ่วางเตรียมไว้ มีเพียงกระดาษ พู่กัน และกล่องใส่หลักฐานสามใบ

หลิงยวนเปิดกล่องแรก

ด้านในเป็นป้ายประจำตัวซึ่งยังผูกตราหอวินัย

“ป้ายของเจ้าถูกเก็บอยู่ที่นี่ตลอด ตรวจตราและสมุดเปิดคลังแล้ว ไม่มีร่องรอยถูกนำออก”

ไหล่เสี่ยวถังผ่อนลงเล็กน้อย

เขาเปิดกล่องที่สอง

ใบรับงานวางอยู่ใต้แผ่นไม้บาง ขอบกระดาษยับและมีคราบน้ำ

“เล่าว่าเจ้าพบสิ่งนี้อย่างไร”

เสี่ยวถังมองกระดาษ ก่อนเริ่มพูด

“เมื่อวานข้าคัดผ้าที่โรงซัก ใบนี้ติดอยู่ระหว่างก้นตะกร้ากับผ้ารอง ข้าคิดว่าเป็นรายการของที่ส่งมา จึงหยิบให้ผู้ดูแล แต่เห็นหมายเลขป้ายตนเองก่อน”

“มีใครอยู่ใกล้เจ้าบ้าง”

นางบอกชื่อคนสามคน ระบุตำแหน่งที่แต่ละคนทำงาน แล้วหยุดเมื่อถึงช่วงหนึ่ง

หลิงยวนรอ

เสี่ยวถังบีบมือบนเข่า

“ก่อนเรียกผู้ดูแล ข้าซ่อนกระดาษไว้ในแขนเสื้อครู่หนึ่ง”

ผู้จดบันทึกเงยหน้าขึ้น

เยว่ซีมองนางเช่นกัน

“เพราะเหตุใด” หลิงยวนถาม

“ข้ากลัวว่าพอเห็นหมายเลข ทุกคนจะคิดว่าข้าทำ”

คำตอบเบา แต่ชัด

“แล้วอะไรทำให้เจ้านำออกมา”

เสี่ยวถังเหลือบมองเยว่ซีเพียงครั้งเดียว ก่อนหันกลับไปหาผู้ถาม

“ถ้าข้าเก็บไว้ คนที่ใช้ชื่อข้าก็ยังนำของออกไปได้ ข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร จึงไม่ควรตัดสินเองอีก”

ปลายพู่กันเคลื่อนต่อ

เยว่ซีไม่ได้พูดอะไร

นางจำได้ว่าครั้งก่อนเสี่ยวถังเคยมีความกลัวอยู่ในแววตาเช่นนี้ แต่ตอนนั้นสิ่งที่ตามมาคือคำปิดบัง

วันนี้อีกฝ่ายยอมให้บันทึกแม้กระทั่งช่วงเวลาที่ตนเกือบทำผิดซ้ำ

⸻

หลิงยวนเลื่อนภาพป้ายปลอมสองใบจากโรงเก็บของมาเคียงกับใบรับงาน

“หมายเลขของเจ้าปรากฏในช่องผู้รับของ แต่ลายมือไม่ตรงกับใบที่เจ้าเคยเขียน”

เสี่ยวถังก้มดู

“ข้าไม่ได้เขียนเจ้าค่ะ”

“มีผู้ใดเคยถือป้ายของเจ้าก่อนถูกยึดหรือไม่”

นางนิ่งไป

ความเงียบคราวนี้ทำให้เยว่ซีรู้สึกเย็นตรงปลายนิ้ว

เสี่ยวถังสูดลมหายใจ

“มี คนที่ใช้เรื่องพี่ชายมาบังคับข้า ข้าเคยให้ป้ายเขาไปหนึ่งคืน เรื่องนี้อยู่ในคำให้การเดิม”

หัวหน้าผู้คุมเปิดสำนวนที่เตรียมมาแล้ว พยักหน้ายืนยัน

“เขาบอกว่าจะใช้ผ่านด่านไปส่งข่าว ข้าคืนป้ายให้หอวินัยหลังจากนั้น ไม่เคยให้ใครอีก”

“เจ้าจำคนผู้นั้นได้หรือไม่”

“ใบหน้าเห็นไม่ชัด เขาสวมหมวก แต่หลังมือซ้ายมีแผลไฟลวก นิ้วชี้เหยียดไม่สุด”

หลิงยวนให้ผู้จดวาดตำแหน่งแผลตามคำบอก ก่อนถามถึงส่วนอื่น

เสี่ยวถังตอบเท่าที่จำได้ เรื่องใดไม่แน่ใจก็หยุดคิดแล้วบอกตรง ๆ

เยว่ซีฟังจนจบ จึงเลื่อนสำเนาใบรับงานเข้าใกล้

“บรรทัดนี้เขียนว่าให้รับผ้าที่โรงซัก แล้วนำกลับไปเอาเครื่องนอนจากเรือนเหนือ ใช่หรือไม่”

ผู้ดูแลโรงซักพยักหน้า

“เป็นเส้นทางปกติของรถรับผ้า”

“แต่ใบนี้ไม่มีจำนวนผ้า”

“คนขนจะเติมหลังนับของ”

เยว่ซีมองช่องว่างนั้น

“ถ้าเช่นนั้นคนถือใบนี้ยังใช้มันรับของได้วันนี้ ตราบใดที่ไม่มีใครบอกว่าถูกยกเลิก”

หลิงยวนเปิดกล่องใบสุดท้าย

ข้างในเป็นใบรับงานอีกครึ่งหนึ่ง มีรอยฉีกตามแนวเดียวกับกระดาษของเสี่ยวถัง

“โรงซักเก็บส่วนต้นไว้ ผู้มารับถือส่วนปลาย เมื่อนำมาประกบกันจึงจ่ายของ”

เขาวางสำเนารอยฉีกลงบนโต๊ะ

“ส่วนที่เสี่ยวถังพบเป็นของโรงซัก ส่วนที่คนรับถือยังไม่ปรากฏ”

ศิษย์หญิงผู้ดูแลขมวดคิ้ว

“เมื่อวานเรารอจนปิดโรงซักแล้ว ไม่มีใครมา”

“เพราะของจากเรือนเหนือถูกระงับ” หลิงยวนตอบ “คนผู้นั้นอาจรอให้เปิดรับงานใหม่”

เยว่ซีเงยหน้าขึ้น

“หรือกำลังจะมาเอากระดาษคืน”

หลิงยวนสบตานาง

“ข้าส่งคนเฝ้าไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดี

ศิษย์หอวินัยเข้ามารายงานว่า มีชายจากโรงรับซักภายนอกสองคนมาถึงประตูตะวันตก ขอรับใบงานที่ตกค้างและคืนตะกร้า

เสี่ยวถังหันขวับ

หลิงยวนถามทันที

“ให้เข้ามาหรือยัง”

“ตรวจอาวุธแล้ว ให้รออยู่เรือนรับของตามคำสั่งขอรับ”

เขาปิดกล่องหลักฐาน

“แยกคนขับรถไว้สอบถาม อย่าให้ทั้งสองรู้ว่าเราเรียกใครมาดู”

⸻

เสี่ยวถังหยุดเดินเมื่อเห็นทางแยกไปเรือนรับของ

เยว่ซีซึ่งอยู่ข้างหน้าหันกลับมา

อีกฝ่ายกำลังมองศิษย์หญิงผู้ดูแล ใบหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

“ข้ามีเรื่องต้องแจ้ง”

ทุกคนหยุด

เสี่ยวถังไม่ได้ขยับเข้าหาเยว่ซี นางพูดกับผู้ดูแลโดยตรง

“พี่ชายข้าต้องไปตรวจแผลที่โรงยาด้านนอกวันนี้ หากคนที่มาคือคนเดิม…”

เสียงขาดไปชั่วครู่

เยว่ซีเห็นมือของนางเริ่มสั่น

หลิงยวนถามชื่อโรงยาและเวลานัด เมื่อได้คำตอบก็เรียกศิษย์คนหนึ่งมาสั่งการ

“ไปพร้อมผู้คุ้มกันอีกคน ตรวจว่าเขาไปถึงหรือยัง หากอยู่ที่นั่นให้เจ้าหน้าที่โรงยารับรองตัว แล้วพากลับทางประตูหลัก ห้ามรับข้อความจากคนกลาง”

ศิษย์รับคำแล้วรีบออกไป

เสี่ยวถังมองตาม ก่อนก้มศีรษะ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

หลิงยวนหันกลับมา

“เจ้ายังต้องการไปชี้ตัวหรือไม่ ผู้ดูแลพาเจ้ากลับได้”

นางกัดริมฝีปาก แล้วค่อย ๆ คลายออก

“ข้าจะไป แต่ขออยู่หลังฉาก”

“ได้”

เยว่ซีเดินต่อเมื่อทุกคนพร้อม

ผ่านไปหลายก้าวจึงได้ยินเสียงเสี่ยวถังเอ่ยเบา ๆ ข้างหลัง

“ครั้งก่อนข้าควรบอกเรื่องพี่ชายตั้งแต่แรก”

เยว่ซีชะลอเท้า แต่ไม่ได้หันกลับ

“ครั้งนี้เจ้าบอกแล้ว ไปดูคนผู้นั้นก่อนเถิด”

เสี่ยวถังไม่พูดต่อ

เสียงฝีเท้าสองคู่เคลื่อนไปตามระเบียง โดยมีผู้ดูแลเดินอยู่ระหว่างทั้งสอง

⸻

เรือนรับของเป็นอาคารชั้นเดียวติดลานรถ

หลิงยวนให้เยว่ซีกับเสี่ยวถังอยู่ห้องด้านข้าง มีช่องฉลุเหนือชั้นไม้ซึ่งมองเห็นโต๊ะรับงานได้ ผู้ดูแลยืนตรงประตู ส่วนศิษย์หอวินัยกระจายอยู่ตามทางออกในชุดทำงานธรรมดา

เยว่ซีไม่ได้รับหน้าที่จับคน

นางมาเพื่อเทียบป้ายที่เห็นเมื่อวาน และหลิงยวนบอกชัดเจนว่าหากเกิดเหตุ ให้ถอยเข้าห้องชั้นใน

เสียงผู้ดูแลรับของดังขึ้นจากอีกฝั่ง

“วางใบรับไว้บนโต๊ะ”

ชายคนหนึ่งตอบอย่างหงุดหงิด

“ข้ามารับกระดาษคืน ไม่ได้มาขนของแล้ว คนของพวกท่านเป็นผู้ยกเลิกงานเอง”

เยว่ซีมองผ่านช่องฉลุ

ชายชุดเทาสวมหมวกผ้าหยาบ ยืนอยู่หน้าโต๊ะโดยซ่อนมือซ้ายไว้ในแขนเสื้อ

เสี่ยวถังขยับเข้าใกล้ช่องมองอีกนิด

“อาจเป็นเขา” นางกระซิบ “แต่ขอตรวจมือก่อน”

ผู้ดูแลส่งสัญญาณผ่านช่องด้านล่าง

ด้านนอก เจ้าหน้าที่เลื่อนตะกร้าใบหนึ่งไปทางชายชุดเทา

“เช่นนั้นตรวจว่าตะกร้านี้เป็นของโรงท่านหรือไม่ ขอบมันแตก เราต้องลงรายการก่อนคืน”

ชายผู้นั้นใช้มือขวายกตะกร้า

ขอบหวายเกี่ยวแขนเสื้อ เขาจึงดึงมือซ้ายออกมาปลดอย่างรำคาญ

รอยแผลสีซีดพาดผ่านหลังมือ

นิ้วชี้งอค้างเล็กน้อย

เสี่ยวถังถอยจากช่องฉลุ

“ใช่ คนนี้”

ผู้ดูแลถามย้ำเพียงครั้งเดียว

นางพยักหน้า

“ข้าจำแผลกับนิ้วเขาได้”

สัญญาณถูกส่งออกไปทันที

เจ้าหน้าที่หน้าโต๊ะยังพูดด้วยน้ำเสียงเดิม

“ขอดูครึ่งใบรับงานของท่านก่อน หากรอยฉีกตรงกัน ข้าจะนำส่วนของโรงซักมาให้”

ชายชุดเทาล้วงกระดาษออกมา

ขณะก้มลงวาง สายตาเขากลับหยุดที่ใต้โต๊ะ

เจ้าหน้าที่ผู้รับงานสวมรองเท้าของหอวินัย

เขาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

แล้วกระแทกตะกร้าใส่อีกฝ่าย!

เจ้าหน้าที่หลบทัน มือคว้าข้อมือขวาที่กำกระดาษไว้ แต่ชายชุดเทาหมุนตัวกระชากหลุด ทิ้งกระดาษครึ่งใบลงในเตาถ่านข้างผนัง

พร้อมกันนั้น มือซ้ายก็ปัดถุงผงขาวเข้าหาหน้าเจ้าหน้าที่

“ถอยจากเตา!”

เสียงหลิงยวนดังขึ้น

แสงสีเงินอมฟ้าตัดผ่านชายแขนเสื้อของคนร้าย ตรึงผ้ากับเสาประตู ก่อนเจ้าตัวจะสะบัดหลุดแล้วพุ่งไปทางหน้าต่าง

กระบี่ยังไม่ทันออกจากฝักเต็มเล่ม หลิงยวนก็ก้าวขวางถึงตัวเขาแล้ว

สันฝักกระแทกข้อพับแขน

เสียงร้องดังขึ้นตามด้วยร่างที่ถูกกดคว่ำลงบนโต๊ะ

ศิษย์หอวินัยเข้ารวบข้อมือทั้งสองทันที

ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

แต่กระดาษในเตาถ่านเริ่มติดไฟแล้ว

เยว่ซีมองเห็นจากประตูห้องด้านข้าง

นางไม่วิ่งเข้าไปหาเตา

อ่างน้ำล้างมืออยู่ห่างเพียงสองก้าว นางแตะขอบอ่าง ดึงน้ำออกมาสายหนึ่งแล้วส่งตรงไปยังเตาถ่าน

น้ำกระแทกขอบเตาแตกกระเซ็น

ส่วนหนึ่งตกถึงกระดาษ

เปลวไฟยุบลง แต่ตรงมุมยังแดงอยู่

เยว่ซีขยับปลายนิ้ว ลดสายน้ำให้ต่ำแล้วผลักเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้น้ำไหลท่วมเถ้าบนกระดาษจนหมด

นางปล่อยปราณทันที

ควันชื้นลอยขึ้น

หัวหน้าผู้คุมใช้คีมคีบหลักฐานออกจากเตา วางแผ่บนแผ่นไม้

ขอบหายไปบางส่วน

ตรงกลางยังอ่านได้

หลิงยวนเหลือบมองเยว่ซี เห็นนางอยู่ข้างอ่างตามเดิมจึงหันกลับไปหาคนร้าย

“ค้นภายในปาก ใต้ลิ้น และเสื้อผ้าด้วย”

ชายชุดเทาดิ้น แต่ห่วงผนึกถูกสวมลงบนข้อมือก่อนจะรวบรวมปราณได้

ขณะผู้คุมยกเขาขึ้น เสี่ยวถังเดินออกมาถึงธรณีประตู

อีกฝ่ายเห็นนางแล้วแสยะยิ้ม

“คราวนี้กล้าพาคนมาจับข้าแล้วหรือ ไม่ห่วงพี่ชาย—”

“เขามีคนไปรับแล้ว”

เสี่ยวถังพูดแทรก

เสียงนางยังสั่น แต่ไม่ถอยกลับเข้าไป

ชายผู้นั้นหยุดยิ้ม

หลิงยวนขยับบังระหว่างทั้งสอง แล้วให้ผู้คุมพาตัวออกทางประตูอีกด้าน

เสี่ยวถังยืนอยู่ที่เดิมจนเสียงฝีเท้าห่างออกไป

จากนั้นนางจึงทรุดนั่งบนเก้าอี้ใกล้ผนัง

⸻

คนขับรถถูกแยกสอบแล้วพบว่าเป็นผู้รับจ้างขนของตามปกติ เขามีรายชื่อเส้นทางและพยานจากโรงรับซักยืนยัน ส่วนชายชุดเทาเพิ่งเข้ามาร่วมงานไม่กี่วัน โดยอ้างว่าผู้ดูแลเดิมเป็นผู้แนะนำ

โรงรับซักจึงต้องถูกตรวจต่อ

แต่สิ่งที่ได้จากกระดาษครึ่งใบทำให้หลิงยวนหยุดดูอยู่นานกว่าคำให้การเบื้องต้น

ด้านหน้าระบุหมายเลขป้ายของเสี่ยวถังตรงกับหลักฐานที่นางนำมา

ด้านหลังมีตัวเลขสั้น ๆ สามแถว

ผู้อาวุโสสวี่ซึ่งถูกตามมาถึง ใช้แหนบยกกระดาษส่วนที่เปียกติดกันออกอย่างระวัง ก่อนเทียบกับรายการชิ้นส่วนจากเรือนเหนือ

“หมายเลขถุงหมุด” เขากล่าว “รวมถุงที่พบข้างตะกร้าเมื่อวาน”

เยว่ซีมองรอยไหม้ริมกระดาษ

พวกเขาไม่ต้องเดาอีกแล้วว่าถุงหมุดตกลงไปเองหรือไม่

ชายชุดเทามารับของที่มีคนเตรียมไว้ให้

หัวหน้าผู้คุมหน้าเคร่ง

“ต้องมีคนส่งหมายเลขออกมาก่อน”

“เรียกคนที่ขยับของทั้งหมดมาแยกให้การ” หลิงยวนสั่ง “รวมคนเขียนรายการ แต่ยังไม่กล่าวหาผู้ใดจากหน้าที่เพียงอย่างเดียว”

ผู้อาวุโสสวี่ชี้ตัวเลขแถวสุดท้าย

“อันนี้ไม่ใช่หมุด”

เขาหันไปเปิดสมุดอีกเล่ม

“เป็นเข็มกดปราณที่ถอนเปลี่ยนแล้ว”

เยว่ซีเงยหน้า

“ของนักโทษหรือเจ้าคะ”

ผู้อาวุโสสวี่พยักหน้า แต่ไม่ได้บอกชื่อทันที เขาตรวจหมายเลขซ้ำกับหัวหน้าผู้คุมก่อนส่งสมุดให้หลิงยวน

บรรทัดนั้นระบุชื่อมู่เฉิงเจ๋อ

หลิงยวนปิดสมุด

“แยกเข็มทั้งหมดไปเก็บอีกแห่ง ตรวจผนึกประจำตัวเขาใหม่ และเปลี่ยนลำดับเข็ม อย่าใช้แบบเดิม”

น้ำเสียงเรียบ แต่คำสั่งถูกส่งออกไปทันที

เขาหันมองคนในห้อง

“เรื่องหมายเลขเข็มให้รู้เท่าที่อยู่ตรงนี้ก่อน”

เยว่ซีไม่ได้ถามต่อหน้าเสี่ยวถัง

นางเข้าใจแล้วว่าคนร้ายไม่ได้ต้องการเพียงนำโลหะเก่าออกไปขาย

⸻

ข่าวจากโรงยามาถึงก่อนยามอู่

พี่ชายเสี่ยวถังปลอดภัย ผู้คุ้มกันพบเขากำลังรอตรวจตามนัด และพากลับเข้าทางประตูหลักแล้ว

เสี่ยวถังฟังจบก็ยกมือปิดหน้า

คราวนี้ไม่มีใครเร่งให้นางพูด

เยว่ซียืนอยู่ใต้ชายคา ห่างออกมาไม่กี่ก้าว ได้ยินเสียงสูดลมหายใจซึ่งอีกฝ่ายพยายามกดไว้ ก่อนผ้าเช็ดหน้าจะถูกหยิบออกจากแขนเสื้อ

เมื่อผู้ดูแลเดินไปลงชื่อรับข่าว เสี่ยวถังจึงหันมา

“ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เจ้าต้องมาพบเรื่องเช่นนี้อีก”

เยว่ซีมองนาง

“คนที่ควรตอบเรื่องวันนี้คือคนที่ปลอมป้ายเจ้า”

เสี่ยวถังนิ่งไป

“แต่เรื่องก่อนหน้านี้ยังเป็นสิ่งที่ข้าทำ”

“ใช่”

คำตอบตรงจนอีกฝ่ายก้มหน้า ทว่าครู่ต่อมาก็พยักหน้ารับ

เยว่ซีขยับจะเดินลงบันได

เสี่ยวถังเรียกไว้

“ข้าอยากถามเรื่องหนึ่ง ถ้าเจ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้อง”

นางหยุด

“เมื่อวานเจ้ารู้ว่าคนแจ้งเรื่องคือข้า เหตุใดจึงยังมา”

เยว่ซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เพราะข้าอยากรู้ว่าครั้งนี้เจ้าจะเล่าอะไร”

เสี่ยวถังมองนาง ดวงตายังแดง

“แล้วตอนนี้ล่ะ”

“วันนี้เจ้าบอกแม้แต่เรื่องที่ทำให้ตนดูไม่ดี”

เยว่ซีจับสายห่อสมุดให้กระชับ

“ข้าได้ยินแล้ว”

นางไม่ได้กล่าวว่าให้อภัย

เสี่ยวถังก็ไม่ได้ขอให้กล่าว

ผู้ดูแลกลับมารับตัวพอดี ทั้งสองจึงแยกกันตรงบันได โดยไม่มีคำสัญญาว่าจะกลับไปเหมือนเดิม

แต่เมื่อเดินพ้นลาน เยว่ซีหันมองหนึ่งครั้ง

เสี่ยวถังยังอยู่ใต้ชายคา

คราวนี้นางยกมือขึ้นนิดหนึ่งแล้วลดลง ราวกับไม่แน่ใจว่าตนยังมีสิทธิ์โบกมือลาหรือไม่

เยว่ซีพยักหน้าให้

เพียงเล็กน้อย

อีกฝ่ายก็ยืนนิ่งไปนาน

⸻

โม่หลิงยวนรอนางอยู่ตรงทางแยก

เขามองมือซ้ายที่ถือสมุด ก่อนถาม

“แขนเป็นอย่างไร”

เยว่ซีขยับนิ้วให้ดู

“ไม่ได้ฝืนเจ้าค่ะ น้ำอยู่ใกล้ เตาก็อยู่ในระยะ”

“เห็นแล้ว”

นางเงยหน้าขึ้น

“เมื่อครู่ท่านจับคนเร็วมาก”

“เจ้าอยากให้ข้ารอเขาปีนหน้าต่างหรือ”

“ข้าหมายถึงท่านไม่ต้องชักกระบี่จนสุดด้วยซ้ำ”

หลิงยวนเหลือบมองฝักข้างเอว

“หากเพียงเท่านี้หยุดเขาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คม”

เยว่ซีนึกถึงคำถามที่เขาถามเมื่อสองวันก่อน

นางเริ่มเห็นคำตอบหลายแบบขึ้นเรื่อย ๆ

“เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าขอฝึกปลดอาวุธต่อ”

“ได้ ถ้าวันนี้เจ้าพักจริง”

นางกำลังจะตอบ เสียงศิษย์หอวินัยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ศิษย์พี่โม่ คนที่จับได้ยอมบอกสถานที่ส่งของแล้วขอรับ”

หลิงยวนหันกลับ

อีกฝ่ายส่งกระดาษให้

“เป็นโรงเก็บสินค้าร้างนอกเมือง แต่เขายืนยันว่าครั้งนี้ไม่ได้รับคำสั่งจากสกุลเซี่ย”

เยว่ซีมองสีหน้าหลิงยวนขณะอ่าน

“เขาบอกว่าผู้ว่าจ้างต้องการรู้ว่า หลังเปลี่ยนเข็มกดปราณแล้ว มู่เฉิงเจ๋อยังใช้มือได้มากเพียงใด”

ลมบนทางเดินพัดเย็นขึ้น

หลิงยวนพับกระดาษเก็บ

“ส่งคนไปตรวจสถานที่ก่อน อย่าให้ผู้ต้องหานำทางเอง”

เยว่ซีรอจนศิษย์ผู้นั้นจากไปจึงถาม

“มีคนกำลังหาทางช่วยเขาออกมาหรือ”

“อย่างน้อยก็มีคนต้องการให้เขายังใช้วิชาได้”

หลิงยวนมองไปทางเรือนคุมขังซึ่งซ่อนอยู่หลังแนวต้นสน

“และยอมเสี่ยงส่งคนเข้ามาเพื่อหาคำตอบ”

เยว่ซีกำสายห่อสมุดแน่นขึ้น

พวกเขาหยุดของไม่ให้ถูกนำออกไปได้

แต่คนที่กำลังรอรับของ ยังอยู่ข้างนอก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 62 — ก่อนเสียงสุดท้ายจะเงียบ

    “จุดรับของหมายเลขนี้อยู่ที่ใด”โม่หลิงยวนวางกระดาษกลับลงตรงหน้าเผยเหวินซูมือที่กำลังเลื่อนตามรหัสหยุดอยู่เหนือเลขสามตัว“เดิมเป็นลานพักเกวียนทางตะวันออกของคลอง แต่ข้าไม่อาจรับรองว่าพวกมันยังใช้ที่เดิม”หลิงยวนหันไปสั่งศิษย์หน้าประตู“แจ้งคนที่เฝ้าคลอง ให้ตรวจลานเกวียนและทางน้ำใกล้กัน ห้ามรอข้า”เมื่อศิษย์ออกไป เขาจึงกลับมาถามต่อ“ถ้าสถานที่ถูกเปลี่ยน คนขนส่งจะรู้ได้อย่างไร”เผยเหวินซูมองวงหมึกตรงมุมกระดาษ สีหน้ายังซีดอยู่“จะมีเครื่องหมายทิ้งไว้ที่จุดเดิม ใต้เสารับชายคาด้านที่หันเข้าถนน”“เครื่องหมายแบบใด”“สามขีดบอกให้ไปต่อ สองขีดให้รอ ถ้าเป็นวงกลม…”เขาหยุดไปครู่หนึ่งหลิงยวนรอโดยไม่เร่งคำถามซ้ำ“ให้ทำลายของที่พามา ณ จุดนั้น”ผู้จดบันทึกก้มหน้าลงเสียงพู่กันครูดกระดาษดังชัดในห้องเงียบหลิงยวนดึงแผนที่มาวาง“เขียนทุกทางออกที่เจ้าจำได้ แยกให้ชัดว่าเห็นเองหรือเพียงเคยได้ยิน”เผยเหวินซูรับพู่กันทันทีคราวนี้มือเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าเมื่อก่อน⸻ลานพักเกวียนอยู่ห่างจากถนนใหญ่เข้าไปในดงหลิวยามปกติ คนขับรถมักหยุดให้ม้ากินน้ำที่นั่นก่อนข้ามคลอง ทว่าคืนนี้กลับไม่มีตะเกียงแขวนอยู่แม้แต่ดวงเดี

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 61 — คนที่ถูกทิ้งไว้

    ก่อนฟ้าสาง รถม้าคันสุดท้ายหยุดอยู่หน้าเรือนเก่านอกเมืองชายสวมเสื้อคลุมมองคนสองคนที่ช่วยกันลากร่างผู้ป่วยออกมา ข้อเท้าของคนผู้นั้นครูดพื้น ทิ้งรอยเลือดจาง ๆ บนขั้นบันได“คนนี้ขึ้นรถไม่ได้แล้วขอรับ”ผู้คุมคนหนึ่งเปิดชายเสื้อให้ดูเส้นดำลามจากชายโครงขึ้นถึงลำคอ แม้ถูกกรอกยาไปสองครั้ง นิ้วมือของผู้ป่วยยังคงเกร็งกระตุก“เหลืออีกกี่คน”“ข้างในอีกหนึ่ง คนที่เคาะประตูเมื่อคืน”ชายสวมเสื้อคลุมหันไปมองเรือนประตูห้องด้านในถูกตอกไม้ขวางเพิ่ม รอยดำใต้ธรณีแผ่ออกมากกว่าเดิม“เอาคนนี้ขึ้นรถ ทิ้งคนข้างในไว้”ผู้คุมชะงัก“แต่หากคนของสำนักมาพบ—”“พวกมันจะมัวช่วยคน”คำตอบทำให้ไม่มีใครถามต่อชายสวมเสื้อคลุมหยิบแผ่นยันต์ออกมาสองแผ่น ส่งให้ลูกน้องที่ยังยืนอยู่“วางไว้ข้างเตา เมื่อได้ยินคนเปิดประตู ให้จุดไฟ”จากในห้อง เสียงแหบพร่าดังขึ้น“อย่า…ทิ้งข้า…”ชายผู้นั้นขึ้นรถโดยไม่หันกลับเสียงล้อบดผ่านดินชื้น กลบเสียงขอร้องจนหมด⸻“นั่งลงก่อน ข้าวจะเย็น”ยายหวังเลื่อนชามมาตรงหน้าเสี่ยวถังนางยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เข้าประตู มือจับชายแขนเสื้อแน่นจนเยว่ซีต้องดึงเก้าอี้ให้“ยายบอกเจ้า ไม่ได้บอกชาม”เสี่ยวถังรีบนั่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status