กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สี่
มันกระแทกพื้น กลิ้งไปหยุดแทบเท้าจ้าวเฉิง
เขาก้มเก็บขึ้นมา แต่ยังไม่ยอมส่งคืน
“หากเจ้ามองแต่ข้อมือข้า ข้าก็เพียงเปลี่ยนมือ”
เยว่ซีคลึงนิ้วซึ่งถูกบิดออกจากด้ามกระบี่
“ท่านเพิ่งใช้วิธีนี้ได้ครั้งเดียว อย่าเพิ่งพูดเหมือนทำสำเร็จมาทั้งชีวิต”
“แต่ครั้งเดียวก็ทำให้กระบี่เจ้าอยู่กับข้า”
เขายกกระบี่สองเล่มขึ้นอย่างพอใจ
ใต้ต้นสน โม่หลิงยวนปิดจดหมายที่เพิ่งอ่านจบ ก่อนเดินเข้ามากลางลาน
“ลองใหม่ คราวนี้ดูไหล่ด้วย”
จ้าวเฉิงคืนกระบี่แล้วตั้งท่า
เยว่ซีขยับเท้าซ้ายไปข้างหน้าเล็กน้อย นางไม่รีบเข้าจับข้อมือเหมือนก่อน รอจนเขาฟันเฉียงจึงยกกระบี่รับเพียงให้คมเบนออก
มือซ้ายเอื้อมเข้าหาด้าม
จ้าวเฉิงยิ้มแล้วเปลี่ยนมือทันที
แต่เยว่ซีเห็นไหล่เขาขยับก่อน
นางไม่ตามจับมือใหม่ กลับก้าวประชิด ใช้แขนกดท่อนแขนเขาเข้าหาลำตัว แล้วหมุนด้ามกระบี่ของตนค้ำใต้ด้ามอีกเล่ม
กระบี่จ้าวเฉิงกระดกขึ้น
เขารีบคลายนิ้ว ก่อนข้อมือจะถูกงัดตาม
เสียงไม้ตกพื้นดังอีกครั้ง
คราวนี้เป็นกระบี่ของเขา
เยว่ซีถอยพ้นระยะทันที
จ้าวเฉิงก้มมองมือว่าง แล้วหันไปหาโม่หลิงยวน
“ศิษย์พี่ ท่านเพิ่งบอกให้นางดูไหล่ เหตุใดนางใช้ทั้งศอกทั้งด้ามกระบี่”
“เพราะข้าไม่ได้ห้าม”
เยว่ซีหลุดหัวเราะ
หลิงยวนก้มเก็บกระบี่ขึ้น ก่อนชี้ตำแหน่งที่นางยืนเมื่อครู่
“เจ้าปลดอาวุธได้ แต่หากเขายังมีมีดอีกเล่ม ระยะนั้นอันตราย”
นางรับกระบี่คืน
“จึงต้องถอยทันที”
“หรือควบคุมแขนให้ได้จริง อย่าหยุดดูว่ากระบี่ตกสวยเพียงใด”
จ้าวเฉิงกระแอม
เยว่ซีหันขวับ
“ข้าไม่ได้มอง!”
“ข้ายังไม่ได้พูดอะไร”
หลิงยวนยกมือห้ามทั้งสอง ก่อนส่งกระบี่คืนราวเก็บ
“พอเท่านี้ วันนี้ไม่ต้องฝึกจนมือสั่น”
เยว่ซีมองจดหมายซึ่งเขาเก็บไว้ในแขนเสื้อ
“ข่าวจากโรงเก็บสินค้าหรือเจ้าคะ”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พบสถานที่แล้ว”
⸻
โรงเก็บสินค้านอกเมืองว่างเปล่า
ผู้ตรวจพบรอยล้อใหม่กับเศษเชือกตัดทิ้ง แต่ไม่มีคนรอรับของ ไม่มีตราสำนัก และไม่มีเอกสารเหลือให้ติดตาม
คนเช่าใช้ชื่อปลอม ชำระเงินล่วงหน้าเพียงไม่กี่วัน
หลิงยวนเล่าเท่าที่ตรวจยืนยันได้ ระหว่างเดินไปยังหอวินัยกับเยว่ซี
“พวกเขาหนีทันหรือ”
“อาจไม่ได้ตั้งใจอยู่รอเองแต่แรก โรงนั้นมีช่องซ่อนของใต้พื้น ผู้ส่งวางของแล้วจากไป ผู้รับมาทีหลัง”
“คนที่เราจับจึงอาจไม่เคยเห็นผู้ว่าจ้าง”
“เขาอ้างเช่นนั้น ยังต้องตรวจต่อ”
เยว่ซีมองทางแยกไปเรือนคุมขัง
“แล้วมู่เฉิงเจ๋อ?”
“เปลี่ยนเข็มและตรวจผนึกแล้ว เขายังถูกควบคุมปราณตามเดิม”
หลิงยวนหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ
“คนที่ต้องการเข็มเก่าจะใช้ข้อมูลนั้นไม่ได้แล้ว”
เยว่ซีผ่อนลมหายใจ
พวกเขายังจับคนอยู่เบื้องหลังไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำไปก็ขวางทางอีกฝ่ายไว้ได้จริง
เมื่อมาถึงหอวินัย นางกลับเห็นเสี่ยวถังยืนอยู่หน้าประตูพร้อมผู้ดูแล
บนโต๊ะข้างทั้งสองมีตะกร้าผ้าใบเล็ก
เสี่ยวถังเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า
คราวนี้นางไม่ได้ลุกลี้ลุกลน เพียงขยับหลบให้ผ่านแล้วคารวะหลิงยวน
หัวหน้าผู้คุมเดินออกมารับ
“พบคนเคลื่อนถุงหมุดแล้วขอรับ”
หลิงยวนมองตะกร้า
“ผู้ใด”
“ศิษย์ที่ช่วยย้ายโต๊ะ เขายอมรับว่าสอดถุงไว้ข้างตะกร้า และเปลี่ยนป้ายตามคำสั่งที่ได้รับ”
“คำสั่งจากใคร”
“ผู้ช่วยคลังคนหนึ่ง ตอนนี้ถูกแยกควบคุมไว้แล้ว อ้างว่ารับเงินเพื่อส่งชิ้นส่วนเก่าออกไปให้ร้านช่าง ไม่รู้เรื่องเข็มกดปราณ”
หลิงยวนรับคำให้การไปอ่าน
“ตรวจเส้นทางเงินกับคนที่ติดต่อเขา อย่าใช้คำว่าไม่รู้เป็นข้อสรุป”
หัวหน้าผู้คุมรับคำ
เยว่ซีหันไปหาเสี่ยวถัง
“แล้วเจ้ามาที่นี่เพราะอะไร”
อีกฝ่ายชี้ผ้าในตะกร้า
“ผู้ดูแลให้ช่วยแยกผ้าที่นำกลับมา มีสิ่งหนึ่งไม่ตรงกับคำให้การของคนขนของ”
นางไม่ได้หยิบหลักฐานขึ้นเอง แต่รอให้ผู้คุมเปิดผ้าออก
ด้านในเป็นเสื้อคลุมสีหม่น
ตรงชายเสื้อมีตะเข็บซ้อนหนากว่าปกติ
“คนที่ถูกจับบอกว่าเพิ่งเข้ามาทำงานไม่กี่วัน” เสี่ยวถังกล่าว “แต่เสื้อตัวนี้อยู่ในโรงซักก่อนหน้านั้น ข้าจำได้เพราะชายเสื้อมีเหรียญเย็บซ่อนไว้ ตอนซักมันกระทบอ่างดัง”
หัวหน้าผู้คุมวางเหรียญทองแดงสามเหรียญลงข้างเสื้อ
“ตรวจแล้ว มีจริง”
เยว่ซีก้มมอง
“เจ้าจำวันที่ได้หรือไม่”
“จำวันที่แน่ชัดไม่ได้ แต่จำได้ว่าเป็นวันเปลี่ยนเวรผู้ดูแล ข้าบอกไปแล้ว ให้ตรวจจากสมุดงาน”
เสี่ยวถังหยุด ก่อนเสริม
“ข้าไม่เห็นว่าใครเป็นคนนำเสื้อมาส่ง จึงยังบอกไม่ได้ว่าเป็นของชายผู้นั้นจริงหรือไม่”
หลิงยวนยื่นคำให้การคืน
“ตามคนรับผ้าวันนั้นมาถาม และตรวจว่ามีผู้ใดมารับเสื้อตัวนี้ไปใส่ระหว่างนั้นบ้าง”
เยว่ซีมองเพื่อนเงียบ ๆ
เสี่ยวถังพบสิ่งที่ตนรู้ แล้วหยุดตรงสิ่งที่ตนไม่รู้
นางไม่ได้พยายามพูดให้มากขึ้นเพื่อให้ดูมีประโยชน์
⸻
ผลตรวจในช่วงบ่ายยืนยันว่าชายชุดเทาเข้ามารับเสื้อคลุมตัวนั้นสองครั้ง ก่อนวันที่เขาอ้างว่าเริ่มทำงาน
เจ้าหน้าที่จึงมีเหตุเรียกผู้รับรองเขามาสอบสวนเพิ่มเติม
ส่วนเสี่ยวถังได้รับอนุญาตให้กลับไปทำงานตามเดิม
ก่อนจากไป ผู้ดูแลส่งหนังสือคำสั่งฉบับหนึ่งให้หลิงยวนตรวจ
โรงซักต้องหยุดใช้ชั่วคราวเพื่อค้นหาหลักฐาน งานของศิษย์ที่รับโทษอยู่จึงถูกย้ายไปช่วยคัดแยกและซ่อมอุปกรณ์ฝึกบริเวณลานด้านตะวันออก
ชื่อเสี่ยวถังอยู่ในกลุ่มนั้น
เยว่ซีมองผ่านไปเห็นพอดี
ลานเดียวกับที่นางฝึกกระบี่ทุกเช้า
เสี่ยวถังคงสังเกตเห็นสายตานาง เพราะรีบเอ่ยกับผู้ดูแล
“หากไม่สะดวก ข้าไปช่วยโรงครัวแทนได้เจ้าค่ะ”
เยว่ซีเงยหน้า
“เจ้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมายเถิด”
เสี่ยวถังนิ่ง
“ข้าไม่อยากทำให้เจ้าต้องเปลี่ยนเวลาฝึก”
“ข้าก็ไม่ได้จะเปลี่ยน”
คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
หลิงยวนคืนหนังสือคำสั่งให้ผู้ดูแล
“ใช้ระเบียบเดิม เข้าออกตามเวลา งานใดแตะต้องอาคมให้ศิษย์ผู้รับผิดชอบเป็นคนทำ”
เขาไม่ได้เพิ่มสิทธิ์ให้เสี่ยวถังเพราะช่วยคดี และไม่ได้ห้ามนางทำงานเพียงเพราะเยว่ซีอยู่ที่นั่น
เมื่อผู้ดูแลพานางจากไป เยว่ซีจึงเดินตามหลิงยวนออกจากหอ
“ท่านไม่ถามข้าก่อนหรือ”
“เจ้าบอกเองว่าไม่เปลี่ยนเวลาฝึก”
นางมองเขา
“หากข้าพูดเพราะไม่อยากให้คนอื่นลำบากเล่า”
หลิงยวนหยุดเดิน
“เช่นนั้นตอนนี้เจ้าบอกข้าใหม่ได้”
เยว่ซีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า
“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอกเจ้าค่ะ”
คราวนี้นางตอบหลังจากคิดแล้ว
⸻
เช้าวันถัดมา เสี่ยวถังมาถึงลานก่อนเยว่ซี
นางกับศิษย์อีกสองคนกำลังเปลี่ยนผ้าพันด้ามกระบี่ไม้ แยกเล่มที่แตกร้าวไว้ต่างหาก ผู้ดูแลนั่งตรวจรายการอยู่ใต้ชายคา
เมื่อเยว่ซีเดินผ่าน เสี่ยวถังเงยหน้าขึ้น
“อรุณสวัสดิ์”
“อรุณสวัสดิ์”
คำทักทายสั้น ๆ ผ่านไปอย่างเก้กัง
จ้าวเฉิงมองทั้งสองสลับกัน ก่อนยกตะกร้าอาวุธที่ตรวจเสร็จแล้วไปกลางลานโดยไม่พูดแทรก
การฝึกวันนี้เพิ่มอาคมกีดขวางระดับต่ำ
เสาหินสี่ต้นตั้งล้อมลาน เมื่อผู้ควบคุมเปลี่ยนแผ่นคำสั่ง แนวแสงจะกั้นทางบางส่วน ศิษย์ต้องเลือกเส้นทางเข้าถึงคู่ต่อสู้พร้อมระวังไม่ให้กระบี่แตะม่านแสง
เยว่ซีลงคู่กับจ้าวเฉิง
นางใช้เถาวัลย์จากแปลงข้างลานเกี่ยวข้อเท้าเขาได้หนึ่งครั้ง แต่พอรีบเข้าประชิดกลับพบแนวแสงขวางทาง
จ้าวเฉิงอาศัยจังหวะนั้นตัดเถาวัลย์แล้วถอยพ้น
“เจ้าจับข้าได้ แต่เดินมาหาข้าไม่ได้!”
เยว่ซีปล่อยปราณไม้ ก่อนเปลี่ยนทิศเข้าทางด้านข้าง
กระบี่ไม้ปะทะกันสองครั้ง
คราวนี้นางไม่พยายามปลดอาวุธทันที แต่บีบให้เขาถอยเข้าหาเสา จ้าวเฉิงรู้ตัวจึงหยุดก้าวแล้วหมุนออก
เยว่ซีตามไปครึ่งก้าว
ส้นเท้าเหยียบร่องน้ำริมลาน
นางเสียหลักเล็กน้อย กระบี่ของจ้าวเฉิงจึงแตะไหล่ได้ก่อน
“หนึ่งแต้ม!”
เยว่ซีถอนหายใจแล้วถอยกลับจุดเริ่ม
ขณะนั้นเสี่ยวถังซึ่งกำลังขนกระบี่ที่แตกร้าวออกจากลานกลับหยุดลง
นางมองน้ำในร่องข้างเท้า
ผิวน้ำสั่นเป็นจังหวะ ทั้งที่ไม่มีคนเดินอยู่ใกล้
เสียงหึ่งเบา ๆ ดังจากฐานเสาหินต้นหนึ่ง
เสี่ยวถังวางตะกร้าลง แล้วเรียกผู้ดูแลทันที
“เสาต้นนี้มีเสียงผิดปกติเจ้าค่ะ”
ศิษย์ควบคุมอาคมหันมา
ก่อนเขาจะลดคันควบคุม แสงตรงเสาก็วาบขึ้น
ม่านซึ่งควรตั้งเป็นแนวตรงกลับบิดเข้าหากลางลาน!
“หยุดฝึก!”
โม่หลิงยวนก้าวลงจากระเบียง
เยว่ซีได้ยินคำสั่งก็ลดกระบี่ ถอยไปทางช่องว่างทันที แต่ศิษย์รุ่นเล็กอีกคนที่ยืนรอข้างสนามตกใจจนวิ่งผิดทาง
ม่านแสงกำลังกวาดเข้าหาหลังเขา
เยว่ซียื่นมือหาเถาวัลย์
แล้วหยุด
เถาที่เหลืออยู่ห่างเกินสามวา
นางหันไปหาแอ่งน้ำในร่องแทน ส่งปราณผลักน้ำให้พุ่งเตี้ยผ่านข้อเท้าศิษย์ผู้นั้น
แรงน้ำไม่มากพอทำร้าย แต่ทำให้เขาชะงักแล้วล้มลงข้างหน้า
“หมอบไว้!”
แสงสีเงินอมฟ้าพุ่งผ่านเหนือศีรษะเขา
หลิงยวนกดม่านอาคมที่เสียรูปให้หยุดค้าง ขณะศิษย์ควบคุมถอดแผ่นคำสั่งออก
ม่านด้านอื่นดับลง
ทว่าเสาต้นที่เสี่ยวถังแจ้งยังสั่นอยู่
“ตัดปราณต้นนั้น!” หลิงยวนสั่ง
ผู้ควบคุมวิ่งไปยังฐานเสา แต่อักขระใต้ฝาครอบร้อนจนเปิดไม่ได้ด้วยมือเปล่า
เสี่ยวถังอยู่ใกล้ที่สุด
ข้างนางมีตะขอเหล็กสำหรับยกตะกร้า
เยว่ซีเห็นนางเอื้อมมือไปแล้วหัวใจพลันกระตุก
“อย่าแตะเสา!”
เสี่ยวถังหยุดทันที
นางคว้าตะขอแทน แล้วโยนไปให้ผู้ควบคุม
“ใช้สิ่งนี้เจ้าค่ะ!”
ฝาครอบถูกงัดเปิด
แผ่นเชื่อมปราณหลุดออกพร้อมเสียงแตกสั้น ๆ
ม่านสุดท้ายดับวูบ
หลิงยวนถอนมือเมื่อแน่ใจว่าพลังหมดแล้ว ก่อนหันไปตรวจศิษย์ที่ล้มอยู่ จ้าวเฉิงประคองเด็กหนุ่มขึ้นจากพื้น มีเพียงหัวเข่าถลอก ไม่มีบาดแผลจากอาคม
เยว่ซีหอบเบา ๆ
นางหันไปมองเสี่ยวถัง
อีกฝ่ายยืนอยู่หลังเส้นขอบลาน มือยังค้างในท่าที่เพิ่งโยนตะขอ
ครั้งนี้นางหยุดเมื่อถูกเตือน
และหาวิธีช่วยโดยไม่ฝืนเข้าไปเอง
⸻
ผู้อาวุโสสวี่มาถึงพร้อมกล่องเครื่องมือ
เขาตรวจฐานเสาอยู่ไม่นานก็พบแผ่นกั้นปราณที่แตกร้าวอยู่ด้านใน น้ำจากร่องระบายซึมเข้าฐานผ่านรอยยาแนวเก่า เมื่ออาคมทำงานจึงเชื่อมทางที่ควรแยกออกจากกัน
“ไม่มีร่องรอยคนแก้” เขาบอกหลังตรวจครบ “แต่ผู้ตรวจเช้าเปิดดูเพียงด้านบน รอยร้าวอยู่ข้างใต้”
หลิงยวนสั่งปิดเสาทั้งชุดจนกว่าจะตรวจทุกต้น
ศิษย์ควบคุมก้มหน้ารับผิด ไม่พยายามอ้างว่าเมื่อวานยังใช้ได้
เยว่ซีเดินไปเก็บกระบี่ของตน
เสี่ยวถังกำลังช่วยผู้ดูแลย้ายอาวุธออกจากบริเวณที่กั้นไว้ นางเห็นกระบี่เล่มนั้นก่อนจึงก้มลง แต่พอเงยหน้าพบเยว่ซีก็ชะงัก
“ของเจ้า”
เยว่ซียื่นมือรับ
นิ้วทั้งสองเกือบแตะกัน
เสี่ยวถังรีบปล่อยด้ามเร็วจนกระบี่เอียง เยว่ซีต้องคว้าให้แน่น
“เจ้าค่อยปล่อยก็ได้”
“ข้าขอโทษ”
เยว่ซีมองนางครู่หนึ่ง ก่อนหันไปดูเสาหิน
“เมื่อครู่เจ้าจะจับมันหรือ”
“ข้าคิดจะเปิดฝา แต่พอเจ้าเตือนจึงเห็นว่ามันร้อน”
เสี่ยวถังก้มดูมือ
“ข้าไม่รู้เรื่องอาคมมากพอ”
“ข้าก็ยังเรียนอยู่”
อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น
เยว่ซีสะพายกระบี่เข้าที่
“ถ้าเจ้าไม่เรียกตั้งแต่ได้ยินเสียง คนควบคุมอาจหยุดช้ากว่านี้”
เสี่ยวถังไม่ได้ยิ้มทันที นางเพียงพยักหน้า ราวกับกำลังระวังไม่ให้ตนรับความหมายจากประโยคนั้นเกินกว่าที่มี
“ข้าจะช่วยตรวจของต่อ”
“อืม”
เยว่ซีเดินออกไปสองก้าว แล้วหยุด
“แผลที่มือเจ้าโดนน้ำอีกแล้ว ไปเช็ดให้แห้งก่อนเถิด”
เสี่ยวถังก้มมองข้อนิ้วแตกของตน
เมื่อเงยหน้าขึ้น เยว่ซีก็เดินไปหาจ้าวเฉิงแล้ว
⸻
ช่วงพัก ผู้ดูแลอนุญาตให้เสี่ยวถังไปล้างมือที่เรือนยา
เยว่ซีอยู่ที่นั่นก่อน เพราะต้องให้อาจารย์ฉินดูแขนหลังใช้ปราณ
เสี่ยวถังหยุดตรงประตูเหมือนคิดจะรอด้านนอก
อาจารย์ฉินเงยหน้ามอง
“ประตูไม่ได้มีไว้ให้ยืนอุด เข้ามา”
นางรีบเข้าไปนั่งบนม้านั่งอีกตัว
เยว่ซีเลื่อนตะกร้าผ้าพันแผลออกให้มีที่วางมือ
ไม่มีใครพูดอยู่พักหนึ่ง มีเพียงเสียงอาจารย์ฉินเปิดลิ้นชักและบ่นว่าศิษย์ทั้งสำนักชอบมาหาเขาหลังจากทำแผลเปียกแล้ว
เมื่อตรวจเยว่ซีเสร็จ เขาจึงหันไปล้างแผลเสี่ยวถัง
นางสะดุ้งตอนยาแตะรอยแตก แต่ไม่ชักมือหนี
เยว่ซีมองแล้วนึกถึงคนที่เคยบ่นเพียงถูกเข็มเย็บผ้าทิ่มปลายนิ้ว
เสี่ยวถังรู้ตัวว่าถูกมอง จึงพยายามยิ้ม
“เจ็บน้อยกว่าที่คิด”
อาจารย์ฉินปรายตา
“ถ้าเช่นนั้นข้าคงลงยาเบาไป”
รอยยิ้มของนางหายทันที
เยว่ซีหลุดหัวเราะสั้น ๆ ก่อนจะเงียบลง
เสี่ยวถังหันมามอง
เป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาพบกันที่นางได้ยินเสียงนั้นโดยไม่ได้อยู่ในความทรงจำ
อาจารย์ฉินพันผ้าเสร็จแล้วสั่งงดแช่มือ เสี่ยวถังรับคำ ก่อนหยิบเหรียญจากถุงเงินเล็กมาวางค่ายา
เมื่อทั้งสองออกจากเรือนยา เยว่ซีจึงเอ่ยขึ้น
“เจ้าจะไปแจ้งผู้ดูแลเรื่องมือใช่หรือไม่”
“จะไป ขอเปลี่ยนเป็นงานที่ไม่โดนน้ำ”
“ดี”
เสี่ยวถังเดินตามมาถึงทางแยกแล้วหยุด
“เยว่ซี ข้าไม่ได้ทำเรื่องพวกนี้เพื่อให้เจ้าเลิกโกรธเร็วขึ้น”
นางพูดอย่างลำบาก แต่ยังสบตา
“ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าต้องคอยระวังว่าข้าจะปิดบังอะไรอีก”
เยว่ซีมองผ้าพันมือสีขาว
“เช่นนั้นก็ทำต่อไป”
เสี่ยวถังพยักหน้า
เยว่ซีไม่ได้เดินหนีทันทีเหมือนคราวก่อน นางยืนรอจนผู้ดูแลมารับเสี่ยวถังกลับลาน แล้วจึงแยกไปยังเรือนของตน
⸻
ยามเย็น เสียงระฆังเรียกศิษย์ดังจากหอประกาศ
จ้าวเฉิงวิ่งมาถึงก่อนเยว่ซีจะเก็บสมุดฝึกเสร็จ
“มีการคัดเลือก!”
นางเงยหน้า
“คัดเลือกอะไร”
“ตัวแทนไปประลองร่วมสำนัก กระบี่ อาคม และปราณ แยกสนามกัน!”
เขาหยุดหอบตรงประตู ก่อนชูสำเนาประกาศขึ้น
โม่หลิงยวนเดินตามมาช้ากว่า ในมือถือหนังสือเชิญที่ประทับตราหลายสำนัก
เยว่ซีรับประกาศจากจ้าวเฉิง
การประลองยังอยู่ห่างออกไปหลายสัปดาห์ แต่ชิงเสวียนจะเปิดให้ศิษย์ลงชื่อเข้ารับการทดสอบเบื้องต้น เพื่อจัดการฝึกให้เหมาะกับแต่ละคน
สายตานางหยุดตรงสนามปราณ
หลิงยวนเห็นแล้วจึงกล่าว
“อ่านเงื่อนไขให้ครบก่อน”
เยว่ซีไล่ลงมาถึงข้อความด้านล่าง
ผู้สมัครต้องหยุดวิชาตามสัญญาณได้ และต้องผ่านการประเมินว่าพลังไม่เป็นอันตรายต่อผู้ร่วมสนาม
นางยกสายตาขึ้น
“ข้าอยากลอง”
“พรุ่งนี้ไปพบเสิ่นซูเหอด้วยกัน”
คำตอบนั้นทำให้นางยิ้ม
จ้าวเฉิงเคาะนิ้วบนประกาศตรงสนามกระบี่
“ส่วนนี้ข้าลงแน่ คราวนี้ผ้าแดงก็ช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว”
“ท่านแน่ใจหรือว่าควรท้าข้าก่อนอ่านกติกา”
เขาก้มอ่านใหม่ทันที
เยว่ซีหัวเราะ แล้วเลื่อนสายตาไปยังทางเดินนอกเรือน
เสี่ยวถังกำลังเดินผ่านพร้อมผู้ดูแล ในอ้อมแขนมีผ้าพันด้ามกระบี่ที่ตัดเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้
อีกฝ่ายได้ยินคำว่าประลองจึงหันมา แต่ไม่ได้หยุดเดินจนขวางงาน
เยว่ซีมองประกาศในมือ ก่อนเรียกออกไป
“เสี่ยวถัง”
หญิงสาวหยุดทันที
ชื่อที่เคยติดอยู่ในลำคอของเยว่ซี เมื่อเอ่ยออกมาจริงกลับเบากว่าที่คิด
นางยกกระดาษขึ้นเล็กน้อย
“พรุ่งนี้มีประกาศที่ลานตะวันออกด้วย หากเจ้าจะดู รอหลังส่งงานเสร็จก่อน”
เสี่ยวถังมองนาง แล้วพยักหน้า
“ข้าจะไปดู”
เยว่ซีลดกระดาษลง
เมื่อหันกลับมา หลิงยวนยังยืนอยู่ข้างโต๊ะ เขาไม่ได้ถามเรื่องเสี่ยวถัง เพียงพลิกหนังสือเชิญไปยังหน้ารายละเอียดสถานที่
รอยยิ้มของเขาจางลงเมื่ออ่านชื่อผู้จัดหาวัสดุสำหรับสนามอาคม
เยว่ซีสังเกตเห็น
“มีอะไรหรือเจ้าคะ”
หลิงยวนดึงกระดาษอีกแผ่นออกจากแขนเสื้อ เป็นบัญชีสถานที่ส่งวัสดุที่เผยเหวินซูเขียนไว้
เขาวางสองแผ่นเคียงกัน
ชื่อห้างค้าตรงกันหนึ่งแห่ง
เยว่ซีมองสลับไปมา
“ที่เคยส่งรางให้เซี่ยจิ้งเหิง?”
“ใช่ แต่ยังไม่แปลว่าคนจัดประลองรู้เรื่อง”
หลิงยวนพับหนังสือเชิญกลับอย่างเรียบร้อย
“ต้องตรวจให้แน่ใจว่าสิ่งใดกำลังถูกติดตั้งอยู่ใต้สนาม”
ด้านนอก เสียงศิษย์พูดคุยเรื่องการประลองดังขึ้นเรื่อย ๆ
เยว่ซีก้มมองชื่อสนามปราณอีกครั้ง
สถานที่ซึ่งนางตั้งใจจะไปพิสูจน์ว่าควบคุมพลังได้ อาจกำลังใช้วัสดุชนิดเดียวกับสิ่งที่เคยดูดปราณจากเรือนคุมขัง