Beranda / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 57 — สิ่งที่ยังพูดไม่จบ

Share

บทที่ 57 — สิ่งที่ยังพูดไม่จบ

last update Tanggal publikasi: 2026-10-22 13:17:56

“หากข้าไม่ให้เจ้าลงประลองปราณ เจ้าจะทำอย่างไร”

เสิ่นซูเหอถามขณะถอนนิ้วจากข้อมือหลินเยว่ซี

นางมองประกาศรับสมัครบนโต๊ะ ก่อนเงยหน้าตอบ

“ถามท่านว่าข้ายังขาดสิ่งใด หากฝึกทันก็ขอรับการประเมินใหม่ หากไม่ทัน ข้าจะลงเฉพาะกระบี่”

“ไม่คิดขอให้หลิงยวนมาช่วยพูดหรือ”

“หากเขาพูดแล้วเส้นปราณข้าแข็งแรงขึ้นได้ ท่านคงไม่ต้องตรวจนานเพียงนี้”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากประตู

โม่หลิงยวนยืนถือจดหมายอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อใด

เสิ่นซูเหอปล่อยแขนเสื้อนางลง

“เช่นนั้นฟังให้ครบ ข้าอนุญาตให้เจ้ารับการประเมิน ยังไม่ได้อนุญาตให้ลงประลอง ใช้ได้เฉพาะปราณไม้กับปราณน้ำตามขอบเขตที่ฝึก ห้ามฝืนเปิดสายอื่น”

เยว่ซีพยักหน้า

“การประเมินจะดูอะไรบ้างเจ้าคะ”

“ใช้พลังได้เพียงใด รับแรงสะท้อนได้เท่าใด และหยุดได้หรือไม่”

“ข้อสุดท้ายข้าฝึกอยู่ทุกวัน”

เสิ่นซูเหอเลื่อนประกาศกลับให้นาง

“หยุดตอนเหนื่อยกับหยุดตอนกำลังจะชนะ เป็นคนละเรื่องกัน”

เยว่ซีก้มมองชื่อประเภทการประลองบนกระดาษ

เมื่อครู่สายตานางยังหยุดอยู่ตรงคำว่าปราณ

คราวนี้นางอ่านกติกาด้านล่างจนจบ

⸻

หลิงยวนรออยู่ใต้ชายคา

เยว่ซีเดินออกมาพร้อมประกาศที่พับเก็บเรียบร้อย สายตาเหลือบไปยังจดหมายในมือเขา

“เรื่องร้านเครื่องเหล็กหรือ”

“เจ้าสำนักส่งข่าวเตือนไปแล้ว ของที่ร้านนั้นส่งให้สนามประลองถูกแยกไว้รอตรวจ”

ชื่อร้านปรากฏทั้งในบัญชีวัสดุที่เผยเหวินซูเขียนให้ และในรายการจัดเตรียมสนามประลองระหว่างสำนัก

เพียงชื่อเดียวกันยังตัดสินไม่ได้ว่าร่วมกระทำผิด แต่หลังพบรางลับใต้เรือนคุมขัง ไม่มีผู้ใดควรนำของเหล่านั้นไปติดตั้งโดยไม่ตรวจซ้ำ

“เจ้าของร้านยอมให้ตรวจหรือไม่”

“ยอมเปิดบัญชีให้ดู เขายืนยันว่าตะปู ห่วงเหล็ก และเครื่องมือทั่วไปขายจากหน้าร้าน ส่วนของที่เซี่ยจิ้งเหิงสั่งทำมีบัญชีแยก”

“ถ้าเขาแยกไว้จริง คงตามง่ายขึ้น”

“ต้องตรวจของจริงให้ตรงกับบัญชีด้วย”

หลิงยวนเก็บจดหมายเข้าแขนเสื้อ

“สำนักที่จัดงานตกลงให้ตรวจร่วมกันแล้ว ระหว่างนี้ยังไม่เปิดใช้ฐานอาคมใหม่”

เยว่ซีผ่อนลมหายใจ

อย่างน้อยครั้งนี้พวกเขาได้ลงมือก่อนเกิดเรื่อง

หลิงยวนมองกระดาษในมือนาง

“ส่วนการฝึกของเจ้าไม่ต้องรอให้เจ้าของร้านชี้แจงบัญชีเสร็จ”

“ท่านได้ยินที่อาจารย์เสิ่นพูดแล้วหรือ”

“ได้ยินว่าเจ้าจะไม่ให้ข้าไปช่วยพูด”

“ท่านดูเสียดาย”

“ข้าเตรียมคำปฏิเสธไว้แล้ว”

เยว่ซีใช้ประกาศตีแขนเขาเบา ๆ

หลิงยวนรับข้อมือนางไว้ ก่อนก้มลงแก้สายรัดที่บิดอยู่ตรงปลายแขนเสื้อ

นิ้วเขาดึงปมให้แน่นพอดี ไม่รั้งจนขยับลำบาก

“วันนี้ใช้กระบี่ไม้ อย่าปล่อยชายแขนเสื้อเข้าไปติดด้าม”

เยว่ซีมองมือเขาแล้วถาม

“ท่านจะอยู่ดูหรือไม่”

เขาเงยหน้าขึ้น

“เจ้าขอให้ข้าอยู่?”

“ข้าถามเผื่อท่านมีธุระ”

หลิงยวนผูกปมเสร็จ แต่ยังไม่ปล่อยมือทันที

“ข้าจะอยู่จนจบ”

นางก้มเก็บกระดาษเพื่อซ่อนรอยยิ้ม

เขาเห็นอยู่ดี

⸻

จ้าวเฉิงมาถึงลานฝึกก่อนแล้ว

ข้างเท้ามีกระบี่ไม้สามเล่ม เขาหยิบเล่มหนึ่งโยนให้เยว่ซี

นางรับไว้แล้วลองหมุนข้อมือ

ด้ามแคบกว่าเล่มที่ใช้เมื่อวานเล็กน้อย จับได้เต็มมือโดยไม่ต้องกำแน่น

“เจ้าเลือกไว้ให้หรือ”

“เล่มเดิมใหญ่เกินไป หากหลุดมาถูกหน้าข้า ผู้ใดจะรับผิดชอบ”

เยว่ซียกกระบี่ขึ้นดู

“ขอบคุณที่ห่วงใบหน้าตนเอง”

จ้าวเฉิงเตรียมจะเถียง แต่เห็นนางยิ้มแล้วกลับลืมคำพูด

เขาจึงหันไปหยิบกระบี่ของตนแทน

การประเมินวันนี้ไม่ใช่การประลองจริง

ผ้าแดงผูกอยู่กับหลักกลางลาน เยว่ซีต้องผ่านจ้าวเฉิงไปชิงผ้าโดยใช้กระบี่ร่วมกับปราณไม้ ส่วนเขาใช้ได้เพียงกระบี่กับฝีเท้า

ผู้คุมลานถือระฆังเล็กอยู่ด้านข้าง

เมื่อเสียงระฆังดัง ทั้งสองต้องหยุดทันที

เสิ่นซูเหอเฝ้าดูอยู่ใต้ร่มไม้ หลิงยวนยืนห่างออกไปข้างแนวหิน ไม่มีผู้ใดเข้ามาจัดท่าทางให้นางอีก

เยว่ซีก้าวเข้าตำแหน่ง

ก่อนเริ่ม นางเห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ใกล้ม้านั่งริมลาน

อีกฝ่ายเพิ่งส่งห่อผ้าหุ้มอาวุธฝึกที่ซ่อมเสร็จ มือข้างหนึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ครั้นสบตากันก็ทำท่าจะถอยออกไป

“ตรงนั้นมองไม่เห็นหลักกลางลาน”

เยว่ซีเอ่ยขึ้น

เสี่ยวถังหยุด

นางพยักหน้าไปทางม้านั่งอีกด้าน

“ข้างเสาว่างอยู่”

เสี่ยวถังมองที่นั่งนั้น แล้วจึงเดินไปช้า ๆ

จ้าวเฉิงเคาะปลายกระบี่กับพื้น

“หากเจ้าจะจัดที่นั่งให้คนดูครบทุกคน ข้าขอนั่งรอด้วยได้หรือไม่”

เยว่ซีหันกลับมา ยกกระบี่ตั้งรับ

“ท่านเริ่มได้แล้ว”

⸻

จ้าวเฉิงเข้าประชิดทันที

กระบี่ไม้กดลงจากด้านบน เยว่ซีรับเฉียงแล้วถอยออกทางซ้าย เถาวัลย์ในกระถางข้างลานยกตัวตามฝ่ามือนาง

เขาเห็นไหล่นางขยับก่อนยอดเถาจะพุ่ง

จ้าวเฉิงหมุนตัวหลบ ปลายกระบี่ตัดผ่านช่องว่างระหว่างเถากับแขนนาง บังคับให้เยว่ซีถอยห่างจากหลักผ้า

“เจ้าบอกข้าก่อนทุกครั้ง”

นางไม่ตอบ

คราวนี้เยว่ซีขยับเข้าหาเขาเอง กระบี่ฟันต่ำล่อให้จ้าวเฉิงลดมือรับ ก่อนใช้เถาวัลย์อีกเส้นขวางทางเท้าด้านหลัง

เขาก้าวข้ามทัน

แต่นางรอจังหวะนั้นอยู่แล้ว

เยว่ซีเบี่ยงตัวผ่านด้านที่เขายังลงน้ำหนักไม่เต็ม มือซ้ายเหยียดไปหาผ้าแดง

เหลือเพียงปลายนิ้วเดียว

เสียงระฆังดังขึ้น

นางหยุดเท้าและกระบี่ทันที

ทว่าเถาวัลย์ยังเลื้อยต่อ

ยอดเถาแตะข้อเท้าจ้าวเฉิงแล้วค่อยคลายลง

ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ

ผู้คุมลานกลับลดพู่กันในมือลง ก่อนขีดเครื่องหมายบนกระดาษ

“ยังไม่ผ่านการหยุดปราณ”

เยว่ซีมองผ้าแดงซึ่งอยู่ใกล้จนเอื้อมถึง

ความเสียดายผุดขึ้นก่อนคำอธิบายเสียอีก

นางลดมือลงช้า ๆ

“ข้าหยุดช้าเจ้าค่ะ”

จ้าวเฉิงก้มดูข้อเท้าตน

“แตะเพียงนิดเดียวเอง”

“ถ้าเป็นคมกระบี่ นิดเดียวก็เป็นแผลได้”

เยว่ซีเป็นฝ่ายตอบ

หลิงยวนเดินเข้ามา เขาไม่ได้มองยอดเถา แต่ถามนาง

“ตอนระฆังดัง เจ้าคิดอะไร”

เยว่ซีเงียบไปครู่หนึ่ง

“ข้าคิดว่าอีกนิดเดียวก็ถึง”

“เจ้าหยุดแขน แต่ยังอยากให้เถาวัลย์กันเขาไว้”

นางหันมองจ้าวเฉิง แล้วจึงเข้าใจสิ่งที่ตนทำ

นางยอมวางกระบี่ลง แต่ยังไม่ยอมเสียโอกาสที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมา

หลิงยวนชี้ไปยังผู้คุมลาน

“เจ้ามองไม่เห็นทุกอย่างที่เขาเห็น หากคู่ต่อสู้บาดเจ็บ หรือมีคนหลุดเข้ามาในสนาม เจ้าจะไม่มีเวลาถามว่าเหตุใดจึงให้หยุด”

เยว่ซีพยักหน้า

“ข้าจะฝึกตรงนี้ใหม่”

เสิ่นซูเหอเดินมาตรวจข้อมือ แล้วปิดสมุดประเมิน

“วันนี้พอเท่านี้”

“ข้าฝึกต่อโดยไม่รับการประเมินได้หรือไม่เจ้าคะ”

นางตรวจชีพจรอีกครู่ ก่อนตอบ

“ได้ช่วงสั้น ๆ แล้วพัก ไม่ต้องรีบเอาคำว่าผ่านกลับไปให้ได้วันนี้”

⸻

จ้าวเฉิงลากกระถางเถาวัลย์สามใบเข้ามาใกล้แนวฝึก

เยว่ซีมองอย่างสงสัย

“เจ้าทำอะไร”

“เจ้ามัวส่งเถาจากขอบลานมาไกล ข้าจึงมีเวลาหลบ วางใกล้ขึ้นแล้วลองใหม่”

เขาชี้หัวไหล่นางด้วยปลายกระบี่

“และตรงนี้ ขยับก่อนทุกครั้ง ข้าเห็นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องรอดูมือเจ้า”

“ท่านบอกหมดเช่นนี้ คราวหน้าจะแพ้เอา”

“ถ้าข้าแพ้เพราะเจ้าหยุดยกไหล่ ข้าก็ควรกลับไปฝึกใหม่เช่นกัน”

เยว่ซีหัวเราะ แล้วก้าวเข้าตำแหน่ง

ครั้งแรกนางปล่อยเถาเร็วเกินไป จ้าวเฉิงผ่านเข้ามาถึงตัวได้

ครั้งที่สองเถาขวางได้ถูกจังหวะ แต่นางมัวระวังไหล่จนตั้งกระบี่ช้า ถูกเขาแตะต้นแขน

ครั้งที่สาม เยว่ซีเลิกคิดจะซ่อนทุกการเคลื่อนไหว

นางยกไหล่ให้เขาเห็น

จ้าวเฉิงขยับเท้าหลบไปตามความเคยชิน เถาวัลย์กลับไม่ได้พุ่งเข้าหาขา แต่ยกขึ้นขวางกระบี่ชั่วขณะ

เยว่ซีปล่อยปราณทันทีที่คมไม้เสียแนว แล้วก้าวผ่านช่องว่าง

เสียงระฆังดัง

กระบี่หยุด

เถาวัลย์ตกลงบนพื้น

มือของนางยังอยู่ห่างผ้าแดงเกือบหนึ่งคืบ

จ้าวเฉิงก้มมองยอดเถาแล้วเงยหน้าขึ้น

“เมื่อครู่เจ้าเปลี่ยนวิธี”

“ท่านบอกให้ข้าปรับ ข้าก็ปรับแล้ว”

“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าหลอกข้า”

“คู่ประลองจำเป็นต้องขออนุญาตก่อนหรือ”

เขาหลุดหัวเราะ

เยว่ซีหันไปทางใต้ร่มไม้ทันที

หลิงยวนพยักหน้าให้เล็กน้อย

เพียงเท่านั้นรอยยิ้มของนางก็สว่างขึ้น

จ้าวเฉิงยืนถือกระบี่อยู่ข้าง ๆ คำพูดที่เตรียมไว้อีกประโยคค้างอยู่ในลำคอ

เขาก้มลงเก็บเถาวัลย์ที่พาดทางเดิน ก่อนบอกตัวเองว่าคงเหนื่อยจากการฝึกมากไปหน่อย

⸻

เมื่อคนเริ่มแยกย้าย เสี่ยวถังเดินเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง

“ของเจ้าตกอยู่ข้างม้านั่ง”

เป็นกำหนดวันประเมินที่เยว่ซีสอดไว้ในประกาศ

นางรับมา

“ขอบใจ”

เสี่ยวถังมองวันที่บนกระดาษ

“ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน”

“เจ้าดูออกหรือว่าข้ากำลังเสียดาย”

“หน้าเจ้าเหมือนตอนขนมกุ้ยฮวาชิ้นสุดท้ายถูกคนอื่นหยิบไป”

เยว่ซีเงยหน้าทันที

“ครั้งนั้นคนที่หยิบคือเจ้า”

“ข้าจึงจำได้แม่น”

ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน

แล้วความเงียบก็ตามมา

เสี่ยวถังลดสายตาลงก่อน รอยยิ้มค่อย ๆ จาง ราวกับเพิ่งนึกได้ว่าพวกนางยังไม่อาจย้อนกลับไปพูดเล่นกันได้ทุกเรื่อง

“ข้าต้องนำตะกร้าไปคืนแล้ว”

นางก้มจะหยิบของ แต่เยว่ซีเอ่ยขึ้น

“เสี่ยวถัง อยู่คุยกันสักครู่ได้หรือไม่”

มือที่จับหูตะกร้าหยุดนิ่ง

“ได้”

ทั้งสองนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน

ระหว่างพวกนางมีกระบอกน้ำวางคั่นอยู่

เยว่ซีมองลานซึ่งว่างลงแล้วอยู่นาน ก่อนถามคำถามที่ติดอยู่ในใจ

“ตอนเจ้าตัดสินใจพาข้าไป เจ้าคิดว่าข้าจะกลับมาหรือไม่”

เสี่ยวถังไม่ได้ตอบทันที

ลมพัดผ่านใบไม้เหนือศีรษะ เสียงกระบี่จากลานถัดไปดังมาเป็นระยะ

“ข้าอยากเชื่อว่าเจ้าจะกลับมา”

เยว่ซีหันมอง

เสี่ยวถังกำมือบนตัก

“พวกเขาขู่เรื่องพี่ชาย ข้ากลัวจนอยากคว้าทางใดก็ได้ที่ช่วยเขาได้ พอพวกเขาบอกว่าจะไม่ทำร้ายเจ้า ข้าก็เลือกเชื่อ”

“ทั้งที่เจ้าไม่แน่ใจ”

“ใช่”

คำตอบสั้นจนเยว่ซีเจ็บในอก

เสี่ยวถังสูดลมหายใจ

“หากข้ามั่นใจว่าปลอดภัยจริง ข้าคงบอกเจ้าไปแล้ว ข้าปิดบังเพราะกลัวเจ้าปฏิเสธ”

เยว่ซีก้มมองมือของตน

“ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าทิ้งพี่ชาย”

“ข้าจำได้”

“แต่ตอนนั้นเจ้าพูดเหมือนข้าไม่เข้าใจความทุกข์ของเจ้า ทั้งที่ข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น”

เสี่ยวถังเม้มปากแน่น

“ข้าอยากให้เจ้าช่วย โดยไม่ยอมให้เจ้าตัดสินใจเอง”

เยว่ซีเงียบไป

คำตอบนี้ไม่ได้ทำให้เรื่องในอดีตเบาลง ทว่าอย่างน้อยนางไม่ต้องเถียงกับข้ออ้างเดิมอีก

“หลังจากนั้น ข้านึกถึงวันที่เราอยู่ด้วยกันแล้วไม่สบายใจ” นางพูดต่อ “บางครั้งข้าสงสัยว่าเจ้าปิดบังข้ามาตั้งแต่เมื่อใด แม้แต่เรื่องที่เคยหัวเราะด้วยกัน ข้าก็ไม่แน่ใจแล้ว”

ดวงตาเสี่ยวถังแดงขึ้น

“วันเหล่านั้นข้าไม่ได้หลอกเจ้า”

เยว่ซีมองนาง

เสี่ยวถังรีบก้มหน้าลง

“แต่ข้าเข้าใจว่าพูดเพียงเท่านี้คงไม่พอ”

“ข้าอยากเชื่อ”

เสียงเยว่ซีเบากว่าเดิม

“ข้าแค่ยังกลัวว่าหากมีเรื่องของพี่ชายเจ้าอีก เจ้าจะเลือกปิดบังข้าเหมือนเดิม”

เสี่ยวถังยกมือขึ้นเช็ดตา ก่อนตอบ

“ข้าเอาความกลัวนั้นออกจากใจเจ้าด้วยคำพูดไม่ได้”

นางหยุดหายใจครู่หนึ่ง

“คราวก่อนข้ายังซ่อนใบรับของไว้เพราะกลัวถูกกล่าวหา ข้าไม่ได้กลายเป็นคนกล้าขึ้นทันที แต่ครั้งนี้ข้านำมันไปบอกแล้ว ต่อไปถ้ากลัวอีก ข้าก็ต้องบอกให้เร็วกว่านั้น”

เยว่ซีมองมือที่มีรอยแตกของอีกฝ่าย

นางจำได้ว่าเสี่ยวถังเคยใช้มือนี้ดึงนางวิ่งผ่านตลาด เคยแบ่งของกินให้ เคยกุมแขนนางแน่นในวันที่หวาดกลัว

และเคยใช้มันพานางไปสู่กับดัก

ความจริงเหล่านั้นอยู่ด้วยกันทั้งหมด

นางยังเลือกเก็บไว้เพียงด้านเดียวไม่ได้

เยว่ซีหยิบกระบอกน้ำที่วางคั่นกลางออก แล้วเก็บลงในถุงข้างตัว

“ข้ายังกลับไปเหมือนเดิมทันทีไม่ได้”

เสี่ยวถังพยักหน้า

“แต่ข้าไม่อยากหลบหน้าเจ้าแล้ว”

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

เยว่ซีหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้

“หากมีเวลาว่าง เจ้าทักข้าได้ ไม่ต้องฝากคนอื่นถามก่อนทุกครั้ง”

เสี่ยวถังรับผ้าไว้ น้ำตากลับร่วงหนักกว่าเดิม

เยว่ซีถอนหายใจเบา ๆ

“ข้าเพิ่งใช้มันซับเหงื่อ”

เสี่ยวถังชะงัก ก่อนหัวเราะทั้งน้ำตา

“เหตุใดไม่บอกก่อน”

“เจ้ารับเร็วเกินไป”

คราวนี้เมื่อทั้งสองลุกจากม้านั่ง เสี่ยวถังไม่ได้รอให้นางเดินนำไปไกลแล้วจึงตาม

พวกนางเดินออกจากลานพร้อมกัน

⸻

ยามเย็น หลิงยวนพบเยว่ซีนั่งพักอยู่ตรงระเบียง

กระบี่ไม้พิงข้างเสา สมุดฝึกเปิดค้างบนตัก แต่พู่กันยังวางอยู่ในจาน

เขานั่งลงข้างนางแล้วแบมือ

เยว่ซีส่งข้อมือให้โดยไม่ต้องถาม

ปลายนิ้วเขาแตะชีพจรครู่หนึ่ง ก่อนพลิกดูรอยแดงบนฝ่ามือ

“วันนี้จับด้ามแน่นเกินไปช่วงท้าย”

“ข้ากลัวเสียจังหวะอีก”

“พอเหนื่อย เจ้าจะเริ่มใช้แรงชดเชย คราวหน้าพักก่อนถึงตรงนั้น”

นางพยักหน้า แล้วมองมือที่ยังรองรับมือตนอยู่

“ข้าคุยกับเสี่ยวถังแล้ว”

หลิงยวนรอ

“ยังมีเรื่องที่คิดถึงแล้วเจ็บ แต่วันนี้ข้าพูดออกไปได้บ้าง”

“นางฟังหรือไม่”

“ฟัง”

เยว่ซีขยับนิ้วจับมือเขา

“ข้าไม่ต้องคอยคิดแล้วว่าถ้าเจอกันพรุ่งนี้จะหันไปทางไหน”

หลิงยวนบีบมือนางเบา ๆ

นางเอนตัวพิงเสา หัวไหล่แตะแขนเขา

“ท่านเองก็ควรพักบ้าง วันนี้ข้าหยุดฝึกแล้ว”

“เจ้ากำลังนับเวลาพักให้ข้าหรือ”

“หากไม่นับ ท่านคงเอาจดหมายออกมาอ่านอีก”

เขามองแขนเสื้อตนแล้วหัวเราะเบา ๆ

แต่ยังไม่ทันตอบ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดิน

ศิษย์หอวินัยหยุดอยู่หน้าบันได

“ศิษย์พี่โม่ มีข่าวจากผู้จัดการประลองขอรับ”

หลิงยวนรับซองจดหมายมาเปิด เยว่ซีขยับตัวนั่งตรง

การตรวจฐานอาคมที่ดำเนินไปแล้วไม่พบรางลับแบบเรือนคุมขัง ส่วนชิ้นส่วนที่เหลือยังถูกกักไว้ ไม่มีการนำไปใช้

ทว่ากระดาษอีกแผ่นทำให้เขาหยุดอ่านนานกว่าปกติ

เยว่ซีสังเกตเห็น

“มีอะไรอีกหรือ”

หลิงยวนส่งให้นาง

เป็นหนังสือขอข้อมูลผู้เข้ารับการประเมิน โดยอ้างว่าจะใช้จัดฐานป้องกันให้เหมาะกับแต่ละคน

ชื่อของนางอยู่เพียงชื่อเดียว

สิ่งที่ขอไม่ได้มีแค่ระดับปราณ แต่รวมถึงตำแหน่งผนึก ลำดับการเปิดเส้นปราณ และช่วงเวลาที่ต้องมีผู้ประคองพลัง

เยว่ซีไล่อ่านจนถึงตราประทับด้านล่าง

ความอบอุ่นจากบทสนทนาเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง

“ผู้จัดงานขอสิ่งนี้หรือ”

“พวกเขายืนยันว่าไม่ได้ส่งมา”

หลิงยวนหันไปสั่งศิษย์หอวินัย

“เก็บหนังสือฉบับจริงไว้ ตรวจว่าใครรับเข้ามาและผ่านมือผู้ใดบ้าง อย่าส่งข้อมูลตอบกลับ”

ศิษย์รับคำแล้วถอยออกไป

เยว่ซียังมองกระดาษในมือ

“คนเขียนรู้ว่าข้ามีผนึก และรู้ว่าต้องมีคนประคอง”

“แต่ยังไม่รู้ว่าทำอย่างไร จึงพยายามขอจากเรา”

นางเงยหน้าสบตาเขา

“ข้ายังรับการประเมินต่อได้หรือไม่”

“ได้ เรื่องหนังสือปลอมข้าจะตรวจต่อ ส่วนสนามต้องผ่านการตรวจตามที่ตกลงไว้ก่อน”

เยว่ซีคืนกระดาษ แล้วหยิบสมุดฝึกขึ้นมา

คราวนี้นางจุ่มพู่กันลงในหมึก

หลิงยวนมองข้อความสั้น ๆ ที่นางเขียนเพิ่มใต้บทฝึกวันนี้

เมื่อได้ยินสัญญาณ ต้องปล่อยทั้งหมด แม้กำลังจะชนะ

นางวางพู่กันก่อนหันมาหาเขา

“วันประเมินครั้งหน้า ข้าจะทำให้ผ่าน”

หลิงยวนไม่ได้ตอบทันที สายตาเขาหยุดอยู่บนตราประทับปลอมอีกครั้ง

คนผู้นั้นไม่ได้ถามว่านางมีพลังมากเพียงใด

มันกำลังถามว่าจะเข้าถึงพลังของนางได้ตรงไหน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

    “อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวนแขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็นเจ้าสำนักนั่งลง“เจ้ากลัวผู้ใด”หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”“ใช่”“คำสั่งอยู่ที่ใด”“ข้าเผาแล้ว”“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”“ครั้งนี้?”เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงักความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”หานจิ้นหลบตา“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”“หญิงคนหนึ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

    “เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่นธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟากเยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด“ลายนั้น…ข้าจำได้”“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 63 — ชีวิตที่เรียกคืนไม่ได้

    เข็มเล็กกดลงกลางแผ่นผนึกในห้องรักษาของสำนักชิงเสวียน ถานอันลืมตาโพลงลมหายใจขาดห้วง ร่างบนเตียงแอ่นขึ้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากจากข้างใน รอยอักขระใต้ชายโครงเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ก่อนเลือดจะซึมออกตามเส้นที่เคยแห้งแล้วเสิ่นซูเหอคว้าข้อมือเขาชีพจรเต้นเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแล้วเสียงร้องจากห้องข้างกันก็ดังตามมาหนึ่งคนสองคนกระทั่งครบทั้งเจ็ดคนที่ถูกช่วยกลับมา“แจ้งเจ้าสำนัก ปิดเขตเรือนรักษา!”นางสั่งศิษย์หน้าประตู ก่อนดึงแผ่นผนึกกั้นปราณมาติดข้างเตียงแสงขาวกางขึ้นร่างถานอันหยุดกระตุกไปครู่หนึ่ง ทว่าเส้นแดงใต้ผิวกลับยิ่งชัดสิ่งที่อยู่ในตัวเขาไม่ได้พยายามหนีออกมาทางประตูมันกำลังถูกดึงผ่านรอยบนร่าง⸻โม่หลิงยวนออกจากห้องสอบสวนตั้งแต่เผยเหวินซูพูดจบคำเตือนถูกส่งล่วงหน้าไปแล้ว แต่เสียงระฆังจากเรือนรักษาดังขึ้นก่อนเขาจะไปถึงเมื่อก้าวผ่านประตู เขาเห็นเสิ่นซูเหอกำลังกดจุดบนไหล่ถานอัน ขณะที่อาจารย์ฉินย้ายจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“เจ็ดคนเกิดอาการพร้อมกัน” เสิ่นซูเหอบอกทันที “ผนึกข้างเตียงกันสิ่งภายนอกได้ แต่หยุดแรงดึงในรอยไม่ได้”หลิงยวนคุกเข่าข้างเตียงเขาไม่ได้เต

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 62 — ก่อนเสียงสุดท้ายจะเงียบ

    “จุดรับของหมายเลขนี้อยู่ที่ใด”โม่หลิงยวนวางกระดาษกลับลงตรงหน้าเผยเหวินซูมือที่กำลังเลื่อนตามรหัสหยุดอยู่เหนือเลขสามตัว“เดิมเป็นลานพักเกวียนทางตะวันออกของคลอง แต่ข้าไม่อาจรับรองว่าพวกมันยังใช้ที่เดิม”หลิงยวนหันไปสั่งศิษย์หน้าประตู“แจ้งคนที่เฝ้าคลอง ให้ตรวจลานเกวียนและทางน้ำใกล้กัน ห้ามรอข้า”เมื่อศิษย์ออกไป เขาจึงกลับมาถามต่อ“ถ้าสถานที่ถูกเปลี่ยน คนขนส่งจะรู้ได้อย่างไร”เผยเหวินซูมองวงหมึกตรงมุมกระดาษ สีหน้ายังซีดอยู่“จะมีเครื่องหมายทิ้งไว้ที่จุดเดิม ใต้เสารับชายคาด้านที่หันเข้าถนน”“เครื่องหมายแบบใด”“สามขีดบอกให้ไปต่อ สองขีดให้รอ ถ้าเป็นวงกลม…”เขาหยุดไปครู่หนึ่งหลิงยวนรอโดยไม่เร่งคำถามซ้ำ“ให้ทำลายของที่พามา ณ จุดนั้น”ผู้จดบันทึกก้มหน้าลงเสียงพู่กันครูดกระดาษดังชัดในห้องเงียบหลิงยวนดึงแผนที่มาวาง“เขียนทุกทางออกที่เจ้าจำได้ แยกให้ชัดว่าเห็นเองหรือเพียงเคยได้ยิน”เผยเหวินซูรับพู่กันทันทีคราวนี้มือเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าเมื่อก่อน⸻ลานพักเกวียนอยู่ห่างจากถนนใหญ่เข้าไปในดงหลิวยามปกติ คนขับรถมักหยุดให้ม้ากินน้ำที่นั่นก่อนข้ามคลอง ทว่าคืนนี้กลับไม่มีตะเกียงแขวนอยู่แม้แต่ดวงเดี

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 61 — คนที่ถูกทิ้งไว้

    ก่อนฟ้าสาง รถม้าคันสุดท้ายหยุดอยู่หน้าเรือนเก่านอกเมืองชายสวมเสื้อคลุมมองคนสองคนที่ช่วยกันลากร่างผู้ป่วยออกมา ข้อเท้าของคนผู้นั้นครูดพื้น ทิ้งรอยเลือดจาง ๆ บนขั้นบันได“คนนี้ขึ้นรถไม่ได้แล้วขอรับ”ผู้คุมคนหนึ่งเปิดชายเสื้อให้ดูเส้นดำลามจากชายโครงขึ้นถึงลำคอ แม้ถูกกรอกยาไปสองครั้ง นิ้วมือของผู้ป่วยยังคงเกร็งกระตุก“เหลืออีกกี่คน”“ข้างในอีกหนึ่ง คนที่เคาะประตูเมื่อคืน”ชายสวมเสื้อคลุมหันไปมองเรือนประตูห้องด้านในถูกตอกไม้ขวางเพิ่ม รอยดำใต้ธรณีแผ่ออกมากกว่าเดิม“เอาคนนี้ขึ้นรถ ทิ้งคนข้างในไว้”ผู้คุมชะงัก“แต่หากคนของสำนักมาพบ—”“พวกมันจะมัวช่วยคน”คำตอบทำให้ไม่มีใครถามต่อชายสวมเสื้อคลุมหยิบแผ่นยันต์ออกมาสองแผ่น ส่งให้ลูกน้องที่ยังยืนอยู่“วางไว้ข้างเตา เมื่อได้ยินคนเปิดประตู ให้จุดไฟ”จากในห้อง เสียงแหบพร่าดังขึ้น“อย่า…ทิ้งข้า…”ชายผู้นั้นขึ้นรถโดยไม่หันกลับเสียงล้อบดผ่านดินชื้น กลบเสียงขอร้องจนหมด⸻“นั่งลงก่อน ข้าวจะเย็น”ยายหวังเลื่อนชามมาตรงหน้าเสี่ยวถังนางยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เข้าประตู มือจับชายแขนเสื้อแน่นจนเยว่ซีต้องดึงเก้าอี้ให้“ยายบอกเจ้า ไม่ได้บอกชาม”เสี่ยวถังรีบนั่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status