LOGINฉันมองชื่อตัวเองด้วยความดีใจ หลังจากผ่านการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยรอบ Portfolio หรือรอบแฟ้มสะสมผลงาน สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยชื่อดังในย่านสนามบินสุวรรณภูมิ ฉันรู้ว่าภาพต้องติดที่เดียวกับฉันแน่นอน เพราะเกรดภาพดีกว่าฉันและเราสองคนตั้งใจเก็บสะสมผลงานตั้งแต่อยู่มัธยมปลาย “เราอยากรู้ว่าในเครื่องยนต์พวกนั้นมีอะไรบ้าง ถ้ามีโอกาสก็อยากซ่อมเครื่องบิน” คำพูดของ ‘ภาพวาด’ ในวัยสิบห้าปีครั้งนั้น ทำให้ฉันเลือกเดินตามความฝันของเขา ขอแค่มีเขาข้าง ๆ สำหรับฉันเรียนอะไรก็ได้ ฉันไม่เคยมีความฝัน ไม่รู้ว่าอยากทำอะไรในอนาคต
View Moreเด็กหญิงวาดวิวเป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจและความสุขของครอบครัวทั้งสอง การมาเกิดของคนคนหนึ่งช่างมีผลกับความสุขของคนหลายคน “ทวดจ๋ามาถ่ายรูปกันเร็ว” วาดวิวโตมากับผู้สูงวัยเธอจึงเป็นเด็กน่ารักและเข้ากับคนง่าย ไม่แปลกเลยที่ใครจะรักจะหลงลูกสาวของพวกเขา ภาพครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านกับครอบครัวของรองผู้ใหญ่แทบล้นเฟรมกล้อง ทุกคนต่างยิ้มและหัวเราะอย่างชอบใจ “วาดเราให้” แต่ภาพของเด็กชายตัวอ้วนกำลังมอบช่อตุ๊กตาหมีให้วาดวิวทำให้ภาพวาดถึงกับหุบยิ้มในทันที แต่เขาก็ถามลูกสาวด้วยเสียงที่พยายามทำให้ธรรมดาที่สุด “ใครเหรอลูก” “นี่ นนท์ค่ะ แฟนวาดเองค่ะพ่อ” คำบอกเล่าของเด็กหญิงทำคนฟังหน้าตึง ให้มันได้อย่างนี้สิ ลูกเขาเพิ่งจะจบอนุบาลแต่กลับมีแฟนเสียแล้ว อาการของผู้เป็นสามีอยู่ในสายตาของภาพวิวมาโดยตลอดหลายวัน ภาพวิวไล่ดูบัญชีรายรับรายจ่ายของอู่ซ่อมรถการเกษตรที่ตอนนี้เปิดให้บริการมาเกือบสามปี ความรู้ที่เรียนมาไม่เสียเปล่าอย่างน้อยก็ได้มาช่วยพ่อและสามี ก่อนหน้านี้กว่าพ่อผู้ใหญ่จะได้ซ่อมเครื่องยนต์สักครั้งต้องรอจากอู่ใหญ่ในตัวจังหวัดเพราะไม่มีใครซ่อมและเข้
“ใช่จ้า” “แล้วตอนนี้ผีโพงไปไหนหมดแล้วจ๊ะ” เด็กหญิงวัยห้าขวบถามอย่างอยากรู้ แต่ถามว่าเธออยากเจอไหม ไม่อยากเจอหรอกแต่ก็อยากรู้ “ผีโพงเป็นผีที่กลัวคน กลัวแสงไฟเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้วมั้ง ผีไม่น่ากลัวเท่าคนหรอกทุกวันนี้” ผู้เป็นทวดบ่น “เหรอ” เด็กหญิงตัวน้อยฟังยายทวดแล้วก็งุนงง ไม่ค่อยเข้าใจมากนัก คนน่ากลัวกว่าผีแล้วเหรอทุกวันนี้ “คนสวยของพ่ออยู่ไหน” เสียงเรียกลูกสาวทำให้คนนอนดูหน้าจอใหญ่เด้งตัวลุกวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อทันที “พ่อจ๋า” เด็กหญิงตัวเล็กกระโดดกอดพ่ออย่างคิดถึง ภาพนั้นทำให้คนมองอย่างภาพวิวถึงกับต้องสั่นศีรษะกับความเวอร์ของสองพ่อลูกคู่นี้ เพิ่งห่างกันยังไม่ทันข้ามวันคิดถึงอะไรกันขนาดนั้น “กินข้าวยัง” “ยังจ้า รอพ่อ” “เหรอ เดี๋ยวไปกินที่ร้าน อยากกินอะไร” “เก็ตตี้แดง” เก็ตตี้แดงที่เด็กหญิงวัยห้าขวบหมายถึงคือสปาเกตตีซอสมะเขือเทศซึ่งเป็นเมนูที่วาดวิวชื่นชอบ “อุลไปด้วยกันครับ” ภาพวิวหันไปเรียกอุลลูกพี่ลูกน้องของภาพวาด เด็กชายอุลในวันวานบัดนี้โตขึ้นแทบจะเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว พุงย้อย ๆ ในวันวานหายไปหมดแล้ว ยิ่งโ
“วิวร้องไห้ทำไม” ผมตกใจเมื่อกลับมาจากประชุมหมู่บ้านในตอนเย็นมาถึงบ้านเวลาสองทุ่มเห็นเมียนั่งร้องไห้ อยู่ตรงระเบียงดูดาว “เจ้ทราย ฮึก เจ้ทราย” “เจ้ทรายทำอะไร” ผมใจคอไม่ดี ไม่ใช่ทะเลาะกันอีกเหรอเนี่ย “เจ้ทรายไม่ให้กินลิ้นจี่ ฮือ เราอยากกิน ลูกก็อยากกิน เจ้ทรายให้เรากินนิดเดียว” คนท้องที่ตอนนี้ท้องโตขึ้นมากกว่าเดือนก่อน และสิ่งที่โตตามท้องคือการเอาแต่ใจ ทั้งยังอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ วัน ๆ ร้อยเรื่องราว “เจ้ไม่ให้กินเลยเหรอ” ผมถามเพื่อย้ำอีกครั้ง เจ้ทรายไม่น่าจะงกถึงขั้นไม่ให้กินสักลูกนะ เพราะลิ้นจี่ตอนนี้ก็มีเยอะมาก เจ้แกก็ไม่น่าหวง “ให้กิน แต่ไม่อิ่ม” นั่นไงว่าแล้ว “กินไปแค่ไหนทำไมไม่อิ่ม” ผมถามอย่างใจเย็นก็เข้าใจว่าเธอท้อง ข้าวเธอก็ไม่ชอบกิน อาศัยกินพวกผลไม้นี่แหละ แต่ผลไม้ก็น้ำตาลสูงไม่ต่างกัน ผมไม่อยากให้เมียเป็นเบาหวานจึงสั่งเจ้ทรายไว้ว่าให้จับตาการกินของวิวให้หน่อย อะไรห้ามได้ก็ห้าม ถามว่าทำไมผมต้องสั่งเจ้ทราย อ้าว ผมห้ามเมีย ได้ที่ไหนกันเล่า แค่วิวทำตาละห้อยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุดและบอกว่า “ลูกอยากกิน ไม่ใช่เรา
“คนสวยทำไมทำหน้าอย่างนั้นละ” ผมถามคนสวยที่ใบหน้างอหงิก เมื่อเห็นผลตรวจของตัวเอง “เราท้อง เรายังไม่อยากท้อง” มันเกิดความผิดพลาดครับ เพราะเราสองคนไม่ได้ป้องกันอย่างอื่นเลยนอกจากคิดว่าวิวฝังยาคุม แต่เพราะเราสองคนลืมคิดไปว่ายาคุมแบบฝังออกฤทธิ์ได้ห้าปีเท่านั้น แล้วหลังจากแต่งงานมันก็เกินมาแล้วตั้งหลายเดือน เมื่อไม่กี่วันก่อนวิวก็เวียนหัวมากสุดท้ายพอตรวจแล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละครับ สองขีดแบบชัดเจนไม่ต้องให้กังขากันอีก “ที่ตรวจห้าอันสองขีดหมดเลย ไม่ท้องก็ต้องท้องแล้วละวิว” ภาพดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด แต่งงานก็แต่งแล้วจะท้องก็ไม่เป็นไรหรอก “แต่เรายังเด็ก” เธอว่า ทั้งยังบ่นอุบอิบต่อ “เด็กตรงไหนกัน อายุเท่านี้แหละจะได้มีลูกทันใช้ไงครับ” ผมปลอบคนที่ยังไม่พร้อมจะมีลูก “เรายังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะเลยอะ” วิวบ่นสิ่งที่เธออยากทำ มีอีกหลายอย่างที่เธออยากทำและกลัวว่าจะไม่มีเวลาให้ลูกและงาน “ลูกเป็นของขวัญของเรา อย่าคิดอย่างนั้นเลย อีกอย่างยายกับย่าคงอยากเห็นหน้าเหลนแล้ว คนช่วยเลี้ยงเยอะแยะ อย่าเครียดเลยนะครับที่รัก” ผมซุกหน้ากับกลุ่มผมหนานุ่มข
“ไฮโซอะไรเล่า ตอนนี้ไม่มีจะแดก ตกงาน!” “อ้าว ที่สัมภาษณ์อาทิตย์ที่แล้วไม่ได้เหรอ” “ได้ห่าอะไร แกรู้ไหมฉันขอเงินเดือนไปสามหมื่น มันต่อเหลือสองหมื่นทำงานหกวันต่อสัปดาห์ ถ้าทำงานเยอะขนาดนั้น แล้วได้เงินแค่นี้ สู้ฉันมาเกาะพ่อแม่กินไม่ดีกว่าเหรอ” ทั้งป้าเจนและจินนี่ต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาวะ สู้มันสักตั้ง ‘วิศวะรักบ้านเกิด’ กูเปลี่ยนชื่อกลุ่มไลน์พวกเราแล้ว” จากกลุ่ม ‘เลือดวิศวะ’ เป็น ‘วิศวะรักบ้านเกิด’ อืมเข้ากันโคตร ตามนั้น...รักบ้านเกิดหรือไม่มีที่ไป หนึ่งสัปดาห์ต่อมา “กลับมาแล้วเหรอหลานรัก”“กลับมาแล้วค่ะ” ฉันเข้าไปกอดยาย ที่บอกว่าฉันเป็นหลานรักแต่กลับ
“ช่างมันเถอะ มันก็สนุกดี เพื่อนเยอะ รุ่นพี่ก็ช่วยกัน ยังไงก็จบแหละ” “แล้วตกลงเป็นแฟนกันอยู่ไหม” ภาพยังถามคำเดิม ฉันส่ายหัวแทนการเอ่ยปฏิเสธ ฉันไม่น่ารักเวลาขี้หึง ฉันไม่อยากเป็นคนไม่น่ารัก เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เหมือนจะยอมรับในสิ่งที่ฉันตัดสินใจ “เรามาหาเธอบ้างได้ไหม”ถ้าเขามาห
เมื่อคุณนายเมียผู้ใหญ่เป็นผู้รณรงค์เรื่องไม่ท้องก่อนวัยอันควร ชักชวนเด็กสาวในหมู่บ้านให้ฝังยาคุม มีเหรอที่แม่จะไม่จับฉันฝังด้วยเพื่อเป็นตัวอย่างกับลูกสาวของบ้านอื่น ภาพอุ้มฉันขึ้นทั้งอย่างนั้น หลังจากวางฉันลงบนที่นอน เขาก็จัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง โดยที่ฉันยังมองไม่ละสายตา นี่เป็นครั้งแรกท





