로그인ชาติก่อนเขาและนางประดาบเข้าหากัน ล้วนเต็มไปด้วยคมดาบเงากระบี่ มีแต่คำว่าหลอกลวง เจ้าเล่ห์มากแผนการ ชั่วช้าและโลภมาก จนสุดท้ายต้องพบกับจุดจบเพราะความโลภ ชาตินี้ได้โอกาสย้อนเวลากลับมา คนเลวร้ายเช่นนางและเขาจะไม่ยอมเดินซ้ำรอยเดิมอีก! เย่หลี เป็นสตรีที่มีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูง นางรักอำนาจ เช่นเดียวกับ ฟ่านเฉิน องค์ชายรองที่หวังในตำแหน่งองค์รัชทายาทเช่นกัน เขากับนางร่วมมือกันเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ทว่าเบื้องหลังกลับหันดาบหมายสังหารกันและกัน สุดท้ายจุดจบไม่สวยหรูดั่งที่คิด ก่อนตายเขาและนางได้รู้ความลับที่ตนไม่เคยรู้ แต่ทว่าก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว แต่ทว่าสวรรค์ยังเมตตา ส่งเขาและนางกลับมาแก้ไขเรื่องราวทุกอย่างในอดีต หนึ่งสตรีที่ต้องการปกป้องครอบครัว แม้ไม่มีอำนาจและกำลังในมือก็ไม่ยอมแพ้ หนึ่งบุรุษที่กลับมาแก้แค้นคนที่เคยทำกับเขาเอาไว้และทวงคืนความเป็นธรรมให้คนบริสุทธิ์ที่เคยตกเป็นเหยื่อในชาติก่อน เมื่อได้พบกันอีกครา ทำให้เขาและนางต้องเลือกอีกครั้ง ว่าจะหันดาบเข้าหากันเช่นเดิม หรือจับมือกันอีกครั้งเพื่อสังหารคนชั่วที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนั้น!
더 보기ฟ่านเฉินพานางไปไหว้หลุมศพของหยางกุ้ยเฟยผู้เป็นมารดาหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน อีกทั้งยังขอให้พระนางอวยพรให้เขาและนางใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น มีสายลมพัดเข้ามาแผ่วเบาราวกับว่าหยางกุ้ยเฟยรับรู้ถึงคำขอของนางและฟ่านเฉินแล้วเดิมทีฟ่านเฉินตั้งใจว่าจะเอาเลือดของสวีกุ้ยเฟยมาเซ่นสังเวยหลุมศพมารดา แต่เมื่อได้คิดอีกคราเขากลับพบว่าตนเองคิดถูกที่ไม่ทำเช่นนั้น เพราะเสด็จแม่เองก็คงไม่ต้องการให้เลือดชั่วของสวีกุ้ยเฟยมาแปดเปื้อนหลุมศพของนาง!หนึ่งปีแรกหลังจากแต่งงาน เย่หลียังคงไม่ตั้งครรภ์ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขาและนางเลยแม้แต่น้อย นางไม่มีแม่สามีคอยกดดัน อีกทั้งพ่อสามีก็ไม่เร่งรัดนางจากนั้นไม่นาน เย่หลีก็ได้เอ่ยถามฟ่านเฉินว่าเขาคิดจะถอนพิษให้ไป๋ซู่ฮวาหรือไม่ ยามนี้แผนการก็สำเร็จลุล่วงแล้ว อย่างไรก็ควรจะเมตตานางเสียหน่อย แต่ฟ่านเฉินกลับไม่ตกลงทำตามที่นางบอก เขาเอ่ยว่าไป๋ซู่ฮวากลับมาแล้วยังไม่รู้จักประมาณตน ปล่อยไว้ย่อมเป็นภัย ให้นางเป็นใบ้ไปชั่วชีวิตเช่นนั้นก็ดีแล้ว จะได้ไม่ก่อคลื่นลมให้เขาและนางต้องปวดหัวได้อีก เย่หลีเองก็ไม่ได้คัดค้านอันใดส่วนเย่หลิงนั้นนางได้แต่งงานกับหวังฉงคน
เมื่อทุกอย่างจบลง แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำคือการปลอบขวัญกำลังใจเหล่าทหารกล้า พวกเขาทุกคนช่วยกันนำศพไปฝังเพราะอย่างไรเสียคงไม่อาจนำศพของพวกเขากลับบ้านเกิดได้อีกแล้ว เหล่าชาวบ้านก็ล้มตายไปไม่น้อยที่เหลือรอดก็มีอยู่ไม่มากและยังคงหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฟ่านหลิ่นและฟ่านเฉินจึงสั่งให้ทหารช่วยดูแลชาวบ้านและปลอบขวัญพวกเขาจนมีอาการดีขึ้นเวลาผ่านมาร่วมหลายวัน คนทั้งหมดก็เดินทางกลับเมืองหลวง อย่างไรเสียย่อมต้องกลับไปรายงานความดีความชอบนี้ให้ฮ่องเต้ฟ่านหมิงจิ้นได้ทราบเสียก่อน ส่วนเรื่องอื่นนั้นค่อยจัดการหารือกันภายหลังระหว่างที่เดินทางกลับนั้นเย่หลีนั่งรถม้ามาพร้อมกับสาวใช้น้อยนางนั้น เดิมทีเย่หลีไม่ได้คิดจะพานางติดตามกลับเมืองหลวงมาด้วย แต่เพราะสตรีนางนั้นบอกว่าไม่มีที่ไปแล้ว เย่หลีสงสารจึงรับนางเอาไว้และตั้งชื่อให้ว่าอาหลวนเดินทางมาจนถึงจุดพักม้าอย่างไรย่อมต้องหยุดพักเสียหน่อยเพราะอีกหลายวันกว่าจะเดินทางถึงเมืองหลวงและยามนี้ม้าก็อ่อนแรงลงไปไม่น้อยแล้ว ทางการรีบจัดที่พักให้พวกเขาและดูแลเรื่องอาหารอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เย่หลีได้พักที่เรือนรับรองที่สะดวกสบายที่สุด เดิมทีเรือนนี้คนของท
เช้าวันต่อมาหลังจากที่เย่หลีตื่นขึ้นมา ก็พบว่าฟ่านเฉินรวมถึงบิดาและพี่ชายของนางได้ออกรบกับแคว้นฉีอีกครั้งแล้วเมื่อคืนนี้หลังจากปรับความเข้าใจกันได้แล้ว นางก็กลับมาพักยังที่พักของตน ยามนอนหลับนางฝันดีตลอดทั้งคืนในขณะที่เย่หลีเพิ่งจะกินมื้อเช้าเสร็จและเดินออกมาภายนอกกระโจมก็พบว่ายามนี้ภายในค่ายทหารกำลังวุ่นวายเป็นอย่างมาก เหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บถูกหามเข้ามาคนแล้วคนเล่า บางคนถูกธนูยิงจนทะลุหน้าอก บางคนแขนขาด บางคนเลือดไหลโทรมกาย ช่างเป็นภาพที่น่าหวาดกลัวไม่น้อยเลย สาวใช้น้อยข้างกายของนางถึงกับเบือนหน้าหนีไม่กล้ามองเพราะหวาดกลัวเย่หลีย่นหัวคิ้ว ไม่คิดว่าทหารของแคว้นซ่งจะได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ นางมองไปโดยรอบก่อนจะพบกับฟ่านหลิ่นที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางจึงรีบเอ่ยกับเขาทันที"คังอ๋อง เกิดเรื่องใดขึ้นหรือเพคะ"ฟ่านหลิ่นมองเย่หลีก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีเท่าใดนัก"เสด็จอาเล่นลูกไม้สกปรก ลอบส่งทหารไปซุ่มโจมตีทหารของพวกเราจากที่ลับ ก่อนหน้านี้ก็ส่งคนมาเผาเสบียงอาหาร อีกทั้งยังใช้ดินประสิวระเบิดภูเขาทำให้ก้อนหินร่วงลงมาทับทหารของแคว้นซ่งตายไปหลายพันนาย สถานกา
ฟ่านเฉินรีบหันกลับมามองก่อนจะต้องตกตะลึงอยู่เช่นนั้น เขาคิดว่าตนเองคงจะฝันไป แต่เมื่อได้เห็นว่ายามนี้สตรีตรงหน้ากำลังแย้มยิ้มให้เขา เขาจึงตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันแต่เป็นนางจริง ๆเย่หลีมองพิจารณาบุรุษตรงหน้า ยามนี้เขายังคงดูหล่อเหลาเช่นเดิม แต่ทว่าผิวกลับคล้ำลงไปไม่น้อย ดูคมเข้มชวนมองขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก"เจ้ามาได้เช่นไร"ฟ่านเฉินเอ่ยถามเย่หลีด้วยความสงสัย เขาเองก็มองนางอย่างพิจารณาเช่นเดียวกัน แม้ยามนี้ผิวของนางจะดูคล้ำลงแต่ความงามนั้นไม่ด้อยลงไปเลยแม้แต่น้อยเย่หลียิ้มก่อนจะตอบ"ข้าก็เดินทางมากับขบวนเสบียงน่ะสิ มาพร้อมพี่ชายของท่าน"เมื่อได้ยินว่าเย่หลีมาพร้อมกับฟ่านหลิ่น ในใจของฟ่านเฉินก็พลันขมขื่นขึ้นมา นางมาพร้อมพี่ชายของเขา ไม่คิดว่าเวลาเพียงไม่นานความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้แล้วที่นางเคยบอกว่าไม่ชอบพี่ชายเขา คงเป็นเพราะนางจะยังไม่รู้หัวใจตนเองใช่หรือไม่ เมื่อรู้แล้วนางจึงเลือกพี่ชายของเขาอย่างไม่ลังเลเมื่อเห็นว่าฟ่านเฉินเอาแต่เงียบ เย่หลีก็รู้สึกสงสัยไม่น้อย อันใดกัน ไม่เจอกันนานก็ไม่มีเรื่องจะสนทนากันแล้วหรือเมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงเอ่ยถามเขาอีกครั
ต้นฤดูร้อนอากาศเริ่มจะร้อนอบอ้าว วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่สำนักเหยาหลีจะเปิดการเรียนการสอน และปิดเรียนให้เหล่านักเรียนได้พักผ่อน ฤดูร้อนผู้คนไม่อยากทำอะไรมากนักเพราะสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ล้วนเดินทางไปที่หมู่บ้านชนบทนอกเมืองหลวงเพื่อผ่อนคลายเสียมากกว่านับตั้งแต่วันที่เย่หลีต่อว่าฟางลี่ในงานเลี้ยงวันน
เมื่อกลับมาถึงจวนก็เป็นเวลาดึกดื่นมากแล้ว เย่หลีจึงเข้าห้องพักผ่อนทันที นางไม่รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย ค่อนคืนก็ยังนอนไม่หลับ เพราะเอาแต่คิดถึงเรื่องของฟ่านเฉินนางรู้สึกว่าทุกอย่างมันดูแปลกไปหมด แต่นางก็ยังไม่กล้าเดาส่งเดช นางไม่กล้าเอาความติดจิตใจทั้งหมดไปคาดเดาคนอย่างฟ่านเฉินว่าภายในใจของเขาคิดสิ่
เมื่อกลับเข้ามาในงานเลี้ยง เย่หลีก็ไม่สนใจฟ่านเฉินอีก นางทำเป็นแสร้งมองไปทางอื่นอีกทั้งยังชวนเซวียนถิงถิงพูดคุยไม่หยุด ฟ่านเฉินเองก็มิได้มองไปที่นางเช่นกัน เพราะยามนี้ในงานเลี้ยงกำลังจะมีเรื่องสนุกให้ทุกคนได้ชมกันในไม่ช้านี้แล้วชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นดื่ม ก่อนหน้านี้เขาเทชาที่ฟ่านจ
คนทั้งสองมองสบสายตากันเพียงไม่นาน ต่างคนก็เบนสายตาแยกย้ายกันไป ฟ่านเฉินไปนั่งที่ของเขา ส่วนเย่หลีก็นั่งลงยังที่ทางของตนเอง งานเลี้ยงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆเย่ฮูหยินที่นั่งอยู่ข้างกายบุตรสาว เมื่อเห็นว่าเย่หลีมีท่าทางไม่สู้ดี อีกทั้งใบหน้าก็ซีดเผือด จึงรีบร้อนถามด้วยความห่วงใย"หลีเอ๋อร์ เจ้าเป็นอันใดห
리뷰