LOGINอยู่ๆก็มาเกิดใหม่กลายเป็นสาวใช้ของ กู้เหยียนฉี ท่านอ๋องที่ผู้คนหวาดกลัวกันทั้งเมืองหลวง จินฝู จำต้องหาทางรอดชีวิตไปวันต่อวัน นางไม่มีความสามารถใดพิเศษนอกจากการกิน กินและกิน และไม่หวังในลาภยศอันใดทั้งสิ้น แต่สวรรค์ นางพยายามทำทุกทางแล้ว แต่เหมือนยิ่งเกลียดยิ่งเจอ สุดท้ายนางก็ต้องกลายเป็นสาวใช้คนสนิทของเขา แต่ทว่าเมื่อได้อยู่ใกล้เขา มันกลับทำให้นางได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเขา เดิมทีนางคิดจะเป็นปลาเค็มนอนสบายๆไปวันๆ แต่ผู้ใดจะรู้ว่านางจะต้องร่วมเป็นร่วมตายกับเขาอยู่บ่อยครั้ง จนสุดท้ายก็กลายเป็นความรักที่แสนโรแมนติกในชีวิตของนาง
View Moreกู้เหยียนฉีจำได้ว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ในตอนนั้นเขาและจินฝูยังเป็นเพียงข้ารับใช้และเจ้านาย ไม่ได้มีความรักลึกซึ้งอันใดต่อกันเลยแม้แต่น้อยอากาศเช้านี้ค่อนข้างเย็นสบายไม่น้อยเลย หลังจากที่เตรียมอาหารมื้อเช้าให้กู้เหยียนฉีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จินฝูก็ตรงมายังห้องโถงใหญ่เพื่อปรนนิบัติเขากินอาหารมื้อเช้า นี่คืองานที่นางต้องทำในแต่ละวัน จะขาดตกบกพร่องไม่ได้ เมื่อมาถึงก็พบว่ากู้เหยียนฉีตื่นนอนแล้ว ชายหนุ่มกินอาหารเช้าและแบ่งให้นางกินเหมือนกับทุกวันที่เคยทำ จินฝูรู้สึกฟินมาก ท้องอิ่มหนังตาก็เริ่มหย่อน แต่นางยังไม่ทันจะไปนอนก็ได้ยินกู้เหยียนฉีเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน"ตามข้าไปที่ห้องนอนด้วย"เอ่ยจบเขาก็เดินตรงไปรอนางที่ห้องนอนทันที จินฝูที่ได้ยินเช่นนั้นใจก็เต้นถี่ระรัว นางกำมือแน่น พลางครุ่นคิดในใจอย่างหวาดหวั่นนี่นางกับเขา ต้องทำเรื่องอย่างว่ากันแล้วอย่างนั้นหรือ?!แม้ในใจจะร้องโอดครวญ แต่กลับไม่อาจปฏิเสธ ในเมื่อนางเป็นคนของเขาแล้ว การที่เขาจะทำอันใดกับนางก็นับว่าไม่ผิด หญิงสาวถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง แล้วจึงเดินตามเขาเข้าไปในห้องนอน เมื่อมาถึงก็พบว่ายามนี้กู้เหยียนฉีกำลังนั่งอยู่บนเตี
วันคืนล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็กู้เหยียนฉีและจินฝูก็ได้แต่งงานกัน พิธีการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะมีผู้คนมาร่วมเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก ก่อนที่เขาและนางจะแต่งงานกัน กู้เหยียนฉีพาจินฝูไปเที่ยวชมสถานที่งดงามและกินดื่มอย่างสำราญใจ นางจึงมีความสุขเป็นอย่างยิ่งการแต่งงานครั้งนี้มิใช่การแต่งงานธรรมดา แต่เป็นการสถาปนาการขึ้นครองราชย์ของกู้เหยียนฉีด้วยแม้จะไม่ต้องการสักเท่าไร่ แต่กู้เหยียนฉีรู้ดีว่าสุดท้ายแล้ว มันคือหน้าที่ของเขา อย่างน้อยเขาก็ยังมีจินฝูที่เป็นแสงสว่างในชีวิตของเขา ขอเพียงมีนางในวังหลวงที่น่าเบื่อแห่งนี้ก็งดงามขึ้นมาทันตาหลังจากกู้เยียนฉีขึ้นครองราชย์ กู้ฟานก็สละราชบัลลังก์ เขาใช้บั้นปลายชีวิตไปกับการอ่านตำราและวาดภาพอยู่ที่ตำหนักท้ายวังหลวง ทุกวันผ่านไปอย่างมีความสุข กู้เหยียนฉีเองก็ดูแลเขาเป็นอย่างดี ส่วนจินฝูนั้นเป็นเด็กร่าเริงอารมณ์ดี นางมักจะชอบมาเล่าเรื่องต่างๆให้เขาฟัง ทำให้เขาไม่เหงาเลยแม้แต่น้อยรัชศกฉีปีที่หนึ่ง กู้เหยียนฉีขึ้นครองราชย์ และแต่งตั้งจินฝูเป็นฮองเฮา เหล่าขุนนางไม่กล้าคัดค้าน เพราะฮองเฮาพระองค์ใหม่คือกำลังสำคัญเช่นกันที่ทำให้ฝ่าบาททรงได้ขึ้นค
กบฏตระกูลเจี่ยงถูกสังหารสิ้นแล้ว อีกทั้งราชสำนักยังประกาศความชั่วของพวกเขาให้ราษฏรทั่วทั้งใต้หล้าได้รับรู้เจีี่ยงฉยงอดีตแม่ทัพใหญ่ มีใจคิดไม่ซื่อ ลอบวางยาพิษเจ้าแผ่นดิน และลอบสังหารอดีตชินอ๋อง โชคดีที่สวรรค์เมตตาให้อดีตชินอ๋องทรงรอดชีวิตกลับมาได้ และกลับมาทวงคืนความยุติธรรมให้บ้านเมืองได้สำเร็จส่วนเจี่ยงหว่าน อดีตฮองเฮานั้น เพียงเพราะหลงใหลในอำนาจ จึงตบตาฮ่องเต้แต่งเข้าวังหลังมาทั้งที่ตั้งครรภ์บุตรกับชายอื่น และยังฆ่าปิดปากชายคนรักเพื่อไม่ให้เขากลับมาเปิดโปงความเลวทรามต่ำช้าของตน ซ้ำร้ายยังลอบส่งนักฆ่าไปสังหารกู้เหยียนฉีหลายต่อหลายครั้งด้วย กู้ม่อหลีแท้จริงแล้วไม่ใช่บุตรของโอรสสวรรค์ เขาเป็นองค์ชายตัวปลอม ส่วนองค์ชายใหญ่ที่แท้จริงซึ่งมีสายเลือดของฝ่าบาทไหลเวียนอยู่ในกายคือกู้เหยียนฉี องค์ชายใหญ่ตัวจริงที่ต้องปิดบังสถานะของตนเองเพื่อหาทางเอาตัวรอดและกำจัดคนชั่ว คนตระกูลเจี่ยงมีโทษหลอกลวงเบื้องสูง ให้ขายบ่าวในจวนทิ้งไปเสีย ยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าคลังหลวง บุรุษให้สังหารทิ้งทั้งหมด ส่วนสตรีให้เนรเทศไปอยู่ที่ชายแดนแร้นแค้น ชั่วชีวิตนี้อย่าได้คิดจะกลับเข้าเมืองหลวงอีกผู้คนที่ได้รับรู้ต
กู้เหยียนฉีเดินเข้าไปในตำหนักที่กู้ฮ่องเต้พักรักษาตัวอยู่ด้วยใบหน้าที่เลื่อนลอย ครั้งนี้จินฝูไม่ได้ตามไปด้วย เพราะอยากให้พ่อลูกได้พูดคุยกันอย่างเปิดใจกู้ฮ่องเต้ได้สติฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว แต่เพราะสำลักควันไฟเข้าไปเป็นจำนวนมาก และยังถูกพิษมาก่อนหน้านี้ ทำให้ร่างหายของเขาย่ำแย่ลงไปมาก เขาให้นางกำนัลประคองตนนอนเอนพิงหมอนบนเตียง แล้วจึงให้พวกนางออกไปให้หมด ยามนี้จึงเหลือเพียงกู้เหยียนฉีและกู้ฟานเพียงเท่านั้นกู้ฮ่องเต้กระแอมไออยู่ตลอดเวลา เขาพยายามฝืนประคองตนให้ยืนหยัดเอาไว้ แล้วจึงเงยหน้าไปมองกู้ฟานน้องชายของตน"น้องสี่ ขอบใจเจ้ามากนะ หากไม่มีเจ้า ข้าคงไร้สามารถไม่อาจทำสิ่งใดได้ แค่กแค่ก"กู้ฟานน้ำตาไหล เขารีบเดินเข้าไปจับมือพี่ชายตนเอาไว้"พี่สาม ท่านเก่งที่สุดแล้ว ถึงแม้พวกเราจะไมได้เกิดจากมารดาคนเดียวกัน แต่ข้าก็รักท่านมาก รักท่านเหมือนพี่ชายร่วมมารดาเดียวกัน"กู้ฮ่องเต้พยักหน้า ก่อนจะหันมามองกู้เหยียนที่ยืนอยู่ไม่ไกล กู้ฮ่องเต้ยิ้มอย่างอ่อนแรงรู้สึกว่าตนเองเริ่มจะไม่ไหวมากขึ้นทุกที"ฉีหลาง เจ้ายังโกรธพ่ออยู่หรือ แต่ช่างเถิด ยามนี้คนตระกูลเจี่ยงตายสิ้นแล้ว เจ้าโกรธพ่อนานอีกสักหน่อย พ่อก
กู้เหยียนฉีสั่งให้คนเก็บกวาดศพนักฆ่า ส่วนเขากลับขึ้นมานั่งบนรถม้า พ่อบ้านตู้เองก็รู้งานจึงออกมานั่งที่ด้านหน้าฝั่งคนขับ โชคดีที่ไป๋หลางนั่งอยู่ด้วยเขาจึงเบาใจคลายความกลัวลงไปได้บ้าง“ท่านอ๋อง ทรงบาดเจ็บหรือไม่เพคะ?”จินฝูเอ่ยถามเขาด้วยความเป็นห่วง กู้เหยียนฉีไม่ตอบคำถามนาง แต่กลับเอ่ยถามเรื่องอื่นแ
กู้เหยียนฉีโมโหแทบตายแล้ว จินฝูถึงกับจ้องขนจมูกเขาเช่นนี้ นางจะใจกล้าเกินไปแล้ว หลังจากที่นางกลับเรือนพักไปแล้ว กู้เหยียนฉีจึงเรียกไป๋หลางมาพบทันที เมื่อไป๋หลางมาถึงก็รีบทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม กู้เหยียนฉีเอ่ยว่าไม่ต้องมากพิธี แล้วจึงกวักมือเรียกไป๋หลางเข้ามาใกล้ๆ ไป๋หลางสงสัยยิ่งแต่ก็ยอม
เดิมทีจินฝูคิดว่ากู้เหยียนฉีคงรับคำไปอย่างส่งๆเพียงเท่านั้น แต่ผู้ใดจะคาดคิดกันเล่าว่าเขาจะให้นางกินเนื้อหมูย่างและของกินที่นางขอจริงๆ จินฝูดีใจมาก นางย่างหมูสูตรลับให้เขากิน อีกทั้งยังแบ่งไปให้ข้ารับใช้ในจวนได้กินกันถ้วนหน้าอีกด้วยยามนี้เข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อนแล้ว อากาศจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าวอยู่ไม่
ด้านกู้เหยียนนั้นยามนี้เขากำลังนั่งอ่านตำราอยู่ในห้องโถงใหญ่ เมื่อเช้านี้เขาสั่งให้ไป๋หลางติดตามจินฝูไปอย่างลับๆ หากว่าเกิดเรื่องไม่คาดคิดจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงทีแต่ทว่าผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ไป๋หลางก็กลับมารายงานเขาว่ายามนี้จินฝูถูกลากตัวไปที่กรมอาญาเสียแล้ว เนื่องจากนางไปมีเรื่องตบตีกับเจี่ยงเห
reviews