Masukเฮือกก
กระทั่งอรรถพลยอมผละริมฝีปากออกไปเล็กน้อย เอยก็รีบสูดโกยเอาลมหายใจเข้าปอดทันที กลีบปากบางอวบอิ่มเผยอขึ้นอย่างเย้ายวน รสสัมผัสที่อ่อนนุ่มและหวานล้ำจนเขาติดใจมาตลอดสามปีทำให้อรรถพลไม่อาจละสายตาได้ ในระหว่างที่รอให้เธอหายใจ เขาก็โน้มลงขบเม้มเล่นที่กลีบปากนุ่มนิ่มทั้งบนและล่างเบา ๆ อย่างหยอกเย้า
"อื้อ..."
ยังไม่ทันที่เอยจะได้หายเหนื่อยดี เอยก็ถูกอรรถพลบดขยี้จูบลงมาอีกครั้ง เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวตวัดดูดดึงเรียวลิ้นบางอย่างช่ำชอง ตักตวงกลืนกินเธอจนอารมณ์ปรารถนาเริ่มปะทุเดือดขึ้นกว่าเดิม
ความชำนาญอันเหลือร้ายของอรรถพลค่อย ๆ ลบเลือนความกลัวของเอยให้เลือนหาย เหลือทิ้งไว้เพียงความต้องการบางอย่างที่กำลังตื่นตัวขึ้นมา ทุกครั้งที่ถูกเขาล่อลวง เอยจะจมดิ่งลงสู่วังวนแห่งไฟราคะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เอยหลับตารับรสจูบอันร้อนแรง ในบางจังหวะเธอก็จูบตอบเขาไปอย่างเผลอตัวและว่าง่ายตามความคุ้นชินในอดีต
ฝ่ามือหนาคลายจากการตรึงข้อมือ เลื่อนลงมาลูบไล้กอดรัดร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง มือหนึ่งเลื่อนขึ้นมาล็อกท้ายทอยของเอยให้รับจูบจากเขาได้อย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น ส่วนอีกข้างลูบไล้ไปตามเอวบางที่บัดนี้ชายเสื้อถูกถลกขึ้นไปกองอยู่เหนือเนินอก ก่อนจะบีบเค้นทรวงอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าจนยับยู่ยี่
"อืมม..."
ทั้งสองยังคงนัวเนียจูบกันอย่างแนบแน่นและร้อนแรง เสียงชุ่มฉ่ำจากน้ำลายของทั้งสองทำให้เกิดเสียงพร้อมกับเสียงครางฮึมในลำคอของเอยและอรรถพลผสานกัน
ยิ่งห่างไกลยิ่งคิดถึง ยิ่งต้องการปลดปล่อย ตอนนี้ได้กลับมากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันแบบนี้อรรถพลยิ่งเกิดความต้องการสูงจนแทบควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ และเขาไม่คิดที่จะควบคุมมันเลยนอกจากจะปลดปล่อยให้มันหมดสิ้นในคืนนี้
เขาไม่ได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครเลยนับตั้งแต่วันที่ยุติความสัมพันธ์กับเอยไป ดังนั้นเมื่อวันนี้เขาได้ของเล่นชิ้นโปรดกลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง เขาจึงตั้งใจจะเล่นเธอให้สาสมกับช่วงเวลาที่ขาดหายไป!
อื้ออ~
เอยสัมผัสได้ถึงร่างแกร่งที่ผละห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะก้มลงมาไล้เลีย คลอเคลีย และหอมแก้มเธอทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน เอยปรือตามอง สัมผัสได้เพียงกลุ่มผมนุ่มที่กำลังเลื่อนต่ำลงไปยังซอกคอขาว หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นมองเพดาน ปล่อยให้อรรถพลได้ดมดอมสูดกลิ่นกายของเธอจนพอใจ
ริมฝีปากหนาฝังลงที่ผิวเนื้อบางตามลำคอ ความเสียวซ่านแล่นเข้ามาเกาะกินหัวใจ จากความเจ็บปวดที่ถูกเขาทำร้ายซ้ำ ๆ บัดนี้กลับถูกความปรารถนาครอบครองกัดกินความรู้สึกทั้งหมดจนเหลือเพียงความต้องการของสัญชาตญาณอันดิบเถื่อนของมนุษย์
"อ๊ะ..."
"อย่าทำรอยนะคะ..." เอยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ร่างกายของเธอกำลังร้อนรุ่มไปทั้งตัว ทว่าเธอยังพอมีสติหลงเหลืออยู่บ้างที่จะไม่ปล่อยให้อรรถพลกระทำการตามใจชอบจนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน
"กลัวใครเห็น?" ชายหนุ่มพึมพำชิดผิวเนื้อ ทว่าฝ่ามือและริมฝีปากยังคงทำหน้าที่ปัดป่ายสัมผัสทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของเอยอย่างหลงใหล
"เอยต้องทำงานค่ะ...อ๊ะ..." เอยเอ่ยเสียงติดขัด เมื่อริมฝีปากหนาเลื่อนลงไปดูดกลืนยอดอกอิ่มของเธอแทน
ตอนนี้ริมฝีปากหนาแตะลงบนเนินอกอิ่มที่บัดนี้เปลือยเปล่าไร้สิ่งกีดขวาง ในใจพุ่งพล่านอยากจะกัดขบเม้มให้หายมันเขี้ยวเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แต่เพราะเอยต้องทำงาน เขาจึงหักห้ามใจตัวเอง ยังไม่คิดฝากรอยไว้ในตอนนี้
กลิ่นกายอันคุ้นเคย กลิ่นที่เขาชอบและติดใจจนไม่อาจมีผู้หญิงคนไหนมาทดแทนได้ กำลังมอมเมาให้อรรถพลหลงใหลเธอจนหน้ามืดตามัว
"คุณอรรถเอยเจ็บ!" อรรถพลไม่ได้ฟังคำพูดของเอย ทว่ากลับเดินหน้ากลืนกินยอดถันสีหวานอย่างหิวกระหาย มืออีกข้างคอยช่วยขยำขยี้บีบเค้นจนเนื้ออวบอิ่มปลิ้นออกมาตามร่องนิ้วเรียว เอยหลับตาแน่น ทั้งเจ็บทั้งเสียวซ่านปะปนกันไปจนแยกความรู้สึกไม่ออก
"อื้อออ..."
สุดท้ายเธอก็พ่ายแพ้ต่อความเสียวซ่าน ยอมร่วมมือไปกับเขา ครางกระเส่าเสียงเบาอย่างลืมตัว สัมผัสจากฝ่ามือหนาลูบไล้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ ราวกับจะตีตราทุกตารางนิ้วที่เขาเอื้อมไปถึง
เมื่อตักตวงความหวานจากยอดอกจนอิ่มหนำ ริมฝีปากหนาก็เลื่อนลงต่ำ ใช้เรียวลิ้นละเลงเลียลงบนผิวหน้าท้องนุ่ม ลากผ่านสะดือจนเอยต้องขมวดคิ้ว หน้าท้องแบนราบหดเกร็งด้วยความเสียวขีดสุด
"คุณอรรถ..." เอยครางชื่อเขาเสียงแผ่ว
แควก...
เสียงรูดซิปกางเกงยีนขาสั้นดังขึ้น ไม่นานนักมันก็ถูกอรรถพลถอดสะบัดทิ้งไปอย่างไม่ไยดี นิ้วเรียวยาวกรีดกรายลงบนหน้าท้องเนียนอย่างยั่วเย้าชวนให้ใจสั่น ชายหนุ่มจ้องมองร่างเปลือยตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจอย่างที่สุด
นิ้วแกร่งเกี่ยวรั้งแพนตี้ตัวจิ๋วออกไปจนหลุดพ้นปลายเท้า เขาจับเรียวขาบางกางออกให้ตั้งฉากและกว้างขึ้น หัวใจเอยเต้นระรัวราวกับกลองรบเพราะรู้ดีว่าเขากำลังจะทำอะไรต่อจากนี้
"ฮื่อออ..."
เรียวลิ้นร้อนแตะสัมผัสลงบนจุดอ่อนไหวกลางกายสาว อรรถพลเดินหน้ากลืนกินความหวานอย่างหิวกระหายเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เรือนร่างบางแอ่นกายหยัดขึ้นในทันทีที่ริมฝีปากหนาแตะลงบนเนื้ออวบอิ่มนุ่ม
เขาดูดซับตักตวงจนเธอทำได้เพียงครางอื้ออึง จิกปลายเท้าและมือจิกแน่นลงกับที่นอนเพื่อระบายความเสียว
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น กักเก็บเสียงหวานไม่ให้เล็ดลอดดังจนเกินไป อรรถพลยังคงร้อนแรงและเจนจัดในบทรักไม่เปลี่ยน เขาปรนเปรอเธอด้วยนิ้วเรียวยาวและเรียวลิ้นสากช่ำชอง
.... จนในที่สุดร่างบางก็กระตุกเกร็งซ้ำ ๆ หลับตาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหอบและอ่อนล้า
นิ้วแกร่งยังคงขยับเข้าออกเน้นย้ำ ลิ้นร้อนตวัดเลียจนเอยยิ่งเกร็งกระตุก ทรมานจนใบหน้าหวานแดงก่ำ ความเสียวซ่านปะทุพลุ่งพล่านราวกับเธอจะขาดใจตายคาลิ้นของเขาเสียให้ได้
"อืออ..."
เอยส่งเสียงครางแผ่วเมื่ออรรถพลกดจูบขบเม้มลงที่ผิวเนื้ออ่อนระหว่างต้นขาเพื่อตีตราจอง เขาเน้นย้ำอยู่สองสามครั้งก่อนจะยอมถอดถอนนิ้วร้ายออกจากช่องทางรักที่ฉ่ำแฉะ
"ที่จริง เอยก็ดูชอบมันนะ"
อรรถพลเอ่ยเย้ยหยันด้วยรอยยิ้มร้าย ก่อนจะสลัดชุดคลุมอาบน้ำสีดำสนิทออกจากกายแกร่ง เผยให้เห็นเรือนร่างแกร่งกำยำที่สมบูรณ์แบบ กล้ามเนื้อเป็นมัดแน่น ซิกแพกเรียงตัวสวย และเส้นเลือดที่ลากไล้ลงต่ำเสริมให้เขาดูดุดันน่ากลัว และความแข็งแกร่งส่วนนั้นที่เธอเคยสัมผัส บัดนี้มันขยายตัวตื่นเต็มที่พร้อมที่จะออกรบแล้ว
เอยลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตาอรรถพลนิ่ง
"คิดถึงมันงั้นเหรอ... มันที่เป็นเจ้าของร่องนี้ของเอย"
เอยส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "คุณอรรถไม่ใช่เจ้าของเอย..."
อรรถพลยิ้มร่าอย่างสมเพชในความปากแข็งของเธอ ทั้งที่เขาก็เพิ่งใช้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของตักตวงความสุขจากร่างกายเธอไปหยก ๆ
"เดี๋ยวก็รู้... ว่ามันใช่เจ้าของร่องนี้ของเอยหรือเปล่า"
ชายหนุ่มโน้มตัวไปเปิดลิ้นชักข้างเตียง คว้ากล่องถุงยางอนามัยออกมา เอยลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังคิดป้องกัน เพราะนับตั้งแต่เดินจากเขามา เธอก็ไม่ได้แตะต้องยาคุมกำเนิดอีกเลย
ร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ แทรกกายเข้าตรงกลางระหว่างขาเรียวสวย เขาใช้ตัวตนร้อนผ่าวที่โอบล้อมด้วยเครื่องป้องกันถูไถหยอกเย้าบนกลีบสวยขึ้นลงจนร่างบางสั่นเทิ้ม
"รีบ ๆ ทำสักทีเถอะค่ะ..." เอยอยากให้ฝันร้ายนี้จบลงโดยเร็ว จึงเอ่ยเร่งเขาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
"จะรีบไปไหนล่ะ... เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกัน 'ทั้งคืน' "
"หมายความว่าไง... เอยต้องรีบกลับไปหานะโมนะ"
"ผมว่าเอยอย่าเพิ่งห่วงคนอื่นเลยจะดีกว่านะครับ..." อรรถพลกระตุกยิ้มร้ายกาจกระซิบชิดริมฝีปากบาง "เอยควรจะห่วงตัวเองก่อนดีกว่า... ว่าคืนนี้จะรับมือกับผมยังไงให้ไหว"
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่8คนที่เฝ้ารอเช้าวันต่อมา...เอยตื่นขึ้นมาช่วยยายทำขนมไทยและข้าวต้มมัดตั้งแต่ตีสี่ เพื่อให้ทันใส่บาตรในช่วงเจ็ดโมงเช้า และเริ่มเปิดร้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อของแต่เช้าตรู่ ร้านของยายเป็นร้านขายของฝากเล็ก ๆ ต่อไปเธอคิดว่าจะทำพวกเครื่องประดับขายด้วยในช่วงที่เธออยู่ที่นี่"ขอบคุณนะคะ วันหน้า
อรรถพลลืมตาขึ้นอีกครั้ง มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูแอปพลิเคชันอินสตาแกรม นิ้วเรียวไถฟีดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกดเข้าไปในหน้าโปรไฟล์ของเอย แต่มันกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จนเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...โทรศัพท์ของเอยอยู่กับเขา!ในวันที่เขาสั่งรื้อสวนกุหลาบของเธอ เอยกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด คิดว่า
อัคคีหัวเราะเบา ๆ "อย่างน้อยตาอรรถก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนน้อง ๆแล้ว ฝันได้อุ้มหลานแน่นอน ปล่อยเจ้าสองคนนี้ใช้ชีวิตไปก่อนเถอะ เพิ่งอายุยี่สิบแปดกันเอง" อัคคีเข้าใจลูกๆ ดีกว่าพาฝัน แน่นอนเพราะเขาเป็นผู้ชายเหตุใดจะไม่รู้เหตุผลหลัก ๆ ของเด็ก ๆ ที่ยังอยากโสดกัน"โธ่ อายุยี่สิบแปดแล้วนะคะไม่เด็กแล้วนะลูก ๆ
บทที่7ความคิดถึงทางด้านอรรถพลยังคงใช้ชีวิตตามปกติตามแบบฉบับของเขา หลังจากที่พาจีรนาไปพบบิดา มารดามาแล้ว วันนี้เขาก็มีนัดรวมตัวกับสมาชิกในครอบครัวตามคำสั่งของมารดา"ถึงแล้วครับนาย" ครามเอ่ยขึ้นเมื่อรถยุโรปคันหรูจอดสนิทลงที่หน้าโรงแรมหรูในเครือ 'สุริยาเดชสกุลกรุ๊ป'"อืม" อรรถพลกระชับสาบเสื้อสูทให้เ