เสี่ยธีร์ไม่อยากมีเมีย #เซ็ตเมียเสี่ย1

เสี่ยธีร์ไม่อยากมีเมีย #เซ็ตเมียเสี่ย1

last updateآخر تحديث : 2025-01-08
بواسطة:  มิรินKPمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
34فصول
2.9Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

บอกว่าไม่อยากมีเมีย แต่แม่ก็ยังส่งยัยเด็กเตี้ยน้องสาวต่างสายเลือดมาให้ "ขิม แต่เราเป็นพี่น้องกันนะ" "พี่น้องเขาไม่จูบกันนะคะเฮียธีร์"

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ ไม่อยากมีเมีย

 นิยายเรื่อง เสี่ยธีร์ไม่อยากมีเมีย เป็นเรื่องแรกในเซ็ต เมียเสี่ย เรียงลำดับในเซ็ตตามนี้ค่ะ

1. เสี่ยธีร์ไม่อยากมีเมีย

2. เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก

3. เสี่ยตี๋จะมีเมียเดียว

............................................

ยูนิคอร์นบาร์

         หญิงวัยกลางคนกำลังก้าวเท้าเข้ามาด้านใน รูปร่างท้วมนิดหน่อย ทรงผมตีกระบัง อยู่ในชุดผ้าไหมสีชมพูสดใสพร้อมกับกระเป๋าคู่ใจที่คล้องอยู่ตรงแขน

         แค่ก้าวเท้าเข้ามา เหล่าบรรดาพนักงานที่กำลังทำงานอยู่ต่างก็พากันรีบก้มหัวลงทักทาย ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะพยักหน้าตอบ สายตามองตรงไปด้านหน้า และจุดหมายก็คือห้องวีไอพีที่อยู่บนชั้นสอง

         “หยุด! จะไปไหน” เสียงที่เอ่ยมานั้นดังพอจะทำให้พนักงานที่กำลังจะวิ่งขึ้นไปชั้นสองต้องหยุดชะงักฝีเท้า แล้วหันมามองพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน ๆ

         “คือ ผม เอ่อ ผม...” น้ำเสียงตะกุกตะกักเหมือนคนกำลังทำความผิด

         “ไม่ต้องคิดจะไปบอกเจ้านายของพวกเธอเลยนะ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปดูเอง”

         “คะ ครับ” พนักงานคนเดิมได้แต่ก้มหน้าก้มตาตอบกลับ

         คุณหญิงเธียรธาราก้าวขาเร็ว ๆ เพื่อจะขึ้นไปหาลูกชายเพียงคนเดียว ที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตอนนี้คงกำลังดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ในห้องวีไอพีด้านบน ซึ่งบาร์แห่งนี้ก็เป็นของผู้เป็นลูกชาย ส่วนเรื่องที่เปิดทำไม ไม่ใช่ว่าต้องการจะอยากมีรายได้ แต่ต้องการเอาไว้เป็นสถานที่หาผู้หญิงมาคลอเคลียต่างหาก

         “ตาธีร์ นะตาธีร์ มันน่าจะจับมาตีก้นให้เหมือนตอนเป็นเด็ก” ระหว่างที่เดินก็เอาแต่บ่นลูกชายเพียงคนเดียวไปด้วย อายุสามสิบห้าปีเข้าไปแล้ว แต่ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง จนผู้เป็นแม่ต้องมาหาที่นี่เพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด

         สองเท้าของหญิงวัยกลางคนมาหยุดอยู่หน้าห้องวีไอพีบนชั้นสอง ก่อนที่จะใช้มือผลักประตูเข้าไปด้านใน

         “ตาธีร์!”

         “แม่!” ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปีเอ่ยเรียกบุพการีด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรีบดันหญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักออก แล้วกระซิบบอกให้พวกเธอลงไปข้างล่างก่อน

         “แม่มาได้ยังไงครับ ทำไมไม่บอกผมก่อน ผมจะได้ไปรอรับที่สนามบิน” ธีร์ธวัช หรือ ธีร์ เอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาสวมกอดผู้เป็นมารดาเอาไว้หลวม ๆ ท่าทางออดอ้อนเหมือนกับเด็กน้อยไม่มีผิด

         “ถ้าบอก ฉันจะได้มาเห็นกับตาเหรอว่าแกเปิดร้านบังหน้า แต่ความจริงแล้วเอาไว้คั่วผู้หญิงน่ะฮะ” เธียรธาราเอ่ยบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่จะหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟา

         “โถ่ แม่ครับ ก็ผมยังโสด จะมีเรื่องผู้หญิงมันก็ไม่เสียหายนี่ครับ ว่าแต่แม่ขึ้นมาจากใต้นี่ มีธุระที่กรุงเทพฯ เหรอครับ” ครอบครัวของธีร์ธวัชเป็นเศรษฐีเจ้าของเหมืองอยู่ทางใต้ ส่วนตัวเขาขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย

         “ใช่ ฉันขึ้นมาทำธุระสำคัญ แล้วธุระนั้นก็เกี่ยวกับแกด้วย” พอได้ยินคำตอบของผู้เป็นแม่ ขนอ่อนภายในร่างกายของธีร์ธวัชก็ลุกซู่ขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เพราะธุระที่สำคัญและเกี่ยวกับเขา มันก็คงมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น

         “พรุ่งนี้สายขิมจะมากรุงเทพฯ” คุณหญิงเอ่ยบอกลูกชาย

         “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม”

         “เกี่ยวสิ เพราะสายขิมจะมาอยู่กับแก”

         พอได้ยินคำตอบ ธีร์ธวัชก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าหล่อ ๆ ซีดเผือดแล้วรีบนั่งคุกเข่ากอดขาแม่ตัวเองเอาไว้

         “แม่ แม่จะให้สายขิมมาอยู่กับธีร์ทำไมอะแม่ สายขิมอยู่ที่ใต้คอยดูแลแม่ก็ดีอยู่แล้วนี่” เหตุผลของแม่นั้นเขารู้อยู่แก่ใจดี แต่ลองถาม ๆ ไปก่อนเผื่อมันจะไม่ใช่

         “อีกไม่นานแกก็ต้องแต่งงานกับสายขิม มาอยู่ด้วยกันเพื่อศึกษาดูใจก็ไม่แปลก ให้ดีก็รีบ ๆ มีหลานเลยก็ได้”

         “แม่!”

         ชายหนุ่มเรียกผู้เป็นแม่เสียงดังแล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นทำหน้างุ้มงอ ดีหน่อยที่ในนี้ไม่มีพนักงานคนอื่นอยู่ ไม่อย่างนั้นภาพของเจ้านายที่เหมือนเด็กถูกขัดใจคงกลายเป็นหัวข้อสนทนาไปหลายวัน

         “ไม่ต้องมาเรียกแม่”

         “แต่แม่ก็รู้ว่าธีร์ยังไม่อยากมีเมีย แล้วธีร์ก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบสายขิมแบบนั้น จะแต่งงานกันได้ยังไง”

         สายขิม คือหญิงสาวที่แม่ของธีร์ธวัชรับมาอุปการะตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่ของเธอเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนญาติก็ไม่มีใครต้องการอยากรับไปดูแล

         ตอนนั้นคุณหญิงเธียรธาราอยากมีลูกสาวไว้แก้เหงา เลยทำเรื่องขอมาอุปการะเป็นลูกบุญธรรม และสายขิมก็อายุห่างกับธีร์ธวัชถึงสิบสองปี

         “ฉันก็ให้โอกาสแกหาเมียด้วยตัวเองแล้ว แต่แกก็ยังเอ้อระเหยลอยชาย ทำตัวเที่ยวเล่นเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ฉันก็เลยต้องจัดการเองนี่ไง”

         ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิอยู่บนพื้น ส่วนใบหน้าก็ยังงุ้มงออยู่เช่นเดิม

         “แกโตขนาดนี้แล้ว เพื่อนมีเมียกันหมด เหลือก็แต่แกนี่แหละที่ไม่ยอมแต่งงานสักที แล้วแม่จะได้อุ้มหลานเมื่อไหร่”

         “ใครว่าเพื่อนธีร์มีเมียหมดอะแม่ ยังเหลือไอ้กรกับไอ้ตี๋อีกตั้งสองคน” ธีร์ธวัชเถียงกลับ ส่วนชื่อที่ใช้ขึ้นมาอ้างก็คือเพื่อนซี้สองคนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย และทั้งหมดก็ยังไม่แต่งงาน ไม่มีแม้กระทั่งแฟน

         อย่างว่า คนเหมือนกันย่อมคบกันได้ เขากับเพื่อนสนิทก็มีนิสัยไม่ต่างกัน

         “แกเลิกอ้างคนอื่นเลย พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าอย่าลืมไปรับสายขิมที่สนามบิน ถ้าแม่รู้ว่าแกไม่ไปรับน้องหรือว่าไปสายล่ะก็ แม่จะตัดแกออกจากกองมรดกแล้วยกให้สายขิมทั้งหมด อ่อ...แล้วแม่ก็จะยุให้สายขิมไปหาผู้ชายคนอื่นแต่งงานด้วย”

         ผู้เป็นลูกได้แต่อ้าปากค้างเมื่อเห็นท่าทีเอาจริงเอาจังของมารดา คิดไปคิดมาก็ยังไม่แน่ใจว่าสรุปแล้วเป็นเขาหรือยัยเด็กเตี้ยนั่นกันแน่ที่เป็นลูกแม่แท้ ๆ

         “รู้แล้วครับแม่ พรุ่งนี้ผมจะไปรอตั้งแต่ตีห้าเลย” ผู้ชายตัวโตวัยสามสิบห้าพูดออกไปอย่างประชด แต่ว่า...

         “ดี ตีห้าถ้าแกไม่ถึงสนามบินแกโดนดีแน่”

         “แม่!!”

         “ไม่ต้องมาเรียก ฉันกลับล่ะ เดี๋ยวดึกกว่านี้พรุ่งนี้จะตื่นไปทำผมไม่ไหว”

         คุณหญิงเธียรธาราพูดแค่นั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั่งทำตาละห้อยอยู่คนเดียวในห้องวีไอพี

         เมื่อเห็นแม่กลับไปแล้ว ธีร์ธวัชก็รีบหยิบโทรศัพท์ตัวเองแล้วกดวิดีโอคอลหาเพื่อนซี้ทั้งสองทันที รอเพียงไม่นาน ชายหนุ่มหน้าหล่อเหลาอีกสองคนก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

         //ว่าไงครับเสี่ยธีร์ เวลาแบบนี้มึงว่างโทรหาเพื่อนด้วยเหรอวะ//

ภัทรกร หรือ กร อดที่จะแซวไม่ได้ ปกติเวลามืด ๆ แบบนี้ธีร์ธวัชโทรหาเพื่อนเสียที่ไหน

         //กูว่าวันนี้แม่มันมาหาแน่เลยว่ะ หน้าถึงได้บูดเป็นตูดขนาดนี้//

คราวนี้เป็นเสียงของ กิตติภพ หรือ ตี๋ เพื่อนซี้อีกคนพูดขึ้นบ้าง แถมยังเดาแม่นราวกับมีตาทิพย์

“พวกมึงหยุดพูดกันก่อน แล้วก็รีบออกมาแดกเหล้ากับกูที่บาร์ด่วน มีเรื่องเครียด”

//เครียด!!!//

เสียงของสองเพื่อนซี้ตะโกนทวนคำมาตามสาย ก่อนที่จะทำสีหน้างุนงง คนอย่างธีร์ธวัชเนี่ยนะเหรอจะมีเรื่องเครียด ยกเว้นแต่ว่า...

//เรื่องเมียแน่นอนเลยว่ะ// กิตติภพพูดขึ้นอีกครั้ง

“เลิกพูดไอ้ตี๋ มึงด้วยไอ้กร รีบ ๆ มา กูรออยู่บนห้อง”

พูดแค่นั้นก็เป็นอันรู้กัน เพื่อนสนิททั้งสองกดวางสาย แล้วธีร์ธวัชก็โยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะหยิบแก้วเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปาก

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

         “ไหน มึงมีอะไรไอ้ธีร์ รีบ ๆ พูด กูจะกลับไปดูร้านต่อ เสียเวลาทำมาหากินฉิบหาย” กิตติภพยิงคำถามใส่ทันทีที่หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาภายในห้องวีไอพี

         “เออ กูก็ต้องรีบกลับไปนอน พรุ่งนี้ต้องเปิดร้านแต่เช้า” ภัทรกรพูดขึ้นบ้าง เพื่อนทั้งสองคนเปิดบาร์กับคลับ มีแค่เขาคนเดียวที่เป็นเจ้าของร้านทองและต้องเปิดร้านในตอนเช้า หากจะมาโต้รุ่งกับเพื่อนบ่อย ๆ คงไม่ดี

         “พรุ่งนี้สายขิมจะมากรุงเทพฯ” หลังจากกระดกแก้วเครื่องดื่มรสแรงเข้าปากไปสองแก้ว เจ้าของใบหน้าหงุดหงิดก็พูดขึ้น

         “สายขิมไหนวะ” ภัทรกรเอ่ยถามแล้วทำท่าครุ่นคิด ก่อนที่จะดีดนิ้วดังผึงหนึ่งที “อ้อ...กูจำได้ละ ที่มึงเคยบอกว่าแม่มึงจะให้แต่งงานด้วยใช่ไหมวะ”

         “อืม...คนนั้นแหละ” ธีร์ธวัชตอบกลับแล้วยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง

         “แม่กูบอกว่า นับตั้งแต่พรุ่งนี้สายขิมจะมาอยู่กับกูที่คอนโด เพื่อเป็นการศึกษาดูใจกัน”

         จบประโยคนี้กิตติภพก็ขำพรืดออกมา ทำให้เหล้าที่อยู่ในปากกระเด็นไปโดนเพื่อนทั้งสอง

         “ไอ้เหี้ยตี๋ แดกดี ๆ ดิวะ”

         “โทษทีไอ้กร กูแค่ขำไอ้ธีร์”

         “ขำกูทำไม”

         ผู้ชายตัวโตหัวคิ้วขมวดกัน ตอนนี้เขากำลังเครียดสุด ๆ เพราะไม่อยากจะแต่งงานกับน้องบุญธรรมที่แม่เลือกให้ แต่ดูเพื่อนตัวดีกลับมาหัวเราะกันเสียได้

         “เสี่ยธีร์ครับ เรื่องแค่นี้มึงต้องเครียดขนาดนั้นเลยเหรอวะ ไม่อยากแต่งงานก็แค่ทำตัวแย่ ๆ ใส่ไปดิ ร้อยทั้งร้อยผู้หญิงไม่มีใครทนได้หรอก”

         ‘ความคิดเข้าท่า’ ธีร์ธวัชทำท่าครุ่นคิดตามสิ่งที่เพื่อนพูด

         นั่นสินะ หากเขาทำตัวแย่ ๆ ใส่สายขิม ควงผู้หญิงคนอื่นให้เห็นบ่อย ๆ ต่อให้แม่จะจับคู่ให้อย่างไร หรืออ้างบุญคุณที่เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก มันก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนจะยอมทนถึงขนาดนั้น

         และถ้าหากสายขิมเป็นคนไปจากเขาเอง แม่ก็จะไม่มีสิทธิ์มาตัดชื่อเขาออกจากกองมรดก แผนการนี้ยอดเยี่ยม ยิ่งปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

         “แผนนี้กูซื้อ ขอบใจมึงว่ะไอ้ตี๋”

         แก้วเหล้าสามแก้วถูกยกขึ้นชนกัน ก่อนที่ผู้ชายทั้งสามคนจะนั่งคุยช่วยกันวางแผนเพื่อให้ธีร์ธวัชไม่ต้องแต่งงาน

///////////////////////////////////////////////////////

        

        

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
34 فصول
บทนำ ไม่อยากมีเมีย
นิยายเรื่อง เสี่ยธีร์ไม่อยากมีเมีย เป็นเรื่องแรกในเซ็ต เมียเสี่ย เรียงลำดับในเซ็ตตามนี้ค่ะ1. เสี่ยธีร์ไม่อยากมีเมีย2. เสี่ยกรอ้อนรักเมียเด็ก3. เสี่ยตี๋จะมีเมียเดียว............................................ยูนิคอร์นบาร์ หญิงวัยกลางคนกำลังก้าวเท้าเข้ามาด้านใน รูปร่างท้วมนิดหน่อย ทรงผมตีกระบัง อยู่ในชุดผ้าไหมสีชมพูสดใสพร้อมกับกระเป๋าคู่ใจที่คล้องอยู่ตรงแขน แค่ก้าวเท้าเข้ามา เหล่าบรรดาพนักงานที่กำลังทำงานอยู่ต่างก็พากันรีบก้มหัวลงทักทาย ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะพยักหน้าตอบ สายตามองตรงไปด้านหน้า และจุดหมายก็คือห้องวีไอพีที่อยู่บนชั้นสอง “หยุด! จะไปไหน” เสียงที่เอ่ยมานั้นดังพอจะทำให้พนักงานที่กำลังจะวิ่งขึ้นไปชั้นสองต้องหยุดชะงักฝีเท้า แล้วหันมามองพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน ๆ “คือ ผม เอ่อ ผม...” น้ำเสียงตะกุกตะกักเหมือนคนกำลังทำความผิด “ไม่ต้องคิดจะไปบอกเจ้านายของพวกเธอเลยนะ เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปดูเอง” “คะ ครับ” พนักงานคนเดิมได้แต่ก้มหน้าก้มตาตอบกลับ คุณหญิงเธียรธาราก้าวขาเร็ว ๆ เพื่อจะขึ้นไปหาลูกชายเพียงคนเดียว ที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว
اقرأ المزيد
ตอนที่ 1 เริ่มแผนการ
เวลา 05.00 น. ที่สนามบิน ยังไม่ได้ทันจะก้าวลงจากรถ เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น ธีร์ธวัชรีบล้วงเข้าไปแล้วหยิบออกมา เวลาตี 5 แบบนี้ใครจะโทรมาหาเขาได้ นอกจากคนที่บอกให้เขามาสนามบินตอนตี 5 “แม่ตรงเวลามากเลยนะครับ” เสียงของคนครึ่งหลับครึ่งตื่นกรอกไปตามสาย //แน่นอนสิ แม่ก็อยากจะรู้ว่าแกมาตามที่พูดไว้จริง ๆ หรือเปล่า แล้วนี่อยู่ไหนแล้ว// เสียงผู้เป็นมารดาเอ่ยถามมาตามสาย ทำให้ธีร์ธวัชได้แต่ถอนหายใจออกมา “อยู่สนามบินแล้วครับ กะว่าจะเปิดห้องนอนสักสองสามชั่วโมง ไว้เก้าโมงเช้าค่อยไปรอรับลูกรักของแม่” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประชดประชัน แต่ทางปลายสายนั้นกลับหัวเราะออกมาอย่างดีใจ //ดีแล้ว รับน้องเสร็จก็พาไปคอนโดเลยนะ ดูแลน้องให้ดีล่ะ ช่วงนี้งานแม่ยุ่งมากคงไม่มีเวลาไปเยี่ยมน้องเท่าไหร่// ‘ข้ออ้างชัด ๆ’ ธีร์ธวัชได้แต่แอบบ่นในใจ อย่างแม่ของเขานี่เหรองานยุ่ง ทุกวันนี้ก็แทบจะนั่งนับเงินอย่างเดียว ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็มีลูกน้องพ่วงตำแหน่งเลขาคนสนิททำให้แทบทุกอย่างอยู่แล้ว “เข้าใจแล้วครับแม่ ผมจะดูแลสายขิมของแ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 ทำกินเอง
“ไม่ได้มาตั้งนาน คอนโดเฮียธีร์ก็ยังน่าอยู่เหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นเมื่อก้าวขาพ้นบานประตูเข้ามาในคอนโดของเขา ท่าทีของเธอดูตื่นเต้นดีใจ ซึ่งแตกต่างจากผู้เป็นเจ้าของที่นี่อย่างสิ้นเชิง “อยากอยู่ก็อยู่ แต่ถ้าไม่อยากอยู่ก็รีบ ๆ กลับไปได้ทุกเมื่อตามที่เธอต้องการ” ธีร์ธวัชพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง จะว่าไล่ทางอ้อมมันก็ไม่ผิด “ขิมคงต้องอยู่จนกว่าคุณแม่จะเปลี่ยนใจนั่นแหละค่ะ ยังไงเฮียก็อดทนหน่อยนะ แต่รับรองว่าขิมจะไม่ทำตัวเป็นภาระเฮียธีร์แน่นอน” สายขิมพูดขึ้นแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟา พร้อมกับใช้สายตามองไปรอบ ๆ แล้วเธอก็นึกอะไรบางอย่างออก “เฮีย แล้วข้าวเที่ยงเราจะไปกินกันข้างนอกเหรอคะ” “ฉันไม่กินข้าวเที่ยง อยากกินก็ทำกินเองหรือจะสั่งมากินก็แล้วแต่เธอ ฉันจะนอน ห้ามกวนเด็ดขาด” พูดเพียงแค่นั้นผู้ชายตัวโตก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนตัวเอง ทิ้งให้น้องสาวต่างสายเลือดที่เพิ่งมาถึงนั่งอยู่คนเดียว โดยที่ไม่ได้สนใจสักนิดเลยว่า สายขิมจะมีอะไรกินหรือในตู้เย็นมีวัตถุดิบให้ทำกับข้าวหรือเปล่า สายขิมเอากระเป๋าเดินทางไปเก็บยังห้องนอนของตัวเอง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 ติดแล้ว
ธีร์ธวัชขับรถคู่ใจรีบกลับคอนโดให้เร็วที่สุด ขืนช้าไปกว่านี้หากยัยตัวยุ่งโทรไปฟ้องแม่เขาว่าปล่อยให้เธออยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีไฟฟ้า รับรองได้เลยว่าจะได้โดนบทสวดจากคุณหญิงแม่เป็นเวลาสามวันสามคืนอย่างแน่นอน ยัยนั่นก็ช่างเข้าใจออดอ้อน เวลาอยู่ต่อหน้าแม่เขาจะชอบทำตัวเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่เถียง แต่เวลาลับหลังกลับกล้าต่อปากต่อคำกับเขาตลอด ถ้าให้แต่งงานกันไป มีหวังคงต้องถูกควบคุมทั้งจากแม่และจากเมียแน่นอน ดังนั้น งานแต่งงานระหว่างเขากับสายขิมจะต้องไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าต้องใช้วิธีไหนหรือแผนการอะไรก็ต้องทำให้คุณหญิงเธียรธาราเปลี่ยนใจให้ได้ คันเร่งเหยียบไปเท่าไหร่ไม่รู้ หรือเพราะการจราจรวันนี้เป็นใจ จึงทำให้ธีร์ธวัชกลับมาถึงคอนโดได้ภายในไม่ถึงชั่วโมง ความรีบร้อนเพราะยัยตัวแสบบอกว่าไฟดับทั้งหมดทำให้ตอนนี้เขาแทบจะควันออกหู เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วพบว่าคอนโดของเขาไฟสว่างจ้าทุกดวง และสายขิมก็กำลังนั่งกินขนมพร้อมกับดูรายการโทรทัศน์อยู่ “สายขิม...” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาผ่านไรฟันที่กัดกันจนดังกรอด เพื่อระงับความโมโหของตัวเอง แต่ดูเหมือนเจ้าของชื่อจะไม่ได้รู
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 น้องสาวมาช่วยงาน
“เฮียธีร์ จะไปทำงานแล้วเหรอคะ” เดินยังไม่ห่างประตูห้องได้ถึงสามก้าว เสียงเล็ก ๆ ของคนที่อยู่ร่วมคอนโดก็ดังขึ้น ธีร์ธวัชถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หันตัวไปทางเสียงเรียก “ก็ใช่น่ะสิ มีอะไร” เอ่ยถามพร้อมสายตาที่มองสำรวจสายขิมจนทั่วทั้งตัว วันนี้ดูเหมือนเธอจะแต่งตัวแปลกกว่าทุกวัน สายเดี๋ยวสีขาวมุกรัดรูป เข้าคู่กับกระโปรงยีนส์สั้น ถึงมันจะสั้นมากแต่ก็ดูไม่โป๊ “แต่งตัวจะไปไหน” “ขิมก็จะไปช่วยงานเฮียธีร์ที่ร้านไงคะ” คำตอบของยัยตัวแสบทำให้นัยน์ตาคมเบิกกว้าง ไล่สายตามองหน้าเธอสลับกับชุดที่ใส่ไปมา “เดี๋ยว...ไปช่วยงานทำไมแต่งตัวแบบนี้” “ไม่สวยเหรอคะ ขิมคิดว่าที่บาร์ของเฮียธีร์น่าจะมีแต่คนสวย ๆ ไปเที่ยว ก็เลยแต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศน่ะค่ะ” “ไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้” เสียงเข้ม ๆ พูดลอดไรฟันเอ่ยคำสั่งออกมา ไม่ใช่ว่าเธอใส่ไม่สวย แต่มันอันตรายเกินไป ไม่ใช่อันตรายกับใครที่ไหน อันตรายกับความรู้สึกของเขาเองนี่แหละ “ไม่ค่ะ ขิมจะใส่ชุดนี้” คนตัวเล็กยังยืนยันคำตอบ “ทำไมคะ ขิมไม่สวยเหรอ” สองเท้
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 เฮียไม่น่ารัก
“ไหนบอกว่าจะมาช่วยงาน แล้วไปนั่งหน้าบูดอะไรอยู่ตรงนั้น”ธีร์ธวัชอดที่จะถามไม่ได้ เมื่อเห็นสายขิมนั่งกอดอกมองหน้าเขาด้วยสายตาที่กำลังบ่งบอกว่าไม่พอใจอะไรสักอย่าง “ทำคนเดียวไปเถอะค่ะ” “ถ้าไม่ช่วยแล้วจะตามมาทำไม” “ทำไมคะ หรือว่าเฮียกลัวยัยน้องกิ๊บซี่นั่นเข้าใจผิด” ใบหน้าคมเข้มส่ายไปมาเบา ๆ แล้วก็ก้มลงไปอ่านเอกสารที่อยู่ตรงหน้าต่อ เขาไม่อยากเถียงกับเธอด้วยเรื่องไร้สาระ และกับกิ๊บซี่ เขาก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสายขิมว่าเป็นอะไรกัน “ถ้าไม่ช่วยก็นั่งเงียบ ๆ ไปแบบนั้นแหละ ดีเหมือนกันฉันขี้เกียจทะเลาะกับเธอ” แต่แทนที่คนถูกบอกให้เงียบจะเงียบตามคำสั่ง สายขิมกลับพาตัวเองไปนั่งยังเก้าอี้ที่อยู่ตรงโต๊ะทำงานของเขา แขนข้างหนึ่งยกขึ้น วางข้อศอกลงบนโต๊ะแล้วใช้มือเท้าคางตัวเองเอาไว้ ดวงตากลมโตก็จ้องมองดูเฮียธีร์ พร้อมกะพริบปริบ ๆ ไปด้วย ถึงจะไม่มีเสียงพูดคุย หรือเสียงอื่น ๆ ออกมาให้รำคาญ แต่ว่า การที่ถูกใครสักคนมานั่งจ้องอย่างเอาเป็นเอาตายตอนกำลังทำงาน ก็ทำให้ธีร์ธวัชแทบจะไม่มีสมาธิ “นี่...สายขิม” ปากก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 ไปถึงไหนกันแล้ว
ติ๊งต่อง...เสียงกริ่งหน้าประตูซึ่งดังขึ้นติดกันสามครั้งแล้ว ทำให้สายขิมที่กำลังวุ่นวายอยู่ในครัวรีบถอดผ้ากันเปื้อนออก จากนั้นก็รีบวิ่งมาเปิดประตู เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ใครจะมาหา ถึงได้รีบตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าว ทั้งที่ยังปวดหัวเพราะอาการแฮงค์เหล้าที่ดื่มมากเกินไปเมื่อคืน“สวัสดีค่ะคุณแม่”ทันทีที่ประตูเปิดออก เสียงหวานใสก็เอ่ยทักทายคนตรงหน้า พร้อมกับยื่นมือไปช่วยรับกระเป๋าและถุงกระดาษอีกหลายถุงที่อยู่ในมือของคุณหญิงเธียรธารามาถือเอาไว้ แล้วเดินนำมายังห้องนั่งเล่น“ตาธีร์ไปไหนเสียล่ะ”ผู้เป็นแม่เอ่ยถามขณะที่กำลังหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก พลางใช้สายตากวาดดูรอบ ๆ คอนโดของลูกชายก่อนที่จะหันมามองหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ของตนเอง“เฮียธีร์ยังไม่ตื่นค่ะ พอดีเมื่อคืนกลับมาดึกค่ะ”“แล้วนี่ขิมกำลังทำอะไรอยู่เหรอลูก”“อ๋อ...ขิมทำกับข้าวไว้รอคุณแม่ค่ะ รออีกสิบนาทีก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ คุณแม่หิวหรือยังคะ”คุณหญิงเธียรธารามองดูหน้าเจ้าของคำตอบแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สายขิมเป็นเด็กน่ารัก รู้จักกาลเทศะ ทั้งยังรู้จักเอาอกเอาใจผู้ใหญ่ งานบ้าน งานเรือน ทำได้ทุกอย่าง ไม่เสียแรงที่เลี้ยงดูมาเองกับมือ“แล้วกับต
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 แผนสอง
“ไอ้ธีร์ มึงจะรีบแดกไปไหน เพิ่งบ่ายสามโมงเอง” กิตติภพทักขึ้น เมื่อเห็นว่าเพื่อนซี้เอาแต่ยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปากรัว ๆ โดยที่ไม่เว้นจังหวะตั้งแต่มาถึงคลับของเขา ถึงแม้ที่นี่จะเปิดร้านหนึ่งทุ่ม แต่ห้องวีไอพีเจ้าของร้านนั้นเปิดตลอด 24 ชั่วโมง “แดกเหมือนเมียทิ้ง” คราวนี้เป็นภัทรกรพูดขึ้นบ้าง “พวกมึงสองคนไม่เข้าใจหรอก ว่าคนกำลังเครียดมันเป็นยังไง” “แล้วมึงเครียดเรื่องอะไร” สองเพื่อนซี้ถามขึ้นแทบจะพร้อมกัน แล้วตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำตอบจากปากของคนที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม “เมื่อเช้าแม่กูมาหา แล้วก็ถามเรื่องสายขิม” พอพูดจบ เพื่อนทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างกับนัดไว้ โดยเฉพาะกิตติภพ ที่ดูจะขบขันกับอาการของเพื่อนซี้ในตอนนี้มากที่สุด “ไอ้เหี้ยตี๋ มึงจะหัวเราะอะไรขนาดนั้นวะ” “แม่มึงอยากจะให้แต่ง แต่ง ๆ ไปก็จบ สายขิมก็สวย น่ารัก ทำกับข้าวก็เก่ง ทำงานก็เก่ง ไม่ดีตรงไหนวะ” ที่รู้ เพราะเพื่อนตัวดีที่กำลังกระดกเหล้ารัว ๆ เคยเล่าให้ฟังอยู่บ้าง ทีแรกคิดว่าธีร์ธวัชไม่น่าจะมีปัญหาหากต้องแต่งงานกับเธอจริง
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 เอาใหม่
เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังไม่หยุดทำให้เปลือกตาคู่สวยต้องเปิดขึ้น ถึงแม้ว่าในตอนนี้เธอจะไม่อยากตื่นเลยแม้แต่น้อย สายตาจ้องมองฝ้าเพดาน หัวใจเต้นตึกตัก ๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน จู่ ๆ เฮียธีร์ก็เปลี่ยนไป ทั้งที่ปกติเขาจะพยายามอยู่ห่างเธอให้มากที่สุดแท้ ๆ ฝ่ามือแตะลงบนหัวไหล่ แล้วเลื่อนมาแตะบนเนินอกที่ถูกเขาประทับริมฝีปากลงไปเมื่อคืน ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับคนเป็นไข้ เฮียธีร์ร้ายกาจที่สุด! ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เรื่องเมื่อคืนเธอแค่ยังไม่ทันตั้งตัว วันนี้เอาใหม่ ยังไงก็ยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้ เพื่อคุณแม่ ท่องไว้ เพื่อคุณแม่ ก๊อก ก๊อก! ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูที่ดังอยู่หลายครั้ง ทำให้คนที่ยังนอนอยู่จำใจลุกขึ้นมาทั้งที่งัวเงียแล้วเดินมาเปิดประตู “มีอะไร คนจะนอน” “เฮียธีร์พูดไม่เพราะเหมือนเมื่อคืนเลยค่ะ” น้ำเสียงน้อยอกน้อยใจของยัยตัวเล็กที่พูดอยู่ตรงหน้าทำให้ธีร์ธวัชต้องรีบปรับโทนเสียงตัวเองใหม่ ภารกิจยังไม่สำเร็จ ช่วงนี้ก็คงต้องทำแบบเมื่อคืนไปก่อน “ขอโทษครับ พอด
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 ช่วงนี้ไม่ว่าง
“สวัสดีครับเสี่ย วันนี้หน้าตาสดชื่นจังเลยนะครับ” เสียงของพนักงานในร้ายเอ่ยทักทาย ทำให้ธีร์ธวัชรีบใช้มือจับดูหน้าตัวเอง แปลกตรงไหน ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด “แปลกเหรอ” เขาย้อนถามพนักงาน “ครับ แปลกมาก” “แปลกยังไง” “ก็วันนี้เสี่ยเดินยิ้มตั้งแต่หน้าร้านจนถึงตอนนี้ ยังไม่หุบเลยนะครับ” ริมฝีปากที่คลี่ยิ้มอยู่อย่างไม่รู้ตัวรีบหุบลงทันที พร้อมเม้มเข้าหากันแน่นกว่าเก่า “เอาเหล้าขึ้นไปให้ด้วย เหมือนเดิม” “ครับ ๆ ผมจะรีบเอาขึ้นไปให้นะครับ” เสียงเข้ม ๆ เอ่ยสั่งเครื่องดื่มแก้เขิน ก่อนที่จะรีบก้าวขายาว ๆ จ้ำอ้าวไปยังชั้นสองที่เป็นห้องทำงาน แต่รอยยิ้มที่หุบเอาไว้เมื่อครู่ดันคลี่ออกมาอีกแล้วโดยที่เขาไม่รู้ตัว ธีร์ธวัชหย่อนตัวลงนั่งยังเก้าอี้ทำงานเมื่อเข้ามาในห้อง แผ่นหลังเอนพิงพนัก นิ้วมือก็เคาะลงบนโต๊ะ ในหัวกำลังฉายภาพเมื่อเช้าที่เขากำลังจูบยัยตัวแสบ ริมฝีปากเธอนุ่มมาก แถมหวานอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลิปสติกหรือเปล่าที่ทำให้เขารู้สึกว่าปากของเด็กดื้อนั้นหวานกว่าทุกคนที่เคยจูบมา ‘ฟ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status